รีวิวฉีดฟิลเลอร์คางปรับหน้าเรียว แก้คางตัด คางสั้น คุณแป้ง

เขียนโดย: ทีมผู้เชี่ยวชาญ ROMRAWIN CLINIC

รีวิวฉีดฟิลเลอร์คาง

เปิดอ่าน 22
สารบัญเนื้อหา รีวิวฉีดฟิลเลอร์คาง 

รีวิวฉีดฟิลเลอร์คาง คุณแป้ง ปรับรูปหน้าให้ดูมีมิติ ดูเป็นธรรมชาติ

สวัสดีค่ะ แป้งนะคะ วันนี้แป้งจะมารีวิวฉีดฟิลเลอร์คาง ที่ รมย์รวินท์คลินิก ให้เพื่อน ๆ หรือใครที่กำลังสนใจได้รู้ข้อมูลก่อนตัดสินใจทำค่ะ

ก่อนหน้านี้แป้งไม่ได้รู้สึกว่ารูปหน้าของตัวเองมีปัญหาอะไรชัดเจนค่ะ แต่เวลาถ่ายรูปหรือมองหน้าตัวเองจากมุมเฉียงและด้านข้าง จะรู้สึกว่าบริเวณคางดูสั้นเหมือนยังไม่ค่อยรับกับสัดส่วนอื่น ๆ ของใบหน้า

ตอนแรกแป้งก็ไม่ได้คิดถึงการฉีดฟิลเลอร์คาง เพราะปกติเวลาพูดถึงการปรับรูปหน้า เรามักจะนึกถึงกรอบหน้า แก้ม หรือลดเหนียงมากกว่า แต่พอลองสังเกตตัวเองจริง ๆ ก็เริ่มรู้สึกว่าคางเป็นอีกจุดที่ทำให้หน้าดูกลมค่ะ

สิ่งที่แป้งต้องการไม่ใช่คางที่แหลมมาก ๆ แต่อยากให้คางยาวสวยขึ้น หน้าเรียวสวยอย่างดูเป็นธรรมชาติ จึงตัดสินใจเข้ามาปรึกษาแพทย์เรื่องการฉีดฟิลเลอร์คางค่ะ


รีวิวฉีดฟิลเลอร์คาง คุณแป้ง กังวลเรื่องอะไร?

ปัญหาที่แป้งสังเกตเห็นชัดที่สุดคือเวลามองจากด้านข้างค่ะ รู้สึกว่าคางค่อนข้างสั้น ทำให้ดูหน้ากลม หน้าสั้น หน้าไม่เรียว เวลาถ่ายรูปด้านข้างจะสังเกตได้ง่าย

ก่อนทำก็มีความกังวลเหมือนกันว่า ถ้าฉีดแล้วคางจะยาวเกินไปไหม จะดูแหลมหรือเปลี่ยนรูปหน้าไปมากหรือเปล่า เพราะส่วนตัวแป้งไม่ได้อยากเปลี่ยนจนดูออกว่าทำหัตถการ

ตอนปรึกษาจึงบอกความต้องการกับแพทย์ค่อนข้างชัดว่า อยากได้ทรงคางที่ดูเป็นธรรมชาติ เน้นให้สัดส่วนโดยรวมรับกันมากขึ้น ไม่จำเป็นต้องทำให้คางยาวมากที่สุด

จากที่ได้พูดคุยกัน ทำให้เข้าใจมากขึ้นว่าทรงคางที่เหมาะกับแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนอาจเหมาะกับคางมน บางคนเหมาะกับทรงที่เรียวขึ้น หรือบางคนอาจต้องเพิ่มมิติด้านหน้ามากกว่าเพิ่มความยาว การเอารูปรีวิวของคนอื่นมาเป็นแบบเป๊ะ ๆ อาจไม่ได้เหมาะกับโครงหน้าของเราค่ะ


รีวิวฟิลเลอร์คาง ก่อนหลังทำ เคสคุณแป้ง ปรับคางยาว เสริมกรอบหน้าเรียวสวย
ภาพเปรียบเทียบก่อนและหลังฉีดฟิลเลอร์คาง เคสคุณแป้ง ช่วยปรับแก้ปัญหาคางตัดให้ดูยาวละมุนขึ้น ปรับมิติรูปหน้าตรงและด้านข้างให้สมส่วนอย่างเป็นธรรมชาติครับ

รีวิวฉีดฟิลเลอร์คาง คุณแป้ง แพทย์ประเมินอะไรบ้าง?

ก่อนทำ แพทย์ไม่ได้ดูเฉพาะบริเวณคางอย่างเดียว แต่ประเมินภาพรวมของใบหน้าหลายมุม ทั้งหน้าตรง มุมเฉียง และด้านข้าง เพื่อดูว่าคางรับกับจมูก ริมฝีปาก แนวกราม และองค์ประกอบอื่น ๆ ของใบหน้าอย่างไร

สำหรับแป้ง เป้าหมายหลักคือการปรับทรงคางให้มีมิติเพิ่มขึ้น โดยยังต้องกลมกลืนกับโครงหน้าเดิม เพราะถ้าเติมมากเกินความจำเป็นก็อาจทำให้คางดูยาวหรือแหลมจนไม่เข้ากับหน้าได้

จุดนี้ทำให้แป้งรู้สึกว่าการฉีดฟิลเลอร์คางไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าต้องใช้เยอะแค่ไหนอย่างเดียว แต่ตำแหน่งที่ฉีด รูปทรงคางที่ต้องการ ยี่ห้อและรุ่นฟิลเลอร์ที่เลือกใช้ก็มีความสำคัญเหมือนกันค่ะ


รีวิวฉีดฟิลเลอร์คาง คุณแป้ง ความดูเป็นธรรมชาติ

ถ้าถามว่าสิ่งที่แป้งให้ความสำคัญที่สุดในการฉีดฟิลเลอร์คางคืออะไร คงเป็นรูปทรงคางสวยดูเป็นธรรมชาติค่ะ

เพราะไม่ได้อยากได้คางที่ยาวหรือแหลมมาก แค่อยากให้ช่วงคางรับกับองค์ประกอบอื่นของใบหน้า และหน้าเรียวได้สัดส่วนสวยงามมากขึ้น

คุณหมอแนะนำว่า การปรับรูปหน้าดูเป็นธรรมชาติไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนทุกจุด บางครั้งการปรับเพียงจุดเดียวในตำแหน่งที่เหมาะสม ก็อาจทำให้ใบหน้าดูแตกต่างขึ้นได้ และนี่ก็เป็นเหตุผลที่แป้งคิดว่าขั้นตอนการปรึกษาก่อนทำสำคัญมากค่ะ


รีวิวฉีดฟิลเลอร์คาง คุณแป้ง ประสบการณ์ระหว่างฉีด

ก่อนเริ่มทำจะมีขั้นตอนการปรึกษาและแจ้งข้อมูลสุขภาพต่าง ๆ กับแพทย์ เช่น โรคประจำตัว ยาที่ใช้อยู่ ประวัติการแพ้ยา รวมถึงเคยฉีดฟิลเลอร์หรือทำหัตถการบริเวณใบหน้ามาก่อนหรือไม่

หลังจากประเมินเรียบร้อย แพทย์จะวางตำแหน่งที่จะฉีดและเลือกฟิลเลอร์ให้เหมาะกับบริเวณคาง เพราะฟิลเลอร์แต่ละรุ่นมีคุณสมบัติไม่เหมือนกัน ทั้งเรื่องความแน่น ความยืดหยุ่น และการคงรูป

ระหว่างฉีด สำหรับแป้งจะมีความรู้สึกเจ็บเล็กน้อยจากเข็ม แต่ประสบการณ์เรื่องความเจ็บของแต่ละคนน่าจะไม่เหมือนกันค่ะ หลังฉีดเสร็จแพทย์จะเช็กทรงคางและความสมส่วนอีกครั้ง พร้อมแนะนำวิธีดูแลตัวเองหลังทำ

อีกเรื่องที่แป้งให้ความสำคัญก่อนตัดสินใจคือเรื่องความปลอดภัย เพราะนอกจากเลือกทรงคางที่ชอบแล้ว ควรตรวจสอบด้วยว่าเป็นสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน ผู้ทำเป็นแพทย์ที่มีใบอนุญาต และฟิลเลอร์ที่นำมาใช้เป็นของแท้ สามารถตรวจสอบได้


รีวิวฉีดฟิลเลอร์คาง คุณแป้ง หลังฉีดเห็นผลเลยไหม?

หลังฉีดสังเกตเห็นว่าบริเวณคางมีวอลลุ่มและดูมีมิติเพิ่มขึ้นค่ะ แต่แป้งไม่ได้รีบตัดสินผลลัพธ์จากวันแรก เพราะหลังทำอาจมีอาการบวม รอยแดง รอยเข็ม หรือรอยช้ำเกิดขึ้นได้ ต้องรอให้อาการบวมหาย ฟิลเลอร์เข้าที่ จึงจะเห็นรูปทรงคางโดยรวมชัดขึ้น

สำหรับสิ่งที่แป้งต้องการคือ อยากให้คางสวยรับกับใบหน้า หน้าเรียวอย่างดูเป็นธรรมชาติ โดยเฉพาะเวลามองจากมุมเฉียงและด้านข้าง ผลลัพธ์หลังทำถือว่าน่าพึงพอใจค่ะ


รีวิวฉีดฟิลเลอร์คาง คุณแป้ง รู้สึกว่าหน้าดูเรียวขึ้นไหม?

ก่อนทำแป้งเองก็สงสัยเรื่องนี้เหมือนกันค่ะ เพราะหลายคนพูดว่าฉีดฟิลเลอร์คางแล้วหน้าเรียวขึ้น

จากที่ได้ปรึกษาแพทย์ เข้าใจว่าการเติมฟิลเลอร์คางทำให้ใบหน้าได้สัดส่วนมากขึ้น เช่น ถ้าเดิมคางค่อนข้างสั้น เมื่อเพิ่มความยาวหรือมิติในตำแหน่งที่เหมาะสม ทำให้หน้าดูเรียวสวยขึ้นค่ะ

แต่ฟิลเลอร์คางไม่ได้ลดเหนียงหรือลดขนาดกรามโดยตรงนะคะ ถ้าปัญหาหน้าไม่เรียวมาจากไขมัน กล้ามเนื้อกราม หรือโครงสร้างกระดูก ก็อาจต้องใช้วิธีอื่นที่เหมาะกับปัญหานั้น ๆ

ถ้าใครอยากปรับรูปหน้า แป้งคิดว่าควรให้แพทย์ช่วยประเมินก่อน ว่าจริง ๆ แล้วจุดที่ทำให้เราไม่มั่นใจเกิดจากบริเวณไหนค่ะ


รีวิวฉีดฟิลเลอร์คาง คุณแป้ง ดูแลตัวเองอย่างไร?

การดูแลตัวเองหลังทำ แป้งทำตามคำแนะนำที่ได้รับจากคุณหมอค่ะ โดยเฉพาะช่วงแรกจะพยายามไม่กด บีบ นวด หรือจับบริเวณคางแรง ๆ โดยไม่จำเป็น และหลีกเลี่ยงกิจกรรมหรือความร้อน

ถ้ามีอาการบวมเล็กน้อย รอยแดง รอยเข็ม หรือรอยช้ำ คุณหมอแนะนำให้ประคบเย็น เป็นอาการที่เกิดขึ้นได้หลังฉีด สามารถหายได้เอง

สิ่งที่แป้งคิดว่าสำคัญคือไม่ควรพยายามนวดหรือแก้ทรงด้วยตัวเอง ถ้ารู้สึกว่ามีอะไรผิดปกติ โดยเฉพาะมีอาการปวดรุนแรงขึ้น ผิวเปลี่ยนสีผิดปกติ มีอาการชา หรือมีอาการอื่นที่น่ากังวล ควรพบแพทย์ทันทีค่ะ


รีวิวฉีดฟิลเลอร์คาง คุณแป้ง อยู่ได้นานแค่ไหน?

เรื่องนี้เป็นอีกคำถามที่แป้งเคยสงสัยก่อนทำค่ะ จากที่ปรึกษาคุณหมอ ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งชนิดและรุ่นของฟิลเลอร์ ปริมาณ ตำแหน่งและเทคนิคการฉีด รวมถึงร่างกายและพฤติกรรมของแต่ละคน

ฟิลเลอร์ Hyaluronic Acid หรือ HA สามารถสลายไปตามธรรมชาติเมื่อเวลาผ่านไป จึงไม่ได้ให้ผลลัพธ์แบบถาวร ถ้าในอนาคตอยากรักษารูปทรงคางไว้ สามารถมาพบแพทย์ให้ประเมินได้ค่ะ


รีวิวฉีดฟิลเลอร์คาง คุณแป้ง ควรรู้อะไรบ้าง?

จากที่ปรึกษากับคุณหมอก็ได้รู้ข้อมูลหลาย ๆ อย่างก่อนตัดสินใจ ถ้าใครรู้สึกว่าตัวเองคางสั้น คางถอย หรืออยากปรับสัดส่วนใบหน้า แต่ยังไม่อยากผ่าตัด ฟิลเลอร์คางก็เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่สามารถนำไปปรึกษาแพทย์ได้ค่ะ

แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะเหมาะกับการฉีดฟิลเลอร์ เพราะบางคนอาจมีปัญหาด้านโครงสร้างกระดูกหรือการสบฟัน หรือต้องการเปลี่ยนรูปคางค่อนข้างมาก ซึ่งอาจมีวิธีอื่นที่เหมาะสมกว่า

นอกจากนี้ หากกำลังตั้งครรภ์ ให้นมบุตร มีโรคประจำตัว มีประวัติแพ้ยา หรือกำลังรับประทานยาและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ก็ควรแจ้งแพทย์ให้ครบถ้วนก่อนตัดสินใจทำค่ะ


รีวิวฟิลเลอร์คางแบบเห็นเต็มใบหน้า เคสคุณแป้ง ปรับรูปหน้า V-Shape ละมุนทุกมุมมอง
รีวิวฉีดฟิลเลอร์คาง Before & After เคสคุณแป้ง แสดงภาพเต็มใบหน้าทุกมุมมอง ช่วยปรับมิติปลายคางให้ยาวเรียวสมส่วน ได้รูปหน้า V-Shape ละมุนและเป็นธรรมชาติครับ

สรุป รีวิวฉีดฟิลเลอร์คาง คุณแป้ง

จากรีวิวฉีดฟิลเลอร์คาง คุณแป้ง สรุปได้ว่าการตัดสินใจฉีดฟิลเลอร์คางครั้งนี้ เริ่มจากความรู้สึกว่าช่วงคางค่อนข้างสั้น โดยเฉพาะเวลามองจากมุมเฉียงและด้านข้าง จึงอยากลองปรับสัดส่วนบริเวณนี้ให้เข้ากับใบหน้ามากขึ้น

สิ่งที่ตั้งใจตั้งแต่แรกคือไม่อยากเปลี่ยนรูปหน้าจนมากเกินไป แต่ต้องการเพิ่มมิติให้คางในระดับที่เหมาะกับโครงหน้าเดิม

จากประสบการณ์ครั้งนี้ สิ่งที่คุณแป้งอยากฝากสำหรับคนที่กำลังหาข้อมูลคือ อย่าเพิ่งตัดสินใจจากแค่ว่าอยากฉีดกี่ CC หรืออยากได้คางเหมือนรีวิวของใคร เพราะโครงสร้างใบหน้าของแต่ละคนไม่เหมือนกัน

ลองเริ่มจากถามตัวเองก่อนว่าเราไม่มั่นใจตรงไหน จากนั้นนำความต้องการไปปรึกษาแพทย์ เพื่อประเมินว่าฟิลเลอร์คางเหมาะกับเราหรือไม่

สุดท้ายควรเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน ตรวจสอบผลิตภัณฑ์ก่อนฉีด และเข้ารับบริการกับแพทย์ที่มีใบอนุญาต เพราะนอกจากเรื่องความสวยงามแล้ว ความปลอดภัยก็เป็นสิ่งที่ควรให้ความสำคัญไม่แพ้กันค่ะ

ฉีดฟิลเลอร์คาง ยี่ห้อไหนดี เลือกอย่างไรให้เหมาะกับทรงหน้า?

การเลือกยี่ห้อฟิลเลอร์คางควรพิจารณาจากค่าความยืดหยุ่น (Elasticity) และความคงตัวสูง เพื่อให้สามารถปั้นทรงคางได้สวย คมชัด และไม่ไหลย้อยครับ
Juvederm Voluma / Volux: เด่นเรื่องความคงตัว ปั้นทรงง่าย เหมาะกับการปรับรูปหน้าและฉีดหนุนกระดูกคาง ให้ผลลัพธ์เป็นธรรมชาติ ยูไนเต็ดสเตตส์มาตรฐาน US FDA
Restylane Perlane Lyft / Defyne: ยอดนิยมสำหรับงานปรับโครงสร้างคาง มีความคงตัวสูง ไม่เป็นก้อน และยกกระชับผิวได้ดี
Belotero Intense / Volume: ให้ความหนาแน่นกำลังดี ปั้นทรงคางสวย กลมกลืนไปกับชั้นผิว
การเลือกยี่ห้อและปริมาณ cc ที่เหมาะสม แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะประเมินจากโครงหน้าเดิมและความต้องการของแต่ละบุคคลครับผม

ฉีดฟิลเลอร์คางกี่ cc ถึงจะเห็นผลลัพธ์ชัดเจนและดูเป็นธรรมชาติ?

โดยปกติการปรับรูปคางจะใช้ฟิลเลอร์ประมาณ 1 - 2 cc ก็สามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนได้แล้วครับ
• ใช้ 1 cc: เหมาะสำหรับผู้ที่มีฐานคางเดิมอยู่แล้ว แต่ต้องการเติมปลายคางให้ยาวขึ้นเล็กน้อย หรือปรับทรงคางให้ละมุนขึ้น
• ใช้ 2 cc ขึ้นไป: เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาคางสั้นมาก คางตัด หรือคางถอยไปด้านหลัง เพื่อเสริมโครงสร้างคางให้รับกับมุมปากและจมูก
ทั้งนี้ แพทย์จะทำการประเมินสัดส่วนใบหน้า (Golden Ratio) ก่อนฉีดทุกครั้ง เพื่อไม่ให้เติมมากเกินไปจนคางยาวหรือเป็นย้อยเป็นแม่มดครับผม

ฉีดฟิลเลอร์คางเจ็บไหม อยู่ได้นานแค่ไหนกว่าจะสลาย?

ขณะฉีดฟิลเลอร์จะรู้สึกเจ็บเพียงเล็กน้อยครับ เนื่องจากก่อนทำมีการแปะยาชา และในตัวเนื้อฟิลเลอร์รุ่นใหม่ๆ มักมีส่วนผสมของยาชา (Lidocaine) อยู่แล้ว ทำให้รู้สึกสบายตัวตลอดการรักษาครับ
• ผลลัพธ์หลังฉีด: สามารถอยู่ได้นานประมาณ 12 - 24 เดือน ขึ้นอยู่กับยี่ห้อฟิลเลอร์ที่เลือกใช้ และการดูแลตัวเองหลังฉีด
• การสลายตัว: ฟิลเลอร์แท้ประเภท Hyaluronic Acid จะค่อยๆ สลายตัวไปเองตามธรรมชาติ โดยไม่ทิ้งสารตกค้าง หรือหากต้องการแก้ไขก็สามารถใช้สารย่อยสลายฟิลเลอร์ (Hyaluronidase) ฉีดสลายได้ทันทีครับผม

วิธีดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์คาง เพื่อให้ทรงสวยและอยู่นาน ต้องทำอย่างไร?

การปฏิบัติตนหลังฉีดฟิลเลอร์คางอย่างถูกต้องจะช่วยให้ฟิลเลอร์เข้าทรงได้เร็วและลดโอกาสการอักเสบครับ
• หลีกเลี่ยงการจับ บีบ นวด หรือเท้าคางแรงๆ ในช่วง 1 - 2 สัปดาห์แรก เพื่อป้องกันฟิลเลอร์เคลื่อนผิดทรง
• งดดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ และอาหารรสจัด/หมักดอง รวมถึงกิจกรรมที่ต้องเจอร้อนจัด เช่น อบซาวน่า เป็นเวลาอย่างน้อย 3 - 7 วัน
• ดื่มน้ำสะอาดให้มากๆ วันละ 1.5 - 2 ลิตร เพราะสาร Hyaluronic Acid อุ่มน้ำได้ดี ซึ่งจะช่วยให้ฟิลเลอร์ฟูสวย ละมุนยิ่งขึ้นครับผม

ลิงก์อ้างอิงทางการแพทย์:
* ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับเฉพาะบุคคล
* เงื่อนไขตามบริษัทฯ กำหนด
* ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลง*
แนะนำให้สอบถามกับเจ้าหน้าที่ก่อนเข้ารับบริการ
เพื่อความชัวร์และได้สิทธิ์ที่คุ้มที่สุดค่ะ
ปรึกษาฟรี พร้อมรับ โปรโมชั่นพิเศษ ก่อนใคร
เรื่อง รีวิวจากผู้ใช้บริการจริง ที่คุณอาจสนใจ
pixel