ฟิลเลอร์ Biohyalux คืออะไร ฉีดจุดไหนได้บ้าง แตกต่างจากยี่ห้ออื่นอย่างไร
เขียนโดย: ทีมผู้เชี่ยวชาญ ROMRAWIN CLINIC
ฟิลเลอร์ Biohyalux , Biohyalux
ฟิลเลอร์ Biohyalux ช่วยเรื่องอะไร เหมาะกับใคร อันตรายหรือไม่
ฟิลเลอร์ Biohyalux เป็นฟิลเลอร์น้องใหม่ที่กำลังได้รับความนิยม เพราะตอบโจทย์ในเรื่องของความหลากหลายในการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นการเติมเต็มใต้ตา เติมขมับ หรือเพิ่มมิติให้คาง
ฟิลเลอร์ Biohyalux มีเทคโนโลยีการผลิตที่มีคุณภาพและประสิทธิภาพสูง ช่วยให้เนื้อเจลเสถียร ไม่ไหล ไม่ยุบง่าย อยู่ได้นาน บทความนี้รวบรวมข้อมูลทั้งหมดของ ฟิลเลอร์ Biohyalux มีทั้งหมดกี่รุ่น เหมาะกับปัญหาแบบไหน เพื่อประกอบการตัดสินใจในการทำหัตถการนี้
รวมทุกหัวข้อเกี่ยวกับฟิลเลอร์ Biohyalux
- ฟิลเลอร์ Biohyalux มีหลักการทำงานอย่างไร
- ฟิลเลอร์ Biohyalux อันตรายหรือไม่
- วิธีเช็ค ฟิลเลอร์ Biohyalux ของแท้
- ฟิลเลอร์ Biohyalux มีจุดเด่นอย่างไร
- ฟิลเลอร์ Biohyalux มีข้อดีอะไรบ้าง
- ฟิลเลอร์ Biohyalux มีข้อควรระวังอะไรบ้าง
- ฟิลเลอร์ Biohyalux มีทั้งหมดกี่รุ่น ต่างกันอย่างไร
- ฟิลเลอร์ Biohyalux ฉีดบริเวณไหนได้บ้าง
- ฟิลเลอร์ Biohyalux เหมาะกับใครบ้าง
- ใครควรหลีกเลี่ยงฟิลเลอร์ Biohyalux
- การเตรียมตัวก่อนฉีดฟิลเลอร์ Biohyalux
- การดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์ Biohyalux
- ฟิลเลอร์ Biohyalux อยู่ได้นานแค่ไหน
- สรุปทุกเรื่องเกี่ยวกับฟิลเลอร์ Biohyalux
ฟิลเลอร์ Biohyalux มีหลักการทำงานอย่างไร
Biohyalux เป็นฟิลเลอร์ประเภท ไฮยาลูโรนิก แอซิด (Hyaluronic Acid : HA) ซึ่งเป็นสารที่ร่างกายมนุษย์มีอยู่แล้ว โดยเฉพาะในผิวหนังและเนื้อเยื่อ ทำหน้าที่สำคัญด้าน “การอุ้มน้ำ” และช่วยพยุงให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้น
เมื่ออายุมากขึ้น ปริมาณและคุณภาพของ HA ในผิวมีแนวโน้มลดลง จึงพบปัญหาได้ เช่น ผิวแห้ง ขาดความอิ่มฟู ร่องตื้น ร่องลึกบางตำแหน่ง หรือสัดส่วนใบหน้าดูไม่เต็มเหมือนเดิม การฉีดฟิลเลอร์ Biohyalux จึงเป็นการเติม HA กลับเข้าไปในชั้นผิว ชั้นเนื้อเยื่อที่เหมาะสม เพื่อช่วย เพิ่มวอลุ่ม เติมเต็มร่องลึก และปรับสมดุลรูปหน้า ตามการประเมินของแพทย์
1) หลักการทำงานของฟิลเลอร์ Biohyalux เมื่อฉีดเข้าไป
ฟิลเลอร์ Biohyalux จะมี HA ที่ทำงานหลัก ๆ 2 เรื่องด้วยกัน
• ฟิลเลอร์ Biohyalux ช่วยเติมเต็มเชิงโครงสร้าง (Volume replacement)
ตัวเจลเข้าไป “เพิ่มปริมาตร” ในบริเวณที่ยุบตัวหรือมีร่อง ทำให้ร่องดูตื้นลง และช่วยให้สัดส่วนดูสมดุลขึ้น ทั้งนี้ผลลัพธ์ขึ้นกับตำแหน่ง เทคนิค และปริมาณที่ใช้
• ฟิลเลอร์ Biohyalux เพิ่มความชุ่มชื้นและความอิ่มฟู (Hydration & plumping)
HA มีคุณสมบัติอุ้มน้ำได้ดี จึงช่วยให้ผิวบริเวณนั้นดูอิ่มฟูและชุ่มชื้นขึ้นได้ในหลายเคส
ฟิลเลอร์ Biohyalux มี HA ที่เป็นสารที่สลายได้ตามกระบวนการทำงานของร่างกาย
2) เทคโนโลยีของฟิลเลอร์ Biohyalux
ฟิลเลอร์ Biohyalux มีเทคโนโลีการผลิต ดังนี้
ฟิลเลอร์ Biohyalux มีเทคโนโลยี Biobalance Technology (BioBT)
แนวคิดของเทคโนโลยี Biobalance Technology เป็นการทำให้ HA เป็น “โครงข่ายสามมิติ” คือการเชื่อมโมเลกุล HA ให้เป็นโครงสร้างที่จับตัวกันดีขึ้น ส่งผลให้เจล
• คงรูปได้ดีขึ้นเมื่อวางในชั้นที่เหมาะสม
• กระจายตัวได้สม่ำเสมอมากขึ้นในบางเทคนิค
• มีความเสถียรของรูปทรงมากขึ้นเมื่อเทียบกับ HA ที่ไม่ผ่านการทำให้คงตัว
ฟิลเลอร์ Biohyalux อันตรายหรือไม่
การประเมินว่า ฟิลเลอร์ Biohyalux อันตรายหรือไม่ ต้องมองอย่างรอบด้าน ไม่ใช่ตัดสินใจจากชื่อยี่ห้อเพียงอย่างเดียว เพราะฟิลเลอร์ทุกชนิดจัดเป็นหัตถการที่ “มีความเสี่ยง” แต่เป็นความเสี่ยงที่สามารถ ควบคุมได้ หากใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นของแท้และฉีดโดยแพทย์
1) Biohyalux อยู่ในกลุ่มฟิลเลอร์ที่ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย
Biohyalux เป็นฟิลเลอร์ในกลุ่ม Hyaluronic Acid (HA) ซึ่งเป็นสารที่พบได้ตามร่างกายมนุษย์ โดยเฉพาะในผิวหนังและเนื้อเยื่อ จึงมีความเข้ากันได้กับร่างกายค่อนข้างดี
จุดสำคัญของ HA ในฟิลเลอร์ Biohyalux คือ
• สามารถ สลายตัวได้ตามกลไกของร่างกาย
• ในกรณีที่เกิดปัญหาหรือจำเป็นต้องแก้ไข แพทย์สามารถวางแผนการรักษาเพิ่มเติมได้
2) ฟิลเลอร์ Biohyalux ควรดูจากอะไรบ้างเพื่อไม่ให้อันตรายต่อผิว
ในทางปฏิบัติ แพทย์จะพิจารณาความปลอดภัยจากองค์ประกอบหลัก 4 ด้าน
• ความถูกต้องของผลิตภัณฑ์
ต้องเป็นฟิลเลอร์ที่นำเข้าอย่างถูกกฎหมาย มีฉลาก เลขล็อต วันหมดอายุ และแหล่งที่มาชัดเจน รุ่นที่ใช้ต้องตรงกับเอกสารกำกับ ไม่ใช่แค่ชื่อแบรนด์เดียวกันแต่เป็นคนละรุ่น
• มาตรฐานการผลิตและการควบคุมคุณภาพ
ฟิลเลอร์ที่ดีต้องผ่านกระบวนการผลิตที่ควบคุมความบริสุทธิ์ของ HA อย่างสม่ำเสมอ ลดสิ่งปนเปื้อน และมีความเสถียรของเนื้อเจล ซึ่งทั้งหมดนี้ส่งผลต่อการตอบสนองของเนื้อเยื่อหลังฉีดฟิลเลอร์ Biohyalux
• ประสบการณ์และเทคนิคของแพทย์
ความเสี่ยงที่รุนแรงจากการฉีดฟิลเลอร์มักไม่ได้เกิดจากตัวยาโดยตรง แต่เกิดจาก การเลือกตำแหน่งหรือชั้นผิวไม่เหมาะสม การฉีดฟิลเลอร์ Biohyalux ในปริมาณหรือแรงดันที่ไม่ถูกต้อง
• การคัดกรองและดูแลผู้รับบริการ
สุขภาพผิว ประวัติการแพ้ โรคประจำตัว หรือการอักเสบในบริเวณที่จะฉีด ล้วนมีผลต่อความเสี่ยง จึงต้องมีการประเมินก่อนทำ และให้คำแนะนำหลังทำอย่างเหมาะสม
3) ผลข้างเคียงที่พบได้
หลังฉีดฟิลเลอร์ Biohyalux อาจพบอาการ เช่น
• บวม แดง ช้ำ หรือกดเจ็บในช่วงแรก
• ความตึงหรือรู้สึกเป็นก้อนเล็กน้อยในบางตำแหน่ง
อาการเหล่านี้ถือเป็นปฏิกิริยาที่พบได้ และมักค่อย ๆ ดีขึ้นตามเวลา ทั้งนี้ความรุนแรงและระยะเวลาฟื้นตัวแตกต่างกันในแต่ละบุคคล
หากมีอาการผิดปกติรุนแรง เช่น ปวดมาก สีผิวเปลี่ยนชัดเจน ชาเฉพาะจุด หรือการมองเห็นผิดปกติ ควรรีบกลับไปพบแพทย์ทันที
วิธีเช็ค ฟิลเลอร์ Biohyalux ของแท้
การตรวจสอบว่าเป็น ฟิลเลอร์ Biohyalux แท้หรือไม่ ควรทำแบบเป็นขั้นตอน เพราะของปลอมหรือของหลุดนอกระบบอาจเลียนแบบกล่องได้ใกล้เคียงมาก สิ่งที่ควรเช็กคือ เอกสารกำกับ ข้อมูลระบุตัวตนสินค้า ระบบสแกนยืนยันสภาพซีล ช่องทางยืนยันกับผู้นำเข้า และควรตรวจสอบทั้งหมด ก่อนแกะและก่อนฉีดฟิลเลอร์ Biohyalux เพื่อไม่ให้เป็นอันตรายต่อผิว
1) ตรวจเอกสารและสถานะการขึ้นทะเบียนในไทย
• กล่องฟิลเลอร์ Biohyalux ควรมี เลขทะเบียน อย. และมี เอกสารกำกับ ฉลากภาษาไทย ระบุข้อมูลสำคัญครบถ้วน
• รายละเอียดที่ควรเห็นชัด ได้แก่ ชื่อผลิตภัณฑ์ รุ่น/ขนาด ผู้ผลิต และข้อมูลผู้นำเข้าในประเทศไทย
2) เช็ก Lot วันผลิต และให้ “ตรงกันทุกจุด”
• บนกล่องต้องมี เลข Lot และ วันที่ผลิต (รวมถึงวันหมดอายุ)
• จุดสำคัญคือ “ตัวเลขต้องสอดคล้องกัน” ระหว่าง
- ข้อมูลที่พิมพ์บนกล่อง
- ข้อมูลที่แสดงหลังสแกน QR
- เอกสารกำกับ/สติกเกอร์กำกับสินค้า (ถ้ามี)
3) ดูซีลฝากล่องให้ครบทั้งสองด้าน
• ฝากล่องควรมี สติกเกอร์กันเปิด หรือซีลที่ทำให้เห็นชัดว่า เคยถูกเปิดแล้วหรือยัง
• ควรตรวจกล่องฟิลเลอร์ Biohyalux ให้ครบทั้ง 2 ด้าน และสภาพซีลต้องเรียบร้อย ไม่ย่น ไม่หลุด ไม่เหมือนถูกเปิดซ้ำ
4) ตรวจสติกเกอร์ Hologram และระบบสแกนยืนยัน
ด้านหน้ากล่องจะมี สติกเกอร์ Hologram และมักมี QR Code สำหรับตรวจสอบ เมื่อสแกน ควรขึ้นข้อมูลยืนยันตัวตนสินค้าได้ชัดเจน เช่น
• แสดงโลโก้ เครื่องหมายของผู้นำเข้า และสถานะการใช้งาน (เช่น “ยังไม่ถูกเปิดใช้งาน”)
• ข้อมูลคลินิกผู้สั่งซื้อ หรือข้อมูลการกระจายสินค้า และเลข QR ที่สัมพันธ์กับหน้ากล่อง
• รูป/ชื่อผลิตภัณฑ์ รุ่น/ขนาด เลข Lot
• วันผลิต วันหมดอายุ และข้อมูลวันนำเข้า (ถ้ามีแสดง)
• ระบุผู้ผลิตและผู้นำเข้าในไทยอย่างชัดเจน พร้อมที่อยู่/ช่องทางติดต่อ
5) ยืนยันกับผู้นำเข้าได้โดยตรง
หากต้องการความมั่นใจเพิ่ม สามารถ โทรตรวจสอบเลข Lot กับบริษัทผู้นำเข้าได้โดยตรงที่หมายเลข 065 692 8987 โดยให้ข้อมูล Lot รุ่น วันหมดอายุประกอบ
ฟิลเลอร์ Biohyalux มีจุดเด่นอย่างไร
Biohyalux ฟิลเลอร์ มีจุดเด่นที่แตกต่างจากฟิลเลอร์ทั่วไปดังนี้
1) โครงสร้างเจลที่ทำให้คงรูปได้ดี และเสถียรกว่าการเป็น HA แบบธรรมดา
Biohyalux เป็นฟิลเลอร์กลุ่ม HA ที่ผ่านกระบวนการทำให้ “อยู่ตัว” ด้วยการเชื่อมโมเลกุล (crosslink) เพื่อให้เจลมีโครงสร้างที่แข็งแรงขึ้น ไม่สลายง่าย และช่วยพยุงรูปทรงในตำแหน่งที่ต้องการวอลุ่มได้ดี
2) Biohyalux เป็นฟิลเลอร์แบบ Biphasic
ฟิลเลอร์ Biohyalux จัดอยู่ในกลุ่ม Biphasic filler ซึ่งเป็นการผสมคุณสมบัติของ HA ที่มีความคงตัว (crosslinked) กับ HA ที่คงความนุ่มและยืดหยุ่น (non-crosslinked) ในเนื้อเจลเดียวกัน
3) Biohyalux เป็นฟิลเลอร์ ที่ใช้เทคโนโลยี BioBT และแนวคิดโครงข่าย 3 มิติ (3D Network)
• ทำให้เนื้อเจลมีความสม่ำเสมอ
• เพิ่มความคงตัวของเจลเมื่อวางในชั้นผิวที่ถูกต้อง
• ช่วยให้ผลลัพธ์ดูเนียนขึ้นและคงรูปได้นานขึ้น
4) Biohyalux เป็นฟิลเลอร์ที่มี สภาวะของเจลแบบ Isotonic / Isonic gel และเรื่องบวมหลังฉีด
อีกประเด็นของฟิลเลอร์ Biohyalux ที่เป็นจุดเด่นคือ “สภาวะของเจลใกล้เคียงสมดุลกับเนื้อเยื่อ
เมื่อสารที่ฉีดมีสภาวะใกล้เคียงกับของเหลวในร่างกาย โอกาสที่ร่างกายจะ “ดึงน้ำ” เข้าบริเวณนั้นมากผิดปกติอาจลดลงในบางราย จึงมีคนสังเกตว่าอาการบวมหลังฉีดน้อยลง
แต่อาการบวม ช้ำหลังฉีดฟิลเลอร์ Biohyalux ยังเกิดขึ้นได้ เพราะเป็นผลจากเข็ม การฉีด และการตอบสนองเฉพาะบุคคล
การบวมมากหรือน้อยขึ้นกับตำแหน่ง เทคนิค และสภาพเส้นเลือดของแต่ละคน ไม่ใช่แค่ชนิดฟิลเลอร์อย่างเดียว
5) ผลลัพธ์หลังฉีดฟิลเลอร์ Biohyalux ดูละมุนไม่แข็งตึง
เมื่อเจลมีความสม่ำเสมอและคงตัวดี แพทย์มักสามารถควบคุมการวางเจลได้ชัดขึ้น ส่งผลให้การปรับสัดส่วนใบหน้า “ดูพอดี” และลดภาวะการฉีดฟิลเลอร์แล้วเป็นก้อนได้
ฟิลเลอร์ Biohyalux มีข้อดีอะไรบ้าง
• ฟิลเลอร์ Biohyalux เป็นฟิลเลอร์ในกลุ่ม Hyaluronic Acid (HA) ซึ่งเป็นสารที่พบได้ในร่างกาย จึงมีความเข้ากันได้กับเนื้อเยื่อดีเมื่อใช้อย่างเหมาะสม
• ฟิลเลอร์ Biohyalux มีเนื้อฟิลเลอร์ถูกออกแบบให้มี ความคงตัวและความยืดหยุ่นสมดุลกัน ช่วยให้พยุงรูปทรงได้ดี แต่ยังคงการเคลื่อนไหวของใบหน้าได้
• ฟิลเลอร์ Biohyalux มีโครงสร้างเจลมีความสม่ำเสมอ ทำให้แพทย์สามารถ ควบคุมการวางตำแหน่งและการกระจายตัวของฟิลเลอร์ได้
• ฟิลเลอร์ Biohyalux เป็นฟิลเลอร์ประเภท Biphasic ซึ่งผสานคุณสมบัติของ HA ที่คงรูปกับ HA ที่นุ่ม จึงเหมาะกับงานปรับรูปหน้าที่ต้องการทั้งวอลุ่มและความเนียน
• ฟิลเลอร์ Biohyalux ช่วยให้ผลลัพธ์หลังฉีด ดูเรียบเนียน ไม่เป็นก้อนง่าย เมื่อเลือกชั้นผิวและเทคนิคการฉีดได้เหมาะสม
• ฟิลเลอร์ Biohyalux มีเนื้อเจลถูกพัฒนาให้ใกล้เคียงสมดุลกับเนื้อเยื่อ จึงอาจพบว่า อาการบวมน้ำหลังฉีดไม่มากในบางราย (ทั้งนี้ขึ้นกับบุคคลและตำแหน่งที่ฉีด)
• ฟิลเลอร์ Biohyalux สามารถ สลายตัวได้ตามเวลา และอยู่ภายใต้แนวทางการแก้ไขทางการแพทย์
• ฟิลเลอร์ Biohyalux เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการ ผลลัพธ์ที่ไม่แข็งตึงจนเกินไป และต้องการการปรับสัดส่วนใบหน้าอย่างพอดี
ฟิลเลอร์ Biohyalux มีข้อควรระวังอะไรบ้าง
แม้ Biohyalux จะเป็นฟิลเลอร์กลุ่ม Hyaluronic Acid (HA) ที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย แต่การฉีดฟิลเลอร์ถือเป็นหัตถการทางการแพทย์ จึงมีข้อควรระวังที่ควรเข้าใจก่อนตัดสินใจ ดังนี้
1) ต้องใช้ผลิตภัณฑ์ที่ถูกต้องและตรวจสอบได้
ควรตรวจสอบว่าเป็นฟิลเลอร์ Biohyalux แท้ มีเอกสารกำกับ เลขทะเบียน อย. เลข Lot และวันหมดอายุชัดเจน รวมถึงเปิดกล่องและหลอดต่อหน้า เพื่อหลีกเลี่ยงของปลอมหรือของที่ไม่ได้เก็บรักษาอย่างเหมาะสม
2) ควรฉีดฟิลเลอร์ Biohyalux โดยแพทย์เท่านั้น
การฉีดฟิลเลอร์ Biohyalux ต้องอาศัยความเข้าใจโครงสร้างเส้นเลือดและชั้นผิว หากฉีดโดยผู้ที่ไม่ใช่แพทย์ อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน เช่น การอุดตันหลอดเลือดหรือเนื้อเยื่อขาดเลือด
3) ต้องประเมินตำแหน่งและชนิดฟิลเลอร์ให้เหมาะสม
ฟิลเลอร์ Biohyalux แต่ละรุ่นมีคุณสมบัติแตกต่างกัน ไม่เหมาะกับทุกตำแหน่ง การเลือกใช้ผิดประเภทหรือฉีดในชั้นผิวที่ไม่เหมาะสม อาจทำให้เกิดก้อน ผิวไม่เรียบ wfh
4) ไม่ควรคาดหวังผลลัพธ์เกินจริงหลังฉีดฟิลเลอร์ Biohyalux
ฟิลเลอร์ Biohyalux ช่วยเติมเต็มและปรับสัดส่วนใบหน้าได้ในระดับหนึ่ง ไม่สามารถเปลี่ยนโครงสร้างใบหน้าอย่างถาวร ผลลัพธ์ขึ้นกับสภาพผิวเดิม โครงสร้างใบหน้า และการตอบสนองของแต่ละบุคคล
5) ต้องเข้าใจผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น
หลังฉีดฟิลเลอร์ Biohyalux อาจมีอาการบวม แดง ช้ำ กดเจ็บ หรือรู้สึกตึงในช่วงแรก ซึ่งมักค่อย ๆ ดีขึ้นตามเวลา หากมีอาการผิดปกติรุนแรง เช่น ปวดมาก สีผิวเปลี่ยน หรือชาผิดปกติ ควรรีบพบแพทย์ทันที
6) ผู้ที่มีภาวะบางอย่างควรแจ้งแพทย์ล่วงหน้า
ก่อนฉีดฟิลเลอร์ Biohyalux ต้องแจ้งข้อมูลสำคัญกับแพทย์ เช่น มีโรคประจำตัวบางชนิด ประวัติแพ้ยา ตั้งครรภ์ ให้นมบุตร มีการอักเสบหรือติดเชื้อบริเวณที่จะฉีด เพื่อให้แพทย์ประเมินความเหมาะสมก่อนทำหัตถการ
7) การดูแลหลังฉีดฟิลเลอร์ Biohyalux มีผลต่อผลลัพธ์
ควรหลีกเลี่ยงการกด นวดแรง ความร้อนจัด การออกกำลังกายหนัก หรือการดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงแรก และปฏิบัติตามคำแนะนำแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อลดโอกาสเกิดผลข้างเคียง
ฟิลเลอร์ Biohyalux มีทั้งหมดกี่รุ่น ต่างกันอย่างไร
ฟิลเลอร์ Biohyalux มีทั้งหมด 4 รุ่น ซึ่งพัฒนาคุณสมบัติของเนื้อฟิลเลอร์ให้เหมาะกับการใช้งานใน “ระดับความลึกของผิว” และ “วัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน” แพทย์จะเป็นผู้ประเมินและเลือกใช้ฟิลเลอร์ Biohyalux รุ่นที่เหมาะสมกับตำแหน่งและปัญหาของแต่ละบุคคล โดยสีของกล่องช่วยให้จดจำรุ่นได้ง่ายขึ้นเท่านั้น ไม่ได้เป็นตัวชี้วัดคุณภาพ
1) BIOHYALUX Fine Line (กล่องสีฟ้า)
เป็นฟิลเลอร์ Biohyalux รุ่นที่ออกแบบมาสำหรับการใช้งานใน ผิวชั้นตื้น
ลักษณะเด่น
• เนื้อฟิลเลอร์มีความละเอียดและนุ่ม
• กระจายตัวได้ดี เหมาะกับบริเวณที่ผิวบาง
2) BIOHYALUX Lips (กล่องสีชมพู)
เป็นฟิลเลอร์ Biohyalux พัฒนามาเพื่อการใช้งานบริเวณ ริมฝีปากโดยเฉพาะ
ลักษณะเด่น
• เนื้อฟิลเลอร์มีความยืดหยุ่นสูง
• รองรับการเคลื่อนไหวของริมฝีปากได้ดี
3) BIOHYALUX Derm Lines (กล่องสีม่วง)
เป็นฟิลเลอร์ Biohyalux รุ่นที่เหมาะกับ ริ้วรอยระดับปานกลาง
ลักษณะเด่น
• เนื้อฟิลเลอร์มีความคงตัวมากขึ้น
• ช่วยพยุงผิวในบริเวณที่มีการยุบตัวชัดเจนกว่าริ้วรอยตื้น
4) BIOHYALUX Deep Dermis (กล่องสีทอง)
เป็นรุ่นฟิลเลอร์ Biohyalux ที่ออกแบบสำหรับ การฉีดในผิวชั้นลึก
ลักษณะเด่น
• เนื้อฟิลเลอร์มีความแน่นและคงรูปสูง
• เหมาะกับการเสริมโครงสร้างและปรับสัดส่วนใบหน้า
ฟิลเลอร์ Biohyalux ฉีดบริเวณไหนได้บ้าง
ฟิลเลอร์ Biohyalux เป็นฟิลเลอร์กลุ่ม Hyaluronic Acid (HA) ที่มีหลายรุ่นให้เลือกใช้ตามระดับความลึกและวัตถุประสงค์ของการรักษา จึงสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ในหลายตำแหน่งบนใบหน้า ทั้งนี้การเลือกตำแหน่งและรุ่นฟิลเลอร์ต้องผ่านการประเมินโดยแพทย์เป็นหลัก
บริเวณที่นิยมใช้ฟิลเลอร์ Biohyalux
ฟิลเลอร์ Biohyalux นิยมฉีดบริเวณใต้ตา
ช่วยเติมเต็มร่องลึกใต้ตา ลดความโหลหรือเงาคล้ำในบางราย ทำให้บริเวณรอบดวงตาดูสดใสขึ้น โดยต้องเลือกเนื้อฟิลเลอร์ที่เหมาะกับผิวบางเป็นพิเศษ
ฟิลเลอร์ Biohyalux นิยมฉีดบริเวณขมับ
ใช้เติมเต็มขมับที่ยุบตัว ช่วยปรับสัดส่วนใบหน้าให้ดูสมดุลและละมุนมากขึ้น
ฟิลเลอร์ Biohyalux นิยมฉีดบริเวณหน้าผาก
ช่วยปรับผิวหน้าผากให้ดูเรียบเนียน ลดรอยพับหรือความไม่สม่ำเสมอของผิว และเพิ่มความโค้งมนตามโครงหน้า
ฟิลเลอร์ Biohyalux นิยมฉีดบริเวณร่องแก้ม
ใช้เติมเต็มร่องลึกบริเวณข้างจมูกและมุมปาก ทำให้ใบหน้าดูละมุนขึ้นและลดความลึกของร่องที่เกิดจากอายุหรือการแสดงสีหน้า
ฟิลเลอร์ Biohyalux นิยมฉีดบริเวณแก้มส้ม แก้มส่วนหน้า
ช่วยเพิ่มความอิ่มฟูให้ใบหน้าดูสดใส ไม่โทรม และช่วยพยุงผิวบริเวณกลางหน้าในบางเคส
ฟิลเลอร์ Biohyalux นิยมฉีดบริเวณจมูก
ใช้ปรับแนวสันจมูกหรือความเรียบของรูปทรงในระดับที่เหมาะสม ต้องอาศัยประสบการณ์ของแพทย์และการประเมินโครงสร้างอย่างรอบคอบ
ฟิลเลอร์ Biohyalux นิยมฉีดบริเวณคาง
ช่วยปรับรูปคางให้ได้สัดส่วนมากขึ้น เพิ่มความยาวหรือความคมชัดของแนวคางตามความเหมาะสมของใบหน้าแต่ละคน
ฟิลเลอร์ Biohyalux นิยมฉีดบริเวณกรอบหน้า
ใช้เสริมแนวกรอบหน้าให้ดูชัดขึ้น ช่วยปรับสัดส่วนช่วงล่างของใบหน้าให้สมดุล
ฟิลเลอร์ Biohyalux นิยมฉีดบริเวณริมฝีปาก
ช่วยเพิ่มวอลุ่มริมฝีปากให้ดูอิ่มขึ้น ปรับขอบปากให้ชัด และเพิ่มความชุ่มชื้นของริมฝีปาก
ฟิลเลอร์ Biohyalux นิยมฉีดบริเวณยกมุมปาก
ใช้ปรับมุมปากที่ตกให้ดูยิ้มละมุน ลดลักษณะใบหน้าที่ดูเคร่งหรือเหนื่อยล้า
ฟิลเลอร์ Biohyalux เหมาะกับใครบ้าง
ฟิลเลอร์ Biohyalux เป็นฟิลเลอร์กลุ่ม Hyaluronic Acid (HA) ที่มีหลายรุ่นให้แพทย์เลือกใช้ตามปัญหาและชั้นผิว จึงเหมาะกับผู้ที่มีความต้องการแก้ไขผิวและรูปหน้าในหลายลักษณะ ดังนี้
ฟิลเลอร์ Biohyalux เหมาะกับผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อยหรือร่องลึกจากวัย
ฟิลเลอร์ Biohyalux เหมาะกับผู้ที่เริ่มมีการยุบตัวของผิว ทำให้เกิดร่องลึกหรือใบหน้าดูโทรม ฟิลเลอร์สามารถช่วยเติมเต็มและพยุงผิวในบางตำแหน่งให้ดูตึงขึ้นตามความเหมาะสม
ฟิลเลอร์ Biohyalux เหมาะกับผู้ที่มีริ้วรอยตื้นหรือเส้นเล็ก ๆ บนใบหน้า
เช่น บริเวณรอบดวงตา หน้าผาก หรือผิวชั้นตื้น ฟิลเลอร์รุ่นที่มีเนื้อละเอียดสามารถช่วยให้ผิวดูเรียบขึ้นและดูสดใสขึ้นได้
ฟิลเลอร์ Biohyalux เหมาะกับผู้ที่ต้องการปรับสัดส่วนใบหน้า
เหมาะกับผู้ที่ต้องการเติมเต็มบางจุด เช่น คาง ขมับ แก้ม หรือกรอบหน้า เพื่อให้ใบหน้าดูสมดุลและได้รูปมากขึ้น โดยไม่เน้นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนเกินไป
ฟิลเลอร์ Biohyalux เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาร่องใต้ตาลึกหรือถุงใต้ตา
ฟิลเลอร์ Biohyalux สามารถช่วยเติมเต็มร่องลึกใต้ตาในบางเคส ทำให้ใบหน้าดูไม่เหนื่อยล้า ทั้งนี้ต้องอาศัยการประเมินอย่างละเอียดจากแพทย์ เนื่องจากเป็นบริเวณที่ผิวบางและซับซ้อน
ฟิลเลอร์ Biohyalux เหมาะกับผู้ที่ต้องการแก้ไขริมฝีปากหรือปากบาง
เหมาะกับผู้ที่ต้องการเพิ่มวอลุ่มริมฝีปาก ปรับขอบปาก หรือทำให้ริมฝีปากดูชุ่มชื้นและอิ่มขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
ฟิลเลอร์ Biohyalux เหมาะกับผู้ที่ต้องการเพิ่มความชุ่มชื้นและความอิ่มฟูให้ผิว
ด้วยคุณสมบัติของ HA ที่ช่วยอุ้มน้ำ ฟิลเลอร์บางรุ่นสามารถช่วยให้ผิวดูฉ่ำ สุขภาพดี และดูมีน้ำมีนวลมากขึ้นในบางบริเวณ
ฟิลเลอร์ Biohyalux เหมาะกับผู้ที่มีปัญหารูขุมขนกว้างหรือผิวไม่เรียบจากหลุมสิว
ในบางกรณี แพทย์อาจพิจารณาใช้ฟิลเลอร์ร่วมกับเทคนิคที่เหมาะสม เพื่อช่วยปรับพื้นผิวให้ดูเรียบขึ้น ทั้งนี้ผลลัพธ์ขึ้นกับลักษณะผิวและการตอบสนองของแต่ละบุคคล
ใครควรหลีกเลี่ยงฟิลเลอร์ Biohyalux
• ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตรควรหลีกเลี่ยงฟิลเลอร์ Biohyalux
• ผู้ที่มีการอักเสบ ติดเชื้อ หรือมีแผลบริเวณที่จะฉีดฟิลเลอร์ Biohyalux
เช่น สิวอักเสบ ผื่น แผลเปิด ควรรักษาให้หายก่อน เพื่อป้องกันการติดเชื้อแทรกซ้อน
• ผู้ที่มีประวัติแพ้สารเติมเต็มหรือแพ้ Hyaluronic Acid ควรหลีกเลี่ยงฟิลเลอร์ Biohyalux
• ผู้ที่มีโรคภูมิคุ้มกันผิดปกติ หรือโรคแพ้ภูมิตัวเองบางชนิดควรหลีกเลี่ยงฟิลเลอร์ Biohyalux
• ผู้ที่มีความผิดปกติของการแข็งตัวของเลือด หรือใช้ยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือดควรหลีกเลี่ยงฟิลเลอร์ Biohyalux
• ผู้ที่มีความคาดหวังผลลัพธ์เกินความเป็นจริง
การเตรียมตัวก่อนฉีดฟิลเลอร์ Biohyalux
การเตรียมตัวที่เหมาะสมก่อนฉีดฟิลเลอร์ Biohyalux ช่วยลดความเสี่ยงของผลข้างเคียง และทำให้ผลลัพธ์หลังฉีดเป็นไปตามที่คาดหวังมากขึ้น ควรใส่ใจในรายละเอียดดังต่อไปนี้
1) แจ้งประวัติสุขภาพให้แพทย์ทราบอย่างละเอียด
ควรแจ้งข้อมูลสำคัญ เช่น
• โรคประจำตัว
• ประวัติการแพ้ยา หรือแพ้สารเติมเต็ม
• ยาที่ใช้อยู่เป็นประจำ วิตามิน หรืออาหารเสริม
• ประวัติการทำหัตถการบนใบหน้าก่อนหน้า
2) หลีกเลี่ยงยาหรือสารที่อาจทำให้ร่างกายช้ำ
• ประมาณ 3-7 วันก่อนฉีดฟิลเลอร์ Biohyalux ควรหลีกเลี่ยง
- ยาในกลุ่มที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด (หากไม่ใช่ยาที่แพทย์สั่งประจำ)
- วิตามินหรืออาหารเสริมบางชนิดที่อาจทำให้เลือดออกง่าย
- หากจำเป็นต้องใช้ยาประจำ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนหยุดหรือปรับยา
3) งดแอลกอฮอล์และการสูบบุหรี่ก่อนฉีดฟิลเลอร์ Biohyalux
ควรงดดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 24-48 ชั่วโมงก่อนฉีดฟิลเลอร์ Biohyalux และลดหรือหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ เพื่อลดโอกาสบวม ช้ำ และช่วยให้การฟื้นตัวของผิวเป็นไปได้ดีขึ้น
4) พักผ่อนให้เพียงพอและดูแลผิวให้แข็งแรง
ควรนอนหลับให้เพียงพอ ดื่มน้ำให้เหมาะสม และหลีกเลี่ยงการทำหัตถการหรือทรีตเมนต์ที่ระคายเคืองผิวก่อนฉีด เพื่อให้ผิวอยู่ในสภาพพร้อมรับการรักษา
5) หลีกเลี่ยงการแต่งหน้าหนักในวันฉีดฟิลเลอร์ Biohyalux
ในวันเข้ารับบริการ ควรแต่งหน้าบาง ๆ หรือไม่แต่งหน้า เพื่อช่วยลดความเสี่ยงของการปนเปื้อนเชื้อ และทำให้แพทย์ประเมินสภาพผิวได้ชัดเจนขึ้น
6) เตรียมเวลาเผื่อสำหรับการพักฟื้น
แม้หลายคนสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้หลังฉีดฟิลเลอร์ Biohyalux แต่ควรเผื่อเวลาไว้ในกรณีมีอาการบวม หรือช้ำเล็กน้อย เพื่อไม่ให้กระทบกับกิจกรรมสำคัญ
7) ทำความเข้าใจผลลัพธ์และข้อจำกัดก่อนตัดสินใจ
ควรพูดคุยกับแพทย์เกี่ยวกับ
• ตำแหน่งและปริมาณฟิลเลอร์ที่เหมาะสม
• ผลลัพธ์ที่คาดหวังได้จริง
• ความเสี่ยงและการดูแลหลังฉีดฟิลเลอร์ Biohyalux
การดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์ Biohyalux
การดูแลตัวเองอย่างถูกวิธีหลังฉีดฟิลเลอร์ Biohyalux มีส่วนสำคัญต่อความเรียบเนียนของผลลัพธ์ และช่วยลดโอกาสเกิดผลข้างเคียงที่ไม่จำเป็น แม้ฟิลเลอร์ HA จะเป็นหัตถการที่ฟื้นตัวค่อนข้างเร็ว แต่ช่วงแรกหลังฉีดฟิลเลอร์ Biohyalux ควรดูแลตัวเองเป็นพิเศษ
1) หลีกเลี่ยงการกด นวด หรือจับบริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์ Biohyalux
ในช่วง 24-48 ชั่วโมงแรก ไม่ควรกด คลึง นวด หรือสัมผัสบริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์โดยไม่จำเป็น เพื่อป้องกันการเคลื่อนตัวของฟิลเลอร์และลดการระคายเคืองของเนื้อเยื่อ
2) ลดกิจกรรมที่กระตุ้นความร้อน
ควรหลีกเลี่ยง
• การอบซาวน่า
• การอาบน้ำร้อนจัด
• การออกกำลังกายหนัก
• การโดนความร้อนหรือแสงแดดจัด
• อย่างน้อย 48 ชั่วโมง เพื่อช่วยลดอาการบวมและการอักเสบ
3) งดแอลกอฮอล์และบุหรี่ชั่วคราว
ควรงดดื่มแอลกอฮอล์และลดการสูบบุหรี่ในช่วง 24-48 ชั่วโมงแรก เพราะอาจทำให้อาการบวม ช้ำ หรือการฟื้นตัวของผิวช้าลง
4) สามารถประคบเย็นได้หากมีอาการบวม
หากมีอาการบวม ช้ำ หรือรู้สึกตึง สามารถประคบเย็นเบา ๆ บริเวณใกล้เคียง (ไม่กดตรงจุดฉีด) ในช่วงวันแรก เพื่อช่วยลดอาการได้
5) ดื่มน้ำให้เพียงพอและพักผ่อนให้เหมาะสม
การดื่มน้ำในปริมาณที่เหมาะสมและพักผ่อนให้เพียงพอ ช่วยให้ผิวฟื้นตัวได้ดี และสนับสนุนคุณสมบัติของ HA ในการอุ้มน้ำ
6) หลีกเลี่ยงการแต่งหน้าหนักในวันแรก
ควรงดหรือแต่งหน้าเบา ๆ ในช่วง 24 ชั่วโมงแรก เพื่อลดความเสี่ยงของการระคายเคืองหรือการติดเชื้อบริเวณรูเข็ม
7) สังเกตอาการผิดปกติ
อาการบวม แดง หรือช้ำเล็กน้อยถือว่าเป็นเรื่องที่พบได้และมักดีขึ้นเอง แต่หากมีอาการผิดปกติ เช่น
• ปวดมากผิดปกติ
• สีผิวเปลี่ยนชัดเจน
• ชา หรือรู้สึกตึงรุนแรง
• การมองเห็นผิดปกติ
ควรรีบติดต่อแพทย์หรือกลับไปที่สถานพยาบาลทันที
8) ปฏิบัติตามคำแนะนำเฉพาะของแพทย์
แพทย์อาจให้คำแนะนำเพิ่มเติมตามตำแหน่งที่ฉีดและรุ่นของฟิลเลอร์ ควรปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด และมาตรวจติดตามผลตามนัด
ฟิลเลอร์ Biohyalux อยู่ได้นานแค่ไหน
โดยทั่วไปฟิลเลอร์ Biohyalux จะอยู่ได้นานประมาณ 6-12 เดือน เพราะเป็นฟิลเลอร์กลุ่ม Hyaluronic Acid (HA) ที่ร่างกายค่อย ๆ สลายไปตาม กระบวนการทำงานของร่างกาย
ระยะเวลาที่อยู่ได้นานหรือสั้นขึ้นอยู่กับ
• รุ่นของฟิลเลอร์ที่ใช้
• ตำแหน่งที่ฉีด (จุดที่ขยับบ่อยจะสลายเร็วกว่า)
• การดูแลตัวเองและการเผาผลาญของแต่ละคน
สรุปทุกเรื่องเกี่ยวกับฟิลเลอร์ Biohyalux
ฟิลเลอร์ Biohyalux เป็นฟิลเลอร์กลุ่มไฮยาลูโรนิก แอซิด (HA) ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยเติมเต็ม ปรับสัดส่วนใบหน้า และเพิ่มความอิ่มฟูให้ผิว มีหลายรุ่นให้แพทย์เลือกใช้ตามตำแหน่งและระดับความลึกของผิว
จุดเด่นคือเนื้อฟิลเลอร์มีความคงตัวและยืดหยุ่นสมดุล ช่วยให้ผลลัพธ์ดูเรียบเนียนไม่แข็งตึง ฟิลเลอร์สามารถฉีดได้หลายบริเวณ เช่น ใต้ตา ร่องแก้ม คาง ปาก และกรอบหน้า โดยต้องผ่านการประเมินจากแพทย์ทุกครั้ง ผลลัพธ์โดยทั่วไปอยู่ได้ประมาณ 6-12 เดือน ทั้งนี้ขึ้นกับรุ่น ตำแหน่ง และการดูแลหลังฉีดของแต่ละบุคคล
* เงื่อนไขตามบริษัทฯ กำหนด
แนะนำให้สอบถามกับเจ้าหน้าที่ก่อนเข้ารับบริการ
เพื่อความชัวร์และได้สิทธิ์ที่คุ้มที่สุดค่ะ