นอนกรนเกิดจากอะไร อันตรายแค่ไหน สังเกตอาการเสี่ยงอย่างไร

เขียนโดย: ทีมผู้เชี่ยวชาญ ROMRAWIN CLINIC

นอนกรนเกิดจาก

เปิดอ่าน 3,165

นอนกรนเกิดจากอะไร เรามีสิทธิ์นอนกรนได้ไหม?

หลายคนเข้าใจว่าการนอนกรนเกิดจากการที่เราอ้วน น้ำหนักเกิน เท่านั้น แต่ความจริงแล้วการนอนกรนสามารถเกิดได้หลายปัจจัยด้วยกัน ไม่ว่าจะอ้วน หรือจะผอมมีสิทธิ์ที่จะนอนกรนได้หมดเลย


นอนกรนคืออะไร?

นอนกรน (Snoring) คือ เสียงที่เกิดจากการสั่นสะเทือนของเนื้อเยื่อในระบบทางเดินหายใจส่วนบน ในระหว่างการนอนหลับ ซึ่งเกิดจาก การอุดกั้นบางส่วนของช่องทางเดินอากาศ ทำให้อากาศไหลผ่านได้ยากขึ้น ส่งผลให้เนื้อเยื่อภายในลำคอสั่นและเกิดเสียงกรนขึ้นมา

กลไกของการเกิดเสียงกรน
ขณะหลับ กล้ามเนื้อบริเวณลำคอและเพดานอ่อนจะผ่อนคลาย ทางเดินหายใจจึงแคบลง เมื่ออากาศไหลผ่าน เนื้อเยื่ออย่างเพดานอ่อนและลิ้นไก่อาจสั่นจนเกิดเสียงกรน

เสียงกรนดังหรือเบาขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งลักษณะทางเดินหายใจและท่านอน หากกรนร่วมกับหายใจสะดุดหรือหยุดหายใจเป็นช่วง ๆ ควรตรวจหาภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA)

ประเภทของการนอนกรน
โดยทั่วไปสามารถแยกการนอนกรนได้เป็น 2 กลุ่ม ดังนี้

นอนกรนแบบธรรมดา (Primary Snoring)
มีเสียงกรนขณะหลับ แต่ไม่พบภาวะหยุดหายใจขณะหลับร่วมด้วย อาจกรนมากขึ้นเมื่อนอนหงายหรือดื่มแอลกอฮอล์ก่อนนอน

นอนกรนร่วมกับภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA)
หากกรนดังสลับกับช่วงเงียบเหมือนหยุดหายใจ และตื่นมาไม่สดชื่น ควรตรวจหาภาวะ OSA เพราะอาจกระทบความดันโลหิตและสุขภาพหัวใจ


วิธีสังเกตว่าเรานอนกรน

นอนคนเดียวก็เช็กเสียงกรนได้ ลองบันทึกเสียงระหว่างหลับ แล้วสังเกตว่าตื่นมาสดชื่นหรือยังง่วงผิดปกติ

ใช้แอปบันทึกเสียงขณะหลับ
ลองใช้ SnoreLab, SnoreClock หรือ Sleep Cycle เพื่อฟังเสียงกรนย้อนหลัง แต่แอปเหล่านี้ไม่สามารถใช้วินิจฉัยภาวะหยุดหายใจขณะหลับได้

สังเกตอาการหลังตื่นนอน
หากนอนเต็มที่แล้วยังเพลีย ปวดศีรษะตอนเช้า หรือมีอาการปากแห้งจากการหายใจทางปากขณะหลับ ควรสังเกตอาการร่วมอื่น ๆ ด้วย

ง่วงผิดปกติระหว่างวัน
หากง่วงจนเสียสมาธิหรือเผลอหลับระหว่างทำงาน ทั้งที่พักผ่อนเพียงพอ ควรตรวจหาสาเหตุ

สังเกตอาการคัดจมูก
อาการคัดจมูกจากหวัดหรือภูมิแพ้อาจทำให้หายใจลำบากและกรนมากขึ้น

ตรวจการนอนหลับ (Sleep Test)
หากมีคนทักว่าหยุดหายใจขณะหลับ หรือสะดุ้งตื่นเหมือนสำลัก ควรพบแพทย์เพื่อประเมินการตรวจ Sleep Test


อันตรายจากการนอนกรน?

เสียงกรนไม่ได้อันตรายเสมอไป แต่หากมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) ร่วมด้วย อาจกระทบสุขภาพในระยะยาว

ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA)
การหายใจสะดุดซ้ำ ๆ อาจทำให้ออกซิเจนในเลือดลดลง หากสงสัยภาวะนี้ควรพบแพทย์

โรคหัวใจและความดันโลหิตสูง
OSA ที่ไม่ได้รับการรักษามีความสัมพันธ์กับความดันโลหิตสูงและปัญหาหัวใจ

อ่อนเพลียและง่วงระหว่างวัน
การนอนที่ถูกรบกวนบ่อยอาจทำให้ง่วง ไม่มีสมาธิ และเสี่ยงอุบัติเหตุขณะขับรถ

เบาหวานและปัญหาการเผาผลาญ
OSA มีความสัมพันธ์กับภาวะดื้อต่ออินซูลิน โดยเฉพาะผู้ที่มีน้ำหนักเกินและไขมันสะสมมาก

ความจำและสมาธิลดลง
การนอนหลับที่ถูกรบกวนบ่อยอาจทำให้ขี้ลืม ไม่มีสมาธิ หรือหงุดหงิดง่าย

ปัญหาความสัมพันธ์
เสียงกรนอาจทำให้คนข้าง ๆ นอนไม่หลับ จนกระทบการพักผ่อนของทั้งคู่


การนอนกรนเกิดจากน้ำหนักตัวเกินมาตรฐาน

คนที่มีน้ำหนักเกินอาจกรนง่ายขึ้น เพราะไขมันรอบลำคอทำให้ทางเดินหายใจแคบลงขณะหลับ

การนอนกรนเกิดจากกลไกที่น้ำหนักเกิน
เมื่อมีไขมันสะสมบริเวณลำคอมากขึ้น ทางเดินหายใจอาจแคบลง ทำให้เนื้อเยื่อสั่นขณะหายใจและเกิดเสียงกรน

ไขมันรอบลำคอและทางเดินหายใจ
ไขมันสะสมรอบคออาจทำให้ช่องทางเดินหายใจแคบลง โดยเฉพาะขณะนอนหงาย

ไขมันในช่องท้อง (Visceral Fat)
หากมีไขมันในช่องท้องมาก อาจส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของกระบังลมและการหายใจ

ความเสี่ยงต่อภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
ผู้ที่มีน้ำหนักเกิน โดยเฉพาะมีไขมันสะสมรอบคอ มีโอกาสเกิดภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) มากขึ้น

การนอนกรนเกิดจากน้ำหนักเกินและความสัมพันธ์กับภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA)
น้ำหนักเกินเป็นปัจจัยเสี่ยงของ OSA แต่ไม่ใช่ทุกคนที่มีน้ำหนักเกินจะเป็นภาวะนี้

สัญญาณเตือนว่าอาจมี OSA จากภาวะอ้วน
หากกรนดังจนสะดุ้งตื่น หายใจหยุดเป็นช่วง ๆ หรือง่วงมากตอนกลางวัน ควรพบแพทย์เพื่อตรวจการนอนหลับ

นอนกรนเกิดจากน้ำหนักเกินมีวิธีลดความเสี่ยงด้วย 4 ข้อ
เริ่มจากการลดน้ำหนักหากมีน้ำหนักเกิน นอนตะแคง ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และหลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ก่อนนอน ซึ่งอาจช่วยลดเสียงกรนได้ในบางคน

ข้อควรระวัง
หากใช้ยานอนหลับเป็นประจำ ไม่ควรหยุดยาเอง ควรปรึกษาแพทย์ก่อนปรับการใช้ยา


การนอนกรนเกิดจากการโครงสร้างของใบหน้าและลำคอ

บางคนกรนจากขากรรไกรเล็ก ลิ้นใหญ่ หรือช่องคอแคบ ทำให้ทางเดินหายใจตีบลงขณะหลับ จึงเกิดเสียงกรนได้ง่าย

การนอนกรนเกิดจากโครงสร้างใบหน้าและลำคอส่วนใหญ่แล้วมีลักษณะทางกายวิภาคดังนี้

เพดานอ่อนและลิ้นไก่ที่ยาวหรือหย่อนตัว
เนื้อเยื่อบริเวณนี้อาจสั่นเมื่ออากาศไหลผ่าน ทำให้เกิดเสียงกรนขณะหลับ

ขนาดของลิ้นที่ใหญ่ (Macroglossia)
ลิ้นที่มีขนาดใหญ่เมื่อเทียบกับช่องปากอาจทำให้พื้นที่ทางเดินหายใจลดลง โดยเฉพาะขณะนอนหงาย

กรามเล็กหรือคางหดรั้ง (Retrognathia หรือ Micrognathia)
ขากรรไกรล่างที่เล็กหรืออยู่ค่อนไปด้านหลังอาจทำให้ลิ้นอยู่ใกล้ทางเดินหายใจมากขึ้น

ช่องคอแคบหรือผนังคอที่หนา
ช่องคอที่แคบทำให้เนื้อเยื่อสั่นขณะหายใจ จึงเกิดเสียงกรนได้ง่าย

ผนังกั้นโพรงจมูกคด (Deviated Nasal Septum)
บางคนหายใจทางจมูกลำบากจากผนังกั้นจมูกคด ซึ่งอาจมีส่วนทำให้กรน

ต่อมทอนซิลหรือต่อมอะดีนอยด์โต (พบบ่อยในเด็ก)
ต่อมที่โตอาจกีดขวางทางเดินหายใจ หากเด็กกรนบ่อยควรให้แพทย์ตรวจ

การนอนกรนเกิดจากโครงสร้างใบหน้ากับภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA)
คนที่มีทางเดินหายใจแคบบางลักษณะอาจเสี่ยง OSA มากขึ้น หากกรนร่วมกับหยุดหายใจเป็นช่วง ๆ ควรพบแพทย์

การนอนกรนเกิดจากโครงสร้างใบหน้ามีวิธีแก้ไขต่อไปนี้
เริ่มจากลองนอนตะแคงหรือฝึกกล้ามเนื้อช่องปาก ซึ่งอาจช่วยลดเสียงกรนในบางราย หากมี OSA แพทย์อาจพิจารณาเครื่อง CPAP หรืออุปกรณ์ทันตกรรม ส่วนผู้ที่มีโครงสร้างผิดปกติชัดเจนอาจต้องรักษาเฉพาะจุด


การนอนกรนเกิดจากอายุที่มากขึ้น

อายุที่เพิ่มขึ้นอาจทำให้กล้ามเนื้อรอบทางเดินหายใจเปลี่ยนไป บางคนจึงกรนมากกว่าเดิม โดยเฉพาะเมื่อมีน้ำหนักเกินร่วมด้วย

ความสัมพันธ์ของการนอนกรนเกิดจากอายุที่มากขึ้นและภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA)
อายุที่เพิ่มขึ้นสัมพันธ์กับความเสี่ยง OSA แต่ไม่ใช่ทุกคนที่กรนเมื่ออายุมากขึ้นจะมีภาวะนี้

สาเหตุที่อายุที่มากขึ้นเพิ่มความเสี่ยงต่อ OSA
กล้ามเนื้อทางเดินหายใจอาจหย่อนตัวมากขึ้น ร่วมกับการเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อและน้ำหนักตัว ทำให้ทางเดินหายใจอุดกั้นได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคอ้วนร่วมด้วย

หากกรนดัง มีคนสังเกตว่าหยุดหายใจขณะหลับ หรือรู้สึกง่วงมากระหว่างวัน ควรพบแพทย์เพื่อตรวจเพิ่มเติม

วิธีลดการนอนกรนเกิดจากอายุที่มากขึ้น
ปรับท่านอนและดูแลน้ำหนัก
ลองนอนตะแคงแทนนอนหงาย หากมีน้ำหนักเกินควรควบคุมน้ำหนักควบคู่กับการออกกำลังกาย

ดูแลทางเดินหายใจ
หากคัดจมูกบ่อยควรตรวจหาสาเหตุ หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ก่อนนอน ส่วนยานอนหลับควรใช้ตามแพทย์สั่ง การบริหารลิ้นและกล้ามเนื้อช่องปากอาจช่วยลดเสียงกรนได้ในบางราย

ตรวจเพิ่มเติมเมื่อมีอาการผิดปกติ
หากกรนดัง หายใจสะดุด หรือง่วงมากระหว่างวัน ควรพบแพทย์ ผู้ที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) อาจต้องใช้เครื่อง CPAP หรืออุปกรณ์ทันตกรรมตามข้อบ่งชี้


การนอนกรนเกิดจากการนอนหงาย

เวลานอนหงาย ลิ้นและเนื้อเยื่อในลำคออาจเคลื่อนไปด้านหลัง ทำให้ทางเดินหายใจแคบลงและกรนง่ายขึ้น

กลไกที่ทำให้การนอนกรนเกิดจากการนอนหงาย
เวลานอนหงาย ลิ้นและเพดานอ่อนอาจเคลื่อนไปด้านหลัง ทำให้ช่องคอแคบลงและเกิดเสียงกรน

ปัจจัยที่ทำให้การนอนกรนเกิดจากการนอนหงายรุนแรงมากขึ้น
น้ำหนักเกิน คัดจมูก ขากรรไกรเล็ก หรือการดื่มแอลกอฮอล์ก่อนนอน อาจทำให้กรนมากขึ้นได้

วิธีแก้ไขการนอนกรนเกิดจากการนอนหงาย
ลองนอนตะแคง ใช้หมอนช่วยพยุงตัว และควบคุมน้ำหนัก หากกรนร่วมกับหยุดหายใจขณะหลับ ควรพบแพทย์ ส่วนยานอนหลับไม่ควรปรับหรือหยุดใช้เอง


การนอนกรนเกิดจากภาวะไทรอยด์ต่ำ

ภาวะไทรอยด์ต่ำ (Hypothyroidism) อาจทำให้เนื้อเยื่อในลำคอบวม กล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือน้ำหนักเพิ่มขึ้น จึงมีส่วนทำให้เกิดเสียงกรนในบางราย

ความสัมพันธ์กับภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA)
ผู้ที่มีไทรอยด์ต่ำอาจพบ OSA ร่วมด้วย หากกรนดัง หายใจสะดุด หรือง่วงผิดปกติระหว่างวัน ควรตรวจเพิ่มเติม

สัญญาณที่ควรสังเกต
เหนื่อยง่าย หนาวบ่อย น้ำหนักเพิ่ม หรือผิวแห้ง หากมีอาการเหล่านี้ร่วมกับการกรน ควรปรึกษาแพทย์

การรักษาภาวะไทรอยด์ต่ำ
แพทย์จะรักษาตามผลตรวจ ซึ่งอาจช่วยบรรเทาอาการนอนกรนได้ในบางราย แต่หากมี OSA ร่วมด้วยต้องรักษาภาวะนั้นด้วย


การนอนกรนเกิดจากความอ่อนเพลีย

การอดนอนหรือพักผ่อนไม่พออาจทำให้บางคนกรนมากขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่มีทางเดินหายใจแคบอยู่แล้ว

วิธีลดการนอนกรนเกิดจากความอ่อนเพลีย
ควรนอนให้เพียงพอประมาณ 7–9 ชั่วโมงต่อคืน เข้านอนให้เป็นเวลา และลดความเครียด หากยังกรนดังหรือหายใจสะดุด ควรตรวจหาสาเหตุ


การนอนกรนเกิดจากการดื่มแอลกอฮอลล์

แอลกอฮอล์ทำให้กล้ามเนื้อทางเดินหายใจผ่อนคลายมากขึ้น การดื่มใกล้เวลาเข้านอนจึงอาจทำให้เสียงกรนดังขึ้น

กลไกของการนอนกรนเกิดจากการดื่มแอลกอฮอล์
กล้ามเนื้อทางเดินหายใจคลายตัว เมื่อเนื้อเยื่อหย่อนลง ช่องทางเดินหายใจจะแคบลง และอาจทำให้ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) แย่ลง

ปัจจัยที่ทำให้การนอนกรนเกิดจากการดื่มแอลกอฮอลล์
ปริมาณและช่วงเวลาที่ดื่ม ยิ่งดื่มมากหรือดื่มก่อนเข้านอน ก็ยิ่งมีโอกาสกรนมากขึ้น

วิธีลดการนอนกรนเกิดจากการดื่มแอลกอฮอล์
หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ก่อนนอน โดยเฉพาะผู้ที่มี OSA เพราะอาจทำให้การหายใจขณะหลับแย่ลง


การนอนกรนเกิดจากการสูบบุหรี่เป็นประจำ

การสูบบุหรี่อาจทำให้กรนมากขึ้น เพราะควันบุหรี่ระคายเคืองจมูกและลำคอ จนหายใจไม่สะดวก

กลไกการนอนกรนจากบุหรี่
เยื่อบุทางเดินหายใจระคายเคือง ควันบุหรี่ทำให้จมูกและลำคอระคายเคือง บางคนจึงคัดจมูก มีเสมหะ และกรนมากขึ้น

ปัจจัยที่เพิ่มโอกาสนอนกรน
การสูบบุหรี่ต่อเนื่อง ยิ่งสัมผัสควันบุหรี่เป็นประจำ ก็ยิ่งมีโอกาสเกิดปัญหาทางเดินหายใจเรื้อรัง

วิธีลดการนอนกรนจากบุหรี่
เลิกสูบบุหรี่ ช่วยลดการสัมผัสสารระคายเคือง หากยังคัดจมูกหรือกรนดัง ควรตรวจหาสาเหตุอื่นร่วมด้วย

ดูแลความชุ่มชื้นของทางเดินหายใจ
ดื่มน้ำให้เพียงพอ เลี่ยงควันบุหรี่ หากห้องนอนมีอากาศแห้ง อาจใช้เครื่องทำความชื้น (Humidifier) และหมั่นทำความสะอาดเครื่อง


สรุปทุกเรื่องเกี่ยวกับการนอนกรนเกิดจากอะไร

นอนกรนเกิดจากหลายปัจจัย ทั้งน้ำหนักเกิน ท่านอน โครงสร้างทางเดินหายใจ รวมถึงการดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่ หากกรนดังร่วมกับหายใจสะดุด ควรพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ

การปรับพฤติกรรมอาจช่วยลดเสียงกรนได้ในบางคน ส่วนผู้ที่สนใจเลเซอร์นอนกรน สามารถปรึกษาแพทย์ที่รมย์รวินท์คลินิก เพื่อประเมินความเหมาะสมก่อนรักษา


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสาเหตุการนอนกรน (FAQ)

นอนกรนเกิดจากอะไร?

นอนกรนเกิดจากเนื้อเยื่อในทางเดินหายใจส่วนบนสั่นขณะหลับ เนื่องจากทางเดินหายใจแคบลง โดยมีปัจจัยร่วม เช่น น้ำหนักเกิน โครงสร้างลำคอ ท่านอน และการดื่มแอลกอฮอล์

คนผอมนอนกรนได้ไหม?

ได้ เพราะการนอนกรนไม่ได้เกิดจากน้ำหนักเกินเพียงอย่างเดียว คนผอมอาจกรนจากโครงสร้างทางเดินหายใจแคบ คัดจมูก หรือกล้ามเนื้อลำคอหย่อนตัวขณะหลับ

นอนกรนทุกคืนอันตรายไหม?

การนอนกรนไม่ได้อันตรายทุกกรณี แต่หากกรนดังร่วมกับหายใจสะดุด สะดุ้งตื่น หรืออ่อนเพลียระหว่างวัน อาจเป็นสัญญาณของภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ควรพบแพทย์เพื่อตรวจเพิ่มเติม

นอนกรนเกี่ยวข้องกับภาวะหยุดหายใจขณะหลับอย่างไร?

ผู้ที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) อาจกรนดังร่วมกับการหายใจหยุดเป็นช่วง ๆ ทำให้นอนหลับไม่ต่อเนื่องและระดับออกซิเจนลดลง แต่ไม่ใช่ทุกคนที่กรนจะมี OSA

ทำไมนอนหงายแล้วกรนดังขึ้น?

เวลานอนหงาย ลิ้นอาจเคลื่อนไปด้านหลังจนช่องคอแคบลง คนที่กรนมากในท่านี้ลองเปลี่ยนมานอนตะแคงได้

น้ำหนักเกินทำให้นอนกรนจริงไหม?

จริง น้ำหนักเกินโดยเฉพาะไขมันรอบคอมีส่วนทำให้ทางเดินหายใจแคบลง การลดน้ำหนักจึงอาจช่วยให้กรนน้อยลงได้

อายุมากขึ้นทำให้นอนกรนง่ายขึ้นไหม?

เป็นไปได้ เพราะกล้ามเนื้อบริเวณลำคอเปลี่ยนไปตามวัย บางคนจึงเริ่มกรนทั้งที่เมื่อก่อนไม่เคยเป็น

ดื่มแอลกอฮอล์ก่อนนอนทำให้กรนไหม?

ทำให้กรนมากขึ้นได้ เพราะแอลกอฮอล์ทำให้กล้ามเนื้อลำคอคลายตัว ผู้ที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับควรหลีกเลี่ยงการดื่มก่อนนอน

จะรู้ได้อย่างไรว่าตัวเองนอนกรน?

ลองอัดเสียงตอนนอนหรือถามคนข้าง ๆ หากมีช่วงหายใจสะดุดร่วมด้วย ควรพบแพทย์เพื่อตรวจเพิ่มเติม

มีวิธีแก้นอนกรนโดยไม่ต้องผ่าตัดไหม?

มีทั้งการปรับท่านอน ลดน้ำหนัก และใช้อุปกรณ์ตามคำแนะนำของแพทย์ ส่วนเลเซอร์นอนกรนอาจเหมาะกับบางคน แต่ไม่ใช่วิธีรักษาทดแทนสำหรับภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

* ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับเฉพาะบุคคล
* เงื่อนไขตามบริษัทฯ กำหนด
ปรึกษาฟรี พร้อมรับ โปรโมชั่นพิเศษ ก่อนใคร
เมื่อลงทะเบียนถือว่าท่านยอมรับ ข้อตกลงและเงื่อนไข และ นโยบายความเป็นส่วนตัว
เรื่อง โปรแกรมรักษาอาการนอนกรน ที่คุณอาจสนใจ