โปรแกรม Ulthera คืออะไร? ช่วยเรื่องอะไรบ้าง ข้อควรรู้จุดเด่นผลลัพธ์
เขียนโดย: ทีมผู้เชี่ยวชาญ ROMRAWIN CLINIC
Ulthera
- Ulthera คืออะไร เหมาะกับใคร เจ็บไหม ทำไมเป็นตัวช่วยหน้ายกที่หลายคนเลือก
- Ulthera คืออะไร
- Ulthera มีหลักการทำงานอย่างไร
- Ulthera ช่วยเรื่องอะไรบ้าง
- ทำ Ulthera ทั่วหน้ากี่ช็อตถึงเห็นผลลัพธ์
- 1.ทำ Ulthera กี่ช็อตตามช่วงอายุ
- 2.ทำ Ulthera กี่ช็อต หากต้องการกระชับรูขุมขน ลดเลือนริ้วรอย
- Ulthera ทำบริเวณไหนได้บ้าง และควรทำกี่ช็อต
- Ulthera ควรทำกี่ช็อตในแต่ละบริเวณ
- Ulthera เหมาะกับใครบ้าง
- ใครควรหลีกเลี่ยงการทำ Ulthera
- หลังทำ Ulthera กี่วันถึงเห็นผลลัพธ์
- Ulthera อยู่ได้นานแค่ไหน
- Ulthera อันตรายต่อผิวหน้าหรือไม่
- เปรียบเทียบ Ulthera กับการยกกระชับผิวหน้าด้วยโปรแกรมอื่นๆ
- หลังทำ Ulthera ควรดูแลตัวเองยังไง
- เราควรเลือกทำ Ulthera ที่ไหนดี
- รวมคำถามยอดฮิตของการทำ Ulthera
- 1.ทำ Ulthera เจ็บไหม?
- 2.ทำ Ulthera ใช้เวลาเท่าไหร่?
- 3.ทำ Ulthera คู่กับหัตถการอื่นได้ไหม?
- 4.ทำ Ulthera แล้วเมื่อไหร่ถึงออกกำลังกายได้?
- สรุปทุกเรื่องของการทำ Ulthera
Ulthera คืออะไร เหมาะกับใคร เจ็บไหม ทำไมเป็นตัวช่วยหน้ายกที่หลายคนเลือก
Ulthera ตัวช่วยยกกระชับผิวหน้าแบบไม่ต้องพึ่งเข็ม ไม่ต้องพักฟื้น ไม่ต้องมีรอยแผล จึงทำให้โปรแกรม Ulthera เป็นตัวเลือกที่นิยมอันดับต้น ๆ ของใครก็ตามที่อยากจะยกกระชับปรับรูปหน้า และแก้ปัญหาผิวหน้าได้อย่างตรงจุด
Ulthera คืออะไร
Ulthera หรือชื่อทางการว่า Ultherapy คือเทคโนโลยีทางการแพทย์ด้านความงาม สำหรับการ ยกกระชับผิวโดยไม่ต้องผ่าตัด โดยใช้หลักการทำงานของ คลื่นเสียงความถี่สูงชนิดเฉพาะ (Microfocused Ultrasound) ซึ่งมีความสามารถในการส่งพลังงานลงลึกได้ถึงชั้นผิวที่เรียกว่า SMAS (Superficial Musculoaponeurotic System) ซึ่งเป็นชั้นที่อยู่ลึกใต้ผิวหนัง และเป็นชั้นเดียวกับที่ศัลยแพทย์ใช้ในการผ่าตัดดึงหน้า
การรักษาด้วย Ulthera จะปล่อยพลังงานคลื่นเสียงเป็นจุดเล็ก ๆ อย่างแม่นยำในตำแหน่งที่ต้องการ โดยไม่ทำลายผิวหนังด้านบน พลังงานจะถูกแปลงเป็น ความร้อนในระดับ 60-70 องศาเซลเซียส ซึ่งถือเป็นระดับที่มีประสิทธิภาพในการกระตุ้นให้ผิวสร้าง คอลลาเจนใหม่ ได้ดีที่สุด
โปรแกรม Ulthera ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล
เมื่อคอลลาเจนถูกสร้างขึ้นใหม่ในชั้นผิวลึกโดย Ulthera ก็จะช่วยให้ผิวดูกระชับ ยกขึ้น และเรียบเนียน โดยไม่จำเป็นต้องฉีด ไม่ต้องผ่าตัด และไม่มีแผลให้ต้องดูแลฟื้นฟู Ulthera จึงเป็นเทคโนโลยีที่เหมาะกับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์แบบศัลยกรรมดึงหน้า แต่ไม่ต้องการความเจ็บปวดหรือเวลาพักฟื้นนาน
Ulthera เป็นเทคโนโลยีเดียวที่สามารถยกกระชับผิวได้ในระดับลึกถึงชั้น SMAS ซึ่งปกติแล้วจะเข้าถึงได้เฉพาะการผ่าตัดเท่านั้น นอกจากนี้ยังเป็นการกระตุ้นให้ร่างกายฟื้นฟูตัวเอง จึงไม่เป็นอันตราย ไม่มีสิ่งแปลกปลอมเข้าสู่ร่างกาย และผลลัพธ์สามารถอยู่ได้นานหลายเดือนถึงปี ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองของแต่ละคนหลังจากทำ Ulthera
โปรแกรม Ulthera ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล
Ulthera มีหลักการทำงานอย่างไร
Ulthera หรือ Ultherapy ใช้หลักการส่งพลังงานคลื่นเสียงความถี่สูงที่เรียกว่า Microfocused Ultrasound ไปยังชั้นผิวหนังในระดับลึกอย่าง แม่นยำและเฉพาะเจาะจง โดยไม่ทำลายผิวหนังชั้นบน ซึ่งจุดเด่นที่ทำให้ Ulthera แตกต่างคือ สามารถเห็นภาพชั้นผิวแบบ Real-Time ขณะทำการรักษา ทำให้แพทย์สามารถกำหนดระดับความลึกและจุดปล่อยพลังงานได้อย่างแม่นยำมากที่สุด
มองภาพง่าย ๆ ว่า Ulthera ทำงานเหมือน "เย็บผิวจากข้างใน"
ลองนึกถึงเครื่องเย็บผ้าที่ยิงเข็มลงเป็นจุด ๆ ตัวของ Ulthera เองก็คล้ายกันแต่แทนที่เข็ม จะใช้เป็นคลื่นเสียง ยิงพลังงาน “เป็นจุดเล็ก ๆ” ลงไปใต้ผิวในตำแหน่งที่ต้องการ โดยที่ผิวด้านบนยังคงเรียบเนียนเหมือนเดิม ไม่เกิดแผล ไม่เกิดรอยแดง ไม่ต้องพักฟื้น
Ulthera ทำงานกับ "ชั้นผิว" ของเราอย่างไร
ในการยกกระชับผิวอย่างล้ำลึก Ulthera จะเจาะจงทำงานกับ 3 ชั้นผิวหลักดังนี้
1.ชั้นหนังกำพร้า (Epidermis)
• เป็นชั้นผิวหนังด้านบนสุด
• Ulthera ไม่ส่งผลโดยตรงต่อชั้นนี้
• ผิวภายนอกจึงไม่ลอก ไม่ถลอก และไม่มีแผลเกิดขึ้น
2.ชั้นหนังแท้ (Dermis)
• เป็นชั้นที่มีคอลลาเจน อีลาสติน และเส้นเลือดฝอยอยู่มาก
• พลังงานจาก Ulthera จะลงลึกถึงชั้นนี้ เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่และทำให้ผิวแข็งแรง ยืดหยุ่นมากขึ้น
3.ชั้น SMAS (Superficial Muscular Aponeurotic System)
• เป็นชั้นกล้ามเนื้อชั้นตื้นที่อยู่ลึกใต้ผิว เป็น “โครงสร้างฐานของผิวหน้า”
• ชั้นนี้เป็นเป้าหมายสำคัญที่สุดของ Ulthera เพราะเป็นชั้นเดียวกับที่ศัลยแพทย์ผ่าตัดในการดึงหน้า
• เมื่อ Ulthera ปล่อยพลังงานลงถึงชั้น SMAS จะทำให้เกิด จุดพลังงานความร้อนขนาดเล็ก (Thermal Coagulation Points)
• จุดความร้อนนี้มีอุณหภูมิประมาณ 60-70°C ซึ่งเพียงพอในการทำให้เนื้อเยื่อหดตัวและกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนใหม่ในระยะยาว
• ส่งผลให้ผิวหน้า “ยกกระชับขึ้น” อย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ต้องศัลยกรรม
Ulthera ทำงานโดยใช้พลังงานคลื่นเสียงที่ลงลึกถึงชั้น SMAS ซึ่งเป็นโครงสร้างหลักของผิว เพื่อให้ผิวหดตัวและสร้างคอลลาเจนใหม่ โดยที่ผิวชั้นบนไม่เสียหายเลย
โปรแกรม Ulthera ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล
Ulthera ช่วยเรื่องอะไรบ้าง
Ulthera หรือ Ultherapy เป็นเทคโนโลยียกกระชับผิวที่ ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น โดยอาศัยคลื่นเสียงความถี่สูง (Microfocused Ultrasound) ที่เจาะจงและแม่นยำ เพื่อกระตุ้นคอลลาเจนในชั้นลึกของผิว
Ulthera ช่วยแก้ปัญหาหลัก ๆ ได้ดังนี้
1.Ulthera ช่วยยกกระชับผิวหน้าและลำคอที่หย่อนคล้อย
• ฟื้นฟูความตึงกระชับของผิวบริเวณ กรอบหน้า แก้ม คางสองชั้น ลำคอ และใต้คาง
• เหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มมีปัญหา "หน้าไม่ชัด คางหย่อน" โดยไม่ต้องผ่าตัด
2.Ulthera ช่วยยกคิ้ว เปิดตา แก้หนังตาตก
• พลังงาน Ulthera ช่วยยกกระชับบริเวณหน้าผากและคิ้ว ทำให้คิ้วยกขึ้น ดวงตาดูโตขึ้น สดใสขึ้น
• แก้ปัญหาหนังตาตกหรือเริ่มหย่อนในวัย 30+ ได้อย่างเป็นธรรมชาติ
โปรแกรม Ulthera ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล
3.Ulthera ช่วยลดริ้วรอยรอบดวงตา หน้าผาก ร่องแก้ม
• จุดปล่อยพลังงานขนาดเล็กจะช่วยกระตุ้นคอลลาเจนในชั้นหนังแท้ (Dermis)
• ทำให้ริ้วรอยตื้นลง ผิวเรียบเนียนมากขึ้น เหมาะกับริ้วรอยเล็ก ๆ ในช่วงเริ่มต้น
4.Ulthera ช่วยกระชับรูขุมขน ปรับผิวหน้าให้เนียนละเอียด
• การกระตุ้นคอลลาเจนในระดับชั้นผิว ทำให้ผิวฟูขึ้นจากภายใน ส่งผลให้รูขุมขนเล็กลง ผิวเนียนขึ้น
• ช่วยให้ผิวดูมีความชุ่มชื้นและอ่อนเยาว์ยิ่งขึ้น
5.Ulthera ช่วยฟื้นฟูความยืดหยุ่นให้ผิวตามวัย
• เมื่ออายุมากขึ้น คอลลาเจนในผิวจะเสื่อมลงตามธรรมชาติ
• Ulthera ช่วย "ปลุกการสร้างคอลลาเจนใหม่" อย่างลึกและแม่นยำ
• เหมาะกับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวให้กลับมากระชับ ดูอ่อนวัยโดยไม่พึ่งศัลยกรรม
6.Ulthera ช่วยยกกระชับผิวตัว (บางบริเวณ)
• แม้จะนิยมใช้กับผิวหน้า แต่ Ulthera ยังสามารถใช้กับผิวบริเวณอื่น เช่น ใต้คาง ลำคอ หน้าท้อง หรือต้นแขน เพื่อช่วยกระชับจุดที่หย่อนคล้อยเล็กน้อย
โปรแกรม Ulthera ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล
ทำ Ulthera ทั่วหน้ากี่ช็อตถึงเห็นผลลัพธ์
จำนวน “ช็อต” (Shots) หมายถึง จุดที่เครื่อง Ulthera ปล่อยพลังงานคลื่นเสียงลงไปในผิว ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดความชัดเจนของผลลัพธ์ในการยกกระชับผิว
โดยทั่วไปแล้ว หากต้องการทำ Ulthera ทั่วทั้งใบหน้าแบบเต็มพื้นที่ จะใช้ประมาณ 400-600 ช็อต ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและความหย่อนคล้อยของแต่ละบุคคล ยิ่งมีปัญหาผิวมาก หรืออายุมาก ยิ่งต้องใช้จำนวนช็อตมากขึ้นเพื่อให้ผลลัพธ์ชัดเจนและครอบคลุม
1.ทำ Ulthera กี่ช็อตตามช่วงอายุ
สภาพผิวเปลี่ยนแปลงตามวัย ส่งผลต่อความยืดหยุ่น ความหย่อนคล้อย และปริมาณคอลลาเจนในชั้นผิว การกำหนดจำนวนช็อตจึงควรดูควบคู่กับอายุด้วย
อายุ 25-30 ปี ผิวเริ่มอ่อนแรงเล็กน้อย
จำนวนช็อตของ Ulthera ที่แนะนำ 300-400 ช็อต
เหมาะกับผู้ที่เริ่มรู้สึกว่าผิวหน้าไม่กระชับเท่าเดิม เช่น มุมปากตก รูขุมขนกว้างขึ้น หรือผิวหย่อนเพียงบางจุด ต้องการป้องกันก่อนเกิดความหย่อนคล้อยลึก
อายุ 31-40 ปี เริ่มมีความหย่อนคล้อยและริ้วรอยชัดขึ้น
จำนวนช็อตของ Ulthera ที่แนะนำ 400-600 ช็อต
เหมาะสำหรับผู้ที่มีแก้มตก กรอบหน้าเริ่มเบลอ คางสองชั้นเริ่มชัด หางตาตก ต้องการยกกระชับทั่วทั้งใบหน้าและคอ เพื่อให้เห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน
อายุ 41-50 ปีขึ้นไป ผิวเริ่มหย่อนคล้อยทั้งใบหน้า
จำนวนช็อตของ Ulthera ที่แนะนำ 600-800 ช็อต (อาจมากกว่านี้ ขึ้นกับประเมินของแพทย์)
ผู้ที่อยู่ในวัยนี้จะมีการสูญเสียคอลลาเจนมากขึ้น ผิวหน้าหย่อนลงทั้งบริเวณแก้ม ลำคอ หางตา และหน้าผาก จึงควรทำแบบเต็มพื้นที่เพื่อยกกระชับและฟื้นฟูผิวได้ลึกและครอบคลุม
จำนวนช็อตของ Ulthera สามารถปรับลดหรือเพิ่มได้ตามรูปหน้า ลักษณะผิว และเป้าหมายของแต่ละบุคคล แนะนำให้ประเมินโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนเข้ารับการรักษา
2.ทำ Ulthera กี่ช็อต หากต้องการกระชับรูขุมขน ลดเลือนริ้วรอย
หากเป้าหมายหลักของการทำ Ulthera คือการปรับผิวให้เรียบเนียน ลดความหยาบกร้าน กระชับรูขุมขน หรือจัดการกับริ้วรอยเล็ก ๆ โดยไม่เน้นยกกระชับใบหน้าทั้งหมด จำนวนช็อตที่ใช้จะน้อยลง
จำนวนช็อตของ Ulthera ที่แนะนำ 200-300 ช็อต
มักเน้นบริเวณที่รูขุมขนกว้าง เช่น โหนกแก้ม แก้ม หน้าผาก หรือลำคอช่วงต้น
ผลลัพธ์ที่ได้หลังทำ Ulthera คือ ผิวจะรู้สึกแน่นขึ้น เนียนขึ้น คอลลาเจนใหม่จะค่อย ๆ ถูกสร้างขึ้น ทำให้ริ้วรอยเล็ก ๆ ลดลง และผิวมีความยืดหยุ่นดีขึ้น โดยไม่ต้องใช้ช็อตมากเท่าการยกกระชับเต็มรูปแบบ
เหมาะสำหรับกลุ่มอายุ 25-35 ปี ที่ผิวยังไม่หย่อนชัด หรือเคยทำ Ulthera มาก่อนและต้องการคงผลลัพธ์ต่อเนื่อง
โปรแกรม Ulthera ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล
Ulthera ทำบริเวณไหนได้บ้าง และควรทำกี่ช็อต
Ulthera เป็นเทคโนโลยีที่ได้รับการออกแบบให้สามารถ ยกกระชับผิวได้หลายบริเวณทั่วใบหน้าและร่างกาย โดยสามารถปรับระดับความลึกของพลังงานเพื่อให้เหมาะสมกับตำแหน่งและปัญหาผิวเฉพาะจุดได้อย่างแม่นยำ
บริเวณที่สามารถทำ Ulthera ได้ ได้แก่
1.ใบหน้าส่วนบน
• หน้าผาก ช่วยลดริ้วรอย ยกกระชับหน้าผากให้ดูเรียบตึง
• คิ้ว ยกคิ้ว แก้ปัญหาคิ้วตก หนังตาตก
• หางตา ลดรอยย่นบริเวณหางตา ยกหางตาให้ดูสดใส
2.ใบหน้าส่วนกลาง
• ใต้ตา กระชับผิว ลดความหมองคล้ำและถุงใต้ตาเล็กน้อย
• โหนกแก้ม กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้ผิวแน่นขึ้น ลดความหย่อนคล้อย
• ร่องแก้ม ยกผิวบริเวณแก้มเพื่อลดความลึกของร่องแก้ม
• บริเวณแก้ม ช่วยยกกระชับ แก้มที่ตกหรือมีไขมันสะสม
โปรแกรม Ulthera ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล
3.ใบหน้าส่วนล่าง
• กรอบหน้า (Jawline) ยกแนวกรอบหน้าให้คมชัด ลดปัญหาหน้าหลวม
• ใต้คาง (เหนียง) ลดคางสองชั้น ยกผิวให้แน่นขึ้น
• คาง เสริมกรอบหน้าให้เรียว ยกปลายคาง
4.ลำคอและเนินอก
• ลำคอ ลดริ้วรอยและความหย่อนคล้อย ยกกระชับผิวที่คอให้เรียบตึง
• เนินอก ลดรอยย่นบริเวณอกช่วงบน เหมาะกับคนที่มีรอยจากการนอนตะแคงหรืออายุที่มากขึ้น
โปรแกรม Ulthera ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล
Ulthera ควรทำกี่ช็อตในแต่ละบริเวณ
จำนวนช็อตของ Ulthera ที่ใช้จะขึ้นอยู่กับพื้นที่ ขนาดของบริเวณ และระดับความหย่อนคล้อย โดยประมาณตามคำแนะนำของแพทย์มีดังนี้
บริเวณ |
จำนวนช็อตโดยประมาณ |
หน้าผาก |
40-60 ช็อต |
คิ้ว |
30-50 ช็อต |
หางตา / ใต้ตา |
30-50 ช็อต |
แก้ม |
100-150 ช็อตต่อข้าง |
โหนกแก้ม |
80-100 ช็อต |
ร่องแก้ม |
50-80 ช็อต |
กรอบหน้า / ขากรรไกร |
100-150 ช็อต |
ใต้คาง (เหนียง) |
80-100 ช็อต |
ลำคอ |
100-150 ช็อต |
เนินอก (อกช่วงบน) |
80-100 ช็อต |
หมายเหตุ ตัวเลขด้านบนเป็นค่าเฉลี่ยเบื้องต้น ซึ่งอาจปรับเพิ่มหรือลดได้ตามสภาพผิว โครงสร้างใบหน้า หรือวัตถุประสงค์ของแต่ละบุคคล แนะนำให้รับการประเมินโดยแพทย์เพื่อวางแผนจำนวนช็อตที่เหมาะสม
Ulthera สามารถทำได้หลายบริเวณทั้งใบหน้าและลำตัว โดยให้ผลลัพธ์ด้านการยกกระชับ ลดริ้วรอย และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนจากภายใน โดยไม่ต้องผ่าตัดหรือพักฟื้น จำนวนช็อตในแต่ละบริเวณขึ้นอยู่กับระดับความหย่อนคล้อยและขนาดพื้นที่ ซึ่งควรได้รับการประเมินอย่างละเอียดโดยแพทย์ก่อนทำ
โปรแกรม Ulthera ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล
Ulthera เหมาะกับใครบ้าง
Ulthera เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการยกกระชับผิว ลดความหย่อนคล้อย หรือฟื้นฟูความอ่อนเยาว์ของใบหน้า โดยไม่ต้องผ่าตัดหรือพักฟื้น ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่คนที่เริ่มมีปัญหาผิวในช่วงวัย 25 ปี ไปจนถึงผู้ที่มีอายุ 50+ ปี ที่ต้องการดูแลผิวให้เต่งตึงและเรียบเนียนมากขึ้น โดยสามารถแบ่งกลุ่มผู้ที่เหมาะกับการทำ Ulthera ได้ดังนี้
1.ผู้ที่มีอายุ 30 ปีขึ้นไป และเริ่มมีสัญญาณของผิวหย่อนคล้อย
ผู้ที่เริ่มรู้สึกว่ารูปหน้าเปลี่ยน กรอบหน้าไม่ชัด แก้มเริ่มหย่อน หรือหางตาตก ซึ่งเป็นผลจากคอลลาเจนใต้ผิวลดลง Ulthera จะช่วยยกกระชับผิวในระดับลึก เพื่อดึงผิวให้คืนรูปได้โดยไม่ต้องพึ่งศัลยกรรม
2.ผู้ที่ต้องการยกกระชับผิวโดยไม่ต้องผ่าตัด
Ulthera เหมาะกับคนที่อยากได้ผลลัพธ์ใกล้เคียงกับการผ่าตัดดึงหน้า แต่ไม่ต้องการมีแผล ไม่อยากพักฟื้น หรือยังไม่พร้อมสำหรับการทำศัลยกรรมจริง เช่น
• คนทำงานที่ไม่มีเวลาพักฟื้น
• คนกลัวเข็มหรือการผ่าตัด
• ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์แบบเป็นธรรมชาติ ค่อยเป็นค่อยไป
3.ผู้ที่เคยทำศัลยกรรมหรือฉีดฟิลเลอร์/โบท็อกซ์มาก่อน
Ulthera สามารถช่วย ยืดอายุผลลัพธ์ของการศัลยกรรมดึงหน้า หรือช่วยเสริมประสิทธิภาพของโบท็อกซ์และฟิลเลอร์ โดยไม่รบกวนหรือทำลายสารที่ฉีดเข้าไป เพราะใช้พลังงานคลื่นเสียงที่ลงลึกแบบเฉพาะจุด ไม่กระจายออกเหมือนคลื่นพลังงานชนิดอื่น
4.ผู้ที่มีปัญหาผิวเฉพาะจุด เช่น หางตาตก คางสองชั้น รูขุมขนกว้าง
ไม่จำเป็นต้องทำทั่วหน้าเสมอไป ผู้ที่มีปัญหาเฉพาะจุด เช่น
• หางตาตกเล็กน้อย
• แนวกรอบหน้าเริ่มเบลอ
• เหนียงใต้คาง
• รูขุมขนกว้าง ผิวไม่เรียบ
Ulthera สามารถเลือกทำเฉพาะจุดด้วยจำนวนช็อตที่น้อยลง และได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนเฉพาะบริเวณ
5.ผู้ที่มีผิวบางหรือผิวแพ้ง่าย
เนื่องจาก Ulthera ไม่ทำให้ผิวชั้นบนถูกทำลาย ไม่มีรอยแผลหรือความร้อนที่กระจายผิวด้านบน จึงเหมาะกับคนที่มีผิวแพ้ง่ายหรือไม่สามารถทำเลเซอร์ชนิดอื่นที่ทำให้ผิวลอกหรือแดงได้
6.ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวให้ดูอ่อนโยน
Ulthera กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิวโดยไม่ใช้สารเติมเต็มหรือพลังงานจากเข็ม จึงได้ผลลัพธ์ที่ค่อยเป็นค่อยไป ผิวจะกระชับและแน่นขึ้นภายใน 2-3 เดือนหลังทำ และผลลัพธ์จะดู "เนียนกลืน" มากกว่าการเปลี่ยนแปลงแบบทันที
ใครควรหลีกเลี่ยงการทำ Ulthera
แม้ว่า Ulthera จะเป็นเทคโนโลยีที่ปลอดภัยและไม่ใช้เข็ม ไม่ผ่าตัด แต่ก็มีบางกลุ่มคนที่ ควรหลีกเลี่ยงหรือเลื่อนการรักษา Ulthera ออกไปก่อน ดังนี้
• ผู้ที่มีแผลเปิด หรือการติดเชื้อบริเวณใบหน้าควรเลี่ยงการทำ Ulthera
- เช่น แผลสด สิวอักเสบชนิดรุนแรง แผลจากการศัลยกรรมที่ยังไม่หายดี
- เพราะพลังงานอัลตราซาวด์อาจทำให้แผลหายช้าลงหรือระคายเคืองผิวเพิ่มขึ้น
• ผู้ที่มีการปลูกไหมละลายหรือไหมถาวรบนใบหน้า ควรเลี่ยงการทำ Ulthera
- โดยเฉพาะหากทำการร้อยไหมภายในเวลาไม่ถึง 2-3 เดือน
- ควรปรึกษาแพทย์ก่อน เพราะพลังงานจาก Ulthera อาจกระทบกับโครงสร้างของไหมที่ยังไม่เซ็ตตัวดี
• ผู้ที่ใส่อุปกรณ์โลหะหรือซิลิโคนในบริเวณใบหน้าควรเลี่ยงการทำ Ulthera
- เช่น ผู้ที่มีการเสริมจมูกหรือคางด้วยซิลิโคนที่อยู่ตื้น
- พลังงานความร้อนอาจกระทบกับวัสดุนั้นได้ในบางกรณี ต้องประเมินจุดและความลึกโดยแพทย์อย่างระมัดระวัง
• ผู้ที่เป็นโรคเรื้อรังควบคุมไม่ได้ควรเลี่ยงการทำ Ulthera
- เช่น เบาหวานชนิดที่มีแผลหายยาก ความดันสูงไม่คงที่ โรคลมชัก
- เนื่องจากอาจมีภาวะแทรกซ้อนจากการตอบสนองของร่างกาย
• หญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรควรเลี่ยงการทำ Ulthera
- ยังไม่มีงานวิจัยที่รับรองความปลอดภัยแน่ชัด จึงควรหลีกเลี่ยงชั่วคราว แม้ไม่มีผลกระทบโดยตรงที่พิสูจน์แล้ว
• ผู้ที่มีโรคทางผิวหนังเฉพาะจุดควรเลี่ยงการทำ Ulthera
- เช่น โรคสะเก็ดเงิน เริม ผื่นแพ้เรื้อรัง บริเวณที่ต้องทำ
- เพราะอาจทำให้ผื่นกำเริบหรือลุกลามหลังรับพลังงาน
• ผู้ที่มีอุปกรณ์ไฟฟ้าฝังในร่างกายควรเลี่ยงการทำ Ulthera
- เช่น เครื่องกระตุ้นหัวใจ (Pacemaker) หรือเครื่องกระตุ้นประสาท
- อุปกรณ์เหล่านี้อาจได้รับผลกระทบจากคลื่นอัลตราซาวด์ จึงเป็นข้อห้ามเด็ดขาด
โปรแกรม Ulthera ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล
หลังทำ Ulthera กี่วันถึงเห็นผลลัพธ์
เห็นผลทันทีประมาณ 20-30% หลังทำ Ulthera เสร็จ
• ผิวจะรู้สึกกระชับขึ้นเล็กน้อยทันทีหลังทำจากการหดตัวของชั้น SMAS
• เห็นความเปลี่ยนแปลงเฉพาะในบางจุด เช่น กรอบหน้าชัดขึ้นเล็กน้อย หรือผิวตึงขึ้นเล็กน้อย
ผลลัพธ์จะชัดเจนขึ้นภายใน 1-3 เดือนหลังทำ Ulthera
• ร่างกายจะเริ่ม กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ อย่างต่อเนื่อง
• ผิวจะค่อย ๆ ยกกระชับขึ้น ริ้วรอยลดลง และผิวแน่นมากขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
ผลลัพธ์สูงสุดจะเห็นในช่วงประมาณเดือนที่ 3-6 หลังทำ Ulthera
• โครงสร้างผิวจะคงที่มากที่สุดในช่วงนี้
• เหมาะกับการประเมินผลและเปรียบเทียบก่อน-หลังทำ
ผลลัพธ์สามารถอยู่ได้นาน 9-12 เดือน หรือมากกว่านั้น
• ระยะเวลาขึ้นอยู่กับอายุ การดูแลผิวหลังทำ และการใช้ชีวิต (เช่น แสงแดด นอนดึก สูบบุหรี่)
Ulthera เห็นผลบางส่วนได้ทันทีหลังทำ และจะค่อย ๆ ชัดเจนขึ้นในช่วง 1-3 เดือน โดยผลลัพธ์เต็มที่มักอยู่ในช่วงเดือนที่ 3 และสามารถอยู่ได้นานเกือบ 1 ปี การดูแลตัวเองและสุขภาพผิวหลังทำ Ulthera มีผลอย่างมากต่อความยั่งยืนของผลลัพธ์
Ulthera อยู่ได้นานแค่ไหน
ผลลัพธ์จากการทำ Ulthera สามารถอยู่ได้นานโดยเฉลี่ย ประมาณ 9-12 เดือน ต่อการทำเพียง 1 ครั้ง โดยไม่จำเป็นต้องทำบ่อยเหมือนการฉีดโบท็อกซ์หรือฟิลเลอร์ และที่สำคัญคือ ผลลัพธ์ที่ได้เป็นธรรมชาติ เพราะร่างกายจะสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่เอง
ทำไม Ulthera ถึงอยู่ได้นาน
• Ulthera ใช้ พลังงานคลื่นเสียงอัลตราซาวด์ ที่ลงลึกถึงชั้น SMAS ซึ่งเป็นโครงสร้างลึกของผิว เป็นชั้นเดียวกับที่ใช้ในการศัลยกรรมดึงหน้า
• เมื่อพลังงานลงไปถึงชั้นนั้น จะทำให้เนื้อเยื่อหดตัว และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่อย่างต่อเนื่อง
• กระบวนการสร้างคอลลาเจนนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่วันสองวัน แต่จะค่อย ๆ สร้างและจัดเรียงตัวอย่างเป็นธรรมชาติ ซึ่งใช้เวลา 2-3 เดือน และผลจะอยู่ต่อเนื่องได้อีกหลายเดือนหลังจากนั้น
ปัจจัยที่ทำให้ผลลัพธ์จากการทำ Ulthera อยู่นานหรือสั้นลง
แม้โดยทั่วไปผลลัพธ์จากการทำ Ulthera จะอยู่ได้ 9-12 เดือน แต่ก็มีปัจจัยที่ส่งผลต่อความยาวนานของผลลัพธ์ เช่น
• อายุของผู้รับบริการ ยิ่งอายุน้อย ผิวยิ่งตอบสนองต่อพลังงานได้ดี ผลจึงอยู่นานกว่า
• การดูแลหลังทำ Ulthera การทาครีมบำรุง หลีกเลี่ยงแดด และไม่สูบบุหรี่ จะช่วยยืดผลลัพธ์ให้ยาวนานขึ้น
• สภาพผิวและโครงสร้างผิวเดิม หากผิวหย่อนคล้อยมาก อาจต้องทำซ้ำเร็วกว่าคนที่ปัญหายังไม่รุนแรง
• พฤติกรรมการใช้ชีวิต การพักผ่อนเพียงพอ รับประทานอาหารที่ดี ออกกำลังกายสม่ำเสมอ จะช่วยคงผลลัพธ์ให้นานขึ้น
Ulthera อันตรายต่อผิวหน้าหรือไม่
การทำ Ulthera ไม่เป็นอันตรายต่อผิวหน้าด้วยเหตุผลดังนี้
1.เทคโนโลยีผ่านการรับรองจาก FDA
Ulthera หรือ Ultherapy ได้รับการรับรองจากทั้ง องค์การอาหารและยา (FDA) ของสหรัฐฯ และ อย. ไทย ว่าเป็นเทคโนโลยีที่ปลอดภัยสำหรับการยกกระชับผิวโดยไม่ผ่าตัด
2.ไม่ทำลายผิวชั้นบน
พลังงานของ Ulthera เป็น คลื่นเสียงอัลตราซาวด์ ที่สามารถลงลึกถึงชั้นผิวเป้าหมายโดยไม่กระทบต่อผิวหนังด้านบน จึง ไม่เกิดแผล ไม่ลอก ไม่ไหม้ ต่างจากเลเซอร์บางชนิดที่มีผลต่อชั้นผิวตื้น
3.แพทย์สามารถมองเห็นชั้นผิวขณะทำ
ด้วยเทคโนโลยี Ultrasound Imaging (Real-Time Visualization) แพทย์สามารถดูโครงสร้างผิวขณะปล่อยพลังงานได้แบบเรียลไทม์ ช่วยให้ยิงพลังงานได้แม่นยำ ตรงจุด และลดความเสี่ยงจากการยิงผิดตำแหน่ง
เปรียบเทียบ Ulthera กับการยกกระชับผิวหน้าด้วยโปรแกรมอื่นๆ
รายการเปรียบเทียบ |
Ulthera |
HIFU (ทั่วไป) |
Thermage |
Oligio |
พลังงานที่ใช้ |
คลื่นเสียง Microfocused Ultrasound |
คลื่นเสียง Ultrasound |
คลื่นวิทยุ Radiofrequency (Monopolar RF) |
คลื่นวิทยุ Radiofrequency (Monopolar RF) |
ระดับความลึก |
ลึกถึงชั้น SMAS |
ถึงชั้น SMAS แต่พลังงานเบากว่า Ulthera |
ชั้นหนังแท้ลึก (Dermis) |
ชั้นหนังแท้ลึก (Dermis) |
ผลลัพธ์หลัก |
ยกกระชับหน้า แก้ม คอ กรอบหน้า |
ยกกระชับเบา ๆ สำหรับผิวเริ่มหย่อน |
ผิวแน่น เรียบ ริ้วรอยลดลง |
ผิวแน่น เรียบ กระชับ รูขุมขนเล็กลง |
เห็นผลทันที |
20-30% หลังทำ |
10-20% หลังทำ |
30-40% หลังทำ |
30-40% หลังทำ |
ผลเต็มที่เมื่อใด |
2-3 เดือน |
2-3 เดือน |
1-2 เดือน |
1-2 เดือน |
ระยะเวลาผลลัพธ์ |
9-12 เดือน |
4-6 เดือน |
6-12 เดือน |
6-12 เดือน |
ระดับความเจ็บ |
ปานกลาง รู้สึกตึงลึกใต้ผิว |
เบาถึงปานกลาง |
ปานกลางถึงมาก (ขึ้นอยู่กับพลังงาน) |
ปานกลาง (เจ็บน้อยกว่า Thermage) |
โปรแกรม Ulthera ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล
หลังทำ Ulthera ควรดูแลตัวเองยังไง
• หลีกเลี่ยงการสัมผัสใบหน้าบ่อย ๆ ในช่วง 24 ชั่วโมงแรก
• งดการนวดหน้า ขัดหน้า หรือทำทรีตเมนต์แรง ๆ อย่างน้อย 1 สัปดาห์
• ทาครีมบำรุงและมอยส์เจอร์ไรเซอร์เป็นประจำ เพื่อรักษาความชุ่มชื้นของผิว
• ทาครีมกันแดดทุกวัน และหลีกเลี่ยงแดดจัดอย่างน้อย 1 สัปดาห์
• หลีกเลี่ยงซาวน่า น้ำร้อน และกิจกรรมที่ทำให้หน้าแดงร้อน 2-3 วันแรก
• ดื่มน้ำให้เพียงพอ เพื่อช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน
• งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่ ชั่วคราว เพราะอาจลดประสิทธิภาพการฟื้นฟูผิว
เราควรเลือกทำ Ulthera ที่ไหนดี
• เลือกคลินิกที่มีใบอนุญาตถูกต้อง จากกระทรวงสาธารณสุข
• ใช้เครื่อง Ulthera แท้ (Ultherapy) ผ่านการรับรองจาก US FDA และ อย. ไทย
• มีแพทย์เฉพาะทางผิวหนังหรือเลเซอร์ ที่มีประสบการณ์ในการทำ Ulthera โดยตรง
• มีระบบ Ultrasound Imaging ขณะทำ (มองเห็นชั้นผิวจริง ๆ เพื่อความแม่นยำ)
• มีรีวิวจริงจากผู้ใช้บริการ พร้อมภาพก่อน-หลัง และผลลัพธ์ชัดเจน
• ให้คำปรึกษาโดยแพทย์ก่อนทำ และมีแผนการรักษาเฉพาะบุคคล
• สถานที่สะอาด ปลอดภัย เครื่องมือได้มาตรฐาน
รวมคำถามยอดฮิตของการทำ Ulthera
1.ทำ Ulthera เจ็บไหม?
• รู้สึกเจ็บเล็กน้อยถึงปานกลาง เป็นความรู้สึกตึงลึกใต้ผิว
• ระดับความเจ็บขึ้นอยู่กับจุดที่ทำ ความลึกของพลังงาน และความไวของผิวแต่ละคน
• ปัจจุบันมีการประคบเย็นหรือใช้ยาชาก่อนทำเพื่อลดความรู้สึกไม่สบาย
2.ทำ Ulthera ใช้เวลาเท่าไหร่?
• ใช้เวลาประมาณ 30-60 นาที ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำ
• เช่น ทำทั่วหน้าและลำคออาจใช้เวลานานกว่าเฉพาะจุด
3.ทำ Ulthera คู่กับหัตถการอื่นได้ไหม?
• สามารถทำร่วมกับหัตถการอื่นได้ เช่น โบท็อกซ์ ฟิลเลอร์ เลเซอร์ IPL
• ควรวางแผนให้เหมาะสม เช่น
- Ulthera ควรทำก่อนฉีดฟิลเลอร์
- หรือเว้นระยะห่าง 1-2 สัปดาห์ หากทำเลเซอร์ที่กระทบผิวชั้นตื้น
• ควรให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญวางแผนร่วมกันอย่างปลอดภัย
4.ทำ Ulthera แล้วเมื่อไหร่ถึงออกกำลังกายได้?
• สามารถออกกำลังกายเบา ๆ ได้ ทันทีหลังทำ หากไม่มีอาการบวมมาก
• แนะนำเว้นกิจกรรมหนักที่ทำให้เหงื่อออกหรือหน้าแดงจัด ภายใน 24 ชั่วโมงแรก
สรุปทุกเรื่องของการทำ Ulthera
Ulthera นวัตกรรมยกกระชับทำให้หน้าเราดูยกขึ้น และช่วยแก้ปัญหาผิวหน้าต่างๆได้ตรงจุด เหมาะสำหรับคนที่กลัวเข็ม และไม่ชอบผ่าตัด ควรเลือกบริเวณที่ทำอย่าเหมาะสม หรือให้แพทย์ประเมิณปัญหาก่อน เพื่อที่จะได้ผลลัพธ์จากโปรแกรม Ulthera ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เมื่อเราใช้ตัวช่วยในการดูแลตัวเองแล้วสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือการดูแลตัวเองหลังทำเพื่อส่งเสริมผลลัพธ์ให้เห็นได้อย่างชัดเจน เพื่อให้เราเป็นตัวเองในเวอร์ชันที่มั่นใจมากกว่าเดิม
* เงื่อนไขตามบริษัทฯ กำหนด
แนะนำให้สอบถามกับเจ้าหน้าที่ก่อนเข้ารับบริการ
เพื่อความชัวร์และได้สิทธิ์ที่คุ้มที่สุดค่ะ