romrawin

โปรแกรมฉีดโบลดร่องแก้ม คืออะไร ฉีดกี่ยูนิต กี่วันถึงเห็นผล

ฉีดโบลดร่องแก้ม

550

ฉีดโบลดร่องแก้ม คืออะไร ฉีดกี่ยูนิต กี่วันถึงเห็นผล
ร่องแก้มลึกคือหนึ่งในปัญหาผิวหน้าที่ทำให้ใบหน้าดูเหนื่อยล้า แก่กว่าวัย และขาดความสดใส แม้จะดูเหมือนเป็นเพียงร่องเล็ก ๆ ที่เกิดจากการยิ้มหรือแสดงสีหน้า แต่ในความจริงแล้วร่องแก้มลึกสามารถส่งผลต่อความมั่นใจและบุคลิกภาพได้อย่างมาก

หนึ่งในวิธีการแก้ปัญหาที่ได้รับความนิยมในปัจจุบันคือ การฉีดโบลดร่องแก้ม ซึ่งช่วยคลายกล้ามเนื้อบางมัดที่ดึงผิวให้เกิดรอยพับ จึงสามารถลดความลึกของร่องแก้มได้โดยไม่ต้องผ่าตัด และไม่ทำให้ใบหน้าแข็งตึงอย่างที่หลายคนกังวล

บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจว่าการฉีดโบลดร่องแก้ม ช่วยลดร่องแก้มได้อย่างไร เหมาะกับใคร ฉีดกี่ยูนิต กี่วันถึงเห็นผล อยู่ได้นานแค่ไหน มีผลข้างเคียงไหม พร้อมเปรียบเทียบฉีดโบลดร่องแก้มกับวิธีรักษาอื่น ๆ อย่างฟิลเลอร์ เลเซอร์ และร้อยไหม เพื่อให้คุณสามารถตัดสินใจเลือกแนวทางที่เหมาะกับตัวเองได้อย่างมั่นใจ

ฉีดโบลดร่องแก้มคืออะไร
ฉีดโบลดร่องแก้ม หรือ ฉีดโบท็อกซ์ลดร่องแก้ม คือการฉีดสารโบทูลินัม ท็อกซิน เอ (Botulinum Toxin A) เข้าไปบริเวณกล้ามเนื้อรอบร่องแก้ม เพื่อช่วยลดการทำงานของกล้ามเนื้อบริเวณนั้น ส่งผลให้ร่องแก้มที่เกิดจากการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อซ้ำ ๆ เช่น การยิ้ม การหัวเราะ ดูตื้นขึ้น ใบหน้าดูอ่อนเยาว์และเรียบเนียน

การฉีดโบลดร่องแก้ม โบท็อกซ์จะทำหน้าที่ยับยั้งการทำงานของสารสื่อประสาทที่กระตุ้นให้กล้ามเนื้อหดตัว เมื่อกล้ามเนื้อที่ฉีดมีการคลายตัว การพับของผิวหนังบริเวณนั้นก็จะลดลง ส่งผลให้ร่องแก้มที่เคยชัดเจนดูจางลง โดยเฉพาะในกรณีที่ร่องแก้มเกิดจากการแสดงสีหน้าซ้ำ ๆ มากกว่าจากโครงสร้างหรือไขมันใต้ผิวหนังที่ลดลง

สาเหตุของร่องแก้มลึก เกิดจากอะไร
ร่องแก้มลึก คือ รอยพับจากปีกจมูกลากยาวไปจนถึงมุมปาก เป็นบริเวณที่แสดงอายุได้อย่างชัดเจน หากร่องลึกมากอาจทำให้ใบหน้าดูเหนื่อยล้า ดูแก่ก่อนวัย ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ โดยร่องแก้มลึกเกิดจากหลายปัจจัยดังนี้

1.อายุที่มากขึ้น
เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายจะผลิตคอลลาเจนและอีลาสตินลดลง ส่งผลให้ผิวสูญเสียความยืดหยุ่น ชั้นไขมันใต้ผิวหนังบริเวณแก้มจะเริ่มยุบตัวลง กล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อเกี่ยวพันหย่อนคล้อยลงตามแรงโน้มถ่วง กระดูกโครงหน้าเริ่มเปลี่ยนรูป ทำให้ผิวหนังไม่กระชับเหมือนเดิม จึงเกิดเป็นร่องแก้มลึกชัดเจนมากขึ้น

2.การทำงานของกล้ามเนื้อซ้ำ ๆ
การยิ้ม หัวเราะ หรือแสดงสีหน้าซ้ำ ๆ เป็นระยะเวลานาน ทำให้เกิดรอยพับบริเวณร่องแก้มจากการหดเกร็งของกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะในคนที่มีพฤติกรรมแสดงสีหน้าบ่อย หากไม่ดูแลผิวให้แข็งแรง ร่องพับเหล่านี้จะกลายเป็นร่องลึกถาวร

3.การสูญเสียไขมันใต้ผิวหนัง
เมื่อไขมันบริเวณแก้มยุบตัวลงตามอายุ ผิวชั้นบนจะเริ่มตกลงตามแรงโน้มถ่วง ส่งผลให้บริเวณร่องแก้มดูเด่นและลึกขึ้น

4.การหย่อนคล้อยของผิวหนัง
มักเกิดร่วมกับการเสื่อมของคอลลาเจน เมื่อผิวหนังหย่อนลงมาก ๆ จะดึงให้เนื้อแก้มเคลื่อนตัวลงต่ำ สะสมบริเวณร่องแก้มและทำให้ร่องชัดมากขึ้น

5.พันธุกรรม
โครงสร้างใบหน้าที่ถ่ายทอดทางกรรมพันธุ์ เช่น โหนกแก้มสูง หน้ากลม หรือหน้าแคบ อาจส่งผลให้เกิดร่องแก้มลึกเร็วกว่าปกติในบางราย แม้อายุยังน้อย

6.แสงแดดและมลภาวะ
แสง UV สามารถทำลายเส้นใยคอลลาเจนในชั้นผิวหนังได้โดยตรง ทำให้ผิวบางลงและขาดความยืดหยุ่น ส่งผลให้เกิดริ้วรอยรวมถึงร่องแก้มได้ลึกขึ้น

7.พฤติกรรมในชีวิตประจำวัน
การนอนตะแคงหรือนอนคว่ำเป็นประจำ ทำให้ผิวบริเวณแก้มเกิดแรงกดซ้ำ ๆ การสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์ และการพักผ่อนไม่เพียงพอ ล้วนส่งผลให้ผิวเสื่อมสภาพเร็ว

ฉีดโบลดร่องแก้ม ช่วยลดร่องแก้มได้อย่างไร
การฉีดโบลดร่องแก้ม เป็นหัตถการความงามที่ใช้สารโบทูลินัม ท็อกซิน เอ (Botulinum Toxin A) ในการคลายกล้ามเนื้อเฉพาะจุด ซึ่งสามารถช่วยลดร่องแก้มได้โดยอาศัยกลไกการทำงานที่ตรงจุด เหมาะสำหรับร่องแก้มที่เกิดจากการขยับกล้ามเนื้อซ้ำ ๆ เช่น ยิ้ม หัวเราะ หรือแสดงสีหน้าต่าง ๆ เป็นประจำ

กลไกการทำงานของการฉีดโบลดร่องแก้ม
เมื่อฉีดโบท็อกซ์เข้าไปในบริเวณกล้ามเนื้อรอบร่องแก้ม เช่น บริเวณมุมปากหรือข้างแก้มที่กล้ามเนื้อทำงานมากเกินไป ตัวยาจะทำงานโดย

• ฉีดโบลดร่องแก้มยับยั้งการทำงานของสารสื่อประสาท
โบท็อกซ์จะป้องกันไม่ให้สารสื่อประสาทไปกระตุ้นกล้ามเนื้อให้หดตัว ซึ่งเป็นต้นเหตุของการเกิดรอยพับหรือร่องลึกจากการเคลื่อนไหวของผิวซ้ำ ๆ

• ฉีดโบลดร่องแก้มคลายตัวกล้ามเนื้อบริเวณร่องแก้ม
เมื่อกล้ามเนื้อคลายตัวลง ผิวหนังบริเวณนั้นจะถูกยืดออกอย่างเป็นธรรมชาติ ทำให้ร่องแก้มที่เคยลึกจากการพับผิวขณะยิ้มหรือพูด ดูจางลง

• ฉีดโบลดร่องแก้มลดแรงดึงจากกล้ามเนื้อดึงใบหน้าลงล่าง
กล้ามเนื้อบางมัดที่ดึงมุมปากลงล่างมีส่วนทำให้ร่องแก้มเด่นขึ้น การคลายกล้ามเนื้อมัดนี้จะช่วยให้เนื้อแก้มไม่ถูกดึงลง และร่องดูตื้นขึ้น

ฉีดโบลดร่องแก้ม ทำบริเวณไหน
การฉีดโบลดร่องแก้ม ไม่ได้ฉีดลงไปตรงร่องแก้มโดยตรงเหมือนกับการฉีดฟิลเลอร์ แต่จะเน้นฉีดบริเวณรอบ ๆ ที่มีผลต่อการทำให้ร่องแก้มลึกขึ้น โดยเฉพาะกล้ามเนื้อที่ทำงานมากเกินไปจนเกิดรอยพับสะสม ซึ่งแพทย์จะประเมินและเลือกจุดฉีดเฉพาะบุคคลตามสาเหตุของร่องแก้ม บริเวณที่นิยมฉีดโบลดร่องแก้ม ได้แก่

1.ฉีดโบลดร่องแก้มบริเวณมุมปากด้านล่าง
อยู่ใกล้มุมปากด้านล่างเฉียงออกไปทางกราม เป็นกล้ามเนื้อที่ทำให้มุมปากตกลง ซึ่งส่งผลให้ร่องแก้มเด่นขึ้น การฉีดบริเวณนี้ช่วยยกมุมปากขึ้น ทำให้ร่องแก้มดูจางลงอย่างเป็นธรรมชาติ

2.ฉีดโบลดร่องแก้มบริเวณข้างจมูก
อยู่ระหว่างปีกจมูกกับมุมปากด้านบน เป็นกล้ามเนื้อที่ทำให้ยกริมฝีปากบนและสร้างรอยพับลึกช่วงต้นของร่องแก้ม ช่วยลดการขยับของผิวบริเวณนี้ขณะยิ้ม

3.ฉีดโบลดร่องแก้มบริเวณใต้โหนกแก้ม
อยู่บริเวณเหนือแก้มใกล้ใต้ตา กล้ามเนื้อมัดนี้ช่วยยกแก้มขณะยิ้ม หากทำงานมากเกินไปจะกดทับร่องแก้มการคลายกล้ามเนื้อนี้จะช่วยให้ร่องแก้มดูตื้นขึ้นเมื่อยิ้ม

4.ฉีดโบลดร่องแก้มบริเวณปีกจมูกและเหนือริมฝีปาก
ฉีดโบลดร่องแก้มบริเวณปีกจมูกและเหนือริมฝีปาก ช่วยปรับสมดุลแรงดึงของผิวช่วงต้นร่องแก้ม ทำให้ดูไม่พับลึกเกินไป

ทำไมไม่ฉีดโบลดร่องแก้มตรงร่องแก้มโดยตรง
เหตุผลที่ไม่ฉีดโบลดร่องแก้มตรงบริเวณร่องแก้มโดยตรง เพราะโบท็อกซ์ไม่ได้เพิ่มปริมาตรเหมือนฟิลเลอร์ แต่ทำหน้าที่คลายกล้ามเนื้อ หากฉีดตรงร่องแบบไม่ประเมินให้ดี อาจทำให้กล้ามเนื้อทำงานผิดสมดุล และส่งผลต่อการแสดงสีหน้า เช่น ยิ้มเบี้ยว หรือกล้ามเนื้ออ่อนแรง

ฉีดโบลดร่องแก้มเหมาะกับร่องลึกแบบไหน
การฉีดโบลดร่องแก้มจะให้ผลดีเฉพาะในกรณีที่ร่องแก้มเกิดจากการทำงานของกล้ามเนื้อซ้ำ ๆ และการฉีดโบลดร่องแก้มไม่ได้เหมาะกับทุกประเภทของร่องแก้ม โดยสามารถจำแนกความเหมาะสมได้ตามลักษณะของร่องแก้มลึก ดังนี้

ฉีดโบลดร่องแก้มเหมาะกับร่องแก้มจากกล้ามเนื้อ
ลักษณะเด่น
• ร่องจะเห็นชัดขึ้นขณะยิ้ม พูด หรือหัวเราะ
• ขณะใบหน้านิ่ง ร่องอาจไม่ลึกหรือแทบไม่เห็น
• มักพบในผู้ที่ยังมีผิวเต่งตึง เช่น วัย 20-35 ปี
• เกิดจากกล้ามเนื้อที่ใช้ในการแสดงสีหน้าทำงานมากเกินไป

เหตุผลที่เหมาะกับการฉีดโบลดร่องแก้ม
• โบท็อกซ์ทำหน้าที่คลายกล้ามเนื้อที่หดตัวแรงหรือบ่อยเกินไป
• เมื่อกล้ามเนื้อทำงานลดลง ร่องแก้มที่เกิดจากการขยับซ้ำ ๆ จะดูจางลงอย่างชัดเจน
• ช่วยให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ สดใส โดยไม่ต้องผ่าตัดหรือใช้สารเติมเต็ม

ฉีดโบลดร่องแก้มไม่เหมาะกับร่องแก้มจากผิวและไขมันยุบตัว
ลักษณะเด่น
• ร่องลึกแม้ขณะใบหน้านิ่ง
• มักเกิดจาก การเสื่อมของคอลลาเจน, ไขมันใต้ผิวลดลง, หรือ ผิวหย่อนคล้อยตามวัย
• พบบ่อยในคนอายุ 35 ปีขึ้นไป หรือคนที่น้ำหนักลดเร็ว

เหตุผลที่ไม่เหมาะกับการฉีดโบลดร่องแก้ม
• โบท็อกซ์ไม่สามารถเติมเต็มร่องลึกหรือกระตุ้นคอลลาเจนได้
• การรักษาที่เหมาะสมควรเป็น ฟิลเลอร์เพื่อเติมเต็มร่อง หรือ เลเซอร์ ร้อยไหม เพื่อยกกระชับผิว

ฉีดโบลดร่องแก้มเหมาะกับใครบ้าง
การฉีดโบลดร่องแก้ม เป็นทางเลือกที่เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาร่องแก้มจากกล้ามเนื้อทำงานมากเกินไป ไม่ใช่จากผิวหนังที่หย่อนคล้อยหรือไขมันที่ยุบตัว ดังนั้นผู้เข้ารับการฉีดโบลดร่องแก้มที่เหมาะสมจึงเป็นหัวใจสำคัญของผลลัพธ์ที่ดี โดยกลุ่มคนที่เหมาะกับการฉีดโบลดร่องแก้ม มีดังนี้

1.ฉีดโบลดร่องแก้มเหมาะกับผู้ที่มีร่องแก้มจากการแสดงสีหน้าซ้ำ ๆ
เช่น ยิ้มบ่อย พูดบ่อย หรือหัวเราะบ่อย จนกล้ามเนื้อบริเวณร่องแก้มถูกใช้งานซ้ำ ๆ ทำให้เกิดร่องพับขณะยิ้มหรือหัวเราะ ร่องจะไม่ลึกมากนัก และมักจางหายไปเมื่อนิ่งหน้า เหมาะอย่างยิ่งกับการฉีดโบลดร่องแก้มเพื่อคลายกล้ามเนื้อ

2.ฉีดโบลดร่องแก้มเหมาะกับคนอายุน้อย ผิวยังมีความยืดหยุ่นดี
เช่น วัย 20-35 ปี ที่เริ่มมีร่องแก้มจาง ๆ จากกล้ามเนื้อ ไม่ใช่จากความเสื่อมของโครงสร้างผิว ในกลุ่มนี้การฉีดโบลดร่องแก้มสามารถชะลอการลึกของร่องในระยะยาวได้ เหมาะกับการฉีดเพื่อป้องกันริ้วรอยถาวร

3.ฉีดโบลดร่องแก้มเหมาะกับผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าหรือยกมุมปากร่วมด้วย
เช่น ผู้ที่มีลักษณะมุมปากตกเล็กน้อย (ปากคว่ำ) ทำให้ร่องแก้มเด่น การฉีดโบลดร่องแก้มบริเวณกล้ามเนื้อ Depressor Anguli Oris (DAO) จะช่วยยกมุมปาก และทำให้ร่องแก้มดูน้อยลงด้วยในตัว

4.ฉีดโบลดร่องแก้มเหมาะกับผู้ที่ไม่ต้องการใช้ฟิลเลอร์
บางคนไม่สะดวกใจในการฉีดฟิลเลอร์ เช่น กังวลเรื่องปริมาตรที่เพิ่มขึ้น หรือไม่อยากให้ใบหน้าดูเปลี่ยนไปมาก การฉีดโบลดร่องแก้มจึงเป็นตัวเลือกที่ดี เพราะไม่เพิ่มวอลลุ่ม ไม่บวม และไม่เปลี่ยนรูปหน้า

5.ฉีดโบลดร่องแก้มเหมาะกับผู้ที่เคยฉีดฟิลเลอร์แล้วร่องแก้มยังไม่จางสนิท
ในบางกรณีฟิลเลอร์อย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ เนื่องจากมีแรงดึงจากกล้ามเนื้อ การฉีดโบลดร่องแก้มเสริมจะช่วยให้ผลลัพธ์สมบูรณ์ยิ่งขึ้น โดยช่วยลดแรงพับของกล้ามเนื้อควบคู่ไปกับการเติมเต็มผิว

ฉีดโบลดร่องแก้มไม่เหมาะกับใครบ้าง
แม้การฉีดโบลดร่องแก้มจะเป็นหัตถการความงามที่ได้รับความนิยม แต่ก็มีบางกลุ่มที่ไม่ควรฉีดโบลดร่องแก้ม หรือ ควรพิจารณาวิธีอื่นแทน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพมากกว่า

1.ฉีดโบลดร่องแก้มไม่เหมาะกับผู้ที่มีร่องแก้มลึกจากผิวหย่อนคล้อยหรือไขมันยุบตัว
ลักษณะร่องลึกตลอดเวลา ไม่ว่าจะยิ้มหรือใบหน้านิ่ง เกิดจากการเสื่อมของคอลลาเจนและการยุบตัวของชั้นไขมันใต้ผิว การฉีดโบลดร่องแก้มจึงไม่สามารถเติมเต็มหรือยกกระชับได้

2.ฉีดโบลดร่องแก้มไม่เหมาะกับผู้สูงอายุที่มีความหย่อนคล้อยชัดเจน
ในผู้ที่มีอายุ 40-60 ปีขึ้นไป โครงสร้างใบหน้าเริ่มเปลี่ยนไปมาก กล้ามเนื้ออ่อนแรง ผิวหนังบางและหย่อนการฉีดโบลดร่องแก้มอาจไม่ได้ผล หรือทำให้ใบหน้าดูผิดธรรมชาติ ควรใช้วิธีอื่นร่วม เช่น เลเซอร์ยกกระชับผิวแทนการฉีดกล้ามเนื้อ

3.ฉีดโบลดร่องแก้มไม่เหมาะกับผู้ที่มีกล้ามเนื้ออ่อนแรงอยู่แล้ว
เช่น เคยมีภาวะกล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือภาวะยิ้มเบี้ยวแต่กำเนิด การฉีดโบลดร่องแก้มเพิ่มอาจทำให้ใบหน้าเสียสมดุลหรือแสดงสีหน้าไม่เป็นธรรมชาติ

4.ฉีดโบลดร่องแก้มไม่เหมาะกับหญิงตั้งครรภ์หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร
แม้ยังไม่มีรายงานแน่ชัดว่าโบท็อกซ์เป็นอันตราย แต่ไม่แนะนำให้ฉีดโบลดร่องแก้มในช่วงนี้ เพื่อความปลอดภัยของทารกแนะนำให้รอจนพ้นระยะให้นมก่อน

5.ฉีดโบลดร่องแก้มไม่เหมาะกับผู้ที่มีประวัติแพ้โบท็อกซ์หรือสารประกอบในตัวยา
หากเคยมีอาการแพ้ เช่น บวมแดง รอยผื่น ลมหายใจติดขัดหลังฉีดโบท็อกซ์ ควรหลีกเลี่ยงฉีดโบลดร่องแก้ม จำเป็นต้องแจ้งแพทย์ล่วงหน้าก่อนรับการรักษาทุกครั้ง

การเตรียมตัวก่อนฉีดโบลดร่องแก้ม
การฉีดโบลดร่องแก้มเป็นหัตถการที่ไม่จำเป็นต้องใช้เวลาพักฟื้นนาน แต่เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด รวมถึงลดความเสี่ยงของผลข้างเคียงต่าง ๆ ผู้เข้ารับบริการควรเตรียมตัวล่วงหน้าอย่างถูกต้องและเหมาะสมตามคำแนะนำของแพทย์

1.ก่อนฉีดโบลดร่องแก้มแจ้งข้อมูลสุขภาพกับแพทย์อย่างละเอียด
ก่อนเข้ารับการฉีดโบลดร่องแก้ม ควรแจ้งแพทย์เกี่ยวกับประวัติการแพ้ยา โรคประจำตัว เช่น โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง, โรคเลือดออกง่าย การใช้ยาบางชนิดเป็นประจำ และการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร (หากมี)

2.ก่อนฉีดโบลดร่องแก้มงดยาบางชนิดก่อนฉีดอย่างน้อย 3-7 วัน
เพื่อลดความเสี่ยงของการเกิดรอยช้ำหรือเลือดออกใต้ผิวหนัง ควรงดยาต้านการแข็งตัวของเลือด วิตามินบางชนิด เช่น วิตามินอี น้ำมันปลา โสม สมุนไพรหรืออาหารเสริมที่มีผลต่อการไหลเวียนโลหิต

3.ก่อนฉีดโบลดร่องแก้มงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก่อนฉีดอย่างน้อย 24 ชั่วโมง
เพราะแอลกอฮอล์มีผลต่อการขยายหลอดเลือด เพิ่มความเสี่ยงของรอยช้ำ ควรหลีกเลี่ยงทั้งก่อนและหลังฉีดโบลดร่องแก้ม

4.ก่อนฉีดโบลดร่องแก้มงดแต่งหน้าในวันที่เข้ารับบริการ
เพื่อความสะอาดและป้องกันการปนเปื้อนของเชื้อโรคสู่ผิวหนังในบริเวณที่จะฉีด แม้แพทย์จะทำความสะอาดผิวก่อนฉีดโบลดร่องแก้ม แต่หากไม่มีเครื่องสำอางก็จะช่วยลดขั้นตอน และป้องกันการระคายเคืองได้มากขึ้น

5.ก่อนฉีดโบลดร่องแก้มนอนพักผ่อนให้เพียงพอในคืนก่อนวันฉีด
ร่างกายที่สดชื่นจะตอบสนองต่อการรักษาได้ดี ช่วยลดความเสี่ยงของอาการวิงเวียน หน้ามืด หลังฉีด

6.ก่อนฉีดโบลดร่องแก้มเตรียมข้อมูลความคาดหวังของตนเอง
ควรบอกแพทย์ว่าต้องการให้ร่องแก้มดูตื้นลงในระดับไหน แพทย์จะช่วยประเมินว่าโบท็อกซ์สามารถตอบโจทย์ได้เพียงพอหรือไม่ หรือควรผสมผสานการรักษาอื่นร่วมด้วย เช่น ฟิลเลอร์หรือ HIFU

หลังฉีดโบลดร่องแก้ม กี่วันถึงเห็นผล
โดยทั่วไปแล้ว หลังจากฉีดโบลดร่องแก้ม ผู้เข้ารับบริการจะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงของร่องแก้มภายในเวลาไม่นาน แต่ระยะเวลาในการเห็นผลอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ เช่น ชนิดของโบท็อกซ์ที่ใช้ ปริมาณยา และสภาพร่างกายของแต่ละคน

ระยะเวลาการเห็นผลหลังฉีดโบลดร่องแก้ม

ช่วงเวลาฉีดโบลดร่องแก้ม

ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นหลังฉีดโบลดร่องแก้ม

3-4 วันแรก

เริ่มเห็นผลบางส่วน กล้ามเนื้อเริ่มคลายตัวเล็กน้อย

5-7 วัน

ร่องแก้มจะเริ่มจางลงชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะร่องที่เกิดจากการยิ้ม

ประมาณ 14 วัน

เห็นผลเต็มที่ กล้ามเนื้อหยุดหดตัว ร่องแก้มดูตื้นลงอย่างชัดเจน

ฉีดโบลดร่องแก้มอยู่ได้นานกี่เดือน
โดยทั่วไปแล้ว ผลลัพธ์ของการฉีดโบลดร่องแก้มจะไม่ถาวร แต่สามารถคงอยู่ได้นาน เฉลี่ยประมาณ 3-6 เดือน ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ เช่น ประเภทของโบท็อกซ์ที่ใช้ การตอบสนองของร่างกาย และพฤติกรรมการใช้กล้ามเนื้อในชีวิตประจำวัน

ฉีดโบลดร่องแก้ม มีผลข้างเคียงไหม
แม้ว่าการฉีดโบลดร่องแก้มจะเป็นหัตถการที่ถือว่าไม่เป็นอันตราย แต่ก็ยังมีโอกาสเกิดผลข้างเคียงได้บ้าง โดยเฉพาะหากฉีดโดยผู้ที่ไม่ใช่แพทย์ หรือไม่ได้ปฏิบัติตามคำแนะนำหลังฉีดอย่างเหมาะสม ซึ่งผลข้างเคียงเหล่านี้สามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก คือ อาการข้างเคียงทั่วไป และ ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้

ผลข้างเคียงทั่วไปหลังฉีดโบลดร่องแก้ม
พบได้บ่อย และมักหายได้เองภายในไม่กี่วัน หลังฉีดโบลดร่องแก้ม

• บวมแดงบริเวณที่ฉีด มักเกิดทันทีหลังฉีด และหายภายใน 1-2 วัน หลังฉีดโบลดร่องแก้ม
• รอยช้ำเล็กน้อยใต้ผิวหนัง เกิดจากเข็มกระทบเส้นเลือดเล็ก หายได้ภายใน 3-7 วัน หลังฉีดโบลดร่องแก้ม
• รู้สึกตึงหรือเจ็บเล็กน้อยบริเวณที่ฉีด อาการนี้เป็นเพียงชั่วคราว และมักหายได้เอง หลังฉีดโบลดร่องแก้ม
• อาการปวดศีรษะเล็กน้อย พบได้น้อยในบางราย โดยเฉพาะในช่วงวันแรกหลังฉีดโบลดร่องแก้ม
• รู้สึกมึนเล็กน้อยหรืออ่อนเพลีย เป็นอาการไม่รุนแรง และจะหายภายใน 1 วัน หลังฉีดโบลดร่องแก้ม
• รู้สึกว่าการแสดงสีหน้าเปลี่ยนเล็กน้อยในช่วงแรก มักเป็นผลจากกล้ามเนื้อเริ่มคลายตัว และจะกลับมาเป็นธรรมชาติภายในไม่กี่วัน หลังฉีดโบลดร่องแก้ม

ผลข้างเคียงที่ควรระวังหลังฉีดโบลดร่องแก้ม
พบได้น้อย หากฉีดโบลดร่องแก้มผิดตำแหน่งหรือใช้ตัวยาไม่ได้มาตรฐาน

• ยิ้มไม่สมมาตร / ปากเบี้ยว หลังฉีดโบลดร่องแก้ม เกิดจากการฉีดโบท็อกซ์ผิดตำแหน่ง ทำให้กล้ามเนื้อบางด้านทำงานไม่เท่ากัน โดยเฉพาะเวลายิ้ม
• กล้ามเนื้ออ่อนแรงผิดปกติ หลังฉีดโบลดร่องแก้ม เกิดจากโบท็อกซ์กระจายไปยังกล้ามเนื้อที่ไม่ต้องการ อาจทำให้การแสดงสีหน้าดูแข็งหรือไม่เป็นธรรมชาติ
• ปวดกล้ามเนื้อบริเวณใบหน้า หลังฉีดโบลดร่องแก้ม พบได้น้อย แต่เกิดได้หากกล้ามเนื้อบริเวณใกล้เคียงต้องปรับตัว
• ผลลัพธ์ร่องแก้มไม่เท่ากัน หลังฉีดโบลดร่องแก้ม โดยร่องแก้มฝั่งหนึ่งดูตื้นกว่าอีกฝั่ง หรือผลออกมาไม่สม่ำเสมอ อาจเกิดจากการกระจายของยาไม่เท่ากัน

คำแนะนำการดูแลตัวเองหลังฉีดโบลดร่องแก้ม
หลังการฉีดโบลดร่องแก้ม แม้จะเป็นหัตถการที่ไม่ต้องพักฟื้น แต่การดูแลตัวเองอย่างถูกต้องหลังฉีดเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อช่วยให้ตัวยาออกฤทธิ์ได้เต็มที่ ลดความเสี่ยงของผลข้างเคียง และยืดอายุของผลลัพธ์ให้ยาวนานที่สุด

หลังฉีดโบลดร่องแก้มช่วง 4-6 ชั่วโมงแรก
• หลังฉีดโบลดร่องแก้มอย่านอนราบหรือก้มหน้าต่ำ ให้นั่งหรือลุกเดินปกติ เพื่อป้องกันการไหลของยาไปยังตำแหน่งที่ไม่ต้องการ
• หลังฉีดโบลดร่องแก้มหลีกเลี่ยงการจับ นวด หรือกดแรงบริเวณที่ฉีด เพื่อป้องกันตัวยาเคลื่อนหรือกระจายผิดตำแหน่ง
• หลังฉีดโบลดร่องแก้มอย่าออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมที่ใช้แรงเยอะ เช่น ยกของหนัก วิ่ง หรือทำกิจกรรมที่ทำให้เหงื่อออกมาก

หลังฉีดโบลดร่องแก้มภายใน 24-48 ชั่วโมง
• หลังฉีดโบลดร่องแก้มงดการใช้ความร้อนกับใบหน้า ห้ามเข้าซาวน่า อบไอน้ำ หรือใช้ไดร์เป่าผมร้อนใกล้ใบหน้า
• หลังฉีดโบลดร่องแก้มงดดื่มแอลกอฮอล์ และงดสูบบุหรี่ เพื่อลดการกระตุ้นการไหลเวียนเลือด ซึ่งอาจทำให้ตัวยาออกฤทธิ์สั้นลง
• หลังฉีดโบลดร่องแก้มงดการแต่งหน้า หรือทรีตเมนต์ใบหน้าแรง ๆ เพื่อป้องกันการระคายเคืองหรือการกระจายของตัวยา
• หลังฉีดโบลดร่องแก้มงดการนอนตะแคงหรือนอนคว่ำ โดยเฉพาะฝั่งที่ฉีด ควรนอนหงายและใช้หมอนรองศีรษะสูง

การดูแลทั่วไปหลังฉีดโบลดร่องแก้ม
• หลังฉีดโบลดร่องแก้มดื่มน้ำให้มาก พักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อให้ร่างกายฟื้นตัวและดูดซึมตัวยาได้ดี
• หลังฉีดโบลดร่องแก้มหมั่นสังเกตอาการผิดปกติ เช่น ปากเบี้ยว ยิ้มไม่เท่ากัน อาการบวมแดงร้อนนานผิดปกติ ควรรีบพบแพทย์
• หลังฉีดโบลดร่องแก้มเข้าพบแพทย์เพื่อติดตามผล โดยเฉพาะในช่วง 2 สัปดาห์หลังฉีด เพื่อประเมินผลลัพธ์และปรับการรักษาหากจำเป็น

ฉีดโบลดร่องแก้ม vs ฟิลเลอร์ เลเซอร์ ร้อยไหม
1.ฉีดโบลดร่องแก้ม
หลักการของฉีดโบลดร่องแก้ม ฉีดสาร Botulinum Toxin A เข้าไปคลายกล้ามเนื้อที่ดึงให้เกิดร่องแก้ม โดยเฉพาะกรณีที่ร่องแก้มเกิดจากการแสดงสีหน้า (dynamic lines)
ฉีดโบลดร่องแก้มเหมาะกับ ผู้ที่ร่องแก้มไม่ลึกมาก ร่องแก้มเกิดจากการยิ้ม พูด หรือแสดงสีหน้าบ่อย และคนอายุน้อยที่ผิวยังไม่หย่อนคล้อยมาก
ข้อดีของฉีดโบลดร่องแก้ม เห็นผลภายในระยะเวลาไม่นาน ไม่ต้องพักฟื้น ไม่ต้องผ่าตัด
ข้อจำกัดของฉีดโบลดร่องแก้ม ไม่ช่วยเติมเต็มร่องลึกถาวร ไม่เหมาะกับร่องจากการยุบตัวของผิวหรือไขมัน

2.ฟิลเลอร์ลดร่องแก้ม
หลักการฟิลเลอร์ลดร่องแก้ม ฉีดสารเติมเต็ม เช่น ไฮยาลูรอนิก แอซิด เข้าไปใต้ร่องแก้มโดยตรง เพื่อเพิ่มวอลลุ่มให้ผิวดูเต็มและเรียบเนียนขึ้น
ฟิลเลอร์ลดร่องแก้มเหมาะกับ ผู้ที่มีร่องแก้มลึกแม้ในขณะหน้านิ่ง ผู้ที่สูญเสียไขมันหรือมีผิวบาง
ข้อดีของฟิลเลอร์ลดร่องแก้ม เติมเต็มร่องลึกได้ชัดเจน เห็นผลหลังฉีด อยู่ได้นาน 8-18 เดือน (ขึ้นอยู่กับยี่ห้อและคุณภาพฟิลเลอร์)
ข้อจำกัดของฟิลเลอร์ลดร่องแก้ม ค่าใช้จ่ายอาจสูงกว่าการฉีดโบลดร่องแก้ม (ขึ้นอยู่กับยี่ห้อฟิลเลอร์และปริมาณที่ใช้)

3.เลเซอร์ลดร่องแก้ม (HIFU, Thermage)
หลักการเลเซอร์ลดร่องแก้ม ใช้คลื่นเสียงหรือพลังงานคลื่นวิทยุเพื่อกระตุ้นคอลลาเจนใต้ผิวและยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อย ส่งผลให้ร่องแก้มดูตื้นขึ้น
เลเซอร์ลดร่องแก้มเหมาะกับ ผู้ที่มีปัญหาร่องแก้มจากความหย่อนคล้อยของผิว ผู้ที่ไม่ต้องการฉีดสารเข้าสู่ร่างกาย
ข้อดีของเลเซอร์ลดร่องแก้ม ยกกระชับทั่วทั้งใบหน้า ไม่ต้องพักฟื้น ช่วยฟื้นฟูผิวให้แน่นขึ้น
ข้อจำกัดของเลเซอร์ลดร่องแก้ม ต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์จึงเห็นผล ราคาค่อนข้างสูง

4.ร้อยไหมลดร่องแก้ม
หลักการร้อยไหมลดร่องแก้ม ร้อยไหมละลายเข้าสู่ผิวเพื่อยกกระชับใบหน้า แก้ม และร่องแก้ม พร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในระยะยาว
ร้อยไหมลดร่องแก้มเหมาะกับ ผู้ที่มีร่องแก้มจากการหย่อนคล้อย ผู้ที่ต้องการยกกระชับปรับรูปหน้า
ข้อดีของร้อยไหมลดร่องแก้ม กระตุ้นคอลลาเจนได้ในระยะยาว ผลลัพธ์อยู่ได้นาน 6-12 เดือน
ข้อจำกัดของร้อยไหมลดร่องแก้ม อาจเกิดรอยบวม ช้ำ หรือเจ็บได้

คำถามที่พบบ่อยฉีดโบลดร่องแก้ม (FAQ)
1.ฉีดโบลดร่องแก้มแล้วดูหน้าแข็งหรือไม่?
คำตอบ โดยทั่วไปการฉีดโบลดร่องแก้ม ไม่ทำให้ใบหน้าดูแข็งหรือไร้อารมณ์ หากฉีดอย่างถูกต้องในตำแหน่งที่เหมาะสม แพทย์จะเน้นการคลายกล้ามเนื้อบางมัดที่ดึงร่องแก้มให้ลึก โดยไม่ส่งผลกระทบต่อกล้ามเนื้อแสดงสีหน้าอื่น ๆ การฉีดโดยแพทย์จะให้ผลลัพธ์ที่ยิ้มได้ปกติ หน้าไม่แข็ง

2.ฉีดโบลดร่องแก้มซ้ำได้บ่อยแค่ไหน?
คำตอบ การฉีดโบลดร่องแก้มสามารถฉีดซ้ำได้ทุก 3-6 เดือน เมื่อฤทธิ์ของโบท็อกซ์เริ่มหมดลง ซึ่งแพทย์จะแนะนำให้ประเมินตามโครงสร้างกล้ามเนื้อและความต้องการของแต่ละบุคคล หากฉีดอย่างต่อเนื่อง กล้ามเนื้ออาจฝ่อลงและทำให้ระยะเวลาผลลัพธ์ยาวนานขึ้น

3.ฉีดโบลดร่องแก้มต้องใช้ปริมาณกี่ยูนิต?
คำตอบ โดยทั่วไปการฉีดโบลดร่องแก้ม จะใช้ประมาณ 8-20 ยูนิต ขึ้นอยู่กับระดับความลึกของร่องแก้มและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้อง ปริมาณที่ใช้ต้องได้รับการประเมินจากแพทย์เป็นรายบุคคล และควรเลือกใช้โบท็อกซ์แท้ผ่าน อย.เพื่อลดความเสี่ยงเกิดผลข้างเคียง

4.ฉีดโบลดร่องแก้มแล้วทำหัตถการอื่นได้ไหม?
คำตอบ การฉีดโบลดร่องแก้มสามารถทำหัตถการอื่นได้ เช่น

• ฟิลเลอร์ร่องแก้ม หากมีร่องแก้มลึกจากไขมันยุบ สามารถฉีดโบลดร่องแก้มร่วมกัน เพื่อให้ผลลัพธ์ชัดเจนขึ้น
• เลเซอร์ยกกระชับ เช่น HIFU, Thermage สามารถทำได้ แต่ควรเว้นช่วงอย่างน้อย 7 วัน หลังฉีดโบลดร่องแก้ม
• ทรีตเมนต์ผิว ควรรออย่างน้อย 7 วัน หลังฉีดโบลดร่องแก้ม ก่อนนวดหน้าหรือทำทรีตเมนต์ เพื่อป้องกันการกระจายของยา

แนะนำ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อจัดลำดับหัตถการและเว้นระยะเวลาให้เหมาะสมกับแผนการรักษา

สรุป ฉีดโบลดร่องแก้มดีไหม
สรุปว่า การฉีดโบลดร่องแก้มเป็นทางเลือกที่ดี สำหรับผู้ที่มีร่องแก้มจากการแสดงสีหน้าซ้ำ ๆ เช่น ยิ้มบ่อยหรือพูดบ่อย ซึ่งเกิดจากการหดเกร็งของกล้ามเนื้อบริเวณใบหน้า โดยไม่จำเป็นต้องผ่าตัดหรือพักฟื้น และสามารถเห็นผลได้ภายในไม่กี่วัน

อย่างไรก็ตาม การฉีดโบลดร่องแก้ม ไม่ใช่คำตอบสำหรับร่องลึกทุกรูปแบบ โดยเฉพาะร่องที่เกิดจากการยุบตัวของไขมันหรือผิวหย่อนคล้อย ดังนั้น การเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมควรอยู่ภายใต้ คำแนะนำของแพทย์ ที่สามารถประเมินสาเหตุของปัญหาได้อย่างแม่นยำ และวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคล เพื่อผลลัพธ์ที่ดี

หากคุณกำลังมองหาวิธีลดร่องแก้มที่เห็นผลชัดเจน การฉีดโบลดร่องแก้มอาจเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี และหากเสริมด้วยการดูแลผิวที่เหมาะสมร่วมด้วย จะยิ่งช่วยให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ สดใส และรู้สึกมั่นใจมากยิ่งขึ้น

* ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับเฉพาะบุคคล
* เงื่อนไขตามบริษัทฯ กำหนด
* ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลง*
แนะนำให้สอบถามกับเจ้าหน้าที่ก่อนเข้ารับบริการ
เพื่อความชัวร์และได้สิทธิ์ที่คุ้มที่สุดค่ะ
ปรึกษาฟรี พร้อมรับ โปรโมชั่นพิเศษ ก่อนใคร
โปรโมชั่นต่างๆ
เรื่อง โปรแกรมฉีดโบท็อกซ์ลดริ้วรอย ที่คุณอาจสนใจ