romrawin

โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้ม คืออะไร อันตรายไหม ก่อนฉีดต้องรู้อะไรบ้าง

ฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้ม , ฟิลเลอร์ลดร่องแก้ม

644

ฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้ม คืออะไร อันตรายไหม ก่อนฉีดต้องรู้อะไรบ้าง
ฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้มช่วยทำให้หน้าดูละมุน สดใสขึ้น เพราะการที่เรามีร่องแก้มชัดจะทำให้หน้าของเราดูมีอายุมากขึ้น บางครั้งทำให้เราดูสูงวัยกว่าอายุจริง อาจทำให้เราสูญเสียความมั่นใจในตัวเองได้ แต่การฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้ม อันตรายหรือไม่ แล้วควรเตรียมตัวอย่างไรก่อนฉีด บทความนี้มีเฉลย

รวมทุกหัวข้อเกี่ยวกับการฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้มฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้ม
- ฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้มคืออะไร
- สาเหตุการเกิดร่องแก้ม
- หลักการทำงานของการฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้ม
- ฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้มอันตรายไหม
- ข้อดีของการฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้ม
- ข้อควรระวังในการฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้ม
- ฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้มเหมาะกับใคร
- ใครควรหลีกเลี่ยงฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้ม
- ฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้มต้องใช้กี่ CC
- ฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้มยี่ห้อไหนดี
- เตรียมตัวก่อนฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้ม
- การดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์ร่องลดแก้ม
- ฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้มกี่วันเห็นผล
- ฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้มที่ไหนดี
- Q and A ฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้ม
- สรุปทุกเรื่องเกี่ยวกับฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้ม

ฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้มคืออะไร
การฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้ม เป็นหัตถการทางการแพทย์ที่ช่วยเติมเต็มผิวในบริเวณที่มีความลึกหรือร่องลึกจากอายุที่มากขึ้นหรือโครงสร้างใบหน้า ด้วยการใช้สารเติมเต็มที่มีองค์ประกอบใกล้เคียงกับสารที่มีอยู่ในร่างกายอยู่แล้ว เช่น ไฮยาลูโรนิก แอซิด (Hyaluronic Acid) ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยเก็บความชุ่มชื้นและเพิ่มวอลลุ่มให้แก่ผิวของเรา

สาเหตุการเกิดร่องแก้ม
ร่องแก้ม (Nasolabial Fold) เป็นรอยพับของผิวหนังบริเวณระหว่างจมูกและมุมปาก ซึ่งอาจเห็นชัดมากขึ้นเมื่อเราแสดงสีหน้า เช่น การยิ้ม หรือเมื่ออายุเพิ่มขึ้น โดยลักษณะร่องลึกนี้ไม่ได้มีเพียงสาเหตุเดียว แต่เกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน ทั้งโครงสร้างใบหน้า การเปลี่ยนแปลงของผิวหนัง และพฤติกรรมการใช้กล้ามเนื้อ ซึ่งสามารถแบ่งสาเหตุออกเป็น 4 กลุ่มหลัก ๆ ในการเกิดร่องแก้มดังนี้

1.โครงสร้างกระดูกใต้ตาและบริเวณกลางหน้าเปลี่ยนแปลง
เมื่ออายุมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงอายุ 30 ปีขึ้นไป กระดูกใต้ตาและกระดูกโหนกแก้มบางส่วนจะเริ่มมีการยุบตัว ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ ส่งผลให้เนื้อเยื่ออ่อนในชั้นบนไม่มีโครงสร้างพยุงรองรับ ทำให้ผิวหนังหย่อนคล้อยลงมาเหนือร่องแก้ม ส่งผลให้ร่องบริเวณนี้ลึกขึ้น

2.ความเปลี่ยนแปลงของกระดูกเฉพาะบริเวณร่องแก้ม
ในคนบางกลุ่มที่มีร่องแก้มชัดตั้งแต่อายุยังน้อย เช่น ช่วงวัย 20-30 ปี อาจเกิดจากการยุบตัวของกระดูกเฉพาะจุดที่อยู่ใต้แนวร่องแก้มโดยตรง ทำให้เนื้อแก้มไม่มีฐานรองรับเพียงพอ แม้โครงสร้างใต้ตาจะยังคงสมบูรณ์อยู่ ส่งผลให้เห็นร่องลึกบริเวณนี้แม้ในคนอายุน้อย

3.การใช้งานกล้ามเนื้อซ้ำ ๆ เป็นประจำ
การแสดงสีหน้าบ่อย ๆ เช่น การยิ้ม หรือหัวเราะ สามารถทำให้กล้ามเนื้อบริเวณร่องแก้มมีการทำงานอย่างต่อเนื่อง และในบางราย กล้ามเนื้อกลุ่มนี้อาจแข็งแรงเกินสมดุล จนดึงให้เกิดร่องพับอย่างถาวร การปรับสมดุลของกล้ามเนื้อร่วมกับการดูแลโครงสร้างผิวสามารถช่วยลดความลึกของร่องแก้มได้

4.ผิวแห้งหรือผิวบางจากปัจจัยภายนอก
สภาพผิวที่ขาดความชุ่มชื้น โดยเฉพาะในคนที่ผิวแห้ง หรือได้รับรังสียูวีเป็นประจำ เช่น ตากแดดบ่อยโดยไม่ป้องกัน อาจทำให้โครงสร้างผิวชั้นตื้นบางลงและเกิดรอยพับได้ง่ายขึ้น เมื่อผิวหนังไม่มีความยืดหยุ่นเพียงพอ จะทำให้ร่องแก้มเห็นชัดกว่าปกติ

ในปัจจุบันมีแนวทางดูแลที่หลากหลายเพื่อช่วยลดความชัดของร่องแก้ม โดยขึ้นอยู่กับสาเหตุของแต่ละบุคคล การประเมินโดยแพทย์ จะสามารถช่วยเลือกวิธีที่เหมาะสมต่อแต่ละเคสมากที่สุด ซึ่งการฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้มก็เป็นหนึ่งในวิธีการรักษาดูแลร่องแก้มให้กลับมาอิ่มฟูขึ้น

หลักการทำงานของการฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้ม
การฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้ม เพื่อเติมเต็มเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังบริเวณแนวร่องแก้ม ซึ่งอาจเกิดความลึกขึ้นตามอายุหรือโครงสร้างเฉพาะบุคคล โดยฟิลเลอร์ที่ใช้ในทางการแพทย์มักเป็นสารกลุ่ม Hyaluronic Acid (HA) ซึ่งเป็นสารที่มีอยู่แล้วในร่างกาย มีคุณสมบัติหลักคือช่วยกักเก็บน้ำ เพิ่มความชุ่มชื้น และเพิ่มปริมาตรให้แก่ผิว

การทำงานของฟิลเลอร์เป็นอย่างไร
เมื่อฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้มเข้าไปในชั้นใต้ผิวหนังตามตำแหน่งที่ประเมินไว้ ฟิลเลอร์จะทำหน้าที่เสมือน “โครงสร้างรองรับ” ในบริเวณที่มีการยุบตัวของเนื้อเยื่อหรือกระดูก ทำให้ผิวบริเวณนั้นกลับมาเรียบเนียนขึ้น โดยไม่รบกวนกล้ามเนื้อหรือเส้นประสาทรอบข้าง

การฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้มสามารถทำงานได้ 2 ส่วนหลัก
เพิ่มวอลลุ่มในพื้นที่ที่ขาดการพยุง
เช่น บริเวณร่องแก้มที่ลึกจากการยุบตัวของกระดูกหรือเนื้อเยื่อ ฟิลเลอร์จะเติมเต็มในระดับลึก เพื่อเสริมโครงสร้างจากภายใน ทำให้ร่องดูตื้นขึ้นอย่างสมบูรณ์

เสริมความชุ่มชื้นและความยืดหยุ่นให้ชั้นผิว
ในกรณีที่ร่องแก้มลึกเกิดจากผิวแห้ง หรือผิวบาง ฟิลเลอร์จะช่วยเติมน้ำให้ผิวในระดับตื้น ช่วยลดรอยพับของผิวที่เกิดจากความแห้งกร้านและเพิ่มความเรียบเนียนให้กับพื้นผิว

เทคนิคการฉีดที่แพทย์ใช้
การฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้มมีหลายเทคนิคขึ้นอยู่กับสาเหตุการเกิดร่องแก้มของเรา เช่น

• การฉีดในชั้นลึก (Periosteal layer) เพื่อยกเนื้อแก้มที่หย่อนคล้อย
• การฉีดหนุนในแนวกล้ามเนื้อ (Myomodulation) เพื่อปรับสมดุลการทำงานของกล้ามเนื้อที่ดึงร่องแก้ม
• การฉีดในชั้นผิวตื้น (Intradermal/Subdermal) เพื่อฟื้นฟูสภาพผิว เพิ่มความชุ่มชื้นและลดรอยพับ

โดยแพทย์จะเลือกใช้เทคนิคหรือผสมผสานหลายเทคนิคเข้าด้วยกันในการฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้ม เพื่อผลลัพธ์ที่ดูเติมเต็ม และเหมาะกับสภาพใบหน้าของแต่ละบุคคล

ฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้มอันตรายไหม
การฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้ม ถือเป็นหัตถการที่ไม่เป็นอันตราย ถ้าเราเข้ารับบริการโดยแพทย์ที่มีใบประกอบวิชาชีพ ผ่านการฝึกฝนเฉพาะทาง และใช้ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) อย่างถูกต้อง

อย่างไรก็ตาม เช่นเดียวกับหัตถการอื่น ๆ ความไม่เป็นอันตรายขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยที่สำคัญร่วมกัน ดังนี้

1.แพทย์
การฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้มจำเป็นต้องอาศัยความรู้เรื่องกายวิภาคใบหน้าอย่างละเอียด เพราะบริเวณนี้มีเส้นเลือดและโครงสร้างกล้ามเนื้อจำนวนมาก หากฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้มผิดตำแหน่งหรือลึกเกินไป อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ เช่น บวมช้ำ หรือในกรณีรุนแรงอาจเกิดการอุดตันของเส้นเลือด

แพทย์ที่มีประสบการณ์จะสามารถประเมินสาเหตุของร่องแก้มลึกในแต่ละบุคคลได้อย่างเหมาะสม เช่น การยุบตัวของกระดูก การทำงานของกล้ามเนื้อ หรือสภาพผิว และเลือกเทคนิคฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้มที่เหมาะสมเพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาดูละมุนที่สุด

2.ความสำคัญของฟิลเลอร์
การใช้ฟิลเลอร์ที่ผ่านการรับรองจาก อย.เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพราะฟิลเลอร์แท้จะมีความบริสุทธิ์สูง ผ่านการผลิตในมาตรฐานสากล และมีคุณสมบัติที่ชัดเจน เช่น ขนาดโมเลกุล ความคงตัว ระยะเวลาการสลายตัว ซึ่งล้วนส่งผลต่อความปลอดภัยและผลลัพธ์หลังทำ

3.ไม่ควรฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้มกับผู้ที่ไม่มีใบประกอบวิชาชีพ (หมอกระเป๋า)
การฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้มกับผู้ที่ไม่ใช่แพทย์ หรือที่เรียกกันว่า “หมอกระเป๋า” มีความเสี่ยงสูงมาก เพราะไม่มีความรู้ด้านกายวิภาค ไม่สามารถวินิจฉัยหรือตัดสินใจเชิงแพทย์ได้อย่างถูกต้อง และมักใช้ฟิลเลอร์ที่ไม่ได้รับการรับรอง

ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นถ้าฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้มกับหมอกระเป๋า ได้แก่
• ฉีดผิดชั้นผิว ทำให้เป็นก้อนหรือผิดรูป
• ฉีดโดนเส้นเลือด ทำให้เกิดเนื้อตาย หรือในกรณีรุนแรงอาจส่งผลกระทบถึงดวงตา
• ไม่สามารถรับมือกับภาวะแทรกซ้อนเฉียบพลันได้อย่างถูกต้อง

ดังนั้น ควรเลือกคลินิกที่ได้รับอนุญาต และฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้มโดยแพทย์ที่มีใบประกอบวิชาชีพเท่านั้น เพื่อความมั่นใจในผลลัพธ์

4.เติมเต็มแบบเหมาะสมคือหัวใจสำคัญ
แม้การฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้มจะช่วยเสริมความมั่นใจให้ใบหน้าดูสดใสขึ้นได้ แต่การฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้มในปริมาณหรือเทคนิคที่ไม่เหมาะสม อาจทำให้เกิดปัญหาตามมา เช่น ร่องตื้นเกินไป หน้าบวม หรือเป็นก้อน เพราะฉะนั้น แพทย์จะไม่เพียงแค่ “เติมเต็ม” แต่จะ “ประเมินภาพรวมของใบหน้า” เพื่อให้ผลลัพธ์กลมกลืน ไม่ล้นเกินไป และเสริมความมั่นใจได้จริง

ข้อดีของการฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้ม
การฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้ม เป็นหัตถการที่ช่วยแก้ไขร่องลึกบริเวณข้างแก้ม ซึ่งเป็นจุดที่มักทำให้ใบหน้าดูมีอายุมากกว่าความเป็นจริง โดยการเติมเต็มด้วยการฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้มจะช่วยปรับรูปหน้าให้ดูนุ่มนวลขึ้น และส่งเสริมให้ใบหน้าดูกระชับขึ้นแบบไม่ต้องผ่าตัด ซึ่งข้อดีที่เห็นได้ชัดของการฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้ม ได้แก่

1.ฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้มช่วยปรับภาพลักษณ์ให้ดูสดใส
ร่องแก้มลึกเป็นหนึ่งในสัญญาณของความร่วงโรยที่พบได้บ่อย การฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้มสามารถช่วยลดความชัดของร่องดังกล่าว ทำให้ใบหน้าดูสดใส และอิ่มฟู

2.ฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้มช่วยยกกระชับใบหน้าโดยไม่ต้องผ่าตัด
การเติมฟิลเลอร์ในชั้นผิวที่เหมาะสมสามารถช่วยพยุงเนื้อเยื่อที่หย่อนคล้อยได้บางส่วน โดยเฉพาะในบริเวณที่โครงสร้างผิวอ่อนแอจากการยุบตัวของกระดูกหรือเนื้อเยื่อ ส่งผลให้ใบหน้าดูมีมิติและกระชับมากขึ้น

3.ฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้มเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว
Hyaluronic Acid (HA) ซึ่งเป็นสารที่ใช้ในการฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้ม มีคุณสมบัติในการเก็บกักน้ำในชั้นผิว ช่วยให้ผิวดูอิ่มน้ำ และมีความยืดหยุ่นมากขึ้น ส่งผลให้ผิวบริเวณร่องแก้มดูเรียบเนียนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

4.ฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้มช่วยลดริ้วรอยเล็ก ๆ บริเวณข้างแก้ม
การเติมฟิลเลอร์ในชั้นผิวที่ตื้นพอเหมาะสามารถช่วยลดรอยพับหรือริ้วรอยที่เกิดขึ้นของการแสดงสีหน้าได้อย่างอ่อนโยน ผิวจะดูเนียนและเรียบขึ้นโดยไม่แข็งหรือเป็นก้อน หากฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้มอย่างถูกวิธี

5.ฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้ม ไม่ต้องพักฟื้น
หลังฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้ม สามารถสังเกตการเปลี่ยนแปลงได้เลย และผลจะชัดเจนขึ้นภายในประมาณ 7-14 วัน โดยทั่วไปไม่จำเป็นต้องพักฟื้น และสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ

6.ฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้มไม่มีแผลหรือรอยแผลเป็น
หัตถการฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้มนี้ไม่ต้องผ่าตัด ไม่มีการเปิดแผล จึงไม่มีแผลเป็นหลังทำ ช่วยลดความกังวลเรื่องรอยแผลที่อาจส่งผลต่อความมั่นใจ

7.ฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้มสามารถสลายได้ตามปกติของร่างกาย
ฟิลเลอร์ในกลุ่ม Hyaluronic Acid (HA) มีคุณสมบัติในการย่อยสลายได้เองตามกลไกของร่างกาย ไม่หลงเหลือสารตกค้าง จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ได้รับความนิยมเพราะมั่นใจได้ว่าไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย

ข้อควรระวังในการฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้ม
แม้ว่าการฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้มจะเป็นหัตถการที่ได้รับความนิยมและมีแนวโน้มว่าไม่เป็นอันตราย หากทำหัตถการโดยแพทย์และใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีมาตรฐาน แต่เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดูเหมาะสมและลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น ผู้รับบริการควรทราบข้อควรระวังที่สำคัญในการฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้ม ต่อไปนี้

1.ควรเลือกฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้มกับแพทย์ที่มีใบประกอบวิชาชีพเท่านั้น
การฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้มเป็นหัตถการที่เกี่ยวข้องกับชั้นผิวหนัง เส้นเลือด กล้ามเนื้อ และโครงสร้างใบหน้าโดยตรง หากฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้มโดยผู้ที่ไม่มีความรู้หรือไม่มีใบอนุญาต อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น ฉีดโดนเส้นเลือด เกิดอาการบวมผิดปกติ หรือเนื้อเน่าจากการไหลเวียนเลือดที่ผิดปกติได้

คำแนะนำ ควรตรวจสอบให้แน่ชัดว่าแพทย์มีใบประกอบวิชาชีพถูกต้อง และคลินิกได้รับใบอนุญาตจากกระทรวงสาธารณสุข

2.ฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้มที่ผ่านการรับรองจาก อย.เท่านั้น
ผลิตภัณฑ์ฟิลเลอร์ที่มีมาตรฐานจะต้องได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ของประเทศไทย ซึ่งรับประกันคุณภาพ ความบริสุทธิ์ และมั่นใจได้ว่าไม่เป็นอันตรายในการใช้งานกับร่างกาย

คำแนะนำ ผู้รับบริการสามารถขอให้แพทย์แสดงกล่องฟิลเลอร์ก่อนฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้ม เพื่อดูวันหมดอายุ รุ่น และเลข อย.บนบรรจุภัณฑ์

3.ต้องได้รับการประเมินจากแพทย์ก่อนทำหัตถการฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้ม
ร่องแก้มลึกเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น การยุบตัวของกระดูก กล้ามเนื้อที่แข็งแรงเกินไป หรือความแห้งของผิว ซึ่งแพทย์ต้องวิเคราะห์อย่างละเอียดก่อน เพื่อเลือกเทคนิคการฉีดและชนิดฟิลเลอร์ที่เหมาะสมที่สุดในแต่ละรายในการฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้ม

คำแนะนำ หลีกเลี่ยงการขอฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้มตาม “รูปรีวิว” โดยไม่ผ่านการวิเคราะห์ เพราะอาจได้ผลลัพธ์ไม่เหมาะกับรูปหน้าของตนเอง

4.หลีกเลี่ยงการฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้มในช่วงที่ร่างกายไม่พร้อม
หากร่างกายอยู่ในภาวะไม่สมบูรณ์ เช่น เป็นไข้ กำลังติดเชื้อ อยู่ระหว่างตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร หรือแพ้สารบางชนิด ควรหลีกเลี่ยงการรับบริการฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้มในช่วงเวลาดังกล่าว เพื่อไม่ให้เกิดอันตรายต่อร่างกาย

5.ห้ามฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้มซ้ำในระยะเวลาใกล้เกินไป
การเติมฟิลเลอร์ควรเว้นระยะเวลาตามคำแนะนำของแพทย์ เพื่อให้เนื้อเยื่อได้ปรับตัว ไม่เกิดการกดทับหรือเป็นก้อนใต้ผิว หากต้องการเติมซ้ำ ควรให้แพทย์ตรวจประเมินก่อนเสมอ

6.ห้ามนวดหรือกดบริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้มแรง ๆ หลังทำ
ภายใน 24-48 ชั่วโมงแรก ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือกดแรงบริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์ เพราะอาจทำให้ฟิลเลอร์เคลื่อนที่จากจุดที่ต้องการได้

7.หลีกเลี่ยงความร้อนหลังฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้ม
หลังฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้มไม่ควรเข้าสปา ซาวน่า หรือโดนแสงแดดจัดเป็นเวลานาน เพราะความร้อนอาจส่งผลต่อโครงสร้างของฟิลเลอร์และทำให้ประสิทธิภาพลดลงได้

8.ติดตามผลกับแพทย์หลังฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้ม
ควรกลับไปพบแพทย์ตามนัดเพื่อประเมินผล และตรวจสอบความเรียบร้อยของฟิลเลอร์ เช่น ตรวจดูว่าฟิลเลอร์กระจายตัวได้ดีหรือไม่ และไม่มีภาวะแทรกซ้อนเกิดขึ้นภายหลัง

ฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้มเหมาะกับใคร
การฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้ม เป็นหัตถการทางการแพทย์ที่ออกแบบมาเพื่อปรับสมดุลของใบหน้าและเติมเต็มบริเวณที่เกิดร่องลึกอย่าง โดยเฉพาะในผู้ที่มีลักษณะปัญหาที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างผิวหรือเนื้อเยื่อที่เปลี่ยนแปลงไปตามวัย ซึ่งคนที่เหมาะกับการฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้ม ได้แก่

1.ผู้ที่มีร่องแก้มลึกแม้ในขณะไม่แสดงสีหน้า
ในบางคน เมื่ออายุเพิ่มขึ้น อาจสังเกตได้ว่าร่องแก้มชัดเจนขึ้นแม้ในขณะพักใบหน้า (ไม่ยิ้ม ไม่พูด) ซึ่งมักเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงของกระดูกและเนื้อเยื่อใต้ผิว เช่น การยุบตัวของกระดูกใต้ตาหรือการเสื่อมของคอลลาเจนในชั้นผิว การฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้มสามารถช่วยพยุงและฟื้นฟูบริเวณดังกล่าวได้

2.ผู้ที่มีร่องแก้มชัดหลังแสดงสีหน้า เช่น ยิ้มกว้าง
บางรายอาจไม่มีร่องแก้มลึกตลอดเวลา แต่จะเห็นชัดขึ้นเมื่อแสดงอารมณ์ เช่น การยิ้มบ่อยหรือยิ้มกว้าง ร่องพับเหล่านี้สามารถสะสมจนกลายเป็นร่องถาวรในอนาคต การฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้มสามารถช่วยลดการพับซ้ำซ้อนของผิวหนังในระหว่างการแสดงสีหน้าได้อย่างกลมกลืน

3.ผู้ที่มีสภาพผิวแห้งมาก หรือผิวบาง
ผิวที่ขาดความชุ่มชื้นหรือมีความยืดหยุ่นน้อย มักทำให้เกิดริ้วรอยและร่องแก้มได้ง่ายกว่าปกติ ฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้มที่มีส่วนประกอบของ Hyaluronic Acid จะช่วยเติมน้ำให้ชั้นผิวและเสริมความยืดหยุ่น ช่วยลดโอกาสเกิดร่องพับลึกและปรับสภาพผิวให้ดูเนียนขึ้น

4.ผู้ที่มีแก้มหย่อนคล้อยหรือเนื้อแก้มมาก
ในกรณีที่เนื้อแก้มด้านบนหย่อนลงมา หรือมีปริมาณไขมันบริเวณแก้มมาก อาจทำให้เกิดรอยพับที่ร่องแก้มชัดเจน การฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้มในตำแหน่งที่เหมาะสมสามารถช่วยยกพยุงเนื้อเยื่อในบางระดับ และหากมีความหย่อนคล้อยร่วมด้วย แพทย์อาจแนะนำให้ใช้ เครื่องมือยกกระชับผิว (เช่น Oligio หรือเทคโนโลยีคลื่นวิทยุอื่น ๆ) ควบคู่กัน เพื่อเสริมผลลัพธ์ให้ดียิ่งขึ้น

ใครควรหลีกเลี่ยงฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้ม
แม้ว่าการฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้มจะเป็นหัตถการที่ได้รับความนิยม แต่ก็มีบางกลุ่มบุคคลที่ อาจไม่เหมาะสมหรือควรหลีกเลี่ยงการฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้มในช่วงเวลาหนึ่ง เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ร่างกายอันตรายหรือรู้สึกระคายเคืองและผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ดังนี้

1.ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์หรืออยู่ระหว่างให้นมบุตร
แม้ยังไม่มีรายงานทางวิชาการที่ระบุแน่ชัดว่าฟิลเลอร์มีผลกระทบต่อทารก แต่โดยหลักการแพทย์แล้วจะหลีกเลี่ยงการทำหัตถการที่ไม่จำเป็นในช่วงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรเช่น หลีกเลี่ยงหัตถการฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้ม เพื่อความปลอดภัยของแม่และเด็กในทุกด้าน

2.ผู้ที่มีอาการแพ้หรือเคยมีประวัติแพ้สาร Hyaluronic Acid หรือส่วนประกอบของฟิลเลอร์
แม้สาร Hyaluronic Acid จะเป็นสารที่พบในร่างกายตามปกติ แต่ในบางรายอาจมีอาการแพ้เฉพาะบุคคล ควรแจ้งแพทย์หากเคยมีอาการบวม แดง หรือแพ้สารเติมเต็มในอดีต

3.ผู้ที่มีการติดเชื้อในร่างกาย เช่น ไข้หวัด มีไข้ หรือเป็นสิวอักเสบบริเวณที่จะฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้ม
หากร่างกายอยู่ในภาวะอักเสบหรือติดเชื้อ ไม่ควรทำหัตถการใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการฉีดสารเข้าใต้ผิวหนัง เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน เช่น การอักเสบ การติดเชื้อซ้ำ หรือการฟื้นตัวที่ล่าช้า

4.ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกัน หรือกำลังใช้ยากดภูมิ
ผู้ที่มีโรคประจำตัวบางประเภท เช่น โรคแพ้ภูมิตนเอง หรือผู้ที่ได้รับยากดภูมิคุ้มกัน อาจมีความเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อหรือเกิดผลข้างเคียงได้ง่ายกว่าปกติ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจรับบริการฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้ม

5.ผู้ที่เพิ่งทำเลเซอร์ ทรีตเมนต์ หรือหัตถการรุนแรงบริเวณใบหน้า
หากเพิ่งทำหัตถการที่กระทบต่อชั้นผิว เช่น เลเซอร์ผิวหน้า Dermabrasion หรือทรีตเมนต์ที่ทำให้ผิวบางลง ควรเว้นระยะเวลาพักผิวก่อนฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้ม เพื่อป้องกันการระคายเคืองหรืออาการแทรกซ้อน

6.ผู้ที่มีแนวโน้มเป็นคีลอยด์ (Keloid) ง่าย
แม้ว่าการฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้มจะไม่เกี่ยวข้องกับการเปิดแผลผ่าตัด แต่ในบางรายที่มีประวัติเป็นคีลอยด์ง่าย อาจต้องได้รับการประเมินอย่างรอบคอบ เพราะการกระตุ้นผิวหนังหรือเนื้อเยื่อใต้ผิวในบางชั้น อาจมีผลในระยะยาวได้

ฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้มต้องใช้กี่ CC
ปริมาณฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้มที่ใช้ในการลดร่องแก้ม ขึ้นอยู่กับปัญหาและลักษณะใบหน้าของแต่ละบุคคล ไม่มีจำนวนตายตัว เนื่องจากร่องแก้มลึกเกิดได้จากหลายปัจจัย เช่น การยุบตัวของกระดูก การเสื่อมของเนื้อเยื่อ หรือผิวที่แห้งและบางลง ซึ่งแพทย์จะต้องประเมินแบบเฉพาะรายก่อนทำการฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้ม เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ไม่เป็นอันตรายและหน้าดูละมุน

โดยทั่วไปสามารถแบ่งแนวโน้มปริมาณฟิลเลอร์ที่ใช้ได้ดังนี้
เคสอายุระหว่าง 30-40 ปี ร่องแก้มยังไม่ลึกมาก
มักฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้มประมาณ 1-2 CC สำหรับเติมเต็มร่องแก้มทั้งสองข้าง
เหมาะกับผู้ที่เริ่มมีร่องลึกจากการแสดงสีหน้า หรือมีการเปลี่ยนแปลงของผิวตามวัย
แพทย์อาจพิจารณาฉีดเพิ่มเติมในจุดอื่น เช่น ใต้ตาหรือข้างแก้ม หากมีปัญหาร่วมกัน

เคสที่อายุมากกว่า 50 ปี หรือมีร่องแก้มลึกจากหลายปัจจัย
อาจฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้มในปริมาณมากขึ้น เช่น 3-4 CC หรือมากกว่า ขึ้นกับความลึกและความหย่อนคล้อยของใบหน้า
มักพบปัญหาโครงสร้างใบหน้าที่เปลี่ยนแปลงหลายตำแหน่ง เช่น การยุบตัวของกระดูกใต้ตา ข้างแก้ม และร่องแก้มโดยตรง
อาจมีการแนะนำให้ทำหัตถการเสริม เช่น การยกกระชับด้วยเครื่อง HIFU หรือการร้อยไหม เพื่อให้ผลลัพธ์ดีขึ้น

ฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้มยี่ห้อไหนดี
การเลือกฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้ม เป็นสิ่งที่ต้องพิจารณาอย่างละเอียด ไม่เพียงแค่ “ยี่ห้อ” แต่ยังรวมถึงลักษณะเนื้อฟิลเลอร์ ความลึกของร่องแก้ม สภาพผิว และโครงสร้างใบหน้าของแต่ละบุคคล ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้ประเมินและเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับเคสของคุณ โดยฟิลเลอร์ Hyaluronic Acid ที่ผ่านการรับรองจาก อย.และได้รับความนิยมในการใช้กับร่องแก้ม มีหลายรุ่นที่มีคุณสมบัติเฉพาะแตกต่างกัน ดังนี้

1.กลุ่มฟิลเลอร์ Neuramis
เป็นฟิลเลอร์ที่มีคุณสมบัติเหมาะสำหรับการฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้ม โดยมีเนื้อสัมผัสที่หลากหลายให้เลือกตามระดับความลึกของร่องแก้ม

- Neuramis Deep with Lidocaine
ฟิลเลอร์เนื้อแน่นปานกลาง ช่วยเติมเต็มผิวให้ดูอิ่มฟูขึ้นดูละมุน เหมาะสำหรับร่องแก้มที่ไม่ลึกมาก หรือใช้ในผู้ที่เริ่มมีร่องจากการแสดงสีหน้า
- Neuramis Volume with Lidocaine
ฟิลเลอร์เนื้อแน่นและหนืดมากขึ้น มีความยืดหยุ่นสูง ช่วยคงรูปและยกผิวได้ดี เหมาะสำหรับร่องแก้มลึก รวมถึงบริเวณอื่นที่ต้องการโครงสร้างชัด เช่น แก้มตอบ หรือขมับ

2.กลุ่มฟิลเลอร์ Restylane
เป็นฟิลเลอร์ที่มีเทคโนโลยีเฉพาะในการผลิต เนื้อฟิลเลอร์มีความคงตัวและกระจายตัวดีในชั้นผิวเหมาะสำหรับการฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้ม

- Restylane Classic
เนื้อสัมผัสแน่นปานกลาง มีความละเอียด เหมาะสำหรับริ้วรอยระดับกลางถึงลึก เช่น ร่องแก้มที่มีความชัดเจน แต่ยังไม่ถึงขั้นหย่อนคล้อยมาก
- Restylane Lyft
ฟิลเลอร์เนื้อแข็ง มีความคงตัวสูง เหมาะสำหรับกรณีที่ต้องการการยกกระชับหรือเสริมโครงสร้างอย่างมั่นคง เช่น ร่องแก้มลึกหรือเนื้อแก้มที่หย่อนตัว

3.กลุ่มฟิลเลอร์ Juvederm
มีคุณสมบัติเด่นด้านความยืดหยุ่นสูง เนื้อฟิลเลอร์กระจายตัวเรียบเนียน เหมาะกับบริเวณที่ต้องการความละมุนโดยเฉพาะเมื่อฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้ม

- Juvederm Voluma
ฟิลเลอร์เนื้อค่อนข้างแน่นและหนืด ให้วอลลุ่มสูง เหมาะกับการเติมบริเวณที่ต้องการการยกกระชับ เช่น ร่องแก้ม แก้มตอบ คาง หรือขมับ มีคุณสมบัติคงตัวดี ไม่ไหล
- Juvederm Volift
ฟิลเลอร์เนื้อละเอียด เหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวบาง หรือร่องลึกจากผิวแห้ง ฉีดแล้วให้ผิวดูชุ่มชื้น เรียบเนียน และเป็นธรรมชาติ ไม่เป็นก้อน

เตรียมตัวก่อนฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้ม
การฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้มถือเป็นหัตถการทางการแพทย์ที่มีความละเอียดอ่อน เพราะเกี่ยวข้องกับโครงสร้างใบหน้าและเส้นเลือดบริเวณสำคัญ การเตรียมตัวให้เหมาะสมก่อนเข้ารับบริการจึงเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ไม่เป็นอันตราย ดูละมุน โดยมีแนวทางการเตรียมตัวที่ควรปฏิบัติดังนี้

1.ศึกษาและเลือกสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน
• ควรเลือกคลินิกที่ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการอย่างถูกต้อง
• ฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้มโดยแพทย์ผู้มีใบประกอบวิชาชีพจริง
• การตรวจสอบใบอนุญาตของสถานพยาบาลและตัวแพทย์เป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญ เพื่อความมั่นใจว่าจะได้รับบริการที่ปลอดภัยและถูกต้องตามหลักวิชาชีพ

2.งดรับประทานยาและอาหารเสริมบางประเภทล่วงหน้า 3-7 วัน
• ก่อนฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้มควรหลีกเลี่ยงยาในกลุ่มต้านการแข็งตัวของเลือด เช่น แอสไพริน (Aspirin), ไอบูโพรเฟน (Ibuprofen)
• หลีกเลี่ยงอาหารเสริมบางชนิดที่อาจส่งผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น วิตามินอี น้ำมันปลา แปะก๊วย โสม
• เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดรอยฟกช้ำหรือเลือดออกใต้ผิวหลังฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้ม

3.หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ก่อนเข้ารับบริการ
การดื่มแอลกอฮอล์ก่อนเข้ารับหัตถการอาจทำให้เส้นเลือดขยายตัว ส่งผลให้เกิดรอยฟกช้ำหรือบวมมากกว่าปกติ ควรงดอย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนเข้ารับบริการฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้ม

4.แจ้งประวัติทางการแพทย์กับแพทย์ผู้ดูแลอย่างครบถ้วน
หากมีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน โรคภูมิแพ้ แพ้ยาชา หรือกำลังตั้งครรภ์ ให้นมบุตร ควรแจ้งให้แพทย์ทราบล่วงหน้า เพื่อประเมินความเหมาะสมและหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น

5.ไม่แต่งหน้าหรือทาครีมบริเวณที่จะฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้มในวันเข้ารับบริการ
เพื่อป้องกันการปนเปื้อนของสารเคมีหรือเครื่องสำอางเข้าสู่บริเวณที่ฉีด ควรล้างหน้าให้สะอาดโดยไม่มีครีมกันแดด เมคอัพ หรือผลิตภัณฑ์บำรุงผิวก่อนทำหัตถการ

การดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์ร่องลดแก้ม
เพื่อให้ฟิลเลอร์คงรูปสวย เรียบเนียน และอยู่ได้นานไม่เป็นอันตราย ควรปฏิบัติตามคำแนะนำต่อไปนี้อย่างเคร่งครัด

หลีกเลี่ยงการสัมผัสบริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้ม
ห้ามบีบ นวด แกะ หรือเกาผิวบริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้มในช่วง 3-5 วันหลังทำ เพื่อป้องกันการเคลื่อนของฟิลเลอร์และลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ

หลีกเลี่ยงความร้อนทุกชนิดอย่างน้อย 48 ชั่วโมง
ห้ามเข้าอบซาวน่า ไดร์ร้อนหน้าเตา ปรุงอาหารใกล้หน้า หรือออกกำลังกายหนักที่ทำให้หน้าแดง เพราะอุณหภูมิสูงอาจกระทบต่อโครงสร้างของฟิลเลอร์

งดเลเซอร์หรือทรีตเมนต์ความร้อนลึกเป็นเวลาอย่างน้อย 1 เดือน
หัตถการที่ลงลึกถึงชั้นผิว เช่น HIFU, RF หรือเลเซอร์บางชนิด อาจส่งผลต่อเนื้อฟิลเลอร์และประสิทธิภาพของการฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้ม

ลดการเคลื่อนไหวของใบหน้าในช่วง 3 วันแรก
หลีกเลี่ยงการแสดงสีหน้ารุนแรง เช่น หัวเราะ ยิ้มกว้าง หรือเคี้ยวของแข็ง เพื่อป้องกันการเคลื่อนของฟิลเลอร์จากตำแหน่งที่แพทย์วางไว้

ดื่มน้ำให้เพียงพอวันละ 1.5-2 ลิตร
การดื่มน้ำเป็นสิ่งสำคัญ เพราะ Hyaluronic Acid ที่อยู่ในฟิลเลอร์จะดูดซับน้ำเพื่อช่วยให้ฟิลเลอร์คงตัวและให้ผิวดูอิ่มฟูมากขึ้น

หลีกเลี่ยงการนอนตะแคงหรือนอนคว่ำในช่วง 2-3 วันแรก
ควรนอนหงายโดยให้ศีรษะสูงเล็กน้อย เพื่อลดการกดทับและช่วยให้ฟิลเลอร์เข้าที่ได้ดี

หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์และบุหรี่ในช่วง 1 สัปดาห์หลังฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้ม
เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงในการบวมช้ำ และทำให้ฟิลเลอร์สลายตัวเร็วขึ้น

หากมีอาการผิดปกติ เช่น บวมมาก ปวดรุนแรง หรือผิวเปลี่ยนสี ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที

ฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้มกี่วันเห็นผล
การฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้มเป็นหัตถการที่สามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงได้เลย โดยทั่วไปผู้รับบริการจะสามารถสังเกตความแตกต่างได้ ทันทีหลังทำ เช่น ร่องลึกดูตื้นขึ้น ใบหน้าดูสดใสและอิ่มฟูมากขึ้น

ใน 1-3 วันแรกหลังฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้ม อาจมีอาการบวมเล็กน้อยหรือรู้สึกตึงบริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้ม ซึ่งเป็นอาการปกติและจะค่อย ๆ ลดลงได้เอง
ภายใน 7-14 วันหลังฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้ม ฟิลเลอร์จะเริ่มเซ็ตตัวและเรียบเนียนมากขึ้น รวมเข้ากับโครงสร้างผิวได้ดีขึ้น

ผลลัพธ์ที่ชัดเจนที่สุดจะอยู่ที่ประมาณ 2-3 สัปดาห์หลังฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้ม
ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เนื้อฟิลเลอร์เข้าที่อย่างสมบูรณ์ ผิวโดยรอบปรับตัวเรียบร้อย และอาการบวมจางหายจนหมด

ฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้มที่ไหนดี
1.คลินิกต้องได้รับใบอนุญาตอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
ควรเลือกสถานพยาบาลที่มีใบอนุญาตจากกระทรวงสาธารณสุข และมีการแสดงเลขที่ใบอนุญาตอย่างชัดเจน หากไม่แน่ใจ สามารถตรวจสอบข้อมูลได้จากเว็บไซต์ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

2.แพทย์ต้องมีใบประกอบวิชาชีพ
การฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้มควรทำโดยแพทย์ที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม และผ่านการอบรมด้านการฉีดสารเติมเต็มโดยเฉพาะ เพื่อให้เข้าใจโครงสร้างใบหน้าอย่างถูกต้อง และสามารถจัดการกับภาวะแทรกซ้อนหากเกิดขึ้นได้

3.ใช้ฟิลเลอร์ที่ผ่านการรับรองจาก อย.ประเทศไทย
ควรใช้ฟิลเลอร์ Hyaluronic Acid ที่มีเลขทะเบียน อย.ชัดเจน และสามารถตรวจสอบได้ มีบรรจุภัณฑ์ที่ครบถ้วน ปิดสนิท และสามารถให้ผู้รับบริการดูฉลากก่อนเปิดใช้จริง

4.มีการประเมินอย่างละเอียดก่อนทำหัตถการฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้ม
แพทย์ควรซักประวัติ ตรวจโครงสร้างใบหน้า และให้คำแนะนำแบบเฉพาะบุคคล ไม่ใช่ใช้วิธีการเดียวกับทุกคน เพราะสาเหตุของร่องแก้มลึกในแต่ละคนอาจไม่เหมือนกัน

5.มีการติดตามผลหลังทำ และพร้อมให้คำปรึกษาเพิ่มเติม
คลินิกที่มีความรับผิดชอบจะมีการนัดติดตามผล รวมถึงมีช่องทางให้สอบถามหรือแจ้งปัญหาในกรณีที่เกิดอาการไม่พึงประสงค์หลังทำ

Romrawin New Gen เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่เหมาะสำหรับคนรุ่นใหม่ในการฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้ม เพราะเรามีคุณหมอและเทคโนโลยีที่เหมาะสมในการแก้ปัญหาและให้ผลลัพธ์ที่ตอบโจทย์ มีการออกแบบหัตถการให้เหมาะสมกับตัวบุคคล เพื่อให้เรามั่นใจได้มากกว่าเดิม

Q and A ฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้ม
1.ฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้ม เจ็บไหม ?
โดยทั่วไปแล้ว การฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มจะมีความรู้สึกเจ็บเพียงเล็กน้อยขณะทำ เนื่องจากในตัวฟิลเลอร์ที่ใช้มักมีส่วนผสมของยาชา (Lidocaine) อยู่แล้ว และแพทย์จะใช้เทคนิคเฉพาะในการลดความรู้สึกไม่สบาย หากกังวลเรื่องความเจ็บ แนะนำให้แจ้งแพทย์ก่อนทำหัตถการ เพื่อให้มีการวางแผนอย่างเหมาะสมเพิ่มเติม เช่น การใช้ยาชาเฉพาะที่ก่อนฉีด

2.ฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้มอยู่ได้นานแค่ไหน ?
ระยะเวลาการคงอยู่ของฟิลเลอร์ขึ้นอยู่กับชนิดของฟิลเลอร์ที่ใช้ พื้นที่ที่ฉีด และปัจจัยส่วนบุคคล เช่น ระบบการเผาผลาญของแต่ละคน โดยทั่วไปฟิลเลอร์ Hyaluronic Acid ที่ใช้เติมร่องแก้มจะอยู่ได้ประมาณ 8 เดือน ถึง 1 ปีครึ่ง และสามารถเติมเพิ่มได้เมื่อเริ่มสลาย เพื่อคงผลลัพธ์ให้อยู่ได้นานขึ้น

3.ฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้มแล้วจะเป็นก้อนไหม ?
หากฉีดโดยแพทย์ และใช้ฟิลเลอร์แท้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมกับตำแหน่งนั้น โอกาสที่จะเกิดก้อนหรือผิวไม่เรียบจะต่ำมาก ฟิลเลอร์ที่มีคุณภาพดีจะสามารถกระจายตัวได้เรียบเนียนกลมกลืนไปกับชั้นผิว แต่หากฉีดผิดชั้น หรือใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐาน อาจมีความเสี่ยงเกิดก้อนได้ ดังนั้นจึงควรเลือกทำกับคลินิกที่มีมาตรฐานเท่านั้น

สรุปทุกเรื่องเกี่ยวกับฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้ม
การฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้ม เป็นหัตถการปรับรูปหน้าที่ทำให้หน้าเราดูอิ่มฟู สดใสมากขึ้น แต่เราต้องเลือกคลินิกและคุณหมอในการทำหัตถการฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้มให้ดี ไม่ควรฉีดกับคลินิกที่ไม่ได้มาตรฐานหรือหมอกระเป๋าถึงแม่จะมีราคาถูกแต่เสี่ยงอันตรายถึงชีวิตได้เลย

* ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับเฉพาะบุคคล
* เงื่อนไขตามบริษัทฯ กำหนด
* ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลง*
แนะนำให้สอบถามกับเจ้าหน้าที่ก่อนเข้ารับบริการ
เพื่อความชัวร์และได้สิทธิ์ที่คุ้มที่สุดค่ะ
ปรึกษาฟรี พร้อมรับ โปรโมชั่นพิเศษ ก่อนใคร
โปรโมชั่นต่างๆ
เรื่อง โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ ที่คุณอาจสนใจ