โปรแกรม Juvederm Volite คืออะไร แตกต่างจากฉีดฟิลเลอร์อื่นอย่างไร
Juvederm Volite
Juvederm Volite คืออะไร ช่วยอะไร ฉีดตรงไหน รู้ก่อนฉีด
เมื่อผิวขาดน้ำต่อเนื่อง ผิวหน้ามักเริ่มเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด ทั้งความแห้งกร้าน รูขุมขนที่กว้างขึ้น สีผิวหมองคล้ำ และริ้วรอยเล็ก ๆ โดยเฉพาะบริเวณแก้ม ใต้ตา และรอบริมฝีปาก ปัญหาเหล่านี้ทำให้ผิวดูเหนื่อยล้า ไม่สดใส และแต่งหน้าไม่ติดทน
เพื่อตอบโจทย์การฟื้นฟูผิว Juvederm Volite จึงฟิลเลอร์สกินบูสเตอร์ Hyaluronic Acid ที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นลึกถึงชั้นผิวหนังแท้ พร้อมฟื้นฟูผิวให้ดีขึ้นอย่างดูเป็นธรรมชาติ ทั้งความเนียนละเอียด ความกระจ่างใส ความยืดหยุ่น และความอิ่มฟู ถือเป็นตัวช่วยสำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการให้ผิวกลับมามีชีวิตชีวาและดูสุขภาพดีอย่างยาวนาน ( ไฮยาลูรอน (Hyaluronic Acid) คืออะไร มีกี่ประเภท ข้อดีข้อเสียอย่างไร )
แต่การฉีด Juvederm Volite ควรรู้อะไรบ้าง บทความนี้รวบรวมข้อมูลน่ารู้ เพื่อให้ศึกษาก่อนตัดสินใจทำ
Juvederm Volite คืออะไร
Juvederm Volite คือ ฟิลเลอร์สกินบูสเตอร์ชนิด Hyaluronic Acid (HA) จากแบรนด์ Juvederm ของบริษัท Allergan ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อปรับคุณภาพผิวโดยรวม มากกว่าการเพิ่มปริมาตรเหมือนฟิลเลอร์ทั่วไป เนื้อของ Juvederm Volite มีความละเอียด อ่อนนุ่ม และซึมเข้าสู่ผิวได้ดี เหมาะสำหรับการฟื้นฟูผิวให้ดูเรียบเนียน ชุ่มชื้น และสุขภาพดีอย่างดูเป็นธรรมชาติ
คุณสมบัติของ Juvederm Volite
• ให้ความชุ่มชื้นลึกถึงชั้นผิวหนังแท้ (Dermis)
• ปรับสภาพผิวให้เนียนละเอียดขึ้น
• ลดริ้วรอยเล็ก ๆ และความหยาบกร้านของผิว
• ช่วยให้ผิวดูเรียบเนียนและสดใสขึ้น
• ผลลัพธ์อยู่ได้นานกว่าสกินบูสเตอร์ทั่วไป โดยเฉลี่ย 6-9 เดือน
Juvederm Volite ใช้เทคโนโลยี Vycross™ ซึ่งเป็นการผสมผสานโมเลกุล HA แบบน้ำหนักโมเลกุลต่ำและสูง ทำให้มีความคงตัวดี อยู่ได้นาน และให้ความชุ่มชื้นอย่างต่อเนื่อง
ฟิลเลอร์ Juvederm คืออะไร มีทั้งหมดกี่รุ่น ต่างกันอย่างไร
Juvederm Volite ช่วยอะไรบ้าง
ผิวที่แห้ง ขาดน้ำ หรือเริ่มมีริ้วรอยเล็ก ๆ มักทำให้ใบหน้าดูอ่อนล้าและไม่สดใส Juvederm Volite เป็นสกินบูสเตอร์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อฟื้นฟูผิวจากภายในอย่างดูเป็นธรรมชาติ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการให้ผิวกลับมาชุ่มชื้น เรียบเนียน และดูสุขภาพดีโดยไม่เปลี่ยนรูปหน้า โดยข้อดีของ Juvederm Volite มีดังนี้
1.Juvederm Volite ช่วยเติมความชุ่มชื้นลึกถึงชั้นผิว
Juvederm Volite มี Hyaluronic Acid โมเลกุลพิเศษที่สามารถอุ้มน้ำได้ดีและเสถียรกว่าสกินบูสเตอร์ทั่วไป เมื่อลงสู่ผิวจะช่วยกักเก็บน้ำในชั้น Dermis ทำให้ผิวชุ่มชื้นจากภายใน ไม่ใช่แค่ผิวเผิน ผลลัพธ์คือผิวดูเอิบอิ่ม ไม่หมอง และลดอาการแห้งลอก
2.Juvederm Volite ช่วยฟื้นฟูสุขภาพผิวโดยรวม
คุณสมบัติที่โดดเด่นของ Juvederm Volite คือการปรับสภาพผิวให้เนียนละเอียดขึ้น ผิวที่เคยหยาบกร้านหรือขาดความสม่ำเสมอจะดูเรียบขึ้น ทั้งความนุ่ม แน่น และความละเอียดของผิว พร้อมช่วยให้ผิวดูกระจ่างใส
3.Juvederm Volite ช่วยลดเลือนริ้วรอยร่องตื้น
ริ้วรอยเล็ก ๆ เช่น บริเวณแก้ม ใต้ตา หรือรอยย่นที่เกิดจากผิวแห้ง มักเป็นสัญญาณแรกของการเสื่อมสภาพผิว เมื่อเติมความชุ่มชื้นลึกและเพิ่มความยืดหยุ่นให้ผิว ริ้วรอยเหล่านี้จะดูเรียบขึ้น ทำให้ผิวดูอ่อนเยาว์
4.Juvederm Volite ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและความแข็งแรงของผิว
Juvederm Volite ส่งผลดีต่อการฟื้นฟูโครงสร้างผิวตามธรรมชาติ ช่วยให้ผิวมีความยืดหยุ่นและแน่นขึ้น รู้สึกถึงความกระชับและความยืดหยุ่นที่ดีขึ้นเมื่อสัมผัส ทำให้ใบหน้าดูสดชื่นและมีชีวิตชีวา
5.Juvederm Volite ช่วยเพิ่มความกระจ่างใสและลดความหมองคล้ำ
ผิวที่ขาดน้ำมักดูหมอง ไม่สดใส เมื่อผิวได้รับความชุ่มชื้นและมีคุณภาพดีขึ้น ความหมองคล้ำจะลดลง ผิวจึงกระจ่างใสขึ้นอย่างดูเป็นธรรมชาติ แม้ไม่ได้แต่งหน้า หน้าก็ยังดูใส สุขภาพดี
6.Juvederm Volite ช่วยทำให้เมคอัพติดง่ายและเรียบเนียนกว่าเดิม
เมื่อผิวดีขึ้น เครื่องสำอางจะเกาะผิวได้ดี ไม่เป็นคราบ รองพื้นไม่ตกร่อง ผิวดูเรียบเนียนขึ้นทั้งก่อนและหลังแต่งหน้า เหมาะมากสำหรับผู้ที่ต้องการให้ลุคเมคอัพออกมาสวยตลอดวัน
7.Juvederm Volite ช่วยให้ผลลัพธ์ชัดเจนและอยู่ได้ยาวนาน
ด้วยเทคโนโลยี Vycross™ ของแบรนด์ Juvederm ทำให้ Juvederm Volite มีความเสถียรสูงและให้ผลลัพธ์ยาวนานกว่า Skin Booster ชนิดอื่น โดยทั่วไปอยู่ได้ประมาณ 6-9 เดือน และบางรายอาจเห็นผลยาวถึง 12 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแล
Juvederm Volite ฉีดจุดไหนได้บ้าง
Juvederm Volite เป็นสกินบูสเตอร์ที่ใช้เทคนิคการฉีดแบบ micro-droplet เพื่อกระจาย Hyaluronic Acid ลงสู่ชั้นผิวอย่างสม่ำเสมอ ทำให้สามารถฉีดได้หลายบริเวณที่ต้องการฟื้นฟูผิว เพิ่มความชุ่มชื้น และความเรียบเนียน โดยไม่ทำให้เกิดวอลลุ่มเหมือนฟิลเลอร์ทั่วไป บริเวณที่นิยมฉีดได้แก่ ( ไฮยาลูรอนิก คืออะไร Hyaluronic Acid มีกี่ประเภท กี่วันถึงเห็นผล )
1.Juvederm Volite ฉีดใบหน้า
เป็นบริเวณที่ได้รับความนิยมที่สุด เพราะ Juvederm Volite ช่วยให้ผิวแลดดูชุ่มชื้น เรียบเนียน และลดริ้วรอยเล็ก ๆ ได้ทั่วหน้า เช่น แก้ม หน้าผาก คาง รอบปาก (ลดความแห้งและริ้วรอยยิบ ๆ) ร่องแก้มบริเวณผิวตื้น
2.Juvederm Volite ฉีดใต้ตา
ช่วยลดความแห้ง รอยย่นเล็ก ๆ และผิวที่ไม่เรียบสม่ำเสมอใต้ตา เนื่องจาก Juvederm Volite มีเนื้อละเอียด ไม่ทำให้เป็นก้อนง่าย จึงเหมาะกับบริเวณนี้มากกว่าสกินบูสเตอร์บางชนิด
3.Juvederm Volite ฉีดลำคอ
บริเวณลำคอมักแห้งและเกิดเส้นคอได้ง่าย การฉีด Juvederm Volite จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ลดความหยาบกร้าน และทำให้ลำคอดูเรียบเนียนขึ้น
4.Juvederm Volite ฉีดหลังมือ
ผิวหลังมือมักเสียความชุ่มชื้นและความตึงตัวตามอายุ การฉีด Juvederm Volite ช่วยให้ผิวมือดูอิ่มน้ำและอ่อนเยาว์ขึ้น
5.Juvederm Volite ฉีดบริเวณเฉพาะจุดอื่น ๆ
ขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์ เช่น เนินหน้าอก ริมฝีปากที่แห้งมาก (ไม่ใช่เพื่อเพิ่มความหนา)
Juvederm Volite ควรฉีดกี่ซีซี
ปริมาณที่ควรใช้ขึ้นอยู่กับสภาพผิว บริเวณที่ต้องการฟื้นฟู และ ความต้องการของผู้รับบริการ แต่โดยทั่วไป Juvederm Volite จะถูกใช้อย่างเหมาะสมตามแต่ละบริเวณดังนี้
1.ทั่วใบหน้า โดยทั่วไปใช้ประมาณ 1-2 ซีซี ถ้าผิวแห้งมาก หรือมีบริเวณที่ต้องแก้ไขหลายจุด แพทย์อาจแนะนำ 2-3 ซีซี เพื่อให้ผลลัพธ์ชัดเจนและทั่วถึง
2.ใต้ตา ใช้ประมาณ 0.5-1 ซีซี ต่อสองข้าง ขึ้นอยู่กับความแห้งและริ้วรอยในบริเวณนั้น
3.ลำคอ บริเวณลำคอมักต้องการปริมาณมากกว่าใบหน้าเล็กน้อย โดยใช้ประมาณ 1-2 ซีซี ขึ้นอยู่กับจำนวนเส้นคอและผิวที่ต้องการฟื้นฟู
4.หลังมือ ทั่วไปใช้ข้างละ 1 ซีซี หรือ 2 ซีซีทั้งสองข้าง หากผิวแห้งหรือมีความบางชัดเจน
5.บริเวณเฉพาะจุด เช่น เนินหน้าอกหรือริมฝีปากที่ต้องการเพิ่มความชุ่มชื้น ส่วนใหญ่ใช้ 0.5-1 ซีซี
Juvederm Volite กี่ครั้งถึงเห็นผล
ผลลัพธ์จาก Juvederm Volite สามารถเริ่มเห็นได้ทันทีหลังฉีด และจะแสดงผลเต็มที่ภายใน 7-10 วัน สามารถเห็นผิวที่ดูอิ่มน้ำและเรียบเนียนขึ้นอย่างชัดเจน โดยทั่วไป ส่วนใหญ่จะเห็นผลลัพธ์ที่ต้องการได้หลังทำ 1-2 ครั้ง ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและระดับปัญหาของแต่ละบุคคล บางคนอาจต้องทำมากกว่านั้นเพื่อผลลัพธ์ที่ดี
เพื่อรักษาผลลัพธ์ให้อยู่ได้นาน ควรทำซ้ำประมาณทุก 6-9 เดือนตามคำแนะนำของแพทย์ ซึ่งช่วยให้ผิวคงความชุ่มชื้นและความยืดหยุ่นที่ดีไว้ได้ อย่างไรก็ตาม บางคนอาจต้องทำบ่อยขึ้นหรือน้อยกว่านี้ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและไลฟ์สไตล์
โดยสรุป Juvederm Volite มักจะเห็นผลชัดเจนหลังการรักษา 1 ถึง 2 ครั้ง และควรเติมซ้ำทุก 6-9 เดือนเพื่อคงสภาพผิวให้ดีอยู่ต่อเนื่อง
Juvederm Volite กี่วันถึงเห็นผล
Juvederm Volite สามารถเห็นผลลัพธ์เบื้องต้นได้ทันทีหลังฉีด โดยผิวจะดูอิ่มน้ำและเต่งตึงขึ้นประมาณ 80% แต่ผลเต็มที่จะชัดเจนใน 7-14 วัน หรือสูงสุด 2 สัปดาห์ เมื่อเนื้อฟิลเลอร์เข้าที่และอาการบวมหายไป
ปัจจัยที่ส่งผลต่อระยะเวลาเห็นผล
• สภาพผิวแต่ละคน เช่น ผิวแห้งหรือบางอาจใช้เวลาในการปรับตัวนานกว่าเล็กน้อย
• เทคนิคการฉีดของแพทย์ ช่วยให้ฟิลเลอร์กระจายตัวเร็วและเรียบเนียน
• การดูแลหลังฉีด เช่น หลีกเลี่ยงแดดและความร้อน ช่วยให้เห็นผลเร็วขึ้น
Juvederm Volite อยู่ได้นานแค่ไหน
Juvederm Volite อยู่ได้นานประมาณ 8-12 เดือน ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองหลังฉีดและสภาพผิวของแต่ละบุคคล โดยหากดูแลดีจะช่วยให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานขึ้น ฟิลเลอร์นี้เน้นการเติมความชุ่มชื้นและฟื้นฟูผิว ทำให้ผิวดูอิ่มน้ำและเรียบเนียนนานหลายเดือนหลังฉีดครั้งเดียว
ในบางกรณีผลลัพธ์อาจอยู่ได้แค่ 6-9 เดือน ก่อนจำเป็นต้องเติมซ้ำเพื่อรักษาความชุ่มชื้นและคุณภาพผิวให้คงที่ แต่โดยทั่วไปแพทย์มักแนะนำให้ฉีดซ้ำทุก 6-12 เดือนตามความเหมาะสมของผิวและผลลัพธ์ที่ต้องการ
ฟิลเลอร์ Juvederm Volite จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลผิวให้ดูอิ่มน้ำสุขภาพดีในระยะยาวด้วยการฉีดซ้ำในระยะเวลาที่เหมาะสม
Juvederm Volite เหมาะกับใคร
Juvederm Volite เป็นสกินบูสเตอร์ที่ออกแบบมาเพื่อฟื้นฟูผิวโดยเฉพาะ ไม่ได้เน้นเพิ่มวอลลุ่มแบบฟิลเลอร์ทั่วไป จึงเหมาะกับกลุ่มผู้ที่ต้องการให้ผิวชุ่มชื้น เนียนละเอียด และดูสุขภาพดีขึ้นอย่างดูเป็นธรรมชาติ โดยเฉพาะในกลุ่มคนต่อไปนี้
1.Juvederm Volite เหมาะกับคนที่มีผิวแห้ง ขาดน้ำ
เหมาะมากสำหรับผู้ที่มีผิวแห้งตึง ผิวลอกง่าย หรือรู้สึกผิวไม่อุ้มน้ำ เพราะ Juvederm Volite เติมความชุ่มชื้นลึกถึงชั้นผิว Dermis ช่วยให้ผิวอิ่มน้ำยาวนาน
2.Juvederm Volite เหมาะกับผู้ที่มีผิวหมองคล้ำหรือดูโทรม
ผู้ที่โดนแดดบ่อย พักผ่อนน้อย หรือผิวดูเหนื่อยล้า Juvederm Volite จะช่วยให้ผิวดูสดใสและเรียบเนียนขึ้น
3.Juvederm Volite เหมาะกับผู้ที่มีริ้วรอยตื้นหรือเส้นเล็ก ๆ
เหมาะกับคนที่เริ่มมีริ้วรอยร่องตื้น เช่น รอยย่นบริเวณแก้ม ใต้ตา หรือรอบปาก เนื่องจาก Juvederm Volite ช่วยให้ผิวยืดหยุ่นและเรียบเนียนขึ้น
4.Juvederm Volite เหมาะกับคนที่ต้องการปรับ Texture ผิว
ผู้ที่มีผิวไม่เรียบ รูขุมขนกว้าง หรือผิวสัมผัสไม่ละเอียด Juvederm Volite สามารถช่วยฟื้นฟูให้ผิวเรียบเนียนมากขึ้น
5.Juvederm Volite เหมาะกับผู้ที่ไม่ต้องการให้หน้าเปลี่ยนรูป
เพราะ Juvederm Volite ไม่ได้เพิ่มวอลลุ่ม จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการผิวดีขึ้น แต่ไม่อยากให้หน้าดูบวม หรือรูปหน้ามีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ
6.Juvederm Volite เหมาะกับทุกช่วงวัย โดยเฉพาะอายุ 25 ปีขึ้นไป
ช่วงวัยทำงานมักเริ่มมีผิวแห้ง ริ้วรอยจาง ๆ และความหยาบกร้าน Juvederm Volite ช่วยฟื้นฟูผิวให้กลับมาสดใสเหมือนเดิม
7.Juvederm Volite เหมาะกับผู้ที่ต้องการเตรียมผิวก่อนโอกาสสำคัญ
เช่น ก่อนถ่ายภาพงานแต่ง งานรับปริญญา หรืองานที่ต้องการผิวเรียบเนียนเป็นพิเศษ Juvederm Volite เหมาะใช้ฉีดบำรุงผิวให้ดูสุขภาพดีในเวลาไม่นาน
Juvederm Volite ไม่เหมาะกับใคร
แม้ Juvederm Volite จะเป็นสกินบูสเตอร์ที่สามารถใช้ได้กับทุกสภาพผิว แต่ก็มีคนบางกลุ่มที่ควรหลีกเลี่ยงหรือปรึกษาแพทย์อย่างละเอียดก่อนรับการรักษา ดังนี้
1.Juvederm Volite ไม่เหมาะกับผู้ที่มีประวัติแพ้ Hyaluronic Acid หรือส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์
แม้พบได้น้อยมาก แต่ผู้ที่เคยมีประวัติแพ้อย่างรุนแรงควรหลีกเลี่ยงเพื่อความปลอดภัย
2.Juvederm Volite ไม่เหมาะกับผู้ที่กำลังมีการติดเชื้อบริเวณที่จะฉีด
เช่น มีสิวอักเสบตุ่มหนอง ผิวหนังอักเสบ ผื่น หรือการติดเชื้อใด ๆ บริเวณใบหน้า ควรรักษาอาการเหล่านี้ให้ดีขึ้นก่อน
3.Juvederm Volite ไม่เหมาะกับผู้ที่ตั้งครรภ์หรือกำลังให้นมบุตร
แม้จะไม่มีงานวิจัยระบุอันตรายชัดเจน แต่โดยมาตรฐานการแพทย์แนะนำให้หลีกเลี่ยงการฉีดสารประเภทนี้ในช่วงตั้งครรภ์และให้นมบุตร
4.Juvederm Volite ไม่เหมาะกับผู้ที่มีโรคผิวหนังบางชนิดในบริเวณที่จะทำ
เช่น โรคผิวหนังภูมิแพ้แบบรุนแรง ผิวที่ไวต่อการอักเสบ หรือผู้ที่มีผิวแพ้ง่ายมาก อาจต้องประเมินอย่างละเอียดก่อน
5.Juvederm Volite ไม่เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาเลือดออกง่าย หรือใช้ยาละลายลิ่มเลือด
อาจมีรอยช้ำหรือเลือดออกมากกว่าปกติ แพทย์อาจต้องพิจารณาเป็นรายบุคคล
6.Juvederm Volite ไม่เหมาะกับผู้ที่มีความคาดหวังว่าจะได้ผลลัพธ์เพิ่มวอลลุ่ม
Juvederm Volite ไม่ได้เพิ่มปริมาตร จึงไม่เหมาะกับผู้ที่ต้องการแก้ปัญหาโครงหน้าแบน ร่องแก้มลึก เติมเต็มโหนกแก้มหรือคาง ควรใช้ฟิลเลอร์ประเภทอื่นแทน
7.Juvederm Volite ไม่เหมาะกับผู้ที่มีโรคประจำตัวบางชนิดที่ควรประเมินเพิ่มเติม
เช่น โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง โรคแพ้ภูมิตัวเองบางชนิด หรือผู้ที่เพิ่งได้รับการรักษาทางผิวหนังที่ทำให้ผิวไวต่อการระคายเคือง แพทย์ควรตรวจอย่างละเอียดก่อนทำ
Juvederm Volite มีผลข้างเคียงไหม
Juvederm Volite ถือเป็นสกินบูสเตอร์ที่มีความเสี่ยงน้อย เนื่องจากมีส่วนประกอบหลักเป็น Hyaluronic Acid (HA) ซึ่งเป็นสารที่พบในผิวตามธรรมชาติอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม การฉีดผิวทุกชนิดสามารถมีผลข้างเคียงได้บ้าง โดยส่วนใหญ่จะเป็นอาการชั่วคราวและหายได้เองภายในไม่กี่วัน
ผลข้างเคียงที่พบได้ทั่วไป
โดยปกติอาการเหล่านี้จะหายภายใน 3-7 วัน หลังฉีด Juvederm Volite
• บวม แดง หรือรู้สึกตึงบริเวณที่ฉีด
• รอยเข็มหรือรอยช้ำเล็กน้อย
• ผิวไม่เรียบเป็นตุ่มเล็ก ๆ ชั่วคราว เนื่องจากการฉีดแบบ micro-droplet
• อาการกดเจ็บเล็กน้อยใน 1-2 วันแรก
• ผิวแห้งลอกเล็กน้อยในบางคน (เป็นปฏิกิริยาหลังผิวเริ่มฟื้นตัว)
ผลข้างเคียงที่พบได้น้อยมาก
แม้จะพบไม่บ่อยแต่ควรทราบก่อนฉีด Juvederm Volite
• ก้อนนูนที่ไม่ยุบภายในหลายวัน (มักเกิดจากการกระจายตัวยังไม่สมบูรณ์)
• การอักเสบหรือบวมแดงนานกว่าปกติ
• อาการแพ้ Hyaluronic Acid (พบได้น้อยมาก)
• การติดเชื้อที่ผิว หากดูแลไม่ถูกต้องหรือไม่ใช้อุปกรณ์ปลอดเชื้อ
Juvederm Volite เจ็บไหม แสบไหม
ระดับความเจ็บหรือความแสบจากการฉีด Juvederm Volite อยู่ในระดับน้อยถึงปานกลาง และส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับเทคนิคของแพทย์และความไวของผิวแต่ละคน โดยทั่วไปคนไข้ส่วนใหญ่สามารถทนได้สบาย และอาการไม่รุนแรงเหมือนการทำหัตถการที่ลึกกว่าหรือใช้ปริมาณยามากกว่านี้
ระดับความเจ็บขณะฉีด Juvederm Volite
• โดยทั่วไปจะรู้สึกเจ็บเพียงเล็กน้อยคล้าย “เข็มจิ้มผิว”
• เนื่องจาก Juvederm Volite ใช้เทคนิค micro-droplet (ฉีดปริมาณน้อย ๆ หลายจุด) ทำให้ความรู้สึกเจ็บเกิดขึ้นแบบเบา ๆ กระจายตามจุดฉีด
• ก่อนฉีดส่วนใหญ่จะมีการทายาชาหรือประคบเย็น ทำให้ลดความรู้สึกเจ็บได้มาก
ความรู้สึกแสบขณะฉีด Juvederm Volite
• ระหว่างฉีดอาจมีความรู้สึก “แสบนิด ๆ” จากการที่เนื้อยาเข้าสู่ชั้นผิว แต่ไม่รุนแรง
• ความแสบจะอยู่ในระดับอ่อนและคงอยู่ไม่นาน
• หากผิวไวหรือแห้งมากอาจรู้สึกแสบมากกว่าปกติเล็กน้อย แต่ยังอยู่ในระดับที่ทนได้
ความรู้สึกหลังฉีด Juvederm Volite
• อาจมีอาการตึงผิวหรือระบมเล็กน้อย 1-2 วัน
• บางคนอาจรู้สึกแสบนิด ๆ เมื่อสัมผัสหรือกดบริเวณที่ฉีด
• อาการเหล่านี้มักหายได้เองภายใน 2-3 วัน
การเตรียมตัวก่อนฉีด Juvederm Volite
การเตรียมตัวอย่างถูกต้องก่อนฉีด Juvederm Volite จะช่วยให้ผิวพร้อมรับตัวยา ลดความเสี่ยงของการบวมช้ำ และทำให้ผลลัพธ์ออกมาสวยและดูเป็นธรรมชาติ แนวทางการเตรียมตัวที่ควรปฏิบัติมีดังนี้
1.ก่อนฉีด Juvederm Volite หลีกเลี่ยงยาที่ทำให้เลือดออกง่าย
ควรงดอย่างน้อย 3-7 วันก่อนฉีด (หากแพทย์ประเมินว่าเหมาะสม)
• แอสไพริน (Aspirin)
• ไอบูโพรเฟน (Ibuprofen)
• วิตามินอี
• โอเมก้า-3 น้ำมันปลา
• สมุนไพรบางชนิด เช่น โสม แปะก๊วย
หากกินยาตามแพทย์สั่งอยู่ ควรแจ้งแพทย์ก่อนเสมอ ไม่ควรหยุดยาด้วยตัวเอง
2.ก่อนฉีด Juvederm Volite งดแอลกอฮอล์ก่อนทำ 24 ชั่วโมง
แอลกอฮอล์ทำให้เลือดไหลเวียนเร็วขึ้น มีผลให้อาการช้ำเกิดง่ายขึ้น จึงควรงดก่อนฉีด Juvederm Volite อย่างน้อย 1 วัน
3.ก่อนฉีด Juvederm Volite หลีกเลี่ยงความร้อนสูง
ก่อนฉีด Juvederm Volite อย่างน้อย 1-2 วันควรงดอบซาวน่า อบไอน้ำ นวดหน้าที่ใช้ความร้อน เพื่อลดการระคายเคืองผิวและลดโอกาสบวมแดงหลังทำ
4.ก่อนฉีด Juvederm Volite งดแต่งหน้าในวันที่มาฉีด
ในวันที่เข้ารับบริการฉีด Juvederm Volite ควรมาพร้อมผิวสะอาด ไม่มีเครื่องสำอางเพื่อป้องกันการอุดตันหรือเชื้อโรคเข้าสู่ผิวขณะฉีด
5.ก่อนฉีด Juvederm Volite ควรรักษาผิวให้ชุ่มชื้น
การบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นล่วงหน้า 2-3 วันก่อนทำช่วยให้ผิวตอบสนองต่อ Juvederm Volite ได้ดีขึ้น
6.ก่อนฉีด Juvederm Volite หากมีสิวอักเสบรุนแรง ควรเลื่อนนัด
ไม่ควรฉีดผ่านผิวที่กำลังอักเสบหรือมีการติดเชื้อ เพราะเสี่ยงต่อการลุกลามของการอักเสบ
7.ก่อนฉีด Juvederm Volite แจ้งประวัติสุขภาพกับแพทย์
โดยเฉพาะโรคประจำตัว ภูมิแพ้ การตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ประวัติฉีดฟิลเลอร์หรือสกินบูสเตอร์มาก่อน ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้แพทย์วางแผนการทำหัตถการที่ลดความเสี่ยง
8.ก่อนฉีด Juvederm Volite เตรียมใจสำหรับอาการหลังฉีด
ควรรู้ว่าหลังฉีด Juvederm Volite อาจมีอาการบวม ช้ำ หรือเป็นตุ่มเล็ก ๆ จากเข็มหลายจุด ซึ่งเป็นเรื่องปกติและจะดีขึ้นภายในไม่กี่วัน
การดูแลตัวเองหลังฉีด Juvederm Volite
การดูแลหลังฉีด Juvederm Volite มีความสำคัญมาก เพราะช่วยลดอาการข้างเคียง ทำให้ตัวยากระจายตัวอย่างเหมาะสม และช่วยให้ผิวฟื้นฟูได้เต็มที่ ผลลัพธ์จึงออกมาสวยและอยู่ได้นานขึ้น แนวทางการดูแลตัวเองหลังฉีดมีดังนี้
1.หลังฉีด Juvederm Volite หลีกเลี่ยงการจับหรือกดบริเวณที่ฉีด
ในช่วง 24 ชั่วโมงแรกไม่ควรคลำ กด นวด หรือเกา เพราะอาจทำให้ตัวยาเคลื่อนที่หรือเกิดการระคายเคืองได้
2.หลังฉีด Juvederm Volite งดออกกำลังกายหนัก
ควรงด 24-48 ชั่วโมงหลังฉีด เพื่อหลีกเลี่ยงการไหลเวียนเลือดที่มากเกินไป ซึ่งอาจทำให้บวมและช้ำเพิ่มขึ้น
3.หลังฉีด Juvederm Volite หลีกเลี่ยงความร้อน
งดกิจกรรมที่มีความร้อนจัดประมาณ 3-5 วัน เช่น ซาวน่า อบไอน้ำ อาบน้ำร้อนจัด การนอนแดดหรืออยู่กลางแดดเป็นเวลานาน เพราะความร้อนอาจทำให้เกิดการบวมและลดคุณภาพของตัวยา
4.หลังฉีด Juvederm Volite ประคบเย็นเพื่อลดบวม
ใน 24 ชั่วโมงแรกสามารถประคบเย็นบริเวณที่บวมได้เป็นระยะ ๆ แต่ไม่ควรประคบตรงผิวโดยตรง ควรห่อผ้าบาง ๆ เพื่อป้องกันการระคายเคืองผิว
5.หลังฉีด Juvederm Volite งดแอลกอฮอล์ 24-48 ชั่วโมง
แอลกอฮอล์ทำให้เลือดไหลเวียนเร็วขึ้น อาจทำให้เกิดรอยช้ำหรือบวมเพิ่มขึ้น จึงควรงดแอลกอฮอล์อย่างน้อย 24-48 ชั่วโมง หลังฉีด Juvederm Volite
6.หลังฉีด Juvederm Volite งดแต่งหน้าหลังฉีดอย่างน้อย 24 ชั่วโมง
งดแต่งหน้าหลังฉีด Juvederm Volite อย่างน้อย 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันการอุดตัน การติดเชื้อ และการระคายเคืองผิว ควรให้ผิวมีเวลาในการฟื้นตัวก่อน
7.หลังฉีด Juvederm Volite หลีกเลี่ยงการนวดหน้า ทำเลเซอร์ หรือทรีตเมนต์แรง
ควรงดหัตถการที่ใช้ความร้อนหรือแรงกดบนหน้าอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ หลังฉีด Juvederm Volite เช่น เลเซอร์ RF เลเซอร์ Ulthera นวดหน้า สครับผิว
8.หลังฉีด Juvederm Volite ให้ความชุ่มชื้นกับผิว
หลังฉีด Juvederm Volite ในช่วง 2-3 วันแรก สามารถเริ่มบำรุงผิวด้วยมอยส์เจอไรเซอร์ที่อ่อนโยน เพื่อช่วยเสริมการอุ้มน้ำของ HA และช่วยให้ผิวฟื้นตัวได้ดีขึ้น
9.หลังฉีด Juvederm Volite หลีกเลี่ยงการใช้สกินแคร์ที่ระคายเคือง
งดผลิตภัณฑ์ที่มีกรดผลัดเซลล์ผิว เช่น AHA, BHA, Retinol 3-5 วันหลังฉีด Juvederm Volite เพื่อหลีกเลี่ยงผิวแห้งลอกหรืออาการระคายเคือง
10.หลังฉีด Juvederm Volite ควรดื่มน้ำให้มากขึ้น
การดื่มน้ำให้เพียงพอจะช่วยให้ Hyaluronic Acid อุ้มน้ำได้ดี ทำให้ผลลัพธ์เรื่องความชุ่มชื้นและความฟูของผิวเห็นได้ชัดเจนขึ้น
11.หลังฉีด Juvederm Volite สังเกตอาการผิดปกติ
หากมีอาการแดง บวม ปวดมากขึ้นเรื่อย ๆ หรือมีสัญญาณติดเชื้อ หลังฉีด Juvederm Volite ควรพบแพทย์ทันที
ข้อห้ามที่ควรรู้หลังฉีด Juvederm Volite
หลังฉีด Juvederm Volite ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมบางอย่างเพื่อป้องกันการระคายเคือง อาการบวมช้ำ และช่วยให้ตัวยาทำงานได้มีประสิทธิภาพ โดยข้อห้ามหลังฉีดสำคัญที่ควรรู้ ได้แก่
1.ห้ามจับ กด นวด หรือถูบริเวณที่ฉีด Juvederm Volite
โดยเฉพาะใน 24 ชั่วโมงแรก หลังฉีด Juvederm Volite เพราะอาจทำให้ตัวยาเคลื่อนที่หรือระคายเคืองผิวได้
2.ห้ามออกกำลังกายหนักหลังฉีด Juvederm Volite
งดออกกำลังกายหนักอย่างน้อย 24-48 ชั่วโมงหลังฉีด Juvederm Volite เนื่องจากการไหลเวียนเลือดที่เพิ่มขึ้นอาจทำให้บวมและช้ำมากขึ้น
3.ห้ามโดนความร้อนหลังฉีด Juvederm Volite
งด 3-5 วันหลังฉีด Juvederm Volite เช่น ซาวน่า อบไอน้ำ นอนอาบแดด ความร้อนอาจทำให้ผิวอักเสบและทำให้ผลลัพธ์ลดลง
4.ห้ามดื่มแอลกอฮอล์หลังฉีด Juvederm Volite
ควรงด 24-48 ชั่วโมง หลังฉีด Juvederm Volite เพราะแอลกอฮอล์ทำให้หลอดเลือดขยายตัว เพิ่มโอกาสช้ำและบวม
5.ห้ามแต่งหน้าใน 24 ชั่วโมงแรกหลังฉีด Juvederm Volite
เพื่อป้องกันการอุดตัน การติดเชื้อ และการระคายเคืองของผิวบริเวณที่ฉีด
6.ห้ามทำเลเซอร์หรือทรีตเมนต์ที่ลงลึกหลังฉีด Juvederm Volite
ควรเว้น 1-2 สัปดาห์ เช่น เลเซอร์ HIFU / Ulthera / Thermage / RF การทำทรีตเมนต์หน้า หรือการนวดหน้าแรง ๆ อาจรบกวนตัวยาหรือทำให้เกิดการอักเสบ
7.ห้ามใช้สกินแคร์ที่มีความเป็นกรดหรือระคายเคืองหลังฉีด Juvederm Volite
งด 3-5 วันหลังฉีด Juvederm Volite เช่น AHA / BHA, Retinol / Retinoid หรือสครับผิว เพื่อหลีกเลี่ยงการระคายเคืองหรือผิวลอก
8.ห้ามว่ายน้ำหรือแช่น้ำในที่สาธารณะหลังฉีด Juvederm Volite
เช่น สระว่ายน้ำ ทะเล หรืออ่างน้ำร้อน อย่างน้อย 48-72 ชั่วโมง เพื่อลดความเสี่ยงการติดเชื้อ
9.ห้ามนอนคว่ำกดบริเวณใบหน้าหลังฉีด Juvederm Volite
คืนแรกหลังฉีด Juvederm Volite ควรนอนหงายเพื่อลดแรงกดบนผิวที่ฉีด
สรุปเกี่ยวกับ Juvederm Volite
สรุป Juvederm Volite เป็นสกินบูสเตอร์ที่ตอบโจทย์การฟื้นฟูผิว ไม่ว่าจะเป็นผิวแห้ง ขาดน้ำ หมองคล้ำ มีริ้วรอยตื้น หรือผิวที่เริ่มสูญเสียความยืดหยุ่นตามวัย ด้วยเนื้อ Hyaluronic Acid ที่ละเอียดและเทคโนโลยี Vycross™ ทำให้สามารถเติมความชุ่มชื้นได้ลึกถึงชั้นผิวหนังแท้ พร้อมช่วยปรับผิวให้เรียบเนียน กระจ่างใส และให้ผลลัพธ์ที่ยาวนานกว่าสกินบูสเตอร์ทั่วไป นอกจากนี้ Juvederm Volite ยังเหมาะสำหรับหลากหลายบริเวณ เช่น ใบหน้า ใต้ตา ลำคอ และหลังมือ และยังเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวโดยไม่ทำให้ใบหน้าเปลี่ยนรูป
ด้วยคุณสมบัติที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ความเนียนละเอียด ความยืดหยุ่น และความสดใสของผิว Juvederm Volite จึงถือเป็นทางเลือกการดูแลผิวของผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ผิวสวยดูเป็นธรรมชาติในระยะยาว
* เงื่อนไขตามบริษัทฯ กำหนด
แนะนำให้สอบถามกับเจ้าหน้าที่ก่อนเข้ารับบริการ
เพื่อความชัวร์และได้สิทธิ์ที่คุ้มที่สุดค่ะ