romrawin

โปรแกรมฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า คืออะไร เหมาะกับใคร ฉีดกี่ครั้งเห็นผล

เขียนโดย: ทีมผู้เชี่ยวชาญ ROMRAWIN CLINIC

ฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า

734
สารบัญเนื้อหา ฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า 

ฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า เพิ่มวอลลุ่ม หน้าดูมีมิติ ละมุนทุกมุมมอง

ฟิลเลอร์ปรับรูปหน้าเป็นอีกหนึ่งหัตถการยอดฮิตสำหรับคนที่อยากปรับรูปหน้าให้ดูมีมิติ อีกทั้งยังเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยรักษาริ้วรอย ร่องลึกต่างๆ บนใบหน้าให้ดูเต็มอิ่มฟู

บทความนี้จะมาอธิบายเกี่ยวกับฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า ว่ามีหลักการทำงานอย่างไร เหมาะกับใคร สามารถช่วยให้ใบหน้าของเราดูมีมิติได้จริงหรือไม่

ฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า
โปรแกรมฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า คืออะไร เหมาะกับใคร ฉีดกี่ครั้งเห็นผล
ฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล

ฟิลเลอร์ปรับรูปหน้าคืออะไร มีหลักการทำงานอย่างไร

ฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า คือการฉีดสารเติมเต็ม ชนิดไฮยาลูรอนิค แอซิด (Hyaluronic Acid : HA) เข้าไปในชั้นผิวหรือใต้ผิวหนัง ฟิลเลอร์ปรับรูปหน้าจะช่วยเติมเต็มส่วนที่ขาดวอลลุ่ม เช่น บริเวณร่องลึกหรือช่วงใบหน้าที่ดูยุบตัวลงตามวัย รวมถึงช่วยปรับรูปหน้าให้ดูสมส่วนและมีมิติมากขึ้น โดย ไม่จำเป็นต้องผ่าตัด

ไฮยาลูรอนิค แอซิด เป็นสารที่พบได้ตามร่างกายของเราอยู่แล้ว การฉีดฟิลเลอร์ปรับรูปหน้าจึงนิยมใช้ในการเสริมความงามเพื่อช่วยเรื่องความชุ่มชื้นและความยืดหยุ่นของผิว

หลักการทำงานของฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า Hyaluronic Acid (HA)

เมื่อฉีดฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า HA เข้าไปในบริเวณที่แพทย์ประเมินว่าเหมาะสม ฟิลเลอร์จะทำหน้าที่หลัก ๆ ดังนี้

1.เติมเต็มวอลลุ่ม (Volume Filling)
ฟิลเลอร์ปรับรูปหน้าช่วยทดแทนส่วนที่มีการยุบตัวของไขมัน หรือเนื้อเยื่อบริเวณใบหน้าตามอายุที่เพิ่มขึ้น เช่น
ร่องแก้ม
• ใต้ตาที่ลึก
• ขมับที่ลึกหรือยุบ
• แก้มตอบหรือแก้มที่ดูลึกกว่าปกติ

2.ช่วยปรับโครงหน้าให้สมส่วนมากขึ้น
แพทย์สามารถใช้ฟิลเลอร์ในการออกแบบรูปหน้า เช่น
• ฟิลเลอร์ปรับรูปหน้าช่วยเติมคางให้ดูยาวและรับกับกรอบหน้า
• ฟิลเลอร์ปรับรูปหน้าช่วยเติมแนวกรอบหน้าให้ดูชัดขึ้น

ทั้งนี้จะอยู่ภายใต้การประเมินโครงสร้างใบหน้าเดิมของแต่ละบุคคล

3.เสริมความชุ่มชื้นและความยืดหยุ่นของผิว
ไฮยาลูรอนิค แอซิดมีคุณสมบัติในการกักเก็บน้ำ จึงช่วยให้ผิวบริเวณที่ฉีดดูอิ่มฟูขึ้น ผิวดูเรียบเนียนและดูสุขภาพดีขึ้น ทั้งนี้ผลลัพธ์และความชุ่มชื้นที่เห็นได้อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล

ฟิลเลอร์ปรับรูปหน้าอันตรายหรือไม่

ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่า คำว่า “ฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า” คือ การฉีดสารเติมเต็มทุกชนิด เข้าไปในชั้นผิวหรือใต้ผิวหนัง ไม่ได้มีแค่ชนิดเดียว และไม่ได้เหมือนกันทุกประเภท
ในปัจจุบัน เมื่อพูดถึงฟิลเลอร์ปรับรูปหน้าในคลินิกความงาม ส่วนใหญ่จะหมายถึง ฟิลเลอร์ปรับรูปหน้าชนิด Hyaluronic Acid (HA) ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า Hyaluronic Acid (HA) เป็นสารที่มีอยู่แล้วในร่างกาย ช่วยเรื่องความชุ่มชื้นและความยืดหยุ่นของผิว ฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า จึงถูกพัฒนามาใช้เป็นสารเติมเต็มในวงการแพทย์และด้านความงามอย่างแพร่หลาย

แม้ฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า Hyaluronic Acid (HA) จะเป็นสารที่ใช้กันมากและมีข้อมูลรับรองต่าง ๆ แต่ก็ยังถือเป็นหัตถการทางการแพทย์ที่มีความเสี่ยง ต้องทำโดยแพทย์เท่านั้น และผลลัพธ์รวมถึงความเสี่ยงแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล

ฟิลเลอร์ปรับรูปหน้าเหมาะกับใคร

การฉีดฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า เป็นหัตถการที่ใช้ สารเติมเต็ม ช่วยเสริมวอลลุ่มในบริเวณที่ดูยุบหรือมีร่องลึกบนใบหน้า ทำให้ใบหน้าดูเต็มขึ้น นุ่มละมุนขึ้น ผลลัพธ์จะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล

โดยทั่วไปการฉีดฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า มักเหมาะกับกลุ่มต่อไปนี้

1.การฉีดฟิลเลอร์ปรับรูปหน้าเหมาะกับคนที่มีร่องลึกบนใบหน้าชัดเจน
การฉีดฟิลเลอร์ปรับรูปหน้าเหมาะกับผู้ที่มีร่องลึกหรือพื้นที่ยุบที่ทำให้หน้าดูโทรม หรือดูมีอายุกว่าที่รู้สึก เช่น
• ร่องแก้มลึก
• ใต้ตาลึก ทำให้ดูเหมือนเหนื่อยหรือพักผ่อนไม่เพียงพอ
• หน้าผากหรือขมับที่แบนหรือยุบ
ริมฝีปากบาง ดูไม่มีมิติ

ฟิลเลอร์ปรับรูปหน้าในบริเวณเหล่านี้มีจุดประสงค์เพื่อช่วยเติมเต็ม ให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้น ไม่ใช่การเปลี่ยนเค้าโครงใบหน้า แต่เป็นการปรับให้ดูสดใสมีมิติขึ้น

2.การฉีดฟิลเลอร์ปรับรูปหน้าเหมาะกับคนที่กังวลเรื่องผิวหย่อน ร่องลึกจากอายุหรือพันธุกรรม
เมื่ออายุมากขึ้น ไขมันใต้ผิวหนังและคอลลาเจนมีแนวโน้มลดลง ทำให้ใบหน้าดูตอบ หรือเกิดร่องต่าง ๆ ชัดเจนขึ้น บางคนแม้อายุไม่มาก แต่มีลักษณะใบหน้าแบบนี้จาก พันธุกรรม ก็ได้เช่นกัน

กลุ่มนี้มักมีความกังวลที่เหมาะกับการฉีดฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า
• หน้าดูแก่กว่าวัย
• แต่งหน้าแล้วเห็นร่องลึกชัด
• หน้าไม่สดใสเหมือนเดิม

การฉีดฟิลเลอร์ปรับรูปหน้าจึงเป็นหนึ่งในทางเลือกที่แพทย์อาจใช้ช่วยปรับสมดุลให้ใบหน้าดูละมุนและสดใสมากขึ้น ตามความเหมาะสมของแต่ละคน

3.การฉีดฟิลเลอร์ปรับรูปหน้าเหมาะกับคนที่มีแก้มตอบ ใบหน้าแบน ขาดมิติ
สำหรับผู้ที่รู้สึกว่า
• แก้มตอบเกินไป ทำให้หน้าดูดุ หรือดูโทรม เหมาะกับการฉีดฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า
• ใบหน้าเรียบแบน ขาดมิติ เมื่อถ่ายรูปแล้วดูไม่ค่อยขึ้นกล้อง เหมาะกับการฉีดฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า

ในบางเคส แพทย์อาจแนะนำให้ใช้ฟิลเลอร์ปรับรูปหน้าช่วยเติมบางตำแหน่ง เช่น โหนกแก้ม ขมับ หรือส่วนกลางใบหน้า เพื่อให้ใบหน้าดูมีมิติสมดุลขึ้น

4.การฉีดฟิลเลอร์ปรับรูปหน้าเหมาะกับ คนที่ต้องการปรับกรอบหน้าให้ดูชัดและสมส่วนขึ้น
ฟิลเลอร์ปรับรูปหน้าสามารถใช้ในบางตำแหน่งเพื่อช่วยให้กรอบหน้าและสัดส่วนใบหน้าโดยรวมดูชัดขึ้น เช่น
• ฉีดฟิลเลอร์ปรับรูปหน้าด้วยการเติมคางให้รับกับสัดส่วนหน้าผาก-จมูก-คาง
• ปรับมุมกรามเล็กน้อยเพื่อให้หน้าดูเรียวยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ การฉีดฟิลเลอร์ปรับรูปหน้าต้องอาศัยความรู้ด้านกายวิภาคและฉีดโดยแพทย์เสมอ

5.การฉีดฟิลเลอร์ปรับรูปหน้าเหมาะกับ คนที่อยากปรับรูปหน้าโดยไม่ผ่าตัด
ฟิลเลอร์ปรับรูปหน้าเหมาะกับผู้ที่
• ไม่สะดวกพักฟื้นนาน
• ยังไม่พร้อมสำหรับการผ่าตัดปรับรูปหน้า

อย่างไรก็ตาม แม้จะไม่ใช่การผ่าตัด แต่การฉีดฟิลเลอร์ปรับรูปหน้าก็เป็น “หัตถการทางการแพทย์” ที่ต้องทำภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น

สิ่งที่ควรเข้าใจก่อนตัดสินใจฉีดฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า

• ฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า ไม่ใช่คำตอบสำหรับทุกปัญหาบนใบหน้า บางกรณีอาจต้องใช้วิธีอื่นร่วมด้วย เช่น เลเซอร์ ยกกระชับ หรือการดูแลผิวในรูปแบบอื่น
• ผลลัพธ์และระยะเวลาการคงอยู่ของฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า จะแตกต่างกันไปในแต่ละคน
• ต้องให้แพทย์ตรวจประเมินโครงสร้างหน้าและสภาพผิวก่อนฉีดฟิลเลอร์ปรับรูปหน้าทุกครั้ง ว่าเหมาะกับการฉีดหรือไม่ ควรฉีดจุดไหน ปริมาณเท่าใด
• ควรเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน และใช้ฟิลเลอร์ปรับรูปหน้าที่มีการรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเท่านั้น

ฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า
โปรแกรมฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า คืออะไร เหมาะกับใคร ฉีดกี่ครั้งเห็นผล
ฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล

ฟิลเลอร์ปรับรูปหน้าฉีดตรงไหนได้บ้าง

ฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า คือการใช้สารเติมเต็ม (ส่วนใหญ่เป็น Hyaluronic Acid: HA) ฉีดในตำแหน่งต่าง ๆ ของใบหน้าเพื่อ
• เติมเต็มส่วนที่ยุบหรือขาดวอลลุ่ม
• ช่วยให้ใบหน้าดูมีมิติ ดูละมุนขึ้น

ตำแหน่งที่ฉีดฟิลเลอร์ปรับรูปหน้าได้ จะเลือกตามปัญหาของแต่ละคนและการประเมินของแพทย์เป็นหลัก ไม่ใช่ทุกคนจะเหมาะกับทุกบริเวณ

1) ฉีดฟิลเลอร์ปรับรูปหน้าบริเวณหน้าผาก

ข้อดีของการฉีดฟิลเลอร์ปรับรูปหน้าบริเวณหน้าผาก
• เพิ่มความโค้งและมิติให้หน้าผาก
• ช่วยให้ใบหน้าดูละมุน ไม่แบน
• ในบางคนอาจช่วยให้ริ้วรอยเส้นตื้น ๆ บนหน้าผากดูนุ่มนวลขึ้น

ฉีดฟิลเลอร์ปรับรูปหน้าบริเวณหน้าผากเหมาะกับใคร
• คนที่มีหน้าผากแบน ดูแข็งหรือขาดมิติ
• คนที่มีหน้าผากยุบจากโครงกระดูกหรือไขมันลดลง

2) ฉีดฟิลเลอร์ปรับรูปหน้าบริเวณขมับ

ข้อดีของการฉีดฟิลเลอร์ปรับรูปหน้าบริเวณขมับ
• เติมเต็มขมับที่ยุบหรือเว้า
• ช่วยให้ใบหน้าดูอิ่มสมส่วน ไม่ลึกเป็นแอ่ง
• เมื่อขมับเต็มขึ้น มุมมองใบหน้าด้านข้างมักดูนุ่มนวลขึ้น และโหนกแก้มอาจดูไม่เด่นจนเกินไป

ฉีดฟิลเลอร์ปรับรูปหน้าบริเวณขมับเหมาะกับใคร
• คนที่ ขมับตอบ ทำให้หน้าดูแข็งหรือดูโทรม
• คนที่รู้สึกว่าใบหน้าดูไม่สมดุลบริเวณช่วงขมับ-โหนกแก้ม

3) ฉีดฟิลเลอร์ปรับรูปหน้าบริเวณใต้ตา

ข้อดีของการฉีดฟิลเลอร์ปรับรูปหน้าบริเวณใต้ตา
• ช่วยเติมบริเวณใต้ตาที่ลึก ทำให้ร่องใต้ตาดูตื้นขึ้น
• ทำให้ดวงตาดูสดใสขึ้น ไม่หม่นหมองเหมือนคนพักผ่อนน้อย

ฉีดฟิลเลอร์ปรับรูปหน้าบริเวณใต้ตาเหมาะกับใคร
• ผู้ที่มีใต้ตาลึกหรือตาโหล ทำให้หน้าดูเหนื่อย
• คนที่มีเงาใต้ตาชัดจากโครงร่อง ไม่ใช่จากสีผิวเพียงอย่างเดียว

4) ฉีดฟิลเลอร์ปรับรูปหน้าบริเวณแก้มส้ม (Mid-cheek)

ตำแหน่ง แก้มส้ม คือบริเวณแก้มช่วงระหว่างโหนกแก้มกับมุมปาก (คล้าย ๆ จุดที่แก้มจะดูนูนเวลายิ้ม)

ข้อดีของการฉีดฟิลเลอร์ปรับรูปหน้าบริเวณแก้มส้ม
• เติมส่วนกลางใบหน้าให้ดูอิ่มขึ้น
• ช่วยให้ใบหน้าดูไม่แบนจากด้านหน้า
• บางรายเมื่อเติมอย่างเหมาะสม จะช่วยให้บริเวณแก้มดูยกและสดใสขึ้น

ฉีดฟิลเลอร์ปรับรูปหน้าบริเวณแก้มส้มเหมาะกับใคร
• คนที่รู้สึกว่าแก้มแบนหรือดูซูบ
• คนที่อยากให้ใบหน้าดูละมุน มีมิติมากขึ้นเวลายิ้มหรือถ่ายรูป

5) ฉีดฟิลเลอร์ปรับรูปหน้าบริเวณแก้มตอบ

ข้อดีของการฉีดฟิลเลอร์ปรับรูปหน้าบริเวณแก้มตอบ
• เติมเต็มบริเวณที่แก้มตอบหรือเว้าลึก
• ทำให้ใบหน้าดูไม่โทรม ใบหน้าดูมีเนื้อและสดใสขึ้น
• ช่วยปรับให้สัดส่วนช่วงกลางใบหน้าดูสมดุลมากขึ้น

ฟิลเลอร์ปรับรูปหน้าบริเวณแก้มตอบเหมาะกับใคร
• คนที่แก้มตอบจนทำให้ใบหน้าดูเหนื่อยหรือดูผอมเกินไป
• คนที่มีการสูญเสียไขมันบริเวณแก้มตามวัย หรือจากรูปร่างที่ผอมลงมาก

6) ฉีดฟิลเลอร์ปรับรูปหน้าบริเวณจมูก

ข้อดีของการฉีดฟิลเลอร์ปรับรูปหน้าบริเวณจมูก
• ปรับรูปทรงบางส่วนของจมูก เช่น เสริมแนวสันหรือเก็บทรงเล็กน้อย
• ใช้ในกรณีที่ต้องการปรับรูปจมูกแบบไม่ผ่าตัดและไม่ได้แก้เยอะมาก

ฟิลเลอร์ปรับรูปหน้าบริเวณจมูกเหมาะกับใคร
• ผู้ที่ต้องการปรับทรงจมูกเล็กน้อย เช่น ต้องการให้สันดูเรียบขึ้น หรือเติมบางส่วนให้สมดุลขึ้น
• บางรายที่มีจมูกบี้หรือเบี้ยวเล็กน้อย ซึ่งแพทย์ประเมินแล้วว่าสามารถใช้ฟิลเลอร์ช่วยได้

7) ฉีดฟิลเลอร์ปรับรูปหน้าบริเวณริมฝีปาก

ข้อดีของการฉีดฟิลเลอร์ปรับรูปหน้าบริเวณปาก
• เพิ่มวอลลุ่มให้ริมฝีปากดูอิ่ม
• ปรับทรงขอบปากให้คมชัดและมีมิติ
• บางรายอาจใช้เทคนิคยกมุมปากให้ดูะมุนขึ้น

ฟิลเลอร์ปรับรูปหน้าบริเวณปากเหมาะกับใคร
• คนที่มีริมฝีปากบางหรือแทบไม่มีทรงฃ
• คนที่ต้องการให้รูปปากดูชัดขึ้นเวลาทาลิปสติกหรือถ่ายรูป
• ผู้ที่กังวลว่าปากดูแห้งแบน ไม่มีชีวิตชีวา (ในบางกรณีแพทย์อาจพิจารณาเติมเล็กน้อยเพื่อช่วยเรื่องมิติและผิวบริเวณริมฝีปาก)

8) ฉีดฟิลเลอร์ปรับรูปหน้าบริเวณคาง

ข้อดีของการฉีดฟิลเลอร์ปรับรูปหน้าบริเวณคาง
• ช่วยให้คางดูยาวขึ้นอย่างเหมาะสมกับสัดส่วนใบหน้า
• ปรับรูปคางที่สั้น ตัด หรือถอย ให้ได้แนวที่รับกับจมูกและหน้าผาก
• ทำให้ใบหน้าดูสมส่วนจากมุมด้านข้างและด้านหน้า

ฟิลเลอร์ปรับรูปหน้าริเวณคางเหมาะกับใคร
• คนที่มีคางสั้น คางตัด หรือคางถอย
• ผู้ที่รู้สึกว่าใบหน้าดูไม่สมส่วนเมื่อมองด้านข้าง

9) ฉีดฟิลเลอร์ปรับรูปหน้าบริเวณกรอบหน้า (Jawline Filler)

ข้อดีของการฉีดฟิลเลอร์ปรับรูปหน้าบริเวณกรอบหน้า
• เติมแนวกรอบหน้าบริเวณกรามและคางให้ชัดขึ้น
• ช่วยให้เส้นขอบหน้า (Jawline) ดูเรียบและต่อเนื่อง

ฉีดฟิลเลอร์ปรับรูปหน้าบริเวณกรอบหน้าเหมาะกับใคร
• คนที่รู้สึกว่าใบหน้ากลม กรอบหน้าไม่ชัด
• ผู้ที่ต้องการให้กรอบหน้าดูคมขึ้นอย่างเหมาะสม โดยไม่ต้องผ่าตัด

ฟิลเลอร์ปรับรูปหน้ายี่ห้อไหนดี

การเลือกฟิลเลอร์ปรับรูปหน้าให้เหมาะกับคนไข้ หมอจะพิจารณาหลายอย่างร่วมกัน เช่น

• ตำแหน่งที่ฉีด เช่น ใต้ตา ร่องแก้ม คาง กรอบหน้า ริมฝีปาก

• คุณสมบัติของฟิลเลอร์
1.เนื้อฟิลเลอร์นิ่ม-แน่นแค่ไหน
2.กระจายตัวดีหรือไม่
3.ใช้กับชั้นผิวลึกหรือตื้น

• โครงหน้าและสภาพผิวของแต่ละคน
• อายุการคงตัวโดยประมาณ ของรุ่นนั้น ๆ

ตัวอย่างกลุ่มฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า Hyaluronic Acid ที่ใช้บ่อย

แบรนด์ฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า Hyaluronic Acid ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในคลินิกหลายแห่ง พร้อม ช่วงระยะเวลาการคงตัวโดยประมาณ ไม่ใช่ตัวเลขตายตัว และผลลัพธ์แตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล

1) ฟิลเลอร์ปรับรูปหน้ายี่ห้อ Restylane

เป็นกลุ่มฟิลเลอร์ HA ที่ใช้มายาวนานในวงการแพทย์ความงาม มีหลายรุ่นสำหรับจุดฉีดและความต้องการที่ต่างกัน เช่น
• รุ่นที่เนื้อค่อนข้างแน่น เหมาะกับการเสริมโครง เช่น คาง หรือกรอบหน้า
• รุ่นที่เนื้อนุ่มกว่า ใช้เพิ่มความชุ่มชื้นหรือช่วยเรื่องผิวโดยรวม

ช่วงอายุการคงตัวโดยประมาณของแต่ละกลุ่มรุ่นของฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า
• กลุ่มที่ใช้เติมวอลลุ่มลึกหรือเสริมโครงหน้า อยู่ประมาณ 12-18 เดือน
• กลุ่มที่เน้นความชุ่มชื้นหรือผิวฉ่ำวาว โดยมากจะอยู่ในช่วงประมาณ 6-12 เดือน
• กลุ่มสำหรับริมฝีปากหรือบริเวณที่ต้องการความยืดหยุ่นของเนื้อฟิลเลอร์ส่วนใหญ่ประมาณ 12 เดือนโดยเฉลี่ย

2) ฟิลเลอร์ปรับรูปหน้ายี่ห้อ Juvederm

เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ HA ที่มีหลายรุ่นย่อย แยกตามความยืดหยุ่นและความแน่นของเนื้อเจล เช่น
• รุ่นที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มวอลลุ่มกลางใบหน้า เช่น แก้ม
• รุ่นที่ใช้กับริมฝีปาก ใต้ตา หรือบริเวณที่ต้องการความนุ่มและเป็นธรรมชาติ
• รุ่นที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับคางและกรอบหน้า

ระยะคงตัวโดยประมาณของฟิลเลอร์ปรับรูปหน้ายี่ห้อ Juvederm
• กลุ่มสำหรับเสริมโครง เช่น คาง กราม แก้ม อยู่ประมาณ 18-24 เดือน
• กลุ่มสำหรับริมฝีปาก ร่องลึก หรือบริเวณที่ต้องการความนิ่ม-ยืดหยุ่น ส่วนใหญ่อยู่ประมาณ 12 เดือน
• รุ่นที่ออกแบบมาเน้นเรื่องผิวและความชุ่มชื้น จะอยู่ในช่วงประมาณ 8-12 เดือน

3) ฟิลเลอร์ปรับรูปหน้ายี่ห้อ Belotero

จุดเด่นคือมีการออกแบบเนื้อเจลให้เข้ากับหลายชั้นผิว ทั้งสำหรับเติมโครงหน้า และกลุ่มที่เน้นงานผิว
• กลุ่มเติมโครงหน้า เพิ่มวอลลุ่ม จะอยู่ประมาณ 18 เดือน
• กลุ่มเน้นเรื่องผิวและความชุ่มชื้น โดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 6-9 เดือน

4) ฟิลเลอร์ปรับรูปหน้ายี่ห้อ Definisse

เป็นฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า HA อีกแบรนด์หนึ่งที่มีทั้งรุ่นที่ใช้เติมวอลลุ่ม และรุ่นสำหรับงานผิวหรืองานเก็บรายละเอียด

ช่วงระยะเวลาการคงตัวโดยประมาณของฟิลเลอร์ปรับรูปหน้ายี่ห้อ Definisse
• รุ่นที่ใช้เพิ่มโครงหรือวอลลุ่มในระดับปานกลาง-มาก ส่วนใหญ่อยู่ประมาณ 12-18 เดือน
• รุ่นที่ใช้เติมผิวหรือจุดเล็ก ๆ มักอยู่ในช่วงประมาณ 8-12 เดือน

5) ฟิลเลอร์ปรับรูปหน้ายี่ห้อ Teoxane

เป็นกลุ่มฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า ที่เน้นเรื่องความยืดหยุ่นของเจล (RHA) และมีรุ่นสำหรับเสริมโครงลึกด้วย

ตัวอย่างลักษณะทั่วไป
• รุ่นเนื้อแน่นสำหรับเสริมโครงลึก เช่น กรอบหน้า หรือคาง ระยะคงตัวเฉลี่ยประมาณ 18 เดือน
• รุ่น RHA ที่ออกแบบให้รองรับการเคลื่อนไหวบนใบหน้าได้ดี (เช่น บริเวณที่มีการขยับมาก) โดยหลายรุ่นให้ข้อมูลช่วงประมาณ 12-18 เดือน

ฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า
โปรแกรมฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า คืออะไร เหมาะกับใคร ฉีดกี่ครั้งเห็นผล
ฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล

ฟิลเลอร์ปรับรูปหน้าต้องใช้กี่ CC

คำถามว่า ฟิลเลอร์ปรับรูปหน้าต้องใช้กี่ CC ไม่มีปริมาณตายตัว เพราะฟิลเลอร์เป็นหัตถการที่ต้องออกแบบเฉพาะบุคคล แต่สามารถให้ ช่วงปริมาณโดยประมาณได้ เพื่อให้เห็นภาพก่อนเข้ารับการประเมินจริง

1) ฟิลเลอร์ปรับรูปหน้าบริเวณใต้ตา
• ประมาณ 1-2 CC

ใช้เพื่อเติมร่องใต้ตาลึกและเพิ่มความนุ่มบริเวณใต้ตา ต้องใช้ความชำนาญสูง

2) ฟิลเลอร์ปรับรูปหน้าบริเวณแก้มส้ม (Mid-cheek)
• ประมาณ 1-3 CC

ช่วยเพิ่มมิติกลางใบหน้า ให้ใบหน้าดูสดใสและมีโครงสวยขึ้น

3) ฟิลเลอร์ปรับรูปหน้าบริเวณแก้มตอบ
• ประมาณ 2-4 CC

เติมเต็มช่วงที่ยุบตัว ทำให้ใบหน้าดูอิ่มและละมุนขึ้น

4) ฟิลเลอร์ปรับรูปหน้าบริเวณคาง
• ประมาณ 1-4 CC

ขึ้นกับเป้าหมาย เช่น ต้องการปรับเล็กน้อย หรืออยากให้ทรงคางยาวและชัดมากขึ้น

5) ฟิลเลอร์ปรับรูปหน้าบริเวณริมฝีปาก
• ประมาณ 1-2 CC

เพื่อเพิ่มความอวบอิ่มและปรับรูปปาก แต่ปริมาณต้องเหมาะสม ไม่เกินขนาดริมฝีปากเดิม

6) ฟิลเลอร์ปรับรูปหน้าบริเวณหน้าผาก
• ประมาณ 2-8 CC

ช่วงนี้แตกต่างกันมาก เพราะบางคนยุบเพียงเล็กน้อย บางคนต้องเติมเต็มหลายจุดเพื่อปรับความโค้งของหน้าผาก

7) ฟิลเลอร์ปรับรูปหน้าบริเวณขมับ
• ประมาณ 2-4 CC

ใช้เติมพื้นที่ขมับเว้าหรือยุบ เพื่อให้รูปหน้าโดยรวมดูสมดุลขึ้น

8) ฟิลเลอร์ปรับรูปหน้าบริเวณกรอบหน้า (Jawline Filler)
• ประมาณ 3-5 CC

ช่วยให้เส้นกรอบหน้าดูชัดขึ้น โดยปริมาณขึ้นกับระดับความยุบและรูปหน้าของแต่ละคน

9) ฟิลเลอร์ปรับรูปหน้าบริเวณร่องแก้ม
• ประมาณ 2-3 CC

ช่วยให้ร่องแก้มดูตื้นขึ้น แต่บางเคสต้องพิจารณาการเติมตำแหน่งอื่นร่วมด้วย เช่น แก้มส้มหรือใต้ตา เพื่อให้ผลลัพธ์ดูละมุน

ข้อดีของการฉีดฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า

• การฉีดฟิลเลอร์ปรับรูปหน้าช่วยปรับโครงหน้าและลดร่องลึกเฉพาะบริเวณ
• เติมเต็มร่องลึก เช่น ร่องแก้ม ใต้ตา แก้มตอบ คาง
• ช่วยให้ใบหน้าดูอ่อนโยน สดใส และมีมิติมากขึ้น

• เห็นการเปลี่ยนแปลงได้หลังฉีดฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า
• ส่วนใหญ่เห็นผลเรื่องวอลลุ่มและรูปหน้าได้หลังฉีด
• โดยทั่วไปไม่มีแผลผ่าตัด และมักไม่ต้องพักฟื้นนาน

• ใช้สาร Hyaluronic Acid (HA) ที่ไม่อันตรายต่อร่างกาย
• เป็นสารที่พบได้ในร่างกาย
• ถ้าใช้ฟิลเลอร์แท้ที่ผ่านการรับรอง จะผ่านการตรวจสอบมาตรฐานคุณภาพในระดับหนึ่ง

• สามารถเติมฟิลเลอร์ปรับรูปหน้าหรือปรับแก้ในอนาคตได้
• เมื่อฟิลเลอร์ค่อย ๆ สลาย สามารถพิจารณาเติมเพิ่มได้ตามความเหมาะสม
• ในบางกรณี แพทย์สามารถใช้เอนไซม์ช่วยสลายฟิลเลอร์ได้ หากต้องการปรับรูปหรือแก้ไข

• ทำงานได้ละเอียดในตำแหน่งเล็ก ๆ บนใบหน้า
• เหมาะกับบริเวณที่ต้องการความประณีต เช่น ใต้ตา ร่องแก้ม หรือร่องเล็ก ๆ
• เมื่อวางฟิลเลอร์อย่างเหมาะสม สามารถให้ผลลัพธ์ที่ดูละมุน ไม่แข็งตึงเกินไป

• ออกแบบตามปัญหาเฉพาะบุคคล
• แพทย์สามารถวางแผนการฉีดให้เหมาะกับโครงหน้า สภาพผิว และความต้องการของแต่ละคนได้
• เน้นปรับให้สมดุลมากกว่าการเปลี่ยนใบหน้าไปเป็นคนละแบบ

ฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า
โปรแกรมฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า คืออะไร เหมาะกับใคร ฉีดกี่ครั้งเห็นผล
ฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล

ข้อควรระวังของการฉีดฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า

• ฟิลเลอร์ปรับรูปหน้าเป็นหัตถการทางการแพทย์
• ควรฉีดโดยแพทย์เท่านั้น และทำในสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน

• ต้องใช้ฟิลเลอร์แท้ที่ผ่านการรับรองได้มาตรฐาน
• หลีกเลี่ยงฟิลเลอร์ราคาถูกผิดปกติ หรือไม่สามารถตรวจสอบแหล่งที่มาได้

• ปริมาณและตำแหน่งการฉีดต้องเหมาะสม
• การฉีดมากเกินไปหรือฉีดผิดตำแหน่ง อาจทำให้ใบหน้าดูไม่สมดุลหรือเกิดภาวะแทรกซ้อนได้

• อาจมีอาการข้างเคียงหลังฉีดฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า
• เช่น บวม แดง ช้ำ หรือรู้สึกตึง ซึ่งมักเป็นชั่วคราว
• หากมีอาการผิดปกติรุนแรง ควรพบแพทย์ทันที

• ผลลัพธ์แตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล
• ขึ้นกับโครงหน้า สภาพผิว และการดูแลหลังฉีดฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า

• ควรปฏิบัติตามคำแนะนำหลังฉีดอย่างเคร่งครัด
• งดกด นวด หรือสัมผัสบริเวณที่ฉีดในช่วงแรก
• มาพบแพทย์ตามนัดเพื่อติดตามผล

การเตรียมตัวก่อนฉีดฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า

• งดยาและอาหารเสริมที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด
• เช่น แอสไพริน, ไอบูโพรเฟน, วิตามิน E, น้ำมันปลา, โสม, แปะก๊วย
• ควรงดก่อนทำฟิลเลอร์ปรับรูปหน้าประมาณ 5-7 วัน (หากเป็นยาประจำ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนงด)

• แจ้งประวัติสุขภาพกับแพทย์อย่างละเอียด
• โรคประจำตัว ยาที่ใช้อยู่เป็นประจำ
• ประวัติการแพ้ยา หรือเคยฉีดฟิลเลอร์ปรับรูปหน้ามาก่อน

• งดแอลกอฮอล์และเครื่องดื่มที่กระตุ้นการไหลเวียนเลือด
• อย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนฉีดฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า
• เพื่อลดโอกาสบวมและช้ำหลังทำ

• หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ทำให้อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้น
• เช่น ออกกำลังกายหนัก ซาวน่า หรืออบไอน้ำ
• ควรงดก่อนทำประมาณ 24 ชั่วโมง

• พักผ่อนให้เพียงพอ และดูแลสุขภาพผิวให้พร้อม
• ดื่มน้ำให้เพียงพอ
• หลีกเลี่ยงการระคายเคืองผิวบริเวณที่จะฉีดฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า

• เตรียมความเข้าใจและพูดคุยกับแพทย์ก่อนฉีดฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า

ฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า
โปรแกรมฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า คืออะไร เหมาะกับใคร ฉีดกี่ครั้งเห็นผล
ฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล

การดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า

• 24-48 ชม.แรก ห้ามกด คลึง หรือจับบ่อย ๆ หลังฉีดฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า
• เลี่ยงการนวดหน้า เท้าคาง นอนคว่ำ หรือกดบริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า เพื่อไม่ให้ฟิลเลอร์เคลื่อน

• งดความร้อนและกิจกรรมที่ทำให้หน้าแดง/ร้อนจัด
• เช่น ซาวน่า อบไอน้ำ แช่น้ำร้อน อยู่หน้าเตาร้อน ๆ
• ควรเลี่ยงอย่างน้อย 2-3 วันแรก (หรือทำตามคำแนะนำแพทย์)

• งดออกกำลังกายหนัก 24-48 ชม.
• เพื่อช่วยลดโอกาสบวม ช้ำ และให้ฟิลเลอร์คงตัวดีขึ้น

• หลีกเลี่ยงหัตถการที่ลงแรงหรือใช้ความร้อนบริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า
• เช่น นวดหน้า กัวซา RF HIFU เลเซอร์บางชนิด
• โดยทั่วไปแนะนำให้เว้นประมาณ 2 สัปดาห์ หรือจนแพทย์อนุญาต

• ดูแลอาการบวมช้ำอย่างถูกวิธี
• หากบวม/ช้ำเล็กน้อยพบได้เป็นปกติชั่วคราว
• สามารถ ประคบเย็นเบา ๆ ช่วง 24 ชม.แรก (หลีกเลี่ยงการกดแรง)

• งดแอลกอฮอล์และบุหรี่ช่วงแรก
• อย่างน้อย 24 ชม.เพื่อลดโอกาสบวมและการระคายเคือง (ยิ่งงดได้นานยิ่งดีต่อการฟื้นตัว)

• ดื่มน้ำให้เพียงพอ
• ฟิลเลอร์ HA มีคุณสมบัติอุ้มน้ำ การดื่มน้ำช่วยให้ผิวดูชุ่มชื้นขึ้น
• ปริมาณน้ำเหมาะสมขึ้นกับแต่ละคน ไม่จำเป็นต้องฝืนดื่มเกินความเหมาะสม

• ทานหรือใช้ยาตามที่แพทย์สั่งเท่านั้น
• หลีกเลี่ยงซื้อยากินเอง โดยเฉพาะยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด หากไม่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์

• สังเกตอาการผิดปกติและรีบติดต่อแพทย์ทันที
• เช่น ปวดมากผิดปกติ ผิวซีด/คล้ำลงทันที บวมแดงร้อนมาก มีหนอง ชา หรือสายตาผิดปกติ

• ไปตามนัดติดตามผล

สรุปทุกเรื่องเกี่ยวกับฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า

ฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า คือการฉีดสารเติมเต็ม เพื่อเติมวอลลุ่มและปรับสมดุลใบหน้าให้ดูมีมิติมากขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัด สามารถฉีดได้หลายบริเวณ เช่น ใต้ตา ร่องแก้ม ขมับ หน้าผาก แก้ม คาง ปาก และกรอบหน้า โดยเลือกตามปัญหาและการประเมินของแพทย์ ปริมาณที่ใช้ (กี่ CC) ไม่มีตายตัว ขึ้นกับโครงหน้า ตำแหน่ง และระดับการยุบของแต่ละคน หลังทำมักเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ แต่ผลลัพธ์แตกต่างกันไป และอาจมีบวมหรือช้ำชั่วคราว ควรทำกับแพทย์ในสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน และปฏิบัติตามคำแนะนำก่อนและหลังฉีดอย่างเคร่งครัด เพื่อให้เราได้ผลลัพธ์ที่ตอบโจทย์กับปัญหาของเรามากที่สุด

* ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับเฉพาะบุคคล
* เงื่อนไขตามบริษัทฯ กำหนด
* ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลง*
แนะนำให้สอบถามกับเจ้าหน้าที่ก่อนเข้ารับบริการ
เพื่อความชัวร์และได้สิทธิ์ที่คุ้มที่สุดค่ะ
ปรึกษาฟรี พร้อมรับ โปรโมชั่นพิเศษ ก่อนใคร
โปรโมชั่นต่างๆ
เรื่อง โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ ที่คุณอาจสนใจ