รวม 9 วิธียกกระชับหน้าโดยไม่ผ่าตัด ไม่ใช้เข็ม เหมาะกับใคร?
เขียนโดย: ทีมผู้เชี่ยวชาญ ROMRAWIN CLINIC
ยกกระชับหน้า
- 9 วิธียกกระชับหน้าแบบไม่พึ่งเข็ม หน้าเรียว ผิวฟู ดูเด็ก
- ทำไมต้องยกกระชับหน้า เข้าใจกลไกของผิวก่อนบอกลาโครงหน้าเดิม
- จุดเด่นของการยกกระชับหน้าแบบไม่พึ่งเข็ม
- วิธีที่ 1 ยกกระชับหน้าด้วย EMFACE
- วิธีที่ 2 ยกกระชับหน้าด้วย Thermage
- วิธีที่ 3 ยกกระชับหน้าด้วย Ulthera
- วิธีที่ 4 ยกกระชับหน้าด้วย Hifu
- วิธีที่ 5 ยกกระชับหน้าด้วย Ultraformer
- วิธีที่ 6 ยกกระชับหน้าด้วย Morpheus8
- วิธีที่ 7 ยกกระชับหน้าด้วย Volnewmer
- วิธีที่ 8 ยกกระชับหน้าด้วย Ultraclear
- วิธีที่ 9 ยกกระชับหน้าด้วย Oligio
- ใครเหมาะกับการยกกระชับหน้าด้วยเครื่องเหล่านี้
- เคล็ดลับเสริมผลลัพธ์ยกกระชับหน้าให้ปังขึ้น
- สรุปทุกเรื่องเกี่ยวกับการยกกระชับหน้า
- คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการยกกระชับหน้าแบบไม่ใช้เข็ม
9 วิธียกกระชับหน้าแบบไม่พึ่งเข็ม หน้าเรียว ผิวฟู ดูเด็ก
ยกกระชับหน้า ให้เป๊ะปังได้แบบง่ายๆ โดยไม่ต้องง้อเข็ม ไม่ต้องเจ็บตัว แถมยังดูหน้าเรียว ผิวใส ฟูเด้ง แบบที่ใครเห็นก็ต้องทักว่าไปทำอะไรมาหน้าเด็กลง
ในยุคที่ทุกอย่างต้องไวและคุ้ม คนรุ่นใหม่แบบเราก็ต้องมีวิธีดูแลตัวเองให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ด้วยเช่นกัน บทความนี้รวมมาให้แล้วกับ 9 วิธี “ยกกระชับหน้า” แบบไม่ต้องพึ่งเข็ม ที่ทั้งไม่เป็นอันตราย ทำได้จริง เข้าใจในเรื่องยกกระชับหน้ามากขึ้น
ทำไมต้องยกกระชับหน้า เข้าใจกลไกของผิวก่อนบอกลาโครงหน้าเดิม
แม้อายุจะเป็นเพียงตัวเลข แต่ “ผิวหน้า” กลับไม่สามารถโกหกเวลาได้ สิ่งที่หลายคนเริ่มสังเกตเมื่ออายุมากขึ้นก็คือ ผิวเริ่มหย่อนคล้อย หน้าดูอ่อนแรง ขาดความเฟิร์ม และเส้นกรอบหน้าที่เคยชัดเจนก็เริ่มหายไปอย่างเงียบ ๆ นั่นคือสัญญาณแรกที่ร่างกายกำลังบอกว่า “ถึงเวลา...ยกกระชับหน้า” แล้วนะ
เกิดอะไรกับผิวเมื่อเราอายุเพิ่มขึ้น
อายุที่เพิ่มขึ้นไม่ได้เปลี่ยนแค่ผิว บางคนเริ่มมีริ้วรอย แก้มตก หรือกรอบหน้าไม่ชัด เพราะเนื้อเยื่อใต้ผิวก็เปลี่ยนตามไปด้วย
คอลลาเจนและอีลาสตินลดลง
ผิวผลิตคอลลาเจนได้น้อยลง ส่วนอีลาสตินค่อย ๆ เสื่อม ผิวจึงคืนตัวได้ไม่ดีเหมือนก่อน ริ้วรอยแถวหางตาและร่องข้างปากเริ่มเห็นชัด
ไขมันบนใบหน้าเปลี่ยนไป
ไขมันไม่ได้ลดเท่ากันทุกจุด บางส่วนยุบลง บางส่วนเปลี่ยนตำแหน่ง จึงอาจเห็นแก้มตอบ ร่องแก้มลึกขึ้น หรือกรอบหน้าเริ่มไม่ชัด
แรงโน้มถ่วงและปัจจัยภายนอก
พอเนื้อเยื่อเริ่มหย่อน แรงโน้มถ่วงก็ยิ่งทำให้เห็นชัดขึ้น ส่วนแสงแดดสะสมและบุหรี่เป็นตัวเร่งให้ผิวเสื่อมเร็วขึ้น
หย่อนคล้อยไม่ใช่แค่เรื่องอายุ
หลายคนอาจเข้าใจผิดว่า “ยกกระชับหน้า” คือเรื่องของคนวัย 40 ขึ้นไปเท่านั้น แต่ความจริงคือ คนรุ่นใหม่ อายุ 25-35 ปี ก็เริ่มมีสัญญาณของความหย่อนคล้อยได้แล้ว โดยเฉพาะถ้าใช้ชีวิตแบบเร่งรีบ นอนน้อย ดื่มน้ำน้อย หรือมีพฤติกรรมที่ส่งผลเสียต่อผิวในระยะยาว เช่น
• ใช้มือถือขณะนอน
• ติดหวาน ทำให้ผิวเกิด “ไกลเคชั่น (Glycation)”
• ขาดการทาครีมกันแดดเป็นประจำ
ยกกระชับหน้าช่วยอะไรได้บ้าง
การยกกระชับหน้าช่วยดูแลปัญหาผิวหย่อนคล้อย ทั้งแก้มที่เริ่มตก กรอบหน้าไม่ชัด และริ้วรอยบางประเภท ทำให้ผิวดูแน่นขึ้นโดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนรูปหน้าเดิม อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับระดับความหย่อนคล้อยและวิธีที่เลือกใช้
จุดเด่นของการยกกระชับหน้าแบบไม่พึ่งเข็ม
สำหรับผู้ที่ยังไม่ต้องการฉีดหรือผ่าตัด ปัจจุบันมีเครื่องยกกระชับหลายชนิดให้เลือก โดยแต่ละเทคโนโลยีมีจุดเด่นและข้อจำกัดแตกต่างกัน
หลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากรอยเข็ม
เครื่องที่ไม่เจาะผิวช่วยลดความเสี่ยงจากแผลเข็ม แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่มีผลข้างเคียง เพราะบางคนอาจมีอาการแดง บวม หรือระคายเคืองหลังทำ
พักฟื้นไม่นาน
หลายวิธีสามารถกลับไปทำกิจวัตรประจำวันได้หลังทำ แม้อาจรู้สึกตึงหรือกดเจ็บอยู่บ้างในช่วงแรก ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเครื่องที่ใช้และการตอบสนองของผิว
ช่วยฟื้นฟูคอลลาเจนในผิว
พลังงานจากเครื่องบางชนิดกระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจน ความกระชับจึงอาจค่อย ๆ ชัดขึ้นในช่วงหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน ไม่จำเป็นต้องเห็นผลเต็มที่ทันทีหลังทำ
เหมาะกับผิวที่เริ่มหย่อนคล้อย
คนที่สังเกตว่าแก้มเริ่มตกหรือกรอบหน้าไม่คมชัดเหมือนก่อน อาจเลือกใช้เครื่องยกกระชับได้ ส่วนผู้ที่มีความหย่อนคล้อยมากควรให้แพทย์ประเมินว่าต้องใช้วิธีอื่นร่วมด้วยหรือไม่
วิธีที่ 1 ยกกระชับหน้าด้วย EMFACE
EMFACE ผสานพลังงาน RF และ HIFES™ ในการดูแลผิวและกล้ามเนื้อใบหน้า โดย RF ช่วยกระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจน ส่วน HIFES™ กระตุ้นการหดตัวของกล้ามเนื้อ จุดเด่นคือไม่ต้องใช้เข็มหรือผ่าตัด แต่ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันตามสภาพผิวและแผนการรักษา
EMFACE ยกกระชับหน้าทำงานอย่างไร
EMFACE ใช้พลังงาน RF ร่วมกับ HIFES™ เพื่อดูแลผิวและกระตุ้นกล้ามเนื้อใบหน้าในเวลาเดียวกัน โดยไม่ต้องใช้เข็มหรือผ่าตัด
RF (Radiofrequency)
ส่งความร้อนลงสู่ชั้นผิว กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ช่วยให้ผิวดูแน่นขึ้น และลดเลือนริ้วรอยเล็ก ๆ
HIFES™ กระตุ้นกล้ามเนื้อใบหน้า
ใช้พลังงานไฟฟ้ากระตุ้นให้กล้ามเนื้อใบหน้าหดตัว ช่วยเพิ่มความแข็งแรงและส่งเสริมให้ใบหน้าดูกระชับขึ้น
ยกกระชับหน้าด้วยเทคโนโลยี EMFACE เหมาะกับใคร?
• คนที่เริ่มมีปัญหาผิวหน้าหย่อนคล้อยเล็กน้อยถึงปานกลาง
• ผู้ที่ไม่ต้องการฉีด ไม่ต้องการร้อยไหม หรือกลัวเข็ม
• คนรุ่นใหม่ที่ต้องการดูดีขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติและไม่อยากพักฟื้น
• คนที่เคยทำ HIFU หรือ Thermage แล้วอยากเสริมผลลัพธ์ให้แน่นขึ้น
จุดเด่นของ ยกกระชับหน้าด้วยเทคโนโลยี EMFACE ที่ทำให้แตกต่าง
• เจ็บน้อย ไม่ต้องพักฟื้น
• ทำได้รวดเร็ว (ประมาณ 20 นาที/ครั้ง)
• ยกกระชับทั้งผิวและกล้ามเนื้อในคราวเดียว
• ใบหน้าดูสดใสขึ้นทันทีหลังทำยกกระชับหน้าด้วย Emface และพัฒนาอย่างต่อเนื่องภายใน 8-12 สัปดาห์
• สามารถแต่งหน้ากลับบ้านได้ทันที
ยกกระชับหน้าด้วยเทคโนโลยี EMFACE ทำบ่อยแค่ไหนจึงเห็นผล
โดยทั่วไปการยกกระชับหน้าด้วยเทคโนโลยี EMFACE แนะนำให้ทำ สัปดาห์ละ 1 ครั้ง ต่อเนื่อง 4 ครั้ง หลังจากนั้นสามารถทำเดือนละ 1 ครั้งเพื่อคงผลลัพธ์ไว้ในระยะยาว การยกกระชับหน้าด้วยเทคโนโลยี EMFACE คือคำตอบใหม่ของการยกกระชับหน้าแบบไร้เข็มที่ทำได้ง่าย ไม่อันตราย และเห็นผลชัดโดยไม่กระทบไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่
วิธีที่ 2 ยกกระชับหน้าด้วย Thermage
Thermage ใช้พลังงานคลื่นวิทยุ Monopolar RF ส่งความร้อนลงสู่ชั้นผิว เพื่อกระตุ้นคอลลาเจนและช่วยให้ผิวที่เริ่มหย่อนคล้อยดูกระชับขึ้น โดยไม่ต้องใช้เข็มหรือผ่าตัด
Thermage ทำงานอย่างไร
Thermage ใช้คลื่นวิทยุ Monopolar RF ส่งความร้อนสู่ชั้นหนังแท้และเนื้อเยื่อใต้ผิว ช่วยให้คอลลาเจนหดตัวและกระตุ้นการสร้างใหม่ ผิวจึงค่อย ๆ กระชับขึ้น
จุดเด่นของ Thermage
ช่วยให้ผิวหย่อนคล้อยและริ้วรอยเล็ก ๆ ดูดีขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัด ส่วนใหญ่สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้หลังทำ
Thermage เหมาะกับใคร
เหมาะกับผู้ที่มีแก้มตก กรอบหน้าไม่ชัด หรือผิวหย่อนคล้อยเล็กน้อยถึงปานกลาง หากเคยฉีดฟิลเลอร์หรือโบท็อกซ์ ควรแจ้งแพทย์ก่อนทำ ส่วนปัญหารูขุมขนกว้างอาจต้องดูแลด้วยวิธีอื่นร่วมด้วย
ทำครั้งเดียวอยู่ได้นานแค่ไหน
ผลลัพธ์จากThermage FLXอาจอยู่ได้นานประมาณ 12–18 เดือนในบางราย ขึ้นอยู่กับอายุ สภาพผิว และการตอบสนองของแต่ละคน ควรประเมินก่อนทำซ้ำ
ข้อควรรู้ก่อนทำ Thermage
ระหว่างทำอาจรู้สึกร้อนหรือเจ็บ หลังทำอาจมีรอยแดง บวม หรือกดเจ็บชั่วคราว แม้ผิวไหม้จะพบไม่บ่อย แต่ควรให้แพทย์ประเมินและปรับพลังงานให้เหมาะสม
วิธีที่ 3 ยกกระชับหน้าด้วย Ulthera
Ulthera หรือ Ultherapy เป็นเทคโนโลยียกกระชับหน้าโดยไม่ใช้เข็ม อาศัยคลื่นอัลตราซาวด์แบบรวมจุดส่งพลังงานลงสู่เนื้อเยื่อใต้ผิว โดยสามารถเลือกความลึกให้ถึงบริเวณชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นพังผืดที่เกี่ยวข้องกับการผ่าตัดดึงหน้าได้ในตำแหน่งที่เหมาะสม จุดเด่นคือมีระบบภาพอัลตราซาวด์ช่วยให้แพทย์มองเห็นชั้นเนื้อเยื่อขณะทำ แม้ไม่ต้องผ่าตัด แต่ผลลัพธ์ไม่เทียบเท่าการดึงหน้าด้วยศัลยกรรม
ยกกระชับหน้าด้วยUlthera ได้รับการรับรองจาก US FDA (องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา) ว่าสามารถช่วยยกกระชับหน้า ลำคอ และใต้คางได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ
ยกกระชับหน้าด้วย Ulthera ทำงานอย่างไร
หัวเครื่อง Ulthera จะส่งพลังงานคลื่นเสียงแบบโฟกัส (Focused Ultrasound) ลงสู่จุดที่ต้องการรักษา โดยมีลักษณะเฉพาะคือ สามารถเห็นชั้นผิวขณะทำแบบ Real-time ด้วยหน้าจอ Ultrasound Imaging
เมื่อพลังงานลงลึกถึงชั้น SMAS จะทำให้เกิดความร้อนที่ประมาณ 60-70°C ซึ่งเป็นอุณหภูมิที่เหมาะสมในการกระตุ้นการหดตัวของคอลลาเจน และกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนใหม่ในระยะยาว
จุดเด่นของ Ulthera
Ulthera มีระบบภาพอัลตราซาวด์ช่วยให้แพทย์เห็นชั้นเนื้อเยื่อขณะทำ และเลือกความลึกในการส่งพลังงานได้เหมาะสม รวมถึงระดับ SMAS เพื่อช่วยยกกระชับผิวที่เริ่มหย่อนคล้อย
Ulthera เหมาะกับใคร
เหมาะกับผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อยเล็กน้อยถึงปานกลาง กรอบหน้าไม่ชัด หรือเริ่มมีปัญหาแก้มตก และต้องการยกกระชับหน้าโดยไม่ผ่าตัด ทั้งนี้ควรให้แพทย์ประเมินก่อนทำ
ผลลัพธ์หลังทำ Ulthera
ผิวอาจค่อย ๆ กระชับขึ้นในช่วง 2–3 เดือน บางคนเห็นกรอบหน้าชัดขึ้นและร่องแก้มดูตื้นลง ทั้งนี้ผลลัพธ์แตกต่างกันตามสภาพผิว
ข้อควรรู้ก่อนทำ Ulthera
ขณะทำอาจรู้สึกเจ็บจี๊ดหรือปวดลึกเป็นช่วง ๆ หลังทำบางคนมีอาการแดง บวม หรือกดเจ็บชั่วคราว ควรให้แพทย์ประเมินก่อนทำ
วิธีที่ 4 ยกกระชับหน้าด้วย Hifu
HIFU (High-Intensity Focused Ultrasound) ใช้คลื่นอัลตราซาวด์แบบรวมจุดส่งพลังงานสู่เนื้อเยื่อใต้ผิว ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนและเพิ่มความกระชับโดยไม่ต้องใช้เข็ม
ยกกระชับหน้าด้วย HIFU ทำงานอย่างไร
HIFU ใช้คลื่นอัลตราซาวด์แบบโฟกัสส่งพลังงานลงใต้ผิว บางหัวลงลึกถึงชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นเนื้อเยื่อที่เกี่ยวข้องกับการผ่าตัดดึงหน้า ความร้อนเฉพาะจุดประมาณ 60–70°C ช่วยให้คอลลาเจนหดตัวและกระตุ้นการสร้างใหม่ ผิวจึงค่อย ๆ กระชับขึ้น
จุดเด่นของ HIFU
มีหัวส่งพลังงานหลายระดับ เช่น 1.5, 3.0 และ 4.5 มม. ขึ้นอยู่กับรุ่นเครื่อง ใช้ดูแลผิวบริเวณแก้ม กรอบหน้า และใต้คาง เหมาะกับหลายสีผิวเพราะไม่ได้มุ่งเป้าที่เม็ดสี ระหว่างทำอาจเจ็บจี๊ด แต่โดยทั่วไปพักฟื้นไม่นาน
HIFU เหมาะกับใคร
เหมาะกับผู้ที่เริ่มมีแก้มตก กรอบหน้าไม่ชัด หรือผิวหย่อนคล้อยเล็กน้อย และต้องการยกกระชับโดยไม่ฉีดสารเติมเต็มหรือโบท็อกซ์ หากเคยทำ Ulthera หรือ Thermage ควรแจ้งแพทย์ก่อนทำ
ผลลัพธ์หลังทำ HIFU
บางคนรู้สึกผิวตึงขึ้นหลังทำ และอาจเห็นความกระชับชัดขึ้นในช่วง 1–3 เดือน จากกระบวนการสร้างคอลลาเจน ส่วนระยะเวลาคงผลขึ้นอยู่กับเครื่องที่ใช้และสภาพผิว
ข้อควรรู้ก่อนทำ HIFU
เครื่อง HIFU เช่น Ultraformer III และ Doublo Gold มีระบบส่งพลังงานต่างกัน ควรเลือกเครื่องที่ได้มาตรฐานและให้แพทย์ประเมินพลังงานที่เหมาะสม เพื่อลดความเสี่ยงจากผลข้างเคียง
วิธีที่ 5 ยกกระชับหน้าด้วย Ultraformer
Ultraformer เป็นเครื่องยกกระชับกลุ่ม HIFU ใช้อัลตราซาวด์แบบโฟกัสกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ช่วยให้ผิวกระชับโดยไม่ผ่าตัด มีหัวส่งพลังงานหลายระดับความลึก ส่วนผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับรุ่นเครื่องและสภาพผิว
Ultraformer III พัฒนาโดยบริษัท CLASSYS ประเทศเกาหลีใต้ โดยผู้ผลิตระบุว่าเครื่องรุ่นนี้ได้รับการรับรอง CE ในยุโรป และได้รับอนุญาตจาก MFDS หน่วยงานกำกับดูแลเครื่องมือแพทย์ของเกาหลีใต้ ทั้งนี้ควรตรวจสอบรุ่นเครื่องและเอกสารรับรองก่อนเข้ารับบริการ
ยกกระชับหน้าด้วยนวัตกรรม Ultraformer ทำงานอย่างไร
ยกกระชับหน้าด้วยคือนวัตกรรม Ultraformer ใช้พลังงานคลื่นเสียงอัลตราซาวด์ความเข้มข้นสูง ส่งพลังงานโฟกัสลงไปที่ชั้นผิวในระดับความลึกต่าง ๆ ได้แก่
• 1.5 mm - ชั้นผิวหนังแท้ (Dermis) ช่วยลดริ้วรอยตื้น
• 3.0 mm - ชั้นไขมันใต้ผิว ช่วยยกกระชับผิวและลดความหย่อนคล้อย
• 4.5 mm - ชั้น SMAS (ชั้นพังผืดกล้ามเนื้อ) ช่วยให้ใบหน้ากลับมาตึงกระชับใกล้เคียงการผ่าตัดดึงหน้า
Ultraformer ส่งพลังงานอัลตราซาวด์เป็นจุดความร้อนเล็ก ๆ ใต้ผิว ช่วยให้คอลลาเจนหดตัวและกระตุ้นการสร้างใหม่ ผิวจึงค่อย ๆ กระชับขึ้น
จุดเด่นของ Ultraformer
มีหัวส่งพลังงานหลายระดับความลึก แพทย์สามารถเลือกใช้ตามบริเวณที่ต้องการยกกระชับ เช่น แก้ม กรอบหน้า และใต้คาง
ใครเหมาะกับ Ultraformer
เหมาะกับผู้ที่เริ่มมีแก้มตก กรอบหน้าไม่ชัด หรือผิวหย่อนคล้อยเล็กน้อยถึงปานกลาง และต้องการยกกระชับโดยไม่ใช้เข็ม
ผลลัพธ์หลังทำ Ultraformer
บางคนรู้สึกผิวตึงขึ้นหลังทำ ส่วนความกระชับอาจชัดขึ้นในช่วง 2–3 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพผิว
ข้อควรรู้ก่อนทำ Ultraformer
ควรให้แพทย์ประเมินระดับพลังงานและระยะห่างในการทำซ้ำ หลังทำอาจมีอาการบวม แดง หรือกดเจ็บชั่วคราว
วิธีที่ 6 ยกกระชับหน้าด้วย Morpheus8
Morpheus8 ใช้เทคโนโลยี RF Microneedling ส่งคลื่นวิทยุผ่านเข็มขนาดเล็กเพื่อกระตุ้นคอลลาเจน ช่วยให้ผิวเรียบเนียนและกระชับขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัด หลังทำอาจมีรอยแดงและต้องพักผิวชั่วคราว
จุดเด่นของการ ยกกระชับหน้าด้วย Morpheus8 คือความสามารถในการ ปล่อยคลื่น RF ลงไปลึกถึงชั้นไขมันใต้ผิว (subdermal adipose tissue) ซึ่งเป็นโครงสร้างสำคัญของรูปหน้า และสามารถปรับพลังงานได้ลึกถึง 8 มม.ซึ่งลึกกว่าเทคโนโลยีทั่วไปในกลุ่มเดียวกัน
การยกกระชับหน้าด้วย Morpheus8 ทำงานอย่างไร
หัวเครื่องของ Morpheus8 ประกอบด้วย Microneedles (เข็มขนาดเล็กมาก) ที่สามารถเจาะลงผิวลึกได้หลายระดับ และปล่อยพลังงาน คลื่น RF แบบ Bipolar ลงไปสู่จุดที่ต้องการรักษาอย่างแม่นยำ ซึ่งส่งผลใน 2 มิติหลักคือ:
Microneedling - กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนตามธรรมชาติด้วยการเจาะผิวอย่างแม่นยำ ลดเลือนรอยหลุมสิว รูขุมขน และความไม่เรียบของผิว
RF (Radiofrequency) - ส่งพลังงานความร้อนลงสู่ชั้นไขมันและ SMAS เพื่อยกกระชับ ลดไขมันเฉพาะจุด เช่น ร่องแก้ม แก้มล่าง และเหนียง โดยไม่ทำลายผิวชั้นนอก
จุดเด่นของการยกกระชับหน้าด้วย Morpheus8 ที่ทำให้แตกต่าง
• ลึกถึงชั้นไขมัน ซึ่งเครื่อง Microneedling ทั่วไปไม่สามารถทำได้
• ลดไขมันเฉพาะจุด + ยกกระชับในคราวเดียว โดยไม่ต้องผ่าตัด
• ผิวแน่น เรียบเนียน + รูขุมขนเล็กลง ช่วยฟื้นฟูผิวโดยรวม
• สามารถใช้ได้ทั้งใบหน้า ลำคอ ขอบตา และแม้แต่ใต้คาง
• ผลลัพธ์ชัดเทียบเท่าบางหัตถการแบบใช้เข็ม แต่ไม่ต้องฉีดสารใด ๆ เข้าผิว
การยกกระชับหน้าด้วย Morpheus8 เหมาะกับใคร
• ผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยจากไขมันสะสม เช่น แก้มหย่อน เหนียง ร่องลึก
• ผู้ที่มีปัญหาผิวไม่เรียบ หลุมสิว รูขุมขนกว้าง และอยากปรับผิวให้เรียบแน่น
• ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูทั้ง “ผิว + โครงสร้างหน้า” แบบไม่พึ่งเข็มและไม่พักฟื้น
• ผู้ที่เคยทำ HIFU, RF, หรือ Thermage มาแล้ว แต่อยากเสริมผลลัพธ์ในระดับลึก
ผลลัพธ์หลังทำ Morpheus8
ผิวอาจเริ่มดูเรียบเนียนขึ้นในช่วงหลายสัปดาห์ ส่วนความกระชับและริ้วรอยอาจดีขึ้นในช่วง 1–3 เดือน ตามการสร้างคอลลาเจน ทั้งนี้ผลลัพธ์แตกต่างกันในแต่ละคน
ข้อควรรู้ก่อนทำ Morpheus8
ขณะทำอาจรู้สึกเจ็บจากเข็มและความร้อน หลังทำอาจมีรอยแดง บวม หรือสะเก็ดเล็กน้อย ควรหลีกเลี่ยงแดดและงดแต่งหน้าตามระยะเวลาที่แพทย์แนะนำ
วิธีที่ 7 ยกกระชับหน้าด้วย Volnewmer
Volnewmer ใช้พลังงานคลื่นวิทยุแบบ Monopolar RF ส่งความร้อนสู่ผิวเพื่อกระตุ้นคอลลาเจน ช่วยให้ผิวดูแน่นและกระชับขึ้น โดยไม่ต้องใช้เข็มหรือผ่าตัด
จุดเด่นของการยกกระชับหน้าด้วย Volnewmer คือความสามารถในการ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอิลาสติน ควบคู่ไปกับ การสลายไขมันใต้ผิวบางส่วน อย่างอ่อนโยน ส่งผลให้ผิวหน้าดูแน่นขึ้น เรียวขึ้น และมีความกระชับจากภายใน
จุดเด่นของ Volnewmer
Volnewmer ใช้พลังงาน RF ช่วยดูแลผิวหย่อนคล้อยบริเวณแก้ม กรอบหน้า และใต้คาง โดยไม่ต้องใช้เข็ม หลังทำอาจมีรอยแดงหรือรู้สึกอุ่นผิวเล็กน้อย
ผลลัพธ์หลังทำ Volnewmer
บางคนรู้สึกว่าผิวแน่นขึ้นหลังทำ และอาจเห็นความกระชับชัดขึ้นในช่วงหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน ตามการฟื้นฟูคอลลาเจนและสภาพผิว
Volnewmer เหมาะกับใคร
เหมาะกับผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อยเล็กน้อยถึงปานกลาง และต้องการยกกระชับหน้าโดยไม่ผ่าตัด โดยแพทย์จะประเมินความเหมาะสมและระยะห่างในการทำ
วิธีที่ 8 ยกกระชับหน้าด้วย Ultraclear
UltraClear ใช้เลเซอร์แบบ Fractional กระตุ้นการฟื้นฟูผิวและคอลลาเจน ช่วยลดเลือนริ้วรอยและปรับผิวให้เรียบเนียนขึ้น หลังทำอาจมีรอยแดงหรือต้องพักฟื้นตามระดับการรักษา
จุดเด่นของการยกกระชับหน้าด้วย Ultraclear
• ยกกระชับผิว + ปรับผิวใส เรียบเนียนในขั้นตอนเดียว
• ไม่มีแผลเปิด ไม่ต้องพักฟื้น ผิวไม่บาง
• เหมาะกับทุกสภาพผิว โดยเฉพาะผู้ที่มีริ้วรอย รูขุมขนกว้าง และผิวขาดความกระชับ
การยกกระชับหน้าด้วย Ultraclear เหมาะกับใคร
• ผู้ที่ต้องการทั้ง ยกกระชับ + ฟื้นฟูผิว โดยไม่ต้องใช้เข็ม
• เหมาะกับคนเริ่มมีริ้วรอย ผิวไม่สม่ำเสมอ หรือกรอบหน้าเริ่มหย่อน
• เหมาะกับผู้ที่มีเวลาไม่มาก เพราะใช้เวลาในการฟื้นตัวน้อยมาก
วิธีที่ 9 ยกกระชับหน้าด้วย Oligio
การยกกระชับหน้าด้วยนวัตกรรม Oligio คือเทคโนโลยียกกระชับผิวด้วยคลื่น Monopolar RF (Radiofrequency) เจ็บน้อยกว่า ทำเร็วขึ้น และเข้าถึงง่ายกว่าในแง่ของราคา โดยยังคงประสิทธิภาพในการกระตุ้นคอลลาเจนลึกถึงชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นพยุงโครงสร้างใบหน้า
จุดเด่นของการยกกระชับหน้าด้วย Oligio
• ใช้คลื่น RF ลงลึกถึงผิวชั้นลึก ช่วยให้ผิวแน่น เรียบตึง และลดริ้วรอย
• หัวทิปมีระบบควบคุมอุณหภูมิแบบเรียลไทม์ ทำให้แม่นยำและปลอดภัย
• เจ็บน้อย ไม่ต้องใช้ยาชา หรือใช้เพียงเล็กน้อย
• ไม่ต้องพักฟื้น สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ทันทีหลังทำ
การยกกระชับหน้าด้วย Oligio เหมาะกับใคร
• ผู้ที่เริ่มมีผิวหย่อนคล้อยเล็กน้อยถึงปานกลาง เช่น แก้มตก กรอบหน้าไม่ชัด
• ผู้ที่อยากได้ผลลัพธ์ใกล้เคียง Thermage แต่ต้องการประสบการณ์ที่สบายกว่า
• เหมาะกับทั้งผู้เริ่มต้นดูแลตัวเอง และผู้ที่เคยทำ HIFU หรือเลเซอร์อื่นมาก่อน
ใครเหมาะกับการยกกระชับหน้าด้วยเครื่องเหล่านี้
ผู้ที่เริ่มมีผิวหย่อนคล้อย
แก้มเริ่มตก มีเหนียง หรือกรอบหน้าไม่คมชัดเหมือนก่อน ควรให้แพทย์ประเมินว่าวิธีไหนเหมาะกับสภาพผิว
ผู้ที่ไม่อยากผ่าตัดหรือพักฟื้นนาน
บางเทคโนโลยีไม่ต้องใช้เข็ม ทำเสร็จกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ แต่บางวิธีอาจต้องพักผิวสักระยะ
ผู้ที่อยากให้ผิวดูกระชับอย่างเป็นธรรมชาติ
หากอยากให้ผิวแน่นขึ้นโดยไม่เปลี่ยนรูปหน้ามาก การยกกระชับอาจตอบโจทย์ แต่ผลที่ได้ขึ้นอยู่กับวิธีและสภาพผิว
ผู้ที่เคยทำหัตถการมาก่อน
หากเคยฉีดโบท็อกซ์ ทำ HIFU หรือร้อยไหม ควรแจ้งแพทย์ถึงประวัติและช่วงเวลาที่ทำก่อนเลือกโปรแกรมเพิ่มเติม
ผู้ที่มีริ้วรอยหรือผิวไม่เรียบเนียน
Morpheus8 และ UltraClear อาจเป็นทางเลือกสำหรับปัญหาผิวบางประเภท แต่มีขั้นตอนและระยะพักฟื้นต่างจากเครื่องที่ไม่เจาะผิว
ผู้หญิงและผู้ชายที่กังวลเรื่องผิว
ไม่ว่าจะอยู่ในช่วงวัยใด หากเริ่มสังเกตความเปลี่ยนแปลงของใบหน้า สามารถให้แพทย์ประเมินได้ว่าเหมาะกับวิธีใด
เคล็ดลับเสริมผลลัพธ์ยกกระชับหน้าให้ปังขึ้น
ดื่มน้ำให้เพียงพอ
ดื่มน้ำตามความต้องการของร่างกาย เพื่อดูแลสุขภาพและป้องกันผิวขาดน้ำ
งดบุหรี่และลดแอลกอฮอล์
บุหรี่เร่งให้ผิวเสื่อมสภาพ ส่วนแอลกอฮอล์มากเกินไปอาจรบกวนการพักผ่อนและการฟื้นตัว
เลือกสกินแคร์ให้เหมาะกับผิว
หลังผิวฟื้นตัว อาจใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีวิตามินซีหรือเรตินอลตามความเหมาะสม โดยปฏิบัติตามคำแนะนำหลังทำ
ป้องกันแสงแดดเป็นประจำ
แสงแดดมีส่วนทำให้ผิวเสื่อมเร็วขึ้น ควรหลีกเลี่ยงแดดจัดและใช้ครีมกันแดดตามคำแนะนำหลังทำ
อย่านวดหน้าหรือกดผิวแรง ๆ
ช่วงแรกผิวอาจยังบอบบาง ควรหลีกเลี่ยงการนวดแรงและปฏิบัติตามข้อแนะนำของแพทย์
นอนหลับให้เพียงพอ
การพักผ่อนช่วยให้ร่างกายฟื้นตัว ควรหลีกเลี่ยงการกดทับผิวบริเวณที่ทำหัตถการหากแพทย์แนะนำ
ดูแลผิวอย่างอ่อนโยน
หลีกเลี่ยงการขัดถูหรือใช้ผลิตภัณฑ์ที่ระคายเคือง และทำตามคำแนะนำหลังทำของแพทย์
เข้ารับบริการตามรอบที่แพทย์แนะนำ
เทคโนโลยีส่วนใหญ่จะเห็นผลต่อเนื่องเมื่อทำอย่างสม่ำเสมอ เช่น ทุก 3-6 เดือน
กินอาหารให้หลากหลาย
เน้นโปรตีน ผักผลไม้ที่มีวิตามินซี อาหารที่มีสังกะสี และไขมันดีอย่างโอเมก้า-3 เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่จำเป็นต่อการดูแลผิว
สรุปทุกเรื่องเกี่ยวกับการยกกระชับหน้า
การยกกระชับหน้าไม่จำเป็นต้องผ่าตัดเสมอไป HIFU, Ultraformer และ Ulthera ใช้คลื่นอัลตราซาวด์ ส่วน Thermage และ Oligio ใช้คลื่นวิทยุ ขณะที่ Morpheus8 ใช้เข็มขนาดเล็กร่วมกับ RF แต่ละวิธีมีข้อควรระวังและการดูแลหลังทำต่างกัน ควรพักผ่อนให้เพียงพอ ป้องกันแสงแดด และใช้สกินแคร์ให้เหมาะกับผิว
“ไม่ต้องใช้เข็ม ก็หน้าเป๊ะได้” เพียงแค่เลือกวิธีที่ใช่ ดูแลอย่างสม่ำเสมอ และเริ่มต้นตั้งแต่วันนี้ เพื่อให้ความเด็กอยู่กับคุณได้นานที่สุด แบบฉบับคน New Gen ที่ฉลาดเลือกและใส่ใจตัวเอง
คลินิกแนะนำยอดนิยม Romrawin Clinic คลินิกเสริมความงามชั้นนำ บริการระดับพรีเมียม
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการยกกระชับหน้าแบบไม่ใช้เข็ม
ยกกระชับหน้าแบบไม่ใช้เข็มคืออะไร?
เป็นการใช้เทคโนโลยีพลังงาน เช่น HIFU, Ulthera, Thermage หรือ Oligio ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนและเพิ่มความกระชับของผิว โดยไม่ต้องฉีดสารเติมเต็มหรือผ่าตัด
บทความนี้แนะนำวิธียกกระชับหน้าอะไรบ้าง?
มี 9 วิธี ได้แก่ EMFACE, Thermage, Ulthera, HIFU, Ultraformer, Morpheus8, Volnewmer, UltraClear และ Oligio โดย Morpheus8 ใช้เข็มขนาดเล็ก จึงไม่ใช่วิธีไร้เข็ม
ยกกระชับหน้าช่วยลดแก้มหย่อนและทำให้หน้าเรียวได้จริงไหม?
ช่วยให้แก้มและกรอบหน้าดูกระชับขึ้น ใบหน้าจึงอาจดูเรียวได้รูปมากขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อยเล็กน้อยถึงปานกลาง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและวิธีที่เลือก
ยกกระชับหน้าด้วย HIFU กับ Ulthera แตกต่างกันอย่างไร?
ทั้งสองใช้พลังงานอัลตราซาวด์กระตุ้นคอลลาเจน แต่ Ulthera มีระบบภาพช่วยให้แพทย์มองเห็นชั้นผิวขณะทำ ส่วน HIFU แต่ละรุ่นมีเทคโนโลยีและการควบคุมพลังงานต่างกัน
Thermage กับ Oligio ยกกระชับหน้าต่างกันอย่างไร?
ทั้งคู่ใช้พลังงาน Monopolar RF กระตุ้นคอลลาเจนและเพิ่มความกระชับ แต่มีระบบส่งพลังงานและควบคุมความร้อนต่างกัน ควรเลือกตามสภาพผิว
ยกกระชับหน้าแบบไม่ใช้เข็มเหมาะกับใครบ้าง?
ถ้าแก้มเริ่มหย่อน กรอบหน้าไม่คมชัด หรือมีริ้วรอยเล็กน้อย การยกกระชับแบบไม่ใช้เข็มอาจเป็นทางเลือกหนึ่ง แต่ต้องประเมินสภาพผิวก่อนว่าเหมาะกับวิธีใด
ยกกระชับหน้าแบบไม่ใช้เข็มเจ็บไหม ต้องพักฟื้นหรือไม่?
ความรู้สึกต่างกันตามเครื่องที่ใช้ บางช่วงอุ่น บางช่วงเจ็บจี๊ด โดยทั่วไปกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ แต่อาจมีรอยแดง บวม หรือระบมอยู่ช่วงสั้น ๆ
ยกกระชับหน้ากี่วันเห็นผล และผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน?
ไม่ใช่ทุกคนจะเห็นผลทันที บางรายเริ่มสังเกตความเปลี่ยนแปลงหลังทำ ขณะที่บางวิธีต้องรอ 1–3 เดือนให้ผิวค่อย ๆ กระชับขึ้น ส่วนผลลัพธ์จะอยู่นานเท่าไรขึ้นกับวิธีที่เลือกและสภาพผิว
ยกกระชับหน้าต้องทำบ่อยแค่ไหนจึงจะคงผลลัพธ์ได้?
แต่ละวิธีมีรอบการทำต่างกัน เช่น Thermage บางรายทำห่างกันประมาณหนึ่งปี ส่วน EMFACE มักทำหลายครั้งเป็นคอร์ส ควรประเมินผลก่อนวางแผนทำครั้งถัดไป
หลังยกกระชับหน้าควรดูแลตัวเองอย่างไรให้ผลลัพธ์อยู่ได้นาน?
ควรป้องกันแสงแดด พักผ่อนให้เพียงพอ งดสูบบุหรี่ และดูแลผิวตามคำแนะนำหลังทำ เพื่อรักษาสุขภาพผิวอย่างต่อเนื่อง
- American Academy of Dermatology American Academy of Dermatology: Non-Invasive Skin Tightening Procedures and Methods
- PubMed National Library of Medicine: Noninvasive Skin Tightening: Focus on New Ultrasound Techniques
- PMC PubMed Central: Noninvasive Skin Tightening and Micro-Focused Ultrasound Devices
- Healthline Healthline: Nonsurgical Facelift: Options for Wrinkles, Firmness, and Skin Tightening
* เงื่อนไขตามบริษัทฯ กำหนด