Niacinamide ช่วยเรื่องอะไร ใช้ตอนไหน และต้องระวังอะไรบ้าง

เขียนโดย: ทีมผู้เชี่ยวชาญ ROMRAWIN CLINIC

Niacinamide

เปิดอ่าน 13
สารบัญเนื้อหา Niacinamide 

Niacinamide คืออะไร ช่วยอะไร ใช้ตอนไหน ห้ามใช้กับอะไร

รอยสิว จุดด่างดำ ความมันส่วนเกิน และผิวอ่อนแอ เป็นปัญหาผิวที่หลายคนกังวล Niacinamide อ่านว่า ไนอะซินาไมด์ เป็นหนึ่งในส่วนผสมยอดนิยมของสกินแคร์ที่ช่วยดูแลปัญหาผิวได้หลายด้าน ทั้งลดเลือนรอยสิว ควบคุมความมัน และเสริมเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรง แต่ Niacinamide คืออะไร มีประโยชน์อะไรบ้าง และควรใช้อย่างไรให้เหมาะกับสภาพผิว? คุณหมอมีคำตอบ พร้อมแนะนำวิธีใช้ และข้อควรระวังที่ควรรู้


Niacinamide คืออะไร

Niacinamide คืออะไร วิตามินบี 3 ในสกินแคร์ ช่วยเสริมเกราะป้องกันผิวและลดจุดด่างดำ
Niacinamide หรือวิตามินบี 3 ส่วนผสมบำรุงผิวที่ช่วยเสริมเกราะป้องกันผิวและลดจุดด่างดำ

Niacinamide (ไนอะซินาไมด์) เป็นวิตามินบี 3 รูปแบบหนึ่งที่ใช้ในสกินแคร์ ช่วยดูแลรอยดำ ความมัน และการกักเก็บความชุ่มชื้น ใช้ได้กับหลายสภาพผิว ทั้งผิวมัน ผิวแห้ง และผิวเป็นสิวง่าย แต่ควรเลือกสูตรให้เหมาะกับผิว


Niacinamide ช่วยอะไร

Niacinamide ช่วยอะไรบ้าง ภาพผู้หญิงหยดเซรั่มบนใบหน้า ลดจุดด่างดำและเสริมเกราะผิว
Niacinamide ช่วยดูแลรอยดำ ความมัน และเกราะป้องกันผิว

สำหรับคนที่มีรอยดำหลังสิว Niacinamide อาจช่วยให้สีผิวดูสม่ำเสมอขึ้น ส่วนคนหน้ามันก็อาจช่วยลดความมัน ทำให้รูขุมขนดูเด่นน้อยลง

Niacinamide ยังช่วยให้ผิวกักเก็บความชุ่มชื้นได้ดีขึ้น ลดความแห้งตึง ส่วนรอยแดงและริ้วรอยเล็ก ๆ อาจดูจางลงได้เมื่อใช้ต่อเนื่อง ขึ้นอยู่กับสภาพผิว


Niacinamide ห้ามใช้กับอะไร

Niacinamide ห้ามใช้กับอะไร ภาพส่วนผสม AHA BHA Retinol และ Vitamin C ที่ควรระวัง
ข้อควรรู้เมื่อต้องใช้ Niacinamide ร่วมกับ AHA BHA Retinol และ Vitamin C

Niacinamide ไม่ได้มีข้อห้ามตายตัวกับส่วนผสมสกินแคร์ทั่วไป แต่หากใช้หลายผลิตภัณฑ์พร้อมกัน อาจทำให้ผิวระคายเคืองได้ โดยเฉพาะผู้ที่มีผิวบอบบาง

AHA/BHA
ใช้ร่วมกันได้ แต่ผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิวที่เข้มข้นอาจทำให้แสบหรือผิวลอก

Retinol
ใช้ร่วมกันได้ ควรเริ่มจากความถี่น้อย ๆ แล้วดูว่าผิวแห้งหรือระคายเคืองหรือไม่

Vitamin C
ใช้ร่วมกันได้ โดยเลือกสูตรและความเข้มข้นที่ผิวรับได้

สรุป Niacinamide ไม่จำเป็นต้องแยกใช้จากส่วนผสมเหล่านี้เสมอไป หากผิวระคายเคืองง่าย ควรเริ่มทีละผลิตภัณฑ์เพื่อสังเกตอาการ


Niacinamide ใช้ตอนไหน

Niacinamide ใช้ตอนไหน ภาพผู้หญิงสัมผัสใบหน้า พร้อมคำแนะนำใช้บำรุงผิวตอนเช้าและกลางคืน
Niacinamide สามารถใช้ได้ทั้งตอนเช้าและกลางคืน หากผิวไม่เกิดการระคายเคือง

Niacinamide ใช้ได้ทั้งเช้าและก่อนนอน หากเป็นเซรั่มให้ทาหลังล้างผิวหน้าและก่อนลงมอยส์เจอไรเซอร์ ส่วนตอนเช้าควรปิดท้ายด้วยครีมกันแดด SPF 30 ขึ้นไป หากเพิ่งเริ่มใช้ ควรเลือกความเข้มข้นและความถี่ตามสภาพผิว


Niacinamide ใช้คู่กับอะไร

Niacinamide ใช้คู่กับอะไรได้บ้าง แสดงส่วนผสม Vitamin C Retinol Ceramide และ BHA
ส่วนผสมที่ใช้ร่วมกับ Niacinamide ได้ พร้อมข้อควรระวังในการใช้ Vitamin C Retinol และ BHA

Niacinamide ไม่จำเป็นต้องใช้เดี่ยว ๆ สามารถเลือกจับคู่กับส่วนผสมอื่นตามปัญหาผิวได้

Hyaluronic Acid
เหมาะกับผิวขาดน้ำ เพราะHyaluronic Acid ช่วยดึงความชุ่มชื้นไว้ที่ผิว

Vitamin C
เป็นอีกตัวเลือกสำหรับคนที่กังวลเรื่องสีผิวไม่สม่ำเสมอ

Retinol
ใช้ดูแลริ้วรอยและผิวที่มีผิวสัมผัสไม่เรียบ

Ceramide
เหมาะกับผิวแห้งที่ต้องการเสริมเกราะป้องกันผิว

Tranexamic Acid
มักพบในสูตรที่เน้นดูแลรอยดำและจุดด่างดำ

Salicylic Acid (BHA)
ช่วยลดการอุดตันในรูขุมขน จึงใช้ดูแลสิวอุดตันได้

หากจะเพิ่ม Retinol หรือ BHA ในขั้นตอนบำรุงผิว ควรเริ่มทีละตัว เพราะอาจทำให้ผิวแสบหรือลอกได้


Niacinamide ใช้กี่เปอร์เซ็นต์

Niacinamide ความเข้มข้น 2-10% เลือกแบบไหนดี เปรียบเทียบ 2% 3-4% 5% และ 10% ตามสภาพผิว
เปรียบเทียบความเข้มข้น Niacinamide 2–10% เพื่อเลือกใช้ให้เหมาะกับสภาพผิว

เปอร์เซ็นต์บนฉลากไม่ใช่ตัวตัดสินผลลัพธ์ทั้งหมด ต้องดูสูตรและการตอบสนองของผิวด้วย

Niacinamide 2–5%
พบได้ในผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหลายสูตร โดยมีข้อมูลด้านการลดการสูญเสียน้ำจากผิว

Niacinamide 5%
มีการศึกษาเรื่องจุดด่างดำ จึงใช้ดูแลลดรอยสิวประเภทที่เป็นรอยดำได้เช่นกัน

Niacinamide 10%
พบในเซรั่มเข้มข้นบางสูตร แต่ไม่ได้เหมาะกับทุกคน เพราะอาจทำให้ผิวระคายเคืองได้

ความเข้มข้นสูงไม่ได้แปลว่าเห็นผลดีกว่าเสมอไป ควรพิจารณาสูตรผลิตภัณฑ์และการตอบสนองของผิวร่วมด้วย


Niacinamide ยี่ห้อไหนดี

การเลือก Niacinamide ไม่จำเป็นต้องดูแค่ยี่ห้อหรือเปอร์เซ็นต์ ควรเลือกสูตรที่เหมาะกับสภาพผิว ตรวจสอบส่วนผสมอื่น ๆ และหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่เคยทำให้ระคายเคือง

เลือกแบรนด์ที่น่าเชื่อถือ
ดูแหล่งผลิตและตรวจสอบเลขจดแจ้งเครื่องสำอางกับ อย. ก่อนซื้อ

เลือกความเข้มข้นที่เหมาะสม
ผู้เริ่มต้นอาจลองสูตร 2–5% ก่อน ไม่จำเป็นต้องขยับไปใช้ 10% หากสูตรเดิมเหมาะกับผิวอยู่แล้ว

ตรวจสอบส่วนผสม
อ่านฉลากให้ดี โดยเฉพาะสารที่เคยแพ้ หากผิวไวต่อน้ำหอมควรเลือกสูตรที่ไม่มีน้ำหอม

เลือกให้เหมาะกับสภาพผิว
ผิวมันอาจเลือกเนื้อบางเบา ส่วนผิวแห้งควรเน้นสูตรที่ให้ความชุ่มชื้น

ทดสอบก่อนใช้จริง
ลองใช้บริเวณเล็ก ๆ และสังเกตผิวก่อนทาทั่วใบหน้า

ก่อนซื้อควรดูวันหมดอายุ บรรจุภัณฑ์ และความน่าเชื่อถือของร้านค้าด้วย


Niacinamide เหมาะกับผิวประเภทไหน

Niacinamide ไม่ได้จำกัดว่าต้องเป็นผิวมันหรือผิวแห้งเท่านั้น แต่แต่ละคนอาจต้องการสูตรต่างกัน

ผิวมัน
อาจช่วยลดความมัน ทำให้รูขุมขนดูไม่เด่นเท่าเดิม

ผิวแห้ง
เน้นการดูแลเกราะป้องกันผิว เพื่อลดความแห้งตึง

ผิวเป็นสิวง่าย
อาจช่วยดูแลรอยแดงและรอยดำหลังสิว แต่ไม่ใช่ยารักษาสิว

ผิวบอบบางแพ้ง่าย
ควรตรวจส่วนผสมอื่นในสูตรและทดลองใช้ก่อน

ผิวหมองคล้ำ
เหมาะกับผู้ที่กังวลเรื่องรอยดำและสีผิวไม่สม่ำเสมอ

คนผิวผสมก็เลือกใช้ได้ โดยดูว่าเนื้อผลิตภัณฑ์สบายผิวและให้ความชุ่มชื้นเพียงพอหรือไม่


Niacinamide 5% กับ 10% ต่างกันอย่างไร

ความเข้มข้นต่างกันเท่าตัว แต่ผลที่ได้ไม่ได้เพิ่มขึ้นตามเปอร์เซ็นต์เสมอไป

Niacinamide 5%
มีข้อมูลการศึกษาเกี่ยวกับการลดเลือนรอยดำ เหมาะกับคนที่ต้องการดูแลสีผิวไม่สม่ำเสมอ

Niacinamide 10%
เป็นสูตรเข้มข้นกว่า บางคนใช้ได้ดี แต่บางคนอาจแสบหรือแดงจากผลิตภัณฑ์

หากใช้ 5% แล้วผิวตอบสนองดี ก็ไม่มีความจำเป็นต้องเปลี่ยนเป็น 10% เพียงเพราะตัวเลขสูงกว่า


Niacinamide 4-5% แรงไหม

Niacinamide 4–5% เป็นช่วงความเข้มข้นที่พบได้ในผลิตภัณฑ์บำรุงผิวและมีข้อมูลการศึกษารองรับ โดยทั่วไปหลายคนใช้ได้ดี แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่ระคายเคืองเลย

หากผิวแพ้ง่าย ควรทดลองบริเวณเล็ก ๆ ก่อนใช้ทั่วใบหน้า และสังเกตอาการแสบ คัน หรือแดง


เซรั่ม Niacinamide หรือครีม เลือกแบบไหนดี

เซรั่มกับครีมต่างกันที่เนื้อสัมผัสและส่วนผสมในสูตรเป็นหลัก ควรเลือกให้เหมาะกับความต้องการของผิว

เซรั่ม Niacinamide
มักมีเนื้อบางเบา เหมาะกับคนที่ไม่ชอบความเหนอะหนะหรือมีผิวมัน

ครีม Niacinamide
มักมีส่วนผสมให้ความชุ่มชื้นเพิ่มเติม เหมาะกับผู้ที่มีผิวแห้งหรือต้องการลดความแห้งตึง

ทั้งนี้ เซรั่มบางสูตรอาจให้ความชุ่มชื้นสูงกว่าครีมบางชนิดได้ จึงควรดูส่วนผสมจริงก่อนเลือกซื้อ


Niacinamide ช่วยให้ผิวกระจ่างใสได้จริงไหม

ช่วยได้ในแง่ของการลดรอยดำและสีผิวที่ไม่สม่ำเสมอ แต่ไม่ได้เปลี่ยนสีผิวตามธรรมชาติให้ขาวขึ้น การทากันแดดเป็นประจำก็ยังสำคัญ โดยเฉพาะคนที่มีจุดด่างดำ


Niacinamide ช่วยลดรอยสิว จุดด่างดำ ได้อย่างไร

Niacinamide มีส่วนช่วยลดการส่งผ่านเม็ดสีเมลานินไปยังเซลล์ผิวชั้นบน รอยดำจึงอาจค่อย ๆ ดูจางลงเมื่อใช้ต่อเนื่อง ส่วนหลุมสิวเป็นปัญหาโครงสร้างผิวที่สารบำรุงชนิดนี้แก้ไม่ได้


Niacinamide ช่วยคุมมัน ลดสิว ได้จริงไหม

มีข้อมูลว่า Niacinamide อาจช่วยลดความมันบนใบหน้าและบรรเทาการอักเสบได้ แต่หากมีสิวอักเสบมาก หรือมีรอยแดงจากสิวชัดเจน การบำรุงผิวอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ เพราะ Niacinamide ไม่ใช่ยารักษาสิวโดยตรง


Niacinamide ช่วยเสริมเกราะป้องกันผิวอย่างไร

ผิวที่กักเก็บน้ำได้ไม่ดีมักแห้งตึงง่าย Niacinamide ช่วยส่งเสริมการสร้างเซราไมด์และไขมันบางชนิดในผิว จึงช่วยลดการสูญเสียความชุ่มชื้นและดูแลเกราะป้องกันผิว


Niacinamide ใช้ทุกวันจะทำให้ผิวระคายเคืองไหม

ถ้าใช้แล้วไม่แสบหรือคัน ก็สามารถใช้เป็นประจำได้ แต่ไม่ใช่ทุกสูตรจะเหมาะกับทุกคน หากเริ่มมีผื่นแดงหรือระคายเคือง ควรหยุดผลิตภัณฑ์นั้นก่อน ไม่จำเป็นต้องฝืนใช้ต่อ


Niacinamide ใช้นานแค่ไหนจึงเริ่มเห็นผล

ไม่ใช่ส่วนผสมที่ทาแล้วเห็นผลทันที บางคนเริ่มสังเกตความเปลี่ยนแปลงได้หลังใช้ประมาณ 4–8 สัปดาห์ แต่รอยดำอาจต้องรอนานกว่านั้น ขึ้นอยู่กับปัญหาผิวและสูตรที่ใช้


Niacinamide ทาคู่กับ Vitamin C ได้ไหม

ทาคู่กันได้ ไม่จำเป็นต้องแยกเช้ากับเย็นเสมอไป เพราะ Vitamin C (วิตามินซี) ไม่ได้เป็นข้อห้ามของ Niacinamide หากใช้แล้วรู้สึกแสบ ค่อยปรับวิธีใช้หรือเลือกสูตรที่อ่อนโยนกว่า


Niacinamide ทาคู่กับ AHA/BHA ได้ไหม

ใช้ร่วมกันได้เช่นกัน แต่ต้องระวัง AHA/BHA ที่มีความเข้มข้นสูงหรือใช้บ่อยเกินไป เพราะอาจทำให้ผิวลอกและแสบได้ คนที่เพิ่งเริ่มใช้ควรลองทีละตัว และอย่าลืมทากันแดด


Niacinamide ทาคู่กับ Retinol ได้ไหม

ทาคู่กันได้ โดย Niacinamide อาจช่วยลดความแห้งตึงระหว่างใช้ Retinol แต่ถ้าเพิ่งเริ่มใช้ Retinol ควรทาเพียงไม่กี่คืนต่อสัปดาห์ และใช้มอยส์เจอไรเซอร์ร่วมด้วย


ผิวแพ้ง่ายใช้ Niacinamide ได้ไหม

ใช้ได้ในบางคน แต่ต้องตรวจส่วนผสมในสูตรด้วย เพราะอาจแพ้สารอื่นที่ผสมอยู่ ควรทดลองทาบริเวณเล็ก ๆ ก่อน และหยุดใช้หากเกิดผื่นหรืออาการคัน


Niacinamide ใช้หลังทำเลเซอร์ได้ไหม

หลังเลเซอร์บางชนิด ผิวอาจยังแสบหรือมีแผลอยู่ จึงไม่ควรรีบใช้สกินแคร์ตัวใหม่ ควรรอให้ผิวฟื้นตัวและทำตามคำแนะนำของแพทย์ที่ดูแล


ข้อควรระวังในการใช้ Niacinamide

ข้อควรระวังในการใช้ Niacinamide ภาพผู้หญิงและเช็กลิสต์การทดสอบแพ้ ระวังผิวระคายเคือง
สิ่งที่ควรรู้ก่อนใช้ Niacinamide โดยเฉพาะผู้ที่มีผิวบอบบาง

ก่อนเริ่มใช้ ควรดูทั้งความเข้มข้นและส่วนผสมอื่นในผลิตภัณฑ์ ไม่จำเป็นต้องเลือกสูตรที่เข้มข้นที่สุด

เลือกความเข้มข้นที่เหมาะสม
มือใหม่อาจเริ่มจากสูตร 2–5% แล้วดูว่าผิวตอบสนองอย่างไร

ทดสอบการแพ้ก่อนใช้
ลองทาที่ท้องแขนหรือบริเวณเล็ก ๆ แล้วสังเกตอาการก่อนใช้ทั่วใบหน้า

ระวังการใช้ร่วมกับสารออกฤทธิ์อื่น
หากใช้ Retinol หรือ AHA/BHA อยู่ ไม่ควรเพิ่มหลายผลิตภัณฑ์พร้อมกัน

หลีกเลี่ยงการใช้บนผิวที่มีแผล
หากเพิ่งทำหัตถการหรือผิวยังมีแผล ให้ยึดคำแนะนำของแพทย์ก่อนใช้สกินแคร์

สังเกตอาการผิดปกติ
ถ้าใช้แล้วเกิดผื่น แสบ หรือคัน ให้หยุดผลิตภัณฑ์นั้น หากอาการไม่ดีขึ้นควรพบแพทย์


Niacinamide มีข้อเสียไหม

ข้อจำกัดของ Niacinamide ไม่ได้มีแค่เรื่องความเข้มข้น แต่ยังขึ้นอยู่กับสูตรผลิตภัณฑ์และปัญหาผิวที่ต้องการดูแลด้วย

อาจทำให้ผิวระคายเคือง
บางคนใช้แล้วรู้สึกแสบหรือหน้าแดง โดยเฉพาะเมื่อผิวไวต่อส่วนผสม

ความเข้มข้นสูงอาจไม่เหมาะกับทุกคน
สูตร 10% ไม่จำเป็นต้องให้ผลดีกว่าสูตรที่เข้มข้นน้อยกว่า และอาจใช้แล้วไม่สบายผิว

อาจแพ้ส่วนผสมในผลิตภัณฑ์
บางครั้งปัญหาไม่ได้มาจาก Niacinamide แต่อาจเป็นน้ำหอมหรือสารกันเสียในสูตร

ต้องใช้เวลาจึงเห็นผล
หากหวังลดรอยดำ ต้องเผื่อเวลาไว้หลายสัปดาห์ ไม่ใช่ทาแล้วจางทันที

ไม่ใช่สารรักษาทุกปัญหาผิว
หลุมสิวและฝ้าลึกไม่สามารถรักษาให้หายได้ด้วย Niacinamide เพียงอย่างเดียว ส่วนสิวอักเสบรุนแรงควรได้รับการรักษาเฉพาะทาง

หากใช้แล้วผิวมีอาการผิดปกติ ควรหยุดผลิตภัณฑ์และหาสาเหตุก่อนใช้ต่อ


สรุป Niacinamide ช่วยเรื่องอะไร

Niacinamide เป็นอีกทางเลือกสำหรับคนที่กังวลเรื่องรอยดำ หน้ามัน หรือผิวแห้งตึง เพราะมีส่วนช่วยดูแลเกราะป้องกันผิวและความชุ่มชื้น การเลือกสูตรที่ผิวใช้ได้ดีจึงสำคัญกว่าการเน้นเปอร์เซ็นต์สูง


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Niacinamide (FAQ)

Niacinamide คืออะไร ช่วยเรื่องอะไรบ้าง?

เป็นวิตามินบี 3 รูปแบบหนึ่งที่ใช้ในสกินแคร์ ช่วยดูแลรอยดำ ลดความมัน และทำให้ผิวเก็บความชุ่มชื้นได้ดีขึ้น

Niacinamide เหมาะกับผิวประเภทไหน?

ใช้ได้กับผิวหลายประเภท ทั้งผิวมัน ผิวแห้ง ผิวผสม และผิวเป็นสิวง่าย ส่วนคนผิวบอบบางควรดูส่วนผสมอื่นในสูตรด้วย

Niacinamide ใช้ตอนไหน เช้าหรือก่อนนอน?

ใช้ได้ทั้งสองช่วงเวลา หากเป็นเซรั่มมักทาก่อนมอยส์เจอไรเซอร์ ส่วนตอนเช้าอย่าลืมทากันแดด SPF 30 ขึ้นไป

Niacinamide 5% กับ 10% ต่างกันอย่างไร?

ต่างกันที่ปริมาณสารในสูตร โดย 5% มีข้อมูลการศึกษาด้านรอยดำ ส่วน 10% เข้มข้นกว่า แต่ไม่ได้แปลว่าเห็นผลดีกว่า และอาจระคายเคืองในบางคน

Niacinamide ห้ามใช้กับอะไร?

ไม่มีข้อห้ามทั่วไปกับ Vitamin C, Retinol หรือ AHA/BHA แต่หากผิวระคายเคืองง่าย ควรลองใช้ทีละตัวก่อน

Niacinamide ช่วยลดรอยสิวและจุดด่างดำได้จริงไหม?

ช่วยให้รอยดำบางชนิดดูจางลงเมื่อใช้ต่อเนื่อง แต่ไม่สามารถแก้ปัญหาหลุมสิวที่เกิดจากเนื้อผิวยุบตัวได้

ทำไมใช้ Niacinamide แล้วสิวยังขึ้น?

เพราะสิวเกี่ยวข้องกับหลายปัจจัย ทั้งฮอร์โมนและรูขุมขนอุดตัน การใช้ Niacinamide เพียงอย่างเดียวจึงอาจไม่เพียงพอ

Niacinamide ใช้นานแค่ไหนถึงเห็นผล?

บางคนเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงใน 4–8 สัปดาห์ ส่วนรอยดำอาจใช้เวลานานกว่า ขึ้นอยู่กับผลิตภัณฑ์และสภาพผิว

ใช้ Niacinamide แล้วหน้าแดงหรือแสบควรทำอย่างไร?

หยุดใช้ผลิตภัณฑ์ก่อน หากยังแสบแดงไม่หาย หรือมีผื่นรุนแรง ควรพบแพทย์ผิวหนัง

Niacinamide ใช้ทุกวันได้ไหม ต้องทาครีมกันแดดหรือไม่?

ใช้ทุกวันได้ถ้าผิวรับได้ดี และยังต้องทากันแดด SPF 30 ขึ้นไป เพราะ Niacinamide ไม่ใช่สารกันแดด

* ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับเฉพาะบุคคล
* เงื่อนไขตามบริษัทฯ กำหนด
ปรึกษาฟรี พร้อมรับ โปรโมชั่นพิเศษ ก่อนใคร
เมื่อลงทะเบียนถือว่าท่านยอมรับ ข้อตกลงและเงื่อนไข และ นโยบายความเป็นส่วนตัว
เรื่อง บทความน่ารู้ ที่คุณอาจสนใจ