พังผืดเกิดจากอะไร? สาเหตุ วิธีป้องกัน และแนวทางการรักษา
เขียนโดย: ทีมผู้เชี่ยวชาญ ROMRAWIN CLINIC
พังผืด
- พังผืดคืออะไร อันตรายหรือไม่ เช็คตัวเองและป้องกันอย่างไรดี
- พังผืดคืออะไร สัญญาณเตือน อันตรายมากแค่ไหน วิธีป้องกัน
- พังผืดคืออะไร อันตรายไหมส่งผลอย่างไรต่อร่างกาย
- ลักษณะของพังผืด
- ลักษณะของพังผืดที่พบได้บ่อย ได้แก่
- พังผืดเกิดจากอะไรได้บ้าง
- ปฏิกิริยาต่อสิ่งแปลกปลอมภายในร่างกาย
- การอักเสบและความบอบช้ำของเนื้อเยื่อ
- การเกิดเลือดคั่งหรือน้ำเหลืองสะสมใต้ผิวหนัง
- การติดเชื้อหลังผ่าตัดหรือหัตถการ
- พันธุกรรมและการตอบสนองของร่างกายแต่ละคน
- การดูแลตัวเองหลังผ่าตัดไม่เหมาะสม
- ฉีดฟิลเลอร์เสี่ยงทำให้เกิดพังผืดจริงหรือไม่
- สาเหตุที่ทำให้พังผืดหลังฉีดฟิลเลอร์เกิดขึ้นได้ง่าย
- ศัลยกรรมอะไรบ้างที่เสี่ยงทำให้เกิดพังผืด
- โปรแกรมเสริมหน้าอกทำให้เกิดพังผืด
- โปรแกรมเสริมจมูกด้วยซิลิโคนทำให้เกิดพังผืด
- โปรแกรมดูดไขมันทำให้เกิดพังผืด
- โปรแกรมผ่าตัดไขมันหน้าท้องทำให้เกิดพังผืด
- โปรแกรมยกกระชับใบหน้า (Facelift) ทำให้เกิดพังผืด
- โปรแกรมศัลยกรรมแก้ไขซ้ำหลายครั้งทำให้เกิดพังผืด
- โปรแกรมผ่าตัดหรือหัตถการที่ใช้วัสดุเทียมทำให้เกิดพังผืด
- เกิดพังผืดได้ที่บริเวณไหนบ้าง
- บริเวณที่พบพังผืดได้บ่อย
- อาการและผลกระทบของพังผืดต่อร่างกาย
- อาการของพังผืดที่พบได้บ่อย
- พังผืดส่งผลต่อทั้งความสวยงามและสุขภาพ
- พังผืดอันตรายหรือไม่
- พังผืดอันตรายในกรณีไหน
- พังผืดทุกชนิดต้องรักษาหรือไม่
- พังผืดสามารถหายเองได้หรือไม่
- พังผืดกับแผลเป็นต่างกันอย่างไร
- วิธีดูแลตัวเองเพื่อลดพังผืด
- 1.การนวดคลายพังผืด
- 2.การใช้ยาเพื่อลดพังผืด
- 3.การใช้เครื่องมือทางการแพทย์รักษาพังผืด
- 4.การผ่าตัดแก้พังผืด
- วิธีป้องกันไม่ให้เกิดพังผืด
- สรุปทุกเรื่องเกี่ยวกับพังผืด
พังผืดคืออะไร อันตรายหรือไม่ เช็คตัวเองและป้องกันอย่างไรดี
พังผืดคืออะไร สัญญาณเตือน อันตรายมากแค่ไหน วิธีป้องกัน
พังผืดหลังผ่าตัดเป็นภาวะแทรกซ้อนที่สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งจากการผ่าตัดทั่วไป ศัลยกรรม และการฉีดฟิลเลอร์ หากร่างกายสร้างพังผืดมากเกินไป อาจส่งผลต่อการทำงานของอวัยวะและก่อให้เกิดอาการปวดเรื้อรังได้
บทความนี้เราจะมามาทำความเข้าใจสาเหตุ อาการ วิธีสังเกตความผิดปกติ และแนวทางดูแลตัวเองในการเกิดพังผืดเพื่อลดความเสี่ยงของการเกิดพังผืดอย่างเหมาะสม
พังผืดคืออะไร อันตรายไหมส่งผลอย่างไรต่อร่างกาย
พังผืดคือ เนื้อเยื่อเกี่ยวพันที่ร่างกายสร้างขึ้นตามกระบวนการของร่างกาย เพื่อช่วยซ่อมแซมส่วนที่ได้รับบาดเจ็บ ไม่ว่าจะเกิดจากการผ่าตัด อุบัติเหตุ การอักเสบ หรือการใช้งานกล้ามเนื้อซ้ำ ๆ โดยพังผืดจะมีลักษณะเป็นเส้นใยคอลลาเจนที่ทำหน้าที่เชื่อมและพยุงเนื้อเยื่อต่าง ๆ ภายในร่างกายเอาไว้
แม้พังผืดจะเป็นกลไกซ่อมแซมของร่างกายที่มีประโยชน์ แต่หากเกิดการสะสมมากเกินไป หรือเกิดในบริเวณที่ไม่ควรยึดติดกัน อาจทำให้เนื้อเยื่อ อวัยวะ หรือกล้ามเนื้อสูญเสียความยืดหยุ่น จนส่งผลต่อการเคลื่อนไหวและการทำงานของร่างกายได้ โดยหลายคนมักเริ่มมีอาการปวด ตึง รู้สึกดึงรั้ง เคลื่อนไหวไม่สะดวก หรือมีอาการเจ็บเรื้อรังบริเวณเดิมซ้ำ ๆ
ในบางกรณีพังผืดอาจรัดหรือกดทับเส้นประสาท หลอดเลือด หรืออวัยวะภายใน ทำให้เกิดอาการชา อ่อนแรง หรือส่งผลต่อระบบต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น ระบบกล้ามเนื้อ ระบบทางเดินอาหาร หรือบริเวณที่เคยผ่านการผ่าตัดและศัลยกรรม ความรุนแรงของพังผืดจึงขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่เกิดและระดับการยึดเกาะของเนื้อเยื่อ
ปัจจุบันพังผืดถือเป็นหนึ่งในภาวะแทรกซ้อนที่พบได้ทั้งในผู้ที่ผ่านการผ่าตัด ศัลยกรรม เสริมความงาม รวมถึงผู้ที่มีพฤติกรรมใช้งานร่างกายหนักเป็นประจำ ดังนั้นการดูแลตัวเองอย่างเหมาะสม การพักฟื้นที่ถูกต้อง และการสังเกตอาการผิดปกติตั้งแต่ระยะแรก จะช่วยลดความเสี่ยงและป้องกันปัญหาจากพังผืดในระยะยาวได้
ลักษณะของพังผืด
ลักษณะของพังผืดคือ การเกิดเนื้อเยื่อเส้นใยคอลลาเจนที่ร่างกายสร้างขึ้นเพื่อซ่อมแซมส่วนที่ได้รับบาดเจ็บ ไม่ว่าจะเกิดจากการผ่าตัด การอักเสบ อุบัติเหตุ หรือการใช้งานกล้ามเนื้อซ้ำ ๆ โดยปกติพังผืดจะช่วยเชื่อมและฟื้นฟูเนื้อเยื่อให้กลับมาติดกัน แต่หากร่างกายสร้างพังผืดมากเกินไป หรือเกิดการยึดเกาะผิดตำแหน่ง อาจทำให้เนื้อเยื่อและอวัยวะสูญเสียความยืดหยุ่น จนเกิดอาการตึง เจ็บ หรือเคลื่อนไหวได้ไม่เป็นธรรมชาติ
โดยทั่วไปพังผืดมักมีลักษณะเป็นเส้นใยหรือแผ่นเนื้อสีขาวขุ่น คล้ายใยแมงมุม มีความหนา แข็ง และตึงมากกว่าเนื้อเยื่อปกติ ซึ่งสามารถเกิดได้ทั้งบริเวณใต้ผิวหนัง กล้ามเนื้อ ข้อต่อ รวมถึงอวัยวะภายในร่างกาย โดยเฉพาะในผู้ที่เคยผ่านการผ่าตัดหรือทำศัลยกรรม
ลักษณะของพังผืดที่พบได้บ่อย ได้แก่
- พังผืดมีลักษณะเป็นเส้นใยหรือแผ่นเนื้อสีขาวขุ่น
- พังผืดมีความแข็ง ตึง และยืดหยุ่นน้อยกว่าเนื้อเยื่อปกติ
- พังผืดอาจยึดติดระหว่างผิวหนัง กล้ามเนื้อ หรืออวัยวะภายใน
- พังผืดใต้ผิวหนังสามารถคลำเจอเป็นก้อนแข็งหรือผิวไม่เรียบ
- พังผืดทำให้รู้สึกดึงรั้ง เจ็บ หรือขยับร่างกายได้ไม่เต็มที่
- พังผืดบางกรณีอาจกดทับเส้นประสาทจนเกิดอาการชา หรืออ่อนแรง
- พังผืดภายในร่างกายอาจส่งผลต่อการทำงานของอวัยวะและทำให้เกิดอาการปวดเรื้อรังได้
ลักษณะของพังผืดในแต่ละคนอาจแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่เกิด ระดับการอักเสบ และการตอบสนองของร่างกาย หากปล่อยไว้โดยไม่ได้รับการดูแลพังผืดอาจหนาตัวมากขึ้นและส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน รวมถึงผลลัพธ์หลังการผ่าตัดหรือศัลยกรรมในระยะยาวได้
พังผืดเกิดจากอะไรได้บ้าง
พังผืดเป็นกระบวนการที่ร่างกายสร้างเนื้อเยื่อขึ้นมาเพื่อซ่อมแซมส่วนที่ได้รับบาดเจ็บหรือเกิดการอักเสบ โดยเฉพาะหลังการผ่าตัด ศัลยกรรม หรืออุบัติเหตุ เมื่อเนื้อเยื่อภายในเกิดความเสียหาย ร่างกายจะเร่งสร้างเส้นใยคอลลาเจนเพื่อเชื่อมและฟื้นฟูเนื้อเยื่อบริเวณนั้น แต่หากร่างกายสร้างพังผืดมากเกินไป หรือเกิดในตำแหน่งที่ไม่เหมาะสม อาจทำให้เนื้อเยื่อยึดติดกันจนเกิดอาการตึง เจ็บ หรือส่งผลต่อการทำงานของอวัยวะได้
สาเหตุของการเกิดพังผืดมีหลายปัจจัย ทั้งจากกระบวนการรักษาตัวเองของร่างกายและปัจจัยภายนอก ซึ่งแต่ละคนอาจมีความเสี่ยงในการเกิดพังผืดแตกต่างกัน โดยสาเหตุที่พบบ่อย มีดังนี้
ปฏิกิริยาต่อสิ่งแปลกปลอมภายในร่างกาย
พังผืดสามารถเกิดขึ้นได้เมื่อร่างกายตอบสนองต่อวัสดุเทียมหรือสิ่งแปลกปลอม เช่น ซิลิโคน ฟิลเลอร์ หรืออุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ใช้ในการศัลยกรรม ร่างกายจะพยายามสร้างเนื้อเยื่อมาห่อหุ้มสิ่งเหล่านี้ไว้ ซึ่งหากมีการตอบสนองมากเกินไป อาจทำให้พังผืดหนา แข็ง หรือเกิดการหดรัดจนส่งผลต่อรูปทรงและความรู้สึกของบริเวณนั้นได้
การอักเสบและความบอบช้ำของเนื้อเยื่อ
หลังการผ่าตัดหรือการบาดเจ็บ ร่างกายจะเกิดกระบวนการอักเสบเพื่อซ่อมแซมตัวเอง ซึ่งถือเป็นขั้นตอนปกติ แต่หากเนื้อเยื่อได้รับความเสียหายมาก ผ่าตัดซับซ้อน หรือใช้เวลาผ่าตัดนาน อาจกระตุ้นให้ร่างกายสร้างพังผืดมากกว่าปกติ ส่งผลให้เนื้อเยื่อเกิดการยึดเกาะกันได้ง่ายขึ้น
การเกิดเลือดคั่งหรือน้ำเหลืองสะสมใต้ผิวหนัง
หากหลังผ่าตัดมีเลือดคั่งหรือน้ำเหลืองสะสมอยู่ภายใน ร่างกายจะพยายามกำจัดของเหลวเหล่านี้ด้วยการสร้างเนื้อเยื่อพังผืดเข้ามาล้อมรอบ ส่งผลให้เกิดก้อนแข็ง ผิวไม่เรียบ หรือรู้สึกตึงบริเวณที่ผ่าตัดได้ในภายหลัง
การติดเชื้อหลังผ่าตัดหรือหัตถการ
การติดเชื้อเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นให้เกิดพังผืดเพราะเมื่อร่างกายเกิดการอักเสบอย่างต่อเนื่อง จะยิ่งเร่งกระบวนการสร้างคอลลาเจนและเนื้อเยื่อซ่อมแซมมากขึ้น ทำให้พังผืดมีลักษณะหนา แข็ง และเกิดการยึดเกาะได้รุนแรงกว่าปกติ
พันธุกรรมและการตอบสนองของร่างกายแต่ละคน
คนแต่ละคนมีการตอบสนองต่อบาดแผลแตกต่างกัน บางคนมีแนวโน้มเกิดพังผืดหรือแผลเป็นนูนคีลอยด์ได้ง่ายกว่าปกติ เนื่องจากพันธุกรรมและระบบการสร้างคอลลาเจนของร่างกาย จึงทำให้แม้เป็นการผ่าตัดเล็กหรือแผลขนาดเล็ก ก็อาจเกิดพังผืดได้มากกว่าคนทั่วไป
การดูแลตัวเองหลังผ่าตัดไม่เหมาะสม
การขยับร่างกายน้อยเกินไป การกดทับแผล การสูบบุหรี่ หรือการไม่ดูแลแผลอย่างถูกวิธี อาจเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดพังผืดได้ง่ายขึ้น เพราะส่งผลต่อการไหลเวียนเลือดและกระบวนการฟื้นฟูของร่างกาย
แม้พังผืดจะเป็นกลไกซ่อมแซมตามกระบวนการของร่างกาย แต่หากเกิดมากเกินไปก็อาจส่งผลต่อความสวยงาม การเคลื่อนไหว และการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ ได้ ดังนั้นการเลือกของแพทย์ เทคนิคการผ่าตัดที่เหมาะสม รวมถึงการดูแลตัวเองหลังผ่าตัดอย่างถูกต้อง จึงเป็นสิ่งสำคัญในการลดความเสี่ยงของการเกิดพังผืดในระยะยาว
ฉีดฟิลเลอร์เสี่ยงทำให้เกิดพังผืดจริงหรือไม่
การฉีดฟิลเลอร์สามารถกระตุ้นให้เกิดพังผืดได้ในบางกรณี แต่ไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน และไม่ได้หมายความว่าการฉีดฟิลเลอร์จะอันตรายเสมอไป โดยปกติแล้วหลังฉีดฟิลเลอร์ ร่างกายจะมีกระบวนการตอบสนองตามกระบวนการเพื่อปรับตัวกับสารที่ถูกฉีดเข้าไปใต้ผิวหนัง ซึ่งอาจมีการสร้างเนื้อเยื่อคอลลาเจนหรือพังผืดบาง ๆ ขึ้นมาห่อหุ้มบริเวณนั้นได้
ในกรณีทั่วไปพังผืดที่เกิดหลังฉีดฟิลเลอร์มักมีขนาดเล็กและไม่ส่งผลอันตราย แต่หากเกิดการอักเสบ การติดเชื้อ การฉีดผิดชั้นผิว หรือใช้ฟิลเลอร์ที่ไม่ได้มาตรฐาน อาจทำให้ร่างกายตอบสนองรุนแรงจนเกิดพังผืดที่หนา แข็ง หรือจับตัวเป็นก้อนใต้ผิวหนังได้ ซึ่งอาจส่งผลให้ผิวไม่เรียบ รูปหน้าเปลี่ยน หรือเกิดอาการตึงและเจ็บบริเวณที่ฉีด
สาเหตุที่ทำให้พังผืดหลังฉีดฟิลเลอร์เกิดขึ้นได้ง่าย
- การใช้ฟิลเลอร์ปลอมหรือไม่ได้มาตรฐาน
- การฉีดฟิลเลอร์ในปริมาณมากเกินไป
- การฉีดฟิลเลอร์ซ้ำบริเวณเดิมบ่อยเกินไป
- เทคนิคการฉีดไม่ถูกต้อง หรือฉีดผิดชั้นผิว
- เกิดการอักเสบหรือติดเชื้อหลังฉีด
- ร่างกายตอบสนองต่อสารเติมเต็มมากกว่าปกติ
ลักษณะของพังผืดจากฟิลเลอร์ มักสังเกตได้จากการคลำเจอก้อนแข็งใต้ผิว ผิวเป็นคลื่น ไม่เรียบ รู้สึกตึง หรือบางรายอาจมีอาการปวดเมื่อกดบริเวณที่ฉีด หากปล่อยไว้นานโดยไม่ได้รับการรักษา อาจทำให้ฟิลเลอร์เคลื่อนผิดรูป หรือเกิดการยึดเกาะของเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังได้
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันการฉีดฟิลเลอร์ด้วยฟิลเลอร์แท้และทำโดยแพทย์ จะช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดพังผืดได้อย่างมาก รวมถึงควรเลือกใช้ฟิลเลอร์ที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน และหลีกเลี่ยงการฉีดซ้ำถี่เกินความจำเป็น เพื่อให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติและลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนในระยะยาว
ดังนั้น แม้การฉีดฟิลเลอร์จะมีโอกาสเกิดพังผืดได้ แต่หากเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัย และดูแลหลังทำอย่างเหมาะสม ก็สามารถลดความเสี่ยงของการเกิดพังผืดและภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ศัลยกรรมอะไรบ้างที่เสี่ยงทำให้เกิดพังผืด
พังผืดเป็นหนึ่งในกระบวนการซ่อมแซมตามธรรมชาติของร่างกายที่สามารถเกิดขึ้นได้หลังการผ่าตัดหรือทำศัลยกรรม โดยเฉพาะศัลยกรรมที่มีการเลาะแยกชั้นเนื้อเยื่อ การสร้างโพรงใต้ผิวหนัง หรือมีการใส่วัสดุแปลกปลอมเข้าไปภายในร่างกาย เพราะเมื่อเนื้อเยื่อได้รับบาดเจ็บ ร่างกายจะเร่งสร้างเส้นใยคอลลาเจนเพื่อฟื้นฟูบริเวณนั้น ซึ่งหากเกิดมากเกินไป อาจทำให้เกิดพังผืดที่หนา แข็ง และยึดเกาะกับเนื้อเยื่อจนส่งผลต่อรูปร่าง ความยืดหยุ่น และการเคลื่อนไหวได้
แม้พังผืดจะเกิดขึ้นได้กับการผ่าตัดหลายประเภท แต่มีศัลยกรรมบางชนิดที่พบความเสี่ยงในการเกิดพังผืดได้บ่อยกว่าปกติ ได้แก่
โปรแกรมเสริมหน้าอกทำให้เกิดพังผืด
การเสริมหน้าอกถือเป็นศัลยกรรมที่พบปัญหาพังผืดได้บ่อยที่สุด เพราะหลังใส่ซิลิโคน ร่างกายจะสร้างเนื้อเยื่อขึ้นมาห่อหุ้มรอบซิลิโคนตามธรรมชาติ เรียกว่า “แคปซูลพังผืด” หากพังผืดเกิดการหดรัดตัวมากเกินไป อาจทำให้หน้าอกแข็ง เจ็บ รูปทรงผิดธรรมชาติ หรือเกิดภาวะหน้าอกผิดรูปได้
โปรแกรมเสริมจมูกด้วยซิลิโคนทำให้เกิดพังผืด
หลังเสริมจมูก ร่างกายจะสร้างพังผืดขึ้นรอบแกนซิลิโคนเพื่อยึดให้อยู่กับที่ แต่หากพังผืดหนาตัวหรือรัดแกนมากเกินไป อาจทำให้จมูกดูแข็ง สั้น ปลายเชิด หรือเห็นขอบซิลิโคนชัดเจน ซึ่งมักเรียกว่า “จมูกรัดแกน”
โปรแกรมดูดไขมันทำให้เกิดพังผืด
การดูดไขมันทำให้เกิดช่องว่างและการบาดเจ็บใต้ชั้นผิวหนัง ร่างกายจึงสร้างพังผืดขึ้นมาเพื่อซ่อมแซมและยึดเนื้อเยื่อกลับเข้าที่ หากพังผืดเกิดไม่สม่ำเสมอ อาจทำให้ผิวเป็นคลื่น ผิวแข็งไม่เรียบ หรือรู้สึกตึงใต้ผิวหนังได้
โปรแกรมผ่าตัดไขมันหน้าท้องทำให้เกิดพังผืด
ศัลยกรรมหน้าท้องหรือการตัดหนังหน้าท้อง มีการเลาะชั้นผิวหนังและเนื้อเยื่อค่อนข้างกว้าง จึงมีโอกาสเกิดพังผืดระหว่างผิวหนังและกล้ามเนื้อได้ หากพังผืดเกิดมากเกินไป อาจทำให้รู้สึกตึงรั้ง ผิวไม่เรียบ หรือเคลื่อนไหวไม่สบายตัว
โปรแกรมยกกระชับใบหน้า (Facelift) ทำให้เกิดพังผืด
การผ่าตัดดึงหน้าและยกกระชับ มีการเลาะชั้นผิวและกล้ามเนื้อหลายจุด ซึ่งอาจกระตุ้นให้เกิดพังผืดใต้ผิวหนังได้ หากพังผืดเกิดไม่สมดุล อาจส่งผลต่อความเรียบเนียนและความเป็นธรรมชาติของใบหน้า
โปรแกรมศัลยกรรมแก้ไขซ้ำหลายครั้งทำให้เกิดพังผืด
ผู้ที่เคยผ่าตัดหรือแก้ศัลยกรรมซ้ำหลายรอบ มีความเสี่ยงเกิดพังผืดสูงกว่าปกติ เพราะเนื้อเยื่อเดิมผ่านการอักเสบและซ่อมแซมมาแล้วหลายครั้ง ทำให้ร่างกายสร้างพังผืดสะสมได้ง่ายขึ้น
โปรแกรมผ่าตัดหรือหัตถการที่ใช้วัสดุเทียมทำให้เกิดพังผืด
ไม่ว่าจะเป็นซิลิโคน วัสดุเสริม หรืออุปกรณ์ทางการแพทย์ต่าง ๆ ล้วนสามารถกระตุ้นให้ร่างกายสร้างพังผืดขึ้นมาห่อหุ้มสิ่งแปลกปลอมได้ หากร่างกายตอบสนองมากเกินไป อาจเกิดการแข็งตัวหรือยึดเกาะผิดปกติของเนื้อเยื่อได้เช่นกัน
ถึงแม้พังผืดจะเป็นกระบวนการฟื้นฟูตามธรรมชาติของร่างกาย แต่หากเกิดมากเกินไปก็อาจส่งผลต่อทั้งความสวยงามและสุขภาพในระยะยาวได้ ดังนั้นการเลือกศัลยแพทย์ที่มีประสบการณ์ เทคนิคการผ่าตัดที่ลดการบอบช้ำของเนื้อเยื่อ รวมถึงการดูแลตัวเองหลังศัลยกรรมอย่างถูกต้อง จะช่วยลดโอกาสการเกิดพังผืดและช่วยให้ผลลัพธ์หลังทำดูสวยงามเป็นธรรมชาติมากขึ้น
เกิดพังผืดได้ที่บริเวณไหนบ้าง
พังผืดสามารถเกิดได้แทบทุกส่วนของร่างกาย ทั้งภายนอกและภายใน โดยเฉพาะบริเวณที่มีการอักเสบ บาดเจ็บ ผ่าตัด หรือใช้งานซ้ำ ๆ จนร่างกายสร้างเนื้อเยื่อมายึดรั้งมากเกินไป
บริเวณที่พบพังผืดได้บ่อย
- ใบหน้า หลังร้อยไหม ฟิลเลอร์ ศัลยกรรม หรือสิวอักเสบ
- คอ บ่า ไหล่ จากออฟฟิศซินโดรมและกล้ามเนื้อตึงเรื้อรัง
- ข้อไหล่ ทำให้เกิดภาวะไหล่ติด
- หลัง เอว สะโพก จากการยกของหนักหรือใช้งานกล้ามเนื้อซ้ำ
- แขน มือ ข้อมือ เช่น นิ้วล็อก หรือพังผืดกดเส้นเอ็น
- รอบเส้นประสาท ทำให้ปวด ชา หรือปวดร้าว
- ฝ่าเท้าพังผืดใต้ฝ่าเท้าอักเสบ
- หน้าท้องและลำไส้ พบได้หลังผ่าตัดช่องท้อง
- มดลูกและอุ้งเชิงกราน ส่งผลต่อประจำเดือนและการมีบุตร
- ปอด ทำให้เนื้อปอดแข็งและหายใจเหนื่อย
- แผลผ่าตัดทุกชนิด สามารถเกิดพังผืดยึดรั้งใต้แผลได้
พังผืดคือ เนื้อเยื่อที่ร่างกายสร้างขึ้นเพื่อซ่อมแซมตัวเอง แต่หากเกิดมากเกินไป จะทำให้เนื้อเยื่อติดกัน เกิดอาการตึง ปวด แข็ง หรือเคลื่อนไหวได้ไม่ปกติ โดยบางกรณีอาจส่งผลต่อการทำงานของอวัยวะภายในได้ด้วย
อาการและผลกระทบของพังผืดต่อร่างกาย
พังผืดเป็นเนื้อเยื่อที่ร่างกายสร้างขึ้นเพื่อซ่อมแซมตัวเองหลังการอักเสบ การบาดเจ็บ หรือการผ่าตัด ซึ่งโดยปกติถือเป็นกระบวนการฟื้นฟูตามธรรมชาติ แต่หากร่างกายสร้างพังผืดมากเกินไป หรือเกิดการยึดรั้งผิดตำแหน่ง ก็อาจส่งผลกระทบต่อทั้งรูปลักษณ์ การเคลื่อนไหว และการใช้ชีวิตประจำวันได้
โดยเฉพาะในด้านศัลยกรรมและหัตถการความงามพังผืดถือเป็นหนึ่งในภาวะแทรกซ้อนที่พบได้ และอาจส่งผลต่อผลลัพธ์หลังทำได้อย่างชัดเจน
อาการของพังผืดที่พบได้บ่อย
อาการของพังผืดขึ้นอยู่กับตำแหน่งและความรุนแรง แต่ส่วนใหญ่มักเริ่มจากความรู้สึก “ตึง แข็ง ดึงรั้ง” ก่อนจะพัฒนาเป็นปัญหาที่ชัดเจนมากขึ้น
1.พังผืดทำให้รูปทรงผิดรูป
หนึ่งในผลกระทบที่พบได้บ่อย คือพังผืดดึงรั้งเนื้อเยื่อหรือรัดรอบวัสดุเสริมที่อยู่ในร่างกาย เช่น ซิลิโคน ฟิลเลอร์ หรือเนื้อเยื่อหลังศัลยกรรม
ผลที่เกิดขึ้น เช่น
- รูปทรงบิดเบี้ยว
- อวัยวะผิดรูป
- ผิวถูกดึงรั้ง
- ความนิ่มตามธรรมชาติลดลง
ตัวอย่างที่พบได้บ่อยคือพังผืดหลังเสริมหน้าอก ซึ่งอาจทำให้หน้าอกแข็ง ผิดรูป
2.ผิวไม่เรียบจากพังผืดใต้ผิวหนัง
เมื่อพังผืดเกิดขึ้นใต้ผิวหนังอย่างไม่สม่ำเสมอ จะทำให้ผิวเกิดการยึดติดและดึงรั้ง
อาการที่พบได้ เช่น
- ผิวเป็นคลื่น
- ผิวบุ๋ม
- คลำเจอก้อนแข็ง
- ผิวไม่เรียบเนียน
พังผืดลักษณะนี้พบได้ทั้งหลังดูดไขมัน ร้อยไหม หรือหลังการอักเสบของผิวหนังและสิว
3.พังผืดทำให้เกิดความไม่สมมาตร
พังผืดสามารถเกิดขึ้นไม่เท่ากันทั้งสองด้านของร่างกาย ทำให้เกิดความไม่สมดุล เช่น
- หน้าอกสองข้างไม่เท่ากัน
- รูปหน้าดูเบี้ยว
- ผิวตึงไม่เท่ากัน
- กล้ามเนื้อทำงานไม่สมดุล
ในบางกรณี แม้ทำศัลยกรรมพร้อมกันทั้งสองข้าง แต่การเกิดพังผืดที่ต่างกันก็อาจทำให้ผลลัพธ์สุดท้ายต่างกันอย่างชัดเจน
4.อาการเจ็บ ตึง และดึงรั้งจากพังผืด
เมื่อพังผืดหนาตัวขึ้น จะเกิดแรงดึงต่อเนื้อเยื่อรอบข้าง ทำให้รู้สึกไม่สบายตัว โดยเฉพาะเวลาขยับร่างกาย
อาการที่พบได้บ่อย ได้แก่
- ปวดตึง
- เจ็บเมื่อขยับ
- รู้สึกแข็งใต้ผิว
- เจ็บเวลาสัมผัส
- รู้สึกเหมือนมีอะไรรัดอยู่ภายใน
อาการเหล่านี้อาจเกิดได้ทั้งบริเวณแผลผ่าตัด กล้ามเนื้อ หรือบริเวณที่เคยอักเสบเรื้อรัง
5.พังผืดกดเส้นประสาท ทำให้ชาและปวดร้าว
ในบางกรณีพังผืดอาจไปกดทับเส้นประสาทใกล้เคียง ส่งผลต่อระบบประสาทรับความรู้สึก
อาการที่อาจเกิดขึ้น เช่น
- ชาบริเวณผิวหนัง
- ปวดร้าว
- เสียวแปลบ
- เหมือนไฟช็อต
- กล้ามเนื้ออ่อนแรง
หากพังผืดกดเส้นประสาทเป็นเวลานาน อาจส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันได้
6.พังผืดทำให้เคลื่อนไหวลำบาก
พังผืดที่ยึดติดแน่นระหว่างชั้นผิว กล้ามเนื้อ หรืออวัยวะภายใน อาจจำกัดการเคลื่อนไหวของร่างกาย
ตัวอย่างเช่น
- ยืดตัวได้ไม่สุด
- ก้มตัวแล้วตึงฃ
- ขยับแขนลำบาก
- ข้อติด
- เคลื่อนไหวไม่คล่องตัว
โดยเฉพาะหลังผ่าตัดใหญ่ เช่น ผ่าตัดหน้าท้อง ดูดไขมัน หรือศัลยกรรมที่มีการเลาะเนื้อเยื่อจำนวนมาก
พังผืดส่งผลต่อทั้งความสวยงามและสุขภาพ
แม้พังผืดจะเป็นกระบวนการซ่อมแซมตามธรรมชาติของร่างกาย แต่หากเกิดมากเกินไป ก็อาจกลายเป็นปัญหาทั้งด้านความงามและสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็น
- รูปร่างผิดรูป
- ผิวไม่เรียบ
- ปวดเรื้อรัง
- เคลื่อนไหวติดขัด
- สูญเสียความมั่นใจ
ดังนั้น การดูแลหลังผ่าตัด การรักษาการอักเสบอย่างถูกต้อง และการติดตามอาการตั้งแต่ระยะแรก จึงเป็นสิ่งสำคัญในการลดความเสี่ยงของการเกิดพังผืดในระยะยาว
พังผืดอันตรายหรือไม่
พังผืดเป็นเนื้อเยื่อที่ร่างกายสร้างขึ้นเพื่อซ่อมแซมส่วนที่บาดเจ็บ อักเสบ หรือหลังการผ่าตัด ซึ่งโดยปกติแล้ว “พังผืด” ไม่ใช่สิ่งอันตราย เพราะเป็นหนึ่งในกลไกการฟื้นฟูของร่างกาย แต่หากร่างกายสร้างพังผืดมากเกินไป หรือเกิดการยึดรั้งผิดตำแหน่ง ก็อาจส่งผลกระทบต่อทั้งสุขภาพ การเคลื่อนไหว และรูปลักษณ์ภายนอกได้
หลายคนอาจเริ่มจากอาการเล็ก ๆ เช่น ปวดตึง รู้สึกแข็งใต้ผิว หรือขยับร่างกายได้ไม่สุด แต่หากปล่อยไว้นานพังผืดอาจพัฒนาเป็นปัญหาเรื้อรังที่รบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน
พังผืดอันตรายในกรณีไหน
1.พังผืดทำให้ปวดเรื้อรัง
เมื่อพังผืดยึดรั้งกล้ามเนื้อ เส้นเอ็น หรือเนื้อเยื่อรอบข้าง จะทำให้เกิดอาการปวด ตึง และเจ็บเวลาเคลื่อนไหว
อาการที่พบได้บ่อย เช่น
- ปวดคอ บ่า ไหล่
- ปวดหลัง
- ปวดบริเวณแผลผ่าตัด
- ปวดเวลาเหยียดหรือขยับร่างกาย
หากพังผืดหนาตัวขึ้นเรื่อย ๆ อาการอาจกลายเป็นปวดเรื้อรังได้
2.พังผืดกดทับเส้นประสาท
ในบางกรณีพังผืดอาจไปกดทับเส้นประสาท ทำให้เกิดอาการผิดปกติทางระบบประสาท เช่น
- ชา
- ปวดร้าว
- เสียวแปลบ
- กล้ามเนื้ออ่อนแรง
หากปล่อยไว้นาน อาจกระทบต่อการใช้งานของกล้ามเนื้อและคุณภาพชีวิต
3.พังผืดทำให้เคลื่อนไหวลำบาก
พังผืดที่เกิดตามข้อหรือกล้ามเนื้อ อาจทำให้เนื้อเยื่อติดกันจนเคลื่อนไหวได้ไม่เต็มที่
ตัวอย่างเช่น
- ไหล่ติด
- ก้มตัวลำบาก
- ยืดแขนไม่สุด
- รู้สึกตึงเวลาขยับตัว
โดยเฉพาะหลังผ่าตัดหรืออุบัติเหตุ หากไม่ได้ฟื้นฟูร่างกายอย่างเหมาะสม
4.พังผืดทำให้รูปร่างและผิวผิดรูป
ในด้านศัลยกรรมและความงามพังผืดอาจทำให้เกิดปัญหา เช่น
- หน้าอกแข็งหลังเสริม
- ผิวเป็นคลื่นหลังดูดไขมัน
- รูปหน้าไม่สมดุล
- คลำเจอก้อนแข็งใต้ผิว
แม้จะไม่อันตรายถึงชีวิต แต่ส่งผลต่อความมั่นใจและผลลัพธ์ด้านความสวยงามอย่างชัดเจน
5.พังผืดในช่องท้องอาจรุนแรงได้
พังผืดภายในช่องท้องถือเป็นภาวะที่ต้องระวัง เพราะอาจทำให้ลำไส้ยึดติดกันจนเกิด “ลำไส้อุดตัน”
อาการที่อาจพบ ได้แก่
- ปวดท้องรุนแรง
- ท้องอืด
- อาเจียนถ่ายไม่ออก
กรณีนี้อาจจำเป็นต้องได้รับการรักษาหรือผ่าตัด
พังผืดทุกชนิดต้องรักษาหรือไม่
ไม่ใช่ทุกกรณีที่พังผืดต้องรักษา เพราะบางคนมีพังผืดเล็กน้อยโดยไม่มีอาการ แต่หากเริ่มมีอาการต่อไปนี้ ควรพบแพทย์
- ปวดเรื้อรัง
- ขยับร่างกายลำบาก
- รู้สึกตึงหรือแข็งผิดปกติ
- รูปร่างผิดรูป
- ชา หรือปวดร้าว
การรักษาพังผืดอาจใช้ทั้งกายภาพบำบัด การนวดคลายพังผืดเลเซอร์ คลื่นวิทยุ หรือในบางกรณีอาจต้องผ่าตัดแก้ไข
พังผืดสามารถหายเองได้หรือไม่
พังผืดบางชนิดสามารถดีขึ้นได้เอง หากเป็นในระยะเริ่มต้นและไม่รุนแรง โดยเฉพาะพังผืดที่เกิดจากการอักเสบเล็กน้อยหรือกล้ามเนื้อตึงชั่วคราว เมื่อร่างกายฟื้นตัว อาการตึงและเจ็บอาจค่อย ๆ ลดลงได้
แต่ในหลายกรณีพังผืดมักไม่หายเองทั้งหมด เพราะเนื้อเยื่อที่ยึดติดกันแล้วอาจแข็งและหนาตัวขึ้นเรื่อย ๆ หากปล่อยไว้นาน อาจทำให้เกิดอาการปวด ตึง เคลื่อนไหวลำบาก หรือกดทับเส้นประสาทได้
ดังนั้น หากมีอาการเรื้อรัง เช่น ปวดตึง เป็นก้อน แข็ง หรือขยับร่างกายได้ไม่สุด ควรได้รับการดูแล เช่น กายภาพบำบัด การยืดกล้ามเนื้อ หรือรักษาโดยแพทย์ เพื่อช่วยคลายพังผืดและลดโอกาสเกิดปัญหาระยะยาว
พังผืดกับแผลเป็นต่างกันอย่างไร
แม้พังผืดและ แผลเป็น จะเกิดจากกระบวนการซ่อมแซมของร่างกายเหมือนกัน แต่ทั้งสองอย่างแตกต่างกันในตำแหน่งและลักษณะการเกิด
- แผลเป็น คือ รอยที่เกิดบนผิวหนังหลังแผลหาย มองเห็นได้จากภายนอก เช่น รอยนูน รอยดำ หรือรอยบุ๋ม
- พังผืด คือ เนื้อเยื่อที่เกิดอยู่ “ใต้ผิวหนัง” หรือภายในร่างกาย ทำหน้าที่ยึดรั้งเนื้อเยื่อ อวัยวะ หรือกล้ามเนื้อเข้าด้วยกัน
แผลเป็นมักเห็นได้ด้วยตา แต่พังผืดมักอยู่ลึกลงไปและอาจทำให้เกิดอาการตึง ปวด แข็ง หรือเคลื่อนไหวติดขัดได้
ในบางกรณี คนที่มีแผลเป็นก็อาจมีพังผืดเกิดร่วมด้วย โดยเฉพาะหลังผ่าตัดหรือการอักเสบรุนแรง
วิธีดูแลตัวเองเพื่อลดพังผืด
พังผืดเป็นกระบวนการซ่อมแซมตามธรรมชาติของร่างกายหลังการผ่าตัด การอักเสบ หรือการบาดเจ็บ แต่หากร่างกายสร้างพังผืดมากเกินไป อาจทำให้เกิดอาการปวด ตึง แข็ง หรือส่งผลต่อรูปร่างและการเคลื่อนไหวได้
ปัจจุบันมีหลายวิธีที่ช่วยลดการเกิดพังผืดและช่วยให้เนื้อเยื่อฟื้นตัวได้ดีขึ้น โดยแนวทางการดูแลจะขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการและตำแหน่งที่เกิดพังผืด
1.การนวดคลายพังผืด
การนวดเป็นวิธีพื้นฐานที่ช่วยลดพังผืดได้ดี โดยเฉพาะหลังการเสริมหน้าอก ดูดไขมัน หรือศัลยกรรมที่มีการเลาะเนื้อเยื่อ
การนวดอย่างถูกวิธีและสม่ำเสมอ จะช่วย
- ลดการยึดรั้งของเนื้อเยื่อ
- เพิ่มความยืดหยุ่นของผิวและกล้ามเนื้อ
- ช่วยให้พังผืดนิ่มลง
- ลดโอกาสเกิดพังผืดหดรัด
นอกจากนี้ยังช่วยให้เส้นใยคอลลาเจนเรียงตัวดีขึ้น ทำให้ผลลัพธ์หลังผ่าตัดดูละมุนมากขึ้น
2.การใช้ยาเพื่อลดพังผืด
ในบางกรณี แพทย์อาจพิจารณาใช้ยาเพื่อลดการอักเสบและควบคุมการเกิดพังผืดโดยเฉพาะในระยะเริ่มต้น
ยาที่ใช้ อาจช่วย
- ลดการอักเสบของเนื้อเยื่อ
- ชะลอการสร้างพังผืด
- ลดความรุนแรงของอาการตึงรัด
ตัวอย่างเช่น ยากลุ่มที่ใช้ในภาวะพังผืดรัดซิลิโคนหน้าอก ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้ประเมินความเหมาะสมเป็นรายบุคคล
3.การใช้เครื่องมือทางการแพทย์รักษาพังผืด
ปัจจุบันมีเทคโนโลยีหลายชนิดที่ช่วยดูแลพังผืดโดยเฉพาะพังผืดใต้ผิวหนังหรือพังผืดที่ทำให้เกิดอาการปวดตึง
ตัวอย่างเทคโนโลยีที่นิยมใช้ ได้แก่
- Ultrasound Therapy
- Radiofrequency (RF)
วิธีเหล่านี้ช่วย
- เพิ่มความยืดหยุ่นของเนื้อเยื่อ
- ลดอาการตึงแข็ง
- กระตุ้นการฟื้นตัวของผิวและกล้ามเนื้อ
- ช่วยให้พังผืดคลายตัวดีขึ้น
4.การผ่าตัดแก้พังผืด
หากพังผืดมีความรุนแรงมาก จนทำให้เกิดอาการปวดเรื้อรัง หรือส่งผลต่อการทำงานของร่างกาย แพทย์อาจพิจารณาการผ่าตัดแก้ไข
โดยเฉพาะกรณี
- พังผืดในช่องท้อง
- พังผืดรัดซิลิโคน
- พังผืดยึดติดรุนแรง
ปัจจุบันมักใช้วิธีผ่าตัดส่องกล้อง ซึ่งแผลมีขนาดเล็กและฟื้นตัวได้เร็วกว่า อย่างไรก็ตาม การผ่าตัดก็อาจกระตุ้นให้เกิดพังผืดใหม่ได้ จึงมักเป็นทางเลือกสุดท้ายเมื่อจำเป็นจริง ๆ
วิธีป้องกันไม่ให้เกิดพังผืด
- ดูแลแผลหลังผ่าตัดอย่างถูกต้อง
- หลีกเลี่ยงการอักเสบและการติดเชื้อ
- ขยับร่างกายตามคำแนะนำแพทย์ ไม่อยู่นิ่งนานเกินไป
- ยืดกล้ามเนื้อสม่ำเสมอ เพื่อลดการยึดรั้งของเนื้อเยื่อ
- หลีกเลี่ยงการใช้งานกล้ามเนื้อหนักเกินไป
- ไม่นวดหรือกดบริเวณแผลแรงเกินไป
- เข้ารับการนวดคลายพังผืดอย่างถูกวิธี หากแพทย์แนะนำ
- ดูแลสุขภาพผิวและลดการเกิดสิวอักเสบเรื้อรัง
- เลือกคลินิกหรือสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน
- เข้าติดตามอาการหลังผ่าตัดหรือหลังทำหัตถการอย่างสม่ำเสมอ
สรุปทุกเรื่องเกี่ยวกับพังผืด
พังผืดคือ เนื้อเยื่อที่ร่างกายสร้างขึ้นเพื่อซ่อมแซมส่วนที่บาดเจ็บ อักเสบ หรือหลังการผ่าตัด ซึ่งสามารถเกิดได้ทั่วร่างกาย ทั้งผิวหนัง กล้ามเนื้อ ข้อ เส้นประสาท และอวัยวะภายใน หากเกิดมากเกินไป อาจทำให้เกิดอาการปวด ตึง แข็ง หรือเคลื่อนไหวได้ไม่ปกติ บางกรณีอาจส่งผลต่อรูปร่าง ความสวยงาม และการใช้ชีวิตประจำวันได้ การดูแลแผลอย่างถูกต้อง ขยับร่างกายสม่ำเสมอ และรักษาการอักเสบตั้งแต่ระยะแรก จะช่วยลดโอกาสเกิดพังผืดและลดปัญหาระยะยาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
* เงื่อนไขตามบริษัทฯ กำหนด
แนะนำให้สอบถามกับเจ้าหน้าที่ก่อนเข้ารับบริการ
เพื่อความชัวร์และได้สิทธิ์ที่คุ้มที่สุดค่ะ