วิธีลดแก้ม ลดเหนียง ให้หน้าเล็กลงแบบเร่งด่วน เปลี่ยนหน้ากลมเป็นหน้าเรียว
เขียนโดย: ทีมผู้เชี่ยวชาญ ROMRAWIN CLINIC
วิธีลดแก้ม
- วิธีลดแก้ม ลดเหนียง ให้เล็กลง มีอะไรบ้าง รูปหน้าเรียวสวย
- แก้มใหญ่ เหนียงเกิดจากอะไร
- แก้มใหญ่ vs เหนียง ต่างกันอย่างไร
- แนะนำวิธีลดแก้มลดเหนียงด้วยตัวเอง
- 1.วิธีลดแก้มลดเหนียงด้วยการควบคุมอาหาร
- 2.วิธีลดแก้มลดเหนียงด้วยการลดอาหารเค็ม
- 3.วิธีลดแก้มลดเหนียงด้วยการดื่มน้ำให้เพียงพอ
- 4.วิธีลดแก้มลดเหนียงด้วยการออกกำลังกาย
- 5.วิธีลดแก้มลดเหนียงด้วยการบริหารกล้ามเนื้อใบหน้า
- 6.วิธีลดแก้มลดเหนียงด้วยการนวดหน้า
- 7.วิธีลดแก้มลดเหนียงด้วยการปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน
- 8.วิธีลดแก้มลดเหนียงด้วยการควบคุมน้ำหนักให้คงที่
- วิธีลดแก้มลดเหนียงด้วยท่าบริหารหน้า
- 1.วิธีลดแก้มลดเหนียงด้วยท่า อา-อี-อู
- 2.วิธีลดแก้มลดเหนียงด้วยท่าพองแก้มสลับข้าง
- 3.วิธีลดแก้มลดเหนียงด้วยท่ายิ้มต้านแรง
- 4.วิธีลดแก้มลดเหนียงด้วยท่าเงยหน้าจูบเพดาน
- 5.วิธีลดแก้มลดเหนียงด้วยท่าแลบลิ้นแตะปลายคาง
- 6.วิธีลดแก้มด้วยท่ากดลิ้นกับเพดาน
- 7.วิธีลดแก้มลดเหนียงด้วยท่ายกคางต้านแรง
- วิธีลดแก้ม ลดเหนียงด้วยหัตถการ
- 1.วิธีลดแก้มลดเหนียงด้วยโบท็อกซ์
- 2.วิธีลดแก้มลดเหนียงด้วยเมโสแฟต
- 3.วิธีลดแก้มลดเหนียงด้วยเลเซอร์ยกกระชับ
- 4.วิธีลดแก้มลดเหนียงด้วยฟิลเลอร์
- 5.วิธีลดแก้มลดเหนียงด้วยร้อยไหมยกกระชับ
- วิธีเลือกวิธีลดแก้มให้เหมาะกับตัวเอง
- พฤติกรรมที่ทำให้แก้มใหญ่ เหนียงเพิ่ม
- วิธีป้องกันไม่ให้แก้มและเหนียงกลับมา
- คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับวิธีลดแก้มลดเหนียง (FAQ)
- 1.วิธีลดแก้มสามารถลดไขมันเฉพาะจุดได้ไหม
- 2.ทำไมทำวิธีลดแก้มแล้ว แต่แก้มยังไม่ลด
- 3.ทำวิธีลดแก้มแล้วแก้มใหญ่อีกไหม
- สรุป วิธีลดแก้ม ลดเหนียง ให้เห็นผล
วิธีลดแก้ม ลดเหนียง ให้เล็กลง มีอะไรบ้าง รูปหน้าเรียวสวย
แก้มใหญ่ หน้ากลม หรือมีเหนียงใต้คาง เป็นปัญหาที่หลายคนกังวล เพราะส่งผลต่อความมั่นใจและทำให้ใบหน้าดูอวบ ไม่เรียว หรือดูมีอายุมากกว่าความเป็นจริง แม้ว่าบางคนจะไม่ได้มีน้ำหนักเกิน แต่ก็ยังประสบปัญหาแก้มเยอะหรือเหนียงชัดได้ เนื่องจากสาเหตุไม่ได้มาจากไขมันเพียงอย่างเดียว แต่อาจเกี่ยวข้องกับกล้ามเนื้อใบหน้า โครงสร้างใบหน้า หรือผิวหย่อนคล้อยด้วย
ในปัจจุบัน มีทั้งวิธีลดแก้มลดเหนียงด้วยตัวเอง และ วิธีลดแก้มลดเหนียงด้วยหัตถการ ที่ช่วยให้เห็นผลได้ชัดเจนขึ้น แต่การจะเลือกวิธีลดแก้มลดเหนียงให้ได้ผล ควรต้องเข้าใจสาเหตุของปัญหา และเลือกแนวทางให้เหมาะกับตัวเอง
บทความนี้ได้รวบรวมทุกเรื่องที่ควรรู้เกี่ยวกับวิธีลดแก้มลดเหนียง ตั้งแต่สาเหตุเกิดจากอะไร ไปจนถึงวิธีลดแก้มลดเหนียงมีอะไรบ้าง เพื่อให้สามารถวางแผนดูแลรูปหน้าได้อย่างเหมาะสมและเห็นผลในระยะยาว
แก้มใหญ่ เหนียงเกิดจากอะไร
ปัญหาแก้มใหญ่ หน้ากลม หรือมีเหนียงใต้คาง ส่งผลให้ใบหน้าดูอวบ ไม่เรียว และอาจทำให้ดูมีอายุมากขึ้น ซึ่งสาเหตุเกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน การทำความเข้าใจสาเหตุอย่างละเอียด จะช่วยให้สามารถเลือกวิธีลดแก้มลดเหนียงได้เหมาะสม และเห็นผลลัพธ์ได้ชัดเจนมากขึ้น โดยสาเหตุของปัญหาแก้มใหญ่และมีเหนียง ได้แก่
1.แก้มใหญ่ เหนียง เกิดจากไขมันสะสมบนใบหน้า
สาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุดของแก้มใหญ่และเหนียง คือ ไขมันสะสมบริเวณใบหน้าและใต้คาง เมื่อร่างกายได้รับพลังงานมากเกินความต้องการ เช่น การรับประทานอาหารไขมันสูงหรือน้ำตาลสูง ไขมันจะถูกสะสมในส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย รวมถึงใบหน้าด้วย
ลักษณะที่พบได้ เช่น แก้มป่อง ดูอิ่ม หน้าดูกลม ไม่มีมิติ มีไขมันสะสมใต้คางกลายเป็นเหนียง แม้น้ำหนักตัวไม่ได้มาก แต่มีไขมันสะสมเฉพาะจุดบริเวณแก้มและเหนียง ทำให้หน้าดูใหญ่กว่าปกติ ซึ่งไขมันบริเวณนี้มักลดยากกว่าการลดน้ำหนักทั่วไป
2.แก้มใหญ่ เหนียง เกิดจากกล้ามเนื้อกรามใหญ่
อีกหนึ่งสาเหตุที่หลายคนมองข้ามคือกล้ามเนื้อกรามที่มีขนาดใหญ่ กล้ามเนื้อบริเวณนี้ใช้ในการบดเคี้ยวอาหาร หากใช้งานบ่อยหรือหนักเกินไป เช่น เคี้ยวของแข็งเป็นประจำ ชอบเคี้ยวหมากฝรั่ง กัดฟัน หรือมีพฤติกรรมขบฟัน จะทำให้กล้ามเนื้อกรามหนาขึ้น ส่งผลให้ดูหน้าเหลี่ยม แก้มดูบานออกด้านข้าง หน้าดูใหญ่ขึ้นแม้ไม่มีไขมันมาก กรณีนี้หลายคนเข้าใจผิดว่าเป็นไขมัน แต่จริง ๆ แล้วเป็นกล้ามเนื้อ จึงต้องใช้วิธีลดแก้มที่แตกต่างกัน
3.แก้มใหญ่ เหนียง เกิดจากผิวหย่อนคล้อยตามวัย
เมื่ออายุมากขึ้น โครงสร้างผิวจะเปลี่ยนไป โดยเฉพาะการลดลงของคอลลาเจนและอีลาสติน ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้ผิวมีความกระชับ เมื่อผิวเริ่มเสื่อมสภาพจะเกิดการหย่อนคล้อย โดยเฉพาะบริเวณแก้ม กรอบหน้า ใต้คาง ผลลัพธ์ที่เห็นได้ชัดคือแก้มตก ทำให้หน้าดูอวบ เกิดเหนียง แม้ไม่ได้มีไขมันเยอะ กรอบหน้าไม่ชัด ลักษณะนี้มักพบในช่วงอายุ 30 ปีขึ้นไป และจะชัดเจนมากขึ้นตามอายุที่เพิ่มขึ้น
4.แก้มใหญ่ เหนียง เกิดจากพันธุกรรม
พันธุกรรมมีบทบาทสำคัญในการกำหนดรูปหน้าและลักษณะโครงสร้างใบหน้า บางคนอาจมีลักษณะดังนี้ตั้งแต่กำเนิด เช่น มีแก้มเยอะ หน้ากลม มีแนวโน้มเกิดเหนียงง่าย แม้จะมีน้ำหนักตัวปกติหรือดูแลตัวเองดี ก็ยังมีโอกาสที่แก้มจะดูใหญ่กว่าคนอื่น นอกจากนี้ โครงสร้างกระดูก เช่น คางสั้น คางถอย กรอบหน้าไม่ชัด ก็ทำให้ใบหน้าดูไม่มีมิติ และทำให้เหนียงดูเด่นชัดมากขึ้น
5.แก้มใหญ่ เหนียง เกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต
พฤติกรรมในชีวิตประจำวันมีผลต่อการเกิดแก้มใหญ่และเหนียงอย่างมาก โดยพฤติกรรมที่ส่งผล เช่น
- กินอาหารเค็ม โซเดียมทำให้ร่างกายกักเก็บน้ำ ส่งผลให้ใบหน้าบวม ดูแก้มใหญ่ขึ้นชั่วคราว
- ดื่มน้ำน้อย ร่างกายกักเก็บน้ำมากขึ้น ทำให้หน้าดูบวมและไม่กระชับ
- นอนดึก พักผ่อนไม่เพียงพอ ระบบเผาผลาญทำงานผิดปกติ เกิดการสะสมไขมันง่ายขึ้น
- โยโย่เอฟเฟกต์ น้ำหนักขึ้นลงบ่อยทำให้ผิวขาดความยืดหยุ่น เกิดความหย่อนคล้อยและเหนียงได้ง่าย
- ก้มหน้าเล่นมือถือบ่อย ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณคอหย่อน ไขมันสะสมใต้คางง่ายขึ้น เหนียงชัดเร็วขึ้น
6.แก้มใหญ่ เหนียง เกิดจากไขมันสะสมเฉพาะจุด
บางคนแม้จะมีรูปร่างผอม แต่ยังมีแก้มใหญ่หรือเหนียง เนื่องจากมีไขมันสะสมเฉพาะจุด ซึ่งไม่ลดลงง่ายแม้ออกกำลังกาย เกิดเฉพาะบางบริเวณ เช่น แก้ม ใต้คาง สาเหตุอาจเกี่ยวข้องกับพันธุกรรม ระบบเผาผลาญ ฮอร์โมน จึงมักต้องใช้วิธีลดแก้มลดเหนียงด้วยหัตถการเข้ามาช่วย
7.แก้มใหญ่ เหนียง เกิดจากโครงสร้างใบหน้า
โครงสร้างกระดูกใบหน้ามีผลต่อภาพรวมของรูปหน้าอย่างมาก ตัวอย่างเช่น
- คนที่มีคางสั้น ทำให้เห็นเหนียงชัดขึ้น
- คนที่โหนกแก้มไม่เด่น หน้าอาจดูแบนและกลม
- คนที่กรอบหน้าไม่ชัด ทำให้แก้มดูเยอะ
แม้ไม่มีไขมันมาก แต่โครงสร้างเหล่านี้สามารถทำให้หน้าดูใหญ่หรือมีเหนียงได้
แก้มใหญ่ vs เหนียง ต่างกันอย่างไร
หลายคนมักสับสนระหว่างแก้มใหญ่กับเหนียง เพราะทั้งสองอย่างทำให้หน้าดูกลมและไม่เรียวเหมือนกัน แต่จริง ๆ แล้วเป็นคนละปัญหาที่เกิดจากคนละสาเหตุ และวิธีแก้ไขก็แตกต่างกันด้วย
ปัญหาแก้มใหญ่
- แก้มใหญ่ คือภาวะที่บริเวณแก้มดูเต็ม อิ่ม หรือบานออกด้านข้าง ทำให้ใบหน้าดูกลม หรือกว้างขึ้น
- ลักษณะเด่นของแก้มใหญ่ แก้มป่อง เห็นชัดบริเวณข้างใบหน้า หน้าดูกลม หรือไม่มีมิติ เมื่อยิ้มแก้มจะยิ่งเด่นชัด มักเกี่ยวข้องกับไขมัน หรือกล้ามเนื้อกราม
- สาเหตุหลักของแก้มใหญ่ ไขมันสะสมที่แก้ม กล้ามเนื้อกรามใหญ่ พันธุกรรมที่ทำให้โครงหน้ากลม
ปัญหาเหนียงใต้คาง
- เหนียง คือไขมันหรือผิวส่วนเกินที่สะสมอยู่ใต้คาง ทำให้เกิดชั้นเนื้อหย่อนลงมา
- ลักษณะเด่นของเหนียง มีชั้นเนื้อใต้คาง เห็นเป็นก้อนหรือเป็นชั้น มองเห็นชัดเวลาหันด้านข้าง ทำให้กรอบหน้าไม่ชัด หน้าดูหย่อน หรือมีอายุ
- สาเหตุหลักของเหนียง ไขมันสะสมใต้คาง ผิวหย่อนคล้อยตามวัย คางสั้น คางถอย พฤติกรรมก้มหน้าเป็นประจำ
แนะนำวิธีลดแก้มลดเหนียงด้วยตัวเอง
สำหรับคนที่อยากลดแก้ม ลดเหนียง โดยไม่พึ่งหัตถการ สามารถเริ่มต้นได้จากวิธีลดแก้มลดเหนียงด้วยตัวเอง ซึ่งเป็นการปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน เพื่อช่วยลดไขมัน ลดอาการบวม และช่วยให้ใบหน้าดูกระชับขึ้นอย่างดูเป็นธรรมชาติ แม้จะต้องใช้เวลา แต่ก็เป็นวิธีลดแก้มลดเหนียงที่ยั่งยืน
1.วิธีลดแก้มลดเหนียงด้วยการควบคุมอาหาร
อาหารมีผลโดยตรงต่อการสะสมไขมันบนใบหน้า หากกินเกินความต้องการ ร่างกายจะสะสมไขมันที่แก้มและใต้คางได้ง่าย แนวทางวิธีลดแก้มลดเหนียงที่ควรทำ เช่น ลดอาหารมัน ของทอด และน้ำตาล เน้นโปรตีน เช่น อกไก่ ไข่ ปลา เพิ่มผักและไฟเบอร์ช่วยให้อิ่มนาน คุมปริมาณแคลอรีต่อวัน เมื่อไขมันในร่างกายลดลง ไขมันบริเวณแก้มและเหนียงก็จะค่อย ๆ ลดลงตาม
2.วิธีลดแก้มลดเหนียงด้วยการลดอาหารเค็ม
โซเดียมเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้หน้าบวม โดยเฉพาะบริเวณแก้ม วิธีลดแก้มลดเหนียงควรหลีกเลี่ยงกินอาหารแปรรูป ของหมักดอง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ควรดื่มน้ำให้เพียงพอและเลือกกินอาหารที่มีโซเดียมน้อย เมื่อโซเดียมลดลง อาการบวมจะลดลง ทำให้หน้าดูเล็กลงทันทีในระดับหนึ่ง
3.วิธีลดแก้มลดเหนียงด้วยการดื่มน้ำให้เพียงพอ
การดื่มน้ำน้อยทำให้ร่างกายกักเก็บน้ำ ส่งผลให้หน้าและแก้มดูบวม คำแนะนำวิธีลดแก้มลดเหนียง คือ ดื่มน้ำประมาณ 1.5–2 ลิตร/วัน จิบน้ำระหว่างวัน ไม่ปล่อยให้ร่างกายขาดน้ำ เพื่อช่วยให้ระบบเผาผลาญดีขึ้น และลดอาการบวมบนใบหน้า
4.วิธีลดแก้มลดเหนียงด้วยการออกกำลังกาย
การออกกำลังกายช่วยลดไขมันทั้งร่างกาย ซึ่งรวมถึงใบหน้าด้วย แนะนำคาร์ดิโอ เช่น วิ่ง เดินเร็ว ปั่นจักรยาน อย่างน้อย 30 นาที / 3–5 วันต่อสัปดาห์ เมื่อเปอร์เซ็นต์ไขมันลดลง แก้มและเหนียงจะลดลงตามธรรมชาติ
5.วิธีลดแก้มลดเหนียงด้วยการบริหารกล้ามเนื้อใบหน้า
การออกกำลังกายใบหน้าช่วยให้กล้ามเนื้อกระชับ และลดความหย่อนคล้อย ตัวอย่างท่า เช่น อ้าปากกว้างแล้วออกเสียง “อา-อี-อู” ค้าง 5–10 วินาที เงยหน้าขึ้นแล้วดันริมฝีปากล่างขึ้นเหมือนจูบเพดาน เป่าลมพองแก้มสลับซ้าย-ขวา ควรทำวันละ 10–15 นาที ต่อเนื่อง แม้จะไม่ช่วยลดไขมันโดยตรง แต่ช่วยให้รูปหน้าดูเฟิร์มขึ้น
6.วิธีลดแก้มลดเหนียงด้วยการนวดหน้า
การนวดหน้าช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือดและน้ำเหลือง ลดอาการบวม วิธีลดแก้มลดเหนียงง่าย ๆ โดยนวดจากคางขึ้นไปกกหู นวดจากแก้มขึ้นไปขมับ ใช้ออยหรือครีมเพื่อลดแรงเสียดสี ช่วยให้หน้าดูเรียวขึ้นชั่วคราว และทำให้ผิวดูสดใสขึ้น
7.วิธีลดแก้มลดเหนียงด้วยการปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน
พฤติกรรมเล็ก ๆ ที่ทำทุกวัน มีผลต่อรูปหน้าอย่างมาก วิธีลดแก้มลดเหนียงโดยควรปรับพฤติกรรม เช่น ลดการก้มหน้าเล่นมือถือ นอนหลับให้เพียงพอ 6–8 ชั่วโมง หลีกเลี่ยงการเคี้ยวของแข็งบ่อย ๆ เคี้ยวอาหารให้สมดุลทั้งสองข้าง พฤติกรรมเหล่านี้ช่วยป้องกันไม่ให้แก้มใหญ่หรือเหนียงเพิ่มขึ้น
8.วิธีลดแก้มลดเหนียงด้วยการควบคุมน้ำหนักให้คงที่
การลดน้ำหนักที่ผิดวิธีส่งผลให้เกิดโยโย่เอฟเฟกต์หรือน้ำหนักขึ้นลงเร็ว ทำให้ผิวหย่อนคล้อยและเกิดเหนียงได้ง่าย แนวทางวิธีลดแก้มลดเหนียงที่ดี คือ ลดน้ำหนักแบบค่อยเป็นค่อยไป รักษาน้ำหนักให้อยู่ในระดับสมดุล จะช่วยให้ผิวกระชับ ลดโอกาสเกิดแก้มใหญ่และเหนียงในระยะยาว
วิธีลดแก้มลดเหนียงด้วยท่าบริหารหน้า
การบริหารกล้ามเนื้อใบหน้าเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยให้รูปหน้าดูกระชับขึ้น ลดความหย่อนคล้อย และช่วยให้แก้มกับเหนียงดูเล็กลงได้ แม้จะไม่สามารถเผาผลาญไขมันเฉพาะจุดได้โดยตรง แต่หากทำต่อเนื่อง จะช่วยให้ใบหน้าดูเฟิร์มและได้รูปมากขึ้น วิธีลดแก้มลดเหนียงด้วยท่าบริหารหน้า มีดังนี้
1.วิธีลดแก้มลดเหนียงด้วยท่า อา-อี-อู
วิธีลดแก้มลดเหนียงด้วยท่า “อา-อี-อู” ช่วยกระชับแก้มและกล้ามเนื้อรอบปาก วิธีทำคือ อ้าปากกว้าง ออกเสียง “อา” ยิ้มกว้าง ออกเสียง “อี” จูบปาก ออกเสียง “อู” ค้างแต่ละท่า 5–10 วินาที ทำซ้ำ 10–15 ครั้ง
2.วิธีลดแก้มลดเหนียงด้วยท่าพองแก้มสลับข้าง
วิธีลดแก้มลดเหนียงด้วยท่าพองแก้มสลับข้าง ช่วยลดแก้มป่องและกระชับกล้ามเนื้อแก้ม วิธีทำคือ สูดลมเข้าปากให้แก้มพอง กลั้นลมไว้ แล้วสลับดันลมไปซ้าย-ขวา ทำช้า ๆ เพื่อให้กล้ามเนื้อทำงานเต็มที่ ทำซ้ำ 10–15 ครั้ง
3.วิธีลดแก้มลดเหนียงด้วยท่ายิ้มต้านแรง
วิธีลดแก้มลดเหนียงด้วยท่ายิ้มต้านแรงช่วยยกกระชับแก้มให้ดูไม่หย่อน วิธีทำคือ ใช้นิ้วกดที่มุมปากเบา ๆ พยายามยิ้มต้านแรงนิ้ว ค้างไว้ 5–10 วินาที ทำซ้ำ 10 ครั้ง
4.วิธีลดแก้มลดเหนียงด้วยท่าเงยหน้าจูบเพดาน
วิธีลดแก้มลดเหนียงด้วยท่าเงยหน้าจูบเพดาน ช่วยลดเหนียงและกระชับใต้คาง วิธีทำคือ เงยหน้ามองเพดาน ทำปากเหมือนจูบ ดันริมฝีปากล่างขึ้นให้รู้สึกตึงที่คอ ค้างไว้ 5–10 วินาที ทำซ้ำ 10–15 ครั้ง
5.วิธีลดแก้มลดเหนียงด้วยท่าแลบลิ้นแตะปลายคาง
วิธีลดแก้มลดเหนียงด้วยท่าแลบลิ้นแตะปลายคางช่วยกระชับกล้ามเนื้อใต้คาง วิธีทำคือ เงยหน้าเล็กน้อย แลบลิ้นให้ยาวที่สุด พยายามแตะปลายคาง จะรู้สึกตึงบริเวณใต้คาง ค้างไว้ 5–10 วินาที ทำซ้ำ 10 ครั้ง
6.วิธีลดแก้มด้วยท่ากดลิ้นกับเพดาน
วิธีลดแก้มลดเหนียงด้วยท่ากดลิ้นกับเพดานช่วยลดไขมันใต้คางและกระชับกรอบหน้า วิธีทำคือ เงยหน้าขึ้น กดลิ้นแนบเพดานปากให้แน่น ค้างไว้ 5–10 วินาที ทำซ้ำ 10–15 ครั้ง
7.วิธีลดแก้มลดเหนียงด้วยท่ายกคางต้านแรง
วิธีลดแก้มด้วยท่ายกคางต้านแรงช่วยทั้งกรอบหน้าและใต้คาง วิธีทำคือ กำมือวางใต้คาง พยายามอ้าปากลงต้านแรงมือ จะรู้สึกตึงทั้งแก้มและเหนียง ค้างไว้ 5–10 วินาที ทำซ้ำ 10 ครั้ง
วิธีลดแก้ม ลดเหนียงด้วยหัตถการ
วิธีลดแก้มและเหนียงด้วยหัตถการ เป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการเห็นผลลัพธ์ชัดเจนในเวลาไม่นาน โดยเฉพาะในกรณีที่ปัญหาเกิดจากไขมันสะสม กล้ามเนื้อขนาดใหญ่ หรือผิวหย่อนคล้อย ซึ่งวิธีลดแก้มลดเหนียงด้วยตัวเองอาจไม่เห็นผล การเลือกหัตถการที่เหมาะสมจะช่วยให้ใบหน้าดูเรียว กระชับ และได้สัดส่วนมากขึ้น
1.วิธีลดแก้มลดเหนียงด้วยโบท็อกซ์
วิธีลดแก้มลดเหนียงด้วยโบท็อกซ์ เหมาะสำหรับผู้ที่มีแก้มใหญ่จากกล้ามเนื้อกราม ซึ่งมักพบในคนที่มีพฤติกรรมเคี้ยวของแข็งหรือกัดฟัน หลักการทำงานคือโบท็อกซ์จะออกฤทธิ์ยับยั้งการทำงานของกล้ามเนื้อกราม ทำให้กล้ามเนื้อคลายตัวและมีขนาดเล็กลงเมื่อเวลาผ่านไป
ผลลัพธ์ที่ได้จะหน้าเรียวลงอย่างดูเป็นธรรมชาติ ลดความเหลี่ยมของกราม รูปหน้าดูหวานและละมุนขึ้น เริ่มเห็นผลภายใน 2–4 สัปดาห์ เห็นผลเต็มที่ประมาณ 1–2 เดือน ข้อดีของวิธีลดแก้มลดเหนียงด้วยโบท็อกซ์คือ ไม่ต้องพักฟื้นนาน ใช้เวลาไม่นาน เหมาะกับคนที่ไม่ต้องการผ่าตัด ข้อจำกัดคือไม่ช่วยลดไขมัน ต้องฉีดซ้ำเพื่อคงผลลัพธ์
2.วิธีลดแก้มลดเหนียงด้วยเมโสแฟต
วิธีลดแก้มลดเหนียงด้วยเมโสแฟต เหมาะกับผู้ที่มีแก้มป่องหรือเหนียงจากไขมันสะสม โดยเฉพาะไขมันเฉพาะจุด หลักการทำงานคือตัวยาจะช่วยสลายไขมันให้แตกตัวเป็นโมเลกุลเล็กลง แล้วร่างกายจะค่อย ๆ ขับออกผ่านระบบน้ำเหลือง
ผลลัพธ์ที่ได้แก้มเล็กลง เหนียงลดลง หน้าเรียวขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป เริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงใน 1–2 สัปดาห์ เห็นผลชัดเมื่อทำต่อเนื่อง ข้อดีคือไม่ต้องผ่าตัด เจ็บน้อย เหมาะกับไขมันปริมาณไม่มากถึงปานกลาง ข้อจำกัดคือต้องทำหลายครั้ง (3–5 ครั้งขึ้นไป) อาจมีอาการบวมชั่วคราวหลังทำ
3.วิธีลดแก้มลดเหนียงด้วยเลเซอร์ยกกระชับ
วิธีลดแก้มลดเหนียงด้วยเลเซอร์ยกกระชับ เช่น HIFU, Ultherapy, Thermage เหมาะสำหรับผู้ที่มีเหนียงหรือแก้มจากผิวหย่อนคล้อยมากกว่าปัญหาไขมัน หลักการทำงานคือใช้พลังงานคลื่นเสียงหรือคลื่นวิทยุส่งลงไปยังชั้นผิวลึก เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ทำให้ผิวค่อย ๆ กระชับขึ้น
ผลลัพธ์ที่ได้ช่วยยกกระชับแก้ม ลดเหนียง กรอบหน้าคมชัดขึ้น เห็นผลบางส่วนทันทีหลังทำ เห็นผลชัดขึ้นใน 1–3 เดือน ข้อดีคือไม่ต้องผ่าตัด ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ ช่วยฟื้นฟูผิวในระยะยาว ข้อจำกัดคือไม่เหมาะกับคนที่มีไขมันเยอะมาก ผลลัพธ์ค่อยเป็นค่อยไป
4.วิธีลดแก้มลดเหนียงด้วยฟิลเลอร์
วิธีลดแก้มลดเหนียงด้วยฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า เหมาะสำหรับผู้ที่มีโครงหน้าไม่สมดุล เช่น แก้มตอบ คางสั้น คางถอย หรือกรอบหน้าไม่ชัด หลักการทำงานคือฉีดสารเติมเต็มเพื่อเพิ่มความยาวหรือปรับรูปทรงของคางและกรอบหน้า ทำให้ใบหน้าดูเรียวขึ้นในเชิงสัดส่วน
ผลลัพธ์ที่ได้ใบหน้าดูมีมิติ กรอบหน้าชัดขึ้น เหนียงดูน้อยลง เพราะสัดส่วนดีขึ้น ข้อดีคือเห็นผลในเวลาไม่นาน ไม่ต้องพักฟื้นนาน ปรับรูปหน้าได้สมส่วน ข้อจำกัดคือผลลัพธ์อยู่ชั่วคราว ต้องฉีดซ้ำหากต้องการให้เห็นผลต่อเนื่อง
5.วิธีลดแก้มลดเหนียงด้วยร้อยไหมยกกระชับ
วิธีลดแก้มลดเหนียงด้วยร้อยไหมยกกระชับ เหมาะสำหรับผู้ที่มีแก้มตก เหนียงจากผิวหย่อน และต้องการยกหน้าแบบเห็นผลในเวลาไม่นาน หลักการทำงานคือใช้ไหมละลายสอดเข้าไปใต้ผิว เพื่อดึงผิวให้ยกขึ้น พร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน
ผลลัพธ์ที่ได้ช่วยยกแก้ม ลดเหนียง กรอบหน้าชัดขึ้น ข้อดีคือเห็นผลในเวลาไม่นานหลังทำ ไม่ต้องผ่าตัดใหญ่ ข้อจำกัดคืออาจมีอาการบวมตึงในช่วงแรก ผลลัพธ์อยู่ได้ประมาณ 6–12 เดือน
วิธีเลือกวิธีลดแก้มให้เหมาะกับตัวเอง
วิธีลดแก้มให้เห็นผล ไม่ใช่แค่เลือกวิธีที่นิยม แต่ต้องเลือกให้ตรงกับสาเหตุของปัญหา เพราะแต่ละคนมีต้นเหตุไม่เหมือนกัน หากเลือกผิดวิธี อาจทำแล้วไม่เห็นผล หรือได้ผลไม่เต็มที่
1.เลือกวิธีลดแก้มโดยวิเคราะห์ก่อนว่าเกิดจากอะไร
วิเคราะห์ก่อนว่าแก้มใหญ่เกิดจากอะไรก่อนเลือกวิธีลดแก้มลดเหนียง เป็นขั้นตอนแรกและสำคัญที่สุด คือการดูว่าแก้มของตัวเองเกิดจากอะไร
- แก้มจากไขมัน แก้มป่อง นุ่ม น้ำหนักขึ้นแล้วหน้าใหญ่ขึ้นชัด จับแล้วมีไขมัน
- แก้มจากกล้ามเนื้อ กรามชัด หน้าเหลี่ยม กัดฟันแล้วมีก้อนแข็งบริเวณกราม ชอบเคี้ยวของแข็ง
- แก้มจากผิวหย่อน แก้มตก ไม่กระชับ มีร่องแก้มชัด มักพบในช่วงอายุ 30 ปีขึ้นไป
เมื่อรู้สาเหตุแล้ว จะสามารถเลือกวิธีได้ตรงจุดมากขึ้น
2.เลือกวิธีลดแก้มโดยเลือกวิธีให้ตรงกับสาเหตุ
- วิธีลดแก้มกรณีแก้มใหญ่จากไขมัน มีวิธีที่เหมาะสม เช่น ควบคุมอาหาร ออกกำลังกาย เมโสแฟต ดูดไขมัน (กรณีไขมันเยอะมาก)
- วิธีลดแก้มกรณีแก้มใหญ่จากกล้ามเนื้อ มีวิธีที่เหมาะคือโบท็อกซ์ลดขนาดกล้ามเนื้อกรามให้เล็กลง
- วิธีลดแก้มกรณีเหนียงจากผิวหย่อนคล้อย มีวิธีที่เหมาะเช่น HIFU, Ultherapy, Thermage และร้อยไหมยกกระชับ
- วิธีลดแก้มกรณีโครงหน้าไม่ชัด มีวิธีที่เหมาะคือฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า จะช่วยให้หน้าดูเรียวขึ้น แม้ไม่ได้ลดไขมันจริง
3.เลือกวิธีลดแก้มโดยประเมินระดับปัญหาของตัวเอง
การเลือกวิธีลดแก้มควรดูความรุนแรงของปัญหาร่วมด้วย
- ระดับน้อย ใช้วิธีธรรมชาติอย่างท่าบริหารหน้า
- ระดับปานกลาง ใช้วิธีหัตถการเช่น เมโสแฟต โบท็อกซ์
- ระดับมาก ทำหลายหัตถการร่วมกัน
ยิ่งปัญหามาก อาจต้องใช้วิธีที่เห็นผลชัดเจนขึ้น
4.เลือกวิธีลดแก้มโดยพิจารณางบประมาณ
แต่ละวิธีลดแก้มมีค่าใช้จ่ายต่างกัน มีงบเริ่มต้นอาจใช้วิธีธรรมชาติ งบปานกลางอาจเลือกโบท็อกซ์หรือเมโสแฟต งบประมาณสูงอาจเลือก Ultherapy หรือดูดไขมัน ควรเลือกวิธีที่เหมาะกับงบประมาณและความคุ้มค่าในระยะยาว
5 เลือกวิธีลดแก้มโดยกรณีมีหลายปัญหา ควรทำร่วมกัน
หลายคนไม่ได้มีแค่สาเหตุเดียว เช่น มีทั้งไขมันและผิวหย่อน หรือ มีทั้งกรามใหญ่และเหนียง ตัวอย่างการทำหัตถการร่วมกัน เช่น โบท็อกซ์กับเมโสแฟต เมโสแฟตกับ HIFU ฟิลเลอร์กับเลเซอร์ยกกระชับ จะช่วยให้ผลลัพธ์ดูชัดเจนมากขึ้น
6.เลือกวิธีลดแก้มโดยปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจ
แม้จะประเมินเองได้เบื้องต้น แต่การให้แพทย์ช่วยวิเคราะห์จะช่วยให้รู้สาเหตุที่แท้จริง เลือกวิธีลดแก้มลดเหนียงที่เหมาะที่สุด ลดความเสี่ยงจากการทำผิดวิธี
พฤติกรรมที่ทำให้แก้มใหญ่ เหนียงเพิ่ม
หลายคนอาจสงสัยว่า ทำไมทั้งที่ไม่ได้อ้วนมาก แต่ยังมีแก้มใหญ่หรือเหนียงชัดขึ้นเรื่อย ๆ คำตอบสำคัญคือพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน ที่ส่งผลโดยตรงต่อการสะสมไขมัน การกักเก็บน้ำ และความหย่อนคล้อยของผิว หากไม่ปรับพฤติกรรมเหล่านี้ ต่อให้ลดแก้มสำเร็จ ก็มีโอกาสกลับมาได้ง่าย
1.กินอาหารเค็มจัด โซเดียมสูงเป็นประจำ
โซเดียมมีผลต่อการกักเก็บน้ำในร่างกาย เมื่อได้รับมากเกินไป ร่างกายจะเก็บน้ำไว้มากขึ้น ทำให้เกิดอาการหน้าบวม โดยเฉพาะบริเวณแก้มและใต้ตา ตัวอย่างอาหารที่ควรระวัง เช่น อาหารสำเร็จรูป อาหารแช่แข็ง ของหมักดอง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาหารฟาสต์ฟู้ด ผลที่เกิดขึ้นหน้าและแก้มดูบวมขึ้น กรอบหน้าไม่ชัด ทำให้เข้าใจผิดว่าอ้วนขึ้นทั้งที่จริงคือบวมน้ำ
2.ดื่มน้ำน้อย
การดื่มน้ำไม่เพียงพอ เป็นสาเหตุที่หลายคนมองข้าม เมื่อร่างกายขาดน้ำ จะเข้าสู่โหมดกักเก็บน้ำ ทำให้ใบหน้าบวมได้ง่าย ผลกระทบคือ หน้าอูม โดยเฉพาะตอนเช้า ระบบไหลเวียนไม่ดี การเผาผลาญไขมันลดลง ข้อแนะนำควรดื่มน้ำอย่างน้อย 6–8 แก้วต่อวัน จิบน้ำสม่ำเสมอ ไม่ปล่อยให้กระหายน้ำจัด
3.กินแคลอรีเกิน ความอ้วนสะสม
พฤติกรรมการกินที่เกินความต้องการของร่างกาย เช่น ของหวาน ของทอด อาหารไขมันสูง จะทำให้ไขมันสะสมทั่วร่างกาย รวมถึงใบหน้า ผลที่เกิดขึ้นคือแก้มป่องขึ้น เกิดไขมันใต้คาง (เหนียง) หน้าดูกลม ไม่มีมิติ ที่สำคัญคือไขมันบนใบหน้าเป็นหนึ่งในส่วนที่ลดช้าสำหรับบางคน
4.นอนดึก พักผ่อนไม่เพียงพอ
การนอนหลับมีผลต่อฮอร์โมนที่ควบคุมความหิวและการเผาผลาญ ผลกระทบคือฮอร์โมนหิว (Ghrelin) เพิ่มขึ้น กินมากขึ้น ฮอร์โมนอิ่ม (Leptin) ลดลง อิ่มยาก ร่างกายสะสมไขมันง่ายขึ้น นอกจากนี้ ยังทำให้หน้าบวม ผิวหย่อนคล้อยเร็วขึ้น ใบหน้าดูโทรม ไม่กระชับ
5.เคี้ยวของแข็งหรือหมากฝรั่งบ่อย
การใช้กล้ามเนื้อกรามซ้ำ ๆ จะทำให้กล้ามเนื้อบริเวณนี้ใหญ่ขึ้น พฤติกรรมที่เสี่ยง เช่น เคี้ยวหมากฝรั่งเป็นเวลานาน ชอบกินของแข็งอย่าง น้ำแข็ง ถั่ว กัดฟันโดยไม่รู้ตัว ผลที่เกิดขึ้นคือกรามใหญ่ หน้าเหลี่ยม แก้มดูบานออกด้านข้าง
6.ก้มหน้าเล่นมือถือบ่อย
พฤติกรรมนี้พบได้บ่อยในยุคปัจจุบัน เมื่อก้มหน้าบ่อย ๆ จะทำให้กล้ามเนื้อคออ่อนแรง ผิวบริเวณใต้คางหย่อน ผลระยะยาวเกิดเหนียงเร็วขึ้น กรอบหน้าไม่ชัด คอและใต้คางดูไม่กระชับ
7.น้ำหนักขึ้นลงบ่อย (โยโย่เอฟเฟกต์)
การลดน้ำหนักแบบรวดเร็วแล้วกลับมาอ้วนใหม่ ผลกระทบต่อใบหน้าคือผิวสูญเสียความยืดหยุ่น แก้มหย่อน เกิดเหนียงง่าย เพราะผิวไม่สามารถหดกลับได้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของน้ำหนัก
8.ไม่ออกกำลังกาย
การไม่เคลื่อนไหวร่างกาย ทำให้ระบบเผาผลาญทำงานช้าลง ผลที่เกิดขึ้นคือไขมันสะสมง่ายขึ้น ลดไขมันได้ยาก แก้มและเหนียงเพิ่มขึ้นตามน้ำหนัก
9.ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ
แอลกอฮอล์ส่งผลทั้งเรื่องน้ำและไขมัน ผลกระทบทำให้ร่างกายขาดน้ำ หน้าบวม เพิ่มแคลอรีสะสม ผิวเสื่อมสภาพเร็ว จึงทำให้ทั้งแก้มใหญ่ขึ้นและเหนียงชัดขึ้น
10.สูบบุหรี่
บุหรี่ทำลายคอลลาเจนและอีลาสตินในผิว ผลที่เกิดขึ้นคือผิวหย่อนคล้อยเร็ว แก้มตก เหนียงเกิดง่าย แม้ไม่อ้วน ก็สามารถมีเหนียงจากผิวหย่อนได้
11.ไม่ดูแลผิว ปล่อยให้ผิวเสื่อมสภาพ
การละเลยการดูแลผิว เช่น ไม่ทาครีมกันแดด ไม่บำรุงผิว ขาดการฟื้นฟูผิว ส่งผลให้ผิวสูญเสียความยืดหยุ่น แก้มเริ่มตก กรอบหน้าไม่ชัด เหนียงเพิ่มขึ้น
12.ท่าทางการนั่งและการใช้ชีวิต
แม้แต่ท่าทางก็มีผลต่อรูปหน้า พฤติกรรมที่ควรระวัง เช่น นั่งหลังค่อม คางยื่น เอียงหน้าไปข้างใดข้างหนึ่งบ่อย ผลที่เกิดขึ้นอาจกล้ามเนื้อหน้าไม่สมดุล กรอบหน้าเปลี่ยน เหนียงชัดขึ้น
วิธีป้องกันไม่ให้แก้มและเหนียงกลับมา
แม้ว่าจะลดแก้มลดเหนียงได้แล้ว ไม่ว่าจะด้วยวิธีลดแก้มลดเหนียงด้วยตัวเองหรือหัตถการ หากยังคงทำพฤติกรรมเดิม ปัญหาก็สามารถกลับมาได้อีก ดังนั้นการดูแลระยะยาวจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อรักษารูปหน้าให้เรียวกระชับอยู่เสมอ
1.ควบคุมน้ำหนักให้คงที่
หนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้แก้มและเหนียงกลับมา คือ น้ำหนักขึ้น ดังนั้นแนวทางที่ควรทำ เช่น ควบคุมอาหารให้สมดุล ไม่กินเกินแคลอรีที่ร่างกายต้องการ หลีกเลี่ยงการลดน้ำหนักแบบหักโหม การรักษาน้ำหนักให้คงที่ จะช่วยให้รูปหน้าไม่เปลี่ยนแปลงบ่อย
2.เลือกกินอาหารให้เหมาะสม
อาหารส่งผลทั้งไขมันและความบวมของหน้า จึงควรลดกินของทอด ของมัน และน้ำตาล เพิ่มโปรตีน และผัก เลี่ยงอาหารโซเดียมสูง เพื่อลดการสะสมไขมัน ลดอาการหน้าบวม ช่วยให้หน้าดูเรียวขึ้นอย่างต่อเนื่อง
3.ดื่มน้ำให้เพียงพอ
น้ำช่วยให้ระบบไหลเวียนและการเผาผลาญทำงานดีขึ้น จึงควรดื่มน้ำ 1.5–2 ลิตร/วัน จิบน้ำสม่ำเสมอ ไม่ปล่อยให้ขาดน้ำ เพื่อช่วยลดอาการบวมน้ำ ป้องกันหน้าบวม ทำให้ผิวดูกระชับขึ้น
4.ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
การออกกำลังกายช่วยควบคุมไขมันในร่างกาย ลดโอกาสไขมันสะสมที่แก้มและเหนียง รักษาสัดส่วนใบหน้าให้คงที่ แนะนำคาร์ดิโอ 3–5 วัน/สัปดาห์ เสริมเวทเทรนนิ่งเพื่อเพิ่มการเผาผลาญ
5.หลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ทำให้แก้มใหญ่
แม้จะลดแก้มแล้ว แต่ถ้ายังมีพฤติกรรมเดิม ปัญหาจะกลับมา ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงเคี้ยวหมากฝรั่งบ่อยทำให้กรามใหญ่ กินเค็มจัดทำให้หน้าบวม นอนดึกทำให้ระบบเผาผลาญแย่
6.ลดการก้มหน้าป้องกันเหนียง
พฤติกรรมก้มหน้าเป็นสาเหตุสำคัญของเหนียง วิธีแก้ให้ยกมือถือให้อยู่ระดับสายตา ปรับท่านั่งให้หลังตรง หลีกเลี่ยงการก้มคอนาน ๆ เพื่อช่วยลดการหย่อนคล้อยใต้คางและทำให้กรอบหน้าชัดขึ้น
7.ดูแลผิวให้กระชับอยู่เสมอ
ผิวที่แข็งแรงจะช่วยลดโอกาสเกิดแก้มตกและเหนียง แนะนำทาครีมกันแดดเป็นประจำ ใช้สกินแคร์ที่ช่วยกระตุ้นคอลลาเจน นวดหน้าเบา ๆ เพื่อกระตุ้นการไหลเวียน
8.ทำท่าบริหารหน้าเป็นประจำ
แม้จะไม่ใช่วิธีหลักในการลดไขมัน แต่ช่วยคงรูปหน้าได้ แนะนำทำวันละ 10–15 นาที เน้นท่าลดแก้มและเหนียง เพื่อช่วยกระชับกล้ามเนื้อ ลดความหย่อนคล้อย ทำให้หน้าดูเฟิร์มขึ้น
9.วางแผนดูแลต่อเนื่องหลังทำหัตถการ
สำหรับคนที่ทำหัตถการ เช่น โบท็อกซ์ หรือเมโสแฟต ควรเข้ารับการทำซ้ำตามระยะเวลาและดูแลตัวเองควบคู่ไปด้วย เพราะผลลัพธ์ของหัตถการไม่ถาวร หากไม่ดูแล อาจกลับมาเหมือนเดิม
10.นอนหลับให้เพียงพอ
การนอนส่งผลทั้งฮอร์โมนและผิว แนะนำนอนวันละ 6–8 ชั่วโมง เข้านอนเป็นเวลา เพื่อช่วยลดการสะสมไขมัน ลดหน้าบวม และช่วยให้ผิวกระชับ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับวิธีลดแก้มลดเหนียง (FAQ)
1.วิธีลดแก้มสามารถลดไขมันเฉพาะจุดได้ไหม
คำตอบ โดยวิธีธรรมชาติ ไม่สามารถลดไขมันเฉพาะจุดได้ทั้งหมด การออกกำลังกายจะลดไขมันทั้งร่างกาย แต่หัตถการ เช่น เมโสแฟต หรือดูดไขมัน สามารถช่วยลดเฉพาะจุดได้
2.ทำไมทำวิธีลดแก้มแล้ว แต่แก้มยังไม่ลด
คำตอบ เป็นเพราะมีไขมันสะสมเฉพาะจุด กล้ามเนื้อกรามใหญ่ หรือโครงหน้าทำให้ดูแก้มเยอะ กรณีนี้อาจต้องใช้วิธีทำหัตถการเพื่อให้เห็นผลชัดเจนขึ้น
3.ทำวิธีลดแก้มแล้วแก้มใหญ่อีกไหม
คำตอบ สามารถกลับมาได้ หากยังมีพฤติกรรมเดิม เช่น กินแคลอรีเกิน นอนดึก ไม่ออกกำลังกาย การดูแลระยะยาวจึงสำคัญมาก
สรุป วิธีลดแก้ม ลดเหนียง ให้เห็นผล
การลดแก้มลดเหนียงให้เห็นผล ไม่ได้มีเพียงวิธีเดียวที่เหมาะกับทุกคน แต่ขึ้นอยู่กับสาเหตุของปัญหาเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นไขมันสะสม กล้ามเนื้อกรามใหญ่ ผิวหย่อนคล้อย หรือโครงสร้างใบหน้า ซึ่งแต่ละกรณีต้องเลือกวิธีแก้ไขที่แตกต่างกัน
วิธีลดแก้มลดเหนียงด้วยตัวเอง เช่น การคุมอาหาร ออกกำลังกาย และบริหารหน้า เหมาะสำหรับการดูแลระยะยาวและป้องกันไม่ให้เกิดปัญหา ส่วนวิธีลดแก้มลดเหนียงด้วยหัตถการ เช่น โบท็อกซ์ เมโสแฟต หรือเลเซอร์ยกกระชับ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์แก้มเล็กลงและใบหน้าดูเรียวที่ชัดเจนมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่สุดคือการปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวันควบคู่ไปด้วย เพราะแม้จะลดแก้มลดเหนียงสำเร็จแล้ว หากยังคงพฤติกรรมเดิม ปัญหาก็สามารถกลับมาได้อีก
ดังนั้น หากต้องการมีใบหน้าที่เรียวกระชับอย่างยั่งยืน ควรเริ่มจากการเข้าใจปัญหาของตัวเอง เลือกวิธีลดแก้มลดเหนียงให้เหมาะสมและดูแลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผลลัพธ์คงอยู่ได้ในระยะยาวและดูเป็นธรรมชาติ
* เงื่อนไขตามบริษัทฯ กำหนด
แนะนำให้สอบถามกับเจ้าหน้าที่ก่อนเข้ารับบริการ
เพื่อความชัวร์และได้สิทธิ์ที่คุ้มที่สุดค่ะ