พังผืดที่มือ เกิดจากอะไร เช็กอาการและวิธีรักษาให้หายขาด
เขียนโดย: ทีมผู้เชี่ยวชาญ ROMRAWIN CLINIC
พังผืดที่มือ
- พังผืดที่มือ อันตรายไหม เกิดจากอะไร รักษาวิธีไหนได้บ้าง
- พังผืดที่มือคืออะไร
- ลักษณะอาการของพังผืดที่มือ
- พังผืดที่มือ ต่างจากพังผืดทั่วไปอย่างไร
- สาเหตุของพังผืดที่มือเกิดจากอะไร
- 1.พังผืดที่มือเกิดจากพันธุกรรม
- 2.พังผืดที่มือเกิดจากอายุและเพศ
- 3.พังผืดที่มือเกิดจากการใช้มือซ้ำ ๆ หรือการทำงานหนัก
- 4.พังผืดที่มือเกิดจากโรคประจำตัวบางอย่าง
- 5.พังผืดที่มือเกิดจากการสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์
- 6.พังผืดที่มือเกิดจากการบาดเจ็บหรืออักเสบเรื้อรัง
- ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดพังผืดที่มือ
- ระยะความรุนแรงของพังผืดที่มือ
- พังผืดที่มืออันตรายไหม
- วิธีสังเกตอาการพังผืดที่มือด้วยตัวเอง
- พังผืดที่มือส่งผลต่อการใช้ชีวิตอย่างไร
- วิธีรักษาพังผืดที่มือมีอะไรบ้าง
- พังผืดที่มือต้องผ่าตัดไหม เมื่อไหร่ควรผ่าตัด
- หลังรักษาพังผืดที่มือ ต้องพักฟื้นนานแค่ไหน
- พังผืดที่มือหายขาดไหม หรือกลับมาเป็นซ้ำได้
- วิธีดูแลตัวเองเมื่อเป็นพังผืดที่มือ
- ท่าบริหารมือบรรเทาอาการพังผืดที่มือ
- วิธีป้องกันไม่ให้เกิดพังผืดที่มือ
- สรุปเกี่ยวกับพังผืดที่มือ
พังผืดที่มือ อันตรายไหม เกิดจากอะไร รักษาวิธีไหนได้บ้าง
พังผืดที่มือ เป็นภาวะที่หลายคนอาจมองข้ามในระยะแรก เพราะมักเริ่มจากก้อนเล็ก ๆ ใต้ผิวหนังฝ่ามือโดยไม่เจ็บปวด แต่เมื่อเวลาผ่านไป พังผืดเหล่านี้อาจค่อย ๆ หนาตัวและดึงรั้งนิ้วมือ ทำให้นิ้วงอ เหยียดไม่สุด และส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะการหยิบจับหรือทำกิจกรรมที่ต้องใช้มืออย่างละเอียด เช่น งานฝีมือ งานศิลปะ
บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจเกี่ยวกับพังผืดที่มือ ตั้งแต่สาเหตุ ปัจจัยเสี่ยง อาการ ระยะของโรค ไปจนถึงวิธีรักษาและการดูแลตัวเอง เพื่อให้สามารถสังเกตอาการและรับมือได้อย่างเหมาะสมตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
พังผืดที่มือคืออะไร
พังผืดที่มือ คือ ภาวะที่เนื้อเยื่อใต้ผิวหนังบริเวณฝ่ามือเกิดการหนาตัวและแข็งตัวผิดปกติ จนกลายเป็นเส้นหรือก้อนแข็ง ๆ ใต้ผิว ส่งผลให้ผิวหนังตึง และในบางรายอาจดึงนิ้วมือให้งอจนเหยียดได้ไม่สุด
ภาวะนี้มักเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อพังผืดที่อยู่ใต้ผิวหนัง ซึ่งปกติจะมีหน้าที่ช่วยพยุงโครงสร้างของมือ แต่เมื่อเกิดความผิดปกติ เนื้อเยื่อส่วนนี้จะหดรั้งและหนาขึ้นเรื่อย ๆ
พังผืดที่มือที่พบบ่อย เรียกว่า Dupuytren’s Contracture โดยมักเริ่มจากก้อนเล็ก ๆ ที่ฝ่ามือ แล้วค่อย ๆ ลุกลามเป็นเส้นพังผืด ทำให้นิ้วมักเป็นนิ้วนางและนิ้วก้อย งอเข้าหาฝ่ามือโดยไม่สามารถเหยียดตรงได้
โดยทั่วไปพังผืดที่มือมักไม่เจ็บ แต่จะส่งผลต่อการใช้งานมือ เช่น จับของไม่ถนัด วางมือราบกับโต๊ะไม่ได้ หรือทำกิจกรรมบางอย่างได้ยากขึ้น
ลักษณะอาการของพังผืดที่มือ
ลักษณะอาการของพังผืดที่มือมักค่อย ๆ เป็นมากขึ้นทีละน้อย และมีความแตกต่างกันในแต่ละระยะ โดยอาการที่พบได้บ่อย ได้แก่
- เริ่มแรกจะสังเกตได้ว่ามีก้อนเล็ก ๆ ใต้ผิวหนังบริเวณฝ่ามือ โดยมักอยู่ใกล้โคนนิ้วมือ ก้อนนี้อาจแข็งและกดแล้วไม่เจ็บ ทำให้หลายคนมองข้ามในช่วงแรก
- เมื่อเวลาผ่านไป ก้อนดังกล่าวอาจพัฒนาเป็นเส้นพังผืดแข็ง ๆ คล้ายเอ็นพาดใต้ผิวหนัง ทำให้ผิวบริเวณนั้นตึงและย่นผิดปกติ บางรายจะเห็นเป็นร่องหรือผิวหนังหดรั้งชัดเจน
- อาการที่เด่นชัดขึ้นคือ นิ้วมือเริ่มงอเข้าหาฝ่ามือ โดยเฉพาะนิ้วนางและนิ้วก้อย และไม่สามารถเหยียดตรงได้สุดเหมือนเดิม ซึ่งเป็นผลจากพังผืดที่ดึงรั้งเนื้อเยื่อ
- ในระยะที่เป็นมากขึ้น การงอของนิ้วจะชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ จนอาจส่งผลต่อการใช้งานมือ เช่น กำมือไม่ถนัด วางมือราบกับโต๊ะไม่ได้ หรือหยิบจับของชิ้นใหญ่ลำบาก
โดยทั่วไปอาการพังผืดที่มือมักไม่เจ็บปวด แต่ในบางกรณีอาจมีความรู้สึกตึง ๆ หรือไม่สบายมือ โดยเฉพาะเวลาพยายามเหยียดนิ้ว หากปล่อยไว้นานโดยไม่ได้รับการรักษา อาการพังผืดที่มืออาจรุนแรงขึ้นและส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันมากขึ้น จึงควรสังเกตอาการพังผืดที่มือตั้งแต่ระยะแรกเพื่อวางแผนดูแลได้อย่างเหมาะสม
พังผืดที่มือ ต่างจากพังผืดทั่วไปอย่างไร
พังผืดที่มือมีความแตกต่างจากพังผืดทั่วไป ทั้งในด้านลักษณะ สาเหตุ และผลกระทบต่อร่างกาย ดังนี้
พังผืดที่มือ เป็นภาวะที่เนื้อเยื่อใต้ผิวหนังฝ่ามือหนาตัวและหดรั้งผิดปกติ จนเกิดเป็นก้อนหรือเส้นแข็ง และดึงนิ้วให้งอเข้าหาฝ่ามืออย่างถาวร โดยมักไม่เกี่ยวกับการบาดเจ็บโดยตรง และมีแนวโน้มเป็นมากขึ้นเรื่อย ๆ
ในขณะที่พังผืดทั่วไป มักเกิดจากกระบวนการซ่อมแซมร่างกายหลังการอักเสบ การผ่าตัด หรือการบาดเจ็บ เช่น แผลเป็น พังผืดในช่องท้อง หรือพังผืดตามกล้ามเนื้อ ซึ่งเป็นการสร้างเนื้อเยื่อใหม่เพื่อเชื่อมแผล แต่บางครั้งอาจทำให้เนื้อเยื่อติดกันผิดปกติ
ความแตกต่างที่สำคัญคือ พังผืดที่มือจะมีลักษณะหดรั้งชัดเจนและส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของนิ้วโดยตรง เช่น เหยียดนิ้วไม่ได้ ในขณะที่พังผืดทั่วไปมักทำให้เกิดอาการตึง เจ็บ หรือเคลื่อนไหวติดขัด แต่ไม่ค่อยดึงอวัยวะให้งอผิดรูปแบบถาวรเหมือนพังผืดที่มือ
อีกจุดหนึ่งคือ พังผืดที่มือมักไม่เจ็บ แต่ส่งผลด้านการใช้งานเป็นหลัก ส่วนพังผืดทั่วไปมักมีอาการปวด อักเสบ หรือรู้สึกไม่สบายร่วมด้วย
สรุปคือ พังผืดที่มือเป็นโรคที่มีลักษณะเด่นคือการดึงนิ้วให้งอและค่อย ๆ รุนแรงขึ้น ต่างจากพังผืดทั่วไปที่เป็นผลจากการซ่อมแซมของร่างกายและมักเกี่ยวข้องกับการบาดเจ็บหรือการอักเสบมากกว่า
สาเหตุของพังผืดที่มือเกิดจากอะไร
พังผืดที่มือเป็นภาวะที่เกิดจากความผิดปกติของเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังบริเวณฝ่ามือ โดยเนื้อเยื่อชนิดนี้ปกติจะมีความยืดหยุ่น ช่วยให้ผิวหนังเคลื่อนไหวได้ แต่เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลง จะมีการหนาตัว แข็งตัว และหดรั้ง จนดึงนิ้วให้งอและเหยียดไม่สุด แม้ว่าจะยังไม่สามารถระบุสาเหตุที่แน่ชัดได้ แต่มีปัจจัยที่ทำให้เกิดพังผืดที่มือ ได้แก่
1.พังผืดที่มือเกิดจากพันธุกรรม
เป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุด คนที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็น จะมีโอกาสเป็นมากขึ้น เพราะเซลล์ในร่างกายมีแนวโน้มสร้างคอลลาเจนมากและผิดรูป ทำให้เกิดพังผืดได้ง่าย
2.พังผืดที่มือเกิดจากอายุและเพศ
มักพบในคนอายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป และพบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง เนื่องจากการเสื่อมของเนื้อเยื่อและความแตกต่างของฮอร์โมน
3.พังผืดที่มือเกิดจากการใช้มือซ้ำ ๆ หรือการทำงานหนัก
การใช้มือกำ บีบ หรือรับแรงกดซ้ำ ๆ เป็นเวลานาน ทำให้เกิดการระคายเคืองเล็ก ๆ ในเนื้อเยื่อ ร่างกายจึงซ่อมแซม แต่การซ่อมแซมมากเกินไปจะกลายเป็นพังผืด
4.พังผืดที่มือเกิดจากโรคประจำตัวบางอย่าง
เช่น เบาหวาน โรคตับ หรือโรคลมชัก โรคเหล่านี้มีผลต่อกระบวนการซ่อมแซมเนื้อเยื่อและการสร้างคอลลาเจน ทำให้เกิดพังผืดได้ง่ายขึ้น
5.พังผืดที่มือเกิดจากการสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์
บุหรี่ทำให้เลือดไปเลี้ยงเนื้อเยื่อลดลง ส่วนแอลกอฮอล์ส่งผลต่อการทำงานของตับและการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ ทำให้เนื้อเยื่อผิดปกติและเกิดพังผืดได้ง่าย
6.พังผืดที่มือเกิดจากการบาดเจ็บหรืออักเสบเรื้อรัง
การกระแทกหรืออักเสบซ้ำ ๆ ที่มือ ทำให้ร่างกายซ่อมแซมบ่อยครั้ง เมื่อเกิดสะสมจะกลายเป็นพังผืดแทนเนื้อเยื่อปกติ
ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดพังผืดที่มือ
พังผืดที่มือเป็นภาวะที่ไม่ได้เกิดจากสาเหตุเดียว แต่เกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน โดยเฉพาะปัจจัยที่ส่งผลต่อโครงสร้างเนื้อเยื่อและการซ่อมแซมของร่างกาย ซึ่งสามารถอธิบายได้ดังนี้
1.อายุที่มากขึ้นเสี่ยงเกิดพังผืดที่มือ
เมื่ออายุมากขึ้น การทำงานของเซลล์และกระบวนการซ่อมแซมเนื้อเยื่อจะเปลี่ยนไป ทำให้มีโอกาสเกิดการสะสมของคอลลาเจนผิดปกติได้ง่ายขึ้น ส่งผลให้เนื้อเยื่อใต้ผิวหนังหนาและแข็งตัว กลายเป็นพังผืดในที่สุด จึงมักพบโรคนี้ในวัยกลางคนถึงผู้สูงอายุ
2.เพศชายเสี่ยงเกิดพังผืดที่มือ
ผู้ชายมีความเสี่ยงสูงกว่าผู้หญิงหลายเท่า และมักมีอาการรุนแรงกว่า เชื่อว่าเกี่ยวข้องกับฮอร์โมนและโครงสร้างของเนื้อเยื่อที่แตกต่างกัน ทำให้การเกิดพังผืดมีแนวโน้มมากกว่า
3.พันธุกรรมเสี่ยงเกิดพังผืดที่มือ
หากมีญาติสายตรง เช่น พ่อแม่ หรือพี่น้องเป็นพังผืดที่มือ จะมีโอกาสเกิดโรคนี้สูงขึ้นอย่างชัดเจน เนื่องจากมีความเกี่ยวข้องกับยีนที่ควบคุมการสร้างคอลลาเจนและเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน
4.โรคประจำตัวบางชนิดเสี่ยงเกิดพังผืดที่มือ
โรคบางอย่างมีผลต่อระบบเผาผลาญและหลอดเลือด ซึ่งอาจทำให้เนื้อเยื่อซ่อมแซมผิดปกติ เช่น
- เบาหวาน น้ำตาลในเลือดสูงส่งผลต่อหลอดเลือดและเนื้อเยื่อ ทำให้เกิดความเสื่อมและพังผืดได้ง่าย
- โรคลมชัก โดยเฉพาะผู้ที่ใช้ยากลุ่มบางชนิดต่อเนื่อง อาจมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อ
- โรคตับ การทำงานของตับที่ผิดปกติส่งผลต่อการสร้างโปรตีนและการเผาผลาญในร่างกาย
5.การสูบบุหรี่เสี่ยงเกิดพังผืดที่มือ
สารนิโคตินทำให้หลอดเลือดหดตัว เลือดไปเลี้ยงเนื้อเยื่อลดลง ส่งผลให้การซ่อมแซมเนื้อเยื่อผิดปกติ และกระตุ้นการเกิดพังผืดได้ง่ายขึ้น
6.การดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำเสี่ยงเกิดพังผืดที่มือ
การดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมากหรือเป็นเวลานาน มีความสัมพันธ์กับโรคตับและความผิดปกติของเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน ซึ่งเพิ่มโอกาสการเกิดพังผืดที่มือ
7.การใช้มือซ้ำ ๆ หรือใช้แรงมากเสี่ยงเกิดพังผืดที่มือ
แม้จะไม่ใช่สาเหตุโดยตรง แต่การใช้งานมือหนัก เช่น งานช่าง งานก่อสร้าง การจับหรือบีบเครื่องมือแน่น ๆ การกำมือซ้ำ ๆ เป็นเวลานาน อาจเป็นตัวกระตุ้นให้พังผืดเกิดเร็วขึ้นในคนที่มีความเสี่ยงอยู่แล้ว
8.การบาดเจ็บหรือการอักเสบของมือเสี่ยงเกิดพังผืดที่มือ
การกระแทก การฉีกขาดของเนื้อเยื่อ หรือการอักเสบเรื้อรัง อาจกระตุ้นกระบวนการซ่อมแซมที่ผิดปกติ ทำให้เกิดการสร้างคอลลาเจนมากเกินไปและกลายเป็นพังผืด
9.ปัจจัยด้านสุขภาพเสี่ยงเกิดพังผืดที่มือ
เช่น ภาวะอ้วน ระบบไหลเวียนเลือดไม่ดี หรือภาวะที่ทำให้เนื้อเยื่อขาดออกซิเจน อาจส่งผลให้การฟื้นฟูเนื้อเยื่อผิดปกติ และเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดพังผืด
ระยะความรุนแรงของพังผืดที่มือ
พังผืดที่มือ (Dupuytren’s contracture) เป็นโรคที่ค่อย ๆ พัฒนาและรุนแรงขึ้นตามลำดับ โดยสามารถแบ่งระยะความรุนแรงของพังผืดที่มือได้ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงระยะที่ส่งผลต่อการใช้งานมือชัดเจน ดังนี้
ระยะที่ 1 ระยะเริ่มต้น
- คลำพบก้อนแข็งเล็ก ๆ ใต้ผิวหนังบริเวณฝ่ามือ
- อาจมีอาการตึงเล็กน้อย แต่ยังไม่เจ็บ
- นิ้วยังเหยียดและงอได้ปกติ
- ผู้ป่วยบางรายอาจไม่ทันสังเกตเห็น
พังผืดที่มือระยะนี้ยังไม่กระทบการใช้ชีวิตมาก แต่เป็นช่วงที่เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อแล้ว
ระยะที่ 2 ระยะเริ่มมีพังผืดรั้ง
- ก้อนเริ่มขยายตัวและรวมกันเป็นเส้นพังผืด (cord)
- ผิวหนังบริเวณฝ่ามืออาจเริ่มยุบหรือเป็นรอยบุ๋ม
- เริ่มรู้สึกตึงบริเวณฝ่ามือ
- นิ้วมือ (มักเป็นนิ้วนางหรือนิ้วก้อย) เริ่มเหยียดได้ไม่สุดเล็กน้อย
พังผืดที่มือเริ่มมีสัญญาณของการดึงรั้ง แต่ยังไม่รุนแรงมาก
ระยะที่ 3 ระยะปานกลาง
- พังผืดหนาและชัดเจนขึ้น
- นิ้วมือเริ่มงอมากขึ้น เหยียดได้ไม่เต็มที่
- องศาการงอของนิ้วเพิ่มขึ้น (เริ่มเห็นความผิดปกติชัด)
- เริ่มมีผลต่อการใช้งาน เช่น กางมือไม่สุด วางมือราบไม่ได้
พังผืดที่มือระยะนี้เริ่มส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน
ระยะที่ 4 ระยะรุนแรง
- นิ้วงอค้างอย่างชัดเจน
- ไม่สามารถเหยียดนิ้วให้ตรงได้
- อาจงอหลายข้อหรือหลาย ๆ นิ้ว
- ส่งผลต่อการใช้งานมือ เช่น จับของลำบาก ล้างมือยาก ใส่ถุงมือไม่ได้
เป็นระยะที่โรคพังผืดที่มือส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตอย่างมาก
พังผืดที่มืออันตรายไหม
พังผืดที่มือ โดยทั่วไป ไม่ใช่โรคอันตรายถึงชีวิต แต่ถือว่าเป็นภาวะที่ส่งผลต่อการใช้งานมือในระยะยาว หากปล่อยไว้โดยไม่รักษา อาจทำให้เกิดความพิการของนิ้วมือได้
ความอันตรายของพังผืดที่มือ
- พังผืดที่มือไม่อันตรายถึงชีวิต โรคนี้ไม่ใช่มะเร็ง และไม่ลุกลามไปอวัยวะอื่น
- พังผืดที่มือไม่ใช่โรคติดต่อ ไม่สามารถแพร่จากคนสู่คนได้
- พังผืดที่มือมักไม่เจ็บปวดในระยะแรก มักมีเพียงก้อนแข็งหรือตึงที่ฝ่ามือโดยไม่รู้สึกเจ็บ
ผลกระทบในระยะยาวของพังผืดที่มือ
- นิ้วมืออาจงอถาวร หากพังผืดรั้งมากขึ้น นิ้วจะเหยียดไม่ได้ และอาจแก้ไขได้ยาก
- การใช้งานมือแย่ลง เช่น กำมือหรือจับของลำบาก วางมือราบไม่ได้ ทำกิจกรรมละเอียด ๆ ได้ยาก
- กระทบคุณภาพชีวิต โดยเฉพาะคนที่ต้องใช้มือทำงาน เช่น งานช่าง งานศิลปะ หรือใช้คอมพิวเตอร์
- อาจต้องรักษาด้วยการผ่าตัดในระยะรุนแรง หากปล่อยให้เป็นมาก การรักษาจะซับซ้อนขึ้น และอาจฟื้นตัวช้ากว่า
สัญญาณพังผืดที่มือที่ควรไปพบแพทย์
- คลำเจอก้อนแข็งที่ฝ่ามือ
- นิ้วเริ่มเหยียดไม่สุด หรือรู้สึกตึง
- วางมือราบกับโต๊ะไม่ได้
- นิ้วเริ่มงอมากขึ้นเรื่อย ๆ
วิธีสังเกตอาการพังผืดที่มือด้วยตัวเอง
พังผืดที่มือมักเริ่มแบบค่อยเป็นค่อยไป และหลายคนอาจไม่ทันสังเกตในช่วงแรก แต่สามารถเช็กเบื้องต้นได้จากสัญญาณเหล่านี้
1.พังผืดที่มือมักคลำเจอก้อนแข็งที่ฝ่ามือ
ลองใช้นิ้วกดบริเวณฝ่ามือ โดยเฉพาะช่วงใต้นิ้วนางหรือนิ้วก้อย อาจพบก้อนแข็งเล็ก ๆ ใต้ผิวหนัง ก้อนมักไม่เจ็บ แต่รู้สึกตึงหรือแข็งผิดปกติ
2.พังผืดที่มือมักผิวหนังฝ่ามือเริ่มเปลี่ยนแปลง
ผิวหนังบริเวณนั้นอาจดูหนาขึ้น มีลักษณะย่น ยุบ หรือเป็นรอยบุ๋มเล็ก ๆ บางรายผิวดูเหมือนถูกดึงรั้ง
3.พังผืดที่มือมักรู้สึกตึงหรือฝืดเวลาขยับมือ
เวลากำมือหรือเหยียดนิ้ว อาจรู้สึกตึงผิดปกติ เหมือนมีอะไรดึงอยู่ใต้ผิวหนัง
4.พังผืดที่มือมักนิ้วมือเริ่มเหยียดไม่สุด
โดยเฉพาะนิ้วนางและนิ้วก้อย อาจเริ่มจากเหยียดได้ไม่สุดเล็กน้อย แล้วค่อย ๆ งอมากขึ้น
5.พังผืดที่มือมักทดสอบง่าย ๆ ด้วยตัวเอง
ลองวางฝ่ามือแนบกับโต๊ะเรียบ หากวางได้ราบเต็มมือคือปกติ แต่หากมีบางนิ้วยกขึ้น วางไม่แนบ อาจมีพังผืดที่มือ
6.พังผืดที่มือมักมีการใช้งานมือเริ่มเปลี่ยนไป
เช่น กางมือได้ไม่สุด หยิบของชิ้นใหญ่หรือแบน ๆ ลำบาก ใส่ถุงมือแล้วรู้สึกตึง
สรุป สัญญาณเริ่มต้นของพังผืดที่มือ คือ ก้อนแข็ง ความตึง นิ้วเริ่มเหยียดไม่สุด หากพบอาการเหล่านี้ โดยเฉพาะมีแนวโน้มเป็นมากขึ้นเรื่อย ๆ ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยตั้งแต่ระยะเริ่มต้น จะช่วยชะลอความรุนแรงและลดโอกาสนิ้วงอถาวรได้มากขึ้น
พังผืดที่มือส่งผลต่อการใช้ชีวิตอย่างไร
พังผืดที่มือแม้จะไม่อันตรายถึงชีวิต แต่สามารถส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะเมื่อโรคเริ่มลุกลามและนิ้วมือถูกดึงรั้งมากขึ้น
1.พังผืดที่มือส่งผลให้การหยิบจับสิ่งของลำบากขึ้น
เมื่อพังผืดทำให้นิ้วงอหรือเหยียดไม่สุด การกำมือหรือจับของจะทำได้ไม่ถนัด เช่น จับแก้วน้ำไม่มั่นคง ถือของชิ้นใหญ่หรือแบนได้ยาก ทำของหลุดมือบ่อยขึ้น
2.พังผืดที่มือส่งผลให้ทำกิจกรรมละเอียดได้ยาก
กิจกรรมที่ต้องใช้ความแม่นยำของนิ้วมือจะได้รับผลกระทบ เช่น เขียนหนังสือ พิมพ์คอมพิวเตอร์หรือใช้มือถือ เย็บผ้า งานฝีมือ
3.พังผืดที่มือส่งผลให้วางมือราบหรือกางมือไม่ได้เต็มที่
พังผืดจะดึงให้นิ้วงอ ทำให้วางฝ่ามือแนบโต๊ะไม่ได้ กางนิ้วมือได้ไม่สุด การใช้มือในบางท่าทางทำได้จำกัด
4.พังผืดที่มือส่งผลให้มีปัญหาในการทำกิจวัตรประจำวัน
กิจกรรมพื้นฐานบางอย่างอาจทำได้ยากขึ้น เช่น ล้างหน้า อาบน้ำ หรือถูตัว ใส่ถุงมือ หยิบของในกระเป๋า
5.พังผืดที่มือส่งผลให้กระทบต่อการทำงาน
โดยเฉพาะอาชีพที่ต้องใช้มือเป็นหลัก เช่น งานช่าง งานก่อสร้าง งานศิลปะ งานฝีมือ งานพิมพ์เอกสารหรือใช้คอมพิวเตอร์ อาจทำงานได้ช้าลง หรือทำได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ
6.พังผืดที่มือส่งผลต่อบุคลิกภาพและความมั่นใจ
นิ้วมือที่งอผิดรูปอาจทำให้รู้สึกไม่มั่นใจ ไม่กล้าใช้มือในที่สาธารณะ กระทบต่อภาพลักษณ์ในบางอาชีพ
7.หากพังผืดที่มือรุนแรง อาจเกิดความพิการของมือ
ในระยะท้าย นิ้วอาจงอถาวร ไม่สามารถเหยียดได้ สูญเสียการใช้งานบางส่วนของมือ ต้องพึ่งพาการรักษา เช่น การผ่าตัด
วิธีรักษาพังผืดที่มือมีอะไรบ้าง
การรักษาพังผืดที่มือจะขึ้นอยู่กับระยะความรุนแรงของโรค และผลกระทบต่อการใช้งานมือ โดยสามารถแบ่งแนวทางรักษาได้ตั้งแต่การเฝ้าระวังไปจนถึงการผ่าตัด ดังนี้
1.การเฝ้าระวังอาการพังผืดที่มือ
เหมาะกับผู้ที่อยู่ในระยะเริ่มต้น มีก้อนเล็ก ๆ แต่ยังไม่รั้งนิ้ว ยังไม่มีผลต่อการใช้งานมือ แพทย์อาจแนะนำให้ติดตามอาการเป็นระยะ โดยยังไม่ต้องรักษาทันที แต่ควรสังเกตว่ามีการงอของนิ้วเพิ่มขึ้นหรือไม่
2.การกายภาพบำบัดพังผืดที่มือ
ช่วยคงความยืดหยุ่นของนิ้วมือ ลดความตึงของพังผืดในระยะเริ่มต้น อย่างไรก็ตาม วิธีนี้ไม่สามารถทำให้พังผืดหายไป แต่ช่วยชะลอการรั้งได้บางส่วน
3.การฉีดยารักษาพังผืดที่มือ
ฉีดยาลดการอักเสบเข้าไปที่ก้อนพังผืด อาจช่วยให้ก้อนนุ่มลง และลดความตึง เหมาะกับระยะต้น ๆ แต่ผลลัพธ์อาจอยู่ได้ชั่วคราว และไม่ใช่การรักษาถาวร
4.การฉีดเอนไซม์สลายพังผืดที่มือ
เป็นการฉีดเอนไซม์เข้าไปสลายคอลลาเจนในพังผืด หลังฉีดแพทย์จะช่วยดัดนิ้วให้เหยียดตรงขึ้น ข้อดีคือไม่ต้องผ่าตัด ฟื้นตัวเร็ว แต่มีข้อจำกัดคืออาจต้องทำมากกว่า 1 ครั้ง มีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้
5.การใช้เข็มเลาะพังผืดที่มือ
ใช้เข็มขนาดเล็กตัดหรือคลายพังผืดใต้ผิวหนัง เป็นหัตถการแบบไม่ต้องผ่าตัดใหญ่ ข้อดีคือแผลเล็ก ฟื้นตัวเร็ว ทำได้แบบผู้ป่วยนอก ข้อเสียคือมีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้ค่อนข้างสูง
6.การผ่าตัดพังผืดที่มือ
เหมาะกับผู้ที่มีอาการรุนแรง เช่น นิ้วงอมาก ต้องผ่าตัดเอาพังผืดออก ช่วยให้นิ้วเหยียดได้ดีขึ้น เห็นผลชัดเจนในระยะยาว แต่ต้องพักฟื้น อาจต้องทำกายภาพบำบัดหลังผ่าตัด ยังมีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้เช่นกัน
พังผืดที่มือต้องผ่าตัดไหม เมื่อไหร่ควรผ่าตัด
พังผืดที่มือ ไม่จำเป็นต้องผ่าตัดทุกราย โดยเฉพาะในระยะเริ่มต้นที่ยังไม่มีการดึงรั้งนิ้วมาก แพทย์มักเลือกเฝ้าระวังหรือใช้วิธีรักษาแบบไม่ผ่าตัดก่อน แต่ในบางกรณีการผ่าตัดพังผืดที่มือ จะเป็นทางเลือกที่เหมาะสมที่สุด
ความจำเป็นของการผ่าตัดพังผืดที่มือ
- ยังไม่ต้องผ่าพังผืดที่มือ หากมีก้อนเล็ก ๆ แต่ยังไม่รั้งนิ้ว นิ้วยังเหยียดได้ปกติ ยังไม่กระทบการใช้ชีวิต
- อาจต้องผ่าพังผืดที่มือ หากพังผืดเริ่มดึงรั้งนิ้ว นิ้วงอมากขึ้นเรื่อย ๆ เริ่มใช้งานมือได้ลำบาก
เมื่อไหร่ควรพิจารณาผ่าตัดพังผืดที่มือ
แพทย์มักแนะนำให้ผ่าตัดพังผืดที่มือเมื่อมีอาการชัดเจน เช่น
1.นิ้วเหยียดไม่สุด (มีการงอของนิ้วชัดเจน) พังผืดที่มือทำให้นิ้วเหยียดไม่สุด โดยเฉพาะข้อโคนนิ้วงอมากกว่า 30 องศา หรือข้อกลางนิ้วเริ่มงอ
2.ผ่านการทดสอบอาการเบื้องต้นไม่ได้ พังผืดที่มือจะทำให้ไม่สามารถวางฝ่ามือแนบโต๊ะได้ เป็นสัญญาณว่าพังผืดเริ่มรั้งมากแล้ว
3.มีผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน พังผืดที่มือส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิต เช่น จับของลำบาก ล้างมือไม่สะดวก ใส่ถุงมือไม่ได้
4.อาการพังผืดที่มือแย่ลงต่อเนื่อง นิ้วงอเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในช่วงเวลาไม่นาน พังผืดหนาและตึงมากขึ้น
5.การรักษาพังผืดที่มือแบบอื่นไม่ได้ผล เช่น ฉีดยา หรือใช้เข็มเลาะแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น
หลังรักษาพังผืดที่มือ ต้องพักฟื้นนานแค่ไหน
ระยะเวลาพักฟื้นหลังรักษาพังผืดที่มือ ขึ้นอยู่กับวิธีการรักษาและความรุนแรงของโรค โดยแต่ละวิธีใช้เวลาไม่เท่ากัน ดังนี้
1.การรักษาแบบไม่ผ่าตัด (ระยะเริ่มต้น)
เช่น เฝ้าระวัง กายภาพบำบัด หรือฉีดยา พักฟื้นแทบไม่ต้องพัก สามารถใช้มือในชีวิตประจำวันได้ตามปกติ อาจมีอาการตึงเล็กน้อยช่วงแรก
2.การฉีดเอนไซม์สลายพังผืดที่มือ
พักฟื้นประมาณ 3–7 วัน หลังฉีดอาจมีบวม ช้ำ หรือเจ็บเล็กน้อย แพทย์จะดัดนิ้วหลังฉีด และแนะนำใส่เฝือกช่วงสั้น ๆ กลับไปใช้งานมือเบา ๆ ได้ภายในไม่กี่วัน
3.การใช้เข็มเลาะพังผืดที่มือ
พักฟื้นประมาณ 2–7 วัน แผลเล็ก ฟื้นตัวเร็ว ใช้งานมือเบา ๆ ได้เร็ว แต่ควรหลีกเลี่ยงงานหนักช่วงแรก
4.การผ่าตัดพังผืดที่มือ
พักฟื้นประมาณ 2–6 สัปดาห์ (หรือมากกว่านั้นในบางราย)
- 1–2 สัปดาห์แรก แผลเริ่มหาย มีอาการบวมตึง ต้องระวังการใช้งาน
- 2–4 สัปดาห์ เริ่มขยับมือได้มากขึ้น
- 4–6 สัปดาห์ขึ้นไป ใช้งานมือได้ดีขึ้น แต่ยังต้องทำกายภาพต่อเนื่อง
บางรายอาจใช้เวลาฟื้นตัว 2–3 เดือน เพื่อให้การเคลื่อนไหวกลับมาใกล้เคียงปกติ
พังผืดที่มือหายขาดไหม หรือกลับมาเป็นซ้ำได้
พังผืดที่มือเป็นโรคที่ไม่สามารถหายขาดได้ เนื่องจากเกี่ยวข้องกับโครงสร้างของเนื้อเยื่อและพันธุกรรม แต่สามารถรักษาเพื่อควบคุมอาการและฟื้นฟูการใช้งานมือได้
การรักษาพังผืดที่มือ เช่น ฉีดยา ใช้เข็มเลาะ หรือผ่าตัด ช่วยให้พังผืดคลายตัวและนิ้วเหยียดได้ดีขึ้น แต่ไม่ได้หยุดกระบวนการเกิดพังผืดในร่างกายอย่างถาวร จึงมีโอกาสเกิดพังผืดใหม่ขึ้นอีกได้ในอนาคต
พังผืดที่มือมีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้ โดยขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น พันธุกรรม อายุยังน้อยแต่เริ่มเป็น (มักมีแนวโน้มเป็นซ้ำสูงกว่า) ความรุนแรงของโรคเดิม วิธีการรักษาพังผืดที่มือที่เลือก
วิธีดูแลตัวเองเมื่อเป็นพังผืดที่มือ
การดูแลตัวเองมีบทบาทสำคัญในการชะลอการลุกลามของพังผืดที่มือ และช่วยให้มือยังใช้งานได้ดี แม้จะไม่สามารถทำให้พังผืดที่มือหายไปได้ทั้งหมด แต่สามารถลดความตึงและป้องกันอาการแย่ลงได้
1.ยืดเหยียดนิ้วมือและฝ่ามือเป็นประจำ
เหยียดนิ้วมือให้ตรง ค้างไว้ 10–15 วินาที กางนิ้วมือออกให้สุด แล้วผ่อนคลาย ทำซ้ำวันละหลายครั้ง ช่วยลดความตึงของพังผืดและคงความยืดหยุ่นของมือ
2.หลีกเลี่ยงการใช้มือหนักหรือซ้ำ ๆ มากเกินไป
ลดกิจกรรมที่ต้องกำหรือบีบแรง ๆ เช่น จับเครื่องมือแน่น ๆ หากเลี่ยงไม่ได้ ควรพักมือเป็นระยะ เพื่อลดการกระตุ้นให้พังผืดหนาขึ้น
3.บริหารมือร่วมกับกายภาพบำบัด
ใช้ลูกบอลนุ่ม ๆ บีบเบา ๆ ฝึกกำ–คลายมือสลับกัน ทำตามโปรแกรมที่แพทย์หรือนักกายภาพแนะนำ ช่วยให้กล้ามเนื้อและข้อต่อยังเคลื่อนไหวได้ดี
4.สังเกตอาการของตัวเองสม่ำเสมอ
ตรวจดูว่ามีก้อนเพิ่มขึ้นหรือไม่ นิ้วงอมากขึ้นหรือเหยียดได้น้อยลงหรือไม่ ทดสอบวางมือราบกับโต๊ะเป็นระยะ หากอาการแย่ลง ควรพบแพทย์เร็วขึ้น
5.ดูแลสุขภาพโดยรวม
ควบคุมโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน งดสูบบุหรี่ ลดการดื่มแอลกอฮอล์ ช่วยลดปัจจัยที่กระตุ้นการเกิดพังผืด
6.ใช้อุปกรณ์ช่วย (ถ้าจำเป็น)
ใส่เฝือกดามนิ้ว (ตามคำแนะนำแพทย์) ใช้อุปกรณ์ช่วยจับหรือพยุงมือ ช่วยลดการงอของนิ้วในบางราย
7.พบแพทย์ตามนัดอย่างสม่ำเสมอ
เพื่อติดตามความรุนแรงของโรค ประเมินว่าควรเริ่มการรักษาเพิ่มเติมหรือไม่
ท่าบริหารมือบรรเทาอาการพังผืดที่มือ
การบริหารมืออย่างสม่ำเสมอจะช่วยลดความตึงของพังผืด เพิ่มความยืดหยุ่นของนิ้ว และชะลอการงอของนิ้วได้ โดยควรทำอย่างนุ่มนวล ไม่ฝืนจนเจ็บ
1.ท่าเหยียดนิ้วมือ
วิธีทำ ใช้มืออีกข้างค่อย ๆ ดันนิ้วที่มีอาการให้เหยียดตรง ค้างไว้ 10–15 วินาที ทำซ้ำ 5–10 ครั้ง ช่วยยืดพังผืดที่มือและลดการดึงรั้งของนิ้ว
2.ท่ากางนิ้วมือ
วิธีทำ กางนิ้วมือออกให้กว้างที่สุด ค้างไว้ 5–10 วินาที แล้วผ่อนคลาย ทำซ้ำ 10 ครั้ง ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อและเอ็นบริเวณฝ่ามือ
3.ท่ากำ–คลายมือ
วิธีทำ กำมือให้แน่นพอประมาณ จากนั้นคลายออกและเหยียดนิ้วให้สุด ทำสลับกัน 10–15 ครั้ง ช่วยให้ข้อต่อเคลื่อนไหวดีขึ้น และลดความฝืดของมือ
4.ท่าดันฝ่ามือกับโต๊ะ
วิธีทำ วางฝ่ามือลงบนโต๊ะเรียบ พยายามกดฝ่ามือให้แนบพื้นมากที่สุด ค้างไว้ 10–15 วินาที ช่วยยืดพังผืดและเช็กความตึงของมือไปในตัว
5.ท่าบีบลูกบอล
วิธีทำ ใช้ลูกบอลนุ่ม ๆ หรือยางบีบมือ บีบค้างไว้ 5 วินาที แล้วคลาย ทำซ้ำ 10–15 ครั้ง เสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อมือและเพิ่มการไหลเวียนเลือด
6.ท่ายืดนิ้วทีละนิ้ว
วิธีทำ ใช้มืออีกข้างจับนิ้วทีละนิ้ว ค่อย ๆ ดันไปด้านหลังจนรู้สึกตึง ค้างไว้ 10 วินาที ช่วยยืดพังผืดเฉพาะจุด โดยเฉพาะนิ้วที่เริ่มงอ
วิธีป้องกันไม่ให้เกิดพังผืดที่มือ
แม้พังผืดที่มือจะมีปัจจัยด้านพันธุกรรมที่ควบคุมไม่ได้ แต่สามารถลดความเสี่ยงและชะลอการเกิดได้ด้วยการดูแลพฤติกรรมและสุขภาพดังนี้
1.หลีกเลี่ยงการใช้มือหนักหรือซ้ำ ๆ มากเกินไป ป้องกันพังผืดที่มือ
ลดการกำ บีบ หรือจับของแน่น ๆ เป็นเวลานาน หากต้องใช้มือทำงานหนักควรพักเป็นระยะ หรือใช้อุปกรณ์ช่วย เช่น ถุงมือกันกระแทก ช่วยลดแรงกดและการระคายเคืองต่อเนื้อเยื่อฝ่ามือ
2.ยืดเหยียดและบริหารมือสม่ำเสมอป้องกันพังผืดที่มือ
เหยียดนิ้ว กางนิ้ว และกำ–คลายมือเป็นประจำ ช่วยให้เอ็นและพังผืดไม่ตึงตัวเกินไป เพิ่มความยืดหยุ่นของมือ ลดอาการพังผืดที่มือ
3.ดูแลสุขภาพโดยรวมป้องกันพังผืดที่มือ
ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด (โดยเฉพาะผู้ป่วยเบาหวาน) รักษาน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์เหมาะสม ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ช่วยลดความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับระบบเผาผลาญ
4.งดสูบบุหรี่ป้องกันพังผืดที่มือ
บุหรี่ทำให้หลอดเลือดหดตัว ส่งผลต่อการไหลเวียนเลือดและการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ การเลิกบุหรี่ช่วยลดโอกาสเกิดพังผืดได้
5.หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ป้องกันพังผืดที่มือ
การดื่มมากอาจส่งผลต่อการทำงานของตับ และเพิ่มความเสี่ยงของความผิดปกติในเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน
6.ระวังการบาดเจ็บที่มือป้องกันพังผืดที่มือ
ระมัดระวังการกระแทกหรือกดทับฝ่ามือ หากมีแผลหรืออักเสบ ควรดูแลให้หายดี เพื่อลดการกระตุ้นให้เกิดพังผืดผิดปกติ
7.สังเกตอาการตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ป้องกันพังผืดที่มือ
หากคลำเจอก้อนแข็ง หรือรู้สึกตึงที่ฝ่ามือ นิ้วเริ่มเหยียดไม่สุด ควรพบแพทย์ตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อป้องกันการลุกลาม
สรุปเกี่ยวกับพังผืดที่มือ
พังผืดที่มือเป็นโรคที่ไม่อันตรายถึงชีวิต แต่สามารถส่งผลกระทบต่อการใช้งานมือและคุณภาพชีวิตได้ในระยะยาว หากปล่อยให้ลุกลามอาจทำให้นิ้วงอถาวรและรักษาได้ยากขึ้น แม้โรคนี้จะไม่สามารถหายขาดได้ แต่สามารถควบคุมอาการและชะลอความรุนแรงได้ ด้วยการสังเกตอาการตั้งแต่เนิ่น ๆ ดูแลตัวเองอย่างเหมาะสม และเข้ารับการรักษาตามระยะของโรค การเข้าใจโรคพังผืดที่มืออย่างถูกต้อง จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้รักษาการใช้งานมือให้ได้ใกล้เคียงปกติและลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนในอนาคต
* เงื่อนไขตามบริษัทฯ กำหนด
แนะนำให้สอบถามกับเจ้าหน้าที่ก่อนเข้ารับบริการ
เพื่อความชัวร์และได้สิทธิ์ที่คุ้มที่สุดค่ะ