วิตามินซี ช่วยเรื่องอะไรบ้าง ควรกินตอนไหนให้ร่างกายดูดซึมดี

เขียนโดย: ทีมผู้เชี่ยวชาญ ROMRAWIN CLINIC

วิตามินซี

เปิดอ่าน 943

วิตามินซี ควรกินตอนไหนได้ผลเต็มที่ เหมาะกับใคร ช่วยเรื่องอะไรบ้าง

วิตามินซี (Vitamin C) คือสารอาหารจำเป็นที่ร่างกายต้องได้รับเป็นประจำ เนื่องจากร่างกายมนุษย์ไม่สามารถสังเคราะห์วิตามินซีขึ้นมาเองได้ การได้รับวิตามินซีจึงต้องมาจากอาหารตามธรรมชาติ เช่น ผักและผลไม้ หรือการเสริมด้วยผลิตภัณฑ์วิตามินซีโดยตรง

บทความนี้จะมาอธิบายถึงสรรพคุณของวิตามินซี ควรกินตอนไหนร่างกายถึงสามารถดูดซึมไปใช้ได้ทั้งหมด รวมไปถึงอธิบายเกี่ยวกับปริมาณที่ควรรับประทานวิตามินซีที่เหมาะสมในแต่ละช่วงวัย เพื่อให้เราสามารถนำไปปรับใช้ได้


วิตามินซีคืออะไร

วิตามินซีคืออะไร สารต้านอนุมูลอิสระบำรุงผิวและภูมิคุ้มกัน
วิตามินซีคืออะไร ประโยชน์และคุณสมบัติสำคัญที่ร่างกายสร้างเองไม่ได้

วิตามินซี (Vitamin C) หรือที่มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า กรดแอสคอร์บิก (Ascorbic Acid) เป็นวิตามินในกลุ่มที่ ละลายน้ำได้ และเป็นสารอาหารที่ร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นเองได้ ดังนั้นร่างกายจึงจำเป็นต้องได้รับ วิตามินซี จากอาหารหรืออาหารเสริมเป็นประจำ นอกจากนี้ร่างกายยังไม่สามารถสะสมวิตามินซีไว้ได้นาน หากได้รับเกินความต้องการ ส่วนเกินจะถูกขับออกทางปัสสาวะ

วิตามินซี ถือเป็นสารอาหารสำคัญที่มีบทบาทต่อการทำงานของร่างกายในหลายระบบ โดยเฉพาะการทำหน้าที่เป็น สารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) ซึ่งช่วยปกป้องเซลล์จากความเสียหายที่เกิดจากอนุมูลอิสระที่สะสมในร่างกาย อันเป็นสาเหตุสำคัญของความเสื่อมของเซลล์และการเกิดโรคต่าง ๆ


ประโยชน์ของวิตามินซี

5 ประโยชน์ของวิตามินซี บำรุงร่างกายและผิวพรรณ
5 ประโยชน์เด่นของวิตามินซี สารอาหารสำคัญสำหรับสายสุขภาพ

วิตามินซี ร่างกายเราสร้างเองไม่ได้ครับ ต้องกินจากอาหารหรืออาหารเสริมเติมเข้าไป ไม่ได้มีดีแค่แก้หวัด แต่คุมทั้งระบบภูมิคุ้มกัน ผิวพรรณ เลือด และช่วยกันโรคเรื้อรังได้เพียบ

วิตามินซีมีบทบาทต่อร่างกายอย่างไร
วิตามินซี (Vitamin C) หรือกรดแอสคอร์บิก คือตัวแม่ด้านการต้านอนุมูลอิสระ ช่วยซ่อมเซลล์ กระตุ้นการสร้าง คอลลาเจน และช่วยให้ร่างกายดูดซึมแร่ธาตุต่างๆ ได้ดีขึ้นมากครับ

กินให้เพียงพอ เซลล์จะถูกซ่อมแซมไว เนื้อเยื่อแข็งแรง เสี่ยงป่วยน้อยลงเห็นๆ ครับ

วิตามินซีช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันอย่างไร
ตัวนี้ช่วยปั๊มการทำงานของเม็ดเลือดขาวครับ พอเม็ดเลือดขาวฟิต ก็พร้อมวิ่งไปดักจับและทำลายเชื้อโรค ไวรัส แบคทีเรียได้ไวขึ้นทันที

วิตามินซีกับการต้านอนุมูลอิสระและลดการอักเสบ
เป็นตัวต้านอนุมูลอิสระเกรดพรีเมียม ช่วยเบรกภาวะเครียดออกซิเดชัน (Oxidative Stress) ไม่ให้เซลล์ถูกทำลายหรืออักเสบเรื้อรังครับ

ถ้ามีวิตามินซีพอดี จะช่วยลดเสี่ยงโรคหัวใจ ต้อกระจก มะเร็งบางชนิด แถมยังช่วยล้างหลอดเลือด กวาดพวก ไขมัน เลวอย่าง คอเลสเตอรอล LDL ออกไปด้วย

วิตามินซีกับการสร้างคอลลาเจน
หัวใจสำคัญของการสร้างคอลลาเจนเลยครับ ทำให้ผิวเด้งสู้มือ กระดูก ข้อต่อ เส้นเอ็น และหลอดเลือดเหนียวแน่นขึ้น แถมช่วยให้แผลสมานไว ลดบวมช้ำได้ดีมาก

วิตามินซีกับระบบเลือดและการดูดซึมธาตุเหล็ก
ดึงดูดการดูดซึม ธาตุเหล็ก จากพืชได้ดีขึ้นมาก ร่างกายจึงผลิตเม็ดเลือดแดงได้เต็มที่ ป้องกันภาวะโลหิตจาง และช่วยให้ระบบเลือดส่งออกซิเจนไปเลี้ยงทั่วร่างกายได้ดีครับ

ประโยชน์อื่น ๆ ของวิตามินซีต่อสุขภาพ
นอกจากระบบภูมิคุ้มกันและเลือด วิตามินซียังช่วยกระตุ้นให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่า บำรุงเหงือกฟัน ลดปัญหาเลือดออกตามไรฟัน ลดแผลร้อนใน และปกป้องเซลล์ไม่ให้พังง่ายครับ


วิตามินซีบำรุงผิวอย่างไร

การดูแลสุขภาพผิวพรรณด้วยวิตามินซี
เคล็ดลับการบำรุงและดูแลผิวด้วยวิตามินซี

นอกจากช่วยเรื่องภูมิคุ้มกันแล้ว วิตามินซียังเป็นตัวท็อปในวงการสกินแคร์ครับ ทั้งแบบกินและทา เพราะคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระช่วยฟื้นฟูผิว ปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ และอัปผิวดูสุขภาพดีขึ้นชัดเจน

วิตามินซีช่วยให้ผิวกระจ่างใสขึ้น
จุดเด่นคือช่วยเบรกการสร้างเม็ดสีเมลานิน ตัวการทำผิว หมองคล้ำ และ จุดด่างดำ ครับ

แถมยังช่วยเร่งผลัดเซลล์ผิวเก่า เผยเซลล์ผิวใหม่ที่สดใส เปล่งปลั่ง และสีผิวดูเรียบเนียนสม่ำเสมอขึ้นเมื่อใช้ต่อเนื่องครับ

วิตามินซีกับการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน
ช่วยปั๊มการสร้างคอลลาเจน ซึ่งเป็นฐานหลักให้ผิวยืดหยุ่นและแข็งแรงครับ พกไว้พอดีจะช่วยให้ผิวกระชับ ชะลอ ริ้วรอย ก่อนวัย และผิวดูละมุนขึ้น

วิตามินซีช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว
ช่วยคุมความมันและล็อกความชุ่มชื้นใต้ผิวครับ ใช้สกินแคร์ที่มีวิตามินซีจะช่วยให้ผิวดูอิ่มน้ำ ไม่แห้งกร้าน เรียบเนียนขึ้นเยอะครับ

วิตามินซีช่วยให้รูขุมขนกระชับและผิวเรียบเนียน
ช่วยคุมการผลิตน้ำมันใต้ผิว ทำให้คน ผิวมัน มีน้ำมันส่วนเกินน้อยลง รูขุมขนที่เคยเบียดกว้างเลยดูเล็กลง หน้าดูเนียนกริบขึ้นครับ ผิวหน้า สมดุลดีมาก

วิตามินซีช่วยลดรอยดำและรอยแดงจากสิว
เหตุผลที่สาย สกินแคร์ เลิฟมาก เพราะกรดอ่อนๆ ในวิตามินซีช่วยผลัดเซลล์ผิวที่มีเม็ดสีสะสมออก ทำให้รอยดำรอย สิว จางลงไว ผิวดูเนียนเกลี้ยงขึ้นครับ

ด้วยคุณสมบัติของ วิตามินซี ที่เป็นกรดอ่อน ๆ จึงช่วยกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิว ทำให้เซลล์ผิวเก่าที่มีเม็ดสีสะสมถูกผลัดออก และช่วยให้รอยดำหรือรอยแดงดูจางลง สีผิวจึงดูสม่ำเสมอมากขึ้น


วิตามินซี ควรกินอย่างไรให้ได้ประโยชน์ที่สุด

วิธีกินวิตามินซีให้ได้ประโยชน์สูงสุด ควรกินพร้อมหรือหลังอาหาร ดื่มน้ำตามมากๆ และแบ่งกินวันละ 2 มื้อ
วิธีกินวิตามินซีให้ถูกต้องและได้รับประโยชน์สูงสุดต่อร่างกาย

วิตามินซี เป็นวิตามินที่ละลายในน้ำ ร่างกายไม่สามารถสะสมไว้ได้นาน เมื่อได้รับเข้าสู่ร่างกายแล้วส่วนหนึ่งจะถูกนำไปใช้ และส่วนที่เหลือจะถูกขับออกทางปัสสาวะภายในไม่กี่ชั่วโมง ดังนั้นการรับประทาน วิตามินซี อย่างถูกวิธีและในเวลาที่เหมาะสม จึงมีความสำคัญต่อการรักษาระดับวิตามินซีในเลือดให้คงที่ และช่วยให้ร่างกายได้รับประโยชน์จาก วิตามินซี ได้อย่างเต็มที่

ควรรับประทานวิตามินซีช่วงเวลาใด
แนะนำให้รับประทาน วิตามินซี พร้อมมื้ออาหาร โดยเฉพาะมื้อเช้าและมื้อเย็น เนื่องจากการรับประทาน วิตามินซี พร้อมอาหารจะช่วยลดการระคายเคืองกระเพาะอาหาร และช่วยให้ร่างกายดูดซึมได้ดีขึ้น

เนื่องจาก วิตามินซี จะถูกขับออกจากร่างกายภายในประมาณ 2–3 ชั่วโมง การแบ่งรับประทาน วิตามินซี วันละ 2 ครั้ง จึงช่วยรักษาระดับวิตามินซีในเลือดให้เหมาะสมตลอดวัน ซึ่งมีผลดีต่อระบบภูมิคุ้มกันและสุขภาพโดยรวม

วิตามินซีกับการบรรเทาอาการหวัด
ตอนเป็นหวัด ทานวิตามินซีวันละ 1,000 มิลลิกรัม 2 ครั้ง ช่วยลดความรุนแรงของอาการได้ครับ

วิตามินซีจะเข้าไปกดระดับฮิสตามีน (Histamine) สารที่ทำให้เกิดน้ำมูกและอาการแพ้ งานวิจัยพบว่าช่วยลดฮิสตามีนได้ราว 40% ทำให้อาการหวัดและภูมิแพ้เบาลงเยอะครับ

ประโยชน์ต่อผู้ป่วยเบาหวาน
สายเบาหวานกินวิตามินซีช่วยเซฟหลอดเลือด ลดเสี่ยงเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ดีครับ

เสริมวันละ 1,000 มิลลิกรัม จะช่วยต้านอนุมูลอิสระและลดหลอดเลือดอักเสบ กันโรคหัวใจหรือภาวะไตเสื่อมได้ แต่ถ้าจะกินโดสสูง แนะนำปรึกษาหมอประจำตัวก่อนนะครับ

กินคู่กับอะไรช่วยให้ดูดซึมไวขึ้น
จับคู่วิตามินซีทานพร้อมสารอาหารพวกนี้ ร่างกายจะดึงไปใช้ได้เต็มประสิทธิภาพมากขึ้นครับ

แคลเซียม ช่วยบำรุงกระดูก, แมกนีเซียม ช่วยบำรุงระบบประสาท และไบโอฟลาโวนอยด์ (Bioflavonoids) สารจากพืชที่ช่วยเสริมการดูดซึมวิตามินซีให้เต็มประสิทธิภาพครับ


ปริมาณวิตามินซีที่ควรได้รับต่อวัน

ปริมาณวิตามินซีที่ควรได้รับต่อวันในแต่ละช่วงวัย
ปริมาณวิตามินซีที่ควรได้รับต่อวันสำหรับแต่ละช่วงวัย

เนื่องจากร่างกายสร้างหรือเก็บสะสมวิตามินซีไว้ไม่ได้นาน จึงต้องกินเติมจากอาหารหรืออาหารเสริมทุกวันในโดสที่เหมาะสมครับ

ปริมาณวิตามินซีที่แนะนำต่อวัน
องค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำว่า วัยรุ่นและผู้ใหญ่ควรได้รับวิตามินซีราว 65–90 มิลลิกรัมต่อวัน ก็เพียงพอต่อการซ่อมเซลล์และเสริมภูมิคุ้มกันแล้วครับ

ส่วนโดสสูงสุดที่ไม่ควรกินเกินคือ 2,000 มิลลิกรัมต่อวันครับ ทานเกินกว่านี้อาจเอฟเฟกต์ทำให้ปวดท้อง คลื่นไส้ หรือท้องเสียได้ ทานแค่พอเหมาะดีที่สุดครับ


แหล่งวิตามินซีธรรมชาติมีอะไรบ้าง

แหล่งอาหารตามธรรมชาติที่อุดมไปด้วยวิตามินซีสูง
ผักผลไม้แหล่งวิตามินซีสูงตามธรรมชาติ

วิตามินซีหาทานได้ง่ายจากผักและผลไม้สดครับ กินเป็นประจำช่วยให้ร่างกายรับวิตามินซีเต็มๆ แบบปลอดภัย

ตัวอย่างแหล่งอาหารที่มีวิตามินซีตามธรรมชาติ
ฝรั่งกับมะขามป้อมนี่วิตามินซีสูงติดท็อปครับ ตามด้วยส้ม มะละกอที่มีไฟเบอร์สูง และเงาะที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระบำรุงผิวครับ

ผักที่มีวิตามินซีสูง
พริกหวาน (Bell Pepper) บรอกโคลี และคะน้า จัดเป็นผักอุดมวิตามินซี แถมได้แคลเซียม ไฟเบอร์ และสารต้านอนุมูลอิสระควบคู่ไปด้วยครับ

อาหารอื่น ๆ ที่มีวิตามินซี
นอกจากนี้ยังเจอได้ในอโวคาโด ถั่วพิสตาชิโอ ถั่วแระญี่ปุ่น (Edamame) เมล็ดเจีย และข้าวกล้อง ซึ่งมีวิตามินซีร่วมกับโปรตีนและไขมันดีครับ


วิตามินซีมีกี่แบบ

การเลือกอาหารเสริมวิตามินซีรูปแบบต่างๆ
เปรียบเทียบวิตามินซีแต่ละรูปแบบ เลือกทานให้เหมาะกับตัวเอง

วิตามินซีทำออกมาหลายรูปแบบให้เลือกทานตามสะดวกครับ โดสส่วนใหญ่จะอยู่ที่ 25–1,000 มิลลิกรัม แต่ละแบบมีจุดเด่นข้อจำกัดต่างกัน ดังนี้ครับ

วิตามินซีชนิดเม็ด (Tablet)
แบบมาตรฐานพกพาง่ายสุด ยามีความคงตัวสูง ข้อเสียคือเม็ดมักจะใหญ่ กลืนยากครับ

วิตามินซีชนิดเม็ดอม (Lozenge)
เหมาะกับคนกลืนยายาก ค่อยๆ อมให้ละลายใน ปาก แต่ถ้าสูตรเป็นกรดหรือหวานจัด อมบ่อยๆ ฟันอาจผุหรือฟันกัดกร่อนได้ครับ

วิตามินซีชนิดเม็ดเคี้ยว (Chewable)
เคี้ยวง่าย รสอร่อย เหมาะกับเด็กและคนไม่ชอบกลืนยา แต่อาจมีน้ำตาลผสม ต้องระวังเรื่องฟันผุครับ

วิตามินซีชนิดเม็ดฟู่ (Effervescent)
ใส่แก้วผสมน้ำดื่ม รสชาติดี กลืนง่าย แต่บางคนดื่มแล้วอาจแอบมีอาการแน่นท้องหรือท้องอืดครับ

วิตามินซีชนิดแคปซูล (Capsule)
มีทั้งแคปซูลแข็งและซอฟต์เจล กลืนง่าย ไม่ระคายเคืองกระเพาะ แถมปกป้องตัวยาจากความชื้นได้ดีครับ

วิตามินซีชนิดผงรับประทานโดยตรง (Oral Powder / Stick Pack)
มาเป็นซองฉีกเทใส่ปากได้เลยโดยไม่ต้องผสมน้ำ พกสะดวกมาก แต่อาจแต่งรสแต่งหวานนิดหน่อยครับ

วิตามินซีชนิดผงสำหรับชงดื่ม (Powder for Drink)
ต้องชงใส่น้ำก่อนดื่ม แต่งสีกลิ่นรสเลียนแบบน้ำผลไม้ ดื่มง่ายเหมือนกินน้ำหวานครับ

วิตามินซีชนิดเครื่องดื่มบรรจุขวด (Ready-to-Drink Vitamin C)
พร้อมดื่มตามร้านสะดวกซื้อ ซื้อปุ๊บยกดื่มได้ทันที แต่ต้องเช็กปริมาณน้ำตาลข้างขวดดีๆ ครับ

วิตามินซีชนิดเจลลี่หรือสตริป (Gummy / Strip)
เคี้ยวเพลิน รสชาติอร่อยเหมือนขนม แนะนำเลือกสูตร Sugar-Free จะได้ไม่เสี่ยงฟันผุหรือได้แคลอรีเกินครับ

วิตามินซีชนิดสารละลายสำหรับฉีด (Injectable Vitamin C)
ฉีดเข้าหลอดเลือด ร่างกายดูดซึมไว ไม่ผ่านระบบย่อย แต่ต้องทำโดยแพทย์ในคลินิกหรือโรงพยาบาลเท่านั้นครับ


วิตามินซีแบบกิน Vs วิตามินซีแบบฉีด ต่างกันอย่างไร

วิตามินซีแบบกิน VS แบบฉีด IV Drip ต่างกันอย่างไร
ข้อแตกต่างระหว่างการกินและการฉีดวิตามินซี

วิตามินซีสามารถได้รับทั้งจาก การรับประทาน (Oral Vitamin C) และ การฉีดเข้าสู่ร่างกาย (Vitamin C Injection) ซึ่งทั้งสองรูปแบบมีวิธีการดูดซึมและการใช้งานที่แตกต่างกัน

วิตามินซีแบบกิน
พบได้ทั่วไปครับ เช่น เม็ด แคปซูล ผงชง หรือกัมมี่ ดูดซึมผ่านระบบย่อยเข้ากระแสเลือด ส่วนเกินจะถูกขับออกทางปัสสาวะ เหมาะกับการกินบำรุงสุขภาพทั่วไป เสริมภูมิ ต้านอักเสบ และกระตุ้นคอลลาเจนครับ

วิตามินซีแบบฉีด
ยิงตรงเข้ากระแสเลือดเลย ไม่ต้องผ่านระบบย่อย ได้โดสสูงและดูดซึมไวกว่ามาก มักใช้ในทางการแพทย์หรือต้องการผลเร่งด่วน แต่ต้องให้หมอหรือพยาบาลเป็นคนฉีดเท่านั้นครับ


ข้อควรระวังในการทานวิตามินซี

ข้อควรระวังในการทานวิตามินซีและผลข้างเคียง
ข้อควรระวังและผลข้างเคียงจากการรับประทานวิตามินซี

ไม่ควรรับประทานในปริมาณสูงเกินความจำเป็น
โดยทั่วไปผู้ใหญ่ควรได้รับประมาณ 75–90 มิลลิกรัมต่อวัน และไม่ควรเกิน 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน เพราะการรับประทานมากเกินไปอาจทำให้ท้องเสีย ปวดท้อง หรือระคายเคืองกระเพาะอาหารได้

ควรรับประทานหลังอาหารหรือพร้อมอาหาร
วิตามินซีเป็นกรดครับ กินตอนท้องว่างอาจกัดกระเพาะ เสียบแสบท้องได้

ผู้ที่มีประวัตินิ่วในไตควรระวัง
อัดวิตามินซีโดสสูงนานๆ อาจไปกระตุ้นให้เกิดนิ่วในไตได้ครับ

ควรระวังในผู้ป่วยโรคไต
คนเป็นโรคไตต้องถามหมอก่อนทานครับ เพราะไตขับของเสียออกได้ช้า เสี่ยงสะสม

ผู้ที่ทานยาบางชนิดควรปรึกษาแพทย์
โดยเฉพาะยาละลายลิ่มเลือดหรือยาลดกรด วิตามินซีอาจไปรบกวนการออกฤทธิ์ของยาได้ครับ

ควรตรวจสอบส่วนผสมในผลิตภัณฑ์
พวกเม็ดเคี้ยว กัมมี่ หรือน้ำดื่ม มักแอบใส่น้ำตาลเยอะ ระวังเรื่องฟันผุและแคลอรีเกินครับ

ไม่ควรใช้วิตามินซีแทนการรับประทานอาหารที่หลากหลาย
กินอาหารเสริมยังไงก็ไม่ดีเท่ารับสารอาหารสดๆ จากผักและผลไม้ครับ


ทำไมร่างกายต้องการวิตามินซีทุกวัน

ทำไมร่างกายต้องการวิตามินซีทุกวัน
เหตุผลที่ร่างกายควรได้รับวิตามินซีเป็นประจำทุกวัน

ร่างกายไม่สามารถสร้างวิตามินซีเองได้
มนุษย์ไม่สามารถสังเคราะห์วิตามินซีได้เหมือนสัตว์บางชนิด จึงจำเป็นต้องได้รับจากอาหารหรืออาหารเสริมทุกวัน

วิตามินซีเป็นวิตามินที่ละลายในน้ำ
เมื่อร่างกายได้รับเกินความต้องการ ส่วนที่เหลือจะถูกขับออกทางปัสสาวะ ทำให้ร่างกายไม่สามารถสะสมไว้ใช้ได้นาน

จำเป็นต่อการทำงานของหลายระบบในร่างกาย
วิตามินซีช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน ช่วยสร้างคอลลาเจน ซ่อมแซมเนื้อเยื่อ และมีบทบาทเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ

ช่วยให้ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กได้ดีขึ้น
โดยเฉพาะธาตุเหล็กจากพืช ซึ่งมีความสำคัญต่อการสร้างเม็ดเลือดแดง


สรุปทุกเรื่องเกี่ยวกับวิตามินซี

สรุปเรื่องควรรู้เกี่ยวกับวิตามินซี ประโยชน์ วิธีกิน ปริมาณที่เหมาะสม และข้อควรระวัง
สรุปครบจบในภาพเดียว เรื่องต้องรู้เกี่ยวกับวิตามินซี ทั้งประโยชน์ วิธีกิน และข้อควรระวัง

วิตามินซี (Vitamin C) สารอาหารละลายในน้ำที่ร่างกายเราสร้างเองไม่ได้ครับ ต้องกินเติมจากอาหารหรืออาหารเสริมเอา ช่วยปั๊มระบบภูมิคุ้มกัน กระตุ้นคอลลาเจน ซ่อมแซมเซลล์ และต้านอนุมูลอิสระปกป้องร่างกายไม่ให้พังง่าย

ตอนนี้มีให้เลือกหลายรูปแบบครับ ทั้งเม็ด แคปซูล ชงดื่ม กัมมี่ ไปจนถึงแบบฉีด ชอบแบบไหนเลือกทานให้พอดีโดสทุกวัน จะช่วยบำรุงสุขภาพได้เต็มๆ แต่ระวังอย่าอัดโดสสูงเกินไปจนเกิดผลข้างเคียงครับ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับวิตามินซี (FAQ)

วิตามินซีควรกินตอนไหนดีที่สุดเพื่อให้ร่างกายดูดซึมได้เต็มที่

ควรกินพร้อมมื้ออาหาร เช่น มื้อเช้าหรือมื้อเย็นครับ เพราะจะช่วยลดการระคายเคืองกระเพาะอาหาร และช่วยให้ร่างกายดูดซึมวิตามินซีได้ดีขึ้นครับ

ทำไมร่างกายถึงต้องการวิตามินซีทุกวัน

เพราะร่างกายมนุษย์ไม่สามารถสังเคราะห์หรือสร้างวิตามินซีขึ้นมาเองได้ และเป็นวิตามินที่ละลายในน้ำ ส่วนที่เกินจะถูกขับออกทางปัสสาวะ จึงไม่สามารถสะสมไว้ใช้ได้นานครับ

วิตามินซีช่วยเรื่องผิวพรรณและความกระจ่างใสอย่างไรบ้าง

ช่วยยับยั้งการสร้างเม็ดสีเมลานิน ลดเลือนจุดด่างดำ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิว ควบคุมความมัน และช่วยให้รอยสิวดูจางลง สีผิวสม่ำเสมอขึ้นครับ

ปริมาณวิตามินซีที่ควรได้รับต่อวันคือเท่าไหร่ และสูงสุดไม่ควรเกินเท่าไหร่

ผู้ใหญ่ควรได้รับประมาณ 65–90 มิลลิกรัมต่อวัน และไม่ควรรับประทานเกิน 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน เพื่อป้องกันอาการท้องเสียหรือระคายเคืองช่องท้องครับ

วิตามินซีแบบกิน กับ แบบฉีด (IV Drip) แตกต่างกันอย่างไร

แบบกินจะค่อยๆ ดูดซึมผ่านลำไส้ เหมาะกับทานบำรุงประจำวันครับ ส่วน IV Drip ยิงตรงเข้าเส้นเลือดเลย ร่างกายดึงไปใช้ได้ทันที โดสสูงกว่า แต่ต้องให้หมอเป็นคนฉีดเท่านั้นครับ

แหล่งอาหารธรรมชาติชนิดใดบ้างที่มีวิตามินซีสูง

พบได้มากในผลไม้ เช่น ฝรั่ง ส้ม มะขามป้อม มะละกอ และในผัก เช่น พริกหวาน บรอกโคลี และคะน้าครับ

กินวิตามินซีช่วยลดอาการหวัดได้อย่างไร

ช่วยกระตุ้นการทำงานของเซลล์เม็ดเลือดขาวในการทำลายเชื้อโรค และช่วยลดระดับฮิสตามีนลงประมาณ 40% จึงช่วยบรรเทาอาการน้ำมูกไหลและอาการแพ้ให้ดีขึ้นได้ครับ

วิตามินซีมีกี่รูปแบบ และควรเลือกใช้อย่างไร

มีหลายรูปแบบ เช่น ชนิดเม็ด เม็ดอม เม็ดเคี้ยว เม็ดฟู่ แคปซูล และแบบผงชงดื่ม สามารถเลือกตามความสะดวกในการรับประทานและความเหมาะสมของแต่ละบุคคลได้เลยครับ

ผู้ที่มีประวัติเป็นนิ่วในไตหรือโรคไต ควรกินวิตามินซีไหม

ควรระมัดระวังเป็นพิเศษและปรึกษาแพทย์ก่อนทานครับ เพราะการได้รับวิตามินซีปริมาณสูงต่อเนื่องอาจเพิ่มความเสี่ยงการเกิดนิ่วในไต หรือส่งผลให้ไตขับของเสียได้ไม่ดีครับ

การกินวิตามินซีร่วมกับสารอาหารอื่นช่วยเรื่องอะไรบ้าง

ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึมธาตุเหล็กจากพืช และเมื่อทานร่วมกับแคลเซียม แมกนีเซียม หรือไบโอฟลาโวนอยด์ จะช่วยสนับสนุนการทำงานของร่างกายให้ดียิ่งขึ้นครับ

ลิงก์อ้างอิงทางการแพทย์:
* ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับเฉพาะบุคคล
* เงื่อนไขตามบริษัทฯ กำหนด
ปรึกษาฟรี พร้อมรับ โปรโมชั่นพิเศษ ก่อนใคร
เมื่อลงทะเบียนถือว่าท่านยอมรับ ข้อตกลงและเงื่อนไข และ นโยบายความเป็นส่วนตัว
เรื่อง บทความน่ารู้ ที่คุณอาจสนใจ