มอยเจอร์ไรเซอร์ (Moisturizer) คืออะไร เลือกใช้แบบไหนดี

เขียนโดย: ทีมผู้เชี่ยวชาญ ROMRAWIN CLINIC

มอยเจอร์ไรเซอร์, มอยส์เจอไรเซอร์, ครีมมอยเจอร์ไรเซอร์, ประโยชน์มอยเจอร์ไรเซอร์

เปิดอ่าน 2,916
สารบัญเนื้อหา มอยเจอร์ไรเซอร์, มอยส์เจอไรเซอร์, ครีมมอยเจอร์ไรเซอร์, ประโยชน์มอยเจอร์ไรเซอร์ 

มอยเจอร์ไรเซอร์คืออะไร? ช่วยอะไรบ้าง? วิธีเลือกให้เหมาะกับผิว

หลายคนคิดว่า ผิวสวยดูสุขภาพดี ต้องใช้สกินแคร์แพง ๆ หรือ ใช้หลายตัวพร้อมกันเท่านั้น แต่ความจริงแล้ว สิ่งที่ควรใส่ใจ คือ ทามอยเจอร์ไรเซอร์สม่ำเสมอ เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว ไม่ว่าจะเป็นคนที่สภาพผิวแห้ง ผิวมัน หรือผิวแพ้ง่าย มอยเจอร์ไรเซอร์จะช่วยให้ผิวอิ่มน้ำ เนียนนุ่มชุ่มชื้น เสริมเกราะป้องกันผิว ลดความเสี่ยงเกิดปัญหาผิว

เชื่อว่าหลายคนรู้จักมอยเจอร์ไรเซอร์ แต่อาจไม่รู้ว่าจริง ๆ แล้ว มอยเจอร์ไรเซอร์คืออะไร? มีประโยชน์อย่างไร? วิธีเลือกมอยเจอร์ไรเซอร์ให้เหมาะกับผิว? วันนี้ทีมรมย์รวินท์จะพาทุกคนไปรู้จักกันค่ะ


มอยเจอร์ไรเซอร์ คืออะไร ช่วยเติมและกักเก็บความชุ่มชื้นให้ผิวแข็งแรง
มอยเจอร์ไรเซอร์ คือสกินแคร์ที่ช่วยเพิ่มและกักเก็บความชุ่มชื้น ให้ผิวแข็งแรงดูสุขภาพดี

มอยเจอร์ไรเซอร์คืออะไร

มอยเจอร์ไรเซอร์ (Moisturizer) คือผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีหน้าที่หลักในการเพิ่มและกักเก็บความชุ่มชื้นให้กับผิว เพื่อป้องกันไม่ให้ผิวสูญเสียน้ำและช่วยรักษาสมดุลของผิวให้แข็งแรง ช่วยให้ผิวดูเนียนนุ่ม สุขภาพดี และลดปัญหาผิวแห้ง ลอก หรือระคายเคืองได้

คุณสมบัติหลักของมอยเจอร์ไรเซอร์
• มอยเจอร์ไรเซอร์ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว มีส่วนผสมที่ช่วยดึงน้ำเข้าสู่ผิว เช่น ไฮยาลูรอนิก แอซิด กลีเซอรีน ให้ผิวอิ่มน้ำ
• มอยเจอร์ไรเซอร์ช่วยป้องกันการสูญเสียน้ำ มีส่วนประกอบที่เคลือบผิวเพื่อลดการระเหยของน้ำ เช่น เซราไมด์ หรือซิลิโคน
• มอยเจอร์ไรเซอร์ช่วยเสริมเกราะป้องกันผิว ช่วยฟื้นฟูผิวให้แข็งแรง ลดการระคายเคืองและการอักเสบ
• มอยเจอร์ไรเซอร์ช่วยทำให้ผิวเนียนนุ่มชุ่มชื้น ทำให้ผิวสัมผัสเรียบลื่นและดูสุขภาพดีขึ้น


ส่วนผสมหลักในมอยเจอร์ไรเซอร์ สารดึงความชุ่มชื้น เคลือบผิว ฟื้นฟูเกราะป้องกันผิว
ส่วนผสมหลักในมอยเจอร์ไรเซอร์ ทั้งสารดึงความชุ่มชื้น สารเคลือบผิว และสารฟื้นฟูเกราะป้องกันผิว

ส่วนผสมหลักในมอยเจอร์ไรเซอร์

ส่วนผสมหลักในมอยเจอร์ไรเซอร์ สามารถแบ่งได้ตามกลไกการให้ความชุ่มชื้นและการปกป้องผิว ซึ่งแต่ละประเภทมีบทบาทแตกต่างกัน ดังนี้

1.ฮิวเมคแทนท์ (Humectants)
สารในกลุ่มนี้มีคุณสมบัติดึงความชื้นจากอากาศหรือจากชั้นลึกของผิวเข้ามาเก็บไว้ที่ผิวชั้นบน ทำให้ผิวดูอิ่มน้ำและไม่แห้งกร้าน

มอยเจอร์ไรเซอร์มีส่วนผสมหลัก เช่น
Hyaluronic Acid (ไฮยาลูรอนิก แอซิด) ช่วยกักเก็บน้ำ
Glycerin (กลีเซอรีน) ช่วยให้ผิวนุ่มชุ่มชื้น ลดการระคายเคือง
Panthenol (โปรวิตามิน B5) ฟื้นฟูผิว เพิ่มความยืดหยุ่น
Sodium PCA ช่วยกักเก็บความชื้น

อีมัลเลียนท์ (Emollients)
อีมัลเลียนท์มีคุณสมบัติช่วยทำให้ผิวเนียนนุ่มและเรียบลื่น ลดความหยาบกร้านของผิว

มอยเจอร์ไรเซอร์มีส่วนผสมหลัก เช่น
Ceramides (เซราไมด์) ฟื้นฟูเกราะป้องกันผิว
Fatty Acids (กรดไขมันจำเป็น เช่น Omega-3, Omega-6) ช่วยคงความชุ่มชื้น
Shea Butter (เชีย บัตเตอร์) ช่วยให้ผิวเรียบเนียน
Squalane (สควาเลน) ให้ความชุ่มชื้นแบบน้ำมันธรรมชาติในผิว

โอคูลซิฟ (Occlusives)
ทำหน้าที่เคลือบผิวเพื่อลดการระเหยของน้ำ ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นได้ยาวนาน เหมาะกับผิวแห้งมาก

มอยเจอร์ไรเซอร์มีส่วนผสมหลัก เช่น
Petrolatum (ปิโตรเลียมเจลลี่) ช่วยสร้างชั้นฟิล์มกักเก็บความชื้น
Dimethicone (ไดเมทิโคน) ช่วยให้ผิวเรียบลื่น ลดการสูญเสียน้ำ
Beeswax (ขี้ผึ้ง) ช่วยเคลือบผิว ให้ความชุ่มชื้นตามธรรมชาติ
Mineral Oil (มิเนอรัล ออยล์) ลดการระเหยของน้ำออกจากผิว

สารสกัดบำรุงผิวเสริม
มอยเจอร์ไรเซอร์ยังเพิ่มส่วนผสมอื่น ๆ เพื่อเสริมคุณสมบัติได้อีกค่ะ เช่น ลดการอักเสบ ต้านอนุมูลอิสระ

มอยเจอร์ไรเซอร์มีส่วนผสมหลัก เช่น
Niacinamide (วิตามิน B3) ลดรอยแดง กระชับรูขุมขน เสริมเกราะป้องกันผิว
Vitamin E ต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันผิวจากมลภาวะ
Aloe Vera (ว่านหางจระเข้) ลดการระคายเคือง เย็นสบายผิว
Green Tea Extract (สารสกัดชาเขียว) ลดการอักเสบ ช่วยให้ผิวแข็งแรง

สารปรับเนื้อผลิตภัณฑ์และกันเสีย
นอกจากสารบำรุงแล้ว ในมอยเจอร์ไรเซอร์ยังต้องใส่พวกสารกันเสียอย่าง Phenoxyethanol เข้ามาด้วยครับ เพื่อคุมไม่ให้แบคทีเรียหรือเชื้อราเติบโตในกระปุก ส่วนพวกสารเพิ่มความข้นอย่าง Carbomer ก็จะเข้ามาช่วยจัดทรงเนื้อสัมผัส คงสภาพครีมให้เนียนนุ่มน่าใช้อยู่เสมอ

หมอขอฝากไว้สั้นๆ ครับว่า มอยเจอร์ไรเซอร์ที่ดีควรมีส่วนผสมที่ทำหน้าที่ครบทั้งดึงน้ำเข้าผิว เติมความเรียบลื่น และล็อกความชุ่มชื้นไม่ให้ระเหยออกไป แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องเลือกเนื้อและสูตรให้เข้ากับสภาพผิวเราจริงๆ ผลลัพธ์ถึงจะออกมาปังที่สุดครับ


ประโยชน์ของมอยเจอร์ไรเซอร์ ช่วยเติมความชุ่มชื้น ฟื้นฟูเกราะป้องกันผิว
ประโยชน์ของมอยเจอร์ไรเซอร์ ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้น เสริมเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรง และปรับสมดุลผิว

มอยเจอร์ไรเซอร์ช่วยอะไรบ้าง

มอยเจอร์ไรเซอร์มีบทบาทสำคัญในการดูแลผิว ทั้งในแง่การเพิ่มความชุ่มชื้น ฟื้นฟูเกราะป้องกันผิว และป้องกันปัญหาผิวหลากหลายด้าน ดังนี้

1.มอยเจอร์ไรเซอร์ช่วยเพิ่มและกักเก็บความชุ่มชื้นให้ผิว
มอยเจอร์ไรเซอร์ช่วยดึงน้ำเข้าผิวด้วยสารกลุ่ม ฮิวเมคแทนท์ (Humectants) เช่น ไฮยาลูรอนิก แอซิด และกลีเซอรีน พร้อมทั้งมีส่วนผสมในกลุ่ม โอคูลซิฟ (Occlusives) อย่างปิโตรเลียมเจลลี่หรือไดเมทิโคน ที่เคลือบผิวเพื่อลดการระเหยของน้ำ ทำให้ผิวชุ่มชื้นยาวนาน ไม่แห้งกร้าน

มอยเจอร์ไรเซอร์ช่วยฟื้นฟูเกราะป้องกันผิว
มอยเจอร์ไรเซอร์ที่มีส่วนผสม เช่น เซราไมด์ กรดไขมันจำเป็น ช่วยฟื้นฟูเกราะป้องกันผิว ปกป้องผิวไม่ให้ถูกทำร้ายจากมลภาวะ เหมาะกับผิวแพ้ง่ายค่ะ

มอยเจอร์ไรเซอร์ช่วยลดปัญหาผิวแห้งลอก ระคายเคือง
สภาพอากาศ มลภาวะ ล้างหน้าบ่อยเกินไป ทำให้ผิวแห้งลอก เป็นผื่นคัน มอยเจอร์ไรเซอร์ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว ลดผิวลอกเป็นขุย แห้งตึง ลดอาการคันหรือแสบแดงได้ค่ะ

มอยเจอร์ไรเซอร์ช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยก่อนวัย
มอยเจอร์ไรเซอร์ช่วยให้ผิวชุ่มชื้น ทำให้ผิวมีความยืดหยุ่น ริ้วรอยเล็ก ๆ ดูตื้นขึ้น และสามารถเลือกที่มีส่วนผสมของสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น วิตามิน E วิตามิน B3 ช่วยชะลอริ้วรอยก่อนวัยค่ะ

มอยเจอร์ไรเซอร์ช่วยทำให้ผิวเรียบเนียน แต่งหน้าติดทน
หลายคนมีปัญหาแต่งหน้าไม่ติดทน แนะนำก่อนแต่งหน้าบำรุงด้วยมอยเจอร์ไรเซอร์ จะช่วยให้ผิวเรียบเนียน รองพื้นเกลี่ยง่าย ไม่เป็นคราบ เครื่องสำอางติดทนตลอดวันค่ะ

มอยเจอร์ไรเซอร์ช่วยปรับสมดุลน้ำมันบนผิว
แม้ผิวมันก็ต้องการความชุ่มชื้น แนะนำทามอยเจอร์ไรเซอร์เนื้อบางเบา ช่วยให้ผิวสมดุล ลดความมันส่วนเกิน และไม่อุดตันรูขุมขน ป้องกันสิวค่ะ

มอยเจอร์ไรเซอร์ช่วยบรรเทาผิวหลังทำหัตถการหรือระคายเคือง
มอยเจอร์ไรเซอร์ช่วยปลอบประโลมผิว ลดการระคายเคือง เพราะหลังทำเลเซอร์หรือทรีตเมนต์อาจทำให้ผิวบอบบางได้ แนะนำเลือกมอยเจอร์ไรเซอร์ที่มีส่วนผสม เช่น อโลเวร่า แพนทีนอล ค่ะ


ประเภทของมอยเจอร์ไรเซอร์ ทั้งเนื้อครีม โลชั่น เจล ออยล์ และบาล์ม
มอยเจอร์ไรเซอร์แต่ละประเภท ทั้งเนื้อครีม โลชั่น เจล ออยล์ และบาล์ม เพื่อเลือกให้เหมาะกับผิว

มอยเจอร์ไรเซอร์มีกี่ประเภท

มอยเจอร์ไรเซอร์สามารถจำแนกออกเป็นหลายประเภทตาม รูปแบบของเนื้อผลิตภัณฑ์ และ หลักการทำงานของส่วนผสม ซึ่งแต่ละประเภทตอบโจทย์สภาพผิวและปัญหาที่แตกต่างกัน ดังนี้

1.มอยเจอร์ไรเซอร์ตามเนื้อสัมผัสผลิตภัณฑ์

1.1 มอยเจอร์ไรเซอร์ประเภทครีม (Cream)
• ลักษณะ มอยเจอร์ไรเซอร์เนื้อเข้มข้นและมีน้ำมันสูง
• เหมาะสำหรับ ผิวแห้งถึงแห้งมาก หรือผิวที่ต้องการฟื้นฟูเกราะป้องกัน
• คุณสมบัติเด่น ให้ความชุ่มชื้นล้ำลึกและกักเก็บน้ำในผิวได้ยาวนาน

มอยเจอร์ไรเซอร์ประเภทโลชั่น (Lotion)
เป็นมอยเจอร์ไรเซอร์เนื้อบางเบากว่าครีม ซึมซาบง่าย ไม่หนักผิว เหมาะสำหรับผิวธรรมดา ผิวมัน ใช้ได้ทั้งผิวหน้าและผิวกายค่ะ

มอยเจอร์ไรเซอร์ประเภทเจล (Gel)
เป็นมอยเจอร์ไรเซอร์เนื้อใส ปราศจากน้ำมัน หรือมีน้ำมันน้อย ซึมซาบเร็ว ไม่เหนอะหนะ ไม่ทำให้มีความมันส่วนเกิน เหมาะสำหรับผิวมัน ผิวเป็นสิวค่ะ

มอยเจอร์ไรเซอร์ประเภทออยล์ (Oil)
เป็นมอยเจอร์ไรเซอร์ที่เป็นน้ำมันบริสุทธิ์ หรือผสมสารสกัดจากพืช ช่วยเคลือบผิว ไม่ให้ผิวสูญเสียน้ำ และช่วยให้ผิวนุ่มลื่น เหมาะสำหรับผิวแห้งมาก ผิวผู้สูงอายุ ค่ะ

มอยเจอร์ไรเซอร์ประเภทบาล์ม (Balm)
เป็นมอยเจอร์ไรเซอร์เนื้อหนาแน่น ไม่มีน้ำเป็นส่วนประกอบ ช่วยเสริมเกราะป้องกันผิว ไม่ให้ผิวสูญเสียน้ำ เหมาะสำหรับผิวแห้งลอก หรือผิวบริเวณข้อศอก ส้นเท้า ค่ะ

มอยเจอร์ไรเซอร์ตามหลักการทำงานของส่วนผสม

ฮิวเมคแทนท์ (Humectants)
กลุ่มนี้ทำหน้าที่เหมือนแม่เหล็กดูดน้ำเข้าสู่ชั้นผิวครับ สารชูโรงก็อย่างพวกไฮยาลูรอนิกแอซิดหรือกลีเซอรีน ถือว่าเหมาะกับทุกสภาพผิวเลย โดยเฉพาะใครที่มีปัญหาผิวขาดน้ำคือต้องโดน

อีมัลเลียนท์ (Emollients)
พวกเซราไมด์ สควาเลน หรือเชียบัตเตอร์ จะเข้าทำหน้าที่เติมเต็มร่องลึกและช่องว่างระหว่างเซลล์ผิว ช่วยปรับผิวที่แห้งกร้านให้กลับมาเนียนนุ่ม สัมผัสเด้ง ยืดหยุ่นขึ้นทันที

โอคูลซิฟ (Occlusives)
สายเกราะป้องกันผิวอย่างปิโตรเลียมเจลลี่ ไดเมทิโคน หรือขี้ผึ้ง จะช่วยสร้างฟิล์มบางๆ เคลือบผิวชั้นนอกไว้ เพื่อล็อกไม่ให้น้ำระเหยออก เหมาะสุดๆ สำหรับคนผิวแห้งลอกขั้นสุดครับ

3.มอยเจอร์ไรเซอร์สำหรับปัญหาผิว

  • กลุ่มต้านริ้วรอย มักจะอัดแน่นด้วยสารต้านอนุมูลอิสระอย่างวิตามินซี หรือเรตินอล เพื่อช่วยฟื้นฟูผิวให้เรียบเนียน
  • สูตรดูแลผิวเป็นสิว ควรเลือกแบบ Oil-free และระบุว่าไม่ก่อให้เกิดการอุดตัน (Non-Comedogenic) จะได้ไม่เพิ่มภาระให้รูขุมขน
  • เคสผิวแพ้ง่าย มองหาสูตรที่คลีนที่สุดครับ ต้องไม่มีส่วนผสมของน้ำมันหอมระเหย น้ำหอม แอลกอฮอล์ หรือสารก่อการระคายเคืองต่างๆ

วิธีเลือกมอยเจอร์ไรเซอร์ให้เหมาะกับสภาพผิว ผิวแห้ง ผิวมัน ผิวผสม ผิวแพ้ง่าย
วิธีเลือกมอยเจอร์ไรเซอร์ให้เหมาะสมกับแต่ละสภาพผิว ทั้งผิวแห้ง ผิวมัน ผิวผสม และผิวแพ้ง่าย

วิธีเลือกมอยเจอร์ไรเซอร์ให้เหมาะกับสภาพผิว

แต่ละสภาพผิวต้องบำรุงแตกต่างกัน ดังนั้นควรเลือกมอยเจอร์ไรเซอร์ให้เหมาะสมค่ะ เพราะถ้าเลือกไม่เหมาะอาจทำให้เกิดปัญหาผิว เช่น สิวอุดตัน มอยเจอร์ไรเซอร์เลือกอย่างไรดี? ขอแนะนำดังนี้ค่ะ

มอยเจอร์ไรเซอร์ที่เหมาะกับผิวแห้ง

สภาพผิวแห้งจะผิวแห้งตึง ลอกเป็นขุย ขาดน้ำมันธรรมชาติ จึงสูญเสียน้ำได้ง่าย แนะนำเลือกมอยเจอร์ไรเซอร์เนื้อครีมหรือบาล์มค่ะ

ส่วนผสมแนะนำ เช่น เซราไมด์ เชียบัตเตอร์ สควาเลน ช่วยฟื้นฟูเกราะป้องกันผิว ไฮยาลูรอนิกแอซิด กลีเซอรีน ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น หลีกเลี่ยงมอยเจอร์ไรเซอร์ที่มีแอลกอฮอล์หรือมีน้ำหอม

มอยเจอร์ไรเซอร์ที่เหมาะกับผิวมันหรือผิวเป็นสิว

สภาพผิวมันจะมีความมันส่วนเกิน รูขุมขนกว้าง เป็นสิวง่าย แนะนำเลือกมอยเจอร์ไรเซอร์เนื้อเจลหรือโลชั่น สูตร Oil-free และ Non-comedogenic ไม่อุดตันรูขุมขนค่ะ

ส่วนผสมแนะนำ เช่น ไฮยาลูรอนิกแอซิด ช่วยเติมน้ำให้ผิว ไนอะซินาไมด์ ช่วยควบคุมความมัน ลดการอักเสบของสิว หลีกเลี่ยงเนื้อครีม เนื้อบาล์ม ที่อาจอุดตันรูขุมขนค่ะ

3.มอยเจอร์ไรเซอร์ที่เหมาะกับผิวผสม

ลักษณะผิว
สังเกตง่ายๆ เลยครับ ผิวบริเวณ T-Zone ตรงหน้าผาก จมูก คาง จะมีความมันเยิ้มชัดเจน แต่พอขยับมาบริเวณข้างแก้มกลับรู้สึกแห้งตึง

วิธีเลือก
แนะนำให้มองหาเนื้อสัมผัสแบบโลชั่น (Lotion) หรือครีมเนื้อบางเบาเบสสบายผิว เพื่อเติมความชุ่มชื้นให้สมดุลโดยไม่ทิ้งความมันส่วนเกินทิ้งไว้

  • เน้นส่วนผสมชูโรงอย่างไฮยาลูรอนิกแอซิด ช่วยเข้าเติมน้ำให้ผิวเฉพาะจุดที่แห้งกร้านได้ตรงจุด
  • พวกรวมเซราไมด์จะเข้ามาช่วยเสริมความแข็งแรง ปรับสมดุลเกราะป้องกันผิวไม่ให้สูญเสียความชุ่มชื้น
  • ทริกพิเศษจากหมอ สามารถเลือกใช้สกินแคร์พร้อมกัน 2 แบบได้เลยครับ โดยทาเนื้อเจลซึมไวบริเวณ T-Zone แล้วสลับไปใช้เนื้อครีมเข้มข้นบริเวณแก้มที่แห้งกร้านแทน

มอยเจอร์ไรเซอร์ที่เหมาะกับผิวแพ้ง่าย

สภาพผิวแพ้ง่ายจะระคายเคืองง่าย แดง คัน หรือมีผื่น แนะนำเลือกมอยเจอร์ไรเซอร์เนื้อครีมหรือโลชั่นสูตรอ่อนโยน ไม่มีน้ำหอมและแอลกอฮอล์ค่ะ

ส่วนผสมแนะนำ เช่น แพนทีนอล ว่านหางจระเข้ ช่วยปลอบประโลมผิว เซราไมด์ ช่วยเสริมเกราะป้องกันผิว หลีกเลี่ยงน้ำหอม แอลกอฮอล์ สีสังเคราะห์ และกรดผลไม้เข้มข้นค่ะ

มอยเจอร์ไรเซอร์ที่เหมาะกับผิวเริ่มมีริ้วรอย

ผิวเริ่มมีริ้วรอย เพราะผิวขาดความยืดหยุ่น ผิวแห้ง หยาบกร้าน แนะนำเลือกมอยเจอร์ไรเซอร์เนื้อครีมที่ให้ความชุ่มชื้นเข้มข้นค่ะ

ส่วนผสมแนะนำ เช่น เรตินอล เปปไทด์ ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน วิตามิน E ช่วยป้องกันริ้วรอย กรดไขมันจำเป็น ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของผิวค่ะ


เคล็ดลับทั่วไปในการเลือกมอยเจอร์ไรเซอร์

เวลาเลือกซื้อสกินแคร์ หมออยากให้ลองสังเกตคำว่า Non-comedogenic บนฉลากเป็นหลักก่อนเลยครับ โดยเฉพาะคนที่มีผิวมันหรือเป็นสิวง่าย ตัวนี้จะช่วยยืนยันได้ระดับหนึ่งว่าทาแล้วโอกาสอุดตันรูขุมขนจะต่ำลงมาก

  • เทสอาการแพ้ล่วงหน้าก่อนทาจริงทั่วหน้าเสมอ โดยแต้มเนื้อครีมบริเวณท้องแขนหรือหลังใบหูทิ้งไว้สัก 24-48 ชั่วโมงเพื่อเช็กปฏิกิริยาผิว
  • ปรับสูตรตามสภาพอากาศในแต่ละช่วงด้วยครับ วันไหนเจอแดดเมืองไทยร้อนชื้นจัดๆ ให้เลี่ยงไปจับเนื้อเจลหรือโลชั่นเบาสบายผิว แต่ถ้าต้องนอนห้องแอร์เย็นเจี๊ยบหรือบินไปเที่ยวเมืองหนาว ค่อยขยับไปใช้เนื้อครีมหรือเนื้อบาล์มเข้มข้นแทน

คนผิวมันใช้มอยเจอร์ไรเซอร์ได้ไหม ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและลดความมันส่วนเกิน
คนผิวมันควรใช้มอยเจอร์ไรเซอร์ เพื่อช่วยเติมความชุ่มชื้นและปรับสมดุลลดความมันส่วนเกิน

คนผิวมันใช้มอยเจอร์ไรเซอร์ได้ไหม?

คนผิวมันใช้มอยเจอร์ไรเซอร์ได้ค่ะ ยิ่งผิวมันยิ่งควรใช้ เพราะถ้าไม่บำรุงผิวให้ชุ่มชื้น จะทำให้ผิวผลิตความมันส่วนเกิน รูขุมขนอุดตันและเกิดสิว มอยเจอร์ไรเซอร์จะช่วยปรับสมดุลผิวค่ะ

ทำไมคนผิวมันถึงต้องใช้มอยเจอร์ไรเซอร์?
มอยเจอร์ไรเซอร์ช่วยปรับสมดุลการผลิตน้ำมัน
ต่อมไขมันจะผลิตน้ำมันเพิ่มขึ้นเมื่อผิวขาดน้ำ ทำให้ผิวมันมากกว่าเดิม มอยเจอร์ไรเซอร์ช่วยเติมน้ำให้ผิว ปรับสมดุลผิว ทำให้ลดความมันส่วนเกินค่ะ

มอยเจอร์ไรเซอร์ช่วยป้องกันการระคายเคือง เป็นสิวง่าย
คนสภาพผิวมันจะผลิตน้ำมันมากกว่าปกติและอาจขาดน้ำ มอยเจอร์ไรเซอร์จึงช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น เสริมเกราะป้องกันผิว ลดการระคายเคือง ไม่เป็นสิวง่ายค่ะ

มอยเจอร์ไรเซอร์ช่วยให้ผิวแข็งแรงและลดปัญหาสิว
มอยเจอร์ไรเซอร์ช่วยให้ค่า pH ของผิวมีความสมดุล ผิวแข็งแรงขึ้น ลดความเสี่ยงรูขุมขนอุดตัน ลดการเกิดสิว และทำให้รักษาสิวได้ดีค่ะ

มอยเจอร์ไรเซอร์ช่วยเตรียมผิวก่อนแต่งหน้า
แต่งหน้าไม่ติด เป็นคราบระหว่างวัน เป็นปัญหาที่ทำให้หลายคนกังวล มอยเจอร์ไรเซอร์จะช่วยบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นขึ้น ทำให้เครื่องสำอางติดทน เรียบเนียน ไม่เป็นคราบค่ะ

วิธีเลือกมอยเจอร์ไรเซอร์สำหรับคนผิวมัน เลือกเนื้อบางเบา สูตร Oil-Free ไม่ก่อให้เกิดการอุดตัน
วิธีเลือกมอยเจอร์ไรเซอร์สำหรับคนผิวมัน ควรเน้นเนื้อสัมผัสบางเบา สูตร Non-Comedogenic และไม่มีส่วนผสมของน้ำมัน

วิธีเลือกมอยเจอร์ไรเซอร์สำหรับคนผิวมัน
คนผิวมันแนะนำเลือกมอยเจอร์ไรเซอร์ สูตร Oil-free และ Non-comedogenic ไม่อุดตันรูขุมขน และเลือกมอยเจอร์ไรเซอร์เนื้อบางเบา เช่น เจล โลชั่น เพราะซึมซาบเร็ว ไม่เหนอะหนะค่ะ

ส่วนผสมแนะนำมอยเจอร์ไรเซอร์สำหรับคนผิวมัน เช่น Hyaluronic Acid ช่วยให้ผิวชุ่มชื้น Niacinamide ช่วยควบคุมความมัน Panthenol ช่วยปลอบประโลมผิว

หลีกเลี่ยงมอยเจอร์ไรเซอร์ที่มีน้ำมันหรือซิลิโคน ทำให้รูขุมขนอุดตัน เกิดสิวได้ง่ายค่ะ


คนเป็นสิวใช้มอยเจอร์ไรเซอร์ได้ไหม ช่วยเติมความชุ่มชื้น ลดระคายเคืองจากการใช้ยาสิว
คนเป็นสิวควรใช้มอยเจอร์ไรเซอร์ เพื่อช่วยเติมความชุ่มชื้น ฟื้นฟูเกราะป้องกันผิว และลดการระคายเคือง

คนเป็นสิวใช้มอยเจอร์ไรเซอร์ได้ไหม

คนเป็นสิวสามารถและควรใช้มอยเจอร์ไรเซอร์ เพราะแม้จะมีสิว ผิวก็ยังต้องการความชุ่มชื้นเพื่อรักษาสมดุล หากปล่อยให้ผิวแห้งเกินไป ต่อมไขมันจะยิ่งผลิตน้ำมันเพิ่ม ส่งผลให้รูขุมขนอุดตันและสิวเห่อหนักกว่าเดิม การเลือกมอยเจอร์ไรเซอร์ที่เหมาะสมจะช่วยให้สิวลดลงและผิวแข็งแรงขึ้น

เหตุผลที่คนเป็นสิวควรใช้มอยเจอร์ไรเซอร์
• รักษาสมดุลน้ำและน้ำมันบนผิว
การใช้ยารักษาสิวหรือการล้างหน้าบ่อย ๆ มักทำให้ผิวสูญเสียน้ำ เมื่อผิวขาดน้ำ ต่อมไขมันจะผลิตน้ำมันมากขึ้นเพื่อชดเชย ซึ่งอาจกระตุ้นให้สิวเกิดเพิ่ม การทามอยเจอร์ไรเซอร์ช่วยเติมน้ำให้ผิวและลดการผลิตน้ำมันส่วนเกิน

ลดการระคายเคืองจากการรักษาสิว
ผิวที่แห้งลอก แสบแดง จากยารักษาสิว Benzoyl Peroxide หรือ Retinoids มอยเจอร์ไรเซอร์จะช่วยปลอบประโลมผิว ฟื้นฟูผิว ลดระคายเคืองค่ะ

เสริมเกราะป้องกันผิว
มอยเจอร์ไรเซอร์ช่วยเสริมเกราะป้องกันผิว ไม่ให้ผิวถูกทำร้ายจากมลภาวะและแสงแดด ลดการอักเสบ ลดความเสี่ยงสิวขึ้นค่ะ

ช่วยให้การแต่งหน้าเรียบเนียนติดทนขึ้น
มอยเจอร์ไรเซอร์ช่วยให้ผิวเป็นสิวชุ่มชื้นขึ้น เครื่องสำอางเกลี่ยง่าย ไม่เป็นคราบ แต่ควรเช็ดล้างเครื่องสำอางให้สะอาดหมดจด เพื่อป้องกันสิวขึ้นเพิ่มค่ะ

วิธีเลือกมอยเจอร์ไรเซอร์สำหรับคนเป็นสิว
คนเป็นสิวแนะนำเลือกมอยเจอร์ไรเซอร์สูตร Oil-free และ Non-comedogenic เนื้อเจลหรือโลชั่น บางเบา ซึมเร็ว ให้ความชุ่มชื้น ไม่ทำให้รูขุมขนอุดตันค่ะ

ส่วนผสมมอยเจอร์ไรเซอร์แนะนำสำหรับคนเป็นสิว เช่น Hyaluronic Acid เพิ่มความชุ่มชื้น ไม่ทำให้มันเพิ่ม Niacinamide ลดการอักเสบ ควบคุมความมัน Panthenol ปลอบประโลมฟื้นฟูผิว Aloe Vera ลดรอยแดง ลดระคายเคืองค่ะ

• ควรหลีกเลี่ยง
- ผลิตภัณฑ์ที่มีแอลกอฮอล์รุนแรง น้ำหอม หรือซิลิโคนหนัก ๆ
- ครีมหรือบาล์มที่มีน้ำมันเข้มข้น เช่น Mineral Oil บางสูตร


มอยเจอร์ไรเซอร์เหมาะกับปัญหาผิวอะไรบ้าง ผิวแห้งลอก ผิวแพ้ง่าย ผิวมันขาดน้ำ
มอยเจอร์ไรเซอร์เหมาะกับหลายปัญหาผิว ทั้งผิวแห้งลอก ผิวแพ้ง่าย ผิวมันขาดน้ำ และผิวอ่อนแอ

ปัญหาผิวที่เหมาะกับการใช้มอยเจอร์ไรเซอร์

มอยเจอร์ไรเซอร์เป็นผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับคนทุกสภาพผิว แต่จะเห็นผลชัดเจนที่สุดเมื่อใช้กับผิวที่มีปัญหาต่าง ๆ เพราะส่วนผสมในมอยเจอร์ไรเซอร์ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ฟื้นฟูเกราะป้องกันผิว และปรับสมดุลน้ำมันในผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปัญหาผิวต่อไปนี้ถือว่าเหมาะอย่างยิ่งกับการใช้มอยเจอร์ไรเซอร์

1.ผิวแห้ง ขาดน้ำ
• ลักษณะปัญหา ผิวลอกเป็นขุย รู้สึกตึงหรือคัน แห้งกร้านเมื่อสัมผัส
• เหตุผลที่ควรใช้ มอยเจอร์ไรเซอร์ช่วยเติมน้ำและสร้างชั้นฟิล์มกักเก็บความชุ่มชื้น ป้องกันการสูญเสียน้ำของผิว
• ส่วนผสมแนะนำ ไฮยาลูรอนิก แอซิด, เซราไมด์, เชียบัตเตอร์

ผิวมันหรือผิวขาดน้ำจากการผลิตน้ำมันเกิน
ผิวมันแต่ชั้นผิวขาดน้ำ ทำให้ผิวผลิตน้ำมันมากขึ้น มอยเจอร์ไรเซอร์ช่วยเติมน้ำให้ผิว ลดความมันส่วนเกิน ลดการเกิดสิว แนะนำใช้เจลมอยเจอร์ไรเซอร์ที่มีไฮยาลูรอนิกแอซิด ไนอะซินาไมด์ ค่ะ

ผิวแพ้ง่าย ระคายเคือง
ผิวเป็นผื่นง่าย แดง คัน หรือระคายเคือง มอยเจอร์ไรเซอร์จะช่วยฟื้นฟูเกราะป้องกันผิว ลดการอักเสบ แนะนำมอยเจอร์ไรเซอร์สูตรอ่อนโยนที่มีเซราไมด์ แพนทีนอล อโลเวร่า ค่ะ

ผิวเป็นสิว
คนที่ผิวเป็นสิวจะมีสิวอักเสบ สิวอุดตัน และกำลังใช้ยารักษาสิว ทำให้ผิวแห้งลอก ระคายเคืองง่าย มอยเจอร์ไรเซอร์จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น แนะนำเลือกที่มีส่วนผสมของไฮยาลูรอนิก ไนอะซินาไมด์ และแพนทีนอลค่ะ

ผิวที่เริ่มมีริ้วรอยหรือสูญเสียความยืดหยุ่น
คนที่เริ่มมีริ้วรอยเล็ก ๆ หรือ ผิวดูหย่อนคล้อย มอยเจอร์ไรเซอร์จะช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ผิว ทำให้ผิวยืดหยุ่นขึ้น ริ้วรอยดูตื้นขึ้น ชะลอการเกิดริ้วรอยก่อนวัย แนะนำมอยเจอร์ไรเซอร์ที่มีวิตามิน E เรตินอล เปปไทด์ ค่ะ

ผิวที่เคยทำหัตถการหรือถูกทำร้ายจากแสงแดด
ผิวที่ทำหัตถการเลเซอร์ หรือ ผิวไหม้แดด มอยเจอร์ไรเซอร์จะช่วยปลอบประโลมผิว ฟื้นฟูผิว ลดอาการแสบแดง แนะนำเลือกมอยเจอร์ไรเซอร์ที่มีอโลเวร่า เซราไมด์ แพนทีนอล ค่ะ

ผิวที่เผชิญมลภาวะหรือแสงแดดเป็นประจำ
ผิวหมองคล้ำ แห้งเสียจากแสงแดดและมลภาวะ มอยเจอร์ไรเซอร์จะช่วยเสริมเกราะป้องกันผิว ลดการสูญเสียน้ำ และเพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระ แนะนำมอยเจอร์ไรเซอร์ที่มีวิตามิน C วิตามิน E สารสกัดชาเขียว ค่ะ


วิธีใช้มอยเจอร์ไรเซอร์ให้บำรุงผิวได้ดี ทาหลังล้างหน้าวันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น
วิธีใช้มอยเจอร์ไรเซอร์ให้มีประสิทธิภาพ ควรทาหลังล้างหน้าขณะผิวหมาดเป็นประจำวันละ 2 ครั้ง

วิธีใช้มอยเจอร์ไรเซอร์ให้ได้ประสิทธิภาพ

อยากทามอยเจอร์ไรเซอร์แล้วเห็นผลลัพธ์แบบเป๊ะปัง ไม่ใช่แค่ซื้อสูตรแพงๆ มาใช้อย่างเดียวนะครับ ลำดับการลง จังหวะเวลา ปริมาณ ไปจนถึงน้ำหนักมือที่ทาลงบนผิว ทั้งหมดนี้มีผลทั้งนั้น หมอเลยรวบรวมเทคนิคที่จะช่วยให้สกินแคร์ทำงานได้เต็มร้อยมาฝากกันครับ

1.เตรียมผิวให้สะอาดก่อนทามอยเจอร์ไรเซอร์

  • เริ่มจากล้างหน้าด้วยคลีนเซอร์สูตรอ่อนโยน เพื่อเคลียร์เอาสิ่งสกปรก ความมัน และคราบเมคอัพสะสมออกไปก่อน
  • ซับหน้าด้วยผ้าขนหนูเบาๆ พอให้ผิวหมาดๆ ก็พอครับ ไม่ต้องเช็ดจนแห้งกริบ เพราะมอยเจอร์ไรเซอร์จะดึงความชื้นและล็อกน้ำไว้ใต้ผิวได้ดีที่สุดตอนที่ผิวยังมีหยดน้ำเกาะอยู่นั่นเอง

2.ใช้มอยเจอร์ไรเซอร์ในลำดับที่ถูกต้อง

  • กฎเหล็กง่ายๆ ของสกินแคร์รูทีนทั้งเช้าและเย็น ให้ลงผลิตภัณฑ์เรียงจากเนื้อเหลวไปหนักเสมอ ดังนั้นทาโทนเนอร์ น้ำตบ หรือเซรั่มให้เรียบร้อยก่อนแล้วค่อยตามด้วยมอยเจอร์ไรเซอร์ครับ
  • ตอนเช้าต้องท่องไว้เสมอว่า ครีมกันแดดคือขั้นตอนสุดท้ายเสมอ ทามอยเจอร์ไรเซอร์ให้ซึมดีก่อนแล้วค่อยลงกันแดดทับ
  • ไนท์รูทีนก่อนนอน ให้ใช้มอยเจอร์ไรเซอร์ปิดท้ายเป็นกุญแจล็อกสารบำรุงทั้งหมดที่เราทาไป ไม่ให้ระเหยหายไประหว่างนอนหลับ

ปริมาณมอยเจอร์ไรเซอร์ที่เหมาะสม
ใช้แค่ปริมาณพอดีๆ ให้ทั่วทั้งใบหน้าและลำคอก็เพียงพอแล้วครับ ไม่จำเป็นต้องโบกหนาเตอะจนเหนอะหนะ เพราะนอกจากผิวจะไม่ดูดซึมเพิ่มแล้ว ยังเสี่ยงอุดตันรูขุมขนเปล่าๆ

เทคนิคการทามอยเจอร์ไรเซอร์
แต้มครีมลงบนผิวแล้วค่อยๆ เกลี่ยเบามือจากกึ่งกลางใบหน้าออกไปด้านข้าง หลีกเลี่ยงการถูหรือขยี้ผิวแรงๆ ครับ นวดวนให้เนื้อครีมซึมลงไปเอง ช่วยลดการเสียดสีและป้องกันริ้วรอยก่อนวัยได้ด้วย

ความถี่ในการใช้มอยเจอร์ไรเซอร์
ควรทาเป็นประจำทุกวันวันละ 2 ครั้ง เช้าและก่อนนอนครับ แต่ถ้าใครต้องนั่งทำงานในห้องแอร์ทั้งวันจนรู้สึกว่าผิวเริ่มแห้งตึง สามารถหยิบมอยเจอร์ไรเซอร์เนื้อเจลซึมไวมาทาเติมระหว่างวันได้เหมือนกัน

เลือกสูตรมอยเจอร์ไรเซอร์ให้เหมาะกับสภาพผิว
สายผิวมันหรือเป็นสิวง่ายให้พุ่งเป้าไปที่เนื้อเจลหรือเนื้อโลชั่นเบาๆ ส่วนสายผิวแห้งลอกต้องจัดเนื้อครีมเข้มข้นหรือเนื้อบาล์มไปเลยครับ และถ้าคุณรู้ตัวว่าเป็นคนผิวแพ้ง่าย เช็กลิสต์สูตรคลีนๆ ที่ไร้น้ำหอมและแอลกอฮอล์ไว้ก่อนปลอดภัยที่สุด

เคล็ดลับเสริมประสิทธิภาพมอยเจอร์ไรเซอร์
การบำรุงจากภายนอกแค่อย่างเดียวอาจไม่พอครับ หมออยากให้ดูแลจากภายในควบคู่กันไปด้วย ทั้งการดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอตลอดวัน และนอนหลับพักผ่อนให้ครบ 7-8 ชั่วโมง เพื่อให้กลไกฟื้นฟูผิวทำงานได้เต็มประสิทธิภาพครับ

ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่หน้ามันจนเยิ้มระหว่างวัน แต่ลึกๆ แล้วรู้สึกว่าผิวผลิตน้ำมันผิดปกติจนแต่งหน้าไม่ติด หมอแนะนำให้ลองแวะไปเช็กข้อมูลชุดนี้ดูครับ เพราะปัญหาที่คุณเจออาจไม่ได้แก้ด้วยการซับหน้ามันเสมอไป ลองกดเข้าไปอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ มอยเจอร์ไรเซอร์ผิวมัน ได้เลยครับ หมอตั้งใจรวบรวมคำตอบและเคสตัวอย่างไว้ให้ครบมากๆ อ่านจบแล้วจะเข้าใจผิวตัวเองขึ้นอีกเยอะเลย


มอยเจอร์ไรเซอร์เหมาะกับใครบ้าง

มอยเจอร์ไรเซอร์ (Moisturizer) เป็นผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่เรียกได้ว่า เหมาะกับทุกคน ไม่จำกัดเพศ วัย หรือสภาพผิว เพราะผิวทุกประเภทล้วนต้องการความชุ่มชื้นเพื่อคงสมดุลและปกป้องเกราะผิว แต่ระดับความจำเป็นและชนิดของมอยเจอร์ไรเซอร์ที่เลือกใช้อาจแตกต่างกันไปตามลักษณะผิวและปัญหาผิว ดังนี้

คนผิวแห้งหรือผิวขาดน้ำ ผิวลอกเป็นขุย หยาบกร้าน มอยเจอร์ไรเซอร์จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น กักเก็บน้ำในผิว ฟื้นฟูเกราะป้องกันผิว แนะนำมอยเจอร์ไรเซอร์แบบครีมหรือบาล์ม ที่มีเซราไมด์ เชียบัตเตอร์ หรือ ไฮยาลูรอนิกแอซิด ค่ะ

คนผิวมันหรือผิวผสม ผิวผลิตน้ำมันมาก หน้ามันง่าย อาจมีสิว มอยเจอร์ไรเซอร์จะช่วยปรับสมดุลผิว ลดความมันส่วนเกิน ลดสิว แนะนำมอยเจอร์ไรเซอร์แบบเจลหรือโลชั่น ที่มีไนอะซินาไมด์ ไฮยาลูรอนิกแอซิด ค่ะ

คนที่มีปัญหาสิว ผิวเป็นสิวอักเสบ สิวอุดตัน หรือใช้ยาลดสิว ทำให้ผิวแห้งลอกง่าย มอยเจอร์ไรเซอร์จะช่วยลดการระคายเคือง ฟื้นฟูเกราะป้องกันผิว และลดการอักเสบ แนะนำใช้สูตรบางเบา Oil-free ค่ะ

คนผิวแพ้ง่ายหรือระคายเคืองง่าย ผิวแดง คัน ลอกง่าย มอยเจอร์ไรเซอร์จะช่วยเสริมเกราะป้องกันผิว ลดการอักเสบ และผิวแข็งแรงขึ้น แนะนำสูตรอ่อนโยน มีเซราไมด์ แพนทีนอล ว่านหางจระเข้ ไม่มีน้ำหอมและแอลกอฮอล์ค่ะ

ผู้สูงอายุหรือผู้มีปัญหาริ้วรอย ผิวสูญเสียความยืดหยุ่น มีริ้วรอย ผิวแห้งตามวัย มอยเจอร์ไรเซอร์ช่วยเติมความชุ่มชื้น ทำให้ริ้วรอยตื้นขึ้น ชะลอการเกิดริ้วรอยก่อนวัย แนะนำครีมเข้มข้น มีวิตามินอี เรตินอล เปปไทด์ ค่ะ

ผู้ที่อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ทำให้ผิวแห้ง เช่น อยู่ห้องแอร์บ่อย ๆ ออกแดดจัด เจอกับมลภาวะ หรือ เพิ่งทำเลเซอร์ มอยเจอร์ไรเซอร์ช่วยทำให้ผิวไม่สูญเสียน้ำจากอากาศแห้ง เสริมเกราะป้องกันผิว ลดการอักเสบ และฟื้นฟูผิวค่ะ

ทุกเพศทุกวัยที่ต้องการผิวสุขภาพดี แนะนำทุกคนควรใช้มอยเจอร์ไรเซอร์ ไม่ว่าจะเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง เด็ก วัยรุ่น หรือผู้ใหญ่ เพื่อรักษาความชุ่มชื้นให้ผิว ผิวมีความสมดุล ลดการระคายเคือง ผิวสุขภาพดีในระยะยาว


ข้อควรระวังในการใช้มอยเจอร์ไรเซอร์?

แม้มอยเจอร์ไรเซอร์จะดีต่อผิว แต่ถ้าใช้ไม่ถูกวิธี หรือ เลือกมอยเจอร์ไรเซอร์ไม่เหมาะกับผิว อาจทำให้ผิวระคายเคือง เกิดปัญหาสิว ดังนั้นควรใส่ใจข้อควรระวังค่ะ

เลือกสูตรมอยเจอร์ไรเซอร์ให้เหมาะกับสภาพผิว
เรื่องนี้สำคัญมากครับ สายผิวมันหรือเป็นสิวง่ายให้พุ่งเป้าไปที่สูตร Oil-free และระบุว่า Non-comedogenic ไว้ก่อน ส่วนสายผิวแห้งลอกแนะนำจัดเนื้อครีมเข้มข้นหรือเนื้อบาล์มที่เติมความชุ่มชื้นสูงได้เลย และถ้าผิวแพ้ง่าย มองหาสูตรอ่อนโยนคลีนๆ ที่ไม่มีน้ำหอม แอลกอฮอล์ หรือสารกันเสียแรงๆ

เพราะถ้าเราเลือกมอยเจอร์ไรเซอร์ไม่เข้ากับสภาพผิว นอกจากจะไม่ช่วยแล้ว ยังอาจทำให้รูขุมขนอุดตันจนสิวบุกเต็มหน้าได้ครับ

ทดสอบการแพ้ก่อนใช้มอยเจอร์ไรเซอร์
ก่อนลองครีมใหม่ทุกครั้ง หมออยากให้ทดสอบอาการแพ้ก่อนเสมอ โดยแต้มเนื้อผลิตภัณฑ์บริเวณท้องแขน ข้อพับ หรือหลังใบหูทิ้งไว้สัก 24-48 ชั่วโมง สังเกตดูว่ามีอาการแดง คัน หรือผื่นขึ้นไหม ถ้ารู้สึกระคายเคืองต้องรีบเช็ดออกแล้วหยุดใช้ทันทีครับ

ไม่ทามอยเจอร์ไรเซอร์มากเกินไป
การโบกครีมหนาเตอะไม่ได้แปลว่าผิวจะชุ่มชื้นขึ้นเสมอไปนะครับ ยิ่งทาเยอะเกินไปยิ่งทำให้ผิวเหนอะหนะ รูขุมขนอุดตันจนกลายเป็นสิวอุดตันตามมา จริงๆ ปริมาณแคปเมล็ดถั่วเขียวสำหรับผิวหน้าก็เพียงพอทั่วถึงแล้ว

รักษาความสะอาดของมือและผิวก่อนทา
ก่อนลงสกินแคร์ทุกครั้ง ต้องล้างมือและทำความสะอาดผิวหน้าให้หมดจด เพื่อป้องกันสิ่งสกปรกและแบคทีเรียถูกปะปนลงไปใต้ชั้นผิว และหมอแนะนำว่าไม่ควรแบ่งมอยเจอร์ไรเซอร์กระปุกเดียวกันใช้ร่วมกับผู้อื่น เพื่อลดโอกาสการปนเปื้อนเชื้อโรคครับ

หลีกเลี่ยงการใช้ร่วมกับสารออกฤทธิ์แรงในเวลาเดียวกัน
สำหรับใครที่ใช้ยารักษาสิว หรือสกินแคร์กลุ่มผลัดเซลล์ผิวอย่าง AHA, BHA และ Retinoid แนะนำให้ทาตัวออกฤทธิ์ก่อน รอให้เนื้อผลิตภัณฑ์ซึมซาบลงผิวจนหมด แล้วค่อยลงมอยเจอร์ไรเซอร์สูตรอ่อนโยนทับปิดท้าย

ระวังส่วนผสมที่อาจก่อให้เกิดการแพ้
เช็กลิสต์ฉลากส่วนผสม (Ingredients) ด้านหลังผลิตภัณฑ์ก่อนซื้อเสมอครับ พยายามเลี่ยงมอยเจอร์ไรเซอร์ที่มีส่วนผสมของน้ำหอม แอลกอฮอล์ หรือสีสังเคราะห์ เพราะเป็นตัวการหลักที่ทำให้ผิวระคายเคืองง่าย

การเก็บรักษามอยเจอร์ไรเซอร์
ควรเก็บมอยเจอร์ไรเซอร์ไว้ในที่แห้ง อุณหภูมิห้อง พ้นจากแสงแดดและความร้อน พร้อมทั้งปิดฝาให้สนิททันทีหลังใช้งาน เพื่อป้องกันเนื้อครีมเสื่อมสภาพเร็วและลดการปนเปื้อนของฝุ่นละอองครับ

หยุดใช้ทันทีหากมีอาการผิดปกติ
ถ้าเริ่มทาแล้วรู้สึกแสบ คัน ผิวขึ้นผื่น แดง หรือบวมขึ้นมา ต้องรีบหยุดใช้ทันทีแล้วเข้ามาปรึกษาแพทย์ผิวหนังครับ อย่าฝืนทาต่อเพราะคิดว่าผิวจะค่อยๆ ปรับตัวได้ ไม่อย่างนั้นอาจกลายเป็นอาการแพ้รุนแรงจนรักษายากกว่าเดิม

อยากหน้ากระจ่างใสแบบปลอดภัย ไม่เสี่ยงหน้าพังภายหลัง? หมอบอกเลยครับว่าอย่าเพิ่งรีบซื้อสกินแคร์ตามกระแสจนกว่าจะได้อ่านเรื่องนี้ เพราะครีมที่เคลมว่าเปลี่ยนสีผิวได้ไว อาจแฝงสารอันตรายที่คุณคิดไม่ถึง ตามไปเจาะลึกข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ ครีมทาหน้าขาว ได้เลยครับ แล้วคุณจะรู้ว่าการดูแลผิวให้ออร่าอย่างถูกวิธีและยั่งยืน เขามีเทคนิคเลือกใช้กันอย่างไร


มอยเจอร์ไรเซอร์ ใช้ตอนไหนดี ทาหลังล้างหน้า ช่วงเช้า ก่อนนอน และหลังทำหัตถการ
ขั้นตอนและช่วงเวลาที่ควรใช้มอยเจอร์ไรเซอร์ ทั้งหลังล้างหน้า ก่อนนอน และหลังทำหัตถการ

มอยเจอร์ไรเซอร์ใช้ตอนไหนดี

มอยเจอร์ไรเซอร์ควรใช้เป็นประจำทั้งเช้าและเย็น เพื่อช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นและเสริมเกราะป้องกันผิว แต่เวลาที่เหมาะสมที่สุดขึ้นอยู่กับช่วงเวลาในวันและสภาพผิว ดังนี้

1.หลังล้างหน้า ช่วงที่ผิวหมาดเล็กน้อย
• เป็นเวลาที่ดีที่สุด เพราะผิวยังมีความชื้นเล็กน้อย มอยเจอร์ไรเซอร์จะกักเก็บน้ำได้ดี
• เคล็ดลับ ซับผิวให้หมาด ไม่ควรเช็ดจนแห้งสนิท แล้วรีบทาภายใน 1-2 นาที เพื่อกักเก็บน้ำได้สูงสุด

2.ตอนเช้า หลังขั้นตอนบำรุงผิวอื่น ๆ
• ลำดับการใช้ ล้างหน้า โทนเนอร์/เอสเซนส์ เซรั่ม มอยเจอร์ไรเซอร์ ครีมกันแดด
• เหตุผล ช่วยเติมน้ำให้ผิว ป้องกันการสูญเสียน้ำตลอดวัน และเป็นเกราะรองพื้นก่อนทาครีมกันแดดหรือแต่งหน้า
• เคล็ดลับ เลือกสูตรบางเบา เช่น เจลหรือโลชั่น หากต้องแต่งหน้า เพื่อไม่ให้รองพื้นเป็นคราบ

ตอนกลางคืนก่อนนอน
เริ่มจากล้างหน้า โทนเนอร์ เอสเซนส์ เซรั่ม และทามอยเจอร์ไรเซอร์ เพื่อช่วยล็อกความชุ่มชื้นและฟื้นฟูผิว ถ้าผิวแห้งมากแนะนำใช้แบบครีมหรือบาล์มค่ะ

หลังออกกำลังกายหรืออาบน้ำ
ผิวสูญเสียน้ำและน้ำมันตามธรรมชาติได้ หลังออกกำลังกาย เหงื่อออก หรืออาบน้ำ แนะนำทามอยเจอร์ไรเซอร์ทันทีหลังผิวหมาด ๆ เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นค่ะ

หลังทำหัตถการหรือใช้ยารักษาสิว
หลังทำเลเซอร์ ใช้ยาลดสิว อาจทำให้ผิวแห้ง แนะนำทามอยเจอร์ไรเซอร์ เพื่อบรรเทาอาการระคายเคือง ลดผิวแห้งลอกเป็นขุยค่ะ

เมื่ออยู่ในสภาพอากาศแห้งหรือหนาวเย็น
อากาศแห้ง หนาวเย็น อยู่ในห้องแอร์นาน ๆ แนะนำทามอยเจอร์ไรเซอร์ระหว่างวัน เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น ป้องกันผิวแห้งลอกค่ะ

ทามอยเจอร์ไรเซอร์ตอนไหนดี? คำตอบคือ แนะนำทาทันทีหลังล้างหน้า ขณะที่ผิวยังหมาด ๆ ในช่วงเช้าและก่อนนอน เพื่อกักเก็บน้ำให้ผิว เพิ่มความชุ่มชื้น เสริมเกราะป้องกันผิว และควรใช้ต่อเนื่องอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ผิวอิ่มน้ำ สุขภาพดีในระยะยาวค่ะ


มอยเจอร์ไรเซอร์ควรใช้บ่อยแค่ไหน?

ควรทามอยเจอร์ไรเซอร์อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ผิวอิ่มน้ำ ชุ่มชื้น และแข็งแรง แล้วควรใช้บ่อยแค่ไหน? คำตอบมีดังนี้ค่ะ

1.ความถี่ที่แนะนำใช้มอยเจอร์ไรเซอร์

  • การทาช่วงเช้าและก่อนนอน (วันละ 2 ครั้ง) ถือเป็นความถี่ที่สมบูรณ์แบบที่สุดครับ
  • ตอนเช้า จะเข้ามาช่วยเติมน้ำให้ผิวพร้อมรับมือกับมลภาวะ ช่วยให้ลงกันแดดและแต่งหน้าได้ติดทนเนียนกริบ
  • ก่อนนอน ทำหน้าที่กักเก็บความชุ่มชื้น คอยซัพพอร์ตกระบวนการฟื้นฟูผิวตามธรรมชาติในช่วงที่เรานอนหลับพักผ่อน

2.ปรับตามสภาพผิว

2.1 ผิวแห้งหรือขาดน้ำ

  • แนะนำให้ทาประมาณ 2-3 ครั้งต่อวันได้เลยครับ โดยเฉพาะทันทีหลังอาบน้ำเสร็จใหม่ๆ หรือช่วงเวลาที่เริ่มรู้สึกตึงผิว
  • พกเติมระหว่างวันได้ทันทีถ้าต้องนั่งทำงานในห้องแอร์เย็นจัดหรืออยู่ในพื้นที่สภาพอากาศแห้ง

2.2 ผิวมันหรือผิวเป็นสิว

  • แค่ทาวันละ 2 ครั้ง เช้าและเย็นก็เพียงพอแล้วครับ
  • ถ้าช่วงกลางวันรู้สึกหน้ามันเยิ้ม หมอแนะนำให้ใช้กระดาษซับหน้ามันแทนการทาครีมซ้ำ เพื่อป้องกันรูขุมขนอุดตัน

2.3 ผิวแพ้ง่ายหรือผิวระคายเคือง

  • ลงวันละ 2 ครั้ง หรือปรับเพิ่มความถี่ตามที่แพทย์ผิวหนังแนะนำ โดยเน้นย้ำว่าต้องเป็นสูตรอ่อนโยน ไร้น้ำหอมและแอลกอฮอล์เท่านั้นครับ

ปรับตามสภาพอากาศและกิจกรรม
แนะนำทาทันทีหลังอาบน้ำเพื่อกักเก็บความชุ่มชื้น และทาซ้ำระหว่างวัน ถ้าอยู่ในห้องแอร์ อากาศหนาว ป้องกันไม่ให้ผิวแห้งค่ะ

เคล็ดลับการทาให้ได้ประสิทธิภาพ
เคล็ดลับให้ทามอยเจอร์ไรเซอร์ได้ดี แนะนำทาขณะที่ผิวยังหมาด ใช้ปริมาณพอเหมาะสำหรับใบหน้า และทาหลังใช้สกินแคร์อื่น ๆ และก่อนทาครีมกันแดดค่ะ

แนะนำทามอยเจอร์ไรเซอร์วันละ 2 ครั้ง เช้าและก่อนนอน และทาบ่อย ๆ ระหว่างวัน ถ้าอยู่ในห้องแอร์ หรือ อากาศหนาวเย็น ทามอยเจอร์ไรเซอร์สม่ำเสมอ จะช่วยให้ผิวชุ่มชื้น แข็งแรง ชะลอการเกิดริ้วรอยก่อนวัยค่ะ


มอยเจอร์ไรเซอร์กับครีม ทาอะไรก่อน

ลำดับการทาผลิตภัณฑ์สกินแคร์ขึ้นอยู่กับเนื้อสัมผัสและจุดประสงค์ของผลิตภัณฑ์ เพื่อให้สารบำรุงซึมเข้าสู่ผิวได้เต็มประสิทธิภาพ หลักการง่าย ๆ คือ ทามอยเจอร์ไรเซอร์เนื้อเบาก่อนแล้วทามอยเจอร์ไรเซอร์เนื้อเข้มข้น ดังนั้นลำดับการทาจะต่างกันตามประเภทของครีมที่ใช้

1.กรณีครีมเป็นครีมรักษาหรือบำรุงเฉพาะปัญหา
เช่น ครีมรักษาสิว ครีมไวท์เทนนิ่ง ครีมลดริ้วรอย

• ลำดับที่แนะนำ
1.โทนเนอร์ / เอสเซนส์ (ถ้ามี)
2.เซรั่มหรือเอสเซนส์เข้มข้น
3.ครีมรักษาหรือครีมเฉพาะปัญหา
4.มอยเจอร์ไรเซอร์ (ถ้าเป็นเนื้อเจลหรือโลชั่นบางเบา อาจทาก่อนครีมได้ แต่ส่วนใหญ่ทาหลังครีมเฉพาะปัญหาเพื่อกักเก็บความชุ่มชื้น)

เหตุผล ครีมรักษามักมีสารออกฤทธิ์ที่ต้องซึมเข้าผิวโดยตรง การทามอยเจอร์ไรเซอร์ทับจะช่วยล็อกความชุ่มชื้นโดยไม่รบกวนการทำงานของตัวยา

กรณีครีมเป็นครีมมอยเจอร์ไรเซอร์เข้มข้น
เหมาะสำหรับผิวแห้งถึงผิวแห้งมาก ลำดับที่แนะนำ เริ่มจากโทนเนอร์ เอสเซนส์ เซรั่ม มอยเจอร์ไรเซอร์เนื้อบางเบา ครีมมอยเจอร์ไรเซอร์เข้มข้น ช่วยให้กักเก็บความชุ่มชื้นได้เต็มที่ค่ะ

เคล็ดลับเพิ่มเติม
เวลากลางวัน ทาครีมกันแดดเสมอหลังทามอยเจอร์ไรเซอร์
เวลากลางคืน ทามอยเจอร์ไรเซอร์เข้มข้นเพื่อบำรุงผิวให้อิ่มน้ำ


มอยเจอร์ไรเซอร์ใช้แทนครีมกันแดดได้ไหม?

มอยเจอร์ไรเซอร์ใช้แทนครีมกันแดดไม่ได้ค่ะ เพราะมอยเจอร์ไรเซอร์ใช้เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว ส่วนครีมกันแดดใช้ป้องกันแสงแดดและรังสียูวี

ทำไมมอยเจอร์ไรเซอร์ใช้แทนครีมกันแดดไม่ได้?
ไม่มีสารป้องกันรังสี UV
มอยเจอร์ไรเซอร์เน้นเพิ่มความชุ่มชื้น แต่ไม่ได้ป้องกันรังสียูวี การไม่ทากันแดดทำให้เสี่ยงผิวหมองคล้ำ จุดด่างดำ และอาจร้ายแรงถึงมะเร็งผิวหนังได้ค่ะ

ค่าปกป้องไม่เพียงพอ
บางมอยเจอร์ไรเซอร์บางชนิดอาจมีค่า SPF แต่ก็อยู่ระดับต่ำ จึงไม่ช่วยปกป้องผิวจากแสงแดดและรังสีได้ดีเท่าครีมกันแดดค่ะ

ปริมาณที่ทาไม่พอ
การทามอยเจอร์ไรเซอร์ที่อาจมีสารกันแดด ปริมาณยังไม่เพียงพอเท่าครีมกันแดดค่ะ ทำให้ไม่ช่วยปกป้องผิว

คำแนะนำการใช้ร่วมกัน
ตอนเช้าหลังจากล้างหน้า ใช้โทนเนอร์ เซรั่ม มอยเจอร์ไรเซอร์ ครีมกันแดด ก่อนแต่งหน้า เลือกครีมกันแดดตามสภาพผิวค่ะ


มอยเจอร์ไรเซอร์ใช้ร่วมกับอะไรได้บ้าง เซรั่ม วิตามินซี เรตินอล และครีมกันแดด
มอยเจอร์ไรเซอร์สามารถใช้ร่วมกับสกินแคร์อื่นๆ ได้ ทั้งวิตามินซี เรตินอล ยารักษาสิว และครีมกันแดด

มอยเจอร์ไรเซอร์ใช้ร่วมกับอะไรได้บ้าง

มอยเจอร์ไรเซอร์สามารถใช้ร่วมกับสกินแคร์หลายชนิดได้ เพื่อเสริมประสิทธิภาพการบำรุงและลดการระคายเคืองของผิว โดยเฉพาะเมื่อใช้สารออกฤทธิ์เข้มข้นอย่างเซรั่มวิตามินซี หรือ เรตินอล แนะนำเทคนิคการใช้ร่วมกันได้โดยลดความเสี่ยงเกิดผลข้างเคียง

เซรั่มวิตามินซี
วิธีใช้เซรั่มวิตามินซีร่วมกับมอยเจอร์ไรเซอร์ หลังล้างหน้า ใช้โทนเนอร์ เซรั่มวิตามินซี มอยเจอร์ไรเซอร์ และครีมกันแดดในช่วงเช้า

วิตามินซีช่วยลดรอยดำ กระตุ้นคอลลาเจน ใช้ร่วมกับมอยเจอร์ไรเซอร์จะช่วยลดการระคายเคือง และใช้กับครีมกันแดด เพื่อป้องกันผิวจากแสงแดดค่ะ

เรตินอล
วิธีใช้ร่วมกับมอยเจอร์ไรเซอร์ หลังล้างหน้า ใช้โทนเนอร์ เซรั่ม เรตินอล มอยเจอร์ไรเซอร์

เรตินอลช่วยกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิว ลดริ้วรอย แต่ทำให้ผิวแห้ง ระคายเคืองง่าย มอยเจอร์ไรเซอร์ช่วยปลอบประโลมผิวค่ะ

เซรั่มไฮยาลูรอนิก แอซิด
หลังล้างหน้า ใช้โทนเนอร์ เซรั่มไฮยาลูรอนิก มอยเจอร์ไรเซอร์ โดยไฮยาลูรอนิกจะดึงน้ำเข้าสู่ผิว ส่วนมอยเจอร์ไรเซอร์จะกักเก็บน้ำให้ผิวค่ะ

AHA / BHA (กรดผลไม้, กรดซาลิไซลิก)
หลังล้างหน้า ใช้โทนเนอร์ AHA/BHA มอยเจอร์ไรเซอร์ โดย AHA/BHA จะช่วยผลัดเซลล์ผิว แต่ทำให้ผิวแห้ง ระคายเคืองง่าย มอยเจอร์ไรเซอร์จะช่วยเสริมเกราะป้องกันผิวค่ะ

ครีมกันแดด
ทามอยเจอร์ไรเซอร์ตามด้วยครีมกันแดด เป็นขั้นตอนสุดท้ายในตอนเช้า เพื่อช่วยป้องกันแสงแดดและรังสียูวี

6.สารบำรุงอื่น ๆ

  • ไนอะซินาไมด์ (Niacinamide) ตัวนี้ใช้ง่ายมากครับ ทาได้ทั้งเช้าและเย็น จะช่วยเสริมมอยเจอร์ไรเซอร์ในการกักเก็บน้ำ แถมยังช่วยปลอบประโลมผิวลดอาการระคายเคืองไปในตัว
  • สำหรับพวกเปปไทด์ (Peptides), วิตามิน E หรือสารสกัดจากพืชธรรมชาติต่างๆ สามารถจับคู่ทาร่วมกับมอยเจอร์ไรเซอร์ได้เลย ไม่มีปัญหาครับ

พูดง่ายๆ คือมอยเจอร์ไรเซอร์นี่จับคู่ใช้ร่วมกับวิตามินซี, เรตินอล, AHA/BHA หรือแม้แต่ไฮยาลูรอนิกได้สบายมาก

เทคนิคสำคัญที่คุณหมออยากเน้นย้ำเลยก็คือ ต้องลงเซรั่มหรือพวกตัวบำรุงที่เป็นสารออกฤทธิ์แรงๆ ก่อนเสมอ แล้วค่อยทามอยเจอร์ไรเซอร์ปิดท้าย เพื่อล็อกความชุ่มชื้นและลดโอกาสระคายเคือง โดยเฉพาะกลุ่มคนที่ใช้เรตินอลหรือผลัดเซลล์ผิวด้วย AHA/BHA จำเป็นต้องทามอยเจอร์ไรเซอร์ควบคู่กันเสมอครับ ผิวจะได้ไม่แห้งลอกแล้วเกราะป้องกันผิวก็ยังแข็งแรงอยู่

ส่วนใครที่มีปัญหาจุดด่างดำหรือฝ้าแดดกวนใจ แล้วกำลังมองหาสกินแคร์มาจัดการ หมอแนะนำให้เลือกอย่างระวังนิดนึงครับ ลองแวะไปดูเทคนิค วิธีเลือกครีมทาฝ้า อย่างปลอดภัย เพื่อช่วยกู้ผิวหมองคล้ำให้กลับมากระจ่างใสโดยไม่ทำร้ายเกราะป้องกันผิวกันได้เลยครับ


มอยเจอร์ไรเซอร์ใช้หลังทำหัตถการได้ไหม

ใช้ได้แน่นอนครับ! แถมจำเป็นมากๆ ด้วย แต่สิ่งสำคัญคือต้องเลือกสูตรและวิธีใช้ให้ถูกประเภท เพื่อเข้ามาช่วยปลอบประโลมผิว ลดอาการระคายเคือง และเร่งฟื้นฟูผิวที่กำลังบอบบางหลังทำหัตถการให้กลับมาแข็งแรงได้ไวขึ้น

เหตุผลที่ควรใช้มอยเจอร์ไรเซอร์หลังทำหัตถการ
1.มอยเจอร์ไรเซอร์เติมความชุ่มชื้นและลดความตึงผิว
หลังทำเลเซอร์, HIFU, Thermage, หรือการฉีดต่าง ๆ ผิวมักสูญเสียน้ำ ทำให้แห้งและตึง มอยเจอร์ไรเซอร์ช่วยกักเก็บน้ำและทำให้ผิวสบายขึ้น

มอยเจอร์ไรเซอร์ช่วยฟื้นฟูเกราะป้องกันผิว
หลังทำหัตถการ เกราะป้องกันผิวจะอ่อนแอ มอยเจอร์ไรเซอร์ที่มีเซราไมด์ (Ceramides) จะช่วยสร้างเกราะป้องกันผิวใหม่ค่ะ

มอยเจอร์ไรเซอร์ช่วยลดการระคายเคืองและรอยแดง
แนะนำทามอยเจอร์ไรเซอร์ที่มีส่วนผสม เช่น แพนทีนอล (Panthenol) ว่านหางจระเข้ (Aloe Vera) ช่วยปลอบประโลมผิว ลดระคายเคือง และลดรอยแดงค่ะ

ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเริ่มใช้มอยเจอร์ไรเซอร์
• ขึ้นอยู่กับประเภทของหัตถการ
- เลเซอร์ผิว/ทำทรีตเมนต์ที่ทำให้ผิวลอกหรือบอบบาง ควรเริ่มใช้มอยเจอร์ไรเซอร์ ทันทีหลังจากแพทย์อนุญาต (มักหลัง 6-24 ชม.หรือเมื่อผิวไม่มีเลือดซึมหรือสะเก็ดสด)
- การฉีดโบท็อกซ์, ฟิลเลอร์, เมโส โดยทั่วไปสามารถทามอยเจอร์ไรเซอร์ได้ ทันทีหลังการฉีด เว้นแต่แพทย์แนะนำให้รอ

• ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ เพราะหัตถการแต่ละประเภทมีการดูแลหลังทำไม่เหมือนกัน

วิธีเลือกมอยเจอร์ไรเซอร์หลังทำหัตถการ
• เลือกสูตรมอยเจอร์ไรเซอร์ที่อ่อนโยน ปราศจากน้ำหอมและแอลกอฮอล์

• ส่วนผสมแนะนำ
เซราไมด์ ช่วยฟื้นฟูเกราะป้องกันผิว
แพนทีนอล ช่วยลดการอักเสบ ลดระคายเคือง
ว่านหางจระเข้ ช่วยให้ความเย็น ปลอบประโลมผิว
ไฮยาลูรอนิก แอซิด ช่วยเติมน้ำให้ผิว โดยไม่เพิ่มความมัน

• ในช่วง 5-7 วันแรก หลีกเลี่ยงใช้ AHA BHA เรตินอล หรือวิตามินซีเข้มข้น เพราะอาจผิวระคายเคืองมากขึ้น


เคล็ดลับดูแลผิวร่วมกับใช้มอยเจอร์ไรเซอร์?

มอยเจอร์ไรเซอร์จะบำรุงได้ดี เมื่อดูแลผิวควบคู่ด้วย ขอแนะนำเคล็ดลับดูแลผิวดังนี้ค่ะ

1.ล้างหน้าอย่างอ่อนโยน
• ใช้คลีนเซอร์สูตรอ่อนโยน ที่ไม่ทำลายเกราะป้องกันผิว
• หลีกเลี่ยงการล้างหน้าด้วยน้ำร้อนจัด เพราะจะดึงน้ำออกจากผิว
• ซับผิวให้หมาด ๆ ไม่เช็ดแรง เพื่อเตรียมผิวให้พร้อมสำหรับมอยเจอร์ไรเซอร์

ทามอยเจอร์ไรเซอร์ทันทีหลังล้างหน้า
ทาตอนที่ผิวหมาดภายใน 1-2 นาที หลังล้างหน้า มอยเจอร์ไรเซอร์จะช่วยกักเก็บน้ำบนผิวได้ดีมากขึ้นค่ะ

ใช้ปริมาณมอยเจอร์ไรเซอร์พอเหมาะ
ทามอยเจอร์ไรเซอร์ปริมาณเท่าเม็ดถั่วเขียว เพราะถ้าทามากเกินไป อาจทำให้ผิวเหนอะหนะ รูขุมขนอุดตัน และเป็นสิวง่าย

เลือกสูตรมอยเจอร์ไรเซอร์ให้เหมาะกับสภาพผิว
ผิวมัน ผิวเป็นสิว เลือกมอยเจอร์ไรเซอร์เนื้อบางเบา สูตร Oil-free, Non-comedogenic
ผิวแห้ง เลือกมอยเจอร์ไรเซอร์เนื้อเข้มข้น ที่มีเซราไมด์ เชียบัตเตอร์ สควาเลน
ผิวแพ้ง่าย เลือกมอยเจอร์ไรเซอร์สูตรอ่อนโยน ไม่มีน้ำหอม แอลกอฮอล์

เสริมด้วยการใช้เซรั่มหรือเอสเซนส์
ทาเซรั่มที่มีสารบำรุงเข้มข้น เช่น ไฮยาลูรอนิกแอซิด วิตามินซี ไนอะซินาไมด์ ร่วมกับมอยเจอร์ไรเซอร์ เพื่อกักเก็บความชุ่มชื้นและสารบำรุง

ปกป้องผิวด้วยครีมกันแดด
ทามอยเจอร์ไรเซอร์กับทาครีมกันแดด ช่วยป้องกันผิวจากแสงแดดและรังสียูวี ชะลอริ้วรอย ลดจุดด่างดำ

ดื่มน้ำและรับประทานอาหารที่ช่วยเติมความชุ่มชื้นจากภายใน
ดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 6-8 แก้ว กินผักผลไม้ที่มีวิตามินและสารต้านอนุมูลอิสระ หลีกเลี่ยงอาหารเค็มจัดและแอลกอฮอล์

รักษาสภาพแวดล้อมให้เหมาะสม
ถ้าอยู่ในห้องแอร์นาน ๆ แนะนำใช้เครื่องเพิ่มความชื้น เพื่อไม่ให้อากาศแห้งมากเกินไป ป้องกันผิวแห้งค่ะ

หลีกเลี่ยงใช้สารผลัดเซลล์ผิว สารออกฤทธิ์แรงพร้อมกัน
ทามอยเจอร์ไรเซอร์ ถ้าใช้ AHA, BHA เรตินอล เพื่อลดระคายเคือง และหลีกเลี่ยงใช้หลายตัวพร้อมกันค่ะ


สรุป มอยเจอร์ไรเซอร์ คืออะไร?

เรียกได้ว่า มอยเจอร์ไรเซอร์เป็นสกินแคร์ที่บำรุงผิวให้ชุ่มชื้น มีสุขภาพดี ลดปัญหาผิวแห้ง ลอก ระคายเคือง และยังช่วยให้สกินแคร์ตัวอื่น ๆ บำรุงได้เต็มที่ค่ะ ไม่ว่าจะมีสภาพผิวแบบไหน ทั้งผิวธรรมดา ผิวมัน ผิวผสม ผิวแห้ง ผิวแพ้ง่าย และผิวเป็นสิว ก็แนะนำให้ทามอยเจอร์ไรเซอร์เป็นประจำค่ะ เพื่อช่วยปรับสมดุลผิว ลดสิว ผิวเนียนนุ่มชุ่มชื้น ชะลอการเกิดริ้วรอยก่อนวัย และดูอ่อนเยาว์ในระยะยาว

* ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับเฉพาะบุคคล
* เงื่อนไขตามบริษัทฯ กำหนด
* ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลง*
แนะนำให้สอบถามกับเจ้าหน้าที่ก่อนเข้ารับบริการ
เพื่อความชัวร์และได้สิทธิ์ที่คุ้มที่สุดค่ะ
ปรึกษาฟรี พร้อมรับ โปรโมชั่นพิเศษ ก่อนใคร
เรื่อง บทความน่ารู้ ที่คุณอาจสนใจ
pixel