ลดร่องแก้มด้วย 10 วิธีแก้ปัญหาผิวหน้าแก่กว่าวัยให้ดูอิ่มฟูสดใส
ลดร่องแก้ม
ลดร่องแก้มด้วย 10 วิธีแก้ปัญหาผิวหน้าแก่กว่าวัยให้ดูอิ่มฟู
ลดร่องแก้มด้วย 10 วิธีแก้ปัญหาผิวหน้าแก่กว่าวัยให้ดูอิ่มฟูสดใส
ลดร่องแก้มสามารถทำได้หลากหลายวิธี แต่เราต้องเลือกวิธีที่ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายของเราในระยะยาว ซึ่งในบทความนี้ได้รวบรวมวิธีลดร่องแก้มที่สามารถทำได้เอง และการใช้หัตถการความงามในการช่วยลดร่องแก้ม
รวมทุกหัวข้อเกี่ยวกับวิธีลดร่องแก้ม
- ร่องแก้มลึกเกิดจากอะไรได้บ้าง
- ลดร่องแก้มด้วยการใช้ครีมบำรุง
- ลดร่องแก้มด้วยการนวดหน้า
- ลดร่องแก้มด้วยการรับประทานอาหารเสริม
- ลดร่องแก้มด้วยการฉีดฟิลเลอร์
- ลดร่องแก้มด้วยการฉีดโบ
- ลดร่องแก้มด้วยการร้อยไหม
- ลดร่องแก้มด้วยการทำ Hifu
- ลดร่องแก้มด้วยการทำ Ulthera SPT
- ลดร่องแก้มด้วยการทำ Thermage
- ลดร่องแก้มด้วยการฉีดไขมัน
- สรุปทุกเรื่องเกี่ยวกับการลดร่องแก้ม
ร่องแก้มลึกเกิดจากอะไรได้บ้าง
ร่องแก้มลึกหรือรอยพับลึกข้างจมูกที่ลงมาถึงมุมปาก เป็นปัญหาผิวที่ทำให้ใบหน้าดูมีอายุและอ่อนล้า หลายคนคิดว่าเกิดจากอายุเพียงอย่างเดียว แต่ความจริงแล้วมีหลายสาเหตุที่ทำให้ร่องแก้มลึกขึ้น มาดูกันว่ามีอะไรบ้าง
1.ผิวหย่อนคล้อยจากการเสื่อมของคอลลาเจนและอีลาสติน
เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายผลิตคอลลาเจนและอีลาสตินได้น้อยลง ส่งผลให้ผิวหนังขาดความยืดหยุ่น เกิดการหย่อนคล้อย และเริ่มเห็นร่องลึกตามแนวพับของผิวได้ชัดเจน โดยเฉพาะบริเวณแก้มและร่องข้างจมูก
2.โครงสร้างกระดูกใบหน้าที่เปลี่ยนแปลง
กระดูกใต้ตาและบริเวณร่องแก้มจะเริ่มมีการยุบตัวลงตามวัย โดยเฉพาะเมื่อเข้าสู่วัย 30 ปีขึ้นไป การยุบตัวของกระดูกจะทำให้เนื้อบริเวณแก้มบนตกลงมาทับซ้อนที่แนวร่องแก้ม ทำให้ร่องยิ่งดูลึกและชัดเจนขึ้น
3.กล้ามเนื้อแสดงสีหน้าใช้งานหนัก
การยิ้ม หัวเราะ หรือแสดงสีหน้าแบบเดิมซ้ำ ๆ ทำให้กล้ามเนื้อบางมัดทำงานหนักและดึงผิวหนังบริเวณแก้มจนเกิดเป็นร่องหรือริ้วรอยถาวร แม้ในตอนที่ไม่แสดงอารมณ์ ก็ยังเห็นร่องพับชัดเจนอยู่ดี
4.มลภาวะและแสงแดดทำลายผิว
ปัจจัยภายนอกอย่างแสงแดด ฝุ่นควัน และมลภาวะ สามารถทำร้ายผิวชั้นนอกให้บางลง เสียความชุ่มชื้น และเสื่อมสภาพเร็วขึ้น เมื่อผิวขาดการปกป้อง จึงทำให้เกิดร่องพับและริ้วรอยได้ง่ายกว่าเดิม
5.พฤติกรรมในชีวิตประจำวันที่เร่งความเสื่อมของผิว
การนอนดึก พักผ่อนไม่เพียงพอ ความเครียดสะสม การสูบบุหรี่ หรือแม้แต่การดื่มแอลกอฮอล์ ล้วนมีส่วนทำให้ผิวแห้ง ขาดน้ำ และเสื่อมโทรมเร็วกว่าปกติ จึงเร่งให้เกิดริ้วรอยและร่องลึกต่าง ๆ รวมถึงร่องแก้มด้วย
ลดร่องแก้มด้วยการใช้ครีมบำรุง
การใช้ครีมบำรุงหรือเซรั่มลดเลือนริ้วรอย เป็นทางเลือกหนึ่งในการลดร่องแก้มที่เริ่มลึกขึ้นในช่วงวัย 30 ปีขึ้นไป โดยเฉพาะในคนที่ร่องแก้มยังไม่ลึกมาก การบำรุงผิวอย่างต่อเนื่องสามารถช่วยให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้น และทำให้การเกิดใหม่ช้าลง
หลักการทำงานของครีมลดร่องแก้ม
ผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาเพื่อลดเลือนริ้วรอยมักและลดร่องแก้มมีส่วนผสมที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน เพิ่มความยืดหยุ่นของผิว และเติมความชุ่มชื้นให้ผิวดูฟูขึ้น ตัวอย่างสารสำคัญที่ที่ช่วยในการลดร่องแก้ม ได้แก่
- ลดร่องแก้มด้วยเรตินอล (Retinol) กระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่
- ลดร่องแก้มด้วยเปปไทด์ (Peptides) เสริมสร้างโครงสร้างผิวให้แข็งแรง
- ลดร่องแก้มด้วยกรดไฮยาลูโรนิก (Hyaluronic Acid) กักเก็บความชุ่มชื้นในผิว ทำให้ผิวดูอิ่มน้ำและลดความลึกของร่องพับ
- ลดร่องแก้มด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ (เช่น วิตามิน C และ E) ปกป้องผิวจากการเสื่อมสภาพและความหมองคล้ำจากมลภาวะ
ข้อดีของการใช้ครีมเป็นประจำในการลดร่องแก้ม
- ช่วยให้ผิวบริเวณร่องแก้มดูเรียบขึ้น โดยการเติมเต็มความชุ่มชื้นและเสริมสร้างความแข็งแรงให้ผิว
- ป้องกันการเกิดริ้วรอยใหม่ การบำรุงอย่างสม่ำเสมอช่วยให้ผิวไม่เสื่อมสภาพเร็ว
- ลดร่องแก้มด้วยครีมบำรุงเหมาะกับคนที่รอผลลัพธ์ได้ เป็นทางเลือกที่ไม่เสี่ยงต่อผลข้างเคียง
ข้อจำกัดที่ควรรู้ในการใช้ครีมบำรุงลดร่องแก้ม
แม้ว่าการใช้ครีมจะไม่เป็นอันตรายและเป็นวิธีที่ดีในระยะยาว แต่ผลลัพธ์จะเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป ต้องใช้เวลาและวินัยในการดูแลอย่างต่อเนื่อง ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์แบบเร่งด่วนในการลดร่องแก้ม เช่น ยกกระชับเลย เติมเต็มร่องลึก อาจต้องพิจารณาหัตถการอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น ฟิลเลอร์หรือเทคโนโลยีผิวขั้นสูงในการลดร่องแก้ม
นอกจากนี้ ครีมลดร่องแก้มที่มีคุณภาพดีมักมีราคาสูง เริ่มตั้งแต่หลักพันไปจนถึงหลักหมื่นบาทต่อขวด ดังนั้นจึงควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับสภาพผิว และผ่านการทดสอบมาแล้ว
ลดร่องแก้มด้วยการนวดหน้า
การนวดใบหน้าช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนเลือดในบริเวณผิวชั้นตื้น ทำให้เซลล์ผิวได้รับออกซิเจนและสารอาหารมากขึ้น ส่งผลให้ผิวดูสุขภาพดี มีความเปล่งปลั่ง และดูอิ่มฟูเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยลดร่องแก้มได้ดี
สำหรับบริเวณร่องแก้ม การนวดอย่างถูกวิธีสามารถช่วยให้กล้ามเนื้อใบหน้าในจุดนั้นผ่อนคลาย ลดการตึงสะสมของกล้ามเนื้อ ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้เกิดริ้วรอยตามแนวพับของผิวช่วยให้ลดร่องแก้ม
วิธีนวดหน้าลดร่องแก้มที่แนะนำ
• ใช้ปลายนิ้วกลางและนิ้วนางนวดเบา ๆ ตามแนวร่องแก้ม ไล่จากข้างจมูกขึ้นไปทางโหนกแก้ม
• นวดวนเป็นวงเล็ก ๆ หรือใช้เทคนิค “ยกผิวขึ้น” แทนการกดหรือดึงผิวลง
• ทำเป็นประจำวันละ 10-15 นาที โดยใช้ร่วมกับครีมหรือเซรั่มเพื่อช่วยให้ผิวลื่น ไม่เกิดแรงเสียดทาน
• แนะนำให้นวดขณะทำความสะอาดผิว หรือตอนทาครีมช่วงเช้า-ก่อนนอน
ข้อดีของการนวดหน้าเป็นประจำเพื่อลดร่องแก้ม
• กระตุ้นการไหลเวียนของเลือดและน้ำเหลือง ทำให้ผิวได้รับสารอาหารและออกซิเจนดีขึ้น
• ช่วยคลายความตึงของกล้ามเนื้อใบหน้า ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของริ้วรอยที่ร่องแก้มการคลายความตึงของกล้ามเนื้อใบหน้าช่วยให้ใบหน้าดูกระชับลดร่องแก้ม
• ผิวดูฟูและสดใสขึ้น เมื่อระบบไหลเวียนดีขึ้น ผิวหน้าก็จะดูมีน้ำมีนวลมากขึ้น
ข้อจำกัดที่ควรรู้ในการนวดหน้าลดร่องแก้ม
แม้ว่าการนวดหน้าจะมีประโยชน์ต่อสุขภาพผิว แต่ก็ไม่ใช่วิธีที่สามารถ ลดร่องแก้มลึก ได้อย่างชัดเจนในเวลาอันสั้น ผลลัพธ์ที่ได้จะเน้นในด้านความผ่อนคลาย ความกระจ่างใส และการชะลอการเกิดริ้วรอย มากกว่าการฟื้นฟูที่ลึกถึงระดับชั้นผิว
หากต้องการลดร่องแก้มที่ลึกอย่างเห็นผล อาจจำเป็นต้องใช้หัตถการอื่นร่วมด้วย เช่น การเติมฟิลเลอร์ ยกกระชับด้วยคลื่นอัลตราซาวด์ หรือเลเซอร์ที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้โดยตรง
ลดร่องแก้มด้วยการรับประทานอาหารเสริม
การรับประทานอาหารเสริมเพื่อดูแลผิวพรรณและลดร่องแก้ม เป็นหนึ่งในวิธีที่ได้รับความนิยมในกลุ่มคนรักสุขภาพและความงาม โดยเฉพาะในกลุ่มที่ต้องการดูแลผิวจากภายใน ช่วยให้ผิวชุ่มชื้น เต่งตึง แต่ควรเข้าใจถึงข้อจำกัดและความเหมาะสมของการรับประทานอาหารเสริมลดร่องแก้ม
อาหารเสริมที่เกี่ยวข้องกับการลดร่องแก้มมีอะไรบ้าง
อาหารเสริมที่มักถูกแนะนำเพื่อช่วยดูแลผิวและลดร่องแก้ม มีดังนี้
- คอลลาเจน (Collagen) เป็นโปรตีนสำคัญที่พบในผิวหนัง ช่วยให้ผิวมีความยืดหยุ่นและความชุ่มชื้น การรับประทานคอลลาเจนอาจช่วยให้ผิวแลดูฟูขึ้นเมื่อใช้ต่อเนื่อง ( คอลลาเจน คืออะไร ประโยชน์และโทษเป็นอย่างไร ทำไมผิวขาวใส )
- วิตามินซี (Vitamin C) มีบทบาทในการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และช่วยต้านอนุมูลอิสระ
- กลูต้าไธโอน (Glutathione) แม้ไม่ได้มีผลโดยตรงต่อร่องแก้ม แต่ช่วยให้ผิวกระจ่างใสขึ้น ( กลูต้าไธโอน คืออะไร ประโยชน์อย่างไร ช่วยให้ผิวขาวได้จริง )
- ซิงค์, ไบโอติน, โคเอนไซม์คิวเท็น ฯลฯ ช่วยเสริมสุขภาพผิวโดยรวม
นอกจากนี้ ยังมีการฉีดวิตามินผิว หรือวิตามินรวมเข้าเส้นเพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกัน และส่งเสริมความกระจ่างใสของผิว
ข้อดีของการดูแลผิวลดร่องแก้มด้วยอาหารเสริม
สะดวกและไม่เจ็บตัว เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่สะดวกเข้าคลินิกหรือไม่ต้องการทำหัตถการในการลดร่องแก้ม
บำรุงผิวจากภายใน ช่วยเติมสารอาหารที่จำเป็นต่อผิว ซึ่งบางครั้งได้รับไม่เพียงพอจากอาหารประจำวัน
อาจช่วยเสริมผลลัพธ์ของวิธีอื่น เช่น ใช้ร่วมกับการทาครีมหรือเลเซอร์ เพื่อให้ผิวฟื้นฟู และช่วยในการลดร่องแก้ม
ข้อควรระวังและข้อจำกัดในการลดร่องแก้มด้วยอาหารเสริม
ผลลัพธ์ลดร่องแก้มอาจไม่ชัดเจนโดยเฉพาะในคนที่มีร่องลึกมากอาหารเสริมไม่สามารถ “ลบร่องลึก” ได้โดยตรง เหมาะสำหรับการบำรุงมากกว่า
ต้องเลือกผลิตภัณฑ์อย่างระมัดระวัง ควรเลือกที่มีการรับรอง อย.และแหล่งผลิตที่เชื่อถือได้ เพื่อหลีกเลี่ยงผลข้างเคียง หรือเสียเงินโดยไม่ได้ผล
ไม่ใช่ทุกคนที่จำเป็นต้องกิน หากได้รับสารอาหารจากการกินอาหารที่สมดุลอยู่แล้ว อาจไม่มีความจำเป็นต้องเสริมเพิ่มเติม
ลดร่องแก้มด้วยการฉีดฟิลเลอร์
สำหรับปัญหาร่องแก้มลึกที่ส่งผลให้ใบหน้าดูเหนื่อยล้าและมีอายุ การฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้มถือเป็นหนึ่งในวิธีลดร่องแก้มที่เห็นผลชัดเจนทันทีหลังทำ และได้รับความนิยมอย่างมากในการรักษาปัญหาลดร่องแก้ม
ฟิลเลอร์ร่องแก้มคืออะไร
ฟิลเลอร์ (Filler) คือสารเติมเต็มประเภทไฮยาลูโรนิกแอซิด (Hyaluronic Acid: HA) ซึ่งเป็นสารที่พบได้ในร่างกาย มีคุณสมบัติช่วยเติมเต็มเนื้อเยื่อผิวหนังบริเวณที่ยุบตัวลงช่วยลดร่องแก้มลึก ให้กลับมาดูตื้น เรียบเนียน และอิ่มฟูสดใส
ข้อดีของการฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้ม
- เห็นผลเลยหลังทำ ช่วยลดร่องแก้มเพราะทำให้ร่องแก้มดูตื้นขึ้น ผิวดูอิ่มฟูและกระชับขึ้นหลังจากฉีดฟิลเลอร์
- ใช้เวลาไม่นานในการฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้ม ใช้เวลาในการทำประมาณ 15-30 นาที ไม่ต้องพักฟื้น
- ฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้มไม่เป็นอันตรายและสลายได้ หากใช้ฟิลเลอร์แท้ จะสามารถสลายได้ โดยไม่ทิ้งสารตกค้างในร่างกาย
- ลดร่องแก้มด้วยการฉีดฟิลเลอร์จะอยู่ได้นาน ฟิลเลอร์มีอายุอยู่ในผิวประมาณ 12-18 เดือน แล้วแต่ชนิดของฟิลเลอร์และพฤติกรรมการใช้ชีวิต
- ฟิลเลอร์ลดร่องแก้มจะถูกปรับตามโครงสร้างใบหน้าแต่ละคน แพทย์สามารถประเมินได้ว่าควรเติมตรงจุดใด เช่น บริเวณใต้ตา โหนกแก้ม หรือร่องแก้มโดยตรง เพื่อยกพยุงผิวขึ้นให้ดูอิ่มฟู ลดร่องแก้มแบบเห็นผล
ยี่ห้อฟิลเลอร์ยอดนิยมสำหรับลดร่องแก้ม
ลดร่องแก้มด้วยฟิลเลอร์ Restylane (เรสติเลน)
จุดเด่น เนื้อสัมผัสแน่น อยู่ตัวดี เหมาะกับการยกพยุงผิวบริเวณลึก เช่น ลดร่องแก้ม
ระยะเวลาการคงตัว 12-18 เดือน
เหมาะสำหรับ ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่เน้นความเป๊ะ ความคมชัด
ลดร่องแก้มด้วยฟิลเลอร์ Juvederm (จูวีเดิร์ม)
จุดเด่น เนื้อฟิลเลอร์นุ่ม ละเอียด ฉีดแล้วเนียนกลืนกับผิว ให้ลุคดูละมุน
ระยะเวลาการคงตัว 12-18 เดือน
รุ่นยอดนิยมสำหรับลดร่องแก้ม Juvederm Voluma / Volift
ลดร่องแก้มด้วยฟิลเลอร์ Belotero (เบโลเตโร)
จุดเด่น กระจายตัวดี ไม่เป็นก้อน เหมาะกับบริเวณที่ผิวบาง และลดร่องแก้มที่ไม่ลึกมาก
ระยะเวลาการคงตัว 12-15 เดือน
ให้ผลลัพธ์ที่ดูไม่แข็งตึง
ลดร่องแก้มด้วยฟิลเลอร์ Neuramis (นูรามิส)
จุดเด่น ราคาย่อมเยาแต่คุณภาพดี เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นหรือมีงบจำกัด
ระยะเวลาการคงตัว 6-12 เดือน
รุ่นที่นิยมสำหรับลดร่องแก้ม Neuramis Volume / Deep
ฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้มที่ไหนดี
สิ่งสำคัญที่สุดของการฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้ม คือ ต้องทำโดยแพทย์ที่มีใบประกอบวิชาชีพถูกต้อง แพทย์จะสามารถประเมินลักษณะใบหน้า ร่องลึก และสาเหตุเฉพาะบุคคลได้อย่างเหมาะสม เช่น บางคนร่องแก้มลึกเพราะกระดูกยุบ บางคนเพราะผิวหย่อนคล้อย จึงต้องใช้เทคนิคฉีดลดร่องแก้มที่ไม่เหมือนกัน เพื่อให้ผลลัพธ์เหมาะสมและไม่เป็นอันตรายมากที่สุด
ลดร่องแก้มด้วยการฉีดโบ
หลายคนอาจคุ้นเคยกับการฉีดโบท็อกซ์เพื่อลดริ้วรอยหน้าผาก หรือหางตา แต่การฉีดโบท็อกซ์ ก็สามารถใช้เพื่อลดร่องแก้ม ได้เช่นกันในกรณีที่ร่องแก้มเกิดจาก “พฤติกรรมทางสีหน้า” เช่น ยิ้มบ่อย ยิ้มแรง จนกล้ามเนื้อบริเวณร่องแก้มทำงานหนักเกินไป
โบท็อกซ์ลดร่องแก้มคืออะไร
โบท็อกซ์ลดร่องแก้ม (Botulinum Toxin A) เป็นสารที่ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาท โดยทำให้กล้ามเนื้อคลายตัวชั่วคราว เมื่อนำมาใช้ในด้านความงาม จึงช่วยลดริ้วรอยที่เกิดจากการแสดงสีหน้า เช่น รอยย่น ร่องพับ หรือร่องลึกต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
บทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับฉีดโบลดร่องแก้ม ฉีดโบลดร่องแก้ม คืออะไร ฉีดกี่ยูนิต กี่วันถึงเห็นผล
ร่องแก้มแบบไหนที่เหมาะกับการฉีดโบท็อกซ์ ?
• ร่องแก้มที่เกิดจาก การยิ้มซ้ำ ๆ หรือมี กล้ามเนื้อดึงร่องแก้มแข็งแรงเกินไป
• รอยลึกที่มาจาก “การเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ” ไม่ใช่จากการยุบตัวของโครงสร้างผิว ในกรณีนี้ การฉีดโบท็อกซ์ลดร่องแก้มแบบทั่วไปอาจไม่เหมาะสม เพราะถ้าฉีดโบท็อกซ์ลดร่องแก้มมากเกินไปจะทำให้ยิ้มไม่เป็นปกติ ยิ้มแข็ง หรือแสดงสีหน้าได้ไม่ลื่นไหล จึงจำเป็นต้องใช้เทคนิคพิเศษ
เทคนิคฉีดโบท็อกซ์ลดร่องแก้มด้วย Dermotoxin และ Myomodulation
Dermotoxin เทคนิคโบท็อกซ์ชั้นผิว
• เป็นการฉีดโบท็อกซ์ลดร่องแก้ม ในปริมาณที่น้อยมาก ลงเฉพาะในชั้นตื้นของผิว (ไม่ลึกถึงกล้ามเนื้อชั้นล่าง)
• จุดประสงค์คือ ให้กล้ามเนื้อเล็ก ๆ ที่เกาะกับชั้นผิวผ่อนคลายลง ทำให้ผิวเรียบขึ้น และลดการพับตัวของผิวบริเวณร่องแก้มช่วยลดร่องแก้มได้
• ข้อดีคือช่วยลดร่องแก้มโดยไม่กระทบต่อการยิ้มหรือการแสดงสีหน้า
แต่หากฉีดโบท็อกซ์ลดร่องแก้มมากเกินไปหรือผิดชั้น อาจทำให้ใบหน้าดูแข็ง ตึงเกินไปได้
Myomodulation การใช้ฟิลเลอร์ควบคุมกล้ามเนื้อในการลดร่องแก้ม
• เทคนิคนี้ใช้ ฟิลเลอร์ ฉีดในจุดที่กล้ามเนื้อหดตัวแรงหรือมีแรงดึงมาก
• ฟิลเลอร์จะเข้าไปทำหน้าที่ หนุนกล้ามเนื้อ หรือ ควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อบางส่วน ให้ลดแรงหดตัวลงอย่างพอดี
• ช่วยลดร่องแก้ม หน้าดูอิ่มฟูขึ้น โดยยังคงแสดงสีหน้าได้ปกติ
ทำไมต้องใช้ทั้ง Dermotoxin และ Myomodulation ในการลดร่องแก้ม
เพราะการฉีดโบท็อกเพียงอย่างเดียวไม่เหมาะกับปัญหาลดร่องแก้มครอบคลุมทุกเคส หากแพทย์วิเคราะห์ว่า ร่องแก้มเกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน เช่น กล้ามเนื้อ ผิวบาง ผิวหย่อนคล้อย แพทย์อาจใช้โบท็อกแค่ 50% เพื่อผ่อนกล้ามเนื้อ แล้วเติมเต็มร่องลึกด้วยฟิลเลอร์อีก 50% แบบ Myomodulation
ผลลัพธ์ที่ได้หลังใช้เทคนิค Dermotoxin และ Myomodulation ในการลดร่องแก้ม
ช่วยให้ยิ้มสวย ไม่แข็ง ช่วยลดร่องแก้มได้ดี และได้ผลลัพธ์ที่ยาวนาน
การลดร่องแก้มด้วยโบท็อกซ์สามารถทำได้ แต่ต้องเลือกวิธีที่เหมาะกับต้นเหตุของร่องแก้มในแต่ละบุคคล โดยเฉพาะกรณีที่เกิดจากกล้ามเนื้อทำงานหนัก ควรใช้เทคนิค Dermotoxin ร่วมกับ Myomodulation เพื่อให้ผลลัพธ์ดูเป็นละมุน ไม่ตึงจนเกินไป
ลดร่องแก้มด้วยการร้อยไหม
การร้อยไหมเป็นหนึ่งในวิธีที่ช่วยแก้ไขปัญหาผิวหย่อนคล้อยลดร่องแก้ม โดยเฉพาะในผู้ที่มีร่องแก้มเริ่มลึกจากอายุที่มากขึ้นหรือโครงสร้างผิวที่เปลี่ยนไป การร้อยไหมจะช่วยลดร่องแก้มยกกระชับใบหน้า กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ทำให้ผิวแน่นขึ้น และช่วยลดร่องแก้มช่วยให้ร่องแก้มดูตื้นลง
แม้ว่าจะไม่ใช่วิธีลดร่องแก้มโดยตรงเหมือนฟิลเลอร์ แต่การร้อยไหมสามารถช่วย "พยุงเนื้อเยื่อ" รอบ ๆ ร่องแก้มไม่ให้ถล่มตัวลงมามากขึ้น ซึ่งช่วยลดความลึกของร่องแก้มได้ในระดับหนึ่ง
การร้อยไหมก้างปลาเพื่อลดร่องแก้ม ลดแรงถ่วงที่ทำให้ร่องลึก
ไหมก้างปลา หรือที่เรียกว่าไหมเงี่ยง เป็นไหมละลายที่มีเงี่ยงเล็ก ๆ บนเส้นไหม ใช้เพื่อเกี่ยวพยุงเนื้อเยื่อและยกผิวในทิศทางที่แพทย์ออกแบบ จุดเด่นของไหมชนิดนี้คือสามารถยกพยุงผิวได้จริงโดยไม่ต้องลงมีด
สำหรับการลดร่องแก้ม เทคนิคที่ไม่เป็นอันตรายและได้ผลคือร้อยไหมในแนวเฉียงข้างแก้มเพื่อยกพยุงผิว ไม่ควรร้อย "ดึงขึ้นตรงจากร่องแก้มโดยตรง" เพราะอาจทำให้เนื้อแก้มเคลื่อนที่ขึ้นไปกองอยู่บริเวณโหนกแก้ม จนใบหน้าดูบวม ไม่สมส่วน และสูญเสียความละมุน
การออกแบบแนวร้อยไหมที่ถูกต้องจึงต้องอาศัยความชำนาญของแพทย์ เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาเนียน เรียบ และไม่เกิดปัญหาหลังทำ
การร้อยไหมเรียบลดร่องแก้ม
ไหมเรียบ (Smooth Thread) เป็นไหมเส้นเล็กที่ไม่มีเงี่ยง ใช้สำหรับกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนเฉพาะจุด เช่น ริ้วรอยตื้น หรือบริเวณที่ผิวบาง อย่างใต้ตา หรือร่องเล็ก ๆ ข้างปาก
แม้จะสามารถใช้เติมในแนวร่องแก้มเพื่อลดร่องแก้มได้ แต่ต้องร้อยซ้อนกันหลายเส้นในตำแหน่งเดิม และหากร้อยมากเกินไป อาจทำให้เนื้อเยื่อในบริเวณนั้นเกิดการสร้างพังผืดแข็ง ไม่ฟูเต็มแบบที่ต้องการ
ดังนั้น หากต้องการลดร่องแก้มให้เห็นผลชัดเจน ฟิลเลอร์ยังเป็นวิธีที่เหมาะสมกว่า ส่วนการร้อยไหมเหมาะกับการยกพยุง ไม่ใช่เติมเต็ม
ร้อยไหมลดร่องแก้มเหมาะกับใคร ?
• ผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อยบริเวณแก้ม ทำให้ร่องแก้มดูลึก
• ผู้ที่ไม่ต้องการศัลยกรรม หรือวิธีที่ต้องพักฟื้น
• ผู้ที่ต้องการยกกระชับใบหน้าเล็กน้อยและเห็นผลค่อยเป็นค่อยไป
• ไม่แนะนำในผู้ที่มีไขมันแก้มเยอะ หรือร่องแก้มที่ลึกมากจากการยุบตัวของกระดูก เพราะการร้อยไหมเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ
การร้อยไหมก้างปลาเป็นเทคนิคที่ช่วยยกกระชับผิวบริเวณแก้มช่วยลดร่องแก้ม เพื่อบรรเทาความลึกของร่องแก้มโดยอ้อม แต่ไม่ควรร้อยดึงตรงร่องแก้ม เพราะอาจทำให้รูปหน้าผิดไปจากเดิม และต้องใช้เทคนิคที่จากแพทย์ หากต้องการผลลัพธ์ลดร่องแก้มที่ชัดเจน อาจต้องพิจารณาร่วมกับวิธีอื่น เช่น การเติมฟิลเลอร์ลดร่องแก้ม
ลดร่องแก้มด้วยการทำ Hifu
เมื่ออายุเพิ่มขึ้น ผิวบริเวณแก้มจะค่อย ๆ หย่อนคล้อยลงมาตามแรงโน้มถ่วงของโลก ทำให้เกิดร่องพับที่เรียกว่า "ร่องแก้ม" HIFU สามารถช่วยลดร่องแก้มได้ โดยมีหลักการดังนี้ ( HIFU ลดร่องแก้ม อยู่ได้กี่เดือน เหมาะกับใคร ต้องทำบ่อยแค่ไหน )
• ยิงคลื่นเสียงไปยังชั้นผิวลึก เพื่อให้เนื้อเยื่อหดตัวเล็กน้อย เกิดการยกกระชับ
• กระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนใหม่ในชั้นผิว ทำให้ผิวแน่นขึ้นและดูยืดหยุ่นมากขึ้น
• ส่งผลให้ผิวโดยรอบร่องแก้มตึงขึ้น ร่องจึงดูตื้นลงช่วยลดร่องแก้มโดยไม่ต้องพึ่งการเติมสารใดเข้าไป
การทำ Hifu ลดร่องแก้มเหมาะกับใคร
• ผู้ที่มี ร่องแก้มไม่ลึกมาก หรืออยู่ในระดับเริ่มต้น
• ผู้ที่ยังไม่ต้องการทำหัตถการแบบฉีดในการลดร่องแก้ม เช่น ฟิลเลอร์ หรือโบท็อกซ์
• ผู้ที่ต้องการดูแลผิวแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่ต้องพักฟื้น
ข้อดีของการทำ HIFU ในการลดร่องแก้ม
• ไม่ต้องผ่าตัดหรือฉีดสารใด ๆ เข้าสู่ร่างกาย
• ไม่มีแผล ไม่ต้องพักฟื้น ทำเสร็จสามารถใช้ชีวิตตามปกติได้ทันที
• เหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มมีสัญญาณของความหย่อนคล้อย และต้องการลดร่องแก้มให้ดูอิ่มฟู
ข้อจำกัดของ HIFU ในการลดร่องแก้ม
• ไม่สามารถเติมเต็มร่องลึกที่เกิดจากโครงสร้างกระดูกหรือไขมันที่ยุบตัวได้เหมือนฟิลเลอร์ลดร่องแก้ม
• ผลลัพธ์จะค่อยเป็นค่อยไป และต้องใช้เวลา 1-2 เดือนจึงจะเห็นผลชัดเจน
• อาจต้องทำซ้ำปีละ 1-2 ครั้ง เพื่อคงผลลัพธ์ในระยะยาว
• เหมาะสำหรับการยกกระชับมากกว่าการเติมเต็ม
ลดร่องแก้มด้วยการทำ Ulthera SPT
Ulthera SPT (Structured Pattern Technique) เป็นเทคโนโลยีการยกกระชับผิวด้วยพลังงานอัลตราซาวด์ ถูกออกแบบมาเพื่อลงลึกสู่ชั้นผิวระดับ SMAS ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับที่แพทย์ศัลยกรรมใช้ในการดึงหน้า ถือเป็นนวัตกรรมที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูความกระชับของผิวลดร่องแก้ม โดยไม่ต้องผ่าตัดหรือพักฟื้น
ทำไม Ulthera SPT ถึงช่วยลดร่องแก้มได้ ?
เมื่ออายุมากขึ้น ผิวหนังและเนื้อเยื่อใต้ผิวโดยเฉพาะบริเวณแก้มจะหย่อนคล้อยลงตามแรงโน้มถ่วง ซึ่งทำให้เกิดร่องแก้มที่ชัดขึ้น Ulthera SPT จะส่งคลื่นเสียงความถี่สูงเข้าไปในผิวชั้นลึก ช่วยกระตุ้นให้เนื้อเยื่อหดตัว และเร่งการสร้างคอลลาเจนใหม่ในชั้นผิว ส่งผลให้ผิวกระชับขึ้นในตำแหน่งที่ต้องการ ทำให้ลดร่องแก้มลึกให้ดูตื้นขึ้น
เมื่อผิวโดยรอบร่องแก้มถูกยกขึ้นอย่างถูกแนว ร่องที่เคยลึกก็จะดูตื้นลง โดยไม่ต้องเติมสารใดเข้าสู่ผิว
จุดเด่นของ Ulthera SPT ในการลดร่องแก้ม
เทคโนโลยีนี้ใช้ภาพ Real-Time Visualization ทำให้แพทย์สามารถเห็นชั้นผิวขณะทำการรักษา จึงสามารถเลือกความลึกและพลังงานได้ตรงจุด
พลังงานจะถูกส่งอย่างสม่ำเสมอเป็นแนวเส้นต่อเนื่อง จึงให้ผลที่เรียบเนียนและทั่วถึงกว่าการยิงแบบจุดต่อจุด
ช่วยยกผิวทั่วใบหน้า ทั้งกรอบหน้า แนวคิ้ว ร่องน้ำหมาก และลดร่องแก้มไปพร้อมกัน
Ulthera SPT ในการลดร่องแก้ม เหมาะกับใคร
• ผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อยเล็กน้อยถึงปานกลาง
• ผู้ที่เริ่มมีร่องแก้มชัด แต่ยังไม่ลึกมากจนต้องใช้ฟิลเลอร์
• ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูใบหน้าแบบ ไม่ต้องฉีด ไม่มีแผล
• ผู้ที่มองหาผลลัพธ์ที่ดูละมุนกระชับ และต้องการให้ผลอยู่ได้นาน
ระยะเวลาการเห็นผลลัพธ์ในการลดร่องแก้ม
• ผู้รับบริการจะเริ่มรู้สึกถึงความตึงเล็กน้อยทันทีหลังทำ
• ผลลัพธ์ที่ชัดเจนจะเห็นได้เต็มที่ในช่วง 2-3 เดือนหลังการรักษา
• ความกระชับของผิวสามารถอยู่ได้นานประมาณ 12 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลหลังทำ
ลดร่องแก้มด้วยการทำ Thermage
โปรแกรม Thermage FLX เป็นเทคโนโลยียกกระชับผิวด้วยคลื่นวิทยุ (RF) ที่ลงลึกถึงชั้นคอลลาเจน เหมาะกับคนที่มีร่องแก้มลึก ผิวหย่อนคล้อย หรือมีไขมันแก้มห้อยสะสม ต้องการลดร่องแก้ม การทำ Thermage จะช่วยให้ผิวแน่นขึ้น ยกกระชับขึ้นโดยไม่ต้องฉีด ไม่ต้องผ่าตัด
เห็นผลเรื่องความเรียบตึงของผิวภายในไม่กี่สัปดาห์หลังทำ และสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติทันที เพราะไม่มีแผล ไม่ต้องพักฟื้น เหมาะสำหรับคนที่ต้องการฟื้นฟูใบหน้าแบบละมุน
ลดร่องแก้มด้วยการฉีดไขมัน
การฉีดไขมันลดร่องแก้มเป็นทางเลือกสำหรับคนที่ไม่ต้องการใช้ฟิลเลอร์ เพราะใช้ไขมันของตัวเอง จึงลดความเสี่ยงเรื่องการแพ้ แต่ต้องผ่านขั้นตอนดูดไขมันจากส่วนอื่นของร่างกายก่อน แล้วนำมาปั่นและฉีดกลับเข้าบริเวณร่องแก้ม
ผลลัพธ์อาจไม่ชัดเจนทันทีเหมือนฟิลเลอร์ และบางส่วนของไขมันที่ฉีดเข้าไปอาจถูกดูดซึมกลับ ทำให้ผิวไม่เรียบหรือปริมาณไขมันลดลงได้ จึงอาจต้องฉีดซ้ำเพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจน
สรุปทุกเรื่องเกี่ยวกับการลดร่องแก้ม
การลดร่องแก้มสามารถทำได้หลากหลายวิธี เป็นวิธีที่เราสามารถทำได้ด้วยตัวเอง และเข้าคลินิกเลือกหัตถการที่เรามองว่าเหมาะกับตัวเอง หรือเพื่อให้แก้ปัญหาได้ผลลัพธ์ในแบบที่เราต้องการ ปรึกษาคุณหมอ เพื่อให้คุณหมอประเมิณรูปหน้าของเราได้แบบชัดเจน ใครที่ยังไม่รู้ว่าถ้าอยากลดร่องแก้มต้องใช้วิธีไหนดี สามารถทักมาสอบถามแอดมินนัดคิวมาปรึกษาคุณหมอที่ Romrawin New Gen ได้ เพื่อให้เรากลับมามั่นใจในหน้าตาและบุคลิกภาพของตัวเองมากกว่าเดิม
* เงื่อนไขตามบริษัทฯ กำหนด
แนะนำให้สอบถามกับเจ้าหน้าที่ก่อนเข้ารับบริการ
เพื่อความชัวร์และได้สิทธิ์ที่คุ้มที่สุดค่ะ