romrawin
เปิดอ่าน 1,818

AestheFill คืออะไร ช่วยเรื่องอะไร ฉีดตำแหน่งไหนได้บ้าง เหมาะกับใคร

AestheFill ตัวช่วยกู้ผิวกระตุ้นคอลลาเจน ฟื้นฟูและปรับสภาพผิวให้ดูสดใส เป็นการเสริมสร้างโครงสร้างใต้ผิวให้ดูแน่นกระชับ ทำให้เรามั่นใจได้มากกว่าเดิม

หัตถการ AestheFill คืออะไร มีหลักการทำงานอย่างไร ช่วยในเรื่องอะไรบ้าง บทความนี้จะมาอธิบายหัตถการ AestheFill ในทุกประเด็น

AestheFill คืออะไรมีหลักการทำงานอย่างไร

AestheFill เป็นสารกลุ่มกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน (Collagen Stimulator) ที่พัฒนามาจากประเทศเกาหลี นิยมเรียกกันในชื่อ “ไหมน้ำ” เนื่องจากคุณสมบัติที่ช่วยฟื้นฟูโครงสร้างผิวและเสริมความยืดหยุ่นในระยะยาว แตกต่างจากฟิลเลอร์ทั่วไปที่เติมเต็มผิวแบบทันที AestheFill จะค่อย ๆ กระตุ้นผิวให้สร้างคอลลาเจนใหม่ ทำให้ผลลัพธ์ดูละมุนไม่แข็งตึงและอยู่ได้นานกว่า

ส่วนประกอบสำคัญของ AestheFill คือ PDLLA (Poly-D-L-Lactic Acid) ซึ่งเป็นสารสังเคราะห์ที่ใช้ในงานการแพทย์มานาน มีความเข้ากันได้ดีกับผิวมนุษย์และสลายได้เองตามกระบวนการทำงานของร่างกาย ปัจจุบันได้รับการรับรองมาตรฐานจากหน่วยงานหลายประเทศ

โครงสร้างและรูปแบบของ AestheFill
AestheFill มีลักษณะเป็นผงอนุภาคทรงกลมที่มีรูพรุนภายในคล้ายฟองน้ำ ทำให้สามารถกักเก็บน้ำได้ดีและค่อย ๆ ปล่อยสารออกฤทธิ์เพื่อกระตุ้นผิวในระยะยาว

ผลิตภัณฑ์ AestheFill บรรจุมาในขวดลักษณะคล้ายโบท็อกซ์ และก่อนใช้แพทย์จะต้องผสมกับ น้ำกลั่นปลอดเชื้อ (Sterile Water) ให้ได้ความเข้มข้นที่เหมาะสมสำหรับการฉีด

หลักการทำงานของ AestheFill
1.การฉีด AestheFill ลงสู่ชั้นผิวระดับลึก
แพทย์จะใช้เข็มปลายทู่ (Cannula) นำส่ง AestheFill ลงไปในชั้นผิวลึกประมาณ 1.5-2 เซนติเมตร ระดับนี้คือชั้นคอลลาเจนของผิวที่เริ่มเสื่อมลงตามอายุ ซึ่งเหมาะสำหรับการฟื้นโครงสร้างผิว

2.อนุภาค PDLLA กระจายตัวในชั้นผิว
เมื่อฉีด AestheFill ลงไป อนุภาคจะกระจายตัวแบบสม่ำเสมอในบริเวณที่ต้องการ กระตุ้นให้มีการตอบสนองของร่างกายเพื่อซ่อมแซมเนื้อเยื่อตามกระบวนการทำงานของร่างกาย

3.AestheFill กระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่
เมื่อเวลาผ่านไป ผิวจะเริ่มสร้างคอลลาเจนเสริมในบริเวณที่ฉีด AestheFill ทำให้
• ผิวดูแน่นขึ้น
• ผิวกระชับขึ้น
• ร่องลึกค่อย ๆ ดูตื้นขึ้นตามการฟื้นสภาพ

ผลลัพธ์จะไม่ได้เกิดขึ้นทันที แต่จะค่อย ๆ ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

คอลลาเจนจำเป็นต่อผิวอย่างไร

คอลลาเจน เป็นโปรตีนสำคัญที่พบได้ทั่วร่างกาย โดยเฉพาะในชั้นผิวหนัง เอ็น และกระดูก ทำหน้าที่เป็น “โครงสร้างหลัก” ที่ช่วยให้ผิวมีความแข็งแรง ยืดหยุ่น และเรียบเนียน ผิวที่มีคอลลาเจนสมบูรณ์จะดูเต่งตึง มีความกระชับ และสุขภาพดี ในชั้นผิวหนัง คอลลาเจนประเภทที่พบมากที่สุดคือ คอลลาเจนชนิดที่ 1 (Type I Collagen) ซึ่งเป็นเสมือนแกนหลักที่ช่วยพยุงโครงสร้างผิว ทำให้ผิวดูเรียบแน่น และฟื้นตัวได้ดี เมื่อคอลลาเจนเพียงพอ ผิวจะดูสดใสและมีความยืดหยุ่นมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม เมื่ออายุเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะช่วงอายุประมาณ 25-30 ปี ร่างกายจะสร้างคอลลาเจนใหม่ลดลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป ทำให้ผิวเริ่มมีความเปลี่ยนแปลง เช่น ความหย่อนคล้อย ริ้วรอย ความหมองคล้ำ และผิวที่ฟื้นตัวได้ช้ากว่าเดิม

นอกจากอายุแล้ว ยังมีหลายปัจจัยที่เร่งการสูญเสียคอลลาเจน เช่น
• แสงแดดและรังสียูวี
• การสูบบุหรี่
• พักผ่อนไม่เพียงพอ
• ความเครียด
• อาหารที่มีน้ำตาลสูง

ปัจจัยเหล่านี้ทำให้คอลลาเจนเสื่อมเร็วขึ้น ส่งผลให้ผิวดูแก่กว่าวัย

AestheFill ช่วยเรื่องอะไรได้บ้าง

AestheFill เป็นสารกลุ่มกระตุ้นคอลลาเจน (Collagen Stimulator) ที่ช่วยให้ผิวฟื้นฟูตัวเองจากภายใน แตกต่างจากการเติมเต็มผิวแบบทันที เพราะผลลัพธ์จะค่อย ๆ ดีขึ้นตามการสร้างคอลลาเจนของร่างกาย

ประโยชน์หลักที่ AestheFill สามารถช่วยดูแลผิวได้
1.AestheFill ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ในชั้นผิว
สาร PDLLA จะค่อย ๆ กระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจน ทำให้โครงสร้างผิวมีความแข็งแรงขึ้น ผิวดูแน่นและฟูขึ้น

2.AestheFill ช่วยยกกระชับผิว แก้ปัญหาความหย่อนคล้อย
เมื่อคอลลาเจนเพิ่มขึ้น ผิวจะมีความยืดหยุ่นดีขึ้น ช่วยให้บริเวณที่เริ่มหย่อนคล้อย เช่น แก้มล่าง มุมปาก หรือแนวขากรรไกร ดูกระชับขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป

3.AestheFill ช่วยลดเลือนริ้วรอยและร่องลึก
AestheFill สามารถช่วยให้ร่องลึก เช่น ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก หรือริ้วรอยตื้น ๆ ดูตื้นขึ้น เนื่องจากผิวมีพื้นฐานที่แข็งแรงและฟูขึ้นจากคอลลาเจนใหม่ที่ร่างกายสร้างขึ้น

4.AestheFill ทำให้ผิวดูสว่างสดใสขึ้น
โครงสร้างผิวที่สมบูรณ์ขึ้นช่วยให้ผิวสะท้อนแสงได้ดีขึ้น ส่งผลให้ผิวโดยรวมดูเรียบเนียนและกระจ่างใสมากขึ้น

5.AestheFill ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว
อนุภาคของ AestheFill มีคุณสมบัติอุ้มน้ำ ทำให้บริเวณที่ฉีดมีความชุ่มชื้นมากขึ้น รวมถึงส่งเสริมให้ผิวฟื้นตัวจากความแห้งกร้านได้ดีขึ้น

ข้อควรระวังในการทำหัตถการ AestheFill

AestheFill เป็นสารกระตุ้นคอลลาเจนที่ช่วยฟื้นฟูโครงสร้างผิวในระยะยาว แต่เนื่องจากเป็นหัตถการที่ต้องฉีดลงในชั้นผิวลึก การทำต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น เพื่อไม่ให้เป็ฯอันตรายและลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้

ต้องทำ AestheFill โดยแพทย์เท่านั้น
เนื่องจาก AestheFill ต้องฉีดในชั้นผิวลึกระดับ 1.5-2 เซนติเมตร หากฉีดผิดตำแหน่ง อาจเกิดปัญหาเช่น
• การจับตัวเป็นก้อน
• ความไม่สม่ำเสมอของผิว
• การอักเสบหรือบวมผิดปกติ

แพทย์ที่มีประสบการณ์จะรู้ตำแหน่งและระดับชั้นผิวที่เหมาะสมในการฉีด AestheFill

ห้ามขยำหรือนวดแรง ๆ ด้วยตัวเองหลังฉีด AestheFill
การนวดเป็นส่วนหนึ่งของหัตถการ AestheFill แต่ต้องเป็นไปตามเทคนิคของแพทย์ หากนวดเองผิดวิธี อาจทำให้สารกระจายตัวไม่เท่ากันหรือเกิดการบวมเป็นก้อนได้

AestheFill เหมาะกับใครบ้าง

AestheFill เป็นสารกระตุ้นคอลลาเจนที่ช่วยฟื้นฟูโครงสร้างผิวให้แข็งแรงขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการปรับคุณภาพผิวและเพิ่มวอลลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มที่มีการเปลี่ยนแปลงของผิวจากอายุและปัจจัยต่าง ๆ

กลุ่มที่เหมาะกับการทำ AestheFill มากที่สุดได้แก่

1.AestheFill เหมาะกับผู้ที่เริ่มมีริ้วรอยและร่องลึก
เช่น
• ร่องแก้ม
• รอยย่นใต้ตา
• รอยลึกที่เกิดจากคอลลาเจนลดลงตามอายุ

AestheFill สามารถช่วยเสริมโครงสร้างผิวให้แน่นขึ้น ทำให้ริ้วรอยเหล่านี้ดูตื้นขึ้น

2.AestheFill เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย
• รู้สึกว่าผิวเริ่มไม่กระชับ
• แก้มล่างย้อยเล็กน้อย
• มีรอยย่นมุมปาก
• ผิวใต้คางเริ่มหย่อน

การกระตุ้นคอลลาเจนช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของผิว ทำให้ผิวดูตึงและกระชับขึ้นในระยะยาว

3.AestheFill เหมาะกับผู้ที่ผิวแห้ง ผิวโทรม และขาดความยืดหยุ่น
หากโครงสร้างผิวอ่อนล้าหรือฟื้นตัวได้ช้ากว่าปกติ AestheFill สามารถช่วยฟื้นสภาพผิวให้ดูสดใสขึ้น พร้อมเติมความชุ่มชื้นให้ผิวมีความอิ่มฟูมากขึ้น

4.AestheFill เหมาะกับผู้ที่ต้องการเติมเต็มใบหน้าให้มีมิติมากขึ้น
เช่น
• เติมขมับ
• เติมร่องแก้ม
• เติมใต้ตาที่ลึก
• เพิ่มวอลลุ่มบริเวณที่ว่างหรือดูตอบ

AestheFill เหมาะกับผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าแบบไม่ใช้สารที่ให้ผลแบบเติมเต็มทันทีเหมือนฟิลเลอร์

5.AestheFill เหมาะกับผู้ที่มีใบหน้าซูบตอบ ขาดวอลลุ่ม
AestheFill สามารถช่วยฟื้นความอิ่มฟูในบริเวณที่สูญเสียไปตามอายุ เช่น ขมับตอบ ใต้ตาลึก หรือแก้มตอบ ช่วยให้ใบหน้าดูสดใสขึ้น

6.AestheFill เหมาะกับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูคุณภาพผิวโดยรวม
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการ
• ให้ผิวเรียบเนียนขึ้น
• โครงสร้างผิวแข็งแรงขึ้น
• ผิวดูสุขภาพดีขึ้น

AestheFill เป็นการฟื้นฟูผิวแบบองค์รวม ไม่ได้ทำให้เปลี่ยนโครงหน้าอย่างรวดเร็ว แต่ช่วยให้ผิวพัฒนาอย่างต่อเนื่องในระยะยาว

ใครควรหลีกเลี่ยงการทำ AestheFill

1.ผู้ที่มีอาการแพ้สารในกลุ่ม PDLLA หรือมีประวัติแพ้รุนแรง
แม้ AestheFill จะมีความเสี่ยงแพ้น้อย แต่หากผู้เข้ารับบริการเคยมีอาการแพ้อย่างรุนแรง เช่น หน้าบวมมาก หายใจลำบาก หรือเคยแพ้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบคล้ายกัน ควรหลีกเลี่ยงหรือให้แพทย์ประเมินอย่างละเอียดก่อน

2.ผู้ที่มีการติดเชื้อหรือมีแผลอักเสบบนใบหน้าควรหลีกเลี่ยง AestheFill
ผู้ที่มี
สิวอักเสบเป็นหนอง
• ผื่นแดง
• แผลเปิด
• การติดเชื้อที่ผิว

ควรรอให้ผิวสงบก่อน เพราะการฉีด AestheFill ในสภาวะที่ผิวอักเสบ อาจเพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อและทำให้ผิวอักเสบมากขึ้นได้

3.ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรควรหลีกเลี่ยง AestheFill
แม้จะยังไม่มีข้อมูลยืนยันถึงอันตราย แต่เพื่อความปลอดภัยของแม่และเด็ก หัตถการที่ไม่จำเป็นมักแนะนำให้เลี่ยงในช่วงนี้

4.ผู้ที่ใช้ยาละลายลิ่มเลือด หรือมีปัญหาเลือดออกง่ายควรหลีกเลี่ยง AestheFill
ผู้ที่ใช้ยา เช่น
• Warfarin
• Aspirin ในบางกรณี
• หรือมีภาวะเลือดหยุดยาก

มีโอกาสเกิดรอยช้ำหรือเลือดออกใต้ผิวมากกว่าปกติ ควรปรึกษาแพทย์ประจำตัวก่อนทำเสมอ

5.ผู้ที่มีโรคประจำตัวบางชนิดที่ทำให้แผลหายช้าควรหลีกเลี่ยง AestheFill
เช่น
• เบาหวานที่ควบคุมระดับน้ำตาลได้ไม่ดี
• ภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง
• โรคภูมิแพ้ตัวเองบางชนิด (Autoimmune)

แพทย์จะต้องพิจารณาเป็นรายบุคคลว่าปลอดภัยหรือเหมาะสมหรือไม่

6.ผู้ที่มีแนวโน้มเกิดคีลอยด์ง่าย
แม้ AestheFill จะต้องฉีดในชั้นลึก แต่ผู้ที่มีประวัติคีลอยด์จากแผลเล็ก ๆ ควรแจ้งแพทย์ เพราะผิวอาจตอบสนองต่อการอักเสบมากกว่าคนทั่วไป

7.ผู้ที่เพิ่งเข้ารับหัตถการที่ทำให้ผิวไวต่อการระคายเคือง
เช่น
• เลเซอร์ผิวแบบร้อน
• การผลัดเซลล์ผิวเข้มข้น
• ทรีตเมนต์ที่ทำให้ผิวบางลงมาก

ควรปล่อยให้ผิวฟื้นตัวก่อน เพื่อป้องกันผิวอักเสบหรือบวมมากหลังทำ AestheFill

AestheFill เติมจุดไหนได้บ้าง

AestheFill เป็นสารกระตุ้นคอลลาเจนที่สามารถใช้ฟื้นฟูโครงสร้างผิวในจุดที่มีปัญหาวอลลุ่มหาย ร่องลึก หรือความหย่อนคล้อย โดยแพทย์จะประเมินระดับชั้นผิวและตำแหน่งที่เหมาะสมก่อนฉีด เพื่อให้ผลลัพธ์ตอบโจทย์ปัญหาผิวมากที่สุด

บริเวณที่นิยมใช้ AestheFill มีดังนี้

1.หน้าผาก
AestheFill ช่วยเติมเต็มความแบนหรือร่องลึกที่เกิดจากอายุ ทำให้หน้าผากดูเรียบเนียนและมีมิติมากขึ้น

2.ขมับ
AestheFill เหมาะสำหรับผู้ที่มีขมับตอบ ขาดวอลลุ่ม จนทำให้ใบหน้าดูโทรม เมื่อเติมแล้วใบหน้าจะดูอิ่มฟูและสมดุลขึ้น

3.ใต้ตา
AestheFill ช่วยฟื้นผิวใต้ตาที่ลึก แห้ง หรือดูโรย ช่วยให้ใต้ตาดูสดใสเป็นธรรมชาติ (แพทย์จะต้องประเมินอย่างละเอียดเนื่องจากบริเวณนี้มีความอ่อนไหวเป็นพิเศษ)

4.หน้าแก้ม / Mid-cheek
เหมาะกับผู้ที่แก้มตอบหรือผิวแก้มเริ่มยุบ AestheFill ทำให้ใบหน้าดูมีวอลลุ่มขึ้น ลดความล้าของใบหน้า

5.ร่องแก้ม (Nasolabial fold)
AestheFill ช่วยให้ร่องลึกบริเวณข้างจมูกดูตื้นขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยการกระตุ้นคอลลาเจนในชั้นลึก

6.ร่องน้ำหมาก (Marionette line)
บริเวณมุมปากที่มักลึกลงเมื่ออายุเพิ่มขึ้น AestheFill ช่วยให้บริเวณนี้ดูยกกระชับขึ้น

7.คาง
AestheFill ใช้ฟื้นโครงสร้างผิวบริเวณคางที่ยุบหรือขาดมิติ ช่วยให้รูปหน้าดูชัดเจนขึ้น

8.กรอบหน้า / Jawline
AestheFill ช่วยให้ผิวตามแนวกรอบหน้าดูแน่นขึ้นและกระชับขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่เริ่มมีผิวบริเวณกรอบหน้าหย่อนคล้อย

9.ลำคอ
เหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวคอเหี่ยวย่นหรือความหย่อนคล้อย AestheFill ทำให้ผิวคอดูเรียบเนียนขึ้นเมื่อมีการสร้างคอลลาเจนใหม่

AestheFill ของแท้ตรวจสอบอย่างไร

AestheFill เป็นหัตถการที่ต้องใช้ผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงและต้องฉีดโดยแพทย์เท่านั้น การเลือกของแท้เป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะหากใช้ของปลอมหรือของไม่ได้มาตรฐาน อาจเสี่ยงเกิดการอักเสบ ติดเชื้อ หรือเกิดก้อนแข็งในชั้นผิวได้

ต่อไปนี้เป็นวิธีตรวจสอบ AestheFill ของแท้ ที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจทำ

1.ตรวจสอบเลข อย.ของไทย (THFDA)
ผลิตภัณฑ์ของแท้ต้องมี
- เลขทะเบียน อย.ของไทย
- ชื่อบริษัทผู้นำเข้า
- ชื่อผู้ผลิต
- รุ่นสินค้า (Lot Number)

สามารถตรวจเช็คเลข อย.ผ่านเว็บไซต์ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เพื่อยืนยันว่าเป็นสินค้าที่นำเข้าอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

2.ฉลากบนกล่อง AestheFill ต้องครบและถูกต้อง
กล่องของแท้จะมีข้อมูลชัดเจน เช่น
- ชื่อผลิตภัณฑ์ AestheFill
- ชื่อสารสำคัญ PDLLA
- ประเทศผู้ผลิต (เกาหลี)
- ระบบการรับรองคุณภาพ เช่น CE / KFDA
- วันผลิต / วันหมดอายุ
- หมายเลขล็อตสินค้า (Lot Number)

ข้อความต้องพิมพ์คมชัด ไม่มีการสะกดผิด และไม่ใช่สติ๊กเกอร์ที่พิมพ์เพิ่มเติมโดยไม่ได้มาตรฐาน

3.สังเกตบรรจุภัณฑ์ของ AestheFill
AestheFill ของแท้จะมาในรูปแบบ
- ขวดแก้วปิดผนึกสุญญากาศคล้ายขวดโบท็อกซ์
- ผงอนุภาคสีขาวละเอียด
- ไม่มีลักษณะเป็นก้อนหรือเปลี่ยนสี

หากพบสภาพผิดปกติ เช่น สีเปลี่ยน กล่องชำรุด สติกเกอร์เลื่อน หรือซีลไม่แน่น ควรระวัง

4.ต้องมีเอกสารกำกับสินค้า (ใบรับรอง)
คลินิกที่ใช้ของแท้จะมี
- ใบรับรองการนำเข้า
- ใบอนุญาตจากตัวแทนจำหน่ายในไทย
- เอกสารรับรองคุณภาพสินค้า

สามารถขอดูได้ก่อนทำหัตถการ AestheFill

5.ตรวจสอบคลินิกและแพทย์ที่ให้บริการ
อย่าลืมตรวจสอบว่า
- คลินิกมีใบอนุญาตสถานพยาบาล
- แพทย์มีเลขที่ใบประกอบวิชาชีพ
- มีการเปิดขวดใหม่ต่อหน้า
- ใช้น้ำกลั่นปลอดเชื้อสำหรับผสมตามมาตรฐาน

6.ไม่ควรเชื่อราคาที่ต่ำกว่าปกติอย่างผิดปกติ
ราคาถูกเกินจริงมักมาพร้อมความเสี่ยง เช่น
- สินค้าหมดอายุ
- ผสมเจือจาง
- ใช้ผลิตภัณฑ์ไม่ได้มาตรฐาน

AestheFill ของแท้จะมีต้นทุนคงที่และไม่สามารถถูกจนผิดปกติได้

เปรียบเทียบ AestheFill กับหัตถการงานผิวอื่น ๆ

1) AestheFill vs Juvelook

ความแตกต่างด้านส่วนประกอบ
• AestheFill ใช้ PDLLA เพียงอย่างเดียว เน้นฟื้นฟูผิวเชิงโครงสร้างและการยกกระชับในภาพรวม
Juvelook เป็น Hybrid Biostimulator ที่ผสาน PDLLA เข้ากับ Hyaluronic Acid (HA) ทำให้ช่วยทั้งเรื่องคอลลาเจนและความชุ่มชื้นของผิว

จุดเด่นของแต่ละตัว
• AestheFill เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการงานผิวแข็งแรง ยกกระชับทั่วใบหน้า และต้องการให้ผิวแน่นขึ้น
• Juvelook เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการผิวฉ่ำเด้ง ชุ่มชื้น และลดริ้วรอยเล็ก ๆ ให้ดูจางลง

การทำงานร่วมกัน
ทั้งสองชนิด AestheFill vs Juvelook สามารถใช้ควบคู่กันได้ หากแพทย์ประเมินว่าผิวต้องการการฟื้นฟูมากกว่า 1 มิติ เช่น ต้องการทั้งความชุ่มชื้นและความกระชับในเวลาเดียวกัน

2) AestheFill vs Sculptra

ความแตกต่างของวัสดุ
• AestheFill ใช้ PDLLA ที่มีอนุภาคเรียบเนียน กระจายตัวดี ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนได้ตั้งแต่ช่วงแรก
Sculptra ใช้ PLLA (Poly-L-lactic acid) ซึ่งทำงานแบบค่อยเป็นค่อยไป ต้องใช้เวลาให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนต่อเนื่อง

ความเร็วในการสังเกตผลลัพธ์
• AestheFill เริ่มสังเกตผิวแน่นขึ้นได้ในช่วงประมาณ 1-2 สัปดาห์
• Sculptra มักเริ่มเห็นผลประมาณ 1-2 เดือนหลังทำ

ความเหมาะสมของแต่ละตัว
• AestheFill เหมาะกับผู้ที่ชอบเห็นการเปลี่ยนแปลงเร็วขึ้นในระดับหนึ่ง และต้องการงานผิวกระชับทั่วใบหน้า
• Sculptra เหมาะกับผู้ที่ต้องการการสร้างคอลลาเจนต่อเนื่องยาวนาน แม้จะค่อยเป็นค่อยไป

3) AestheFill vs Radiesse

ความแตกต่างด้านสารสำคัญ
• AestheFill ทำงานด้วย PDLLA กระตุ้นคอลลาเจนระยะยาว ช่วยฟื้นฟูผิวโดยรวม
Radiesse ใช้ Calcium Hydroxyapatite (CaHA) ซึ่งสามารถช่วยเพิ่มวอลลุ่มหลังฉีดได้ทันที และยังช่วยกระตุ้นคอลลาเจนในชั้นผิว

จุดเด่นที่ต่างกัน
• AestheFill เหมาะสำหรับงานผิวสวย ผิวแน่น กระชับ และดูเรียบเนียน
• Radiesse เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าให้ดูชัดขึ้น เติมเต็มจุดที่พร่อง และให้ความฟูลได้ทันที พร้อมฟื้นฟูผิวในระยะยาวควบคู่กัน

ตารางสรุปความแตกต่าง

หัตถการ

ชนิดสาร

จุดเด่น

เหมาะกับใคร

AestheFill

PDLLA

ฟื้นฟูผิวระยะยาว ผิวเรียบเนียน กระชับทั่วหน้า

ผู้ที่ต้องการงานผิวละเอียดและการยกกระชับแบบเป็นธรรมชาติ

Juvelook

PDLLA + HA

ผิวฉ่ำเด้ง ชุ่มชื้น ลดริ้วรอยเล็ก

ผู้ที่ต้องการความชุ่มชื้นและผิวดูใสขึ้น

Sculptra

PLLA

สร้างคอลลาเจนแบบค่อยเป็นค่อยไป ผลลัพธ์อยู่ยาว

ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ยาวนานแม้ใช้เวลา

Radiesse

CaHA

เติมเต็มทันที + กระตุ้นคอลลาเจน

ผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าและเพิ่มวอลลุ่ม

AestheFill อยู่ได้นานแค่ไหน กี่วันเห็นผล

การฉีด AestheFill เป็นการใช้สารกระตุ้นคอลลาเจนประเภท PDLLA ที่ช่วยฟื้นฟูผิวอย่างค่อยเป็นค่อยไป ดังนั้นผิวจะมีการเปลี่ยนแปลงตามกระบวนการทำงานของร่างกาย ไม่ได้ให้ผลแบบทันทีเหมือนฟิลเลอร์ Hyaluronic Acid

ระยะเวลาเริ่มเห็นผลหลังฉีด AestheFill
หลังฉีด AestheFill ผิวจะเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงทีละน้อยเมื่อร่างกายเริ่มสร้างคอลลาเจนใหม่ โดยทั่วไปสามารถสังเกตความแตกต่างได้ประมาณ
1-2 สัปดาห์

เช่น ผิวดูแน่นขึ้น เรียบเนียนขึ้น หรือรู้สึกถึงความกระชับในบางบริเวณ ทั้งนี้ลักษณะการตอบสนองของผิวจะแตกต่างกันในแต่ละคน

ระยะเวลาที่คาดว่าจะเห็นผลเต็มที่หลังฉีด AestheFill
กระบวนการสร้างคอลลาเจนของ AestheFill มักเป็นไปอย่างต่อเนื่อง จึงมักเห็นผลชัดเจนมากขึ้นในช่วง

ประมาณ 3 เดือนหลังทำ
ซึ่งเป็นช่วงที่คอลลาเจนจัดเรียงตัวและเสริมความแข็งแรงให้ผิวได้มากที่สุดของร่างกาย

ความคงอยู่ของผลลัพธ์
หากทำตามแผนที่แพทย์วางไว้ เช่น จำนวนครั้งที่เหมาะสม การเว้นระยะห่างในการฉีด รวมถึงการดูแลหลังทำอย่างเหมาะสม ผลลัพธ์อาจคงอยู่ได้ประมาณ 1-2 ปี ระยะเวลานี้อาจแตกต่างกันขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น อายุ สภาพผิว พฤติกรรมการดูแลผิว และการใช้ชีวิตประจำวัน

AestheFill ควรฉีดกี่ครั้งผลลัพธ์ชัดเจน

โดยทั่วไป การฉีด AestheFill มักแนะนำให้ทำต่อเนื่องประมาณ 3 ครั้ง แต่ละครั้งควรเว้นช่วง 4-6 สัปดาห์ เพื่อให้สารกระตุ้นคอลลาเจนทำงานได้อย่างเป็นลำดับและให้ผิวตอบสนองได้เต็มที่

แต่จำนวนครั้งที่เหมาะสมอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล แพทย์จะประเมินจากสภาพผิวและความต้องการของแต่ละคนเพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสมที่สุด

หลังฉีด AestheFill ดูแลตัวเองอย่างไร

การดูแลตัวเองหลังฉีด AestheFill เป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยให้ผิวตอบสนองได้ดีและลดโอกาสเกิดความระคายเคือง การดูแลส่วนใหญ่เป็นคำแนะนำทั่วไปที่เน้นให้ผิวฟื้นตัว โดยมีหลักการดังต่อไปนี้

1.หลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือกดบริเวณที่ฉีด AestheFill
ภายในช่วง 24 ชั่วโมงแรก ควรหลีกเลี่ยงการนวด กด หรือสัมผัสใบหน้าบ่อย ๆ เพื่อให้สารที่ฉีดกระจายตัวอย่างเหมาะสมและลดความเสี่ยงต่อการระคายเคือง

2.งดกิจกรรมที่ทำให้เกิดความร้อน
ควรงดซาวน่า ออกกำลังกายหนัก อบไอน้ำ รวมถึงการตากแดดจัดในช่วง 48 ชั่วโมงแรก เนื่องจากความร้อนอาจกระตุ้นให้ผิวบวมแดงมากขึ้น

3.เลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
ในช่วงวันแรกหลังฉีด AestheFill ควรหลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ เพราะอาจทำให้ใบหน้าบวมมากกว่าปกติ

4.ทำความสะอาดผิวอย่างอ่อนโยน
สามารถล้างหน้าได้ตามปกติ แต่ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยน และหลีกเลี่ยงการขัดถูรุนแรงในช่วง 2-3 วันแรก

5.ใช้ครีมบำรุงและครีมกันแดดตามคำแนะนำ
การทาครีมบำรุงเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว รวมถึงทาครีมกันแดดเป็นประจำ ช่วยให้ผิวฟื้นตัวได้ดีขึ้นและลดโอกาสเกิดจุดด่างหรือผิวไวต่อแสง

6.สังเกตอาการผิดปกติ
หากมีอาการบวมแดงนานผิดปกติ หรือมีอาการที่ไม่แน่ใจ ควรติดต่อแพทย์เพื่อประเมินเพิ่มเติม

สรุปทุกเรื่องเกี่ยวกับ AestheFill

AestheFill คือหนึ่งในหัตถการด้านผิวที่ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในกลุ่มคนที่ต้องการฟื้นฟูผิวในระยะยาว ไม่ต้องพึ่งการผ่าตัดหรือการพักฟื้นยาวนาน จุดเด่นของ AestheFill อยู่ที่การใช้สาร PDLLA หรือ Poly D-L-Lactic Acid ซึ่งเป็นสารกระตุ้นคอลลาเจนที่ทำงานร่วมกับกลไกธรรมชาติของร่างกาย กระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นภายในชั้นผิว ทำให้ผิวค่อย ๆ แข็งแรงขึ้นอย่างสม่ำเสมอและยาวนานกว่าการเติมเต็มแบบรวดเร็ว

กระบวนการฟื้นฟูผิวของ AestheFill ไม่ได้เกิดขึ้นทันที แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง เมื่อร่างกายเริ่มสร้างเส้นใยคอลลาเจนตามธรรมชาติ ผิวมักจะค่อย ๆ ดูกระชับมากขึ้น ริ้วรอยเล็ก ๆ อาจดูจางลง และเนื้อผิวมีแนวโน้มแน่นขึ้น นุ่มขึ้น และเรียบเนียนยิ่งกว่าเดิม จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการปรับสภาพผิวโดยรวม ไม่เฉพาะจุดใดจุดหนึ่ง รวมถึงผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวที่เริ่มอ่อนล้า หมองคล้ำ หรือรู้สึกว่าผิวไม่แข็งแรงเหมือนก่อน

คุณสมบัติของ AestheFill ทำให้เป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลผิวแบบไม่เร่งรีบ แ ผลลัพธ์ของการฉีดมีความแตกต่างกันในแต่ละคน ขึ้นอยู่กับสภาพผิว อายุ การใช้ชีวิต รวมถึงการดูแลตัวเองหลังทำ AestheFill แต่โดยภาพรวม ผู้ทำหัตถการมักสังเกตความเปลี่ยนแปลงได้ในช่วงไม่กี่สัปดาห์แรก และผิวจะค่อย ๆ พัฒนาไปเรื่อย ๆ ตามกลไกของร่างกาย

* ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับเฉพาะบุคคล
* เงื่อนไขตามบริษัทฯ กำหนด
* ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลง*
แนะนำให้สอบถามกับเจ้าหน้าที่ก่อนเข้ารับบริการ
เพื่อความชัวร์และได้สิทธิ์ที่คุ้มที่สุดค่ะ
ปรึกษาฟรี พร้อมรับ โปรโมชั่นพิเศษ ก่อนใคร
โปรโมชั่นต่างๆ
เรื่อง โปรแกรมดูแลผิวหน้า ที่คุณอาจสนใจ
pixel