สิวหนองเกิดจากอะไร? รวมวิธีรักษาสิวอักเสบหัวหนองให้ยุบไวใน 3 วัน
เขียนโดย: ทีมผู้เชี่ยวชาญ ROMRAWIN CLINIC
สิวหนองเกิดจาก
สิวหนองเกิดจากอะไร รักษากี่วันหาย สามารถบีบเองได้หรือไม่
สิวหนองเกิดจากอะไร ทำไมขึ้นไม่หยุด บีบเองจะทำให้เป็นรอยหรือไม่
สิวหนองเป็นปัญหากวนใจที่พบได้บ่อยกับคนที่มีผิวหน้าค่อนข้างมัน เพราะส่วนใหญ่แล้วสิวหนองเกิดจากการสะสมของน้ำมัน แบคทีเรีย และสิ่งสกปรกที่อุดตันในรูขุมขน
ก่อนการรักษาสิวหนองจะต้องหาสาเหตุก่อนว่าสิวหนองเกิดจากอะไร เพื่อให้เรารักษาได้ตั้งแต่ต้นตอ บทความนี้ได้รวบรวมสาเหตุ วิธีการรักษาอย่างถูกต้อง และวิธีป้องกันไม่ให้เกิดสิวหนอง ไว้ให้แล้ว
รวมทุกหัวข้อเกี่ยวกับ สิวหนองเกิดจากอะไร
• สิวหนองคืออะไร แตกต่างจากสิวประเภทอื่นอย่างไร
• สิวหนองเกิดจาก อะไรบ้าง สาเหตุหลักที่ควรรู้
• สิวหนองเกิดจาก ฮอร์โมนจริงหรือไม่
• สิวหนองเกิดจาก การอุดตันของรูขุมขนได้อย่างไร
• สิวหนองเกิดจาก เชื้อแบคทีเรียชนิดใด
• ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้สิวหนองอักเสบรุนแรงขึ้น
• สิวหนองหายเองได้ไหม ใช้เวลากี่วัน
• วิธีรักษาสิวหนองให้ยุบเร็ว ลดโอกาสทิ้งรอย
• ยาทาสิวและยากินแบบไหนเหมาะกับสิวหนอง
• วิธีป้องกันไม่ให้สิวหนองเกิดซ้ำ
• คำถามยอดฮิตเกี่ยวกับสิวหนองเกิดจากอะไร
• สรุปทุกเรื่องเกี่ยวกับสิวหนองเกิดจาก
สิวหนองคืออะไร แตกต่างจากสิวประเภทอื่นอย่างไร
สิวหนอง (Pustule) คือ สิวอักเสบชนิดหนึ่งที่มี หัวสีขาวหรือเหลือง จากการสะสมของหนองอยู่ภายใน เกิดจากรูขุมขนอุดตันร่วมกับการอักเสบและการติดเชื้อแบคทีเรีย เมื่อร่างกายส่งเม็ดเลือดขาวมากำจัดเชื้อ จะเกิดของเหลวที่เราเรียกว่า หนอง ทำให้เห็นเป็นหัวชัดเจน บวม แดง และกดเจ็บ
สิวหนองต่างจากสิวประเภทอื่นอย่างไร
ประเภทสิว |
ลักษณะเด่น |
การอักเสบ |
หัวหนอง |
ความรุนแรง |
สิวอุดตันหัวปิด |
ตุ่มเล็ก สีเดียวกับผิว |
ไม่มี |
ไม่มี |
น้อย |
สิวอุดตันหัวเปิด |
จุดดำเล็ก ๆ |
ไม่มี |
ไม่มี |
น้อย |
สิวอักเสบไม่มีหัว (Papule) |
ตุ่มแดง บวม เจ็บ |
มี |
ไม่มี |
ปานกลาง |
สิวหนอง (Pustule) |
ตุ่มแดง มีหัวขาว/เหลือง |
มี |
มี |
ปานกลาง-ค่อนข้างมาก |
สิวหัวช้าง / สิวซีสต์ |
ก้อนลึก ใหญ่ เจ็บมาก |
มีมาก |
มักไม่มีหัวชัด |
รุนแรง |
สิวหนองเกิดจาก อะไรบ้าง สาเหตุหลักที่ควรรู้
สิวหนองเป็นสิวอักเสบชนิดหนึ่งที่เห็นเป็นตุ่มแดงและมีหัวสีขาวหรือเหลืองอยู่ตรงกลาง หลายคนสงสัยว่า สิวหนองเกิดจาก อะไรแน่ ๆ คำตอบคือ สิวหนองเกิดจาก รูขุมขนอุดตันร่วมกับการอักเสบและการติดเชื้อแบคทีเรีย แต่มีปัจจัยอื่นอีกหลายอย่างที่ควรรู้เกี่ยวกับเรื่องสิวหนองเกิดจากอะไร
1.สิวหนองเกิดจากการอุดตันของรูขุมขน
สิวหนองเกิดจาก การที่ไขมัน (Sebum) ผลิตมากเกินไป ผสมกับเซลล์ผิวที่ตายแล้ว จนไปอุดตันในรูขุมขน เมื่อเกิดการอุดตัน จะกลายเป็นสภาพแวดล้อมที่เหมาะกับการสะสมของเชื้อแบคทีเรีย
สาเหตุที่ทำให้ไขมันเพิ่มขึ้น เช่น
• ฮอร์โมนแปรปรวน (วัยรุ่น ช่วงก่อนมีประจำเดือน ความเครียด)
• พักผ่อนไม่เพียงพอ
• ผิวมันตามกรรมพันธุ์
2.สิวหนองเกิดจากการเพิ่มจำนวนของแบคทีเรีย
เมื่อรูขุมขนอุดตัน เชื้อแบคทีเรียที่ชื่อ Cutibacterium acnes จะเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็ว ร่างกายจึงส่งเม็ดเลือดขาวเข้าไปจัดการเชื้อ ทำให้เกิดการอักเสบ และเกิดของเหลวที่เรียกว่า หนอง
ดังนั้น ในทางการแพทย์ สิวหนองเกิดจาก การตอบสนองของภูมิคุ้มกันต่อเชื้อแบคทีเรียภายในรูขุมขนที่อุดตัน
3.สิวหนองเกิดจากการอักเสบของผิวหนัง
การอักเสบทำให้ผิวบริเวณนั้น
• บวม
• แดง
• กดเจ็บ
• และเห็นเป็นหัวหนองชัดเจน
ยิ่งอักเสบมาก โอกาสเกิดรอยดำหรือรอยแผลเป็นหลังสิวก็ยิ่งสูง
4.สิวหนองเกิดจากปัจจัยกระตุ้นที่ทำให้เป็นสิวหนองง่ายขึ้น
แม้ต้นเหตุหลักสิวหนองเกิดจากการอุดตันและการอักเสบ แต่ปัจจัยเหล่านี้ทำให้สิวหนองเกิดง่ายขึ้น
• สิวหนองเกิดจาก ใช้สกินแคร์หรือเครื่องสำอางที่อุดตันผิว
• สิวหนองเกิดจาก ล้างหน้าไม่สะอาด หรือขัดหน้ารุนแรงเกินไป
• สิวหนองเกิดจาก ใส่หน้ากากอนามัยนาน ๆ (Maskne)
• สิวหนองเกิดจาก ความเครียดสะสม
• สิวหนองเกิดจาก อาหารน้ำตาลสูงหรือของทอดมัน (กระตุ้นการอักเสบในบางคน)
สิวหนองเกิดจาก ฮอร์โมนจริงหรือไม่
สิวหนองเกิดจากฮอร์โมนได้ แต่สิวหนองไม่ได้เกิดจากฮอร์โมนโดยตรงเพียงอย่างเดียว แต่ฮอร์โมนเป็น ตัวกระตุ้นสำคัญ ที่ทำให้กระบวนการเกิดสิวรุนแรงขึ้น
สิวหนองเกิดจากฮอร์โมน ได้อย่างไร
ฮอร์โมนที่มีบทบาทหลักคือ แอนโดรเจน (Androgen) เช่น เทสโทสเตอโรน ซึ่งมีทั้งในผู้ชายและผู้หญิง
ฮอร์โมนกลุ่มนี้จะกระตุ้นให้
• ต่อมไขมันผลิตน้ำมันมากขึ้น
• ผิวมันง่าย
• รูขุมขนอุดตันได้ง่ายขึ้น
สิวหนองเกิดจากฮอร์โมนเพราะเมื่อมีการอุดตันร่วมกับแบคทีเรียและการอักเสบ จึงพัฒนาเป็น สิวหนอง ได้
ฮอร์โมนไม่ใช่ตัวสร้างหนองโดยตรง แต่ทำให้สภาพผิวเอื้อต่อการเกิดสิวอักเสบจนกลายเป็นสิวหนอง
ช่วงไหนที่สิวฮอร์โมนสูง
• วัยรุ่น (ฮอร์โมนพุ่งสูง)
• ก่อนมีประจำเดือน 7-10 วัน
• ช่วงตั้งครรภ์
• ภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ (PCOS)
• ความเครียดสะสม (กระตุ้นฮอร์โมนคอร์ติซอล ส่งผลต่อความมันผิว)
ลักษณะเด่นของสิวที่เกี่ยวกับฮอร์โมนคือ มักขึ้นบริเวณ กรอบหน้า คาง แนวกราม และมักเป็นซ้ำ ๆ เป็นรอบ
ทำไมบางคนฮอร์โมนปกติแต่ยังเป็นสิวหนอง
เพราะสิวหนองเกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน ได้แก่
• การอุดตันของรูขุมขน
• แบคทีเรีย
• การอักเสบของผิว
• พันธุกรรม
• การดูแลผิวที่ไม่เหมาะสม
ฮอร์โมนเป็นเพียงหนึ่งในตัวแปรสำคัญ แต่ไม่ใช่สาเหตุของการเกิดสิวหนองทั้งหมด
สิวหนองเกิดจากกระบวนการอุดตันและอักเสบของรูขุมขน ฮอร์โมนทำหน้าที่ เร่ง ให้เกิดภาวะผิวมันและอุดตันง่ายขึ้น จึงเรียกได้ว่า ฮอร์โมนเป็นปัจจัยกระตุ้นหลัก แต่สิวหนองเกิดจากฮอร์โมน และสาเหตุอื่นๆ ร่วมกัน
สิวหนองเกิดจาก การอุดตันของรูขุมขนได้อย่างไร
สิวหนองเกิดจาก การอุดตันของรูขุมขนเพราะเนื่องจากว่าในแต่ละรูขุมขนจะมี ต่อมไขมัน ทำหน้าที่ผลิตน้ำมันออกมาหล่อเลี้ยงผิวตามกระบวนการทำงานของร่างกาย เมื่อระบบนี้ทำงานปกติ ไขมันจะไหลออกสู่ผิวได้
สิวหนองเกิดจาก การอุดตันของรูขุมขนได้อย่างไร
ขั้นตอนการที่สิวหนองเกิดจากการอุดตันของรูขุมขน
1.สิวหนองเกิดจาก การอุดตันของรูขุมขน เพราะไขมันผลิตมากเกินไป
ต่อมไขมันถูกกระตุ้นจากฮอร์โมน ความเครียด หรือพันธุกรรม ทำให้ผลิตน้ำมันมากกว่าปกติ
2.สิวหนองเกิดจาก การอุดตันของรูขุมขน เพราะเซลล์ผิวที่ตายแล้วหลุดลอกไม่สมบูรณ์
ผิวหนังมีการผลัดเซลล์ตลอดเวลา หากเซลล์ผิวเก่าหลุดออกไม่ดี จะสะสมอยู่ในรูขุมขน
3.สิวหนองเกิดจาก การอุดตันของรูขุมขน เพราะไขมันระบายออกไม่ได้
ไขมัน และ เซลล์ผิวที่ตายแล้ว รวมตัวกันเป็นก้อนอุดปากรูขุมขน ทำให้ไขมันระบายออกไม่ได้ทำให้เกิดสิวหนองได้
4.สิวหนองเกิดจาก การอุดตันของรูขุมขน เพราะแบคทีเรียเพิ่มจำนวนในสภาพอับปิด
ภายในรูขุมขนที่อุดตันเป็นสภาพที่เหมาะกับการเจริญของเชื้อ Cutibacterium acnes
5.สิวหนองเกิดจาก การอุดตันของรูขุมขน เพราะร่างกายตอบสนองด้วยการอักเสบ
ระบบภูมิคุ้มกันส่งเม็ดเลือดขาวเข้ามาจัดการเชื้อ จึงเกิดการสะสมของของเหลวอักเสบหรือ หนอง
ผลลัพธ์คือ ตุ่มแดง บวม เจ็บ และมีหัวสีขาวหรือเหลือง ซึ่งเรียกว่า สิวหนอง
สิวหนองเกิดจาก เชื้อแบคทีเรียชนิดใด
สิวหนองเกิดจาก การเพิ่มจำนวนของแบคทีเรียที่ชื่อว่า Cutibacterium acnes (C.acnes) ซึ่งเดิมเรียกว่า Propionibacterium acnes แบคทีเรียชนิดนี้อาศัยอยู่บนผิวหนังของคนเราเป็นปกติ ไม่ได้เป็นเชื้ออันตรายจากภายนอก
ทำไมสิวหนองเกิดจากเชื้อปกติบนผิวได้
แม้ C.acnes จะเป็นเชื้อประจำถิ่นของผิว แต่ สิวหนองเกิดจาก สถานการณ์ที่เอื้อต่อการเจริญเติบโตของเชื้อมากผิดปกติ โดยเฉพาะเมื่อมี รูขุมขนอุดตัน
สิวหนองเกิดจาก เชื้อแบคทีเรีย มีกระบวนการดังนี้
1.รูขุมขนอุดตันจากไขมันและเซลล์ผิว
2.ภายในรูขุมขนกลายเป็นสภาพอับ ออกซิเจนน้อย
3.C.acnes เจริญเติบโตได้ดีในสภาพแบบนี้
4.เชื้อกระตุ้นให้ร่างกายเกิดการอักเสบ
5.เม็ดเลือดขาวเข้ามาต่อสู้กับเชื้อ จึงเกิดการสะสมของหนอง
ดังนั้น สิวหนองเกิดจาก การตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันต่อเชื้อ C.acnes ภายในรูขุมขนที่อุดตัน ไม่ได้เกิดจากเชื้อเพียงอย่างเดียว
สิวหนองเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย อย่างเดียวได้หรือไม่
จริง ๆ แล้วไม่ใช่ทุกคนที่สิวหนองเกิดจากเชื้อแบคทีเรียเพียงอย่างเดียวแม้ว่า สิวหนองเกิดจาก การกระตุ้นของเชื้อแบคทีเรีย แต่ต้องมีปัจจัยร่วมด้วย เช่น
• สิวหนองเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย และการผลิตไขมันมากเกินไป
• สิวหนองเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย และการอุดตันของรูขุมขน
• สิวหนองเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย และความไวต่อการอักเสบของแต่ละบุคคล
หากไม่มีการอุดตัน เชื้อก็ไม่สามารถกระตุ้นให้เกิดสิวอักเสบได้
ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้สิวหนองอักเสบรุนแรงขึ้น
สิวหนองเกิดจาก การอุดตันของรูขุมขนร่วมกับแบคทีเรียและการอักเสบ แต่ความรุนแรงของอาการขึ้นอยู่กับ ปัจจัยกระตุ้น หลายอย่าง หากควบคุมไม่ดี สิวหนองอาจบวมแดงมากขึ้น เจ็บมากขึ้น และเสี่ยงทิ้งรอยดำหรือแผลเป็น
1.สิวหนองเกิดจากปัจจัยเสี่ยงเพิ่มเติมคือ การบีบ แกะ หรือกดสิวเอง
เมื่อกดสิวผิดวิธี ผนังรูขุมขนอาจแตก ทำให้การอักเสบลุกลามลึกลงสู่ชั้นผิวหนัง แม้ว่าโดยพื้นฐาน สิวหนองเกิดจาก การติดเชื้อในรูขุมขน แต่การบีบจะยิ่งกระตุ้นการอักเสบและเพิ่มโอกาสเกิดรอยแผลเป็น
2.สิวหนองเกิดจากปัจจัยเสี่ยงเพิ่มเติมคือ ผิวมันมากผิดปกติ
การผลิตไขมันมากเกินไปทำให้การอุดตันเกิดง่ายขึ้น เมื่อมีไขมันสะสมมาก สภาพในรูขุมขนจะเหมาะกับการเติบโตของแบคทีเรีย ซึ่งเป็นกลไกสำคัญที่ทำให้ สิวหนองเกิดจาก การอักเสบที่รุนแรงขึ้น
3.สิวหนองเกิดจากปัจจัยเสี่ยงเพิ่มเติมคือ ความเครียดและพักผ่อนไม่พอ
ความเครียดกระตุ้นฮอร์โมนคอร์ติซอล ส่งผลให้ผิวผลิตน้ำมันมากขึ้น และกระตุ้นการอักเสบในร่างกาย แม้ต้นเหตุของสิวหนองเกิดจากการอุดตันและเชื้อแบคทีเรีย แต่ความเครียดทำให้การตอบสนองการอักเสบรุนแรงกว่าเดิม
4.สิวหนองเกิดจากปัจจัยเสี่ยงเพิ่มเติมคือ การใช้ผลิตภัณฑ์ที่ก่อการอุดตัน
สกินแคร์หรือเครื่องสำอางที่มีส่วนผสมอุดตัน (comedogenic) ทำให้รูขุมขนปิดมากขึ้น เมื่อรูขุมขนปิดแน่น การระบายไขมันลดลง ยิ่งเพิ่มโอกาสที่ สิวหนองเกิดจาก การสะสมของเชื้อภายใน
5.สิวหนองเกิดจากปัจจัยเสี่ยงเพิ่มเติมคือ การเสียดสีและความอับชื้น
เช่น การใส่หน้ากากอนามัยนาน ๆ หมวกกันน็อก หรือเหงื่อสะสม สภาพอับชื้นทำให้ผิวระคายเคืองง่าย และกระตุ้นให้สิวที่มีอยู่แล้วอักเสบรุนแรงขึ้น
6.สิวหนองเกิดจากปัจจัยเสี่ยงเพิ่มเติมคือ อาหารน้ำตาลสูงและของทอดมัน
อาหารที่ทำให้น้ำตาลในเลือดพุ่งสูง อาจกระตุ้นฮอร์โมนอินซูลินและการอักเสบ แม้ไม่ใช่สาเหตุโดยตรง แต่สามารถซ้ำเติมกระบวนการที่ทำให้สิวหนองเกิดจากการอักเสบที่มากขึ้น
สิวหนองหายเองได้ไหม ใช้เวลากี่วัน
สิวหนองสามารถหายเองได้ในหลายกรณี โดยเฉพาะเม็ดที่มีขนาดเล็กและการอักเสบไม่รุนแรง เพราะตามกระบวนการทำงานแล้วร่างกายมีระบบภูมิคุ้มกันที่คอยกำจัดเชื้อและซ่อมแซมผิว
สิวหนองเกิดจาก การอุดตันของรูขุมขนร่วมกับการเพิ่มจำนวนของแบคทีเรียและการอักเสบ เมื่อภูมิคุ้มกันควบคุมเชื้อได้ การอักเสบจะค่อย ๆ ลดลง หนองจะแห้ง และตุ่มจะยุบลงเอง
ปกติใช้เวลากี่วันสิวหนองถึงหาย
ระยะเวลาขึ้นอยู่กับความลึกและความรุนแรงของการอักเสบ
• เม็ดเล็ก อักเสบไม่มาก ประมาณ 3-5 วันเริ่มยุบ
• เม็ดขนาดกลาง มีบวมแดงชัด ประมาณ 5-10 วัน
• อักเสบมากหรือถูกบีบกระแทก อาจใช้เวลา 10-14 วัน หรือมากกว่านั้น
แม้ตุ่มจะยุบแล้ว แต่รอยแดงหรือรอยดำหลังสิวอาจอยู่ต่ออีกหลายสัปดาห์
ทำไมบางเม็ดหายเร็ว บางเม็ดใช้เวลานาน
เพราะระดับการอักเสบไม่เท่ากัน หากสิวหนองเกิดจากการอุดตันตื้น ๆ และการอักเสบจำกัดอยู่เฉพาะบริเวณเล็ก ๆ ก็จะยุบเร็ว
แต่ถ้าการอักเสบลึกหรือผนังรูขุมขนแตก การอักเสบจะกระจาย ทำให้หายช้าลงและเสี่ยงเกิดรอยแผลเป็น
สิวหนองควรรอให้หายเองหรือไม่
สิวหนองสามารถรอให้หายเองได้ หาก
• ไม่ปวดมาก
• ไม่บวมลาม
• เป็นเพียง 1-2 เม็ด
ควรใช้ยารักษาหรือพบแพทย์ หากสิวหนองเกิดจากสาเหตุรุนแรง และมีลักษณะดังนี้
• เป็นหลายเม็ดพร้อมกันฃ
• เป็นซ้ำตำแหน่งเดิม
• มีอาการปวดบวมชัดเจน
สิวหนองหายเองได้ในประมาณ 3-10 วัน หากไม่รุนแรง เนื่องจากสิวหนองเกิดจากกระบวนการอุดตันและอักเสบ เมื่อร่างกายควบคุมการอักเสบได้ ตุ่มจะยุบลงเอง การหลีกเลี่ยงการบีบหรือแกะสิว คือปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้หายเร็วและลดโอกาสเกิดรอยในระยะยาว
วิธีรักษาสิวหนองให้ยุบเร็ว ลดโอกาสทิ้งรอย
ก่อนเลือกวิธีรักษา ต้องเข้าใจก่อนว่า สิวหนองเกิดจาก การอุดตันของรูขุมขนร่วมกับแบคทีเรียและการอักเสบ ดังนั้นการรักษาที่ได้ผลจึงต้อง ลดการอุดตัน ควบคุมเชื้อ ลดการอักเสบ ไปพร้อมกัน
1.ห้ามบีบหรือแกะสิวเอง
แม้จะเห็นหัวหนองชัด แต่การบีบผิดวิธีอาจทำให้ผนังรูขุมขนแตก เมื่อสิวหนองเกิดจากการอักเสบภายในรูขุมขน หากกดแรงเกินไป เชื้อและการอักเสบอาจกระจายลึกลงผิว เพิ่มความเสี่ยงรอยดำและหลุมสิว
2.ใช้ยาทาลดเชื้อแบคทีเรีย
เพราะสิวหนองเกิดจากการเพิ่มจำนวนของเชื้อ Cutibacterium acnes
ยาที่ช่วยได้ เช่น
• Benzoyl Peroxide (ช่วยฆ่าเชื้อและลดการดื้อยา)
• Clindamycin (ยาปฏิชีวนะทาภายนอก)
ควรใช้ตามคำแนะนำแพทย์หรือเภสัชกร โดยทาเฉพาะบริเวณสิว
3.ใช้ยาลดการอุดตัน
ต้นเหตุสำคัญที่ทำให้สิวหนองเกิดจากรูขุมขนอุดตัน คือการผลัดเซลล์ผิวผิดปกติ ยากลุ่มที่ช่วยได้ เช่น
• Retinoids (เช่น Adapalene)
• Salicylic Acid (BHA)
กลุ่มนี้ช่วยเปิดรูขุมขน ลดการเกิดซ้ำในระยะยาว
4.ประคบเย็นเพื่อลดบวม
หากสิวกำลังบวมแดง สามารถประคบเย็นเบา ๆ 5-10 นาที ช่วยลดการอักเสบและอาการปวดได้ โดยไม่กระตุ้นให้ผิวช้ำเหมือนการบีบ
5.ดูแลผิวให้เหมาะสม
• ล้างหน้าวันละ 2 ครั้ง ไม่ถูแรง
• เลือกผลิตภัณฑ์ไม่ก่อการอุดตัน (non-comedogenic)
• หลีกเลี่ยงการขัดผิวแรง ๆ
• พักผ่อนเพียงพอ ลดความเครียด
เพราะแม้สิวหนองเกิดจากการติดเชื้อในรูขุมขน แต่ปัจจัยกระตุ้นอย่างความมันและการระคายเคือง จะทำให้อักเสบรุนแรงขึ้น
6.กรณีอักเสบรุนแรงหรือเป็นซ้ำบ่อย
ควรพบแพทย์ อาจพิจารณา
• ยาปฏิชีวนะชนิดรับประทาน
• ยาปรับฮอร์โมนในบางราย
• การกดสิวโดยผู้เชี่ยวชาญในเวลาที่เหมาะสม
ยาทาสิวและยากินแบบไหนเหมาะกับสิวหนอง
สิวหนอง (Pustular acne) คือสิวอักเสบที่มีการติดเชื้อแบคทีเรียร่วมด้วย โดยจะเห็นเป็นตุ่มแดง บวม กดเจ็บ และมีหัวหนองสีขาวหรือเหลืองตรงกลาง การเลือก ยาทา หรือ ยากิน ต้องประเมินจาก ความรุนแรง จำนวนตำแหน่ง และแนวโน้มการเกิดซ้ำ
1) กรณีสิวหนองไม่มาก (เล็กน้อย-ปานกลาง)
ยาทาที่เหมาะสม (First-line treatment)
1.1 Benzoyl Peroxide (BPO) 2.5-5%
• ฆ่าเชื้อ Cutibacterium acnes ได้โดยไม่ทำให้ดื้อยา
• ลดการอักเสบและช่วยให้หัวสิวแห้งเร็ว
• เหมาะกับสิวหนองประปรายหรือเป็นๆ หายๆ
• ใช้วันละ 1 ครั้งก่อนนอน เริ่มจากความเข้มข้นต่ำเพื่อลดการระคายเคือง
1.2 ยาปฏิชีวนะทา (Topical antibiotics)
เช่น Clindamycin 1%, Erythromycin 2%
• ลดเชื้อแบคทีเรียและการอักเสบ
• เหมาะกับสิวหนองอักเสบหลายจุด
1.3 กลุ่มเรตินอยด์ทา (Topical Retinoids)
เช่น Adapalene, Tretinoin
• ลดการอุดตันต้นเหตุของสิว
• ป้องกันการเกิดสิวใหม่
• เหมาะในคนที่มีทั้งสิวอุดตันและสิวหนองร่วมกัน
2) กรณีสิวหนองจำนวนมาก กระจายหลายบริเวณ อักเสบรุนแรง
ยากินที่เหมาะสม
2.1 ยาปฏิชีวนะชนิดรับประทาน (Oral antibiotics)
เช่น
• Doxycycline
• Minocycline
ใช้ในกรณีที่
• สิวหนองหลายตำแหน่ง
• สิวอักเสบลึก
• ทายาแล้วไม่ดีขึ้น
ระยะเวลารักษา
• ปกติ 6-12 สัปดาห์
• ไม่ควรใช้เกินจำเป็นเพื่อลดการดื้อยา
• ต้องใช้ร่วมกับยาทาเสมอ ไม่ควรกินยาเดี่ยวๆ
2.2 Isotretinoin (ในรายที่สิวรุนแรงมาก)
ใช้เมื่อ
• สิวหนองรุนแรง
• เป็นซ้ำบ่อย
• มีแนวโน้มเกิดแผลเป็น
เป็นยาที่ลดการทำงานของต่อมไขมันโดยตรง ต้องอยู่ในการดูแลของแพทย์เท่านั้น เพราะมีผลข้างเคียงและข้อห้ามใช้หลายประการ
วิธีป้องกันไม่ให้สิวหนองเกิดซ้ำ
ก่อนจะป้องกันได้อย่างถูกต้อง เราต้องเข้าใจก่อนว่า สิวหนองเกิดจากอะไรเพื่อที่จะสามารถป้องกันปัญหาได้ตรงกับสาเหตุที่ทำให้เกิดสิวหนอง สิวหนองเกิดจาก การอุดตันของรูขุมขนร่วมกับการอักเสบและการเพิ่มจำนวนของเชื้อแบคทีเรีย Cutibacterium acnes ภายในต่อมไขมัน เมื่อมีการสะสมของไขมัน เซลล์ผิวที่ตายแล้ว และเชื้อแบคทีเรีย ร่างกายจะตอบสนองด้วยการอักเสบ จึงเกิดเป็นตุ่มแดงที่มีหัวหนองสีขาวหรือเหลืองตรงกลาง
ดังนั้น การป้องกันสิวหนองเกิดซ้ำ ต้องจัดการที่ต้นเหตุ ไม่ใช่รอให้มีหัวหนองแล้วค่อยรักษา
1.ควบคุมการอุดตัน
แม้จะเห็นเป็นสิวอักเสบ แต่ในความจริง สิวหนองเกิดจากสิวอุดตันที่ลุกลามจนเกิดการอักเสบ
แนวทางป้องกันสิวหนองเกิดจากสิวอุดตันที่ลุกลาม
ใช้ ยากลุ่มเรตินอยด์ทา เช่น Adapalene ตอนกลางคืนอย่างต่อเนื่อง
• ลดการอุดตัน
• ป้องกันสิวใหม่
เลือกผลิตภัณฑ์ที่ระบุว่า non-comedogenic หลีกเลี่ยงครีมที่มีเนื้อหนักหรือก่อการอุดตันง่าย
2.ลดจำนวนเชื้อแบคทีเรีย
เนื่องจากสิวหนองเกิดจากการเพิ่มจำนวนของเชื้อในรูขุมขน การควบคุมเชื้อจึงสำคัญ
แนวทางป้องกันสิวหนองเกิดจากการเพิ่มจำนวนของเชื้อในรูขุมขน
ใช้ Benzoyl Peroxide (BPO) แบบบาง ๆ ในบริเวณที่เป็นซ้ำง่าย
• ลดเชื้อโดยไม่ทำให้ดื้อยา
• ไม่ควรใช้ยาปฏิชีวนะทาเดี่ยว ๆ ระยะยาว
3.ควบคุมความมันส่วนเกิน
ไขมันคือปัจจัยสำคัญที่ทำให้สิวหนองเกิดจากสภาพผิวที่อ่อนแอ
แนวทางป้องกันสิวหนองเกิดจากสภาพผิวที่อ่อนแอ
• ล้างหน้าวันละ 2 ครั้ง ด้วยผลิตภัณฑ์อ่อนโยน
• ไม่ล้างหน้าบ่อยเกินไป เพราะจะกระตุ้นให้หน้ามันมากขึ้น
• ในบางรายอาจใช้ผลิตภัณฑ์ที่มี Salicylic acid เพื่อช่วยลดการอุดตันในรูขุมขน
4.ลดพฤติกรรมกระตุ้นการอักเสบ
• ไม่บีบหรือแกะสิว
• เปลี่ยนปลอกหมอนสม่ำเสมอ
• ทำความสะอาดอุปกรณ์แต่งหน้า
• หลีกเลี่ยงความอับชื้น เช่น หน้ากากที่ชื้นเหงื่อเป็นเวลานาน
5.ประเมินปัจจัยภายในร่างกาย
ในบางคน สิวหนองเกิดจากปัจจัยฮอร์โมน โดยเฉพาะสิวบริเวณคาง กราม หรือสัมพันธ์กับรอบเดือน ควรประเมินร่วมกับแพทย์หากเป็นเรื้อรัง อาหารที่มีน้ำตาลสูงหรือเวย์โปรตีนบางชนิด อาจกระตุ้นสิวในบางรายได้เช่นกัน
คำถามยอดฮิตเกี่ยวกับสิวหนองเกิดจากอะไร
1) สิวหนองเกิดจากอะไร ?
สิวหนองเกิดจากการอุดตันของรูขุมขนร่วมกับการสะสมของไขมัน เซลล์ผิวที่ตายแล้ว และการเพิ่มจำนวนของเชื้อแบคทีเรีย Cutibacterium acnes เมื่อร่างกายตอบสนองด้วยการอักเสบ จึงเกิดเป็นตุ่มแดงบวมและมีหัวหนองสีขาวหรือเหลืองตรงกลาง
2) สิวหนองเกิดจากการล้างหน้าไม่สะอาดจริงไหม ?
หลายคนเข้าใจว่า สิวหนองเกิดจากความสกปรกเพียงอย่างเดียว แต่ในความเป็นจริง สาเหตุหลักคือการอุดตันและการอักเสบภายในรูขุมขน ไม่ได้เกิดจากฝุ่นหรือสิ่งสกปรกภายนอกโดยตรง อย่างไรก็ตาม หากทำความสะอาดผิวไม่เหมาะสม หรือใช้ผลิตภัณฑ์ที่ก่อการอุดตัน ก็อาจกระตุ้นให้สิวอักเสบง่ายขึ้นได้
3) สิวหนองเกิดจากฮอร์โมนได้หรือไม่ ?
ได้ โดยเฉพาะในผู้ที่มีสิวบริเวณคาง กราม หรือเป็นก่อนมีประจำเดือน สิวหนองเกิดจากการกระตุ้นของฮอร์โมนแอนโดรเจนที่ทำให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันมากขึ้น เมื่อไขมันมากและมีการอุดตัน จึงเกิดการอักเสบตามมา
4) สิวหนองเกิดจากอาหารบางชนิดจริงหรือไม่ ?
ปัจจุบันพบว่าอาหารที่มีน้ำตาลสูง เครื่องดื่มหวาน และเวย์โปรตีนบางชนิด อาจกระตุ้นให้สิวอักเสบรุนแรงขึ้นในบางคน แม้อาหารจะไม่ใช่สาเหตุหลักโดยตรง แต่สิวหนองเกิดจากกระบวนการอักเสบที่อาจถูกกระตุ้นได้จากระดับน้ำตาลและฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงหลังรับประทานอาหารบางประเภท
5) ทำไมสิวหนองชอบเกิดซ้ำที่เดิม ?
สิวหนองเกิดจากวงจรการอุดตันที่ยังไม่ถูกแก้ไขที่ต้นเหตุ หากยังมีความมันส่วนเกิน การผลัดเซลล์ผิวผิดปกติ หรือไม่ได้ใช้ยาป้องกันการอุดตัน เช่น เรตินอยด์ สิวก็สามารถเกิดซ้ำบริเวณเดิมได้ การรักษาเฉพาะตอนมีหนองโดยไม่ควบคุมระยะยาว มักทำให้กลับมาเป็นซ้ำ
สรุปทุกเรื่องเกี่ยวกับสิวหนองเกิดจาก
สิวหนองเกิดจากการอุดตันของรูขุมขนร่วมกับการสะสมของไขมัน เซลล์ผิวที่ตายแล้ว และการเพิ่มจำนวนของเชื้อแบคทีเรีย Cutibacterium acnes ภายในต่อมไขมัน เมื่อร่างกายตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้นเหล่านี้จึงเกิดการอักเสบ กลายเป็นตุ่มแดงบวมและมีหัวหนองสีขาวหรือเหลืองตรงกลาง
ปัจจัยกระตุ้นที่พบได้บ่อย ได้แก่ ฮอร์โมน ความมันส่วนเกิน ความเครียด อาหารน้ำตาลสูง และผลิตภัณฑ์ที่ก่อการอุดตัน แม้หลายคนเข้าใจว่าสิวหนองเกิดจากความสกปรกเพียงอย่างเดียว แต่ความจริงเป็นกระบวนการอักเสบที่เกิดลึกในรูขุมขน การป้องกันจึงต้องลดการอุดตัน ควบคุมความมัน ลดเชื้อ และดูแลผิวอย่างต่อเนื่องแม้สิวจะยุบแล้ว
* เงื่อนไขตามบริษัทฯ กำหนด
แนะนำให้สอบถามกับเจ้าหน้าที่ก่อนเข้ารับบริการ
เพื่อความชัวร์และได้สิทธิ์ที่คุ้มที่สุดค่ะ