Glass Skin ผิวกระจก ทำอย่างไร? เคล็ดลับผิวฉ่ำใส 10 ขั้นตอน

เขียนโดย: ทีมผู้เชี่ยวชาญ ROMRAWIN CLINIC

Glass Skin ผิวกระจก

เปิดอ่าน 981

Glass Skin ผิวกระจก คืออะไร ทำอย่างไรให้ผิวฉ่ำวาว

Glass Skin หรือผิวกระจก เป็นลุคผิวฉ่ำใสจากเกาหลีที่เน้นความชุ่มชื้นและความเรียบเนียน จนผิวดูสะท้อนแสงอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่จำเป็นต้องมีผิวขาวหรือแต่งหน้าหนา ๆ บทความนี้ชวนดูว่าผิวแบบนี้ต่างจากหน้ามันอย่างไร พร้อม 10 วิธีดูแลผิว การเลือกสกินแคร์ และหัตถการที่อาจเหมาะกับบางปัญหาผิว


Glass Skin ผิวกระจก คืออะไร

คำว่า Glass Skin ใช้เรียกผิวที่ดูชุ่มชื้น เนียนละเอียด และมีความวาวคล้ายกระจก เป็นคำอธิบายลักษณะผิวด้านความงาม ไม่ใช่ชื่อโรคหรือมาตรฐานทางการแพทย์ ผิวแต่ละคนจึงไม่จำเป็นต้องใสจนมองไม่เห็นรูขุมขนจึงจะดูดี

การมีผิวกระจกไม่จำเป็นต้องลบริ้วรอย จุดด่างดำ หรือความหมองคล้ำให้หมดก่อน สิ่งที่ควรใส่ใจคือความชุ่มชื้นและสภาพผิวของตัวเอง เพราะแต่ละคนมีพื้นผิวและปัญหาต่างกัน


ผิวแบบ Glass Skin มีลักษณะอย่างไร

เวลาพูดถึง Glass Skin หลายคนจะนึกถึงผิวที่ดูฉ่ำวาว แต่ความเงาอย่างเดียวไม่ได้บอกว่าผิวชุ่มชื้น ลุคผิวกระจกที่เห็นกันมักมีลักษณะร่วมกันอยู่ 4 ด้าน

เริ่มจาก Texture หรือความเรียบเนียน ผิวที่ไม่แห้งลอกจะดูละเอียดขึ้นเมื่อแสงตกกระทบ แม้จะมีรูขุมขนหรือหลุมสิวอยู่บ้างก็ยังดูแลให้ผิวชุ่มชื้นได้ ส่วน Glow หรือความฉ่ำวาว เป็นลักษณะผิวที่ดูโกลว์จากความเรียบเนียนและความชุ่มชื้น ไม่ใช่แค่ความมันบนใบหน้า

อีกสองด้านคือ Pigment หรือสีผิวสม่ำเสมอ ซึ่งไม่ได้หมายความว่าต้องมีผิวขาวหรือไม่มีฝ้ากระเลย และ Firmness หรือความอิ่มฟู ผิวที่ได้รับความชุ่มชื้นเพียงพออาจดูนุ่มขึ้น ริ้วเล็ก ๆ จากความแห้งดูเด่นน้อยลง แต่ไม่ได้หมายถึงการยกกระชับผิวหย่อนคล้อย


ทำไมเทรนด์ Glass Skin ถึงได้รับความนิยม

เสน่ห์ของ Glass Skin อยู่ที่ผิวดูสดใสโดยไม่ต้องพึ่งเมคอัพหนา ๆ หลายคนจึงหันมาใส่ใจการบำรุงผิวมากขึ้น โดยเฉพาะความชุ่มชื้นและความเรียบเนียน ซึ่งสามารถปรับวิธีดูแลให้เหมาะกับสีผิวและสภาพผิวของตัวเองได้

Glass Skin สะท้อนความโกลว์ใส ภาพผู้หญิงผิวเรียบเนียน พร้อมหยดน้ำสื่อถึงผิวชุ่มชื้นอิ่มฟู
Glass Skin ผิวกระจกโกลว์ใส เรียบเนียน ชุ่มชื้น และดูอิ่มฟู

เสน่ห์ของ Glass Skin คือการโชว์ผิวที่ดูชุ่มชื้นและเรียบเนียน มากกว่าปกปิดด้วยเมคอัพหนา ๆ เทรนด์นี้ได้รับอิทธิพลจากการดูแลผิวแบบเกาหลีและภาพผิวฉ่ำโกลว์บนสื่อออนไลน์ แต่ภาพที่เห็นอาจมีทั้งแสง การแต่งหน้า และการแต่งภาพเข้ามาเกี่ยวข้อง จึงไม่ควรนำมาเป็นเกณฑ์ตัดสินผิวตัวเอง


ข้อดีของการดูแลผิวให้ฉ่ำใสแบบ Glass Skin

การดูแลผิวตามแนวทางนี้ให้ความสำคัญกับการเติมความชุ่มชื้นและลดการระคายเคือง เมื่อผิวแห้งได้รับการบำรุงเหมาะสม อาการตึงหรือลอกอาจลดลง ผิวดูนุ่มขึ้น และเครื่องสำอางเกลี่ยได้ง่ายกว่าเดิม

อย่างไรก็ตาม ลุค Glass Skin ไม่ได้ป้องกันสิวอักเสบหรือโรคผิวหนังได้โดยตรง หากมีปัญหาผิวอยู่ ควรดูแลสาเหตุนั้นแยกต่างหาก ไม่จำเป็นต้องใช้สกินแคร์หลายชั้นเพื่อให้หน้าดูวาว


Glass Skin กับผิวหน้ามันต่างกันอย่างไร

Glass Skin ผิวกระจกฉ่ำวาว ต่างจากผิวหน้ามันอย่างไร ภาพผู้หญิงผิวโกลว์ใสประกอบบทความ
Glass Skin ผิวกระจกฉ่ำวาว แตกต่างจากผิวหน้ามันอย่างไร

ความเงาบนใบหน้าอาจเกิดจากผิวที่ชุ่มชื้นหรือจากน้ำมันส่วนเกินก็ได้ คนที่หน้ามันจึงสามารถมีผิวที่ดูฉ่ำแบบ Glass Skin ได้เช่นกัน ไม่ใช่ว่าผิวมันต้องขาดน้ำเสมอไป

ผิวหน้ามันอาจมีความเงาชัดช่วงทีโซน รวมถึงรูขุมขนกว้างหรือสิวอุดตันในบางคน แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะมีอาการเหล่านี้

เปรียบเทียบผิวกระจกกับผิวหน้ามัน

หัวข้อ

Glass Skin

ผิวหน้ามัน

ความเงา

ดูวาวจากความชุ่มชื้นและพื้นผิว

เงาจากน้ำมันส่วนเกิน

ความชุ่มชื้น

ดูอิ่มน้ำ ไม่แห้งลอก

อาจชุ่มชื้นหรือขาดน้ำร่วมด้วยก็ได้

รูขุมขน

ยังมองเห็นได้ตามธรรมชาติ

บางคนเห็นเด่นชัด

เมคอัพ

มักได้ลุคฉ่ำและเรียบเนียน

อาจเป็นคราบเมื่อมีน้ำมันมาก

ภาพรวม

เป็นลุคผิว ไม่ใช่ชนิดผิว

เป็นลักษณะการผลิตน้ำมันของผิว


ทำไมดูแลผิวแล้ว ยังไม่ได้ลุค Glass Skin

บางคนใช้ผลิตภัณฑ์หลายชิ้นแต่ผิวยังดูแห้งหรือไม่เรียบ ปัญหาอาจอยู่ที่สกินแคร์ไม่เหมาะกับผิว การล้างหน้าจนตึง หรือการใช้กรดผลัดเซลล์และเรตินอยด์ถี่เกินไป เมื่อผิวแสบลอกก็ควรพักสิ่งที่ระคายเคืองก่อน ไม่จำเป็นต้องเพิ่มขั้นตอนบำรุง

อีกกรณีคือหน้าดูมันแต่ยังรู้สึกแห้งตึง ซึ่งเกิดร่วมกันได้ การเลือกมอยส์เจอไรเซอร์เนื้อเบาอาจเหมาะกว่าการพยายามขจัดความมันทั้งหมด ส่วนรูขุมขน รอยสิว และลักษณะผิวตามพันธุกรรมอาจไม่ได้เปลี่ยนไปเพียงเพราะใช้ครีมมากขึ้น

การพักผ่อน อาหาร และพฤติกรรมประจำวันก็เกี่ยวข้องกับสุขภาพโดยรวม แต่ไม่มีสูตรกินหรือดื่มที่รับประกันว่าจะได้ผิวกระจกเหมือนภาพโฆษณา


10 วิธีดูแลผิวให้ฉ่ำวาวแบบ Glass Skin

ล้างหน้าอย่างอ่อนโยน ไม่ให้ผิวแห้งตึง

เลือกคลีนเซอร์ที่ใช้แล้วผิวไม่ตึงหรือแสบ หากแต่งหน้าหรือใช้กันแดดชนิดติดทน อาจใช้คลีนซิ่งช่วยทำความสะอาดก่อนล้างหน้า

โทนเนอร์จำเป็นสำหรับผิว Glass Skin หรือไม่

โทนเนอร์ที่เน้นเติมความชุ่มชื้นอาจช่วยให้ผิวรู้สึกสบายหลังล้างหน้า แต่หากใช้มอยส์เจอไรเซอร์แล้วผิวชุ่มชื้นดี ก็ไม่จำเป็นต้องเพิ่มขั้นตอนนี้

เติมความชุ่มชื้นด้วยเซรั่มและมอยส์เจอไรเซอร์

ผิวแห้งอาจเหมาะกับครีมเนื้อเข้มข้น ส่วนคนผิวมันลองเลือกเนื้อเจลที่ซึมง่าย การมีผิวฉ่ำวาวไม่จำเป็นต้องทาสกินแคร์หลายชั้น

ทากันแดดเป็นประจำเพื่อปกป้องผิว

ใช้กันแดด SPF 30 ขึ้นไปที่ป้องกันทั้ง UVA และ UVB ทาให้เพียงพอ หากต้องอยู่กลางแจ้งนานควรทาซ้ำ เพื่อช่วยลดความเสียหายจากแสงแดด

มาสก์หน้าเพิ่มความชุ่มชื้นเมื่อจำเป็น

วันที่ผิวรู้สึกแห้ง อาจใช้มาสก์เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวนุ่มขึ้นได้ แต่ผลมักอยู่ชั่วคราว ไม่จำเป็นต้องมาสก์ทุกวันเพื่อให้ได้ลุค Glass Skin

ผลัดเซลล์ผิวอย่างระมัดระวัง

หากผิวหยาบหรือไม่เรียบ อาจเลือกผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ให้เหมาะกับสภาพผิว แต่ไม่ควรขัดหน้าแรงหรือฝืนใช้ต่อเมื่อมีอาการแสบ ลอก หรือแดง

เลือกอาหารให้หลากหลายและดื่มน้ำให้เพียงพอ

กินผัก ผลไม้ และโปรตีนให้เหมาะสมกับความต้องการของร่างกาย ส่วนการดื่มน้ำมากเกินไปไม่ได้ทำให้ผิวฉ่ำวาวขึ้นทันที

นอนหลับให้เพียงพอและเป็นเวลา

บางวันนอนน้อยแล้วหน้าดูอ่อนล้ากว่าปกติ ลองปรับเวลานอนให้สม่ำเสมอ และพักผ่อนให้เหมาะกับความต้องการของร่างกาย

หลีกเลี่ยงแดดจัดและสิ่งที่ระคายเคืองผิว

นอกจากกันแดดแล้ว หมวกหรือร่มก็ช่วยลดการสัมผัสแสงแดดได้ หลังเจอฝุ่นหรือเหงื่อควรทำความสะอาดผิวอย่างอ่อนโยน ไม่ขัดถูจนผิวแสบ

ลดบุหรี่และจำกัดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

การไม่สูบบุหรี่และลดการดื่มแอลกอฮอล์ช่วยดูแลสุขภาพโดยรวม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลผิวในระยะยาวด้วย


เลือกสกินแคร์ให้ได้ลุค Glass Skin อย่างไร

เริ่มจากมอยส์เจอไรเซอร์และกันแดดที่เหมาะกับผิวก่อน หากต้องการดูแลปัญหาอื่นเพิ่มเติม ค่อยเลือกส่วนผสมตามความจำเป็น ไม่ต้องซื้อสกินแคร์หลายชนิดมาใช้พร้อมกัน

เติมความชุ่มชื้น (Hydration)
Hyaluronic Acid และ Glycerin ช่วยดึงหรือกักเก็บความชุ่มชื้น ส่วน Snail Mucin เป็นอีกส่วนผสมที่ใช้ในผลิตภัณฑ์บำรุงบางชนิด ควรเลือกจากการตอบสนองของผิวจริง

ดูแลสีผิวและผิวไม่เรียบ
Vitamin C หรือ Niacinamide อาจช่วยดูแลรอยดำและสีผิวไม่สม่ำเสมอ ขณะที่ AHA และ BHA ใช้กับปัญหาผิวต่างกัน ไม่ควรเริ่มหลายตัวพร้อมกันหากระคายเคืองง่าย

เสริมเกราะป้องกันผิว (Skin Barrier)
Ceramides และ Panthenol เป็นตัวเลือกสำหรับผู้ที่ผิวแห้งตึงหรืออยากลดการสูญเสียความชุ่มชื้น แต่หากมีผื่นเรื้อรังควรหาสาเหตุก่อน

Skincare Routine เช้าและเย็นสำหรับผิวกระจก

ช่วงเช้า
ล้างหน้าอย่างอ่อนโยน ตามด้วยเซรั่มเท่าที่จำเป็น เช่น ผลิตภัณฑ์สำหรับคนที่อยากหน้าใส แล้วทาMoisturizerและกันแดดที่ป้องกัน UVA และ UVB

ช่วงเย็น
เช็ดเครื่องสำอางหรือกันแดดให้เหมาะกับผลิตภัณฑ์ที่ใช้ แล้วล้างหน้าและเติมความชุ่มชื้น โทนเนอร์เป็นทางเลือก ไม่จำเป็นต้องตบหลายชั้นเพื่อให้ผิวฉ่ำ


หัตถการที่อาจช่วยดูแลคุณภาพผิวแบบ Glass Skin

ลุค Glass Skin ไม่จำเป็นต้องทำหัตถการ แต่บางคนอาจมีปัญหาผิวที่ต้องการการดูแลเพิ่มเติม เช่น ความหย่อนคล้อย รอยเม็ดสี หรือผิวแห้งมาก ควรให้แพทย์ประเมินก่อน เพราะแต่ละโปรแกรมมีข้อบ่งใช้และความเสี่ยงต่างกัน

Program Radiesse ช่วยดูแลความแน่นและโครงสร้างผิว

Program Radiesse เป็นผลิตภัณฑ์กลุ่ม CaHA ใช้สำหรับเติมปริมาตรและกระตุ้นคอลลาเจนตามข้อบ่งใช้ เหมาะกับปัญหาด้านโครงสร้างผิวมากกว่าการเพิ่มความฉ่ำวาว และไม่ได้ใช้รักษาฝ้าโดยตรง

Program Sculptra ดูแลผิวด้วยการกระตุ้นคอลลาเจน

Program Sculptra ใช้สาร PLLA ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนอย่างค่อยเป็นค่อยไป จึงไม่ได้ทำให้ผิวฉ่ำวาวทันทีหลังฉีด และผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวแต่ละคน

Program Rejuran Revive สำหรับดูแลคุณภาพผิว

Rejuran เป็นผลิตภัณฑ์กลุ่ม Polynucleotide (PN) ส่วน Revive มีรายละเอียดผลิตภัณฑ์และการใช้งานที่ต้องตรวจสอบแยกกัน แพทย์จึงต้องประเมินว่าควรเลือกโปรแกรมใด และไม่ใช่ทุกปัญหาผิวที่แก้ได้ด้วยการฉีดเพียงครั้งเดียว

Program Vitaran (PN) สำหรับผู้ที่ต้องการดูแลคุณภาพผิว

Program Vitaran เป็นผลิตภัณฑ์กลุ่ม PN ก่อนใช้ควรตรวจสอบข้อบ่งใช้และความปลอดภัย หากต้องการดูแลเรื่องความชุ่มชื้นหรือคอลลาเจน แพทย์จะช่วยพิจารณาว่าโปรแกรมใดเหมาะกับปัญหาผิวมากกว่า

Program Profhilo ดูแลคุณภาพผิวและความชุ่มชื้น

Program Profhilo เป็นผลิตภัณฑ์ฉีดกลุ่ม Hyaluronic Acid ที่ใช้ดูแลคุณภาพผิวตามข้อบ่งใช้ แตกต่างจากมอยส์เจอไรเซอร์ทั่วไป ส่วนจำนวนครั้งและระยะเวลาที่เห็นผลต้องพิจารณาตามแต่ละบุคคล

Pico Laser ดูแลรอยเม็ดสีและปัญหาผิวบางประเภท

Pico Laser อาจใช้กับรอยเม็ดสีหรือปัญหาพื้นผิวบางชนิดได้ ขึ้นอยู่กับเครื่องและการตั้งค่าพลังงาน ส่วนการกระชับรูขุมขนต้องประเมินเพิ่มเติม เพราะเลเซอร์แต่ละแบบให้ผลต่างกันและมีความเสี่ยงเกิดรอยดำหลังทำ


เปรียบเทียบหัตถการที่เกี่ยวข้องกับลุค Glass Skin

โปรแกรม

จุดที่เน้น

ข้อควรทราบ

Radiesse

ความแน่นและโครงสร้างผิว

ไม่ใช่หัตถการรักษาฝ้าโดยตรง

Sculptra

กระตุ้นคอลลาเจน

ผลลัพธ์ค่อยเป็นค่อยไป

Rejuran Revive

งานดูแลคุณภาพผิว

ตรวจสอบองค์ประกอบและข้อบ่งใช้

Vitaran

ผลิตภัณฑ์กลุ่ม PN

ต้องประเมินความเหมาะสมก่อนฉีด

Profhilo

คุณภาพผิวและความชุ่มชื้น

ใช้ตามข้อบ่งใช้ของผลิตภัณฑ์

Pico Laser

เม็ดสีหรือพื้นผิวบางปัญหา

มีโอกาสเกิดรอยดำหลังทำ


สรุป Glass Skin ผิวกระจก ดูแลอย่างไรให้ผิวฉ่ำใส

Glass Skin เป็นลุคผิวชุ่มชื้น เรียบเนียน และดูฉ่ำวาว ไม่จำเป็นต้องมีผิวขาวหรือไร้รูขุมขน เริ่มจากล้างหน้าอย่างอ่อนโยน ใช้มอยส์เจอไรเซอร์และกันแดดให้เหมาะกับผิว แล้วค่อยเพิ่มผลิตภัณฑ์ตามปัญหาที่พบ

ส่วนผู้ที่สนใจหัตถการ ควรเลือกสถานพยาบาลที่น่าเชื่อถือ ตรวจสอบรายละเอียดผลิตภัณฑ์ และปรึกษาแพทย์ถึงข้อบ่งใช้ ความเสี่ยง และผลลัพธ์ที่คาดหวังได้จริง ไม่จำเป็นต้องทำทุกโปรแกรมเพื่อให้ผิวดูเป็น Glass Skin


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Glass Skin ผิวกระจก (FAQ)

Glass Skin ผิวกระจก คืออะไร?

Glass Skin เป็นลุคผิวที่ดูชุ่มชื้น เรียบเนียน และฉ่ำวาวคล้ายกระจก ไม่ใช่ชื่อโรคหรือมาตรฐานทางการแพทย์ และไม่จำเป็นต้องมีผิวขาวหรือไร้รูขุมขน

Glass Skin ต่างจากผิวขาวอย่างไร สีผิวแบบไหนทำได้บ้าง?

Glass Skin เน้นความชุ่มชื้นและความเรียบเนียน ไม่ได้เน้นให้ผิวขาว คนทุกโทนสีผิวสามารถดูแลให้ผิวดูฉ่ำใสและสุขภาพดีในแบบของตัวเองได้

Glass Skin กับผิวหน้ามันต่างกันอย่างไร?

Glass Skin เป็นลุคผิวที่ดูวาวจากความชุ่มชื้นและพื้นผิวที่เรียบเนียน ส่วนผิวหน้ามันมีความเงาจากน้ำมันส่วนเกิน ทั้งนี้คนผิวมันก็สามารถมีลุค Glass Skin ได้

ผิวแห้งทำ Glass Skin ได้ไหม ควรดูแลอย่างไร?

ได้ ควรเริ่มจากคลีนเซอร์อ่อนโยน มอยส์เจอไรเซอร์ที่เหมาะกับผิว และกันแดด หากผิวแห้งลอกหรือระคายเคือง ควรพักการผลัดเซลล์ก่อน

อยากมีผิว Glass Skin ต้องใช้สกินแคร์อะไรบ้าง?

เริ่มจากมอยส์เจอไรเซอร์และกันแดด SPF 30 ขึ้นไป ส่วน Hyaluronic Acid, Glycerin หรือ Ceramides อาจช่วยดูแลความชุ่มชื้น ไม่จำเป็นต้องใช้สกินแคร์หลายชั้น

อยากมีผิวฉ่ำวาวแบบ Glass Skin ใช้เรตินอลได้ไหม?

เรตินอลอาจเหมาะกับการดูแลริ้วรอยเล็ก ๆ และผิวไม่เรียบบางกรณี แต่ไม่จำเป็นสำหรับทุกคน หากเพิ่งเริ่มใช้ควรระวังอาการแสบ ลอก หรือแดง

ผิวมันและเป็นสิวสามารถดูแลให้เป็น Glass Skin ได้ไหม?

ได้ ควรเลือกมอยส์เจอไรเซอร์เนื้อบางเบา ล้างหน้าอย่างอ่อนโยน และดูแลปัญหาสิวควบคู่กัน ไม่จำเป็นต้องขจัดความมันจนผิวแห้งตึง

อยากมี Glass Skin ต้องมาสก์หน้าหรือผลัดเซลล์บ่อยแค่ไหน?

ไม่จำเป็นต้องมาสก์หน้าทุกวันหรือผลัดเซลล์ตามจำนวนครั้งตายตัว ควรเลือกตามสภาพผิว หากมีอาการแสบ แดง หรือลอก ควรหยุดผลิตภัณฑ์ที่ทำให้ระคายเคืองก่อน

อยากมีผิว Glass Skin จำเป็นต้องทำหัตถการไหม?

ไม่จำเป็นเสมอไป หากผิวชุ่มชื้นและเรียบเนียนอยู่แล้ว การดูแลด้วยสกินแคร์อาจเพียงพอ แต่ถ้ามีปัญหาผิวเฉพาะจุด แพทย์อาจพิจารณา Pico Laser, Rejuran, Vitaran หรือ Profhilo ตามข้อบ่งใช้ของแต่ละโปรแกรม

ดูแลผิว Glass Skin อย่างไรให้ฉ่ำใสได้นาน?

เน้นมอยส์เจอไรเซอร์ที่เหมาะกับผิวและทากันแดดทุกวัน ล้างหน้าโดยไม่ขัดถูแรง พักผ่อนให้เพียงพอ และหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่ทำให้ผิวระคายเคือง เพราะความฉ่ำใสต้องอาศัยการดูแลอย่างต่อเนื่อง

* ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับเฉพาะบุคคล
* เงื่อนไขตามบริษัทฯ กำหนด
ปรึกษาฟรี พร้อมรับ โปรโมชั่นพิเศษ ก่อนใคร
เมื่อลงทะเบียนถือว่าท่านยอมรับ ข้อตกลงและเงื่อนไข และ นโยบายความเป็นส่วนตัว
เรื่อง โปรแกรมดูแลผิวหน้า ที่คุณอาจสนใจ