romrawin
154
สารบัญเนื้อหา Glass Skin 

Glass skin ผิวกระจก ฉ่ำวาว ต้องดูแลตัวเองอย่างไร ใช้หัตถการอะไรบ้าง

Glass skin คืออะไร ทำอย่างไรให้มีผิวฉ่ำวาว ดูสุขภาพดี

เทรนด์ผิว Glass skin หรือผิวกระจก เป็นเทรนด์ผิวฉ่ำที่กำลังนิยมอย่างมากที่ประเทศเกาหลีก่อนจะแพร่หลายไปทั่วโลกรวมถึงประเทศไทยด้วย เพราะนอกจากจะดูสุขภาพดีแล้ว ยังช่วยให้แต่งหน้าติดทน ดูเปล่งประกายจากภายใน
บทความนี้จะมาแชร์ทริคเกี่ยวกับผิว Glass skin ว่าต้องดูแลตัวเอง อย่างไร ต้องเลือกสกินแคร์แบบไหน มีหัตถการอะไรบ้างที่ช่วยให้ผิวดูสุขภาพดีแบบ Glass skin

ผิว Glass skin คืออะไร

Glass Skin คือเทรนด์ผิวสวยจากประเทศเกาหลีใต้ ที่เน้นการมี ผิวสุขภาพดีจากภายใน มากกว่าการปกปิดผิวด้วยการแต่งหน้า โดยลักษณะเด่นของผิวแบบ Glass Skin คือ ผิวจะดู กระจ่างใส เรียบเนียน ชุ่มชื้น และมีความเงาวาวเหมือนกระจกสะท้อนแสง ซึ่งเป็นสัญญาณของผิวที่ได้รับการดูแลอย่างดี

หัวใจสำคัญของการมีผิวแบบ Glass Skin คือการสร้างสมดุลผิวให้แข็งแรง ไม่ใช่แค่ผิวขาวหรือผิวมันเงาเพียงแค่ชั่วคราว แต่ต้องเป็นผิวที่ อิ่มน้ำ (hydrated), เนียนละเอียด, สีผิวสม่ำเสมอ และปราศจากปัญหาผิว เช่น ริ้วรอย จุดด่างดำ หรือความหมองคล้ำ

ผิว Glass Skin ไม่ใช่แค่ความสวยงามเท่านั้น แต่การมี Glass Skin สะท้อนถึงการดูแลผิวได้อย่างล้ำลึก ทั้งการบำรุงให้ความชุ่มชื้น การฟื้นฟูผิว และการปกป้องผิวอย่างสม่ำเสมอ จึงทำให้ผิวดูเปล่งปลั่ง ฉ่ำวาว และสุขภาพดีมีออร่า

ผิวแบบ Glass skin มีลักษณะอย่างไร

ผิวแบบ Glass Skin เป็นเทรนด์ผิวสวยจากเกาหลีที่เน้น ผิวใส ฉ่ำ เรียบเนียน และดูสุขภาพดีจากภายใน เหมือนผิวสะท้อนแสงได้คล้ายกระจก โดยผิว Glass Skin ไม่ได้หมายถึงแค่ความขาว แต่คือผิวที่สมดุลในทุกมิติ ทั้งสีผิว คุณภาพผิว ความยืดหยุ่น และความโกลว์

องค์ประกอบสำคัญของการมีผิวแบบ Glass Skin

1.Pigment (สีผิวสม่ำเสมอ)

หัวใจแรกของ Glass Skin คือ สีผิวต้องเรียบเนียนสม่ำเสมอ ผิวจะต้องไม่มีปัญหาเม็ดสีสะสม เช่น
• รอยสิว
• จุดด่างดำ
ฝ้า กระ

2.Texture (ผิวเรียบเนียนละเอียด)
Glass Skin จะไม่มีผิวขรุขระหรือพื้นผิวไม่สม่ำเสมอ

ลักษณะผิวที่ดีแบบ Glass Skin ต้องมีลักษณะดังนี้
รูขุมขนกระชับ
• ไม่มีสิวหรือหลุมสิว
• ผิวเรียบลื่นเมื่อสัมผัส

เมื่อ Texture ดี ผิวจะสะท้อนแสงได้ดีขึ้น ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของ Glass Skin

3.Firmness (ความยืดหยุ่นและความอิ่มฟู)
ผิวแบบ Glass Skin ต้อง เด้ง อิ่มน้ำ และยืดหยุ่น ไม่หย่อนคล้อยหรือแห้งกร้าน

ผิวที่มีความยืดหยุ่นดีจะมีลักษณะดังนี้
• ดูเต่งตึง
• ลดริ้วรอย
• ให้ลุคผิวเด็ก สุขภาพดี

4.Glow (ความฉ่ำวาว กระจ่างใส)
จุดเด่นที่สุดของ Glass Skin คือ ความโกลว์จากภายใน ไม่ใช่ความมันจากน้ำมันผิว

ผิวแบบ Glass Skin จะต้องมีลักษณะดังนี้
• ดูใส มีออร่า
• สะท้อนแสง
• ไม่หมอง ไม่แห้ง

ผิวแบบ Glass Skin ต้องมีอะไรบ้าง

ผิว Glass Skin ที่แท้จริง ไม่ใช่แค่ผิวขาวหรือผิวเงา แต่ต้องมีลักษณะครบทั้ง 4 ด้าน
• สีผิวสม่ำเสมอ (Pigment)
• ผิวเรียบเนียน (Texture)
• ผิวเด้งยืดหยุ่น (Firmness)
• ผิวใสฉ่ำโกลว์ (Glow)

เมื่อทั้ง 4 องค์ประกอบนี้สมดุลกัน ผิวจะดูใส สุขภาพดี และสะท้อนแสงเหมือนกระจก Glass Skin เหมือนเปิดไฟให้ผิว

ทำไมผิว Glass skin ถึงเป็นที่นิยม

Glass Skin กลายเป็นหนึ่งในเทรนด์ความงามที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง เพราะสะท้อนแนวคิด ผิวสวยสุขภาพดีจากภายใน มากกว่าการแต่งเติมจากภายนอก จุดเริ่มต้นของ Glass Skin นี้มาจากประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งมีสภาพอากาศค่อนข้างหนาวและแห้ง ทำให้ผู้คนให้ความสำคัญกับการบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นอย่างล้ำลึก สกินแคร์จึงถูกพัฒนาให้เน้นการเติมน้ำให้ผิว เสริมเกราะป้องกันผิว และฟื้นฟูให้ผิวดูอิ่มฟู เปล่งปลั่งเหมือนเปิดไฟให้ผิว

เมื่อผิวได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม จะเกิดลักษณะผิวที่เรียบเนียน กระจ่างใส และสะท้อนแสงเหมือนกระจก ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของ Glass Skin ที่หลายคนต้องการ เพราะให้ภาพลักษณ์ของผิวที่ดูละมุน เต่งตึง และมีสุขภาพดีแบบผิวเด็ก

นอกจากนี้ เทรนด์ความงามในยุคปัจจุบันยังเปลี่ยนไปสู่ความเรียบง่ายและไม่ดูล้นมากเกินไป หลายคนเริ่มลดการแต่งหน้าที่หนัก และหันมาดูแลที่คุณภาพของผิวแทน การมี Glass Skin จึงตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์นี้ได้อย่างลงตัว เพราะสามารถโชว์ผิวสวยได้โดยไม่ต้องพึ่งการแต่งหน้ามากนัก

อีกปัจจัยสำคัญคืออิทธิพลจากสังคมออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นเหล่าคนดังหรืออินฟลูเอนเซอร์ที่นิยมเผยผิวแบบ no filter การโชว์ผิวจริงที่ดูฉ่ำโกลว์แบบ Glass Skin ยิ่งกระตุ้นให้คนทั่วไปอยากมีผิวลักษณะนี้มากขึ้น เพราะเป็นความสวยที่ดูเข้าถึงได้และไม่แข็งตึง

Glass Skin ไม่ได้เป็นแค่เทรนด์ชั่วคราว แต่เป็นแนวคิดการดูแลผิวที่เน้นความสมดุล ความชุ่มชื้น และสุขภาพผิวในระยะยาว ซึ่งสอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับผิวที่ดีจริง ๆ

ข้อดีของการผิวแบบ Glass skin

Glass skin ไม่ใช่แค่เรื่องความสวยงามภายนอก แต่สะท้อนถึง สุขภาพผิวที่แข็งแรง  โครงสร้างผิว (skin barrier) ทำงานได้ดี มีความชุ่มชื้นเพียงพอ และมีการผลัดเซลล์ผิวอย่างสมดุล เมื่อผิวอยู่ในสภาวะนี้ จะช่วยลดปัญหาผิวหลายอย่างในระยะยาว เช่น การระคายเคือง การอักเสบ และริ้วรอยก่อนวัย

ผิวแบบ Glass skin จึงไม่ได้เกิดจากการแต่งหน้า แต่เกิดจากการดูแลผิวอย่างถูกต้องและสม่ำเสมอ โดยเน้นการเติมน้ำให้ผิว (hydration) การล็อกความชุ่มชื้น (moisture retention) และการปกป้องผิวจากปัจจัยทำร้าย เช่น แสงแดดและมลภาวะ

ข้อดีของการมีผิวแบบ Glass skin

• Glass skin ทำให้ผิวดูสุขภาพดี
• Glass skin ทำให้ลดโอกาสเกิดปัญหาผิวเรื้อรัง เช่น ผิวแห้ง ลอก แดง
• Glass skin ช่วยเสริมเกราะป้องกันผิว (Skin barrier แข็งแรง)
• Glass skin ทำให้ผิวสามารถปกป้องตัวเองจากมลภาวะและแบคทีเรียได้ดีขึ้น
• Glass skin ช่วยลดอาการแพ้ ระคายเคือง และสิวอักเสบ
• Glass skin ช่วยให้ผิวชุ่มชื้น อิ่มฟู (Plump skin)
• Glass skin ทำให้ริ้วรอยเล็ก ๆ ดูจางลง
• Glass skin ทำให้ผิวดูเด็กลงโดยไม่ต้องพึ่งการแต่งหน้าเยอะ
• Glass skin ทำให้ผิวเรียบเนียน รูขุมขนดูเล็กลง
• Glass skin ทำให้ผิวดูใสแบบไม่มันเยิ้ม
• Glass skin ทำให้แต่งหน้าง่ายและติดทนขึ้น
• Glass skin รองพื้นหรือเมคอัพเกลี่ยง่าย ไม่เป็นคราบ

ผิว Glass skin Vs ผิวหน้ามันต่างกันอย่างไร

Glass Skin หรือผิวกระจก หลายคนอาจะสงสัยว่า ต่างจากการมีผิวหน้ามันอย่างไร เราจะมาเปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดเจนระหว่างผิวแบบ Glass Skin และผิวมัน

Glass Skin คืออะไร

Glass Skin คือสภาพผิวที่มีความสมดุลระหว่างน้ำและน้ำมัน ผิวมีความชุ่มชื้นสูง (hydrated) โครงสร้างผิวแข็งแรง ทำให้
• ผิวดูอิ่มน้ำ ฉ่ำวาว
• สีผิวสม่ำเสมอ กระจ่างใส
• รูขุมขนเล็ก ผิวเรียบเนียน

หัวใจของการมีผิวแบบ Glass Skin คือ การบำรุงอย่างสม่ำเสมอ ทั้งจากภายนอก (สกินแคร์) และภายใน (การพักผ่อน อาหาร น้ำ)

ผิวหน้ามันคืออะไร

ผิวหน้ามัน (Oily Skin) เกิดจากการที่ต่อมไขมันผลิตน้ำมันออกมามากเกินไป ซึ่งส่วนหนึ่งมาจาก “ผิวขาดน้ำ” ทำให้ร่างกายต้องชดเชยด้วยการผลิตน้ำมันเพิ่ม

ลักษณะของผิวหน้ามัน ได้แก่
• หน้ามันเยิ้ม โดยเฉพาะ T-zone
รูขุมขนกว้าง เห็นชัด
• แต่งหน้าไม่ติด หรือเป็นคราบ
• มีแนวโน้มเกิดสิวอุดตันง่าย
• ผิวดูหมอง ไม่สดใส

ความแตกต่างระหว่าง Glass Skin และผิวหน้ามัน

หัวข้อ

Glass Skin

ผิวหน้ามัน

ความเงา

เงาแบบชุ่มชื้น สุขภาพดี

เงาจากน้ำมันส่วนเกิน

ความชุ่มชื้น

ผิวอิ่มน้ำ สมดุล

ผิวขาดน้ำแต่มีน้ำมันมาก

รูขุมขน

เล็ก เรียบเนียน

กว้าง เห็นชัด

เมคอัพ

ติดทน ดูผิวสวย

หลุดง่าย เป็นคราบ

ภาพรวมผิว

ใส มีออร่า

หมอง เหนอะหนะ

ทำไมพยายามดูแลตัวเองแล้วแต่ผิวยังไม่ Glass skin

หลายคนเข้าใจว่าแค่ ดูแลตัวเองดี ผิวก็ควรจะกลายเป็น Glass Skin ได้ทันที แต่ในความเป็นจริง Glass Skin ไม่ใช่แค่ผลลัพธ์ของการบำรุงทั่วไป แต่คือ สภาพผิวระดับสูง ที่ต้องอาศัยทั้งโครงสร้างผิว สุขภาพภายใน และการดูแลที่ถูกต้องแบบเฉพาะบุคคล

ทำไมดูแลตัวเองแล้ว ผิวยังไม่เป็น Glass Skin

Glass Skin หมายถึงผิวที่เรียบเนียน โปร่งแสง สะท้อนแสงได้เหมือนกระจก ซึ่งต้องมีองค์ประกอบครบทั้งในเรื่องของ ความชุ่มชื้น ความเรียบเนียน ความใส สมดุลผิว ถ้าขาดข้อใดข้อหนึ่ง ผลลัพธ์จะไม่ถึงระดับ Glass Skin

1.ผิวยังไม่เป็น Glass Skin เพราะเข้าใจผิดว่า บำรุงเยอะเท่ากับว่าผิวดี
การทาสกินแคร์หลายขั้นตอนไม่ได้การันตีว่าจะได้ผิวแบบ Glass Skin

• ใช้ผลิตภัณฑ์ไม่เหมาะกับสภาพผิว ส่งผลให้ผิวระคายเคือง
• Layer หนาเกินไป ทำให้ผิวอุดตัน เกิดสิว ผิวไม่เรียบ
• ขาด active ingredient ที่จำเป็น เช่น AHA, BHA, Retinoid

ผิวแบบ Glass Skin ต้องบำรุงอย่างมีระบบ ไม่ใช่ บำรุงเยอะเกินไป

2.ผิวยังไม่เป็น Glass Skin เพราะผิวขาด Skin Barrier ที่แข็งแรง
ผิว Glass Skin คือผิวที่แข็งแรง ไม่ใช่แค่ผิวที่ดูฉ่ำแค่เพียงชั่วคราว

• ผิวแห้งลึก ทำให้ผิวสะท้อนแสงไม่ดี
• Barrier เสีย ทำให้ผิวแดง ลอก สิวขึ้นง่าย
• ใช้สกินแคร์ที่แรงเกินไป ทำให้ผิวบางโดยไม่รู้ตัว

ถ้าผิวระคายเคืองง่าย แสดงว่ายังไปไม่ถึง Glass Skin แน่นอน

3.ผิวยังไม่เป็น Glass Skin เพราะละเลย การผลัดเซลล์ผิว
ผิว Glass Skin ต้องเป็นผิวที่เรียบกระชับ

• เซลล์ผิวเก่าทับถม ทำให้ผิวดูหมอง ไม่ใส
• รูขุมขนไม่เรียบ ทำให้แสงสะท้อนกระจัดกระจาย

ทำให้ผิวที่ไม่ผลัดเซลล์ จะไม่มีทางใสแบบ Glass Skin

4.ผิวยังไม่เป็น Glass Skin เพราะความมันและความชุ่มชื้นไม่สมดุล
หลายคนเข้าใจว่า Glass Skin  คือผิวมัน แต่จริงๆ คือ ความสมดุลของผิว

• ผิวมันแต่ขาดน้ำ อาจจะดูเงาแต่ผิวไม่ใส
• ผิวแห้ง แต่ไม่สะท้อนแสง

ผิว Glass Skin จริงๆ คือ ผิวที่มีน้ำในผิวสูง (hydrated) ไม่ใช่แค่มัน

5.ผิวยังไม่เป็น Glass Skin เพราะปัจจัยภายใน
การจะมี Glass Skin ไม่ได้ขึ้นกับสกินแคร์อย่างเดียว

• นอนน้อย ทำให้ผิวฟื้นตัวไม่ทัน
• เครียด ทำให้ฮอร์โมนความเครียดกระทบผิว
• ดื่มน้ำน้อย  ผิวขาด hydration จากภายใน
• อาหาร ทำให้เกิดน้ำตาลสูง ทำให้ผิวเสื่อมเร็ว

ผิวระดับ Glass Skin คือ สุขภาพผิว และสุขภาพร่างกายรวมกัน

6.ผิวยังไม่เป็น Glass Skin เพราะพันธุกรรมและโครงสร้างผิว
ต้องพูดตรงๆ ว่าผิว Glass Skin ไม่ได้เกิดได้กับทุกคน

• รูขุมขนใหญ่ ทำให้ยากต่อการมีผิวสะท้อนแสง
• ผิวมัน/เป็นสิวง่าย  อาจต้องใช้เวลาปรับสมดุลนาน

วิธีดูแลตัวเองให้ผิว Glass skin

1.ล้างหน้าอย่างถูกวิธี จุดเริ่มต้นของ Glass skin

การทำความสะอาดผิวเป็นขั้นตอนสำคัญที่สุด เพราะช่วยขจัดสิ่งสกปรก ความมัน และฝุ่นที่อุดตันรูขุมขน ควรล้างหน้าอย่างอ่อนโยน ไม่ถูแรง เพื่อป้องกันการระคายเคืองและไม่ทำลายผิว

2.ใช้โทนเนอร์เตรียมผิวให้พร้อม

โทนเนอร์ช่วยปรับสมดุลผิว และทำความสะอาดสิ่งตกค้างในรูขุมขน ยังช่วยให้ผิวเปิดรับการบำรุงในขั้นตอนต่อไปได้ดีขึ้น ซึ่งเป็นหัวใจของการมีผิวแบบ Glass skin

3.เติมความชุ่มชื้นด้วยเซรั่มและมอยส์เจอไรเซอร์

ผิว Glass skin ต้องการความ ชุ่มชื้น เป็นหลัก การเลือกเซรั่มและครีมที่เหมาะกับสภาพผิว เช่น

• ผิวแห้ง  เน้นความชุ่มชื้นเข้มข้น
• ผิวมัน  ใช้เนื้อบางเบา ไม่อุดตัน

มอยส์เจอไรเซอร์จะช่วยล็อกน้ำในผิว ทำให้ผิวดูอิ่มน้ำและเงาใสขึ้น

4.กันแดดทุกวัน ห้ามขาด

รังสี UV เป็นตัวทำลายผิว ทำให้เกิดจุดด่างดำและริ้วรอย การทาครีมกันแดดทุกวันคือขั้นตอนสำคัญมากของการสร้าง Glass skin ในระยะยาว

5.มาสก์หน้าเพิ่มความฉ่ำ

การมาสก์หน้าช่วยเติมน้ำให้ผิวอย่างเร่งด่วน ควรทำสัปดาห์ละ 2–3 ครั้ง เพื่อให้ผิวดูใสและเด้งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

6.ผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยน

การสครับหรือผลัดเซลล์ผิวช่วยให้ผิวเรียบเนียนขึ้น แต่ไม่ควรทำบ่อยเกินไป แนะนำสัปดาห์ละ 1–2 ครั้ง เพื่อไม่ให้ผิวบาง

7.ดื่มน้ำและกินอาหารดีต่อผิว

Glass skin ไม่ได้มาจากสกินแคร์อย่างเดียว การดื่มน้ำเพียงพอ และกินอาหารที่มีวิตามิน เช่น ผัก ผลไม้ จะช่วยให้ผิวดูใสจากภายใน

8.นอนหลับให้เพียงพอ

การพักผ่อน 6–8 ชั่วโมงต่อวัน ช่วยให้ผิวฟื้นฟูตัวเอง ทำให้ผิวดูสดใส ลดความหมองคล้ำ

9.หลีกเลี่ยงมลภาวะและแสงแดดจัด

ฝุ่น ควัน และแดดแรง เป็นตัวการทำให้ผิวเสีย ควรป้องกันผิวด้วยหมวก หน้ากาก หรือหลีกเลี่ยงการออกแดดช่วงแรง

10.งดบุหรี่และแอลกอฮอล์

สิ่งเหล่านี้ทำให้ผิวขาดน้ำ หมองคล้ำ และแก่เร็ว หากอยากมี Glass skin ควรหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอลล์

การเลือกสกินแคร์ให้ผิว Glass skin

ผิวแบบ Glass skin คือผิวที่ดูใส ฉ่ำวาว เรียบเนียนเหมือนกระจก ซึ่งไม่ได้เกิดจากการแต่งหน้า แต่เป็นผลลัพธ์ของ ผิวที่แข็งแรงและมีความชุ่มชื้น  ดังนั้นการเลือกสกินแคร์ให้ได้ผล จึงต้องเน้น 3 แกนหลัก ได้แก่ เติมน้ำผิว (Hydration), ฟื้นฟูผิว (Repair), และเพิ่มความกระจ่างใส (Brightening)

หลักการเลือกสกินแคร์เพื่อผิว Glass skin

การจะมีผิวแบบ Glass skin ไม่ใช่แค่ใช้ครีมตัวเดียวแล้วจบ แต่ต้องเลือกส่วนผสมให้ครบและทำงานร่วมกันอย่างมีระบบ

1.เติมน้ำให้ผิว (Hydration)
หัวใจของ Glass skin คือ การมีผิวอิ่มน้ำ

• Hyaluronic Acid  ช่วยกักเก็บน้ำในผิว ทำให้ผิวฟู ฉ่ำทันที
• Glycerin  ดึงความชุ่มชื้นเข้าสู่ผิว
• Snail Mucin  เพิ่มความชุ่มชื้นและช่วยฟื้นฟูผิวไปพร้อมกัน

ผลลัพธ์  ผิวดูใส เงา และไม่แห้งกร้าน

2.ปรับผิวให้เรียบเนียน กระจ่างใส
ผิวจะดูเป็น Glass skin ได้ ต้องมีเรียบ และผิวใส

• Vitamin C  ลดจุดด่างดำ ทำให้ผิวดูสว่างขึ้น
• Niacinamide (Vitamin B3)  ปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ ลดรอยแดง
• AHA/BHA  ผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยน ทำให้ผิวเนียนขึ้น

ผลลัพธ์  ผิวใสแบบมีมิติ ไม่หมอง ไม่ขรุขระ

3.เสริมเกราะป้องกันผิว (Skin Barrier)
ถ้าเกราะผิวไม่แข็งแรง ต่อให้เติมอะไรเข้าไปก็ไม่เห็นผล

• Ceramides  ฟื้นฟูชั้นผิวให้แข็งแรง
• Panthenol (Vitamin B5)  ลดการระคายเคืองและเพิ่มความชุ่มชื้น

ผลลัพธ์  ผิวไม่แพ้ง่าย เก็บความชุ่มชื้นได้ดีขึ้น

Skincare Routine สำหรับผิว Glass skin

Step 1  Double Cleansing
• เริ่มจากการล้างหน้าให้สะอาดแบบไม่ทำร้ายผิว
• คลีนซิ่งออยล์/บาล์ม จะทำให้ละลายเมคอัพและกันแดด
• โฟมล้างหน้าอ่อนโยน ช่วยทำความสะอาดผิวจริง

Step 2  Hydrating Toner
ใช้โทนเนอร์ที่เน้น ช่วยเติมน้ำ ไม่ใช่แค่เช็ดผิว
เทคนิค  ตบหลายชั้น (Layering) เพื่อเพิ่มความฉ่ำแบบ Glass skin

Step 3  Serum (ตัวหลักของผลลัพธ์ Glass skin )
เลือกตามปัญหาผิว
• อยากผิวฉ่ำ  Hyaluronic Acid
อยากหน้าใส  Vitamin C
• อยากผิวเรียบ  Niacinamide

Step 4  Moisturizer
ล็อกทุกอย่างไว้ในผิว
Moisturizer ที่ควรเลือก
• เนื้อบางเบา แต่ให้ความชุ่มชื้นสูง
• ไม่อุดตันรูขุมขน

Step 5  Sunscreen ห้ามขาดเด็ดขาด
ถ้าอยากได้ Glass skin จริง ต้องใช้กันแดดทุกวัน
• SPF 50+
• PA++++

หัตถการที่ช่วยให้ผิว Glass skin

การที่จะทำให้ไปถึงจุดนั้นได้ ไม่ใช่แค่การทาครีมเท่านั้น  การทำหัตถการถือเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่ทำให้ผิวเราดู Glass Skin ขึ้น ซึ่งหัตถการฟื้นฟูผิวเชิงลึกช่วยปรับโครงสร้างผิวจากภายใน
ด้านล่างคือการอธิบายแต่ละหัตถการในการช่วยปรับผิวให้ดู Glass Skin

1.Program Radiesse  ฟื้นโครงสร้างผิว สู่ Glass Skin ที่แข็งแรงจากภายใน

Program Radiesse คือสารประเภท CaHA Microsphere ที่ทำหน้าที่เป็น Biostimulator หรือ ตัวกระตุ้นการสร้างผิวใหม่ เมื่อฉีดเข้าสู่ผิว จะช่วยกระตุ้นให้ร่างกายสร้าง คอลลาเจนและอีลาสติน เพิ่มขึ้น ทำให้ผิว

• แน่นขึ้น กระชับขึ้น
• ลดริ้วรอย
• ผิวละเอียดและเรียบขึ้น

จุดเด่นคือไม่ได้ให้แค่ความฉ่ำ แต่ช่วยสร้างฐานผิว ให้แข็งแรง ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการมี Glass Skin แบบยั่งยืน ผลลัพธ์อยู่ได้นานประมาณ 1–2 ปี

2.Program Sculptra เติมผิวจากระดับลึก ให้หน้าอิ่มฟูสุขภาพดี

Program Sculptra ใช้สาร Poly-L-Lactic Acid (PLLA) ฉีดลงในชั้นใต้ผิว เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่แบบค่อยเป็นค่อยไป

ผลลัพธ์ที่ได้
• ผิวดูอิ่มฟูขึ้น
• หน้าไม่ตอบ ไม่โทรม
• ผิวเรียบเนียนและดูสุขภาพดี
• ช่วยยกกระชับเล็กน้อย

แม้ Sculptra จะไม่ได้ให้ลุคฉ่ำวาวทันที แต่ช่วยให้โครงสร้างผิวดีขึ้น ซึ่งเป็นอีกหนึ่งหัวใจของ Glass Skin

เหมาะมากสำหรับคนที่ต้องการผลลัพธ์ระยะยาว อยู่ได้ถึง 2 ปี และควรทำร่วมกับ Skin Booster เพื่อเพิ่มความฉ่ำให้ผิวดู Glass Skin

3.Program Rejuran Revive  ตัวจริงเรื่องผิวฉ่ำแบบ Glass Skin

Program Rejuran คือสาร Polyneucleotide (PN) ที่สกัดจาก DNA ปลาแซลมอน จุดเด่นคือ  ซ่อมผิว เติมน้ำ ฟื้นเซลล์ผิว ในตัวเดียว ทำให้

• ผิวชุ่มชื้น อิ่มน้ำ
• ผิวใส ฉ่ำวาวแบบ Glass Skin
• ลดริ้วรอยเล็ก ๆ
• ผิวแข็งแรงขึ้น

เป็นโปรแกรมที่เน้น งานผิวโดยตรง เหมาะกับคนที่อยากได้ลุคใสฉ่ำแบบเกาหลี แนะนำทำต่อเนื่อง 3-4 ครั้ง ทุก 2-3 สัปดาห์ เพื่อผลลัพธ์ชัดเจน

4.Program Vitaran (PN) ช่วยฟื้นฟูผิวลึก ลดอักเสบ เสริมผิวใส

Program Vitaran ใช้สารกลุ่ม Polynucleotide (PN) เช่นเดียวกับ Rejuran แต่เน้นการฟื้นฟูเชิงลึกมากขึ้น

• ซ่อมแซมเซลล์ผิวที่เสียหาย
• ลดการอักเสบของผิว
กระตุ้นคอลลาเจน
• เพิ่มความชุ่มชื้น

เมื่อผิวแข็งแรงและอุ้มน้ำได้ดี จะสะท้อนแสงได้ดีขึ้น ส่งผลให้เกิดลุค Glass Skin
แนะนำทำ 3–4 ครั้ง และทำซ้ำทุก 3–6 เดือนเพื่อคงผลลัพธ์

5.Program Profhilo  ไฮยาลูรอนเข้มข้น ฟื้นผิวให้ฉ่ำ ฟู ใส

Program Profhilo เป็น Hyaluronic Acid ความเข้มข้นสูง ที่ไม่ได้เน้นเติมเต็มเป็นจุด แต่กระจายตัวทั่วผิว

จุดเด่น Program Profhilo
• เพิ่มความชุ่มชื้นระดับลึก
• กระตุ้นคอลลาเจน และอีลาสติน
• ผิวฟู อิ่มน้ำ
• ผิวเรียบเนียนขึ้น

ให้ผลลัพธ์ ฉ่ำวาวแบบ Glass Skin ชัดเจน โดยไม่ทำให้หน้าดูแข็ง ฉีด 2 ครั้ง ห่างกัน 4 สัปดาห์ และทำซ้ำทุก 6-12 เดือน

6.Pico Laser  ปรับผิวใส ลดจุดด่างดำ สู่ Glass Skin ผิวที่เรียบเนียน

Pico Laser คือเลเซอร์พลังงานสูงที่ช่วย
• สลายเม็ดสี (ฝ้า กระ จุดด่างดำ)
• กระตุ้นคอลลาเจน
กระชับรูขุมขน
• ปรับผิวเรียบเนียน

ข้อดีของ Pico Laser
• เห็นผลไว
• ไม่ต้องพักฟื้น
• ครอบคลุมปัญหาผิวหลายด้าน

เมื่อสีผิวสม่ำเสมอ  ผิวเรียบเนียน จะช่วยเสริมลุค Glass Skin ให้ชัดขึ้นมาก

ตารางเปรียบเทียบการทำผิวให้ Glass skin

โปรแกรม

ทำอะไร

เหมาะกับใคร

Radiesse

สร้างผิวให้แน่น แข็งแรง

คนผิวเริ่มหย่อน อยากได้ผลยาว ๆ

Sculptra

เติมผิวให้เต็ม อิ่มฟู

คนหน้าตอบ โทรม

Rejuran

ทำผิวใส ฉ่ำ ซ่อมผิว

คนอยากได้ผิวใสแบบเกาหลี

Vitaran

ซ่อมผิวลึก ลดอักเสบ

คนผิวพัง แพ้ง่าย

Profhilo

เติมความชุ่มชื้น ผิวฉ่ำทันที

คนผิวแห้ง อยากฉ่ำไว

Pico Laser

ทำผิวใส ลดฝ้า กระ

คนสีผิวไม่สม่ำเสมอ

สรุปเทรนด์ผิวฉ่ำ Glass skin

เทรนด์ผิว Glass Skin หรือผิวใสฉ่ำแบบกระจก ยังคงเป็นเทรนด์อย่างต่อเนื่อง เพราะสะท้อนถึงผิวที่สุขภาพดีจากภายใน ทั้งความเรียบเนียน ความชุ่มชื้น และความกระจ่างใส 

หัตถการด้านผิวพรรณในกลุ่ม Glass Skin จะเน้นทั้งการเติมความชุ่มชื้น กระตุ้นคอลลาเจน และปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ เพื่อให้ผิวดูอิ่มฟู ฉ่ำวาว และเล่นแสงได้ดีขึ้น

การเลือกสถานพยาบาลที่มีความน่าเชื่อถือ จะช่วยให้ทุกขั้นตอนตั้งแต่การประเมินผิวไปจนถึงการทำหัตถการเป็นไปอย่างเหมาะสมกับแต่ละบุคคล รวมถึงมีการใช้ยาที่สามารถตรวจสอบได้จริง เปิดกล่องใหม่ต่อหน้า และอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผลลัพธ์ออกมาดูละมุน ผิวดูใส ฉ่ำ สุขภาพดี และตอบโจทย์ความต้องการของแต่ละคนได้อย่างแท้จริง

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการมีผิว Glass skin

Q Glass Skin ต่างจากผิวขาวยังไง ?

A Glass Skin คือผิวที่ใส ฉ่ำวาว ดูอิ่มน้ำ ไม่ได้เกี่ยวกับความขาว ส่วนผิวขาวคือสีผิวที่สว่างเท่านั้น

Q ผิวแห้งทำ Glass Skin ได้ไหม ?

A ได้ โดยต้องเน้นเติมความชุ่มชื้น ดูแลผิวให้ดี ดื่มน้ำ พักผ่อน และทากันแดดสม่ำเสมอ

Q อยากมี Glass Skin ใช้เรตินอลได้ไหม ?

A ใช้ได้ ช่วยให้ผิวเรียบเนียน ลดริ้วรอย และกระตุ้นคอลลาเจน ทำให้ผิวดูสุขภาพดีขึ้น

* ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับเฉพาะบุคคล
* เงื่อนไขตามบริษัทฯ กำหนด
* ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลง*
แนะนำให้สอบถามกับเจ้าหน้าที่ก่อนเข้ารับบริการ
เพื่อความชัวร์และได้สิทธิ์ที่คุ้มที่สุดค่ะ
ปรึกษาฟรี พร้อมรับ โปรโมชั่นพิเศษ ก่อนใคร
โปรโมชั่นต่างๆ
เรื่อง โปรแกรมดูแลผิวหน้า ที่คุณอาจสนใจ