ผิวหน้าแพ้สาร อาการเป็นยังไง รักษาอย่างไร ฟื้นฟูด่วนใน 7 วัน
เขียนโดย: ทีมผู้เชี่ยวชาญ ROMRAWIN CLINIC
หน้าแพ้สาร
- ฟื้นฟูผิวหน้าแพ้สารแบบเร่งด่วน ภายใน 7 วัน
- หน้าแพ้สารคืออะไร อาการเป็นอย่างไร
- หน้าแพ้สาร สาเหตุเกิดได้จาก 2 กรณี?
- อาการหน้าแพ้สารเกิดขึ้นได้จากอะไร?
- สารอันตรายในเครื่องสำอางที่ทำให้หน้าแพ้สาร?
- ความแตกต่างของผิวหน้าแพ้สารกับผิวหน้าแพ้ทั่วไป
- ผิวหน้าแพ้สาร
- ผิวหน้าแพ้ทั่วไป
- เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างผิวหน้าแพ้สารกับผิวหน้าแพ้ทั่วไป
- ความแตกต่างระหว่างผิวหน้าแพ้สารกับผิวหน้าติดสาร
- ตารางเปรียบเทียบระหว่างผิวหน้าแพ้สารกับผิวหน้าติดสาร
- ผิวหน้าแพ้สารกับผิวหน้าติดสเตียรอยด์ต่างกันอย่างไร
- 1.ผิวหน้าแพ้สาร (Allergic Contact Dermatitis & Irritant Contact Dermatitis)
- ผิวหน้าติดสเตียรอยด์
- ตารางเปรียบเทียบผิวหน้าแพ้สารและผิวหน้าติดสเตียรอยด์
- การล้างหน้าให้ถูกต้องเมื่อผิวหน้าแพ้สาร?
- การเลือกครีมบำรุงที่เหมาะกับผิวหน้าแพ้สาร?
- ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อลดอาการหน้าแพ้สาร?
- แจกตารางฟื้นฟูผิวหน้าแพ้สารแบบเร่งด่วน
- เคล็ดลับสร้างเกราะป้องกันผิวหลังหน้าแพ้สาร?
- สัญญาณว่าผิวกำลังกลับมาแข็งแรงหลังผิวหน้าแพ้สาร?
- สรุป หน้าแพ้สาร รักษาอย่างไร?
- คำถามยอดฮิตของผิวหน้าแพ้สาร
ฟื้นฟูผิวหน้าแพ้สารแบบเร่งด่วน ภายใน 7 วัน
ใครเป็นบ้างใช้สกินแคร์ไปนาน ๆ ตอนแรกหน้าใสปิ๊ง แต่พอหยุดใช้ ทั้งสิว เห่อ หน้าคล้ำ ผิวลอก ขอเฉลยให้ตรงนี้เลยว่าผิวหน้าแพ้สารแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ไม่ต้องกังวลไปเรามีวิธีแก้มาแนะนำ วิธีรักษาหน้าแพ้สารแบบเห็นผล
หน้าแพ้สารคืออะไร อาการเป็นอย่างไร
ก่อนที่เราจะเข้าสู่ช่วงรักษาหน้าแพ้สาร เราต้องรู้ก่อนว่าเรากำลังหน้าแพ้สารอยู่หรือไม่ แล้วหน้าแพ้สารคืออะไร อาการเป็นอย่างไร เรามาดูกัน
หน้าแพ้สาร สาเหตุเกิดได้จาก 2 กรณี?
หน้าแพ้สาร คือ ภาวะผิวระคายเคือง ผิวอักเสบ จากการสัมผัสกับสารเคมีที่ก่อให้เกิดอาการแพ้ ซึ่งสารมักพบในเครื่องสำอาง สกินแคร์ ครีมหน้าขาว ยารักษาสิว ที่ไม่ได้มาตรฐานค่ะ
อาการหน้าแพ้สารเกิดขึ้นได้จากอะไร?
อาการหน้าแพ้สารเกิดได้จาก 2 กรณีหลัก ๆ คือ หน้าแพ้สารจากแพ้สารเคมี เช่น แอลกอฮอล์ น้ำหอม พาราเบน สีสังเคราะห์ค่ะ และ หน้าแพ้สารจากสารเคมีรุนแรง เช่น สเตียรอยด์ กรดผลัดเซลล์ผิวค่ะ
สารอันตรายในเครื่องสำอางที่ทำให้หน้าแพ้สาร?
เครื่องสำอาง สกินแคร์ อาจมีสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อผิว ทำให้หน้าแพ้สาร ผิวติดสาร ระคายเคือง เรามาดูกันค่ะว่ามีสารอันตรายอะไรบ้าง?
1.สเตียรอยด์ (Steroid) ตัวการที่ทำให้ผิวบางและผิวหน้าแพ้สาร
สามารถพบได้ใน ครีมหน้าขาว ครีมลดสิว ครีมลดรอยดำบางชนิด
อันตรายของสเตียรอยด์ที่ทำให้ผิวหน้าแพ้สาร เป็นสารที่ทำให้หน้าขาวเร็ว แต่ใช้ไปนาน ๆ จะทำให้หน้าแพ้สาร ผิวบาง เห็นเส้นเลือดฝอย ผิวไวต่อแสง สิวเห่อ ผิวลอกแดง ระคายเคืองค่ะ
วิธีหลีกเลี่ยงสเตียรอยด์เพื่อไม่ให้ผิวหน้าแพ้สาร อย่าเชื่อโฆษณาเกินจริง เช่น ลดสิว ฝ้า กระ เร่งด่วน ตรวจสอบว่าผลิตภัณฑ์ได้มาตรฐานหรือไม่ค่ะ
ไฮโดรควิโนน ทำให้หน้าขาว แต่เสี่ยงฝ้าถาวร
สามารถพบได้ใน ครีมหน้าขาว ครีมลดฝ้า อันตรายของไฮโดรควิโนนทำให้หน้าแพ้สาร เป็นฝ้าถาวร ผิวไวต่อแสงมากขึ้น ถ้าใช้ต่อเนื่อง อาจทำให้ผิวจะคล้ำเป็นรอยดำอมเทาถาวรค่ะ
วิธีหลีกเลี่ยงไฮโดรควิโนนเพื่อไม่ให้ผิวหน้าแพ้สาร อย่าซื้อครีมหน้าขาวที่ไม่ได้รับรองจาก อย. ค่ะ
พาราเบน สารกันเสียที่ทำให้ผิวแพ้ง่าย
สามารถพบได้ในเครื่องสำอาง ครีมบำรุงผิว แชมพู อันตรายของพาราเบนที่ทำให้ผิวหน้าแพ้สาร เกิดอาการแพ้ ผื่นแดง ผิวบอบบางแพ้ง่าย และอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็งเต้านมด้วยค่ะ
วิธีหลีกเลี่ยงพาราเบนเพื่อไม่ให้ผิวหน้าแพ้สาร แนะนำเลือกผลิตภัณฑ์ที่ระบุ Paraben-Free บนฉลากค่ะ
แอลกอฮอล์ทำให้ผิวแห้งและแพ้ง่าย
สามารถพบได้ในโทนเนอร์ เซรั่ม รองพื้น กันแดด อันตรายของแอลกอฮอล์ทำให้ผิวหน้าแพ้สาร ผิวระคายเคือง ผิวแห้ง ลอกเป็นขุย และทำให้มีความมันส่วนเกินค่ะ
วิธีหลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ไม่ให้ผิวหน้าแพ้สาร หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ค่ะ
น้ำหอมและสารแต่งกลิ่น กระตุ้นการแพ้และผิวอักเสบ
สามารถพบได้ในครีมบำรุงผิว เครื่องสำอาง น้ำหอม อันตรายของแอลกอฮอล์ทำให้ผิวหน้าแพ้สาร เกิดอาการระคายเคือง ผื่นแพ้ หรือสิวอักเสบได้ค่ะ
วิธีหลีกเลี่ยงน้ำหอมและสารแต่งกลิ่นไม่ให้ผิวหน้าแพ้สาร เลือกผลิตภัณฑ์ที่ระบุว่า Fragrance-Free ค่ะ
ซัลเฟต ทำลายเกราะป้องกันผิว
สามารถพบได้ในโฟมล้างหน้า แชมพู ครีมอาบน้ำ อันตรายของซัลเฟตที่ทำให้ผิวหน้าแพ้สาร เกิดผิวแห้งเสีย ระคายเคือง และทำให้เกิดสิวผด หรือผื่นแพ้ค่ะ
วิธีหลีกเลี่ยงซัลเฟตไม่ให้ผิวหน้าแพ้สาร เลือกผลิตภัณฑ์ที่ระบุว่า SLS-Free, SLES-Free ค่ะ
ความแตกต่างของผิวหน้าแพ้สารกับผิวหน้าแพ้ทั่วไป
หลายคนอาจสับสนว่า เป็นผิวหน้าแพ้สาร และ ผิวหน้าแพ้ทั่วไป แตกต่างกันอย่างไร? ขอสรุปความแตกต่างได้ดังนี้ค่ะ
ผิวหน้าแพ้สาร
ผิวหน้าแพ้สาร เกิดจากสัมผัสสารเคมีรุนแรงหรืออันตราย พบได้ในเครื่องสำอาง ครีมบำรุง ครีมรักษาสิว ที่ไม่ได้มาตรฐานค่ะ
อาการของผิวหน้าแพ้สาร
อาการผิวหน้าแพ้สาร มักผิวบางลง เห็นเส้นเลือดฝอยชัด หน้าแดงง่าย เกิดรอยแดง แสบ คัน สิวเห่อ สิวอักเสบ หน้าแห้งลอกเป็นขุย ผิวไวต่อแสง โดนแดดแล้วแสบหรือคล้ำเร็ว ผิวติดสาร เมื่อหยุดใช้ผลิตภัณฑ์ อาการแย่ลงค่ะ
สาเหตุของผิวหน้าแพ้สาร
เรื่องนี้หมอเจอบ่อยมากครับในคลินิก ส่วนใหญ่เกิดจากการหลงไปใช้ครีมหน้าขาวแบบเร่งด่วนที่มีสเตียรอยด์ (Steroid) หรือไฮโดรควิโนน (Hydroquinone) พอใช้ไปนานๆ เกราะป้องกันผิวจะถูกทำลายจนผิวบางลงมาก แล้วเกิดภาวะติดสารตามมาในที่สุด
บางทีแค่น้ำหอม แอลกอฮอล์ หรือสารกันเสียพาราเบนในสกินแคร์ทั่วไป ก็สะสมจนคันยิบๆ ได้เหมือนกันครับ
ผิวหน้าแพ้ทั่วไป
หมออยากให้คนไข้แยกให้ออกก่อนนะครับ เคสแบบนี้จะต่างจากแพ้สารเคมีร้ายแรงตรงที่เป็นปฏิกิริยาของผิวที่ไวต่อสิ่งกระตุ้นรอบตัว
วันไหนเจอฝุ่น PM 2.5 มลภาวะ อากาศเปลี่ยนฉับพลัน หรือบังเอิญเปลี่ยนไปใช้สกินแคร์ที่ไม่เข้ากับสภาพผิว ละอองเกสรดอกไม้ ไปจนถึงการทานอาหารบางชนิด ผิวก็อาจจะเห่อเป็นผื่นแดง คัน หรือระคายเคืองขึ้นมาได้ง่ายๆ ครับ
อาการของผิวแพ้ทั่วไป
• ผื่นแดง คัน หรือเกิดตุ่มเล็ก ๆ
• ผิวแห้ง ลอก หรือเป็นขุย
• มีสิวผด หรือสิวอักเสบ (แต่ไม่เห่อรุนแรงเหมือนแพ้สาร)
• แสบหน้าเมื่อสัมผัสสารที่ก่อแพ้ เช่น ฝุ่น ละอองเกสร
สาเหตุของผิวแพ้ทั่วไป
• แพ้อาหาร เช่น นมวัว อาหารทะเล ถั่ว
• แพ้อากาศ อากาศแห้ง อุณหภูมิเปลี่ยนแปลง
• แพ้ฝุ่น หรือมลภาวะ
• ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมาะกับผิว เช่น ใช้ AHA/BHA แล้วผิวระคายเคือง
• ล้างหน้าผิดวิธี หรือใช้น้ำอุ่นจัด ทำให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้น
เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างผิวหน้าแพ้สารกับผิวหน้าแพ้ทั่วไป
ลักษณะ |
ผิวหน้าแพ้สาร |
ผิวหน้าแพ้ทั่วไป |
สาเหตุหลัก |
มักเกิดจากการสะสมสารเคมีอันตรายตระกูลสเตียรอยด์ ปรอท หรือไฮโดรควิโนนในครีมที่ไม่ได้มาตรฐาน |
ละอองฝุ่น PM 2.5 เกสรดอกไม้ สภาพอากาศเปลี่ยน อาหารบางชนิด หรือสกินแคร์ที่มีสารก่อมลพิษต่อผิว |
อาการแพ้ |
เห็นเส้นเลือดฝาดชัด ผิว thin ลงจนแสบร้อนง่าย สิวอักเสบสิวสเตียรอยด์เห่อเต็มหน้า และมีภาวะติดสาร |
เกิดผื่นคันแดงกระจายตามแก้ม ผิวแห้งลอกเป็นสเก็ด คันยิบๆ หรือมีสิวผดเม็ดเล็กๆ ขึ้นชั่วคราว |
ความรุนแรง |
อาการค่อนข้างเรื้อรัง ทำลายชั้นผิวลึก ต้องใช้เวลาฟื้นฟูดูแลต่อเนื่องนานหลายเดือน |
ไม่รุนแรงมากครับ มักเป็นแค่ช่วงสั้นๆ พอผิวเริ่มปรับตัวได้หรือปลอบประโลมถูกจุดก็หายเอง |
ลักษณะผิวที่เปลี่ยนแปลง |
เกราะคุ้มกันผิวโดนทำลายพังทลาย ออกแดดนิดเดียวก็แสบแดงคล้ำง่าย ไวต่อแสงแดดขั้นสุด |
ผิวตอบสนองต่อสิ่งแวดล้อมไวขึ้นแค่บางช่วง เช่น แดดจัด อากาศแห้ง แต่ไม่ได้เปลี่ยนโครงสร้างผิวถาวร |
แนวทางการรักษา |
ตัดใจหยุดใช้ผลิตภัณฑ์ก่อมลพิษทันที แล้วเร่งฟื้นโครงสร้างเกราะป้องกันผิวให้กลับมาแข็งแรง |
หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นที่สงสัย แล้วเน้นเติมความชุ่มชื้นด้วยมอยส์เจอไรเซอร์สูตรอ่อนโยนสำหรับผิวแพ้ง่าย |
ความแตกต่างระหว่างผิวหน้าแพ้สารกับผิวหน้าติดสาร
หลายคนอาจจะมีความเข้าใจผิดว่าผิวหน้าแพ้สาร กับผิวหน้าติดสารเป็นปัญหาเดียวกัน แต่จริงๆ แล้ว ปัญหาสองปัญหานี้ไม่เหมือนกัน และมี วิธีรักษาที่แตกต่างกัน
ตารางเปรียบเทียบระหว่างผิวหน้าแพ้สารกับผิวหน้าติดสาร
ลักษณะ |
ผิวหน้าแพ้สาร |
ผิวหน้าติดสาร |
สาเหตุ |
สารก่อแพ้หรือสารเคมีที่ระคายเคือง |
ใช้สารที่กดการทำงานของผิว เช่น สเตียรอยด์ |
อาการแพ้ |
ผื่นแดง คัน ผิวลอก แสบระคายเคือง |
ผิวบาง หน้าแดงง่าย สิวเห่อเมื่องดใช้ครีม |
ความรุนแรง |
อาการเกิดทันทีหลังสัมผัสสาร |
อาการเกิดเมื่อหยุดใช้สาร |
ระยะเวลาฟื้นตัว |
หายได้เร็วหากหยุดใช้สารก่อแพ้ |
ใช้เวลานาน อาจเป็นเดือนหรือปี |
แนวทางรักษา |
หยุดใช้สารที่ทำให้แพ้ และฟื้นฟูผิว |
ค่อย ๆ หยุดใช้สารและเสริมสร้างเกราะป้องกันผิว |
ผิวหน้าแพ้สารกับผิวหน้าติดสเตียรอยด์ต่างกันอย่างไร
แม้ว่าทั้งผิวหน้าแพ้สารกับผิวหน้าติดเสตียรอยด์ สองภาวะนี้จะทำให้เกิดปัญหาผิวที่คล้ายกัน เช่น ผิวอักเสบ แพ้ง่าย และระคายเคือง แต่สาเหตุและกลไกของปัญหาของผิวหน้าแพ้สาร กับผิวหน้าติดสเตียรอยด์ต่างกันอย่างชัดเจน
1.ผิวหน้าแพ้สาร (Allergic Contact Dermatitis & Irritant Contact Dermatitis)
ผิวหน้าแพ้สาร เป็นอาการที่เกิดจากการสัมผัสกับสารที่ทำให้เกิดการแพ้หรือระคายเคือง เช่น น้ำหอม แอลกอฮอล์ พาราเบน สีสังเคราะห์ หรือสารกันเสียในผลิตภัณฑ์ดูแลผิว
ลักษณะของผิวหน้าแพ้สาร
เมื่อผิวสัมผัสสารก่อภูมิแพ้ อาจเกิดผื่นแดง คัน หรือบวม ผิวลอก เป็นขุย มีตุ่มน้ำเล็ก ๆ คล้ายผื่นแพ้ โดยเกิดอาการทันทีหรือภายในไม่กี่ชั่วโมงค่ะ
สาเหตุหลักของผิวหน้าแพ้สาร
ผิวหน้าแพ้สาร เกิดจากแพ้สารเคมี เช่น น้ำหอม สีสังเคราะห์ สารกันเสีย ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีค่า pH ไม่เหมาะกับผิว ใช้ผลิตภัณฑ์ที่แรงเกินไป เช่น สครับที่มีเม็ดบีดส์ใหญ่ หรือ กรดผลัดเซลล์ผิวเข้มข้นค่ะ
ผิวหน้าติดสเตียรอยด์
ผิวหน้าติดสเตียรอยด์ เกิดจากใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสเตียรอยด์ต่อเนื่องนาน ๆ จนผิวสูญเสียสมดุล เกิดการอักเสบ ควรพบแพทย์เพื่อรักษาก่อนผิวหน้าพังมากกว่าเดิมค่ะ
ลักษณะของผิวที่ติดสเตียรอยด์
• ผิวแดงร้อน (Red Burning Skin Syndrome)
• เส้นเลือดฝอยขยายชัดขึ้น
• ผิวบางลง เปราะบาง และแห้งง่าย
• มีสิวหรือผื่นลักษณะคล้ายผิวอักเสบ
• หากหยุดใช้สเตียรอยด์ อาการอาจรุนแรงขึ้นในช่วงแรก (Withdrawal Symptoms) ก่อนจะค่อย ๆ ฟื้นฟู
สาเหตุหลัก
• ใช้ครีมที่มีสเตียรอยด์ต่อเนื่องเกิน 2-4 สัปดาห์โดยไม่มีการลดปริมาณหรือเว้นช่วง
• ใช้ครีมหน้าขาวใสที่ผสมสเตียรอยด์โดยไม่รู้ตัว
• ใช้สเตียรอยด์ผิดวิธี เช่น ใช้ความเข้มข้นสูงหรือทาทั่วใบหน้า
ตารางเปรียบเทียบผิวหน้าแพ้สารและผิวหน้าติดสเตียรอยด์
หัวข้อ |
ผิวหน้าแพ้สาร |
ผิวหน้าติดสเตียรอยด์ |
สาเหตุ |
สารก่อการแพ้และระคายเคือง |
การใช้สเตียรอยด์เป็นเวลานาน |
อาการหลัก |
ผื่นแดง คัน แพ้เฉพาะจุด |
ผิวแดงเรื้อรัง บาง เห็นเส้นเลือดฝอย |
ระยะเวลาฟื้นตัว |
หยุดใช้สารที่แพ้ อาการจะดีขึ้นเร็ว |
ต้องใช้เวลาในการถอนยาและฟื้นฟู |
การล้างหน้าให้ถูกต้องเมื่อผิวหน้าแพ้สาร?
ช่วงที่ผิวกำลังอ่อนแอหนัก หมอบอกเลยครับว่าการทำความสะอาดผิวอย่างเบามือและถูกวิธีคือจุดเริ่มต้นที่สำคัญที่สุด เพราะจะช่วยลดโอกาสเกิดการอักเสบซ้ำเติม และเปิดทางให้ปราการผิวได้ค่อยๆ ฟื้นฟูตัวเองขึ้นมาครับ
หมอมีเทคนิคการล้างหน้าแบบเซฟผิวที่อยากให้คนไข้ลองทำตามกันดูครับ
หยุดใช้ผลิตภัณฑ์ที่อาจเป็นต้นเหตุของการหน้าแพ้สารทันที
ถ้าสงสัยว่าหน้าแพ้สารจากผลิตภัณฑ์บางตัว เช่น น้ำหอม แอลกอฮอล์ พาราเบน แนะนำให้หยุดใช้ทันทีค่ะ
ใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่อ่อนโยน
ถ้าหน้าแพ้สาร ผิวแพ้ง่าย แนะนำใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าสูตรอ่อนโยนค่ะ เช่น ไม่มีซัลเฟต มีค่า pH 4.5 - 5.5 ไม่มีแอลกอฮอล์ น้ำหอม ค่ะ
ล้างหน้าด้วยน้ำอุณหภูมิห้อง
แนะนำว่าควรใช้น้ำสะอาดอุณหภูมิห้อง เพื่อไม่ให้กระตุ้นผิวอักเสบหรือระคายเคืองมากขึ้นค่ะ
ล้างหน้าอย่างเบามือ
แนะนำว่าควรล้างหน้าอย่างอ่อนโยน โดยใช้มือนวดเบา ๆ เป็นวงกลม แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาดค่ะ
ซับหน้าให้แห้งด้วยผ้าสะอาด
เมื่อล้างหน้าเสร็จ แนะนำใช้ผ้าขนหนูนุ่ม ๆ ซับหน้าเบา ๆ อย่าเช็ดแรง เพราะอาจเพิ่มการอักเสบค่ะ
การเลือกครีมบำรุงที่เหมาะกับผิวหน้าแพ้สาร?
การเลือกครีมบำรุงผิวหน้าแพ้สารเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อช่วยฟื้นฟูผิว เสริมเกราะป้องกันผิว ให้กลับมาแข็งแรง แนะนำควรเลือกผลิตภัณฑ์สูตรอ่อนโยน ปลอบประโลมผิว ตามแนวทางดังนี้ค่ะ
1.เลือกครีมบำรุงที่มีส่วนผสมช่วยฟื้นฟูผิวลดอาการหน้าแพ้สาร
• เซราไมด์ (Ceramide) ช่วยเสริมเกราะป้องกันผิว ลดการสูญเสียความชุ่มชื้น
• แพนทีนอล (Panthenol หรือ Vitamin B5) ลดการอักเสบและช่วยซ่อมแซมผิว
• อโลเวรา (Aloe Vera) ปลอบประโลมผิว ลดอาการแดงและแสบร้อน
• สควาเลน (Squalane) ให้ความชุ่มชื้นโดยไม่อุดตันรูขุมขน
• ไฮยาลูรอนิก แอซิด (Hyaluronic Acid, HA) เติมน้ำให้ผิว ช่วยให้ผิวนุ่มขึ้น
• สารสกัดใบบัวบก (Centella Asiatica, CICA) ลดการอักเสบและช่วยให้ผิวฟื้นตัวเร็ว
หลีกเลี่ยงสารระคายเคืองที่อาจทำให้หน้าแพ้สารซ้ำ ๆ
แนะนำงดใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของน้ำหอม แอลกอฮอล์ พาราเบน น้ำมันหอมระเหย ทำให้หน้าแพ้สาร ผิวระคายเคือง อาการแพ้ค่ะ
เลือกสูตรที่เหมาะกับสภาพผิวไม่ทำให้ผิวหน้าแพ้สาร
ผิวแห้งแพ้ง่าย แนะนำครีมเพิ่มความชุ่มชื้น มีเซราไมด์ ไฮยาลูรอนิก แอซิด ค่ะ
ผิวมันแพ้ง่าย แนะนำเลือกเจล เซรั่ม บางเบา ซึมไว ไม่อุดตันรูขุมขนค่ะ
ผิวผสมแพ้ง่าย แนะนำใช้ครีมเนื้อบางเบาและทามอยส์เจอร์ค่ะ
เลือกผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการทดสอบสำหรับผิวแพ้ง่าย
เลือกใช้ผลิตภัณฑ์สูตรอ่อนโยน ไม่ทำให้เกิดอาการแพ้ ระคายเคืองผิว อุดตันรูขุมขน และผ่านการทดสอบโดยแพทย์ผิวหนังค่ะ
ทดสอบอาการแพ้ก่อนใช้
ควรทดสอบอาการแพ้ก่อนใช้ ป้องกันหน้าแพ้สารค่ะ โดยทาครีมบริเวณท้องแขนหรือหลังใบหู ทิ้งไว้ 24-48 ชั่วโมง ถ้าไม่มีผื่นแดง อาการคัน สามารถใช้ได้ค่ะ
ใช้ครีมบำรุงอย่างถูกวิธี
ทาครีมหลังล้างหน้าเพื่อกักเก็บความชุ่มชื้น ใช้ปลายนิ้วทาเบา ๆ ให้ซึมเข้าผิว และใช้ปริมาณที่เหมาะสม ลดการอุดตันค่ะ
ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อลดอาการหน้าแพ้สาร?
อาการหน้าแพ้สาร เกิดจากสารเคมีกระตุ้นให้ผิวระคายเคืองและอักเสบ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน ช่วยให้ผิวหน้าฟื้นฟูเร็วขึ้นค่ะ
1.หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีสารระคายเคืองทำให้ผิวหน้าแพ้สาร
• อ่านฉลากก่อนใช้ผลิตภัณฑ์เสมอ หลีกเลี่ยงสารที่อาจกระตุ้นอาการแพ้ เช่น น้ำหอม แอลกอฮอล์ พาราเบน และสารกันเสียรุนแรง
• เลือกผลิตภัณฑ์ที่เป็น สูตรสำหรับผิวแพ้ง่าย (Sensitive Skin) หรือ Hypoallergenic
• หากต้องลองผลิตภัณฑ์ใหม่ ควรทดสอบอาการแพ้ก่อน (Patch Test) โดยทาที่บริเวณท้องแขนหรือหลังใบหู
ใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวอย่างถูกวิธีเพื่อป้องกันไม่ให้ผิวหน้าแพ้สาร
ล้างหน้าด้วยผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยน หลีกเลี่ยงสบู่ที่มีค่า pH สูง หลีกเลี่ยงสครับบ่อยเกินไป และใช้มอยส์เจอร์ไรเซอร์ลดการระคายเคืองค่ะ
ลดการแต่งหน้าหรือเลือกเครื่องสำอางที่ปลอดภัย
แนะนำหลีกเลี่ยงเครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของซิลิโคน น้ำหอม และแอลกอฮอล์ เลือกเครื่องสำอางที่ไม่อุดตันรูขุมขน Non-Comedogenic ลดโอกาสเป็นสิวค่ะ
ป้องกันผิวจากแสงแดดและมลภาวะ
แนะนำใช้ครีมกันแดดที่เหมาะกับผิวแพ้ง่าย หลีกเลี่ยงแสงแดดจัด ใส่หมวกหรือใช้ร่มเมื่อออกแดด เพื่อป้องกันผิวจากรังสียูวี และล้างหน้าขจัดฝุ่นควันมลภาวะค่ะ
ปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตหลีกเลี่ยงไม่ให้หน้าแพ้สาร
แนะนำหลีกเลี่ยงสัมผัสใบหน้าบ่อย ๆ เปลี่ยนปลอกหมอน ดื่มน้ำให้เพียงพอ พักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงอาหารที่อาจกระตุ้นอาการแพ้ เช่น อาหารที่มีน้ำตาลสูง อาหารแปรรูป หรืออาหารที่มีสารกันบูด ค่ะ
จัดการความเครียด
แนะนำควรหาวิธีผ่อนคลาย เช่น ทำสมาธิ โยคะ ออกกำลังกายเบา ๆ อ่านหนังสือ ฟังเพลง เพราะความเครียดสามารถทำให้ผิวแพ้ง่าย หน้าแพ้สารง่ายขึ้นค่ะ
หากอาการหน้าแพ้สารรุนแรง ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนัง
ถ้ามีผื่นแดง แสบ คัน หรือเป็นผื่นตุ่มน้ำ ควรพบแพทย์ เพื่อรักษาอย่างเหมาะสมค่ะ
แจกตารางฟื้นฟูผิวหน้าแพ้สารแบบเร่งด่วน
เรามีทริคตารางฟื้นฟูผิวหน้าแพ้สาร ให้ดูดีขึ้นได้ใน 7 วันมาฝากกันลองเอาไปทำตามกันได้เลย
วัน |
เช้า |
กลางวัน |
เย็น |
เคล็ดลับเพิ่มเติม |
วันแรก |
ตื่นมาล้างหน้าด้วยน้ำสะอาดอุณหภูมิห้อง ไม่ต้องใช้โฟม |
ถ้าต้องออกแดดให้กางร่มช่วย แล้วฉีดสเปรย์น้ำแร่เพื่อลดความแสบร้อนระหว่างวัน |
เน้นพักผิวแบบเต็มที่ ทาตัวบำรุงเน้นปลอบประโลมผิวให้ผ่อนคลาย |
งดแต่งหน้าเด็ดขาด ปรับพฤติกรรมดูแลผิวให้เบามือที่สุด |
วันที่ 2 |
เริ่มใช้คลีนเซอร์สูตรอ่อนโยนล้างเบาๆ แล้วปกป้องผิวด้วยกันแดดสำหรับผิวแพ้ง่าย |
เอาทิชชู่แผ่นหน้านุ่มๆ คอยซับความมันและคราบเหงื่อไม่ให้สะสม |
โปะ มอยเจอร์ไรเซอร์ เพื่อล็อกความชุ่มชื้น พยายามหลีกเลี่ยงสารระคายเคืองทุกประเภท |
เข้านอนหัวค่ำ เพื่อให้ร่างกายรีบซ่อมแซมเซลล์ผิวช่วงหลับ |
วันที่ 3 |
ลูบมอยส์เจอร์ไรเซอร์สูตรบางเบาให้ทั่วใบหน้า แล้วพยายามหลบแดดจัดๆ |
จิบน้ำเปล่าเรื่อยๆ ตลอดวัน ใส่หมวกปีกกว้างบังรังสี UV เวลาเดินกลางแจ้ง |
ลงเซรั่มที่อ่อนโยนช่วยเติมน้ำให้ผิว ช่วงนี้ต้องงดใช้ครีมไวท์เทนนิ่งไปก่อนครับ |
คอยสังเกตอาการผิดปกติอย่างใกล้ชิด |
วันที่ 4 |
ทาเจลว่านหางจระเข้บริสุทธิ์เพื่อบรรเทาอาการแดง แล้วปกป้องด้วยครีมกันแดด |
ห้ามลงแป้งหรือเครื่องสำอาง แล้วหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีมลภาวะสูง |
แผ่นมาส์กหน้าสูตรอ่อนโยนแปะทิ้งไว้สิบนาที ช่วยลดอักเสบได้ดีมากครับ |
เอามือออกจากหน้า ห้ามแกะห้ามเกา ละเว้นการเผชิญฝุ่นควัน |
วันที่ 5 |
ล้างหน้าด้วยคลีนเซอร์เนื้ออ่อนโยน โปะมอยส์เจอร์ไรเซอร์ ตามด้วยกันแดดฉ่ำๆ |
อดทนพักหน้าต่ออีกนิด งดแต่งหน้า แล้วดื่มน้ำสะอาดให้เยอะขึ้น |
เลือกสกินแคร์เซราไมด์ฟื้นฟูเกราะป้องกันผิวให้กลับมาแข็งแรงเต็มที่ |
ถ้าคนไข้รู้สึกว่าผิวเริ่มดีขึ้น ให้ปรับมาใช้มอยส์เจอร์ไรเซอร์เข้มข้นขึ้นได้ |
วันที่ 6 |
บำรุงด้วยมอยส์เจอร์ไรเซอร์เนื้อเข้มข้น ตบเซรั่มปลอบประโลมผิวอย่างเบามือ |
เติมมอยส์เจอร์ไรเซอร์ระหว่างวันได้เลยถ้ารู้สึกว่าผิวเริ่มแห้งตึง |
ทาครีมที่ช่วยลดรอยแดงของผิวและลดการระคายเคืองสะสม |
ขยับร่างกายออกกำลังกายเบาๆ ให้เลือดสูบฉีด ผิวพรรณจะได้เปล่งปลั่งขึ้น |
วันที่ 7 |
ลองเช็กสภาพผิวหน้า หน้าเริ่มนิ่งแล้วค่อยๆ กลับไปใช้สกินแคร์ชุดปกติได้ครับ |
เทสต์ผลิตภัณฑ์ใหม่บริเวณกรอบหน้าก่อน ป้องกันการแพ้ซ้ำซ้อน |
คัดเลือกสกินแคร์สูตรอ่อนโยนประโคมบำรุงอย่างเหมาะสม |
อย่าลืมทาครีมกันแดดอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกวันนะครับ |
เคล็ดลับสร้างเกราะป้องกันผิวหลังหน้าแพ้สาร?
หมอขอเน้นย้ำเลยว่าหัวใจสำคัญของการรักษาหน้าแพ้สาร คือการรีบกู้เกราะคุ้มกันผิวให้กลับมาแข็งแรงโดยเร็วที่สุดครับ เพื่อตัดวงจรไม่ให้ผิวไวต่อการระคายเคืองหนักกว่าเดิม
เสริมสร้างเกราะป้องกันผิวด้วยมอยส์เจอร์ไรเซอร์
เกราะป้องกันผิว (Skin Barrier) ตามธรรมชาติของเรา ประกอบด้วย เซราไมด์ คอเลสเตอรอล และกรดไขมันอิสระที่ทำงานร่วมกันอย่างสมดุลเพื่อกักเก็บน้ำ หมอเลยอยากให้คนไข้พิถีพิถันกับการคัดสรรส่วนผสมในมอยส์เจอร์ไรเซอร์มากเป็นพิเศษครับ
• เซราไมด์ (Ceramide) สารตัวนี้ช่วยเติมรอยรั่วและลดการสูญเสียน้ำในชั้นผิวได้อย่างตรงจุด
• สควาเลน (Squalane) เนื้อสัมผัสละมุน คอยป้อนความชุ่มชื้นเข้มข้นแบบไม่ก่อให้เกิดการอุดตัน
• กรดไฮยาลูรอนิก (Hyaluronic Acid, HA) โมเลกุลอุ้มน้ำชั้นยอด ดึงความชุ่มชื้นเข้าสู่เซลล์ผิวให้ดูอิ่มฟูขึ้นทันตา
• แพนทีนอล (Panthenol, Vitamin B5) ฮีโร่บรรเทาอาการอักเสบ เร่งซ่อมแซมเนื้อเนื้อเยื่อผิวที่เสียหาย
เทคนิคฟื้นฟูผิวหลังหน้าแพ้สาร
พอล้างหน้าเสร็จปุ๊บ ให้รีบทามอยส์เจอร์ไรเซอร์ทันทีตอนผิวยังหมาดๆ เพื่อบล็อกน้ำไว้ใต้ชั้นผิว
ถ้าวันไหนรู้สึกว่าผิวแห้งตึงแสบร้อน สามารถหยิบมาทาซ้ำระหว่างวันได้ตลอดเลยครับหมอสนับสนุน
ใช้คลีนเซอร์ที่อ่อนโยนและมีค่า pH ใกล้เคียงผิว
ปรับมาใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าเนื้อสัมผัสเบาบาง มีค่า pH อยู่ช่วง 4.5 - 5.5 ซึ่งใกล้เคียงกับกรดอ่อนๆ ตามธรรมชาติของผิวมากที่สุด และต้องปราศจากส่วนผสมของแอลกอฮอล์ น้ำหอม หรือสารกันเสียแรงๆ เพื่อตัดต้นเหตุการระคายเคืองออกให้หมดครับ
เทคนิคฟื้นฟูผิวหลังหน้าแพ้สาร
หมอแนะนำให้ใช้น้ำอุณหภูมิปกติล้างหน้า ลูบไล้ด้วยปลายนิ้วอย่างแผ่วเบาแล้วค่อยเปิดน้ำล้างออก อย่าถูหรือขัดผิวรุนแรงเด็ดขาดนะครับ
เสริมเกราะป้องกันผิวด้วยเซรั่มฟื้นฟู
มองหาเซรั่มสูตรปลอบประโลมที่มีส่วนผสมของไนอะซินาไมด์เข้มข้นพอดีๆ เพื่อช่วยสยบอาการอักเสบ สารสกัดจากใบบัวบกที่ช่วยลดรอยแดงตึง หรือน้ำมันสกัดจากธรรมชาติชั้นดีเพื่อเข้าไปเติมเต็มชั้น lipids ให้ผิวกลับมาสุขภาพดีอีกครั้ง
เทคนิคฟื้นฟูผิวหลังหน้าแพ้สาร
ช่วงแรกให้เริ่มจากเซรั่มที่เน้นปลอบประโลมผิวล้วนๆ ไปก่อนครับ
ส่วนกลุ่มไวท์เทนนิ่งหรือกรดผลัดเซลล์ผิว หมอแนะนำให้เว้นไว้ก่อน หรือถ้าจำเป็นต้องใช้จริงๆ ควรเริ่มจากเปอร์เซ็นต์ความเข้มข้นต่ำสุดๆ เท่านั้นครับ
ป้องกันผิวจากแสงแดดและมลภาวะ
รังสี UV และละอองฝุ่นควันคือศัตรูตัวร้ายที่คอยซ้ำเติมเกราะชั้นผิวที่กำลังอ่อนแอ หมอจึงอยากให้คนไข้เข้มงวดกับการปกป้องผิวในชีวิตประจำวันด้วยครับ
พยายามสวมเกราะให้ผิวด้วย Physical Sunscreen คอยหลีกเลี่ยงการเผชิญแสงแดดจ้าโดยไม่จำเป็น และรีบล้างทำความสะอาดผิวทันทีเมื่อกลับเข้าบ้านครับ
เคล็ดลับฟื้นฟูผิวหลังหน้าแพ้สาร
ทากันแดดเป็นประจำทุกเช้า หากเป็นคนผิวแพ้ง่ายขั้นสุด ให้เลือกใช้สูตรอ่อนโยนเป็นพิเศษเพื่อลดโอกาสเกิดอาการระคายเคืองครับ
ปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต เสริมเกราะป้องกันผิว
ผิวพรรณที่งดงามและแข็งแรงในระยะยาว ย่อมเริ่มจากการดูแลสุขภาพจากภายในควบคู่กันไปเสมอครับ
คนไข้ลองปรับเวลานอนให้ไวขึ้น ทานอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ จิบน้ิำเปล่าเยอะๆ และผ่อนคลายความตึงเครียดลงบ้าง เท่านี้ผิวก็จะไม่โดนทำร้ายจากภายในแล้วครับ
เทคนิคฟื้นฟูผิวหลังหน้าแพ้สาร
ลองจิบน้ำอุ่นผสมน้ำมะนาวคั้นสดเล็กน้อยทุกเช้าเพื่อช่วยกระตุ้นการขับของเสีย และแบ่งเวลาไปทำกิจกรรมผ่อนคลายจิตใจครับ
6.ค่อย ๆ กลับมาใช้สกินแคร์ปกติอย่างระมัดระวัง
หากผิวเริ่มดีขึ้น ไม่ควรรีบกลับมาใช้สกินแคร์ทุกตัวพร้อมกัน แต่ให้เพิ่มทีละตัวและสังเกตอาการ
• เริ่มจาก มอยส์เจอร์ไรเซอร์และกันแดด ก่อน แล้วค่อยเพิ่มเซรั่ม
• หลีกเลี่ยง สารผลัดเซลล์ผิว (AHA, BHA, Retinol) ในช่วง 2-3 สัปดาห์แรก
• หากเริ่มใช้ผลิตภัณฑ์ใหม่ ควรทดสอบอาการแพ้ (Patch Test) ก่อน
เทคนิคฟื้นฟูผิวหลังหน้าแพ้สาร
• ใช้ผลิตภัณฑ์ใหม่แค่ 1 ตัวต่อสัปดาห์ เพื่อดูว่าผิวตอบสนองอย่างไร
• หากมีอาการแดง คัน หรือแสบ ให้หยุดใช้และกลับไปพักผิว
สัญญาณว่าผิวกำลังกลับมาแข็งแรงหลังผิวหน้าแพ้สาร?
ถ้าผิวหน้าแพ้สารได้ฟื้นฟูอย่างเหมาะสม ผิวจะค่อย ๆ กลับมาแข็งแรงขึ้น เพื่อให้แน่ใจว่าเราดูแลผิวถูกวิธี เริ่มใช้สกินแคร์ปกติได้ ควรสังเกตสัญญาณว่าผิวกำลังกลับมาแข็งแรง ดังนี้ค่ะ
1.ผิวไม่แห้ง ลอก หรือเป็นขุยอีกต่อไป
เมื่อเกราะป้องกันผิวเริ่มกลับมาทำงานอย่างสมบูรณ์หลังจากหน้าแพ้สาร ผิวจะสามารถกักเก็บความชุ่มชื้นได้ดีขึ้นและไม่สูญเสียน้ำง่าย
• ผิวไม่แห้งเป็นขุยหรือเป็นแผ่นลอก
• ไม่มีอาการคันหรือรู้สึกตึงผิวตลอดเวลา
• เมื่อทามอยส์เจอร์ไรเซอร์ ผิวสามารถดูดซึมได้ดีขึ้น
หากยังมีอาการลอกเป็นขุย อาจแปลว่าผิวยังสูญเสียความชุ่มชื้นและต้องการมอยส์เจอร์ไรเซอร์ที่เข้มข้นขึ้น
ผิวไม่มีอาการแสบ แดง หรือคัน เมื่อใช้สกินแคร์อ่อนโยน
อาการหน้าแพ้สาร ผิวจะระคายเคืองง่าย แนะนำใช้คลีนเซอร์อ่อนโยน ทามอยส์เจอร์ไรเซอร์ เพื่อลดอาการระคายเคือง ปลอบประโลมผิว ทำให้ผิวแข็งแรงขึ้นค่ะ
ต้องให้เวลาผิวได้ฟื้นฟู ถ้าหน้าแพ้สารยังรู้สึกระคายเคือง แม้ใช้ผลิตภัณฑ์สูตรอ่อนโยนค่ะ
ผิวดูเรียบเนียนขึ้นและสีผิวสม่ำเสมอขึ้น
แนะนำใช้เซรั่มใบบัวบก ไนอะซินาไมด์ เพื่อช่วยฟื้นฟูผิวหน้าแพ้สาร ลดรอยแดง สีผิวสม่ำเสมอ ผิวดูเรียบเนียนขึ้นค่ะ
ผิวหน้าเริ่มทนต่อผลิตภัณฑ์บำรุงผิวได้มากขึ้น
เมื่อผิวหน้าแพ้สารแข็งแรงขึ้น แนะนำใช้มอยเจอร์ไรเซอร์ เซรั่ม ครีมกันแดด เพื่อช่วยบำรุงผิว ปกป้องผิวค่ะ
ผิวมีความยืดหยุ่นดีขึ้น และรู้สึกแข็งแรงขึ้น
ผิวหน้าแพ้สารมักผิวแห้งกร้าน ขาดความยืดหยุ่น เมื่อใช้มอยเจอร์ไรเซอร์ ช่วยให้ผิวแข็งแรง ยืดหยุ่นขึ้นค่ะ
ไม่มีการอักเสบหรือสิวที่เกิดจากการที่ผิวหน้าแพ้สาร
อาการหน้าแพ้สาร เป็นสิวอักเสบได้ง่าย แต่ถ้าผิวเริ่มแข็งแรงขึ้น สิวอักเสบจะลดลง ลดรูขุมขนอุดตัน ลดการเกิดสิวค่ะ
ผิวสามารถเผชิญกับแสงแดดและมลภาวะได้ดีขึ้น
ผิวหน้าเผชิญกับแสงแดดและมลภาวะจะไม่ระคายเคืองง่าย เมื่อเทียบกับผิวหน้าแพ้สาร แต่ยังต้องทาครีมกันแดดเป็นประจำค่ะ
สรุป หน้าแพ้สาร รักษาอย่างไร?
ตอบคำถามว่า ทำไมหน้าแพ้สาร? รักษาอย่างไร? หลายคนใช้สกินแคร์ เครื่องสำอาง มีสารที่อาจระคายเคืองผิว เช่น แอลกอฮอล์ พาราเบน น้ำหอม ทำให้ผิวหน้าบอบบางแพ้ง่าย โดยเฉพาะใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐาน มีสารรุนแรงต่อผิว เช่น สเตียรอยด์ ยิ่งทำให้ผิวหน้าแพ้สารค่ะ
วิธีดูแลรักษาผิวหน้าแพ้สาร ควรเข้าใจสาเหตุของหน้าแพ้สาร สังเกตอาการหน้าแพ้สาร หยุดใช้ผลิตภัณฑ์ที่ทำให้หน้าแพ้สาร เลือกใช้ผลิตภัณฑ์สูตรอ่อนโยน มอยเจอร์ไรเซอร์ ครีมกันแดด และพบแพทย์ผิวหนัง เพื่อฟื้นฟูให้ผิวกลับมาสุขภาพดีอีกครั้งค่ะ
คำถามยอดฮิตของผิวหน้าแพ้สาร
ผิวหน้าแพ้สารควรล้างหน้าด้วยอะไรดีที่สุด?
หมอแนะนำให้มองหาคลีนเซอร์สูตรสุภาพมากๆ ครับ ตัดพวกน้ำหอม แอลกอฮอล์ รวมถึงสารชะล้างรุนแรงอย่าง SLS หรือ SLES ออกไปให้หมดเลย
แต่ถ้ารู้สึกว่าผิวระคายเคืองหนักจนแตะนิดแตะหน่อยก็แสบ หมออยากให้เบรกการใช้คลีนเซอร์สัก 1-2 วันแรกก่อน โดยสลับมาใช้น้ำเปล่าอุณหภูมิห้องหรือน้ำเกลือปราศจากเชื้อซับล้างอย่างเบามือที่สุด
พออาการเริ่มนิ่งขึ้น ค่อยกลับมาประโคมใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวที่มีค่า pH Balance อยู่ที่ 4.5 - 5.5 เพื่อคืนความสมดุลให้ชั้นผิวครับ
ผิวหน้าแพ้สารควรใช้ครีมบำรุงแบบไหน?
เน้นย้ำเลยว่าควรเลือกมอยส์เจอร์ไรเซอร์สายปลอบประโลมผิว (Soothing) ที่เข้ามาช่วยสร้างปราการผิว (Skin Barrier) ให้กลับมาแข็งแรงเต็มร้อยครับ
ส่วนผสมที่หมออยากแนะนำให้เช็กในฉลาก ได้แก่ เซราไมด์ แพนทีนอล (Vitamin B5) สารสกัดจากใบบัวบก รวมถึงสารเติมความชุ่มชื้นเข้มข้น
และที่สำคัญที่สุดคือต้องสะบัดหน้าหนีสารสกัดเสี่ยงแพ้ ไม่ว่าจะเป็นน้ำหอมสังเคราะห์ แอลกอฮอล์ หรือสารกันเสียพาราเบน ห้ามให้หลุดเข้ามาโดนผิวเด็ดขาดครับ
ผิวหน้าแพ้สารสามารถใช้ครีมกันแดดได้ไหม?
ใช้ได้และจำเป็นต้องทาเป็นประจำทุกวันครับ! เพราะแสงแดดและรังสียูวีจะยิ่งกระตุ้นให้ผิวที่อ่อนแอเกิดการอักเสบหนักกว่าเดิม ควรเลือกครีมกันแดดสูตรไม่อุดตัน (Non-Comedogenic) อ่อนโยน ปราศจากน้ำหอมและแอลกอฮอล์ครับ
ผิวหน้าแพ้สารใช้เวลาฟื้นฟูนานแค่ไหน?
ระยะเวลาในการดูแลให้ผิวกลับมาเนียนเรียบสุขภาพดี จะขึ้นอยู่กับความเสียหายของชั้นผิวครับ
- แพ้เล็กน้อย (แดง คัน เล็กน้อย): โดยทั่วไปใช้เวลาเยียวยาเพียง 3–7 วัน ผิวก็เริ่มเข้าที่เข้าทางแล้วครับ
- แพ้ปานกลาง (เป็นผื่นแดง ผิวลอกเป็นขุย): หมอแนะนำให้ดูแลอย่างใจเย็น ราวๆ 2–4 สัปดาห์ เกราะผิวถึงจะเริ่มสมานตัว
- แพ้รุนแรง (ติดสารสเตียรอยด์ หรือสิวเห่อหนัก): กรณีนี้ต้องอาศัยวินัยในการดูแลสูงมากครับ อาจต้องปรับสภาพผิวต่อเนื่องนาน 1–3 เดือนขึ้นไปเลยครับ
ผิวหน้าแพ้สารควรหลีกเลี่ยงอะไรบ้าง?
ควรงดการประโคมรองพื้นหนาตลับหรือลงเมคอัพอุดตันผิวไว้ก่อนครับ
คอยสแกนสกินแคร์ในมือ ตัดกลุ่มที่มีส่วนผสมของกรดผลัดเซลล์ผิวเข้มข้น น้ำหอมสังเคราะห์ แอลกอฮอล์ รวมถึงครีมไร้ฉลากเสี่ยงผสมปรอทหรือสเตียรอยด์ออกให้หมด
งดการแกะ เกา ถูแรงๆ หรือใช้นิ้วขัด สครับผิวหน้า ในช่วงที่ปราการผิวยังเซนซิทีฟอยู่นะครับหมอเป็นห่วง
- American Academy of Dermatology American Academy of Dermatology: Contact Dermatitis: Diagnosis and Treatment
- Mayo Clinic Mayo Clinic: Contact Dermatitis Diagnosis and Treatment
- NCBI National Center for Biotechnology Information: Facial Allergic Contact Dermatitis and Skin Barrier Recovery
- Healthline Healthline: Possible Causes of an Allergic Reaction on Your Face
* เงื่อนไขตามบริษัทฯ กำหนด
แนะนำให้สอบถามกับเจ้าหน้าที่ก่อนเข้ารับบริการ
เพื่อความชัวร์และได้สิทธิ์ที่คุ้มที่สุดค่ะ