romrawin

สิวไขมัน vs สิวอุดตัน ต่างกันอย่างไร? แยกให้ออกรักษาถูกวิธี

เขียนโดย: ทีมผู้เชี่ยวชาญ ROMRAWIN CLINIC

สิวไขมัน , สิวไขมัน vs สิวอุดตัน

เปิดอ่าน 7,419
สารบัญเนื้อหา สิวไขมัน , สิวไขมัน vs สิวอุดตัน 

สิวไขมัน Vs สิวอุดตัน ต่างกันอย่างไร เช็คให้ชัวร์ก่อนรักษา

หนึ่งในประเภทของสิวที่คนเข้าใจผิดมากที่สุดคือ สิวไขมัน และ สิวอุดตัน เพราะทั้งสองประเภทเป็นตุ่มเม็ดเล็กๆ บนผิวหน้า และเกิดจากการอุดตันในรูขุมขน
แต่จริงๆ แล้ว สาเหตุ การเกิด และวิธีรักษาต่างกันโดยสิ้นเชิง ถ้ารักษาผิดวิธี อาจทำให้สิวไม่หาย หรือหนักกว่าเดิม

เปรียบเทียบสิวไขมัน Vs สิวอุดตัน ว่าต่างกันยังไง?

หลาย ๆ คนอาจจะสับสนระหว่าง สิวไขมัน และ สิวอุดตัน เพราะว่าสิวทั้งสองชนิดนี้มักจะมีลักษณะเป็นตุ่มใต้ผิวหนังที่แทบจะเหมือนกันเลย แต่ความจริงแล้ว สิวทั้ง 2 ชนิดนี้ มีความแตกต่างกันแบบชัดเจนเลย ทั้งในเรื่องของการเกิดสิว ลักษณะตุ่มของ สิวไขมัน Vs สิวอุดตัน รวมไปถึงการรักษาของสิวทั้งสองชนิดนี้ด้วยค่ะ

อินโฟกราฟิกอธิบายสาเหตุและลักษณะสิวไขมันพร้อมภาพประกอบขยายตุ่มนูนแดงบนผิวหน้าเพื่อแนะนำวิธีดูแลผิวให้กลับมาเรียบเนียน สิวไขมัน คืออะไร ตุ่มนูนกลมที่เกิดจากต่อมไขมันสร้างน้ำมันมากเกินจนเกิดถุงไขมันใต้ผิวหนัง ตัวช่วยกู้ผิวพังที่ช่วยเคลียร์ปัญหากวนใจให้กลับมาเรียบเนียนตึงกระชับเข้ารูปสวยเป๊ะชวนมองนะจะ โปรแกรมกดสิวและทรีตเมนต์เคลียร์ผิวอุดตัน แนะนำให้คุณหมอช่วยเช็กปัญหาเรื่องสิวไขมันเพิ่มเติมด้วยนะคะ เพราะสภาพผิวหน้าของแต่ละคนมีความตื้นลึกต่างกันค่ะ

สิวไขมัน (Sebaceous Cyst) คืออะไร ?

• สิวไขมันเกิดจาก ต่อมไขมันสร้างน้ำมันมากเกินไป จนเกิดเป็นถุงไขมันใต้ผิวหนัง
• ลักษณะของสิวไขมัน ตุ่มนูน กลม เรียบ ขนาดใหญ่กว่า 5 มม.ไม่สามารถบีบออกได้ง่าย และไม่มีหัวสิว
• ลักษณะเฉพาะของสิวไขมัน เนื้อข้างในเป็นไขมันสะสม มีผนังหุ้ม ถ้าบีบออกมาจะเป็นของเหลวสีขาวคล้ายนมเปรี้ยวหรือไขมันสะสม
• ตำแหน่งที่พบบ่อยของสิวไขมัน หลัง, หน้าอก, คอ, หนังศีรษะ, หลังหู

อินโฟกราฟิกความรู้หัวข้อสิวอุดตันคืออะไร พร้อมภาพประกอบซูมตุ่มหนองหัวขาวบนชั้นผิวหนังเพื่อแนะนำวิธีดูแลกู้ผิวโทรม สิวอุดตัน คืออะไร ตุ่มเล็กๆ มีหัวสิวชัดเจนที่เกิดจากการอุดตันของรูขุมขนจากน้ำมันส่วนเกิน ตัวช่วยกู้ผิวพังให้กลับมาเนียนนุ่ม สยบปัญหาผิวไม่เรียบเนียนให้กลับมาดูดีสวยเป๊ะน่ามองที่สุดเลยจ้า โปรแกรมกดสิวและทรีตเมนต์เคลียร์ผิวอุดตัน รอบนี้อยากชวนมาเคลียร์พวกสิวไขมันสะสมออกไปด้วยเลยค่ะ เพราะพฤติกรรมการล้างหน้าของพวกเราแต่ละคนส่งผลต่อการอุดตันต่างกันน้า

สิวอุดตัน (Comedones) คืออะไร ?

• เกิดจาก การอุดตันของรูขุมขนจากน้ำมันส่วนเกิน, เซลล์ผิวที่ตายแล้ว และสิ่งสกปรก
• ลักษณะ ตุ่มเล็กๆ มีหัวสิวชัดเจน แบ่งเป็น
- สิวหัวขาว (Whiteheads) อุดตันอยู่ใต้ผิวหนัง
- สิวหัวดำ (Blackheads) รูขุมขนเปิดออกสัมผัสอากาศจนเกิดออกซิเดชัน กลายเป็นสีดำ
• ตำแหน่งที่พบบ่อย ใบหน้า โดยเฉพาะหน้าผาก, จมูก, คาง

สรุปความแตกต่างของสิวไขมัน และสิวอุดตันแบบเข้าใจง่าย

ลักษณะ

สิวไขมัน (Sebaceous Cyst)

สิวอุดตัน (Comedones)

สาเหตุ

การสะสมของไขมันใต้ผิวหนัง

น้ำมันและเซลล์ผิวอุดตันรูขุมขน

ขนาด

ใหญ่กว่า 5 มม.

เล็กกว่า 5 มม.

หัวสิว

ไม่มีหัว

มีหัวขาวหรือหัวดำ

บีบออกได้ไหม

ไม่ควรบีบ

ถ้ากดสิวโดยแพทย์

สังเกตตัวเองให้ดี แล้วเลือกการดูแลให้เหมาะสม
• หากมีตุ่มใต้ผิวหนังที่ แข็ง ใหญ่ และไม่มีหัวสิว อาจเป็นสิวไขมัน ควรพบแพทย์เพื่อทำการรักษาโดยด่วน
• หากเป็น ตุ่มเล็กๆ มีหัวขาวหรือดำ นั่นคือสิวอุดตัน ควรดูแลผิวหน้าให้สะอาดและใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยลดการอุดตัน

ทำไมคนจำสิวไขมัน สลับกับสิวอุดตัน

การที่คนจำผิดระหว่าง สิวไขมัน (Sebaceous Cyst) และ สิวอุดตัน (Comedones) มักเกิดจากปัจจัยหลายอย่าง ไปดูกันว่ามีปัจจัยไหนบ้างที่ทำให้เราจำสิวไขมันสลับกับสิวอุดตัน

1.ลักษณะภายนอกของสิวไขมัน และสิวอุดตันคล้ายกัน ทำให้เข้าใจผิดได้ง่าย
• ทั้ง สิวไขมัน และ สิวอุดตัน เป็น ตุ่มนูนใต้ผิวหนัง ที่อาจไม่มีการอักเสบชัดเจน
• หากสิวอุดตันไม่มีหัวโผล่ออกมา หรือสิวไขมันมีอาการบวมแดง คนทั่วไปอาจคิดว่าเป็นสิวแบบเดียวกัน
• ขนาดของตุ่มอาจแตกต่างกัน แต่ในระยะเริ่มต้น อาจดูคล้ายกันได้

เรียกประเภทสิวไขมันกับสิวอุดตันสลับกัน
หลายคนเรียก สิวไขมันกับสิวอุดตัน สลับกันบ่อย ๆ เพราะอาจคิดว่าเป็นสิวที่เกิดจากไขมันอุดตัน แต่ความจริงแล้ว สิวไขมัน เป็นถุงไขมันที่อยู่ใต้ผิวหนังของเรา ไม่ใช่สิวที่เกิดจากรูขุมขนอุดตันค่ะ

3.การที่เราบีบสิวเอง จะทำให้เราเข้าใจผิดว่าสิวไขมัน คือสิวอุดตัน
บางคนพยายามที่จะบีบสิวเองและบีบตุ่มสิวใต้ผิวหนังที่เข้าใจผิดไปว่าเป็นสิวอุดตัน จริงๆแล้วไม่ใช่ค่ะ เพราะถ้าเกิดเป็นสิวอุดตัน เราสามารถบีบแล้วเอาหัวสิวออกมาได้ แต่ถ้าเกิดเป็นสิวไขมัน จะไม่มีหัวสิวให้เราบีบ และจะมีเพียงไขมันเหลว ๆ ออกมาเท่านั้น อาจทำให้บางคนคิดว่า เป็นสิวอุดตันที่กดออกได้ยากแทนค่ะ ซึ่งการบีบสิวไขมัน ด้วยตัวเอง อาจจะทำให้เกิดการอักเสบขึ้นได้ สุดท้ายจะลุกลามมากกว่าเดิม อาทิเช่น เกิดการอักเสบ บวม หรือกลายเป็นหนองได้ค่ะ

4.สิวไขมันและสิวอุดตันแม้จะเกิดจากไขมันในผิวเหมือนกัน แต่ว่าสิวสองชนิดนี้ มีสาเหตุที่แตกต่างกัน
สิวอุดตัน เกิดจาก การที่ไขมันอุดตันในรูขุมขน ส่วนถ้าเป็นสิวไขมันนั้นเกิดจากการที่ ไขมันสะสมเป็นก้อนมต้ผิวหนัง เลยอาจทำให้คนส่วนใหญ่คิดว่า ตุ่มที่มีไขมันออกมานั้น จะต้องเป็นสิวอุดตันทั้งหมดโดยที่เราไม่รู้เลยว่า มีสิวไขมันประเภทอื่นด้วย

5.หลายคนสับสนสิวสองชนิดนี้เพราะว่า การรักษาสิวไขมันและสิวอุดตันค่อนข้างคล้ายกัน
คนที่เป็นสิวอุดตันมักจะใช้ยาแต้มสิว กดสิว หรือว่าผลัดเซลล์ผิส แต่ถ้าเกิดว่าเราใช้วิธีเหล่านี้กับสิวไขมัน จะทำให้สิวไม่หาย และอาจจะต้องรักษากับแพทย์เท่านั้น อาทิเช่นการผ่าตัดเอาถุงไขมันออก บางคนก็ใช้ยารักษาสิวอุดตัน ไปใช้กับสิวไขมัน แต่ก็ไม่ได้ผล เลยทำให้เข้าใจผิดว่าเป็นอาการดื้อยา

สิวไขมันอันตรายมากแค่ไหน หายเองได้หรือไม่?

สิวไขมันนั้นเป็นก้อนถุงไขมันที่เกิดจากการสะสมของไขมันใต้ผิวหนัง สามารถพบได้บ่อยตามบริเวณของ ใบหน้า คอ หลัง และหนังศรีษะ ซึ่งโดยปกติแล้ว สิวไขมันนั้นไม่เป็นอันตรายร้ายแรงต่อสุขภาพของเราหรอกค่ะ แต่ถ้าเกิดเรา บีบ กด บ่อยๆ ก็ทำให้เกิดการอักเสบและติดเชื้อได้ค่ะ

สิวไขมันอันตรายไหม ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่อไปนี้ค่ะ

  1. สิวไขมันที่เป็นเม็ดเล็ก ไม่อักเสบ ไม่ขยายใหญ่ขึ้น ส่วนใหญ่แล้วไม่เป็นอันตราย
  2. สิวไขมันที่อักเสบ เราจะเห็นว่า มีลักษณะเป็นก้อน บวม แดง กดแล้วเจ็บ หรือมีหนอง ซึ่งอาจทำให้ติดเชื้อได้ค่ะ
  3. สิวไขมัน ที่โตเร็ว หรือเกิดที่เดิมซ้ำ ๆ อันนี้อันตรายค่ะ ควรพบหมอเพื่อดูว่า เป็นสิวซีสต์ไขมัน หรือเป็นภาวะอย่างอื่นที่จะต้องรักษาเพิ่มเติม

สิวไขมันสามารถหายเองได้หรือไม่ ?
โดยปกติ สิวไขมันไม่สามารถหายเองได้ เพราะเป็นก้อนถุงไขมันที่มีผนังหุ้ม ร่างกายไม่สามารถดูดซึมหรือกำจัดออกไปได้เอง ในบางกรณีอาจฝ่อลงเล็กน้อย แต่ยังคงอยู่ใต้ผิวหนังอยู่ หากต้องการให้สิวไขมันหายขาด จำเป็นต้องรักษาโดยแพทย์ ซึ่งอาจใช้วิธีการผ่าตัดเล็กเพื่อนำถุงไขมันออกทั้งหมดจะทำให้สิวไขมันหายขาดได้

คำแนะนำ ในการรักษาสิวไขมัน ถ้าเกิดว่าเริ่มมีอาการอักเสบ หรือสิวโตขึ้น ควรรีบเข้าพบคุณหมอ เพื่อหาวิธีรักษาอย่างเหมาะสม และสิ่งสำคัญก็คือ ห้ามบีบสิวเองอย่างเด็ดขาด เพราะอาจจะทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนหรือการอักเสบที่รุนแรงมากขึ้นได้

สิวไขมันขึ้นบริเวณไหนได้บ้าง

สิวไขมัน (Sebaceous Cyst) สามารถเกิดขึ้นได้ทุกบริเวณของร่างกายที่มีต่อมไขมัน เนื่องจากเกิดจากการสะสมของไขมันใต้ผิวหนังจนเกิดเป็นถุงไขมันที่มีผนังหุ้ม โดยสิวไขมันมักพบในบริเวณที่มีต่อมไขมันขนาดใหญ่และมีการผลิตน้ำมันมากกว่าปกติ

อินโฟกราฟิกแสดงตำแหน่งต่างๆ บนร่างกายที่สามารถเกิดสิวไขมันได้ เช่น ใบหน้า หนังศีรษะ ลำคอ และหลังหู สิวไขมัน ขึ้นบริเวณไหนบ้าง ชวนเช็กจุดเสี่ยงยอดฮิตทั้งใบหน้า หนังศีรษะ ลำคอ และหลังหู ตัวช่วยกู้ผิวพังเคลียร์ตุ่มกวนใจให้กลับมาเรียบเนียนตึงกระชับเข้ารูปสวยเป๊ะมั่นใจกว่าเดิมนะจะ โปรแกรมกดสิวและทรีตเมนต์เคลียร์ผิวอุดตัน แอบเห็นในรูปว่าสิวไขมันแฝงตัวอยู่หลายจุดเลยค่ะ ทั้งนี้ปริมาณการเกิดอุดตันจะปรับเปลี่ยนไปตามพฤติกรรมการใช้ชีวิตของแต่ละคนด้วยน้า

บริเวณที่พบสิวไขมันได้บ่อย
1.ใบหน้า
• สิวไขมันมักพบบริเวณ แก้ม, หน้าผาก, คาง และรอบจมูก ซึ่งเป็นจุดที่มีต่อมไขมันจำนวนมาก
• สิวไขมันอาจเกิดจากการอุดตันของรูขุมขน หรือการสะสมของไขมันใต้ผิวหนัง

หนังศีรษะ
สิวไขมันที่เกิดบริเวณหนังศรีษะ เกิดจากการอุดตันของต่อมไขมันบริเวณหนังศีรษะ เพราะถูกกระตุ้นจากฮอร์โมนในร่างกายหรือการผลิตน้ำมันที่มากผิดปกติค่ะ

หลังและหน้าอก
สิวไขมันที่บริเวณหลังและหน้าอก ส่วนใหญ่เกิดจากการเสียดสีจากเสื้อผ้า เหงื่อ และความอับชื้น ทำให้ความมันสะสมได้ง่าย และเป็นสาเหตุให้เกิดสิวไขมันค่ะ

ลำคอ
สิวไขมันเกิดได้ที่บริเวณลำคอได้เหมือนกันค่ะ ส่วนใหญ่สาเหตุเกิดจากการเสียดสีของคอเสื้อสูงหรือปกเสื้อ

หลังหูและใบหู
บริเวณหลังหูหรือใบหูก็เป็นอีกบริเวณที่พบสิวไขมันได้ค่ะ เกิดจากการสัมผัสบ่อย ๆ แล้วน้ำมันและสิ่งสกปรกสะสม หรือ ใส่หูฟังนาน ๆ โดยไม่ทำความสะอาด

6.รักแร้และขาหนีบ
รักแร้และขาหนีบนับว่าเป็นบริเวณที่มีการเสียดสีสูงมาก และมีต่อมไขมันขนาดใหญ่ ซึ่งอาจเกิดการระคายเคืองจากการโกนขนหรือใช้ผลิตภัณฑ์ที่ระงับกลิ่นเหงื่อ

7.ก้นและต้นขา
ต้นเหตุของการเกิดสิวไขมันที่ก้นและต้นขาส่วนใหญ่แล้วจะเกิดจากการที่เรานั่งเป็นเวลานาน ๆ การเสียดสีของเสื้อผ้า หรือเหงื่อที่สะสม ซึ่งสิวไขมันจะมีลักษณะเป็นก้อนเนื้อใต้ผิวหนังที่ไม่เจ็บ แต่ข้อควรระวังสำคัญเลยก็คือ อาจอักเสบได้ถ้าเกิดติดเชื้อ

ทำไมสิวไขมันขึ้นในบริเวณเหล่านี้ ?
• บริเวณที่มีต่อมไขมันมากมักมีแนวโน้มเกิดการอุดตันของไขมันได้ง่าย ทำให้สิวไขมันมักจะขึ้นในบริเวณเหล่านี้
• ความร้อน เหงื่อ และความอับชื้นสามารถกระตุ้นให้ต่อมไขมันทำงานมากขึ้น
• การเสียดสีจากเสื้อผ้า หรืออุปกรณ์ที่สัมผัสผิว เช่น หูฟังหรือหมวก

อินโฟกราฟิกแจกแจงรายละเอียดหกสาเหตุหลักที่กระตุ้นให้เกิดสิวไขมันบนชั้นผิวหนังเพื่อแชร์แนวทางดูแลหน้า 6 สาเหตุ ที่ทำให้เกิดสิวไขมัน ปัจจัยหลักมาจากฮอร์โมน อาหาร ผิวมัน แสงแดด เครื่องสำอาง และพฤติกรรมบีบสิว ตัวช่วยกู้ผิวพังให้กลับมาเนียนนุ่มตึงกระชับเข้ารูปสวยเป๊ะมั่นใจนะจะ โปรแกรมกดสิวและทรีตเมนต์เคลียร์ผิวอุดตัน ใครมีพฤติกรรมชอบบีบสิวหรือตากแดดบ่อยต้องปรับด่วนเลยน้า เพราะโครงสร้างชั้นผิวและการฟื้นตัวของแต่ละท่านจะแสดงผลต่างกันค่ะ

สาเหตุและปัจจัยที่ทำให้เกิดสิวไขมัน

มีปัจจัยหลายอย่างที่ส่งผลต่อการเกิดสิวไขมัน ซึ่งรวมถึงฮอร์โมน อาหาร พฤติกรรมการดูแลผิว รวมถึงสิ่งแวดล้อม มาดูรายละเอียดของแต่ละปัจจัยที่ทำให้เกิดสิวไขมันกัน

ทำไมฮอร์โมนถึงมีผลต่อสิวไขมัน?
จริง ๆ แล้วฮอร์โมนมีหน้าที่ควบคุมการทำงานของต่อมไขมันค่ะ ถ้าระดับฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง จะส่งผลโดยตรงกับการผลิตไขมันมากขึ้น เรามาดูกันค่ะว่าฮอร์โมนทำให้เกิดสิวไขมันยังไงบ้าง?

- ฮอร์โมนแอนโดรเจน กระตุ้นให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันมากขึ้น เป็นสาเหตุหลักของการเกิดสิวไขมันค่ะ
- ช่วงตั้งครรภ์และวัยหมดประจำเดือน ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนเปลี่ยนแปลง ส่งผลโดยตรงกับต่อมไขมันที่ทำให้อุดตันง่ายขึ้น
- ภาวะถุงน้ำในรังไข่ (PCOS) ส่งผลโดยตรงกับระดับฮอร์โมนแอนโดรเจนที่เพิ่มสูงมากขึ้น ทำให้เกิดสิวและซีสต์ไขมันมากขึ้นค่ะ
- การใช้ยาคุมกำเนิด ส่งผลโดยตรงกับฮอร์โมนค่ะ มียาคุมบางชนิดที่เพิ่มระดับฮอร์โมน กระตุ้นการผลิตไขมันมากขึ้นค่ะ

อาหารที่กระตุ้นสิวไขมัน?
รู้หรือไม่ว่า อาหารบางอย่างถ้ากินมาก ๆ ก็กระตุ้นให้ร่างกายของเราผลิตน้ำมันมากขึ้น ทำให้เกิดสิวไขมันได้ค่ะ เรามาดูกันว่ามีอาหารประเภทไหนบ้าง? ที่ควรหลีกเลี่ยงถ้าไม่อยากเป็นสิว

- อาหารที่มีน้ำตาลสูง คาร์โบไฮเดรตขัดสี เช่น ขนมหวาน เบเกอรี่ จะกระตุ้นการหลั่งของอินซูลินค่ะ ทำให้ต่อมไขมันเราทำงานหนักมากขึ้น
- อาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูง เช่น อาหารทอด หรืออาหารฟาสต์ฟู้ด กระตุ้นให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันมากขึ้นค่ะ
- นมวัวและอาหารแปรรูป กระตุ้นการทำงานของต่อมไขมันมากขึ้น ทำให้ผิวมีความมันส่วนเกินค่ะ
- คาเฟอีนและแอลกอฮอลล์ ทำให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันเพิ่มขึ้น เป็นสาเหตุให้เกิดสิวไขมันค่ะ

พฤติกรรมที่ทำให้เราเกิดสิวไขมัน?
หลายคนอาจไม่รู้ว่า พฤติกรรมบางอย่างที่เราทำบ่อย ๆ ก็อาจทำให้เกิดสิวไขมันได้ค่ะ มาดูกันว่าพฤติกรรมไหนบ้าง? ที่อาจเป็นสาเหตุให้เกิดสิวไขมันได้

- บีบสิว กดสิวเอง หลายคนบีบสิว กดสิวเอง แต่ทำผิดวิธี ทำให้ผิวเสียหายและเกิดเป็นสิวไขมันได้ค่ะ
- ล้างหน้าบ่อย ๆ หลายคนคิดว่าล้างหน้าบ่อย ๆ ทำให้ไม่เป็นสิว แต่จริง ๆ แล้วจะทำให้ผิวแห้ง กระตุ้นให้ผิวผลิตความมันส่วนเกินจนเป็นสิวไขมันค่ะ
- ใช้ผลิตภัณฑ์ที่อุดตันผิว บางสกินแคร์หรือเครื่องสำอาง มีส่วนผสมที่อาจอุดตันรูขุมขน ทำให้เกิดสิวไขมันได้ค่ะ
- สัมผัสหน้าบ่อย ๆ มือของเราอาจมีสิ่งสกปรกหรือแบคทีเรียอยู่ เมื่อจับหน้าบ่อย ๆ เป็นสาเหตุให้เกิดสิวได้ค่ะ
- ใส่หมวกหรือหูฟังนาน ๆ เกิดการอับชื้นจากเหงื่อที่หัวและหูของเรา ทำให้เกิดสิวไขมันได้ค่ะ

ผิวมันทำให้เกิดสิวไขมันจริงไหม?
สภาพผิวมันมีโอกาสเกิดสิวได้ง่าย เพราะต่อมไขมันผลิตความมันส่วนเกินบนผิว อาจทำให้เกิดสิวอุดตันมากขึ้น แต่ถ้ารูขุมขนปิดและมีไขมันสะสมใต้ผิวหนัง จะทำให้เกิดเป็นสิวไขมันได้ค่ะ

ดังนั้นใครที่มีสภาพผิวมัน แนะนำให้เลือกใช้สกินแคร์หรือเครื่องสำอางที่ช่วยคุมมัน หลีกเลี่ยงส่วนผสมที่ทำให้อุดตันรูขุมขนค่ะ

เครื่องสำอางที่มีน้ำมันทำให้เกิดสิวไขมันได้ไหม?
คำตอบคือ เครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของน้ำมันมาก หรือมีส่วนผสมที่อาจอุดตันรูขุมขน อาจทำให้เกิดสิวไขมันได้ค่ะ โดยเฉพาะในคนที่มีสภาพผิวมันอยู่แล้ว

เครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของ ซิลิโคน น้ำมันแร่ และปิโตรเลียมเจลลี่ สารสกัดเหล่านี้มีความเสี่ยงสูงที่ทำให้เกิดการอุดตันของรูขุมขนค่ะ
ครีมกันแดดที่มีเนื้อหนัก ครีมกันแดดที่เราทาถ้าเกิดเราล้างหน้าออกไม่สะอาด จะทำให้เกิดการอุดตันของรูขุมขน
ล้างเครื่องสำอางไม่สะอาด การที่เราล้างหน้าไม่สะอาดจะทำให้เกิดสารตกค้างบนใบหน้าจนอาจทำให้เกิดการอุดตันรูขุมขน

เพราะฉะนั้นนะคะ การที่เราเลือกใช้เครื่องสำอาางนั้นสำคัญมาก ต้องเลือกที่เหมาะกับผิวของเรา และมั่นใจว่าต้องไม่เกิดการอุดตันของผิวค่ะ ยิ่งถ้าเราทำความสะอาดผิวให้ถูกต้องสุดท้ายจะสามารถลดความเสี่ยงของการเกิดสิวไขมันได้อย่างแน่นอนค่ะ

แสงแดดทำให้เกิดสิวไขมันได้อย่างไร ?
แสงแดดอาจส่งผลให้ต่อมไขมันทำงานมากขึ้น และทำให้ผิวหนังหนาขึ้น จนเกิดการอุดตันของไขมันใต้ผิวหนังทำให้เกิดสิวไขมันได้

• รังสียูวีทำให้ผิวแห้ง ร่างกายจึงผลิตน้ำมันมากขึ้นเพื่อลดความแห้ง ส่งผลให้เกิดการอุดตัน
• แสงแดดกระตุ้นการอักเสบ อาจทำให้สิวไขมันที่มีอยู่เดิมอักเสบและขยายใหญ่ขึ้น
• ครีมกันแดดที่มีส่วนผสมของน้ำมัน หากเลือกใช้ผิดประเภท อาจทำให้เกิดการอุดตัน

การป้องกันที่ดีที่สุดคือการใช้ครีมกันแดดสูตรบางเบาและไม่อุดตันรูขุมขน รวมถึงหลีกเลี่ยงการเผชิญแสงแดดเป็นเวลานาน

วิธีรักษาสิวไขมันให้ได้ผลจริง

การรักษาสิวไขมันให้ได้ผลจริงต้องอาศัยวิธีที่ตรงจุด ทั้งการรักษาด้วยวิธีทางการแพทย์ และการดูแลผิวที่ช่วยลดการเกิดซ้ำ

อินโฟกราฟิกแนะนำทางเลือกการดูแลสิวไขมันด้วยวิธีทางการแพทย์โดยแสดงภาพจำลองโครงสร้างถุงไขมันใต้ชั้นผิวหนังอย่างชัดเจน รักษา สิวไขมัน ด้วยวิธีทางการแพทย์ แนะนำทางเลือกดูแลผิวด้วยเลเซอร์ AviClear ฉีดยาสลาย หรือผ่าตัดเอาถุงไขมันออก ตัวช่วยกู้ผิวพังให้กลับมาเรียบเนียนตึงกระชับเข้ารูปสวยเป๊ะมั่นใจนะจะ โปรแกรมกดสิวและทรีตเมนต์เคลียร์ผิวอุดตัน ปัญหาถุงสิวไขมันใต้ผิวต้องให้คุณหมอช่วยประเมินการดูแลร่วมด้วยน้าเพราะสภาพผิวเดิมและการตอบสนองของแต่ละท่านมีความแตกต่างกันค่ะ

1.การรักษาสิวไขมันด้วยวิธีทางการแพทย์
1.1 Aviclear - เทคโนโลยีเลเซอร์ลดสิวไขมันที่ได้ผลจริง
AviClear เป็นเลเซอร์ที่ได้รับการรับรองจาก FDA (องค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา) ว่าเป็นเลเซอร์ที่สามารถลดสิวได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยตรงกับต้นเหตุของปัญหาสิวไขมัน

• ใช้เทคโนโลยี 1726 nm laser ที่เจาะจงทำลายต่อมไขมัน โดยไม่ทำลายผิวชั้นบน
• ช่วยลดการผลิตน้ำมันที่มากเกินไป ซึ่งเป็นต้นเหตุของสิวไขมัน
• ลดสิวไขมันและป้องกันการเกิดซ้ำ โดยไม่ต้องใช้ยารับประทานหรือสารเคมี
• มีความปลอดภัยสูง และสามารถใช้ได้กับทุกสภาพผิว

AviClear Laser เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาสิวไขมันเรื้อรัง และต้องการการรักษาที่เห็นผลในระยะยาว

1.2 การผ่าตัดเอาถุงไขมันออก (Excision Surgery)
หากสิวไขมันมีขนาดใหญ่หรือเกิดซ้ำบ่อย วิธีที่ได้ผลดีที่สุดคือการผ่าตัดเอาถุงไขมันออกโดยแพทย์

• ใช้มีดผ่าตัดเปิดแผลขนาดเล็ก แล้วนำถุงไขมันออกทั้งหมด
• ป้องกันการเกิดซ้ำ เพราะเป็นการกำจัดรากของถุงไขมัน
• ใช้เวลาไม่นาน แผลหายเร็ว และมีโอกาสเกิดรอยแผลเป็นน้อย

การฉีดยาสลายซีสต์
ถ้าสิวไขมันอักเสบ แพทย์จะฉีดยาสเตียรอยด์ เพื่อช่วยลดอักเสบและทำให้สิวยุบค่ะ แต่ไม่ได้เป็นการกำจัดถุงไขมันทั้งหมด ใช้เวลาหลายวันถึงสัปดาห์ถึงเห็นผล เหมาะกับสิวไขมันที่ยังมีขนาดเล็ก

การรักษาสิวไขมันด้วยผลิตภัณฑ์ดูแลผิว
แม้ว่ารักษาสิวไขมันด้วยวิธีทางการแพทย์ แต่ถ้าดูแลผิวอย่างเหมาะสม ก็จะช่วยลดความเสี่ยงเป็นสิวซ้ำอีกค่ะ

ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยลดความมันและการอุดตัน
เรตินอยด์ (Retinoids) ช่วยผลัดเซลล์ผิว ลดการอุดตันรูขุมขน
BHA ช่วยละลายไขมัน ลดโอกาสเกิดสิวไขมันใหม่
Niacinamide ช่วยควบคุมความมันส่วนเกิน

อินโฟกราฟิกแนะนำการดูแลสิวไขมันด้วยผลิตภัณฑ์ครีมบำรุง Pure Bright Romrawin ช่วยลดการอุดตันของรูขุมขนบนผิวหน้า ดูแลสิวไขมัน ด้วย Pure Bright ครีมบำรุงเร่งการผลัดเซลล์ผิวสำหรับผิวแห้ง ตัวช่วยกู้ผิวพังที่ช่วยลดการอุดตันของรูขุมขน ปรับผิวให้แลดูกระจ่างใสเรียบเนียนตึงกระชับเข้ารูปสวยเป๊ะมั่นใจนะจะ ผลิตภัณฑ์ครีมบำรุงผิวหน้า แนะนำให้ทาควบคู่กับการดูแลตัวเองร่วมด้วยนะคะเพราะสภาพผิวเดิมและการตอบสนองของร่างกายแต่ละคนมีความตื้นลึกแตกต่างกันค่ะ

แนะนำผลิตภัณฑ์ของรมย์รวินท์ในการดูแลสิวไขมัน
PURE BRIGHT ครีมบำรุงเร่งการผลัดเซลล์ผิว สำหรับผิวที่แห้ง ลดการอุดตันของรูขุมขน ให้ผิวของเราดูกระจ่างใส
BHA สารที่ช่วยผลัดเซลล์ผิว ลดการอุดตันของรูขุมขน ให้ผิวดูกระจ่างใส

2.2.ต้องล้างหน้าให้สะอาด แต่ว่าไม่ล้างบ่อยเกินไปค่ะ
การที่เราใช้เจลล้างหน้าสูตรอ่อนโยน ที่ไม่มีสารระคายเคืองต่อผิวเลย ถือว่าเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดการอุดตันได้ระดับหนึ่งค่ะ และต้องหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มี ซิลิโคน หรือน้ำมันหนัก ๆ ด้วยค่ะเพราะสารเหล่านี้จะเข้าไปปกระตุ้นการอุดตันของต่อมไขมัน

อินโฟกราฟิกแนะนำขั้นตอนล้างหน้าด้วยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้า Gentle Foaming Cleanser Romrawin สูตรอ่อนโยนช่วยลดความมัน ทำความสะอาดผิวหน้าด้วย Gentle Foaming Cleanser ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าสูตรฟองโฟมหนานุ่ม ช่วยลดความมัน ขจัดสิ่งสกปรกบนชั้นผิว คืนความชุ่มชื้นให้ผิวไม่แห้งตึง ตัวช่วยกู้ผิวพังให้เนียนนุ่มน่ามอง ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้า ควรล้างหน้าให้ถูกวิธีควบคู่กับการดูแลตัวเองร่วมด้วยนะคะเพราะสภาพผิวเดิมและการตอบสนองของแต่ละท่านมีความแตกต่างกันค่ะ

ขอแนะนำผลิตภัณฑ์ของรมย์รวินท์คลินิก ในการดูแลสิวไขมันให้ยุบตัวลงค่ะ
GENTLE FOAMING CLEANSER เป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้ทำความสะอาดผิวหน้าอย่างล้ำลึกค่ะ และยังถือเป็นตัวช่วยที่ขจัดสิ่งสกปรกออกอย่างอ่อนโยน ไม่ทำให้หน้าแห้งตึง เพราะคืนความชุ่มชื้นให้ผิว และลดความมันไปในตัวค่ะ

2.3 เราไม่ควรที่จะบีบสิวหรือกดสิวไขมันเองค่ะ
การที่เราบีบสิวไขมันเองสิ่งที่น่ากลัวคือจะทำให้เกิดการอักเสบ หรือการติดเชื้อ ได้ เพราะว่าถ้าเรากดออกเองอาจทำให้กดออกไม่หมด ควรหาหมอเพื่อให้แพทย์เป็นคนดูแลจะสามารถแก้ปัญหาได้ตรงจุดกว่ามากๆค่ะ

การดูแลผิวเพื่อที่จะป้องกันสิวไขมัน

เราควรที่จะให้ความสำคัญกับการดูแลผิวเพื่อที่จะลดการอุดตันของต่อมไขมัน คุมความมัน รวมไปถึงลดปัจจัยเสี่ยงที่จะไปกระตุ้นจนเกิดสิวไขมัน

1.เลือกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวอย่างเหมาะสมเพื่อลดภาวะเสี่ยงการเกิดสิวไขมัน
• ใช้ ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าสูตรอ่อนโยน ที่ไม่มีสารระคายเคือง เช่น SLS (Sodium Lauryl Sulfate), น้ำหอม และแอลกอฮอล์
• เลือกผลิตภัณฑ์ที่มี Salicylic Acid (BHA) เพื่อช่วยขจัดน้ำมันส่วนเกินและลดการอุดตันของรูขุมขน
• ล้างหน้า วันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น ไม่ควรล้างหน้าบ่อยเกินไป เพราะอาจกระตุ้นให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันเพิ่มขึ้น

2.ต้องคุมความมัน เพื่อลดโอกาสการอุดตันของไขมันใต้ผิว
การที่เราเลือกใช้โทนเนอร์ หรือ เซรั่มที่มีสารสกัดของ Niacinamide เพื่อลดความมันส่วนเกินและช่วยในเรื่องของการกระชับรูขุมขน เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้ครีมที่มีน้ำมัน ซิลิโคน เพราะสารสกัดเหล่าีน้จะทำให้เกิดการอุดตันและเกิดสิวไขมันได้ แต่ถ้าเกิดหน้าเรามันมาก ๆ การที่เราซับหน้าด้วยกระดาษซับมันในระหว่างวันก็เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยถ้ารู้สึกว่าวันนั้นผิวมันมากเกินไป

ใช้สกินแคร์ผลัดเซลล์ผิวป้องกันรูขุมขนอุดตัน
แนะนำใช้สกินแคร์ BHA หรือ AHA และเรตินอล ช่วยผลัดเซลล์ผิว ป้องกันไขมันสะสม ลดรูขุมขนอุดตัน แต่ข้อควรระวังก็คือ ไม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิวที่แรงมากเกินไป เพราะผิวอาจระคายเคืองได้ค่ะ

หลีกเลี่ยงบีบสิว กดสิวเอง ที่ทำให้สิวอักเสบมากขึ้น
หลายคนบีบหรือกดสิวไขมันเองแบบผิดวิธี ทำให้เสี่ยงสิวไขมันอักเสบและติดเชื้อมากขึ้น แนะนำปรึกษาแพทย์ผิวหนังค่ะ เพื่อไม่ให้สิวลุกลามไปกว่าเดิม

เลือกใช้ครีมกันแดด เครื่องสำอาง ที่ไม่อุดตัน
แนะนำเลือกใช้ครีมกันแดด สกินแคร์ และเครื่องสำอาง ที่ไม่อุดตันรูขุมขน สังเกตได้จากแพ็กเกจจะเขียนว่า Non-Comedogenic หรือ Oii-Free นอกจากนี้ควรเช็ดทำความสะอาดและล้างหน้าให้หมดจดค่ะ

ปรับพฤติกรรม ลดความเสี่ยงเป็นสิวไขมัน
พฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างก็ทำให้เป็นสิวไขมันได้ง่ายค่ะ เช่น กินอาหารที่กระตุ้นให้เกิดสิว ดื่มน้ำน้อย พักผ่อนไม่เพียงพอ ดังนั้นแนะนำปรับพฤติกรรมเหล่านี้ เพื่อช่วยให้ผิวสุขภาพดีห่างไกลสิว

หลีกเลี่ยงแดดจัด ทาครีมกันแดดเป็นประจำ
รู้หรือไม่ว่า แสงแดดเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ผิวเสีย ทำให้เป็นสิวได้ง่าย ดังนั้นแนะนำว่าควรทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF 50 PA+++ เป็นประจำ และหลีกเลี่ยงออกแดดจัด เพื่อช่วยปกป้องผิวไม่ให้เป็นสิวง่าย

สรุปทุกเรื่องเกี่ยวกับสิวไขมัน

สิวไขมันเป็นปัญหากวนใจที่หลายคนมักจะเข้าใจผิดเกี่ยวกับสิวอุดตัน ถ้าเราสามารถแยกสิวไขมันออกจากสิวอุดตันได้ จะทำให้เราสามารถหาวิธีรักษาได้อย่างตรงจุด

วิธีป้องกันไม่ให้เกิดสิวไขมัน แนะนำดูแลผิวที่เน้นควบคุมความมัน ลดการอุดตันของต่อมไขมันและรูขุมขน รวมถึงปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต เพื่อช่วยลดโอกาสเกิดสิวไขมันค่ะ

แต่ถ้าเป็นสิวไขมันบ่อย ๆ หรือเป็นสิวอักเสบรุนแรง แนะนำปรึกษาแพทย์ เพื่อรักษาสิวอย่างเหมาะสม เช่น เลเซอร์รักษาสิว AviClear หรือ การผ่าตัดเอาถุงไขมันออก เรียกได้ว่าเป็นวิธีรักษาสิวถึงต้นเหตุ

สำหรับใครที่เป็นสิวไขมัน ต้องการรักษาสิว สามารถทักมาจองคิวปรึกษาแพทย์ได้ที่ รมย์รวินท์คลินิก เพื่อรักษาสิวได้อย่างตรงสาเหตุค่ะ

อินโฟกราฟิกไขข้อสงสัยพาร์ทถามตอบคำถามที่พบบ่อยหัวข้อสิวไขมันหายได้เองไหมบนหน้าเว็บคลินิกเพื่อแนะนำแนวทางดูแลอย่างถูกวิธี คำถามที่พบบ่อย สิวไขมันหายได้เองไหม คำตอบคือส่วนใหญ่ไม่หายเองเพราะมีถุงไขมันที่ผนังหุ้ม ตัวช่วยกู้ผิวพังจุดนี้จำเป็นต้องพบแพทย์ร่วมกับการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ระคายเคืองผิวนะจะ โปรแกรมกดสิวและทรีตเมนต์เคลียร์ผิวอุดตัน ปัญหาเรื่องถุงสิวไขมันสะสมใต้ชั้นผิวควรให้คุณหมอประเมินเพิ่มเติมนะคะเพราะโครงสร้างผิวหน้าและพฤติกรรมแต่ละท่านต่างกันค่ะ

คำถามยอดฮิตเกี่ยวกับสิวไขมัน

1.สิวไขมันเกิดจากอะไร?

เกิดจากการอุดตันของต่อมไขมันและการสะสมของไขมันใต้ผิวหนัง ซึ่งอาจมีสาเหตุจากฮอร์โมน พันธุกรรม หรือการใช้ผลิตภัณฑ์ที่อุดตันผิว

2.จริงๆแล้วสิวไขมันสามารถบีบออกได้เองไหมคะ

ไม่ควรบีบออกเองเลยค่ะ เพราะว่าสิวไขมันจะไม่มีหัวสิวให้เรากดออก สุดท้ายอาจทำให้ติดเชื้อและผิวของเราจะอักเสบมากขึ้น

3.เราสามารถรักษาสิวไขมันด้วยตัวเองได้ไหมคะ

ถ้าเกิดว่าเจ้าสิวไขมันเป็นก้อนขึ้นมาเป็นก้อนเล็ก ๆ และไม่อักเสบจนทำให้เรารู้สึกเจ็บปวด เราสามารถดูแลผิวได้ด้วยตัวเอง แต่ถ้าเกิดเป็นสิวที่ก้อนใหญ่หรือเกิดซ้ำที่เดิม ๆ การพบแพทย์จะเป็นทางที่ดีที่สุดค่ะ

4.สิวไขมันสามารถอักเสบได้หรือไม่

สามารถอักเสบได้ค่ะ ถ้าเกิดมีการติดเชื้อจากการที่เรากด บีบบ แกะ หรือเอามือไปจับหน้าบ่อย ๆ อาจทำให้หน้าเราบวมแดง กลายเป็นการอักเสบได้

5.หัตถการเลเซอร์ Aviclear ช่วยรักษาสิวไขมันได้จริงไหมคะ

จริงๆ โปรแกรม Aviclear สามารถรักษาสิวไขมันได้อย่างแน่นอนเลยค่ะ เพราะหลักการทำงานของโปรแกรมนี้ลดการทำงานของต่อมไขมัน ลดการผลิตน้ำมัน ของผิว และข้อดีกว่านั้นคือ ป้องกันการเกิดสิวซ้ำด้วยค่ะ

6.สิวไขมันสามารถทำให้เรากลายเป็นมะเร็งผิวหนังได้มั้ยคะ

โดยทั่วไปแล้วสิวไขมันไม่สามารถพัฒนาเป็นมะเร็.ได้ค่ะ แต่ถ้าเกิดว่า ก้อนนั้นโตเร็ซผิดปกติไป เปลี่ยนสี หรือว่า เลือดออก อันนี้อันตรายค่ะ ต้องรีบพบแพทย์เพื่อตรวจสอบเลย

ทำไมเราถึงเป็นสิวไขมันซ้ำ ๆ ที่เดิม?

หลายคนสงสัยว่า ทำไมเป็นสิวไขมันซ้ำ ๆ ที่เดิม? คำตอบคือ สิวไขมันขึ้นบ่อยเกิดได้จากหลายสาเหตุ โดยเฉพาะพันธุกรรมและฮอร์โมน เพราะกระตุ้นให้มีความมันส่วนเกินค่ะ

สิวไขมันสามารถพบได้จุดไหนบ้าง?

คำตอบคือ สิวไขมันสามารถพบได้บ่อยที่หน้า หนังศีรษะ คอ หลัง หู และหน้าอกค่ะ เพราะบริเวณเหล่านี้มีต่อมไขมันจำนวนมาก ทำให้มีโอกาสเกิดสิวไขมันได้บ่อยตามไปด้วย

9.สิวไขมันสามารถหายเองได้ไหมคะ

ส่วนใหญ่แล้วสิวไขมันจะไม่หายเองนะคะ เพราะว่าเจ้าสิวไขมันเนี่ย เป็นถุงไขมันที่มีผนังหุ้ม จะต้องใช้วิธีการแพทย์ในการรักษาค่ะ เพื่อให้ตรงกับปัญหาป้องกันการลุกลามค่ะ

10.เราสามารถป้องกันสิวไขมันได้ยังไงบ้างคะ

ก่อนอื่นเลยนะคะ เราจะต้องเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับผิวหน้าของเราค่ะ เพื่อที่จะควบคุมความมัน และที่สำคัญต้องห้าม บีบสิว หรือกดสิวเองนะคะ ใช้ยาทาสิวแต้มได้เลยค่ะ สุดท้ายการดูแลสุขภาพโดยรวมก็สำคัญค่ะ ไม่ว่าจะเป็น การนอน การกิน การลดความเครียดค่ะ

เคสรีวิวผลลัพธ์จากผู้ใช้จริง

ความประทับใจหลังเข้ารับบริการที่ รมย์รวินท์ คลินิก

* ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับเฉพาะบุคคล
* เงื่อนไขตามบริษัทฯ กำหนด
* ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลง*
แนะนำให้สอบถามกับเจ้าหน้าที่ก่อนเข้ารับบริการ
เพื่อความชัวร์และได้สิทธิ์ที่คุ้มที่สุดค่ะ
ปรึกษาฟรี พร้อมรับ โปรโมชั่นพิเศษ ก่อนใคร
โปรโมชั่นต่างๆ
เรื่อง โปรแกรมรักษาสิว ที่คุณอาจสนใจ
pixel