Emface คืออะไร ช่วยยกกระชับหน้าได้อย่างไร อันตรายไหม
เขียนโดย: ทีมผู้เชี่ยวชาญ ROMRAWIN CLINIC
Emface
- Emface เทรนด์ยกกระชับหน้าคืออะไร มีหลักการทำงานอย่างไร อันตรายไหม
- Emface คืออะไร
- Emface มีหลักการทำงานอย่างไร
- RF ฟื้นฟูผิวลึกระดับเซลล์ในเครื่อง Emface
- HIFES™ กระตุ้นกล้ามเนื้อหน้าให้เฟิร์มในเครื่อง Emface
- ทำไมเทคโนโลยี Emface นี้ถึงเป็นเทรนด์
- เหตุผลที่ Emface คือ Full-Face Lifting ตัวจริง
- จุดเด่นของ Emface ช่วยอะไรบ้าง ในการยกกระชับ?
- Emface เหมาะกับใคร
- ใครควรหลีกเลี่ยงการทำ Emface
- การทำยกกระชับด้วย Emface กี่ครั้งเห็นผล อยู่ได้นานแค่ไหน
- Emface ควรทำตำแหน่งไหน?
- เปรียบเทียบการทำ Emface กับ Ulthera / Hifu / Thermage
- 1.หลักการทำงานของ Emface, Ulthera, HIFU และ Thermage
- 2.พื้นที่และชั้นผิวที่รักษา Emface, Ulthera, HIFU และ Thermage
- ผลลัพธ์ที่ได้ Emface, Ulthera, HIFU และ Thermage
- จำนวนครั้งและระยะเวลาการเห็นผล Emface, Ulthera, HIFU และ Thermage
- ความรู้สึกขณะทำ Emface, Ulthera, HIFU และ Thermage
- Emface มีผลข้างเคียงอะไรบ้าง
- เตรียมตัวก่อนทำ Emface
- ผลลัพธ์หลังทำ Emface
- หลังทำ Emface ทันที ใน 24 ชั่วโมง
- ช่วง 1-2 สัปดาห์หลังทำ Emface
- หลังทำ Emface ครบ 4 ครั้ง (ประมาณ 1 เดือน)
- ระยะยาว (6-12 เดือน)
- จุดเด่นของผลลัพธ์จาก Emface
- การดูแลตัวเองหลังทำ Emface?
- ทำ Emface แล้วสามารถทำหัตถการอื่นควบคู่ได้หรือไม่
- สรุปทุกเรื่องเกียวกับ Emface
Emface เทรนด์ยกกระชับหน้าคืออะไร มีหลักการทำงานอย่างไร อันตรายไหม
Emface ตัวช่วยกระกระตุ้นคอลลาเจน ทำให้ หน้าเล็ก หน้าเด็กสมวัย ผิวพรรณเปล่งปลั่งสดใส ลดริ้วรอยได้โดยไม่ต้องเจ็บตัว เพราะทำเสร็จแล้วสามารถกลับบ้านได้เลยไม่ต้องพักฟื้น
Emface คืออะไร
Emface คือเทคโนโลยียกกระชับผิวหน้ารูปแบบใหม่ที่กำลังเป็นเทรนด์มากในปัจจุบัน Emface คือนวัตกรรมการยกกระชับใบหน้าแบบไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องฉีด และไม่ก่อให้เกิดแผล ซึ่งตัวของ Emface จะใช้หลักการผสานพลังงาน Radiofrequency (RF) และ HIFES™ (High-Intensity Facial Electrical Stimulation) เพื่อฟื้นฟูทั้งชั้นผิวและกล้ามเนื้อบนใบหน้าไปพร้อมกัน
คลิปรีวิวคุณมาดามจอยเข้ามาดูแลรอบดวงตาด้วยโปรแกรม EMFACE Eye ช่วยกระตุ้นกล้ามเนื้อใต้ตาให้แข็งแรง ลดถุงใต้ตา และยกกระชับผิวรอบดวงตาให้สดใสขึ้นครับ
*ผลลัพธ์การยกกระชับรอบดวงตาอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับโครงสร้างผิวและสภาพปัญหาเดิมของแต่ละท่านครับEmface ก็คือเครื่องมือที่ช่วยให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ขึ้นโดยไม่ต้องเจ็บตัว ด้วยการใช้เทคโนโลยีล้ำสมัยในการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิว พร้อมกับกระตุ้นการทำงานของกล้ามเนื้อใบหน้าให้แข็งแรงขึ้น เหมือนเป็นการ ออกกำลังกายให้กล้ามเนื้อหน้า และ ฟื้นฟูโครงสร้างผิวไปในตัวครบจบใน Emface เครื่องเดียว
Emface มีหลักการทำงานอย่างไร
Emface ก็คือการออกกำลังกายให้กับใบหน้า พร้อมกระตุ้นผิวให้ผลิตคอลลาเจนใหม่ โดยที่คุณไม่ต้องขยับหน้าแม้แต่นิดเดียว แค่นอนเฉย ๆ บนเตียง Emface จะเป็นตัวจัดการให้หมด ทั้งผิว กล้ามเนื้อ และความกระชับ
Emface มี 2 พลังงานหลัก
เทคโนโลยี Emface ทำงานโดยผสาน 2 พลังงาน ที่ ช่วยยกกระชับแบบลึกถึงแก่น ได้แก่
RF ฟื้นฟูผิวลึกระดับเซลล์ในเครื่อง Emface
RF (Radiofrequency) เป็นคลื่นความถี่วิทยุที่ปล่อยความร้อนลงไปที่ผิวชั้นลึก กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ทำให้ผิวตึงกระชับ ผิวแน่นขึ้น เรียบเนียนขึ้น ริ้วรอยลดลง และดูอ่อนเยาว์
HIFES™ กระตุ้นกล้ามเนื้อหน้าให้เฟิร์มในเครื่อง Emface
HIFES™ (High-Intensity Facial Electrical Stimulation) เป็นคลื่นไฟฟ้าความเข้มสูง ช่วยกระตุ้นกล้ามเนื้อใบหน้าให้หดและคลายตัวแบบเป็นจังหวะ ทำให้มัดกล้ามเนื้อที่หย่อนคล้อยกลับมาเฟิร์มแน่นและยกกระชับ
ภาพรวมง่าย ๆ หลักการทำงานของเครื่อง Emface คือ RF = ดูแลผิว / HIFES™ = ดูแลกล้ามเนื้อ เมื่อทำงานคู่กันสามารถยกกระชับทั้งระบบได้แบบครบสูตร
คลิปรีวิวคุณเนย โชติกา ที่เข้ามาทำ EMFACE ช่วยกระตุ้นชั้นกล้ามเนื้อใบหน้าและยกกระชับผิว ให้กรอบหน้าเฟิร์มแน่นและดูตึงขึ้นทันทีหลังทำครับ
*ผลลัพธ์การยกกระชับผิวอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับโครงสร้างกล้ามเนื้อและชั้นไขมันเดิมของแต่ละท่านครับทำไมเทคโนโลยี Emface นี้ถึงเป็นเทรนด์
เพราะ Emface ไม่ได้ แก้ปัญหาที่ปลายเหตุแต่ลงลึกถึงต้นตอของความหย่อนคล้อย
ทำไม Emface ถึงเรียกว่าเป็น Full-Face Lifting
หลายคนอาจเคยได้ยินคำว่า “Full-Face Lifting” แล้วสงสัยว่า Emface ยกกระชับแค่บางจุดรึเปล่า คำตอบคือ Emface ไม่ได้ยกกระชับแค่บ้างจุดเท่านั้น เพราะ Emface ได้รับการออกแบบมาเพื่อดูแล “ทั้งใบหน้า” ตั้งแต่ผิวชั้นนอกไปจนถึงกล้ามเนื้อชั้นลึก ทำให้เทคโนโลยี Emface นี้ถูกยกให้เป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ให้ผลลัพธ์แบบ Full-Face Lifting ตัวจริง
Full-Face Lifting หมายถึงอะไร
Full-Face Lifting หมายถึงการยกกระชับผิวหน้าแบบครอบคลุมทั่วทั้งใบหน้า ไม่ได้เน้นแค่จุดใดจุดหนึ่ง เช่น หน้าผาก แก้ม หรือคาง แต่คือการดูแลใบหน้าโดยรวมให้มีความตึงกระชับ สมดุล และดูอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ ซึ่ง Emface ทำได้ครบทุกมิติ
เหตุผลที่ Emface คือ Full-Face Lifting ตัวจริง
1.Emface ทำงานแบบทั่วหน้า ไม่เฉพาะจุด
Emface ไม่ได้ปล่อยพลังงานแบบเจาะจงเฉพาะที่เหมือนเครื่องยกกระชับบางประเภท แต่จะกระตุ้นทั้งใบหน้า โดยเน้นกล้ามเนื้อสำคัญ เช่น หน้าผาก แก้ม กรอบหน้า และร่องแก้ม จึงสามารถยกกระชับได้ทุกส่วนพร้อมกันในครั้งเดียว
Emface ยกกระชับผิวและกล้ามเนื้อ
เทคโนโลยี Emface ผสานพลังงาน 2 รูปแบบ คือ คลื่น RF (Radiofrequency) กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน และ คลื่น HIFES™ (High-Intensity Facial Electrical Stimulation) กระตุ้นให้กล้ามเนื้อหดและคลายตัว ช่วยให้ผิวเฟิร์มและกล้ามเนื้อยกกระชับไปพร้อมกัน
ผลลัพธ์หน้ายกกระชับดูเป็นธรรมชาติ
Emface ช่วยยกกระชับผิวและกล้ามเนื้อใบหน้า ทำให้ผิวแน่นเฟิร์ม กรอบหน้าคมชัดขึ้น ลดเลือนริ้วรอย อย่างดูเป็นธรรมชาติ
ถ้าเทคโนโลยีทั่วไปเปรียบเหมือนการแต่งหน้าบางจุด Emface ก็เหมือนการรีทัชทั้งใบหน้าให้กลับมาเปล่งประกายจากภายใน ผิวดีขึ้น กล้ามเนื้อแน่นขึ้น โครงหน้าชัดขึ้น โดยไม่ต้องพึ่งศัลยกรรม
จุดเด่นของ Emface ช่วยอะไรบ้าง ในการยกกระชับ?
ยกกระชับใบหน้า กรอบหน้าชัด Emface ช่วยยกกระชับผิวพร้อมกับกล้ามเนื้อใบหน้า ทำให้ผิวหน้าที่หย่อนคล้อยเฟิร์มแน่นขึ้น กรอบหน้าชัด หน้าดูเรียวอย่างดูเป็นธรรมชาติ
กระตุ้นกล้ามเนื้อใบหน้าเฉพาะส่วน Emface ใช้คลื่น HIFES™ กระตุ้นมัดกล้ามเนื้อที่ช่วยพยุงผิว เช่น หน้าผาก แก้ม และกรอบหน้า ทำให้หน้าเรียวและกรอบหน้าคมชัดขึ้น
ฟื้นฟูผิวลึกถึงชั้นคอลลาเจน Emface ใช้พลังงาน RF กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ทำให้ผิวเรียบเนียน ลดเลือนริ้วรอยร่องตื้น
ให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ ไม่แข็งตึง Emface ยกกระชับผิวและกล้ามเนื้อ ไม่ใช่การดึงหน้าหรือฉีด ให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ หน้าไม่ดูแข็งตึง
ไม่มีแผล ไม่ต้องพักฟื้น Emface เป็นเทคโนโลยียกกระชับ ไม่ต้องผ่าตัด ไม่มีเข็ม ไม่ทำให้เกิดบาดแผล ใช้ชีวิตประจำวันได้หลังทำ
ใช้เวลารวดเร็วต่อครั้ง (ประมาณ 20-30 นาที) Emface ใช้เวลาทำไม่นาน ไม่ต้องพักฟื้นนาน เหมาะสำหรับคนรุ่นใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์เร่งรีบหรือไม่ค่อยมีเวลา
เห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป หลังทำ Emface ใบหน้าจะยกกระชับ ไม่โป๊ะ ไม่หลอกตา โดยเห็นผลชัดขึ้นในช่วง 4-6 สัปดาห์
สามารถทำร่วมกับเทคโนโลยีอื่นได้ Emface ทำร่วมกับ HIFU หรือเลเซอร์อื่น ๆ ได้ เพื่อช่วยให้เห็นผลยกกระชับ กรอบหน้าชัดมากขึ้น
Emface เหมาะกับใคร
แม้ว่า Emface จะเป็นเทคโนโลยีที่ทันสมัยและไม่เป็นอันตราย แต่ก็ไม่ได้ “เหมาะกับทุกคน” เหมือนกันทั้งหมด เรามาดูกันว่าการทำ Emface เหมาะกับใครมากที่สุด
1.Emface เหมาะกับผู้ที่เริ่มมีสัญญาณของความหย่อนคล้อย
Emface เหมาะมากสำหรับผู้ที่เริ่มสังเกตเห็นว่าใบหน้าไม่กระชับเท่าเดิม เช่น
• แก้มเริ่มตก
• ร่องแก้มเริ่มลึก
• กรอบหน้าไม่ชัดเหมือนก่อน
โดยเฉพาะในช่วงอายุ 30 ขึ้นไป ที่มัดกล้ามเนื้อใบหน้าเริ่มอ่อนแรงและการสร้างคอลลาเจนในผิวเริ่มลดลง
Emface เหมาะกับคนที่ไม่ต้องการผ่าตัดหรือฉีดสารเติมเต็ม
Emface ไม่ใช้เข็ม ไม่ผ่าตัด ไม่ต้องฉีดสารเติมเต็ม จึงเหมาะกับคนที่ไม่ต้องการฉีดฟิลเลอร์หรือโบท็อกซ์
Emface เหมาะกับคนที่ต้องการดูดีขึ้นโดยไม่เสียเวลาพักฟื้น
Emface เหมาะกับคนที่มีไลฟ์สไตล์เร่งรีบ เพราะหลังทำ Emface สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติทันที
Emface เหมาะกับผู้ที่ต้องการยกกระชับแบบองค์รวม
Emface ช่วยยกกระชับผิวและกล้ามเนื้อ เหมาะกับคนที่ต้องการกระชับผิวหย่อนคล้อยและกรอบหน้า
Emface เหมาะกับผู้ที่เคยทำเลเซอร์อื่น แต่ยังรู้สึกว่ายังไม่ตอบโจทย์
หลายคนที่เคยทำเลเซอร์ยกกระชับอื่น แต่อาจรู้สึกว่ายังไม่เห็นผล Emface จะช่วยยกกระชับได้ทั้งผิวและกล้ามเนื้อใบหน้า
Emface เหมาะกับผู้ที่ต้องการดูแลผิวตั้งแต่เนิ่น ๆ
Emface เหมาะกับผู้ที่อายุ 25-30 ปี ที่ต้องการป้องกันผิวหย่อนคล้อย และชะลอการเกิดริ้วรอยก่อนวัย
คลิปรีวิวคุณทัช ณ ตะกั่วทุ่ง ที่เข้ามาทำ EMFACE ช่วยฟื้นฟูกล้ามเนื้อใบหน้า สลายความหย่อนคล้อยบริเวณกระพุ้งแก้ม และปรับกรอบหน้าให้ตึงกระชับเป็นธรรมชาติครับ
*ผลลัพธ์การยกกระชับผิวอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับโครงสร้างกล้ามเนื้อและสภาพผิวเดิมของแต่ละท่านครับใครควรหลีกเลี่ยงการทำ Emface
แม้ว่า Emface จะเป็นเทคโนโลยีที่ปลอดภัยสูงและไม่ต้องผ่าตัด แต่ก็ยังมีบางกรณีที่ ไม่เหมาะสมหรือควรเลี่ยงการทำชั่วคราว เพื่อป้องกันผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น หรือเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูงสุด
1.Emface ไม่เหมาะกับผู้ที่มีอุปกรณ์โลหะฝังอยู่ในใบหน้า
ผู้ที่เคยผ่าตัดฝังโลหะในส่วนของศีรษะหรือใบหน้า เช่น
• รากฟันเทียมแบบโลหะ (บางกรณี)
• แผ่นเหล็ก หรือน็อตฝังในกระดูกหน้า
• ควรแจ้งแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญก่อนทำ เพราะคลื่นไฟฟ้าและพลังงาน RF จาก Emface อาจรบกวนการทำงานของอุปกรณ์เหล่านั้น หรือทำให้เกิดความร้อนสะสมเฉพาะจุดได้
2.Emface ไม่เหมาะกับผู้ที่ใช้เครื่องกระตุ้นหัวใจ (Pacemaker) หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ฝังในร่างกาย
การปล่อยคลื่นไฟฟ้าจากเทคโนโลยี HIFES™ ของ Emface อาจรบกวนสัญญาณของอุปกรณ์เหล่านี้ และก่อให้เกิดความผิดปกติได้ จึงควรหลีกเลี่ยงโดยเด็ดขาด
Emface ไม่เหมาะกับผู้ที่ตั้งครรภ์หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร
แนะนำให้หลีกเลี่ยงทำหัตถการเลเซอร์ เช่น Emface เพื่อความปลอดภัยต่อคุณแม่และทารก
Emface ไม่เหมาะกับผู้ที่ผิวอักเสบหรือแผลเปิดบริเวณใบหน้า
ถ้ามีสิวอักเสบ แผลเปิด หรือผิวระคายเคือง ควรรักษาก่อนทำ เพื่อไม่ให้อักเสบหรือติดเชื้อมากขึ้น
Emface ไม่เหมาะกับผู้ที่เพิ่งฉีดสารเติมเต็ม (Filler หรือ Botox)
ควรแจ้งแพทย์ก่อนเสมอ ถ้าเพิ่งฉีดฟิลเลอร์หรือฉีดโบ เพราะ Emface อาจทำให้สารเติมเต็มสลายเร็ว
Emface ไม่เหมาะกับผู้ที่มีโรคประจำตัวบางประเภท
คนที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคลมชัก โรคหัวใจ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนทำ Emface เพราะพลังงานอาจกระตุ้นให้เกิดภาวะแทรกซ้อน
คลิปรีวิวคุณมายด์เข้ามาดูแลผิวด้วยโปรแกรม EMFACE ช่วยกระตุ้นชั้นกล้ามเนื้อใบหน้า สลายความหย่อนคล้อย และช่วยให้ร่องแก้มตื้นขึ้น ดูอ่อนเยาว์เป็นธรรมชาติครับ
*ผลลัพธ์การยกกระชับผิวอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับโครงสร้างกล้ามเนื้อและสภาพผิวเดิมของแต่ละท่านครับการทำยกกระชับด้วย Emface กี่ครั้งเห็นผล อยู่ได้นานแค่ไหน
การดูแลผิวด้วย Emface แม้จะไม่ต้องผ่าตัดหรือฉีดสารใด ๆ แต่ก็ยังให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนและมีประสิทธิภาพสูง หากได้รับการทำอย่างต่อเนื่องใน จำนวนครั้งและระยะเวลาที่เหมาะสม
ทำ Emface กี่ครั้งถึงจะเริ่มเห็นผล
• โดยทั่วไป แนะนำให้ทำ Emface ต่อเนื่อง 4 ครั้ง สัปดาห์ละ 1 ครั้ง
• ผู้เข้ารับบริการส่วนใหญ่จะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ครั้งที่ 2-3 เช่น ผิวตึงขึ้น กรอบหน้าชัดขึ้น ร่องแก้มลดลง
• หลังจากทำ Emface ครบ 4 ครั้ง จะเห็นผลลัพธ์ชัดเจนที่สุด ใบหน้าดูเฟิร์ม ยกกระชับขึ้น
เห็นผลเร็วแค่ไหนหลังทำ Emface
• ผลลัพธ์หลังทำ Emface ไม่ได้เปลี่ยนทันทีหลังทำครั้งแรกแบบดึงหน้า แต่จะค่อย ๆ เห็นผล ภายใน 2-6 สัปดาห์ เนื่องจากต้องอาศัยกระบวนการสร้างคอลลาเจนและการฟื้นตัวของกล้ามเนื้อ
• ลักษณะการเปลี่ยนแปลงจะเป็นแบบ ชัดขึ้นเรื่อย ๆ ไม่โป๊ะ ไม่หลอกตา
ผลลัพธ์หลังทำ Emface อยู่ได้นานแค่ไหน
• หลังทำ Emface ครบคอร์ส (4 ครั้ง) ผลลัพธ์สามารถอยู่ได้นาน ประมาณ 6-12 เดือน ขึ้นอยู่กับปัจจัยส่วนบุคคล เช่น อายุ การดูแลตัวเอง และไลฟ์สไตล์
• หากต้องการคงผลลัพธ์ไว้อย่างต่อเนื่อง แนะนำให้กลับมาทำ Emface ทุก 6 เดือน หรือ ปีละ 1 คอร์ส เพื่อกระตุ้นผิวและกล้ามเนื้ออย่างสม่ำเสมอ
ปัจจัยที่มีผลต่อผลลัพธ์ของการทำ Emface
- อายุและโครงสร้างผิวเดิมของแต่ละคน
คนที่ยังอายุน้อยหรือไม่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยมาก อาจเห็นผลและอยู่ได้นานกว่าคนที่มีอายุมากหรือกล้ามเนื้ออ่อนแรงมาก
- พฤติกรรมการใช้ชีวิต
เช่น การพักผ่อนเพียงพอ การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ การดื่มน้ำเพียงพอ และการหลีกเลี่ยงแสงแดด จะช่วยคงผลลัพธ์ได้ยาวนานยิ่งขึ้น
Emface ควรทำตำแหน่งไหน?
หน้าผาก
Emface กระชับกล้ามเนื้อบริเวณหน้าผาก ลดเลือนริ้วรอยร่องตื้น ทำให้ผิวเรียบเนียนขึ้น ดูอ่อนเยาว์
แก้ม
Emface ช่วยกระชับแก้มที่หย่อนคล้อยให้ยกขึ้น ลดร่องแก้ม ทำให้ใบหน้าดูมีมิติ และไม่ดูแก่กว่าวัย
กรอบหน้า
Emface ช่วยยกกระชับกล้ามเนื้อที่พยุงแนวกรามให้แน่นเฟิร์ม ทำให้กรอบหน้าชัดขึ้น หน้าดูเรียว
ร่องแก้ม
Emface ช่วยยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อย ทำให้ลดเลือนร่องแก้มให้ดูตื้นขึ้น ผิวเรียบเนียนดูอ่อนเยาว์
เปรียบเทียบการทำ Emface กับ Ulthera / Hifu / Thermage
ปัจจุบันหลายคนนิยมทำหัตถการเลเซอร์ยกกระชับหน้า โดยแต่ละเครื่องมีเทคโนโลยีและจุดเด่นแตกต่างกัน ขอเปรียบเทียบระหว่าง โปรแกรม Emface, โปรแกรม Ulthera,โปรแกรม HIFU และโปรแกรม Thermage ให้ทราบกันค่ะ
1.หลักการทำงานของ Emface, Ulthera, HIFU และ Thermage
เทคโนโลยี |
กลไกหลัก |
ผลต่อผิว |
Emface |
ผสานคลื่น RF + HIFES™ |
RF กระตุ้นคอลลาเจน + HIFES™ กระตุ้นกล้ามเนื้อให้หด-คลาย เสริมความยกกระชับทั้งโครงสร้าง |
Ulthera |
คลื่นเสียงอัลตราซาวด์ความเข้มสูง (Focused Ultrasound) |
ลงลึกถึงชั้น SMAS กระตุ้นการหดตัวของเนื้อเยื่อ ทำให้ผิวตึงขึ้น |
HIFU |
คล้าย Ulthera แต่ความแม่นยำน้อยกว่า |
ยิงคลื่นลงชั้นลึกเพื่อกระตุ้นการหดตัวของคอลลาเจนบางระดับ |
Thermage |
คลื่น RF ความถี่สูง |
เน้นกระชับผิวระดับตื้นถึงลึก กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน |
2.พื้นที่และชั้นผิวที่รักษา Emface, Ulthera, HIFU และ Thermage
• Emface เจาะจงทั้ง “กล้ามเนื้อใบหน้า” และ “ผิวหนัง” ครอบคลุมทั้งหน้าผาก แก้ม ร่องแก้ม กรอบหน้า
• Ulthera เจาะลึกถึงชั้น SMAS (ใต้กล้ามเนื้อ) เหมาะกับการยกแก้ม ยกคิ้ว กรอบหน้า
• HIFU ทำงานคล้าย Ulthera แต่เข้าถึงชั้น SMAS ได้ไม่แม่นยำเท่า
• Thermage ลงลึกถึงชั้นหนังแท้ เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยชั้นผิว
ผลลัพธ์ที่ได้ Emface, Ulthera, HIFU และ Thermage
ผลลัพธ์เด่น |
เหมาะกับใคร |
|
Emface |
ยกกระชับผิวและกล้ามเนื้อใบหน้า |
คนที่ต้องการกรอบหน้าชัด |
Ulthera |
ยกแก้ม ยกคิ้ว หน้าดูเรียวขึ้น | คนที่เริ่มมีปัญหาผิวหย่อนคล้อย |
HIFU |
ยกกระชับผิวและกรอบหน้า | คนที่เริ่มต้นทำหัตถการยกกระชับ |
Thermage |
ยกกระชับผิว ลดเลือนริ้วรอย | คนที่มีผิวหย่อนคล้อย มีริ้วรอย |
จำนวนครั้งและระยะเวลาการเห็นผล Emface, Ulthera, HIFU และ Thermage
Emface ทำ 4 ครั้ง เห็นผลใน 4-6 สัปดาห์ อยู่ได้นาน 6-12 เดือน
Ulthera ทำปีละ 1 ครั้ง เห็นผลใน 2-3 เดือน อยู่ได้นาน 12 เดือน
HIFU ทำได้ทุก 4-6 เดือน อยู่ได้นานประมาณ 5-12 เดือน
Thermage ทำปีละ 1 ครั้ง เห็นผลใน 2-3 เดือน อยู่ได้นาน 12-18 เดือน
ความรู้สึกขณะทำ Emface, Ulthera, HIFU และ Thermage
Emface ระหว่างทำรู้สึกอุ่น ๆ ที่ผิว กล้ามเนื้อกระตุกเบา ๆ แต่ไม่เจ็บ
Ulthera / HIFU ระหว่างทำรู้สึกเจ็บจี๊ดลึก ๆ อาจมีบวมช้ำหลังทำ
Thermage ระหว่างทำอาจรู้สึกร้อน ๆ ที่ผิว ทำให้ไม่สบายผิวบ้าง
Emface มีผลข้างเคียงอะไรบ้าง
แม้ว่า Emface จะเป็นเทคโนโลยียกกระชับใบหน้าที่ไม่เป็นอันตราย ไม่ต้องผ่าตัด ไม่มีการฉีดสารแปลกปลอม แต่ก็ยังมี ผลข้างเคียงบางประการ ที่อาจเกิดขึ้นได้ในบางคน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเพียงชั่วคราวและไม่รุนแรง
• รู้สึกอุ่นหรือร้อนผิวเล็กน้อยระหว่างทำ Emface
Emface เกิดจากพลังงาน RF ที่ทำงานลึกถึงชั้นผิวหนัง ซึ่งเป็นเรื่องปกติ ไม่ก่อให้เกิดอันตราย
• กล้ามเนื้อใบหน้ากระตุกเบา ๆ
เป็นผลจากการทำงานของคลื่น HIFES™ ที่กระตุ้นกล้ามเนื้อให้หดตัวคล้ายการออกกำลัง โดยไม่ทำให้เจ็บหรือช้ำ
• ผิวแดงเล็กน้อยหลังทำทันที
บางคนอาจมีอาการแดงชั่วคราวบริเวณที่รับการรักษา Emface แต่จะหายไปภายใน 1-2 ชั่วโมงโดยไม่ต้องใช้ยา
• ความรู้สึกตึงผิวหรือยืดกล้ามเนื้อเล็กน้อยหลังทำ
อาจรู้สึกว่าหน้าตึงขึ้น หรือเหมือนกล้ามเนื้อถูกยืดเบา ๆ ในช่วงวันแรก ซึ่งเป็นสัญญาณของการตอบสนองของกล้ามเนื้อ
• ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อใบหน้าเล็กน้อยในบางราย
คล้ายกับอาการเมื่อเริ่มออกกำลังกาย อาจเกิดกับผู้ที่ไม่เคยกระตุ้นกล้ามเนื้อบริเวณใบหน้ามาก่อน
• ห้ามทำในผู้ที่มีอุปกรณ์ฝังในร่างกาย (เช่น pacemaker)
เพราะคลื่นไฟฟ้าอาจรบกวนการทำงานของอุปกรณ์ แม้ตัว Emface เองจะไม่เป็นอันตรายก็ตาม
เตรียมตัวก่อนทำ Emface
แม้ว่า Emface จะเป็นเทคโนโลยียกกระชับใบหน้าที่ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องฉีด และไม่ต้องพักฟื้น แต่เพื่อให้ได้ ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด การเตรียมตัวล่วงหน้าก็มีความสำคัญเหมือนกัน โดยเฉพาะในแง่ของความปลอดภัย ความพร้อมของผิว และการตอบสนองต่อพลังงานที่ใช้ในการรักษา
1.แจ้งประวัติสุขภาพโดยละเอียดก่อนทำ Emface
• แจ้งแพทย์หากมีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ ลมชัก หรือระบบประสาทผิดปกติ
• หากมี อุปกรณ์ฝังในร่างกาย เช่น pacemaker หรือโลหะฝังในใบหน้า ต้องแจ้งทันที
• หากกำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเข้ารับบริการ
หลีกเลี่ยงทรีตเมนต์ที่ระคายเคืองก่อนวันทำ Emface
ก่อนทำ Emface งดทำเลเซอร์ ทรีตเมนต์ผิว สครับผิว หรือ ใช้ AHA, BHA, Retinol อย่างน้อย 3-7 วัน
หยุดการใช้ยาบางประเภท (หากจำเป็น)
ก่อนทำ Emface งดใช้ยาบางชนิด เช่น แอสไพริน ถ้าเพิ่งฉีดฟิลเลอร์หรือฉีดโบ ควรเว้นอย่างน้อย 2 สัปดาห์
พักผ่อนให้เพียงพอ และดื่มน้ำมากขึ้น
ก่อนทำ Emface นอนหลับให้เพียงพอ และ ดื่มน้ำมาก ๆ เพื่อให้ผิวพร้อมในการทำหัตถการ
งดแต่งหน้าหรือทาครีมก่อนเข้ารับบริการ Emface
แนะนำมาหน้าสด หรือ แต่งหน้าบาง ๆ เพื่อให้ทำความสะอาดผิวก่อนทำ Emface ได้ง่าย
ผลลัพธ์หลังทำ Emface
Emface เป็นเทคโนโลยียกกระชับใบหน้าแบบไม่ต้องผ่าตัด ที่ให้ผลลัพธ์อย่างเป็นธรรมชาติและค่อยเป็นค่อยไป แตกต่างจากการฉีดฟิลเลอร์หรือโบท็อกซ์ที่เห็นผลทันที แต่สิ่งที่ Emface ทำคือการฟื้นฟู “ผิว” และ “กล้ามเนื้อ” ให้กลับมากระชับจากภายใน จึงให้ผลที่ ชัดเจนในเชิงโครงสร้าง และอยู่ได้นาน
หลังทำ Emface ทันที ใน 24 ชั่วโมง
ผิวอาจรู้สึกอุ่น ๆ หรือแดงเล็กน้อยบริเวณที่ทำ จะหายได้เอง สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ
ช่วง 1-2 สัปดาห์หลังทำ Emface
ผิวเริ่มดูแน่นเฟิร์ม เต่งตึงขึ้น บริเวณแก้ม ร่องแก้ม และกรอบหน้าเริ่มยกกระชับ ทำให้กรอบหน้าชัดขึ้น
หลังทำ Emface ครบ 4 ครั้ง (ประมาณ 1 เดือน)
ใบหน้าจะยกกระชับมากขึ้น กรอบหน้าคมชัด หน้าเรียว ร่องแก้มตื้นขึ้น หน้าผากเรียบเนียน ผิวมีความแน่นเฟิร์ม ริ้วรอยเล็ก ๆ ดูจางลง เห็นผลอย่างดูเป็นธรรมชาติ
ระยะยาว (6-12 เดือน)
หลังทำ Emface เห็นผลอยู่ได้นานประมาณ 6-12 เดือน ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเอง และสภาพผิวของแต่ละบุคคล แนะนำทำซ้ำปีละครั้ง เพื่อช่วยให้ผิวและกล้ามเนื้อกระชับ ชะลอผิวหย่อนคล้อย
จุดเด่นของผลลัพธ์จาก Emface
ผลลัพธ์ค่อยเป็นค่อยไป ดูเป็นธรรมชาติ หลังทำ Emface จะเห็นผลอย่างค่อยเป็นค่อยไป ทำให้หน้ายกกระชับอย่างดูเป็นธรรมชาติ
ยกกระชับจากโครงสร้างผิวและกล้ามเนื้อ Emface จะยกกระชับผิวและกล้ามเนื้อ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ผิวแน่นเฟิร์มขึ้น
ไม่เจ็บ ไม่ต้องพักฟื้น Emface ไม่เจ็บ ไม่ใช้เข็ม ไม่ผ่าตัด และไม่ต้องพักฟื้นนาน เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่
การดูแลตัวเองหลังทำ Emface?
หลังทำ Emface สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติทันที การทำ Emface ไม่มีแผล ไม่มีรอยช้ำ ไม่ต้องพักฟื้นนาน จึงสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ
หลีกเลี่ยงการแต่งหน้าหนักใน 12 ชั่วโมงแรกหลังทำ Emface หลังทำ Emface ไม่ควรแต่งหน้าหนัก เพื่อลดความเสี่ยงอุดตันรูขุมขนและระคายเคืองผิว
งดการนวดหน้า หรือกดแรงบนใบหน้าในช่วง 48 ชั่วโมงแรก หลังทำ Emface ไม่ควรนวดหน้าหรือกดผิวแรง ๆ เพราะทำให้ผิวอักเสบระคายเคืองได้
หลีกเลี่ยงความร้อนสูง เช่น ซาวน่า อบไอน้ำ หรือการออกแดดจัด เป็นเวลา 2-3 วัน ในช่วง 2-3 วันแรก หลังทำ Emface หลีกเลี่ยงอยู่ใกล้ความร้อน เพื่อให้ผิวฟื้นฟูได้ดี
ทาครีมบำรุงผิวตามปกติ โดยเน้นผลิตภัณฑ์ที่ให้ความชุ่มชื้น หลังทำ Emface ผิวอาจแห้งตึง แนะนำทาครีมมอยเจอร์ไรเซอร์ เพื่อช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น
ทาครีมกันแดด (SPF 50 PA+++) เป็นประจำทุกวัน แนะนำทาครีมกันแดดเป็นประจำทุกวัน เพื่อปกป้องผิวไม่ให้ถูกทำร้ายจากแสงแดดและรังสียูวี
ดื่มน้ำมากขึ้น เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว แนะนำดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 6-8 แก้ว เพื่อช่วยให้ผิวชุ่มชื้นและฟื้นฟูได้ดีหลังทำ
นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ แนะนำนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอวันละ 7-8 ชั่วโมง เพื่อช่วยให้ผิวฟื้นฟูได้ดีหลังทำ
ทำ Emface แล้วสามารถทำหัตถการอื่นควบคู่ได้หรือไม่
สามารถทำหัตถการอื่นควบคู่กับ Emface ได้ โดยควรอยู่ภายใต้การประเมินของแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เสริมกันไม่เป็นอันตรายและมีประสิทธิภาพ เช่น
• โบท็อกซ์ ช่วยลดริ้วรอยเฉพาะจุด เช่น หน้าผาก หางตา ร่องลึก เพิ่มความเรียบเนียน
• ฟิลเลอร์ เติมเต็มร่องแก้มหรือใต้ตา เสริมให้ใบหน้าดูอิ่มฟู
• HIFU / Ulthera บางกรณีอาจทำเสริมเป็นจุด ๆ ที่ต้องการยกเฉพาะจุด เช่น คาง หรือเหนียง
• เลเซอร์ผิว / IPL ช่วยเรื่องผิวกระจ่างใส จุดด่างดำ และรอยแดง
ข้อแนะนำ ควรเว้นระยะห่างระหว่างหัตถการ 1-2 สัปดาห์ (ขึ้นอยู่กับชนิดของหัตถการ) และควรให้แพทย์เป็นผู้วางแผนลำดับการรักษาเพื่อให้ผลลัพธ์สอดรับกันอย่างดีที่สุด
สรุปทุกเรื่องเกียวกับ Emface
Emface คือเทคโนโลยียกกระชับใบหน้าแบบไม่ต้องผ่าตัดที่ผสานพลังงาน RF (Radiofrequency) กับ HIFES™ เพื่อกระตุ้นทั้ง “ผิวหนัง” และ “กล้ามเนื้อ” ไปพร้อมกัน จุดเด่นของ Emface คือการยกกระชับใบหน้าอย่างครอบคลุมทั้งใบหน้า หรือที่เรียกว่า Full-Face Lifting โดยไม่ต้องเจ็บตัว ไม่มีแผล และไม่ต้องพักฟื้นหลังทำ
ผลลัพธ์จาก Emface ไม่ใช่แค่ผิวแน่นขึ้น แต่ยังรวมถึงใบหน้าที่ยกกระชับ กล้ามเนื้อดูแข็งแรงขึ้น ริ้วรอยลดลง และใบหน้าดูสดใสขึ้นแบบเป็นธรรมชาติ ไม่โป๊ะ ไม่เปลี่ยนหน้า แต่คืนความอ่อนเยาว์ให้โครงสร้างใบหน้าที่แท้จริง โดยผู้เข้ารับบริการจะเห็นผลชัดเจนหลังทำประมาณ 4 ครั้ง และผลลัพธ์อยู่ได้นาน 6-12 เดือน
Emface เหมาะกับผู้ที่เริ่มมีปัญหาหย่อนคล้อย ต้องการฟื้นฟูใบหน้าโดยไม่ต้องผ่าตัด และยังเหมาะกับคนรุ่นใหม่ที่มีเวลาจำกัด แต่อยากดูแลตัวเองให้ดูดีอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ ยังสามารถทำควบคู่กับหัตถการอื่น ๆ ได้หลากหลาย หากอยู่ภายใต้การดูแลจากผู้เชี่ยวชาญ
- PubMed National Library of Medicine: Impact of Synchronized Radiofrequency and High-Intensity Facial Electrical Stimulation on Facial Muscles
- PMC PubMed Central: The Efficacy and Safety of Synchronized Radiofrequency and High Intensity Facial Electrical Stimulation System
- PMC PubMed Central: Synchronized Radiofrequency and HIFES Technology for Facial Muscle Tone and Skin Rejuvenation
- Cleveland Clinic Cleveland Clinic: Radio Frequency (RF) Skin Tightening Benefits and Safety Overview
* เงื่อนไขตามบริษัทฯ กำหนด
แนะนำให้สอบถามกับเจ้าหน้าที่ก่อนเข้ารับบริการ
เพื่อความชัวร์และได้สิทธิ์ที่คุ้มที่สุดค่ะ