romrawin

Emface คืออะไร อันตรายไหม เทรนด์ยกกระชับหน้ามีหลักการทำงานอย่างไร

Emface

877

Emface เทรนด์ยกกระชับหน้าคืออะไร มีหลักการทำงานอย่างไร อันตรายไหม
Emface ตัวช่วยกระกระตุ้นคอลลาเจน ทำให้ หน้าเล็ก หน้าเด็กสมวัย ผิวพรรณเปล่งปลั่งสดใส ลดริ้วรอยได้โดยไม่ต้องเจ็บตัว เพราะทำเสร็จแล้วสามารถกลับบ้านได้เลยไม่ต้องพักฟื้น

Emface คืออะไร
Emface คือเทคโนโลยียกกระชับผิวหน้ารูปแบบใหม่ที่กำลังเป็นเทรนด์มากในปัจจุบัน Emface คือนวัตกรรมการยกกระชับใบหน้าแบบไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องฉีด และไม่ก่อให้เกิดแผล ซึ่งตัวของ Emface จะใช้หลักการผสานพลังงาน Radiofrequency (RF) และ HIFES™ (High-Intensity Facial Electrical Stimulation) เพื่อฟื้นฟูทั้งชั้นผิวและกล้ามเนื้อบนใบหน้าไปพร้อมกัน

Emface ก็คือเครื่องมือที่ช่วยให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ขึ้นโดยไม่ต้องเจ็บตัว ด้วยการใช้เทคโนโลยีล้ำสมัยในการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิว พร้อมกับกระตุ้นการทำงานของกล้ามเนื้อใบหน้าให้แข็งแรงขึ้น เหมือนเป็นการ ออกกำลังกายให้กล้ามเนื้อหน้า และ ฟื้นฟูโครงสร้างผิวไปในตัวครบจบใน Emface เครื่องเดียว

Emface มีหลักการทำงานอย่างไร
Emface ก็คือการออกกำลังกายให้กับใบหน้า พร้อมกระตุ้นผิวให้ผลิตคอลลาเจนใหม่ โดยที่คุณไม่ต้องขยับหน้าแม้แต่นิดเดียว แค่นอนเฉย ๆ บนเตียง Emface จะเป็นตัวจัดการให้หมด ทั้งผิว กล้ามเนื้อ และความกระชับ

Emface มี 2 พลังงานหลัก
เทคโนโลยี Emface ทำงานโดยผสาน 2 พลังงาน ที่ ช่วยยกกระชับแบบลึกถึงแก่น ได้แก่

1.RF (Radiofrequency) - ฟื้นฟูผิวลึกระดับเซลล์ในเครื่อง Emface
• RF เป็นคลื่นความถี่วิทยุที่ปล่อยความร้อนอ่อน ๆ ลงไปที่ผิวชั้นลึก
• ความร้อนนี้จะกระตุ้นการสร้าง คอลลาเจนและอีลาสติน ซึ่งเป็นโครงสร้างหลักที่ทำให้ผิวตึง กระชับ และดูอ่อนเยาว์
• ผลลัพธ์คือผิวแน่นขึ้น เรียบขึ้น ริ้วรอยลดลงแบบเห็นได้ชัด

2.HIFES™ (High-Intensity Facial Electrical Stimulation) - กระตุ้นกล้ามเนื้อหน้าให้เฟิร์มในเครื่อง Emface
• เป็นคลื่นไฟฟ้าความเข้มสูงที่ถูกออกแบบมาเฉพาะสำหรับใบหน้า
• ช่วยกระตุ้นกล้ามเนื้อใบหน้าให้ “หดและคลายตัว” แบบเป็นจังหวะ
• เหมือนยกยิมไปไว้บนหน้า - กล้ามเนื้อได้ออกกำลังโดยไม่ต้องขยับ
• ทำให้มัดกล้ามเนื้อที่หย่อนคล้อยกลับมาตึงแน่นและยกขึ้น

ภาพรวมง่าย ๆ หลักการทำงานของเครื่อง Emface คือ RF = ดูแลผิว / HIFES™ = ดูแลกล้ามเนื้อ เมื่อทำงานคู่กันสามารถยกกระชับทั้งระบบได้แบบครบสูตร

ทำไมเทคโนโลยี Emface นี้ถึงเป็นเทรนด์
เพราะ Emface ไม่ได้ แก้ปัญหาที่ปลายเหตุแต่ลงลึกถึงต้นตอของความหย่อนคล้อย

ทำไม Emface ถึงเรียกว่าเป็น Full-Face Lifting
หลายคนอาจเคยได้ยินคำว่า “Full-Face Lifting” แล้วสงสัยว่า Emface ยกกระชับแค่บางจุดรึเปล่า คำตอบคือ Emface ไม่ได้ยกกระชับแค่บ้างจุดเท่านั้น เพราะ Emface ได้รับการออกแบบมาเพื่อดูแล “ทั้งใบหน้า” ตั้งแต่ผิวชั้นนอกไปจนถึงกล้ามเนื้อชั้นลึก ทำให้เทคโนโลยี Emface นี้ถูกยกให้เป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ให้ผลลัพธ์แบบ Full-Face Lifting ตัวจริง

Full-Face Lifting หมายถึงอะไร
Full-Face Lifting หมายถึงการยกกระชับผิวหน้าแบบครอบคลุมทั่วทั้งใบหน้า ไม่ได้เน้นแค่จุดใดจุดหนึ่ง เช่น หน้าผาก แก้ม หรือคาง แต่คือการดูแลใบหน้าโดยรวมให้มีความตึงกระชับ สมดุล และดูอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ ซึ่ง Emface ทำได้ครบทุกมิติ

เหตุผลที่ Emface คือ Full-Face Lifting ตัวจริง
1.Emface ทำงานแบบทั่วหน้า ไม่เฉพาะจุด
Emface ไม่ได้ปล่อยพลังงานแบบเจาะจงเฉพาะที่เหมือนเครื่องยกกระชับบางประเภท แต่จะกระตุ้นทั้งใบหน้า โดยเน้นกล้ามเนื้อสำคัญ เช่น หน้าผาก แก้ม กรอบหน้า และร่องแก้ม จึงสามารถยกกระชับได้ทุกส่วนพร้อมกันในครั้งเดียว

2.Emface ยกทั้งผิวและกล้ามเนื้อ ไม่ใช่แค่ผิวด้านนอก
เทคโนโลยี Emface ผสานพลังงาน 2 รูปแบบ คือ

• คลื่น RF (Radiofrequency) ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินในผิว
• คลื่น HIFES™ (High-Intensity Facial Electrical Stimulation) ช่วยกระตุ้นให้กล้ามเนื้อหดและคลายตัวอย่างปลอดภัย

เมื่อสองพลังงานนี้ทำงานพร้อมกัน จะช่วยให้ผิวเฟิร์มและกล้ามเนื้อยกกระชับไปพร้อมกัน

3.ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติแบบทั้งหน้า
การยกกระชับแบบเฉพาะจุดอาจทำให้ใบหน้าดูไม่สมดุล เช่น หน้ายกแต่ร่องแก้มยังลึก หรือหน้าผากตึงแต่แก้มหย่อน แต่ Emface ช่วยปรับความกระชับให้ทั้งใบหน้าดูสดใส สมส่วน และมีมิติอย่างเป็นธรรมชาติ

ถ้าเทคโนโลยีทั่วไปเปรียบเหมือนการแต่งหน้าบางจุด Emface ก็เหมือนการรีทัชทั้งใบหน้าให้กลับมาเปล่งประกายจากภายใน ผิวดีขึ้น กล้ามเนื้อแน่นขึ้น โครงหน้าชัดขึ้น โดยไม่ต้องพึ่งศัลยกรรม

จุดเด่นของ Emface ในการยกกระชับ
ยกกระชับครบทั้งใบหน้า (Full-Face Lifting)
Emface ไม่ได้เน้นแค่จุดใดจุดหนึ่ง แต่กระตุ้นการทำงานของทั้งผิวและกล้ามเนื้อบนใบหน้าพร้อมกัน ช่วยยกกระชับทั่วหน้า

กระตุ้นกล้ามเนื้อใบหน้าเฉพาะส่วน (Selective Muscle Activation)
Emface ใช้คลื่น HIFES™ กระตุ้นเฉพาะมัดกล้ามเนื้อที่สำคัญในการพยุงผิว เช่น หน้าผาก แก้ม และกรอบหน้า ทำให้ใบหน้ากลับมากระชับและได้รูปโดยไม่ต้องพึ่งศัลยกรรม

ฟื้นฟูผิวลึกถึงชั้นคอลลาเจน
Emface ใช้พลังงาน RF จะลงลึกถึงผิวชั้นล่าง กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ทำให้ผิวแน่น เรียบเนียน และลดเลือนริ้วรอยอย่างเห็นได้ชัด

ให้ผลลัพธ์แบบธรรมชาติ ไม่แข็งตึง
เพราะ Emface ยกกระชับด้วยการฟื้นฟูผิวและกล้ามเนื้อจริง ๆ ไม่ใช่การดึงหรือฉีด จึงให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ หน้าไม่เปลี่ยน ไม่ดูแข็ง

ไม่มีแผล ไม่ต้องพักฟื้น
Emface เป็นเทคโนโลยีแบบไม่ต้องผ่าตัด ไม่มีเข็ม ไม่ทำให้เกิดบาดแผล ผู้เข้ารับบริการสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ทันที

ใช้เวลารวดเร็วต่อครั้ง (ประมาณ 20-30 นาที)
Emface เหมาะสำหรับคนรุ่นใหม่ที่มีเวลาจำกัด เพราะใช้เวลาทำไม่นาน ไม่ต้องเตรียมตัวหรือพักฟื้น

เห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป
หลังทำ Emface ผลลัพธ์จะค่อย ๆ ชัดเจนขึ้นในช่วง 4-6 สัปดาห์ ทำให้ใบหน้าดูดีขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่โป๊ะ ไม่หลอกตา

สามารถทำร่วมกับเทคโนโลยีอื่นได้
Emface สามารถใช้ร่วมกับ HIFU, Botox หรือเลเซอร์อื่น ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพโดยรวมของการดูแลผิวหน้า

Emface เหมาะกับใคร
แม้ว่า Emface จะเป็นเทคโนโลยีที่ทันสมัยและไม่เป็นอันตราย แต่ก็ไม่ได้ “เหมาะกับทุกคน” เหมือนกันทั้งหมด เรามาดูกันว่าการทำ Emface เหมาะกับใครมากที่สุด

1.Emface เหมาะกับผู้ที่เริ่มมีสัญญาณของความหย่อนคล้อย
Emface เหมาะมากสำหรับผู้ที่เริ่มสังเกตเห็นว่าใบหน้าไม่กระชับเท่าเดิม เช่น

• แก้มเริ่มตก
• ร่องแก้มเริ่มลึก
• กรอบหน้าไม่ชัดเหมือนก่อน

โดยเฉพาะในช่วงอายุ 30 ขึ้นไป ที่มัดกล้ามเนื้อใบหน้าเริ่มอ่อนแรงและการสร้างคอลลาเจนในผิวเริ่มลดลง

2.Emface เหมาะกับคนที่ไม่ต้องการผ่าตัดหรือฉีดสารเติมเต็ม
Emface เป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์คนที่กลัวเข็ม ไม่อยากผ่าตัด หรือไม่ต้องการผลลัพธ์แบบฉีดฟิลเลอร์หรือโบท็อกซ์ เพราะให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติโดยไม่ต้องใช้สารแปลกปลอม

3.Emface เหมาะกับคนที่ต้องการดูดีขึ้นโดยไม่เสียเวลาพักฟื้น
เหมาะสำหรับคนที่มีไลฟ์สไตล์เร่งรีบ เช่น

• ทำงานประจำ
• มีเวลาน้อย
• ไม่อยากหยุดพักงานเพื่อฟื้นตัว

เพราะ Emface ทำแล้วสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติทันที ไม่มีบวม ไม่มีแผล ไม่ต้องหลบหน้าใคร

4.Emface เหมาะกับผู้ที่ต้องการยกกระชับแบบองค์รวม
Emface ช่วยยกทั้งผิวและกล้ามเนื้อพร้อมกัน เหมาะกับผู้ที่ต้องการยกกระชับทั้งใบหน้า ไม่ใช่แค่บางจุด เช่นไม่ต้องการให้มีแค่ “หน้าตึง” แต่ต้องการ “โครงหน้าที่ดูยกอย่างเป็นธรรมชาติ”

5.Emface เหมาะกับผู้ที่เคยทำ HIFU หรือ Ulthera มาแล้ว แต่ยังรู้สึกว่ายังไม่ตอบโจทย์
หลายคนที่เคยยกกระชับด้วยเครื่องอื่นแต่ยังรู้สึกว่าหน้าไม่กระชับเท่าที่ต้องการ มักหันมาเลือก Emface เพราะสามารถ กระตุ้นมัดกล้ามเนื้อที่เทคโนโลยีอื่นเข้าไม่ถึง ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

6.Emface เหมาะกับผู้ที่ต้องการดูแลผิวตั้งแต่เนิ่น ๆ (Pre-aging Care)
Emface ยังเหมาะกับผู้ที่อายุยังน้อย (25-30 ปี) ที่ต้องการป้องกันผิวหย่อนคล้อยก่อนวัย หรือบำรุงกล้ามเนื้อใบหน้าให้แข็งแรง เพื่อรักษาความสดใสและเฟิร์มของผิวไว้ได้นานขึ้น

ใครควรหลีกเลี่ยงการทำ Emface
แม้ว่า Emface จะเป็นเทคโนโลยีที่ปลอดภัยสูงและไม่ต้องผ่าตัด แต่ก็ยังมีบางกรณีที่ ไม่เหมาะสมหรือควรเลี่ยงการทำชั่วคราว เพื่อป้องกันผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น หรือเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูงสุด

1.Emface ไม่เหมาะกับผู้ที่มีอุปกรณ์โลหะฝังอยู่ในใบหน้า
ผู้ที่เคยผ่าตัดฝังโลหะในส่วนของศีรษะหรือใบหน้า เช่น

• รากฟันเทียมแบบโลหะ (บางกรณี)
• แผ่นเหล็ก หรือน็อตฝังในกระดูกหน้า
• ควรแจ้งแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญก่อนทำ เพราะคลื่นไฟฟ้าและพลังงาน RF จาก Emface อาจรบกวนการทำงานของอุปกรณ์เหล่านั้น หรือทำให้เกิดความร้อนสะสมเฉพาะจุดได้

2.Emface ไม่เหมาะกับผู้ที่ใช้เครื่องกระตุ้นหัวใจ (Pacemaker) หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ฝังในร่างกาย
การปล่อยคลื่นไฟฟ้าจากเทคโนโลยี HIFES™ ของ Emface อาจรบกวนสัญญาณของอุปกรณ์เหล่านี้ และก่อให้เกิดความผิดปกติได้ จึงควรหลีกเลี่ยงโดยเด็ดขาด

3.Emface ไม่เหมาะกับผู้ที่ตั้งครรภ์หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร
แม้จะยังไม่มีงานวิจัยที่ยืนยันว่า Emface ส่งผลกระทบโดยตรง แต่ในทางการแพทย์จะแนะนำให้หลีกเลี่ยงการใช้เทคโนโลยีที่มีคลื่นพลังงานในช่วงนี้ เพื่อความปลอดภัยทั้งต่อคุณแม่และทารก

4.Emface ไม่เหมาะกับผู้ที่มีโรคผิวหนังอักเสบหรือแผลเปิดบริเวณใบหน้า
ในกรณีที่มีสิวอักเสบรุนแรง แผลเปิด หรือผิวระคายเคืองเฉพาะจุด ควร รักษาสภาพผิวให้สมดุลก่อน แล้วจึงพิจารณาเข้ารับบริการภายหลัง เพื่อหลีกเลี่ยงการระคายเคืองเพิ่มขึ้น หรือทำให้แผลลุกลาม

5.Emface ไม่เหมาะกับผู้ที่เพิ่งฉีดสารเติมเต็ม (Filler หรือ Botox) ในระยะเวลาใกล้เคียง
ควรแจ้งแพทย์ก่อนเสมอ หากเพิ่งได้รับการฉีดสารใด ๆ มา เพราะ Emface อาจส่งผลต่อการกระจายของสารเติมเต็ม หรือเร่งการสลายของสารบางชนิดเร็วขึ้นกว่าปกติ

6.Emface ไม่เหมาะกับผู้ที่มีภาวะโรคประจำตัวบางประเภท
เช่น โรคลมชัก โรคระบบประสาทอัตโนมัติ โรคหัวใจบางชนิด ควรปรึกษาแพทย์ก่อนทำ เนื่องจากคลื่นไฟฟ้าหรือความร้อนจาก RF อาจกระตุ้นให้เกิดภาวะแทรกซ้อนได้ในบางราย

การทำยกกระชับด้วย Emface กี่ครั้งเห็นผล อยู่ได้นานแค่ไหน
การดูแลผิวด้วย Emface แม้จะไม่ต้องผ่าตัดหรือฉีดสารใด ๆ แต่ก็ยังให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนและมีประสิทธิภาพสูง หากได้รับการทำอย่างต่อเนื่องใน จำนวนครั้งและระยะเวลาที่เหมาะสม

ทำ Emface กี่ครั้งถึงจะเริ่มเห็นผล
• โดยทั่วไป แนะนำให้ทำ Emface ต่อเนื่อง 4 ครั้ง สัปดาห์ละ 1 ครั้ง
• ผู้เข้ารับบริการส่วนใหญ่จะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ครั้งที่ 2-3 เช่น ผิวตึงขึ้น กรอบหน้าชัดขึ้น ร่องแก้มลดลง
• หลังจากทำ Emface ครบ 4 ครั้ง จะเห็นผลลัพธ์ชัดเจนที่สุด ใบหน้าดูเฟิร์ม ยกกระชับขึ้น

เห็นผลเร็วแค่ไหนหลังทำ Emface
• ผลลัพธ์หลังทำ Emface ไม่ได้เปลี่ยนทันทีหลังทำครั้งแรกแบบดึงหน้า แต่จะค่อย ๆ เห็นผล ภายใน 2-6 สัปดาห์ เนื่องจากต้องอาศัยกระบวนการสร้างคอลลาเจนและการฟื้นตัวของกล้ามเนื้อ
• ลักษณะการเปลี่ยนแปลงจะเป็นแบบ ชัดขึ้นเรื่อย ๆ ไม่โป๊ะ ไม่หลอกตา

ผลลัพธ์หลังทำ Emface อยู่ได้นานแค่ไหน
• หลังทำ Emface ครบคอร์ส (4 ครั้ง) ผลลัพธ์สามารถอยู่ได้นาน ประมาณ 6-12 เดือน ขึ้นอยู่กับปัจจัยส่วนบุคคล เช่น อายุ การดูแลตัวเอง และไลฟ์สไตล์
• หากต้องการคงผลลัพธ์ไว้อย่างต่อเนื่อง แนะนำให้กลับมาทำ Emface ทุก 6 เดือน หรือ ปีละ 1 คอร์ส เพื่อกระตุ้นผิวและกล้ามเนื้ออย่างสม่ำเสมอ

ปัจจัยที่มีผลต่อผลลัพธ์ของการทำ Emface
- อายุและโครงสร้างผิวเดิมของแต่ละคน
คนที่ยังอายุน้อยหรือไม่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยมาก อาจเห็นผลและอยู่ได้นานกว่าคนที่มีอายุมากหรือกล้ามเนื้ออ่อนแรงมาก

- พฤติกรรมการใช้ชีวิต
เช่น การพักผ่อนเพียงพอ การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ การดื่มน้ำเพียงพอ และการหลีกเลี่ยงแสงแดด จะช่วยคงผลลัพธ์ได้ยาวนานยิ่งขึ้น

Emface ควรทำตำแหน่งไหน
หน้าผาก (Forehead)
Emface จะกระตุ้นกล้ามเนื้อบริเวณหน้าผาก ช่วยยกคิ้วให้ดูเปิดตา ลดความหย่อนคล้อยบริเวณเปลือกตา ทำให้ดวงตาดูสดใสขึ้น

แก้มกลาง (Mid-face / Cheeks)
Emface ฟื้นฟูกล้ามเนื้อและผิวบริเวณโหนกแก้ม ช่วยยกเนื้อแก้มขึ้น ลดร่องแก้ม และทำให้ใบหน้าดูมีมิติ ไม่แบนหรือหย่อน

กรอบหน้าและแนวกราม (Jawline / Lower Face)
Emface ช่วยกระตุ้นกล้ามเนื้อที่พยุงแนวกราม ให้กลับมากระชับ ทำให้กรอบหน้าชัดขึ้น แก้ปัญหาแก้มห้อยหรือเหนียงเล็ก ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ร่องแก้ม (Nasolabial folds)
แม้ไม่ได้ยิงตรงจุดนี้โดยตรง แต่การยกแก้มและกระตุ้นกล้ามเนื้อข้างเคียง จะช่วยลดความลึกของร่องแก้มได้

เปรียบเทียบการทำ Emface กับ Ulthera / Hifu / Thermage
เทคโนโลยียกกระชับหน้าแบบไม่ผ่าตัด (Non-invasive Lifting) เป็นที่นิยมมากในปัจจุบัน โดยแต่ละเทคโนโลยีมีจุดเด่นแตกต่างกัน ทั้งในแง่ของพลังงาน กลไกการทำงาน และผลลัพธ์ที่ได้ บทความนี้จะเปรียบเทียบให้ชัดเจนระหว่าง Emface, Ulthera, HIFU และ Thermage

1.หลักการทำงานของ Emface, Ulthera, HIFU และ Thermage

เทคโนโลยี

กลไกหลัก

ผลต่อผิว

Emface

ผสานคลื่น RF + HIFES™

RF กระตุ้นคอลลาเจน + HIFES™ กระตุ้นกล้ามเนื้อให้หด-คลาย เสริมความยกกระชับทั้งโครงสร้าง

Ulthera

คลื่นเสียงอัลตราซาวด์ความเข้มสูง (Focused Ultrasound)

ลงลึกถึงชั้น SMAS กระตุ้นการหดตัวของเนื้อเยื่อ ทำให้ผิวตึงขึ้น

HIFU

คล้าย Ulthera แต่ความแม่นยำน้อยกว่า

ยิงคลื่นลงชั้นลึกเพื่อกระตุ้นการหดตัวของคอลลาเจนบางระดับ

Thermage

คลื่น RF ความถี่สูง

เน้นกระชับผิวระดับตื้นถึงลึก กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน

2.พื้นที่และชั้นผิวที่รักษา Emface, Ulthera, HIFU และ Thermage
• Emface เจาะจงทั้ง “กล้ามเนื้อใบหน้า” และ “ผิวหนัง” ครอบคลุมทั้งหน้าผาก แก้ม ร่องแก้ม กรอบหน้า
• Ulthera เจาะลึกถึงชั้น SMAS (ใต้กล้ามเนื้อ) เหมาะกับการยกแก้ม ยกคิ้ว กรอบหน้า
• HIFU ทำงานคล้าย Ulthera แต่เข้าถึงชั้น SMAS ได้ไม่แม่นยำเท่า
• Thermage ลงลึกถึงชั้นหนังแท้ เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยชั้นผิว

3.ผลลัพธ์ที่ได้ Emface, Ulthera, HIFU และ Thermage

เทคโนโลยี

ผลลัพธ์เด่น

เหมาะกับใคร

Emface

ยกกระชับทั่วหน้า + ฟื้นฟูกล้ามเนื้อหน้า + หน้าอ่อนวัยแบบธรรมชาติ

คนที่ไม่ต้องการผ่าตัด ไม่อยากฉีด เห็นผลทั้งผิวและโครงหน้า

Ulthera

ยกแก้ม ยกคิ้ว หน้าดูเรียวขึ้นแบบชัดเจน

ผู้ที่เริ่มมีความหย่อนคล้อย ระดับกลาง-มาก

HIFU

ช่วยยกกระชับผิวและกรอบหน้าเบื้องต้น

เหมาะกับผู้เริ่มต้นดูแลผิว หรืออายุน้อย

Thermage

ผิวแน่น ลดริ้วรอยทั่วใบหน้า

คนที่มีผิวหย่อนคล้อย แต่ยังไม่ถึงขั้นกล้ามเนื้ออ่อนแรง

4.จำนวนครั้งและระยะเวลาการเห็นผล Emface, Ulthera, HIFU และ Thermage
• Emface ทำ 4 ครั้ง (สัปดาห์ละ 1 ครั้ง) เห็นผลชัดใน 4-6 สัปดาห์ อยู่ได้นาน 6-12 เดือน
• Ulthera ทำปีละครั้ง เห็นผลใน 2-3 เดือน อยู่ได้นานราว 1 ปี
• HIFU ทำได้บ่อยกว่า (ทุก 4-6 เดือน) เห็นผลไวกว่าแต่จางลงเร็ว
• Thermage ทำปีละครั้ง เห็นผลใน 2-3 เดือน อยู่ได้นาน 12-18 เดือน

5.ความรู้สึกขณะทำ Emface, Ulthera, HIFU และ Thermage
• Emface อุ่น ๆ ที่ผิว มีกล้ามเนื้อกระตุกเบา ๆ ไม่เจ็บ ไม่ร้อน
• Ulthera / HIFU รู้สึกเจ็บจี๊ดลึก ๆ ระหว่างทำ อาจมีบวมช้ำบางราย
• Thermage ร้อนลึก ๆ ที่ผิว อาจมีความร้อนสะสม ทำให้รู้สึกไม่สบายผิวได้บ้าง

Emface มีผลข้างเคียงอะไรบ้าง
แม้ว่า Emface จะเป็นเทคโนโลยียกกระชับใบหน้าที่ไม่เป็นอันตราย ไม่ต้องผ่าตัด ไม่มีการฉีดสารแปลกปลอม แต่ก็ยังมี ผลข้างเคียงบางประการ ที่อาจเกิดขึ้นได้ในบางคน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเพียงชั่วคราวและไม่รุนแรง

• รู้สึกอุ่นหรือร้อนผิวเล็กน้อยระหว่างทำ Emface
Emface เกิดจากพลังงาน RF ที่ทำงานลึกถึงชั้นผิวหนัง ซึ่งเป็นเรื่องปกติ ไม่ก่อให้เกิดอันตราย

• กล้ามเนื้อใบหน้ากระตุกเบา ๆ
เป็นผลจากการทำงานของคลื่น HIFES™ ที่กระตุ้นกล้ามเนื้อให้หดตัวคล้ายการออกกำลัง โดยไม่ทำให้เจ็บหรือช้ำ

• ผิวแดงเล็กน้อยหลังทำทันที
บางคนอาจมีอาการแดงชั่วคราวบริเวณที่รับการรักษา Emface แต่จะหายไปภายใน 1-2 ชั่วโมงโดยไม่ต้องใช้ยา

• ความรู้สึกตึงผิวหรือยืดกล้ามเนื้อเล็กน้อยหลังทำ
อาจรู้สึกว่าหน้าตึงขึ้น หรือเหมือนกล้ามเนื้อถูกยืดเบา ๆ ในช่วงวันแรก ซึ่งเป็นสัญญาณของการตอบสนองของกล้ามเนื้อ

• ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อใบหน้าเล็กน้อยในบางราย
คล้ายกับอาการเมื่อเริ่มออกกำลังกาย อาจเกิดกับผู้ที่ไม่เคยกระตุ้นกล้ามเนื้อบริเวณใบหน้ามาก่อน

• ห้ามทำในผู้ที่มีอุปกรณ์ฝังในร่างกาย (เช่น pacemaker)
เพราะคลื่นไฟฟ้าอาจรบกวนการทำงานของอุปกรณ์ แม้ตัว Emface เองจะไม่เป็นอันตรายก็ตาม

เตรียมตัวก่อนทำ Emface
แม้ว่า Emface จะเป็นเทคโนโลยียกกระชับใบหน้าที่ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องฉีด และไม่ต้องพักฟื้น แต่เพื่อให้ได้ ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด การเตรียมตัวล่วงหน้าก็มีความสำคัญเหมือนกัน โดยเฉพาะในแง่ของความปลอดภัย ความพร้อมของผิว และการตอบสนองต่อพลังงานที่ใช้ในการรักษา

1.แจ้งประวัติสุขภาพโดยละเอียดก่อนทำ Emface
• แจ้งแพทย์หากมีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ ลมชัก หรือระบบประสาทผิดปกติ
• หากมี อุปกรณ์ฝังในร่างกาย เช่น pacemaker หรือโลหะฝังในใบหน้า ต้องแจ้งทันที
• หากกำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเข้ารับบริการ

2.หลีกเลี่ยงทรีตเมนต์ที่ระคายเคืองก่อนวันทำ Emface
• หลีกเลี่ยงการทำเลเซอร์, Dermabrasion หรือทรีตเมนต์ผิวแรง ๆ อย่างน้อย 3-7 วันก่อนทำ Emface
• หลีกเลี่ยงการสครับผิวแรง ๆ หรือการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของกรด (AHA, BHA, Retinol)

3.หยุดการใช้ยาบางประเภท (หากจำเป็น)
• หากใช้ยาที่มีผลต่อระบบเลือด เช่น แอสไพริน หรือยาต้านการแข็งตัวของเลือด ควรแจ้งแพทย์
• หากเพิ่งฉีดฟิลเลอร์หรือโบท็อกซ์ ควรเว้นระยะอย่างน้อย 2 สัปดาห์ หรือให้แพทย์ประเมินร่วม

4.พักผ่อนให้เพียงพอ และดื่มน้ำมากขึ้น
• นอนหลับให้เพียงพอ 1-2 คืนก่อนทำ เพื่อให้ร่างกายและผิวอยู่ในภาวะสมดุล
• ดื่มน้ำให้มาก (อย่างน้อย 6-8 แก้วต่อวัน) เพื่อช่วยให้ผิวชุ่มชื้นและตอบสนองต่อพลังงาน RF ได้ดี

5.งดแต่งหน้าหรือทาครีมก่อนเข้ารับบริการ Emface
• มาในสภาพผิวหน้าสะอาด ไม่มีเมคอัพหรือครีมกันแดด
(หากมีการแต่งหน้าจะต้องเช็ดออกก่อนทำเพื่อป้องกันการสะสมความร้อนที่ผิดปกติบนผิว)

ผลลัพธ์หลังทำ Emface
Emface เป็นเทคโนโลยียกกระชับใบหน้าแบบไม่ต้องผ่าตัด ที่ให้ผลลัพธ์อย่างเป็นธรรมชาติและค่อยเป็นค่อยไป แตกต่างจากการฉีดฟิลเลอร์หรือโบท็อกซ์ที่เห็นผลทันที แต่สิ่งที่ Emface ทำคือการฟื้นฟู “ผิว” และ “กล้ามเนื้อ” ให้กลับมากระชับจากภายใน จึงให้ผลที่ ชัดเจนในเชิงโครงสร้าง และอยู่ได้นาน

หลังทำ Emface ทันที (0-24 ชั่วโมง)
• ผิวอาจมีความรู้สึกอุ่น ๆ หรือแดงเล็กน้อยบริเวณที่ทำ ซึ่งเป็นเรื่องปกติและจะหายไปเองภายในไม่กี่ชั่วโมง
• กล้ามเนื้อใบหน้าอาจรู้สึก “ตึงเบา ๆ” คล้ายกับเพิ่งออกกำลังเบา ๆ ให้กล้ามเนื้อหน้า

ผู้เข้ารับบริการสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวัน แต่งหน้า และทำกิจกรรมได้ตามปกติ ไม่มีแผล ไม่มีช่วงพักฟื้น

ช่วง 1-2 สัปดาห์หลังทำ Emface
• ผิวเริ่มดู แน่นขึ้น เต่งตึงขึ้น และมีความชุ่มชื้นมากขึ้น
• บริเวณแก้ม ร่องแก้ม และกรอบหน้าเริ่มเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยโดยไม่หลอกตา
• กล้ามเนื้อที่ถูกกระตุ้นเริ่มตอบสนอง ทำให้ใบหน้าดู “สดชื่นขึ้น” แม้ยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงชัดเจน

หลังทำ Emface ครบ 4 ครั้ง (ประมาณ 1 เดือน)
• ใบหน้าจะเริ่ม ยกกระชับอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะโซนที่หย่อนคล้อย
• โครงหน้าชัดขึ้น เช่น กรอบหน้าเรียวขึ้น ร่องแก้มตื้นลง
• หน้าผากเรียบตึง ดูเปิดตา และดวงตาดูสดใสขึ้น
• ผิวมีความยืดหยุ่นมากขึ้น ริ้วรอยบาง ๆ ลดลง
• หน้าโดยรวมดู “สดใสขึ้น” อย่างเป็นธรรมชาติ ไม่แข็ง ไม่ปลอม

ระยะยาว (6-12 เดือน)
• ผลลัพธ์จาก Emface จะค่อย ๆ คงอยู่ได้นานประมาณ 6-12 เดือน ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองและสภาพผิวของแต่ละบุคคล
• การทำซ้ำ ปีละ 1 คอร์ส จะช่วยให้ผิวและกล้ามเนื้อคงความแข็งแรง กระชับ และชะลอการหย่อนคล้อยได้ต่อเนื่อง

จุดเด่นของผลลัพธ์จาก Emface
• ผลลัพธ์ ค่อยเป็นค่อยไป ดูเป็นธรรมชาติ
ไม่มีการเปลี่ยนแปลงฉับพลันแบบผิดธรรมชาติ ทำให้ไม่ต้องกังวลว่าจะดูโป๊ะ

• ยกกระชับจาก “โครงสร้างจริง”
เพราะกระตุ้นทั้งผิวและกล้ามเนื้อ ไม่ใช่แค่ชั้นบนสุด

• ไม่เจ็บ ไม่ต้องพักฟื้น
Emface จึงเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ ที่ต้องการความสวยอย่างปลอดภัย และทันสมัย

การดูแลตัวเองหลังทำ Emface
• หลังทำ Emface สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติทันที
ไม่มีแผล ไม่มีรอยช้ำ ไม่ต้องพักฟื้น ไม่จำเป็นต้องหยุดงานหรือหลีกเลี่ยงกิจกรรมใดเป็นพิเศษ

• หลีกเลี่ยงการแต่งหน้าหนักใน 12 ชั่วโมงแรกหลังทำ Emface
เพื่อให้ผิวได้พักอย่างเต็มที่ และลดความเสี่ยงต่อการอุดตันหรือการระคายเคือง

• งดการนวดหน้า หรือกดแรงบนใบหน้าในช่วง 48 ชั่วโมงแรก
การนวดหรือกดอาจกระทบต่อการกระตุ้นกล้ามเนื้อและโครงสร้างผิวที่ยังอยู่ในช่วงตอบสนองหลังทำ

• หลีกเลี่ยงความร้อนสูง เช่น ซาวน่า อบไอน้ำ หรือการออกแดดจัด เป็นเวลา 2-3 วัน
เพื่อไม่ให้ความร้อนสะสมในชั้นผิวมากเกินไป อาจรบกวนกระบวนการฟื้นฟูของคอลลาเจน

• ทาครีมบำรุงผิวตามปกติ โดยเน้นผลิตภัณฑ์ที่ให้ความชุ่มชื้น
การบำรุงด้วยครีมเนื้อบางเบาแต่ให้ความชุ่มชื้นจะช่วยให้ผิวฟื้นตัวได้ไว และเสริมผลการยกกระชับ

• ใช้ครีมกันแดดทุกวัน (SPF 50 PA+++) อย่างเคร่งครัด
เพื่อปกป้องผิวจากรังสี UV ที่อาจทำลายคอลลาเจนใหม่ และลดประสิทธิภาพของผลลัพธ์หลังทำ

• ดื่มน้ำมากขึ้น
ควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 6-8 แก้ว เพื่อช่วยให้เซลล์ผิวชุ่มชื้น และกระบวนการฟื้นฟูเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

• พักผ่อนให้เพียงพอ
การนอนหลับให้ได้วันละ 7-8 ชั่วโมง จะช่วยให้ระบบฟื้นฟูผิวทำงานได้เต็มที่

ทำ Emface แล้วสามารถทำหัตถการอื่นควบคู่ได้หรือไม่
สามารถทำหัตถการอื่นควบคู่กับ Emface ได้ โดยควรอยู่ภายใต้การประเมินของแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เสริมกันไม่เป็นอันตรายและมีประสิทธิภาพ เช่น

• โบท็อกซ์ ช่วยลดริ้วรอยเฉพาะจุด เช่น หน้าผาก หางตา ร่องลึก เพิ่มความเรียบเนียน
• ฟิลเลอร์ เติมเต็มร่องแก้มหรือใต้ตา เสริมให้ใบหน้าดูอิ่มฟู
• HIFU / Ulthera บางกรณีอาจทำเสริมเป็นจุด ๆ ที่ต้องการยกเฉพาะจุด เช่น คาง หรือเหนียง
• เลเซอร์ผิว / IPL ช่วยเรื่องผิวกระจ่างใส จุดด่างดำ และรอยแดง

ข้อแนะนำ ควรเว้นระยะห่างระหว่างหัตถการ 1-2 สัปดาห์ (ขึ้นอยู่กับชนิดของหัตถการ) และควรให้แพทย์เป็นผู้วางแผนลำดับการรักษาเพื่อให้ผลลัพธ์สอดรับกันอย่างดีที่สุด

สรุปทุกเรื่องเกียวกับ Emface
Emface คือเทคโนโลยียกกระชับใบหน้าแบบไม่ต้องผ่าตัดที่ผสานพลังงาน RF (Radiofrequency) กับ HIFES™ เพื่อกระตุ้นทั้ง “ผิวหนัง” และ “กล้ามเนื้อ” ไปพร้อมกัน จุดเด่นของ Emface คือการยกกระชับใบหน้าอย่างครอบคลุมทั้งใบหน้า หรือที่เรียกว่า Full-Face Lifting โดยไม่ต้องเจ็บตัว ไม่มีแผล และไม่ต้องพักฟื้นหลังทำ

ผลลัพธ์จาก Emface ไม่ใช่แค่ผิวแน่นขึ้น แต่ยังรวมถึงใบหน้าที่ยกกระชับ กล้ามเนื้อดูแข็งแรงขึ้น ริ้วรอยลดลง และใบหน้าดูสดใสขึ้นแบบเป็นธรรมชาติ ไม่โป๊ะ ไม่เปลี่ยนหน้า แต่คืนความอ่อนเยาว์ให้โครงสร้างใบหน้าที่แท้จริง โดยผู้เข้ารับบริการจะเห็นผลชัดเจนหลังทำประมาณ 4 ครั้ง และผลลัพธ์อยู่ได้นาน 6-12 เดือน

Emface เหมาะกับผู้ที่เริ่มมีปัญหาหย่อนคล้อย ต้องการฟื้นฟูใบหน้าโดยไม่ต้องผ่าตัด และยังเหมาะกับคนรุ่นใหม่ที่มีเวลาจำกัด แต่อยากดูแลตัวเองให้ดูดีอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ ยังสามารถทำควบคู่กับหัตถการอื่น ๆ ได้หลากหลาย หากอยู่ภายใต้การดูแลจากผู้เชี่ยวชาญ

* ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับเฉพาะบุคคล
* เงื่อนไขตามบริษัทฯ กำหนด
* ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลง*
แนะนำให้สอบถามกับเจ้าหน้าที่ก่อนเข้ารับบริการ
เพื่อความชัวร์และได้สิทธิ์ที่คุ้มที่สุดค่ะ
ปรึกษาฟรี พร้อมรับ โปรโมชั่นพิเศษ ก่อนใคร
โปรโมชั่นต่างๆ
เรื่อง โปรแกรมยกกระชับใบหน้า ที่คุณอาจสนใจ