romrawin
1360

โปรแกรม Skinvive คืออะไรช่วยเรื่องอะไรบ้าง ทำไมฉีดแล้วหน้าฉ่ำเงา
โปรแกรม Skinvive ตัวช่วยเผยผิวฉ่ำโกลว์น้องใหม่ที่กำลังมาแรง เรียกได้ว่าเป็นฟิลเลอร์ Skin Booster แบบเต็มตัว
โปรแกรม Skinvive จะเน้นเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวทำให้ผิวของเราดูอิ่มน้ำ ผิวฉ่ำเล่นแสงแบบ glass skin ผิวดูสุขภาพดี
บทความนี้จะมาอธิบายเกี่ยวกับโปรแกรม Skinvive ในทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นหลักการทำงาน ข้อดี ข้อควรระวังต่าง ๆ

รวมทุกหัวข้อเกี่ยวกับโปรแกรม Skinvive
- โปรแกรม Skinvive คืออะไร
- หลักการทำงานของโปรแกรม Skinvive
- จุดเด่นของโปรแกรม Skinvive
- ข้อจำกัดของโปรแกรม Skinvive
- โปรแกรม Skinvive เหมาะกับใคร
- โปรแกรม Skinvive ฉีดตรงไหนได้บ้าง
- การเตรียมความพร้อมก่อนทำโปรแกรม Skinvive
- วิธีดูแลตัวเองหลังทำโปรแกรม Skinvive
- ผลข้างเคียงหลังทำโปรแกรม Skinvive
- หลังทำโปรแกรม Skinvive กี่วันถึงเห็นผล
- โปรแกรม Skinvive Vs โปรแกรมงานผิวอื่น ๆ
- โปรแกรม Skinvive ควรทำคู่กับโปรแกรมอะไร
- Q and A ยอดฮิตของโปรแกรม Skinvive
- สรุปทุกเรื่องเกี่ยวกับโปรแกรม Skinvive

Skinvive
โปรแกรม Skinvive คืออะไร ดีกว่าโปรแกรมฉีดหน้าใสอื่นอย่างไร
โปรแกรม Skinvive ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล

โปรแกรม Skinvive คืออะไร
Skinvive (สกินวิฟฟ์) คือโปรแกรมบำรุงผิวระดับลึกในกลุ่ม Skin Booster (สกินบูสเตอร์) หรือ ฟิลเลอร์บำรุงผิว
โปรแกรม Skinvive นี้ได้รับการต่อยอดจากโปรแกรม Juvederm Volite ที่เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง โดยมีการปรับสูตรให้เหมาะกับการฟื้นฟูคุณภาพผิวโดยเฉพาะ เพื่อช่วยให้ผิวของเรามีความชุ่มชื้น เรียบเนียน ดูฉ่ำโกลว์เล่นแสงมากขึ้น

ส่วนประกอบสำคัญของโปรแกรม Skinvive
ส่วนประกอบหลักของโปรแกรม Skinvive คือ Hyaluronic Acid (HA) ซึ่งเป็นสารธรรมชาติที่พบได้ในผิวของมนุษย์อยู่แล้ว ทำหน้าที่กักเก็บความชุ่มชื้นและคงความยืดหยุ่นของผิว
ในสูตรของโปรแกรม Skinvive HA ถูกปรับโครงสร้างให้มีความคงตัวสูงและกระจายตัวได้ดี จึงช่วยให้ผิวสามารถเก็บความชุ่มชื้นได้ยาวนานกว่าการใช้ผลิตภัณฑ์ทั่วไป

โปรแกรม Skinvive จะออกฤทธิ์ในระดับ Dermis (ชั้นหนังแท้) ทำให้ผิวดูเรียบเนียน อิ่มน้ำ และดูสุขภาพดีได้ยาวนานถึงประมาณ 6 - 9 เดือน ซึ่งจะขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลหลังทำของแต่ละบุคคล

หลักการทำงานของโปรแกรม Skinvive
โปรแกรม Skinvive เป็นนวัตกรรมการบำรุงผิวระดับลึกที่ใช้หลักการ เติมความชุ่มชื้นให้ผิวจากภายใน ผ่านการฉีด กรดไฮยาลูโรนิก (Hyaluronic Acid: HA) ในรูปแบบ ไมโครดรอปเล็ต (Microdroplets of HA) ซึ่งมีคุณสมบัติพิเศษในการดึงดูดและกักเก็บน้ำได้มากกว่าพันเท่าของน้ำหนักตัวเอง

การฉีดของโปรแกรม Skinvive จะใช้เทคนิคแบบ Microinjection หรือการฉีดในระดับตื้นของชั้นผิวหนัง เพื่อให้สาร Hyaluronic Acid กระจายตัวอย่างสม่ำเสมอทั่วบริเวณ โดยไม่เกิดการจับตัวเป็นก้อน ผลที่ได้คือผิวชั้นบนจะได้รับความชุ่มชื้นทั่วถึง ดูเรียบเนียนและสดใสขึ้น

การทำงานของ Hyaluronic Acid
กรดไฮยาลูโรนิก (Hyaluronic Acid) เป็นสารที่พบได้ตามธรรมชาติในผิวของมนุษย์ มีหน้าที่สำคัญในการกักเก็บน้ำและคงความชุ่มชื้นให้กับผิว เมื่อฉีดเข้าสู่ผิวในรูปแบบไมโครดรอปเล็ต สารนี้จะทำหน้าที่เหมือนฟองน้ำเล็ก ๆ ภายในผิว ช่วยดูดซับและเก็บกักน้ำไว้ในชั้นหนังแท้ ทำให้ผิวมีความยืดหยุ่นและนุ่มชุ่มชื้นขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ยังช่วยให้เซลล์ผิวทำงานได้ดีขึ้น ผิวจึงดูเรียบเนียน ลดความหยาบกร้าน และดูสุขภาพดีขึ้นโดยไม่เปลี่ยนโครงสร้างใบหน้า

การเสริมการทำงานของโปรตีน Aquaporin-3
อีกหนึ่งกลไกสำคัญของโปรแกรม Skinvive คือการกระตุ้นการทำงานของ Aquaporin-3 (AQP3) ซึ่งเป็นโปรตีนในผิวที่มีหน้าที่ขนส่งน้ำและกลีเซอรอล (Glycerol) ระหว่างเซลล์ผิว

โดยปกติเมื่ออายุมากขึ้น ระดับของ Aquaporin-3 จะลดลง ทำให้ผิวสูญเสียน้ำได้ง่ายและเกิดความแห้งกร้าน แต่เมื่อผิวได้รับการเติม Hyaluronic Acid จากโปรแกรม Skinvive จะช่วยส่งเสริมให้ Aquaporin-3 ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ผลลัพธ์คือผิวสามารถดูดซับและกระจายน้ำได้ดีขึ้น ความชุ่มชื้นในชั้นผิวจึงสม่ำเสมอทั่วใบหน้า

บทบาทของ Glycerol ในการคงความชุ่มชื้น
โปรแกรม Skinvive ยังมีส่วนช่วยในการกักเก็บ Glycerol ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของชั้นผิว ทำหน้าที่เหมือนเกราะป้องกันไม่ให้ความชุ่มชื้นระเหยออกไปง่าย ช่วยให้ผิวนุ่มอิ่มฟูและคงความชุ่มชื้นได้ยาวนาน

การทำงานร่วมกันของ Hyaluronic Acid และ Glycerol จะช่วยให้ผิวดูเปล่งปลั่ง มีชีวิตชีวา และลดปัญหาผิวแห้งกร้านอย่างเห็นได้ชัด

สรุปกลไกการทำงานของโปรแกรม Skinvive
เมื่อฉีดโปรแกรม Skinvive เข้าสู่ผิว จะเกิดการทำงานร่วมกันระหว่าง 2 องค์ประกอบหลัก

1.Hyaluronic Acid ทำหน้าที่ดูดซับและเก็บกักน้ำไว้ในชั้นผิว ช่วยให้ผิวชุ่มชื้นและอิ่มน้ำ
2.Aquaporin-3 ทำหน้าที่กระจายน้ำและกลีเซอรอลให้ทั่วถึงในแต่ละเซลล์ผิว ช่วยให้ความชุ่มชื้นกระจายอย่างสมดุล

ผลลัพธ์ที่ได้คือผิวที่มีความชุ่มชื้นต่อเนื่อง ดูเรียบเนียน เต่งตึง และมีความยืดหยุ่นมากขึ้น ผิวแลดูโกลว์และสุขภาพดีจากภายใน

Skinvive
โปรแกรม Skinvive คืออะไร ดีกว่าโปรแกรมฉีดหน้าใสอื่นอย่างไร
โปรแกรม Skinvive ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล

จุดเด่นของโปรแกรม Skinvive
โปรแกรม Skinvive นี้ได้รับการพัฒนาโดยใช้ เทคโนโลยีไมโครดรอปเล็ต (Microdroplet Technology) ที่ได้รับการยอมรับและมั่นใจได้ว่าไม่เป็นอันตรายอย่างแน่นอน

เทคโนโลยีไมโครดรอปเล็ตของโปรแกรม Skinvive
โปรแกรม Skinvive ใช้ กรดไฮยาลูโรนิก (Hyaluronic Acid: HA) ซึ่งเป็นสารที่มีอยู่ในผิวของเรา ทำหน้าที่กักเก็บน้ำและรักษาความยืดหยุ่นของผิว
ด้วยการพัฒนาในรูปแบบ ไมโครดรอปเล็ต (Microdroplets) ทำให้ HA สามารถกระจายตัวในชั้นผิวได้ละเอียดและสม่ำเสมอ ไม่เกิดการจับตัวเป็นก้อน

นอกจากนี้ยังช่วยให้ผิวมีความ “โกลว์” หรือ เปล่งประกายแบบ Glass Skin ซึ่งหมายถึงผิวที่ดูใส เรียบเนียน และมีความชุ่มชื้นลึกจากภายในสู่ภายนอก

ความโดดเด่นของโปรแกรม Skinvive ที่เหนือกว่า Skinbooster ทั่วไป
1.โปรแกรม Skinvive ถูกพัฒนาให้มอบความชุมชื้นได้ล้ำลึกกว่า Skinbooster ทั่วไป
ด้วยเทคโนโลยี Microdroplets ที่ช่วยให้ HA กระจายตัวอย่างสม่ำเสมอ และกักเก็บน้ำในผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ผิวดูอิ่มน้ำ ผิวละเอียดขึ้น และมีความโกลว์ยาวนาน

2.โปรแกรม Skinvive ผลลัพธ์ยาวนานสูงสุดประมาณ 6 - 9 เดือน
การบำรุงด้วย Skinvive สามารถช่วยให้ผิวดูชุ่มชื้น เรียบเนียน และเปล่งประกายต่อเนื่องได้ถึง 6 - 9 เดือน ซึ่งถือเป็นระยะเวลาที่นานกว่าการฉีดบำรุงผิวทั่วไป

3.โปรแกรม Skinvive ช่วยฟื้นฟูคุณภาพผิวในระยะยาว
โปรแกรม Skinvive ไม่ได้ให้ผลเพียงชั่วคราว แต่ช่วยปรับสมดุลน้ำในผิวให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อผิวมีความชุ่มชื้นเพียงพอ จะช่วยให้ผิวแข็งแรงและลดโอกาสการเกิดริ้วรอยได้

4.โปรแกรม Skinvive ผิวดูโกลว์ ฉ่ำใส ทันทีหลังทำ
หลังฉีดโปรแกรม Skinvive จะสังเกตได้ว่าผิวดูเรียบเนียนขึ้นทันที มีความฉ่ำวาวและสะท้อนแสงได้ดี

5.โปรแกรม Skinvive เหมาะสำหรับทุกสภาพผิว
ไม่ว่าจะเป็นผิวแห้ง ผิวมัน หรือผิวผสม Skinvive สามารถปรับสมดุลความชุ่มชื้นได้อย่างเหมาะสม เพราะเน้นเสริมความชุมชื้นของผิวตามโครงสร้างเดิมของแต่ละบุคคล

6.โปรแกรม Skinvive มั่นใจได้ว่าไม่เป็นอันตรายต่อผิวและได้รับการรับรองมาตรฐาน
ผ่านการรับรองว่าไม่เป็นอันตรายต่อผิว และมีประสิทธิภาพในการฟื้นฟูคุณภาพผิว

ข้อจำกัดของโปรแกรม Skinvive
1.ผู้ที่มีริ้วรอยลึกมากอาจต้องใช้การรักษาอื่น ๆ ร่วมด้วย
โปรแกรม Skinvive เหมาะสำหรับการปรับคุณภาพผิวให้เรียบเนียน ชุ่มชื้น และดูสุขภาพดี
อย่างไรก็ตาม หากมีปัญหา ริ้วรอยลึก เช่น ร่องแก้มลึก ร่องน้ำหมาก หรือริ้วรอยที่เกิดจากการหย่อนคล้อยของผิว แนะนำให้ทำการรักษาอื่นร่วมด้วย เช่น การฉีดฟิลเลอร์ชนิดเติมเต็ม หรือการยกกระชับด้วยเครื่องมือทางการแพทย์ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนและสมดุลยิ่งขึ้น

2.อาจเกิดอาการบวม แดง หรือรอยเข็มเล็กน้อย
หลังฉีดโปรแกรม Skinvive อาจเกิดอาการ บวม แดง หรือมีรอยเข็มเล็ก ๆ บริเวณที่ทำการรักษาได้ ซึ่งเป็นปฏิกิริยาปกติของผิวต่อการฉีดสาร Hyaluronic Acid
อาการเหล่านี้มักหายได้เองภายใน 1-2 วัน โดยไม่ต้องพักฟื้นหรือใช้ยาเพิ่มเติม

3.ค่าใช้จ่ายสูงกว่าวิธีบำรุงผิวทั่วไป
เนื่องจากโปรแกรม Skinvive ใช้เทคโนโลยีเฉพาะทางและวัตถุดิบคุณภาพสูงซึ่งต้องผ่านการควบคุมคุณภาพตามมาตรฐานระดับโลก จึงมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าการทำทรีตเมนต์หรือฉีด Skinbooster ทั่วไป แต่ในทางกลับกัน ผลลัพธ์ที่ได้มักอยู่ได้นานกว่า (ประมาณ 6-9 เดือน) และช่วยฟื้นฟูคุณภาพผิวในระยะยาว จึงถือเป็นการลงทุนในสุขภาพผิวที่คุ้มค่าในภาพรวม

4.ผู้ที่ควรหลีกเลี่ยงการทำโปรแกรม Skinvive
• ผู้ที่ตั้งครรภ์หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร เนื่องจากยังไม่มีข้อมูลการศึกษาความปลอดภัยในกลุ่มนี้
• ผู้ที่มีประวัติ แพ้กรดไฮยาลูโรนิก (Hyaluronic Acid) หรือส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์
• ผู้ที่มีประวัติ การแพ้รุนแรง (Anaphylaxis) หรือมีอาการภูมิแพ้หลายชนิด
• ผู้ที่อยู่ในกลุ่มนี้ควรปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้ง เพื่อประเมินความเหมาะสมและความปลอดภัยอย่างละเอียด

5.โปรแกรม Skinvive ไม่เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาผิวอักเสบหรือแผลเปิด
หากบริเวณที่ต้องการรักษามี สิวอักเสบ รอยแดง หรือแผลเปิด ควรหลีกเลี่ยงการฉีดโปรแกรม Skinvive ในช่วงนั้น เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อ หรือทำให้ผิวฟื้นตัวช้ากว่าปกติ
แนะนำให้รักษาอาการอักเสบให้หายก่อน แล้วจึงเข้ารับโปรแกรม Skinvive เพื่อให้ผลลัพธ์ที่ไม่เป็นอันตรายและมีประสิทธิภาพมากที่สุด

Skinvive
โปรแกรม Skinvive คืออะไร ดีกว่าโปรแกรมฉีดหน้าใสอื่นอย่างไร
โปรแกรม Skinvive ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล

โปรแกรม Skinvive เหมาะกับใคร
โปรแกรม Skinvive เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการบำรุงผิวให้ดูสดใสโดยไม่ต้องเปลี่ยนรูปหน้า และต้องการให้ผิวดูเรียบเนียน อิ่มน้ำ
ต่อไปนี้คือกลุ่มคนที่เหมาะกับการทำโปรแกรม Skinvive

1.ผู้ที่มีผิวแห้ง ขาดน้ำ หรือดูหมองคล้ำเหมาะกับโปรแกรม Skinvive
ผู้ที่มีผิวแห้งกร้าน มักประสบปัญหาผิวแตกลอก แต่งหน้าไม่ติด และรู้สึกตึงผิวหลังล้างหน้า
โปรแกรม Skinvive จะช่วยเติมความชุ่มชื้นลึกถึงชั้นหนังแท้ ทำให้ผิวอิ่มน้ำ ดูนุ่มฟู และมีความยืดหยุ่นมากขึ้น ผิวจึงดูสดใสและสุขภาพดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

2.ผู้ที่เริ่มมีริ้วรอยเล็ก ๆ จากความแห้งของผิวเหมาะกับโปรแกรม Skinvive
เมื่อผิวขาดความชุ่มชื้นเป็นเวลานาน จะทำให้เกิดริ้วรอยเล็ก ๆ โดยเฉพาะบริเวณรอบดวงตา มุมปาก หรือแก้ม
โปรแกรม Skinvive จะช่วยเพิ่มระดับความชุ่มชื้นในผิว ทำให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้น และช่วยลดการมองเห็นของริ้วรอยตื้น ๆ ได้

3.ผู้ที่ต้องการกระชับรูขุมขนและปรับพื้นผิวให้เรียบเนียนเหมาะกับโปรแกรม Skinvive
โปรแกรม Skinvive ช่วยปรับสมดุลของน้ำและน้ำมันในผิว ส่งผลให้รูขุมขนดูกระชับขึ้น และผิวหน้ามีพื้นผิวที่เรียบเนียนสม่ำเสมอ
เมื่อผิวชุ่มชื้น เซลล์ผิวจะเรียงตัวแน่นขึ้น ทำให้พื้นผิวดูละเอียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

4.ผู้ที่ต้องการเติมเต็มหลุมสิวที่ไม่ลึกมาก เหมาะกับโปรแกรม Skinvive
ในบางกรณีที่หลุมสิวไม่ลึกมาก แนะนำการใช้โปรแกรม Skinvive ร่วมในการฟื้นฟู เพื่อช่วยให้ผิวเรียบเนียนขึ้นจากการเพิ่มความชุ่มชื้นและการกระตุ้นการฟื้นฟูของเซลล์ผิว
แต่การรักษาหลุมสิวจำเป็นต้องให้แพทย์ตรวจประเมินสภาพผิวก่อนทุกครั้ง เพื่อวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสม

5.ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวอย่างเร่งด่วนเหมาะกับโปรแกรม Skinvive
เหมาะสำหรับผู้ที่รู้สึกว่าผิวดูอ่อนล้า หมองคล้ำ หรือดูไม่สดใสจากการพักผ่อนน้อย
โปรแกรม Skinvive จะช่วยคืนความชุ่มชื้นให้ผิวอย่างรวดเร็ว ทำให้ผิวดูสดชื่น กระจ่างใส และมีชีวิตชีวา

6.ผู้ที่มีปัญหาแต่งหน้าไม่ติดหรือเครื่องสำอางไม่เกาะผิว เหมาะกับโปรแกรม Skinvive
สาเหตุหลักของการแต่งหน้าไม่ติดมักมาจากผิวขาดความชุ่มชื้นและผิวที่มีพื้นผิวไม่เรียบ
เมื่อผิวได้รับการบำรุงจากภายในด้วยโปรแกรม Skinvive จะช่วยให้ผิวดูเรียบเนียนและอิ่มน้ำมากขึ้น ทำให้เครื่องสำอางเกาะผิวได้ดีและติดทนนานขึ้น

7.ผู้ที่ต้องการผิวกระจ่างใส ฉ่ำวาวแบบ Glass Skin
โปรแกรม Skinvive ช่วยให้ผิวดูโกลว์ใสจากภายใน ซึ่งเป็นลักษณะของผิวที่เรียบเนียน สะท้อนแสงได้ดี และดูอิ่มน้ำ
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลุคผิวสวยใส ฉ่ำวาว ดูสุขภาพดีแบบ Glass Skin โดยไม่ต้องพึ่งการแต่งหน้าเยอะ

โปรแกรม Skinvive ฉีดตรงไหนได้บ้าง
1.แก้ม (Cheeks) เป็นตำแหน่งที่ได้รับการรับรอง
บริเวณ แก้ม จะฉีดโปรแกรม Skinvive อยู่ในระดับชั้นผิวหนังตื้น (intradermal layer) เพื่อช่วย
• เพิ่มความชุ่มชื้นและความยืดหยุ่นให้ผิว
• ปรับผิวให้เรียบเนียนและเนื้อผิวละเอียดขึ้น
• ทำให้ผิวดูโกลว์และดูสะท้อนวิบวับ
• ผลลัพธ์คือผิวแก้มที่ดูสุขภาพดี อิ่มน้ำ และมีความเปล่งประกายอย่างต่อเนื่อง

2.ทั่วใบหน้า (Full face microdroplet technique)
โปรแกรม Skinvive จะใช้ในกรณีต้องการบำรุงผิวโดยรวม ให้ผิวมีความชุ่มชื้นสม่ำเสมอ แต่ต้องอาศัยเทคนิคฉีดระดับตื้น และปริมาณยาที่เหมาะสมในแต่ละจุดเพื่อหลีกเลี่ยงการบวม

3.หน้าผาก (Forehead)
ผิวบริเวณนี้บางและมีหลอดเลือดมาก แพทย์บางท่านฉีดโปรแกรม Skinvive ปริมาณน้อยและกระจายเป็นหยดละเอียด เพื่อเพิ่มความเรียบเนียนและลดความแห้งของผิว ซึ่งบริเวณนี้จะเป็นการประเมินรายบุคคลว่าสามารถฉีดได้หรือไม่

4.ใต้ตา (Tear trough / periorbital area)
ใช้โปรแกรม Skinvive ในผู้ที่มีปัญหาผิวแห้งหรือร่องใต้ตาตื้น แต่ต้องเลือกผู้ป่วยที่ผิวไม่บางมาก และทำโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ด้านการฉีดฟิลเลอร์เท่านั้นเพื่อป้องกันอาการบวมค้าง

5.รอบปาก / ริมฝีปาก (Perioral area)
โปรแกรม Skinvive ช่วยให้ผิวรอบริมฝีปากเรียบเนียนขึ้น ลดความแห้งแตก และเพิ่มความนุ่มชุ่มชื้น แต่ไม่เหมาะสำหรับการเพิ่มวอลลุ่มหรือปรับรูปปาก

6.ลำคอ (Neck rejuvenation)
โปรแกรม Skinvive ช่วยลดความหยาบกร้านและรอยย่นเล็ก ๆ บริเวณลำคอ

7.หลังมือ (Hands)
โปรแกรม Skinvive ใช้เพื่อคืนความชุ่มชื้นให้ผิวหลังมือที่แห้งหรือมีริ้วรอยตื้น แต่ควรประเมินความหนาของผิวและความเสี่ยงรอยช้ำก่อนเสมอ

8.เนินอก (Decolletage)
ผิวบริเวณนี้มักบาง และเกิดความแห้งจากแสงแดด โปรแกรม Skinvive ช่วยให้ผิวดูเนียนและสดใสขึ้น แต่ต้องทำโดยแพทย์เท่านั้น

การเตรียมความพร้อมก่อนทำโปรแกรม Skinvive
การเตรียมตัวก่อนเข้ารับการฉีดโปรแกรม Skinvive เป็นขั้นตอนสำคัญที่มีผลต่อ คุณภาพของผลลัพธ์ ที่จะได้รับ เพราะการเตรียมผิวและร่างกายให้พร้อมจะช่วยลดโอกาสการเกิดรอยช้ำ บวม หรือผลข้างเคียงหลังทำ รวมถึงทำให้สาร Hyaluronic Acid ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพมากที่สุด

1.ปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินสภาพผิว
ก่อนทำโปรแกรม Skinvive ควรเข้ารับการ ประเมินโดยแพทย์ เพื่อตรวจดูสภาพผิว ปัญหาที่ต้องการแก้ไข และประเมินว่าการฉีดโปรแกรม Skinvive เหมาะสมกับผิวของคุณหรือไม่
รวมถึงสอบถามประวัติสุขภาพ ประวัติการแพ้ยา หรือผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ Hyaluronic Acid และ Lidocaine เพื่อไม่ให้เป็นอันตรายต่อร่างกาย

2.งดยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด
หากใช้ยาในกลุ่มที่อาจทำให้เลือดออกง่าย เช่น
• แอสไพริน (Aspirin)
• ไอบูโพรเฟน (Ibuprofen)
• วิตามินอี (Vitamin E) หรืออาหารเสริมที่มีส่วนช่วยให้เลือดไหลเวียนดี เช่น น้ำมันปลา

ควรงดอย่างน้อย 7 วันก่อนการฉีดโปรแกรม Skinvive เพื่อช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดรอยช้ำหรือเลือดออกบริเวณที่ฉีด

3.หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก่อนการฉีดโปรแกรม Skinvive
แอลกอฮอล์มีผลทำให้หลอดเลือดขยายตัวและเลือดออกง่ายขึ้น ซึ่งอาจทำให้เกิดรอยช้ำหลังฉีดได้ง่ายกว่าปกติ
จึงควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนเข้ารับหัตถการ เพื่อให้ร่างกายอยู่ในสภาวะพร้อมที่สุด

4.เตรียมร่างกายให้แข็งแรงและผิวให้อยู่ในสภาพสมดุล
พักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 6-8 แก้วในช่วงก่อนทำโปรแกรม Skinvive เพื่อให้ร่างกายและผิวมีความชุ่มชื้นเพียงพอ
การดื่มน้ำช่วยให้ Hyaluronic Acid ที่ฉีดเข้าสู่ผิวสามารถกักเก็บน้ำและทำงานได้เต็มประสิทธิภาพมากขึ้น

5.งดการทำหัตถการหรือใช้ผลิตภัณฑ์ที่ทำให้ผิวระคายเคือง
ก่อนเข้ารับการฉีดโปรแกรม Skinvive อย่างน้อย 3-5 วัน ควรงดกิจกรรมหรือผลิตภัณฑ์ที่อาจทำให้ผิวระคายเคือง เช่น
• การสครับผิวหรือผลัดเซลล์ผิว
• การทำเลเซอร์
• การใช้ครีมผลัดเซลล์ เช่น กรดผลไม้ (AHA / BHA / Retinol)

6.ล้างหน้าให้สะอาดและหลีกเลี่ยงการแต่งหน้าในวันทำโปรแกรม Skinvive
ก่อนเข้ารับการฉีดโปรแกรม Skinvive ควรล้างหน้าให้สะอาดเพื่อขจัดคราบเครื่องสำอางและสิ่งสกปรกที่อาจเป็นสาเหตุของการติดเชื้อ
แนะนำให้ หลีกเลี่ยงการแต่งหน้าในวันที่เข้ารับการฉีดโปรแกรม Skinvive เพื่อให้ผิวสะอาดที่สุดและลดความเสี่ยงจากการอุดตันของรูขุมขนหรือการระคายเคืองหลังทำ

Skinvive
โปรแกรม Skinvive คืออะไร ดีกว่าโปรแกรมฉีดหน้าใสอื่นอย่างไร
โปรแกรม Skinvive ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล

วิธีดูแลตัวเองหลังทำโปรแกรม Skinvive
หลังจากเข้ารับการฉีดโปรแกรม Skinvive แล้วการดูแลตัวเองอย่างถูกวิธีเป็นสิ่งสำคัญ เพราะจะช่วยให้ผลลัพธ์คงอยู่ได้นาน ผิวฟื้นตัวได้รวดเร็ว และลดโอกาสการเกิดรอยช้ำหรืออาการบวมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

1.หลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือกดบริเวณที่ฉีดโปรแกรม Skinvive
ในช่วง 24 ชั่วโมงแรกหลังทำโปรแกรม Skinvive ไม่ควรจับ นวด หรือกดบริเวณที่ฉีด เพราะอาจทำให้ตัวยาเคลื่อนที่ออกจากตำแหน่งที่แพทย์วางไว้
หากต้องทำความสะอาดใบหน้า ควรล้างด้วยน้ำสะอาดและซับเบา ๆ ด้วยผ้าขนหนูสะอาดแทนการถู

2.งดกิจกรรมที่ทำให้ผิวเกิดความร้อนหรือระคายเคือง
ภายใน 24-48 ชั่วโมงหลังฉีดโปรแกรม Skinvive ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่เพิ่มอุณหภูมิของผิว เช่น
• การนวดหน้า
• การทำสปา ซาวน่า อบไอน้ำ
• การออกกำลังกายหนัก

เนื่องจากความร้อนอาจกระตุ้นให้เกิดอาการบวมแดงหรือระคายเคืองผิวได้

3.ดื่มน้ำให้เพียงพอ
Hyaluronic Acid ในโปรแกรม Skinvive มีคุณสมบัติในการดูดซับและกักเก็บน้ำไว้ในผิว การดื่มน้ำในปริมาณที่เพียงพอ (อย่างน้อยวันละ 6-8 แก้ว)
จะช่วยให้สารออกฤทธิ์ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ และช่วยให้ผิวดูอิ่มน้ำ ชุ่มชื้น และเปล่งประกายยิ่งขึ้น

4.หลีกเลี่ยงแสงแดดและความร้อนจัดหลังทำโปรแกรม Skinvive
• ในช่วง 2-3 วันแรกหลังฉีดโปรแกรม Skinvive ควรหลีกเลี่ยงการออกแดดจัดหรืออยู่ในที่ร้อน เช่น ห้องอบไอน้ำ หรือหน้าเตา
• แสงยูวีและความร้อนอาจทำให้ผิวระคายเคืองและบวมได้นานขึ้น
• ควรทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูง (SPF 30 ขึ้นไป) และสวมหมวกหรือใช้ร่มเมื่ออยู่กลางแจ้ง

5.หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
หลังฉีดโปรแกรม Skinvive ควรงดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 24 ชั่วโมง เพราะแอลกอฮอล์มีฤทธิ์ขยายหลอดเลือด ซึ่งอาจทำให้ผิวบวมและช้ำได้ง่ายขึ้น รวมถึงอาจส่งผลให้กระบวนการฟื้นฟูของผิวช้าลง

6.ใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่อ่อนโยนและให้ความชุ่มชื้น
หลังทำโปรแกรม Skinvive ควรเลือกใช้สกินแคร์สูตรอ่อนโยน ปราศจากกรดผลไม้ แอลกอฮอล์ หรือสารผลัดเซลล์ผิวที่อาจก่อให้เกิดการระคายเคือง
ควรเน้นผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ Hyaluronic Acid, Ceramide หรือ Aloe Vera เพื่อช่วยเสริมความชุ่มชื้นและลดการอักเสบของผิว

7.เข้าพบแพทย์ตามนัดเพื่อติดตามผล
หลังฉีดโปรแกรม Skinvive ควรเข้าพบแพทย์ตามนัดทุกครั้ง เพื่อประเมินผลลัพธ์ ความชุ่มชื้นของผิว และตรวจสอบว่าไม่มีภาวะแทรกซ้อนใด ๆ
หากมีอาการผิดปกติ เช่น บวมมาก เจ็บ แดงร้อน หรือมีผื่น ควรรีบกลับมาพบแพทย์ทันที

ผลข้างเคียงหลังทำโปรแกรม Skinvive
หลังการฉีดโปรแกรม Skinvive อาจพบอาการข้างเคียงเล็กน้อยได้ ซึ่งเป็นปฏิกิริยาปกติของผิวต่อการฉีดสาร Hyaluronic Acid ได้แก่
• รอยแดง รอยช้ำ หรือบวมเล็กน้อยบริเวณที่ฉีด
• มีตุ่มนูนหรือความตึงผิวในจุดที่ฉีด
• รู้สึกคันหรือเจ็บเล็กน้อยในช่วง 1-2 วันแรก

อาการเหล่านี้มักเกิดขึ้นเพียงชั่วคราวและจะค่อย ๆ ดีขึ้นภายใน ประมาณ 3-7 วัน โดยไม่ต้องรักษาเพิ่มเติม หากอาการยังคงอยู่หรือมีความผิดปกติอื่น เช่น ปวด บวมร้อนมาก หรือมีผื่น ควรกลับมาพบแพทย์เพื่อประเมินทันที

หลังทำโปรแกรม Skinvive กี่วันถึงเห็นผล
หลังฉีดโปรแกรม Skinvive จะเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงของผิวได้ทันที ผิวจะดูชุ่มชื้น อิ่มน้ำ และเรียบเนียนขึ้นตั้งแต่ช่วงแรก หลังจากนั้นผลลัพธ์จะค่อย ๆ ชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ และเห็นผลเต็มที่ภายในประมาณ 2 สัปดาห์ เมื่อสาร Hyaluronic Acid เริ่มทำงานเต็มประสิทธิภาพและผิวฟื้นฟูอย่างสมบูรณ์

โปรแกรม Skinvive Vs โปรแกรมงานผิวอื่น ๆ
ปัจจุบันมีหัตถการกลุ่ม “ฟิลเลอร์งานผิว” และ “สกินบูสเตอร์” หลากหลายชนิดที่ช่วยฟื้นฟูคุณภาพผิวจากภายในให้ดูสุขภาพดีทั้ง โปรแกรม Skinvive และโปรแกรมงานผิวอื่น ๆ แต่ละตัวมีจุดเด่นแตกต่างกัน ดังนี้

• โปรแกรม Skinvive เติมความชุ่มชื้นลึกถึงชั้นหนังแท้ด้วย Hyaluronic Acid แบบ Microdroplets ทำให้ผิวดูเรียบเนียน ฉ่ำวาว และโกลว์ยาวนาน 6-9 เดือน เหมาะกับผู้ที่ต้องการผิวใสสุขภาพดีแบบ Glass Skin
• โปรแกรม Sculptra กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนตามธรรมชาติ ให้ผิวแน่นกระชับขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย ผลอยู่ได้ราว 2 ปี เมื่อทำครบ Protocal
• โปรแกรม Rejuran ใช้ PDRN จาก DNA ปลาแซลมอน ช่วยฟื้นฟูเซลล์ผิว ลดรอยแดง และปรับผิวให้ละเอียด เหมาะกับผิวบอบบางหรือผิวที่ถูกทำร้ายจากแสงแดด
• โปรแกรม Belotero Revive ผสม Hyaluronic Acid กับ Glycerol เพิ่มความชุ่มชื้นและความยืดหยุ่นของผิว ให้ผิวฟู เด้ง ฉ่ำ และเรียบเนียน
• โปรแกรม Gouri กระตุ้นคอลลาเจนทั่วใบหน้า ทำให้ผิวดูยกกระชับและดูละมุนขึ้น
• โปรแกรม Radiesse เติมเต็มผิวพร้อมกระตุ้นคอลลาเจนในเวลาเดียวกัน เหมาะสำหรับฟื้นฟูโครงสร้างผิวและลดริ้วรอยลึก

สรุปความแตกต่างของโปรแกรม Skinvive VS โปรแกรมงานผิวอื่น ๆ

โปรแกรม

สารสำคัญ

จุดเด่นหลัก

ระยะเวลาผลลัพธ์
(โดยเฉลี่ย)

Skinvive

Hyaluronic Acid (Microdroplets)

เติมน้ำให้ผิว ฉ่ำวาว เรียบเนียน

6-9 เดือน

Sculptra

Poly-L-Lactic Acid

กระตุ้นคอลลาเจน ฟื้นฟูผิวลึก

2 ปี

Rejuran

PDRN

ฟื้นฟูเซลล์ผิว ลดรอยแดง

6 เดือน

Belotero Revive

HA + Glycerol

เพิ่มความชุ่มชื้นและความยืดหยุ่น

6-9 เดือน

Gouri

PDLLA

กระตุ้นคอลลาเจนทั่วหน้า

12-18 เดือน

Radiesse

CaHA

เติมเต็มและยกกระชับผิว

12-18 เดือน

โปรแกรม Skinvive ควรทำคู่กับโปรแกรมอะไร
แม้ว่าโปรแกรม Skinvive จะให้ผลลัพธ์ผิวที่เรียบเนียน ชุ่มชื้น และโกลว์ใสได้อย่างชัดเจนอยู่แล้ว แต่การทำควบคู่กับโปรแกรมอื่นที่เสริมการฟื้นฟูผิวในมิติที่ต่างกัน จะช่วยให้ผลลัพธ์โดยรวมดูครบ หน้าสวยเป๊ะมากขึ้น

1.โปรแกรม Skinvive ร่วมกับโปรแกรมโบท็อกซ์ (Skinvive + Botox)
เป็นการผสมผสานที่ได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่มคนที่ต้องการผิวเนียนใสแต่ไม่อยากให้หน้าตึงเกินไป

• โปรแกรมโบท็อกซ์ (Botulinum Toxin) จะช่วยลดการหดเกร็งของกล้ามเนื้อใบหน้า ทำให้ริ้วรอยตื้น ๆ ดูเรียบขึ้น
• โปรแกรม Skinvive จะช่วยเติมเต็มความชุ่มชื้นในชั้นผิว ทำให้ผิวอิ่มน้ำและดูโกลว์

เมื่อทำร่วมกัน ผิวจะดูเรียบ ละเอียด และกระจ่างใสขึ้น โดยเฉพาะในบริเวณหน้าผาก มุมปาก หรือรอบดวงตาที่มักมีริ้วรอยเล็ก ๆ ซึ่งโปรแกรมโบท็อกซ์เพียงอย่างเดียวอาจลดได้ไม่เต็มที่

ผลลัพธ์คือผิวที่ทั้งเรียบเนียนจากภายนอกและชุ่มชื้นจากภายใน ดูละมุน ใบหน้าดูสดใสมากขึ้น

2.โปรแกรม Skinvive กับ โปรแกรมยกกระชับต่าง ๆ (Skinvive + Ultherapy / Thermage)
การทำเลเซอร์หรือเครื่องยกกระชับ เช่นโปรแกรม Ultherapy หรือ โปรแกรม Thermage มักใช้พลังงานความร้อนกระตุ้นคอลลาเจนในชั้นผิว ซึ่งอาจทำให้ผิวแห้งตึงหรือสูญเสียความชุ่มชื้นชั่วคราว

การฉีดโปรแกรม Skinvive ภายหลังหัตถการเหล่านี้จะช่วยฟื้นฟูและเติมน้ำให้ผิวอย่างล้ำลึก ช่วยให้ผิวกลับมาชุ่มชื้น สมดุล และลดการระคายเคืองหลังทำ นอกจากนี้ยังช่วยเสริมผลลัพธ์ให้ผิวดูนุ่ม ฟู และโกลว์ใสขึ้น

แนะนำให้เว้นช่วงประมาณ 1-2 สัปดาห์หลังทำเลเซอร์หรือยกกระชับ ก่อนฉีดโปรแกรม Skinvive เพื่อให้ผิวฟื้นตัวในระดับพื้นฐานก่อน

Skinvive
โปรแกรม Skinvive คืออะไร ดีกว่าโปรแกรมฉีดหน้าใสอื่นอย่างไร
โปรแกรม Skinvive ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล

Q and A ยอดฮิตของโปรแกรม Skinvive
1.ฉีดโปรแกรม Skinvive ใช้กี่ CC ถึงจะเห็นผล ?
• ปริมาณที่ใช้ขึ้นอยู่กับ สภาพผิว ปัญหาที่ต้องการแก้ไข และการประเมินของแพทย์ โดยทั่วไป 1 กล่องมี 2 CC
• 2 CC เหมาะกับผู้ที่มีผิวแห้งเล็กน้อย ต้องการเติมความชุ่มชื้นและเพิ่มความโกลว์ให้ผิวโดยรวม
• 4 CC เหมาะกับผู้ที่มีผิวแห้งมากหรือรูขุมขนกว้าง ต้องการฟื้นฟูผิวขาดน้ำให้กลับมาเรียบเนียนและชุ่มชื้นมากขึ้น

แพทย์จะเป็นผู้ประเมินปริมาณที่เหมาะสมให้กับแต่ละบุคคล

2.โปรแกรมฉีด Skinvive เจ็บไหม ?
ระหว่างทำอาจรู้สึกเจ็บหรือแสบเล็กน้อยจากการฉีด แต่โดยทั่วไปไม่ถึงขั้นเจ็บมาก เพราะแพทย์จะใช้ เข็มขนาดเล็กและยาชาเฉพาะที่ ช่วยลดความรู้สึกไม่สบายระหว่างทำ

3.โปรแกรมฉีด Skinvive ต้องพักฟื้นไหม ?
หลังจากฉีดโปรแกรม Skinvive ไม่จำเป็นต้องพักฟื้น หลังฉีดสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติทันที แต่ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่อาจทำให้ผิวระคายเคืองในช่วง 1-2 วันแรก เช่น การออกกำลังกายหนัก การโดนความร้อนจัด การดื่มแอลกอฮอล์ หรือการนวดหน้า เพื่อให้ตัวยาเซ็ตตัวและผิวฟื้นฟูได้อย่างเต็มที่

สรุปทุกเรื่องเกี่ยวกับโปรแกรม Skinvive
โปรแกรม Skinvive เป็นนวัตกรรมงานผิว ที่ตอบโจทย์เทรนด์ความงามยุคใหม่ ที่เน้นผิวสุขภาพดีจากภายในสู่ภายนอก ไม่ใช่เพียงแค่ผิวใส แต่คือผิวที่ดู ชุ่มชื้น ฉ่ำวาว โกลว์มีออร่า จนรู้สึกมั่นใจได้ในทุกมุม
การฉีดโปรแกรม Skinvive จะช่วยเติมความชุ่มชื้นในระดับลึก ฟื้นคืนสมดุลให้ผิวที่แห้งหรือหมองคล้ำกลับมาเรียบเนียน ดูสุขภาพดี
ผิวดูเปล่งประกายขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ เป็น “งานผิวแบบ New Gen” ที่ใครเห็นก็สัมผัสได้ถึงความสดใสละมุน ทุกมุมมอง

หน้าใสโกลว์วิบ ฉบับ NewGen ที่รมย์รวินท์คลินิก
รมย์รวินท์ คลินิก ขอเป็นผู้ดูแลสำหรับท่านที่อยากฟื้นฟูผิวให้กลับมาชุ่มชื้น เรียบเนียน และดูโกลว์ใสจากภายใน ด้วยโปรแกรม Skinvive ที่ช่วยบำรุงผิวให้กระจ่างใส อิ่มน้ำ และคืนความสดใสให้กับผิว เราพร้อมมอบประสบการณ์การดูแลผิวที่ได้มาตรฐาน ด้วยแพทย์ที่มีเทคนิคการฉีดที่ละเอียดอ่อน เพื่อให้คุณได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด เห็นความเปลี่ยนแปลงของผิวได้อย่างชัดเจนตั้งแต่ครั้งแรก

หากสนใจเข้ารับบริการ สามารถติดต่อจองคิวหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ รมย์รวินท์ คลินิก แล้วมาสัมผัสผิวโกลว์ ผิวฉ่ำ ที่ทำให้คุณมั่นใจมากกว่าเดิมไปด้วยกัน

* ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับเฉพาะบุคคล
* เงื่อนไขตามบริษัทฯ กำหนด
* ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลง*
แนะนำให้สอบถามกับเจ้าหน้าที่ก่อนเข้ารับบริการ
เพื่อความชัวร์และได้สิทธิ์ที่คุ้มที่สุดค่ะ
ปรึกษาฟรี พร้อมรับ โปรโมชั่นพิเศษ ก่อนใคร
โปรโมชั่นต่างๆ
เรื่อง โปรแกรมดูแลผิวหน้า ที่คุณอาจสนใจ