โปรแกรมเมโสแฟต เหมาะกับใคร ฉีดบริเวณไหนได้บ้าง กี่วันเห็นผล
เมโสแฟต
เมโสแฟต ช่วยอะไร เหมาะกับใคร มีข้อห้ามอะไรบ้างหลังทำ
เมโสแฟตเป็นหนึ่งในหัตถการความงามที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง เพราะช่วยลดไขมันเฉพาะจุดได้โดยไม่ต้องผ่าตัด เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าให้เรียว ลดเหนียง หรือลดไขมันสะสมในบางจุดที่ลดได้ยาก แม้จะออกกำลังกายหรือควบคุมอาหารแล้วก็ตาม ด้วยวิธีการฉีดตัวยาเข้าไปในชั้นไขมัน ทำให้ไขมันแตกตัวและถูกขับออกจากร่างกายตามธรรมชาติ จึงเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่หลายคนสนใจ
สำหรับใครที่อยากฉีดเมโสแฟต มารู้ข้อมูลในบทความนี้ก่อนตัดสินใจ เพื่อได้ผลลัพธ์ตรงตามความต้องการ และลดความเสี่ยงเกิดผลข้างเคียง
เมโสแฟตคืออะไร ทำงานอย่างไร
เมโสแฟต (Meso Fat) เป็นหัตถการทางความงามที่ช่วยลดไขมันเฉพาะจุด โดยการฉีดตัวยาเข้าไปในชั้นไขมันใต้ผิวหนัง ส่วนใหญ่จะนิยมใช้เพื่อลดไขมันส่วนเกินบริเวณที่ลดได้ยาก เช่น แก้ม เหนียง คาง ต้นแขน หน้าท้อง หรือต้นขา เหมาะสำหรับผู้ที่มีไขมันสะสมเล็กน้อยถึงปานกลาง ไม่ต้องการผ่าตัด และต้องการเห็นผลในระยะเวลาสั้น ๆ โดยตัวยาเมโสแฟตที่ใช้จะเป็นสารสกัดจากธรรมชาติ หรือสารที่มีคุณสมบัติช่วยลดไขมัน เช่น Phosphatidylcholine (PPC), Deoxycholate และวิตามินต่าง ๆ ที่ช่วยกระตุ้นการเผาผลาญและทำให้ผิวกระชับขึ้น
เมโสแฟตทำงานอย่างไร
หลักการทำงานของเมโสแฟต คือการทำให้เซลล์ไขมันแตกตัวโดยตรง และกระตุ้นให้ร่างกายนำไขมันที่แตกตัวไปกำจัดออกตามกระบวนการเผาผลาญตามธรรมชาติ
• ฉีดสารเข้าสู่ชั้นไขมันใต้ผิว ตัวยาจะเข้าไปทำให้เยื่อหุ้มเซลล์ไขมันแตกตัว ทำให้ไขมันที่เก็บสะสมอยู่ภายในเซลล์ถูกปลดปล่อยออกมา
• การแตกตัวของไขมัน ไขมันที่แตกตัวจะอยู่ในรูปกรดไขมันอิสระ ซึ่งร่างกายสามารถกำจัดออกได้ง่ายขึ้น ผ่านระบบไหลเวียนเลือดและน้ำเหลือง
• ขับออกจากร่างกาย ร่างกายจะค่อย ๆ กำจัดไขมันออกไปทางการเผาผลาญพลังงาน และขับออกบางส่วนทางปัสสาวะและอุจจาระ
• กระชับผิวบริเวณที่ฉีด ส่วนผสมของวิตามินและสารบำรุงจะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวดูเรียบเนียนและกระชับ ไม่หย่อนคล้อย
โดยสรุปเมโสแฟตเป็นวิธีลดไขมันเฉพาะจุดที่ค่อนข้างเห็นผลในเวลาไม่นาน เหมาะสำหรับคนที่ต้องการปรับรูปหน้าให้เรียว ลดเหนียง หรือลดไขมันสะสมเล็ก ๆ น้อย ๆ โดยไม่ต้องผ่าตัด อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปตามสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล และจำเป็นต้องทำร่วมกับการควบคุมอาหารและออกกำลังกาย เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนและอยู่ได้นาน
เมโสแฟตช่วยเรื่องอะไรได้บ้าง
1.เมโสแฟตช่วยลดไขมันส่วนเกินเฉพาะจุด
เมโสแฟตเหมาะสำหรับการลดไขมันสะสมเล็ก ๆ ที่ลดได้ยากแม้จะควบคุมอาหารหรือออกกำลังกาย เช่น แก้ม เหนียงใต้คาง ต้นแขน ต้นขา หน้าท้อง เอว สะโพก
2.เมโสแฟตช่วยยกกระชับปรับรูปหน้าให้เรียวเล็ก
ผู้ที่มีแก้มเยอะหรือไขมันสะสมบริเวณกรอบหน้า สามารถใช้เมโสแฟตช่วยให้ใบหน้าดูเรียว ได้สัดส่วนมากขึ้น โดยไม่ต้องศัลยกรรม
3.เมโสแฟตช่วยลดปัญหาเหนียงและคางสองชั้น
เหนียงเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยและแก้ไขยาก การฉีดเมโสแฟตจะช่วยลดไขมันส่วนนี้ ทำให้กรอบหน้าคมชัดขึ้น
4.เมโสแฟตช่วยให้ผิวกระชับ ไม่หย่อนคล้อย
นอกจากการลดไขมันแล้ว ตัวยาที่ผสมวิตามินและสารบำรุงยังช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวที่เคยหย่อนคล้อยจากไขมันดูเรียบกระชับมากขึ้น
5.เมโสแฟตช่วยเสริมความมั่นใจในรูปหน้าและรูปร่าง
ผู้ที่มีสัดส่วนบางจุดไม่สมดุล เช่น มีเหนียง เอวไม่ชัด หน้าท้องยื่น สามารถฉีดเมโสแฟตเพื่อลดขนาดส่วนนั้น ๆ ให้ได้รูป เสริมความมั่นใจให้มากขึ้น
6.เมโสแฟตเป็นทางเลือกแทนการผ่าตัด
เมโสแฟตเป็นหัตถการที่ไม่ต้องพักฟื้นนาน ไม่เจ็บมาก และเห็นผลในเวลาไม่นาน จึงเหมาะกับคนที่อยากลดไขมันเฉพาะจุด แต่ไม่อยากเสี่ยงกับการดูดไขมันหรือผ่าตัด
เมโสแฟตฉีดบริเวณไหนได้บ้าง
เมโสแฟตเป็นหัตถการที่สามารถฉีดเพื่อลดไขมันสะสมเฉพาะจุดได้หลายตำแหน่ง โดยส่วนใหญ่จะเน้นในจุดที่ไขมันสะสมง่ายและกำจัดยากแม้ควบคุมอาหารหรือออกกำลังกายแล้ว บริเวณที่นิยมฉีดเมโสแฟต ได้แก่
1.เมโสแฟตบริเวณใบหน้า
• เมโสแฟตแก้ม ลดไขมันแก้ม ทำให้หน้าเรียว ได้รูป V-Shape
• เมโสแฟตเหนียง/คางสองชั้น ลดคางย้อย กรอบหน้าชัดขึ้น
• เมโสแฟตกรอบหน้า ลดไขมันบริเวณกรอบหน้า ปรับรูปหน้าให้ได้สัดส่วน
2.เมโสแฟตบริเวณลำตัว
• เมโสแฟตหน้าท้องส่วนบนและล่าง ลดพุง ลดไขมันรอบเอว
• เมโสแฟตเอวและสะโพก ทำให้รูปร่างกระชับ ดูมีเอวชัดขึ้น
3.เมโสแฟตบริเวณแขนและขา
• เมโสแฟตต้นแขน ลดไขมันที่ทำให้แขนดูใหญ่
• เมโสแฟตต้นขา ลดไขมันส่วนขา ช่วยให้ขาดูเล็กลง
• เมโสแฟตน่อง ลดขาที่ดูตันให้เรียวขึ้น
4.เมโสแฟตบริเวณอื่น ๆ (ขึ้นกับสภาพร่างกายและแพทย์ประเมิน)
• เมโสแฟตปีกหลัง ลดไขมันปีกหลังหรือแผ่นหลังบน
• เมโสแฟตบริเวณเหนือเข่า ลดไขมันสะสมเล็ก ๆ ใต้เข่า
หมายเหตุ
• บริเวณที่ฉีดเมโสแฟตได้ ขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์ว่าเหมาะสมหรือไม่
• เมโสแฟตเหมาะกับไขมันสะสมเล็กน้อยถึงปานกลาง ไม่ได้ใช้ลดน้ำหนักทั้งตัว
• เพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจน อาจต้องฉีดเมโสแฟตต่อเนื่อง 2-4 ครั้ง ขึ้นไป
เมโสแฟตหลังฉีดกี่วันถึงเห็นผล
หลายคนที่สนใจฉีดเมโสแฟตมักสงสัยว่า หลังทำแล้วจะเห็นผลเร็วแค่ไหน โดยทั่วไปหลังฉีดเมโสแฟตจะเริ่มเห็นผลใน 1 สัปดาห์ และเห็นชัดที่สุดภายใน 2-4 สัปดาห์ รวมถึงเห็นผลชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ หากดูแลตัวเองอย่างเหมาะสม
ระยะเวลาเห็นผลหลังฉีดเมโสแฟต
• 3 - 7 วันแรก หลังฉีดเมโสแฟต เริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลง ไขมันบางส่วนลดลง ใบหน้าหรือสัดส่วนเล็กลงเล็กน้อย
• 2 - 3 สัปดาห์ หลังฉีดเมโสแฟต ผลลัพธ์ชัดเจนขึ้น เนื่องจากไขมันถูกขับออกตามการเผาผลาญ
• ประมาณ 1 เดือน หลังฉีดเมโสแฟต เห็นผลเต็มที่ บริเวณที่ฉีดดูเล็กลง ผิวกระชับขึ้น
ปัจจัยที่มีผลต่อการเห็นผลเร็ว-ช้า
• ปริมาณไขมันสะสมในแต่ละคน
• ระบบการเผาผลาญของร่างกาย
• การดูแลตัวเองหลังฉีดเมโสแฟต
เมโสแฟตเห็นผลอยู่ได้นานแค่ไหน
เมโสแฟตสามารถเห็นผลได้ภายใน 1-4 สัปดาห์ และผลลัพธ์อยู่ได้เฉลี่ย 3-6 เดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการใช้ชีวิตและการดูแลตัวเอง หากควบคุมอาหารและออกกำลังกายควบคู่กันไป จะช่วยยืดระยะเวลาให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานขึ้น และอาจไม่จำเป็นต้องฉีดซ้ำบ่อย ๆ
ระยะเวลาผลลัพธ์ของเมโสแฟต
• หลังฉีดเมโสแฟต 1 เดือน จะเห็นผลเต็มที่ ใบหน้าหรือสัดส่วนเล็กลง ผิวกระชับขึ้น
• ผลลัพธ์โดยทั่วไปอยู่ได้ประมาณ 3 - 6 เดือน เนื่องจากร่างกายยังสามารถสร้างไขมันใหม่ขึ้นได้ ถ้ารับประทานอาหารมากเกินไปหรือไม่ควบคุมการใช้ชีวิต ไขมันก็อาจกลับมาสะสมได้อีก
ปัจจัยที่มีผลต่อความคงอยู่ของผลลัพธ์
• พฤติกรรมการรับประทานอาหาร หากควบคุมอาหาร เลี่ยงของมัน ของทอด ของหวาน ผลลัพธ์จะอยู่ได้นานกว่า
• การออกกำลังกายร่วมกับการฉีดเมโสแฟต การเผาผลาญพลังงานสม่ำเสมอช่วยลดโอกาสไขมันกลับมาเร็ว
• ปริมาณไขมันที่ฉีดเมโสแฟต ถ้ามีไขมันปริมาณมาก อาจต้องทำหลายครั้ง ผลลัพธ์ถึงจะคงอยู่นานและชัดเจนขึ้น
• การดูแลตัวเองหลังฉีดเมโสแฟต เช่น ดื่มน้ำเยอะ ๆ อย่างน้อยวันละ 2 ลิตร เพื่อช่วยให้ร่างกายขับไขมันออกเร็วขึ้น
เมโสแฟตควรฉีดกี่ซีซีถึงเห็นผล
การฉีดเมโสแฟตไม่มีปริมาณตายตัว เพราะขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่ฉีดและปริมาณไขมันของแต่ละคน โดยทั่วไปแพทย์จะเป็นผู้ประเมินให้เหมาะสม แต่มีแนวทางคร่าว ๆ ดังนี้
1.เมโสแฟตแก้ม/เหนียง
• ฉีดเมโสแฟตแก้ม ข้างละ 2-4 ซีซี
• ฉีดเมโสแฟตเหนียง / คางสองชั้น 2-5 ซีซี
2.เมโสแฟตหน้าท้อง เอว สะโพก
• ฉีดเมโสแฟตหน้าท้อง ครั้งละ 20-50 ซีซี (ขึ้นกับไขมันมาก-น้อย)
• ฉีดเมโสแฟตเอว / สะโพก 20-40 ซีซี
3.เมโสแฟตต้นแขน-ต้นขา
• ฉีดเมโสแฟตต้นแขน ข้างละ 10-20 ซีซี
• ฉีดเมโสแฟตต้นขา ข้างละ 20-40 ซีซี
ปัจจัยที่มีผลต่อจำนวนซีซีเมโสแฟต
• ปริมาณไขมันสะสม ไขมันเยอะต้องใช้ปริมาณมากกว่า
• ตำแหน่งที่ฉีด บริเวณใหญ่ เช่น หน้าท้อง ต้องใช้มากกว่าใบหน้า
• สูตรยาที่ใช้ แต่ละคลินิกอาจมีความเข้มข้นต่างกัน
• เป้าหมายของคนไข้ อยากปรับเล็กน้อยหรืออยากลดชัดเจน
โดยทั่วไป ฉีดเมโสแฟตบริเวณใบหน้าใช้ 2-5 ซีซี ต่อจุดเล็ก ๆ เช่น แก้ม เหนียง ส่วนฉีดเมโสแฟตบริเวณลำตัวใช้ 20-50 ซีซี ขึ้นไป ขึ้นอยู่กับไขมันสะสมและการประเมินของแพทย์ และเพื่อให้เห็นผลชัดเจน มักต้องทำต่อเนื่องมากกว่า 1 ครั้ง
เมโสแฟตควรฉีดกี่ครั้ง เว้นระยะกี่วัน
เมโสแฟตเป็นหัตถการยอดนิยมสำหรับคนที่อยากลดไขมันเฉพาะจุด เช่น แก้ม เหนียง หรือตามร่างกายโดยไม่ต้องผ่าตัด แต่หลายคนมักสงสัยว่า ต้องฉีดกี่ครั้งถึงจะเห็นผลชัดเจน และควรเว้นระยะห่างกี่วันจึงจะลดความเสี่ยงและได้ผลดี
จำนวนครั้งในการฉีดเมโสแฟต
• ส่วนใหญ่จะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ครั้งแรก แต่ผลลัพธ์ยังไม่ชัดมาก
• เพื่อให้ไขมันลดลงอย่างต่อเนื่องและผลลัพธ์เด่นชัดขึ้น แนะนำให้ฉีด 2-4 ครั้ง
• ผู้ที่มีไขมันสะสมมาก อาจต้องทำเพิ่มเป็น 5-6 ครั้ง ขึ้นไป ขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์
ช่วงเวลาที่ควรเว้นระยะห่างในการฉีดเมโสแฟต
• โดยทั่วไปควรเว้นระยะห่างในการฉีดเมโสแฟต ประมาณ 2-3 สัปดาห์ต่อครั้ง
• ช่วงเวลานี้เป็นระยะที่ร่างกายค่อย ๆ กำจัดไขมันที่สลายออกไปตามระบบเผาผลาญ
• หากฉีดถี่เกินไป นอกจากจะไม่ช่วยให้ผลดีขึ้น ยังอาจทำให้บวมช้ำมากขึ้นอีกด้วย
ผลลัพธ์หลังทำครบคอร์สฉีดเมโสแฟต
• หลังฉีดเมโสแฟตต่อเนื่องประมาณ 1 เดือน จะเห็นผลชัดเจน ใบหน้าหรือสัดส่วนเล็กลง
• ผลลัพธ์สามารถอยู่ได้ประมาณ 3-6 เดือน แต่ขึ้นกับการดูแลตัวเอง
• หากควบคุมอาหารและออกกำลังกาย จะช่วยยืดผลลัพธ์ให้นานขึ้น และไม่ต้องฉีดซ้ำบ่อย ๆ
สรุปเมโสแฟตควรฉีดต่อเนื่อง 2-4 ครั้ง เว้นระยะห่าง 2-3 สัปดาห์ ต่อครั้ง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนและลดความเสี่ยงเกิดผลข้างเคียง
เมโสแฟตมีข้อห้ามอะไรบ้างหลังทำ
แม้ว่าเมโสแฟตจะเป็นหัตถการที่ช่วยลดไขมันเฉพาะจุดได้โดยไม่ต้องพักฟื้นนาน แต่หลังทำเสร็จแล้วก็ยังมีข้อควรระวังและข้อห้ามบางอย่างที่ควรปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด เพื่อให้ตัวยาออกฤทธิ์ได้เต็มประสิทธิภาพ ลดโอกาสบวมช้ำ และทำให้ผลลัพธ์ชัดเจนยิ่งขึ้น ซึ่งข้อห้ามหลังฉีดเมโสแฟตที่ควรทำ มีดังนี้
1.ห้ามกด นวด หรือบีบบริเวณที่ฉีดเมโสแฟต
หลังฉีดเมโสแฟตไม่ควรสัมผัสแรง ๆ บริเวณที่ฉีด เพราะอาจทำให้ตัวยากระจายไม่สม่ำเสมอ และเสี่ยงต่อการบวมช้ำมากขึ้น
2.ห้ามประคบร้อน อบซาวน่า หรือออกกำลังกายหนัก
หลังฉีดเมโสแฟต ควรเลี่ยงอย่างน้อย 48 ชั่วโมง เนื่องจากความร้อนจะทำให้บวมและอักเสบมากกว่าเดิม
3.หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์และบุหรี่หลังฉีดเมโสแฟต
ควรงดอย่างน้อย 3 วันหลังฉีดเมโสแฟต เพราะจะทำให้ร่างกายบวมง่าย และระบบขับของเสียทำงานได้ไม่เต็มที่
4.งดรับประทานอาหารบางประเภทหลังฉีดเมโสแฟต
หลังฉีดเมโสแฟตควรงดรับประทานอาหารบางอย่าง เช่น ของมัน ของทอด อาหารรสเค็มจัดที่มีโซเดียมสูง สิ่งเหล่านี้ทำให้บวมน้ำและสะสมไขมันใหม่เร็วขึ้น
5.หลีกเลี่ยงการแต่งหน้าหรือทาครีมแรง ๆ หลังฉีดเมโสแฟต
ใน 24 ชั่วโมงแรกหลังฉีดเมโสแฟต ไม่ควรใช้ครีมที่มีสารผลัดเซลล์ผิวหรือกรดเข้มข้น เพราะอาจทำให้เกิดการระคายเคือง
6.งดการทำหัตถการอื่น ๆ ร่วมทันที หลังฉีดเมโสแฟต
หลังฉีดเมโสแฟตยังไม่ควรทำหัตถการอื่นทันที เช่น ฟิลเลอร์ ร้อยไหม เลเซอร์ ควรเว้นอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ เพื่อให้ผิวฟื้นตัวเต็มที่
เมโสแฟตเหมาะกับใครบ้าง
เมโสแฟตเป็นหัตถการที่ช่วยลดไขมันเฉพาะจุดโดยไม่ต้องผ่าตัด เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าและรูปร่างให้ดูเล็กลงอย่างดูเป็นธรรมชาติ แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะเหมาะกับการทำเมโสแฟต แพทย์จึงมักต้องประเมินก่อนว่าผู้รับการรักษาเหมาะสมหรือไม่ โดยผู้ที่เหมาะฉีดเมโสแฟต มีดังนี้
1.เมโสแฟตเหมาะกับผู้ที่มีไขมันสะสมเฉพาะจุด
เช่น แก้ม เหนียง คางสองชั้น หน้าท้อง ต้นแขน หรือต้นขา ที่แม้ออกกำลังกายหรือควบคุมอาหารแล้วก็ยังลดไขมันได้ยาก
2.เมโสแฟตเหมาะกับผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าให้เรียวเล็ก
โดยเฉพาะคนที่มีแก้มเยอะหรือเหนียง ทำให้ใบหน้าดูกลม เมโสแฟตช่วยทำให้กรอบหน้าชัดขึ้น
3.เมโสแฟตเหมาะกับผู้ที่ไม่ต้องการผ่าตัด
คนที่อยากลดไขมันโดยไม่ต้องเสี่ยงกับการผ่าตัดดูดไขมัน และไม่ต้องพักฟื้นนาน
4.เมโสแฟตเหมาะกับผู้ที่ต้องการเห็นผลในเวลาไม่นาน
เมโสแฟตเริ่มเห็นผลใน 1 สัปดาห์ และชัดเจนใน 2-4 สัปดาห์ เหมาะกับคนที่อยากปรับรูปร่างเพื่อโอกาสสำคัญ เช่น งานแต่ง งานถ่ายภาพ
5.เมโสแฟตเหมาะกับผู้ที่มีสุขภาพโดยรวมแข็งแรง
ร่างกายปกติ ไม่มีโรคร้ายแรงที่เป็นข้อห้าม เช่น โรคตับ ไต หัวใจ หรือภูมิคุ้มกันบกพร่อง ที่จะทำให้เสี่ยงเกิดผลข้างเคียง
เมโสแฟตไม่เหมาะกับใครบ้าง
แม้ว่าเมโสแฟตจะเป็นหัตถการที่ถือว่าไม่เป็นอันตราย ช่วยลดไขมันเฉพาะจุดได้โดยไม่ต้องผ่าตัด แต่ก็มีบางกลุ่มคนที่ไม่เหมาะสมต่อการทำหัตถการนี้ เพราะอาจเกิดผลข้างเคียงหรือมีความเสี่ยงต่อสุขภาพได้ ซึ่งผู้ที่ไม่เหมาะหรือควรเลี่ยงการฉีดเมโสแฟต มีดังนี้
1.เมโสแฟตไม่เหมาะกับหญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
สารที่ฉีดเข้าสู่ร่างกายอาจส่งผลต่อทารกในครรภ์หรือผ่านทางน้ำนมได้
2.เมโสแฟตไม่เหมาะกับผู้ที่มีโรคประจำตัวร้ายแรง
เช่น โรคตับ โรคไต โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูงที่ควบคุมไม่ได้ เพราะร่างกายอาจไม่สามารถขับไขมันที่สลายออกไปได้ตามปกติ
3.เมโสแฟตไม่เหมาะกับผู้ที่มีโรคระบบภูมิคุ้มกันบกพร่อง
เช่น โรคเอชไอวี โรค SLE (ภูมิแพ้ตัวเอง) มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อและอักเสบง่าย
4.เมโสแฟตไม่เหมาะกับผู้ที่มีประวัติแพ้ยา หรือแพ้ส่วนผสมในเมโสแฟต
เช่น แพ้ Phosphatidylcholine (PPC) หรือ Deoxycholate ซึ่งเป็นตัวยาหลักในการสลายไขมัน
5.เมโสแฟตไม่เหมาะกับผู้ที่มีภาวะอ้วนมาก
เมโสแฟตไม่ได้ออกแบบมาเพื่อลดน้ำหนักทั้งตัว แต่ใช้สำหรับสลายไขมันเฉพาะจุด หากมีไขมันปริมาณมากควรเลือกการรักษาอื่นร่วมด้วย
6.เมโสแฟตไม่เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาผิวหนังบริเวณที่จะฉีด
เช่น มีแผลอักเสบ ติดเชื้อ หรือผื่นแพ้ อาจทำให้เกิดการอักเสบรุนแรงหลังฉีด
เมโสแฟตเจ็บไหม กี่วันหายบวม
หลายคนที่สนใจฉีดเมโสแฟตเพื่อลดไขมันเฉพาะจุด มักมีคำถามในใจว่า ฉีดเมโสแฟตเจ็บไหม ? และ หลังทำเมโสแฟตจะบวมนานหรือเปล่า ? ความจริงแล้วอาการเจ็บและบวมเป็นเรื่องปกติที่สามารถเกิดขึ้นได้ แต่ระดับความรู้สึกและระยะเวลาจะต่างกันไปในแต่ละคน ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่ฉีดและปริมาณตัวยาที่ใช้
ความรู้เจ็บระหว่างฉีดเมโสแฟต
• ตอนฉีดเมโสแฟตจะรู้สึก จี๊ด ๆ และตึงเล็กน้อย จากตัวยาที่มีฤทธิ์สลายไขมัน
• แพทย์มักใช้ยาชาหรือประคบเย็น ก่อนฉีดเมโสแฟต ทำให้เจ็บน้อยลง
• ระดับความเจ็บขึ้นอยู่กับบริเวณที่ฉีดเมโสแฟต อย่างเช่นบริเวณแก้ม/เหนียงเจ็บไม่มาก แต่ถ้าฉีดเมโสแฟตในจุดใหญ่ เช่น หน้าท้องหรือแขน อาจรู้สึกตึงกว่านิดหน่อย
ระยะเวลาหายบวมหลังฉีดเมโสแฟต
• 2-3 วันแรก หลังฉีดเมโสแฟต มักมีอาการบวม แดง และกดเจ็บได้ โดยเฉพาะบริเวณใบหน้า
• 3-7 วัน หลังฉีดเมโสแฟต อาการบวมเริ่มลดลง รูปหน้าหรือสัดส่วนเริ่มเข้าที่
• 1-2 สัปดาห์ หลังฉีดเมโสแฟต อาการบวมหายสนิทเป็นปกติ และเริ่มเห็นผลชัดขึ้น
เคล็ดลับช่วยให้หายบวมเร็ว
• ประคบเย็นใน 24 ชั่วโมงแรกหลังทำเมโสแฟต
• ดื่มน้ำมาก ๆ ประมาณ 1.5-2 ลิตร/วัน เพื่อช่วยขับไขมันและลดบวม
• หลีกเลี่ยงการกด นวด หรือสัมผัสแรง ๆ บริเวณที่ฉีดเมโสแฟต
• งดแอลกอฮอล์และอาหารเค็มจัด เพราะทำให้บวมน้ำมากขึ้น
เมโสแฟตฉีดแล้วอันตรายไหม
เมโสแฟต (Meso Fat) เป็นหัตถการเสริมความงามที่ได้รับความนิยม เพราะช่วยลดไขมันเฉพาะจุด เช่น แก้ม เหนียง หน้าท้อง ต้นแขน ต้นขา โดยไม่ต้องผ่าตัดหรือพักฟื้นนาน แต่หลายคนกังวลว่า “เมโสแฟตฉีดแล้วอันตรายหรือไม่”
โดยทั่วไป เมโสแฟตถือว่าไม่เป็นอันตราย หากทำกับแพทย์ในคลินิกที่ได้มาตรฐาน และใช้ตัวยาของแท้ที่มีการรับรอง เพราะตัวยาจะออกฤทธิ์เฉพาะในชั้นไขมัน ไม่ทำอันตรายกับอวัยวะอื่น แต่หากทำโดยผู้ที่ไม่ใช่แพทย์ หรือใช้เมโสแฟตปลอมซึ่งเป็นสารที่ไม่ได้มาตรฐาน อาจเกิดผลข้างเคียงรุนแรงได้ เช่น อักเสบ บวมแดงมากผิดปกติ ติดเชื้อ เกิดก้อนแข็งหรือตุ่มนูนใต้ผิว แพ้ตัวยาอย่างรุนแรง
สรุปคือเมโสแฟตอันตรายน้อย หากฉีดกับแพทย์ที่มีความรู้ในคลินิกที่มีมาตรฐานและใช้ตัวยาของแท้ แต่เมโสแฟตอาจอันตราย หากทำกับผู้ที่ไม่ใช่แพทย์ คลินิกที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือใช้ตัวยาปลอม
เมโสแฟตหลังทำมีผลข้างเคียงไหม
แม้ว่าเมโสแฟตจะเป็นหัตถการที่นิยมและไม่เป็นอันตราย เมื่อทำโดยแพทย์ในคลินิกที่ได้มาตรฐาน แต่หลังฉีดก็อาจเกิดผลข้างเคียงได้บ้าง ซึ่งส่วนใหญ่ไม่รุนแรงและหายไปเองในไม่กี่วัน
ผลข้างเคียงที่พบได้ชั่วคราวหลังฉีดเมโสแฟต
• หลังฉีดเมโสแฟตอาจบวม แดง เจ็บตึง บริเวณที่ฉีด มักเกิดขึ้น 2-3 วันแรก และจะค่อย ๆ ดีขึ้น
• หลังฉีดเมโสแฟตอาจมีรอยช้ำ จากเข็มฉีดยา โดยเฉพาะผู้ที่มีเส้นเลือดฝอยมาก
• หลังฉีดเมโสแฟตอาจคันหรือรู้สึกร้อน ๆ ใต้ผิว เป็นการตอบสนองต่อยาที่สลายไขมัน
• หลังฉีดเมโสแฟตอาจมีผิวหนังเป็นก้อนนูนเล็ก ๆ บางรายอาจเจอ แต่จะค่อย ๆ นิ่มลงเมื่อไขมันสลายและร่างกายขับออก
ผลข้างเคียงที่พบได้น้อยหลังฉีดเมโสแฟต (แต่ต้องระวัง)
• หลังฉีดเมโสแฟตอาจอักเสบ ติดเชื้อ หากไม่ได้รับการทำในสภาพแวดล้อมที่สะอาดปลอดภัย
• หลังฉีดเมโสแฟตอาจมีก้อนแข็งถาวร จากการฉีดตัวยาไม่ได้มาตรฐานหรือเทคนิคไม่ถูกต้อง
• หลังฉีดเมโสแฟตอาจมีอาการแพ้ตัวยา เช่น มีผื่นแดง หายใจลำบาก (พบได้น้อยมาก แต่ต้องรีบพบแพทย์ทันที)
คำแนะนำการเตรียมตัวก่อนฉีดเมโสแฟต
ก่อนเข้ารับการฉีดเมโสแฟต ไม่ใช่แค่เลือกคลินิกและแพทย์ที่ได้มาตรฐานเท่านั้น แต่การเตรียมตัวของคนไข้เองก็มีผลอย่างมากต่อผลลัพธ์และลดความเสี่ยง ดังนั้นควรรู้ว่ามีอะไรที่ควรทำ และอะไรที่ควรงดก่อนเข้ารับบริการฉีดเมโสแฟต โดยมีคำแนะนำการเตรียมตัวก่อนฉีดเมโสแฟตดังนี้
1.ก่อนฉีดเมโสแฟตงดการใช้ยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด
• เช่น แอสไพริน (Aspirin), วิตามินอี, น้ำมันปลา หรือสมุนไพรบางชนิด (เช่น แปะก๊วย, โสม)
• ควรงดอย่างน้อย 5-7 วันก่อนฉีดเมโสแฟต เพื่อลดโอกาสเกิดรอยช้ำและเลือดออกง่าย
2.ก่อนฉีดเมโสแฟตงดดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่
• อย่างน้อย 24-48 ชั่วโมงก่อนฉีดเมโสแฟต เพราะมีผลต่อการไหลเวียนโลหิตและทำให้ร่างกายฟื้นตัวช้าลง
3.ก่อนฉีดเมโสแฟตนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
• การนอนหลับที่ดีช่วยให้ร่างกายพร้อมรับการรักษา และลดความเสี่ยงการอักเสบหลังฉีดเมโสแฟต
4.ก่อนฉีดเมโสแฟตควรดื่มน้ำให้มาก ๆ
• ควรดื่มน้ำให้เพียงพอในช่วง 1-2 วันก่อนทำ เพื่อช่วยให้ระบบไหลเวียนเลือดและน้ำเหลืองทำงานได้ดี
5.ก่อนฉีดเมโสแฟตแจ้งแพทย์เรื่องโรคประจำตัวและยาที่ใช้
• หากมีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคตับ ไต หรือกำลังตั้งครรภ์/ให้นมบุตร ควรแจ้งแพทย์อย่างละเอียด
• รวมถึงประวัติการแพ้ยาและอาหารเสริมที่กำลังรับประทาน ก่อนฉีดเมโสแฟต
6.ก่อนฉีดเมโสแฟตหลีกเลี่ยงการแต่งหน้าหรือทาครีมแรง ๆ (กรณีฉีดบริเวณใบหน้า)
• เพื่อป้องกันการระคายเคืองและการติดเชื้อ ควรทำความสะอาดผิวหน้าให้สะอาดก่อนฉีดเมโสแฟต
7.ก่อนฉีดเมโสแฟตเตรียมใจเรื่องผลลัพธ์
• เมโสแฟตไม่ใช่วิธีลดน้ำหนักทั้งตัว แต่ช่วยลดไขมันเฉพาะจุด ควรเข้าใจผลลัพธ์ตามความเป็นจริง
คำแนะนำการดูแลตัวเองหลังฉีดเมโสแฟต
หลังฉีดเมโสแฟต บริเวณที่ทำอาจมีอาการบวมแดง ตึง หรือช้ำเล็กน้อย ซึ่งเป็นเรื่องปกติและหายได้เอง แต่หากดูแลตัวเองอย่างถูกต้องจะช่วยให้ฟื้นตัวเร็วขึ้นและเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนกว่าเดิม โดยมีคำแนะนำการดูแลตัวเองหลังฉีดเมโสแฟตดังนี้
1.หลังฉีดเมโสแฟตแนะนำประคบเย็นในช่วง 24 ชั่วโมงแรก
• เพื่อลดอาการบวมและช้ำ ไม่ควรประคบร้อนเพราะจะทำให้บวมมากกว่าเดิม
2.หลังฉีดเมโสแฟตดื่มน้ำมาก ๆ อย่างน้อยวันละ 1.5-2 ลิตร
• การดื่มน้ำช่วยให้ร่างกายขับไขมันที่ถูกแตกตัวออกทางระบบน้ำเหลืองและปัสสาวะได้เร็วขึ้น
3.หลังฉีดเมโสแฟตงดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่
• อย่างน้อย 3 วันหลังทำเมโสแฟต เพราะจะทำให้การไหลเวียนเลือดไม่ปกติและเสี่ยงบวมช้ำมากขึ้น
4.หลังฉีดเมโสแฟตหลีกเลี่ยงอาหารที่ทำให้บวมและสะสมไขมัน
• เช่น อาหารรสเค็มจัด ของมัน ของทอด และของหวาน
• ควรเลือกอาหารที่มีประโยชน์ เน้นผัก ผลไม้ และโปรตีนคุณภาพดี
5.หลังฉีดเมโสแฟตงดการนวด กด หรือสัมผัสแรง ๆ บริเวณที่ฉีด
• เพราะจะทำให้ตัวยาเมโสแฟตกระจายไม่สม่ำเสมอ และเสี่ยงต่อการอักเสบ
6.หลังฉีดเมโสแฟตหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนักและกิจกรรมที่ทำให้เหงื่อออกมาก
• อย่างน้อย 48 ชั่วโมงแรก หลังฉีดเมโสแฟต เพื่อป้องกันการบวมช้ำและอักเสบ
• หลังจากนั้นสามารถออกกำลังกายเบา ๆ เพื่อช่วยเผาผลาญและเร่งขับไขมันออกได้
7.หลังฉีดเมโสแฟตควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
• การนอนหลับที่ดีช่วยให้ร่างกายซ่อมแซมและฟื้นฟูผิวหนังได้เร็วขึ้น
8.หลังฉีดเมโสแฟตหากมีอาการผิดปกติรุนแรง ควรรีบพบแพทย์
• เช่น ปวดมาก บวมแดงร้อนผิดปกติ หรือมีอาการแพ้
ทำไมบางคนฉีดเมโสแฟตแล้วยังมีไขมันสะสม
เมโสแฟตเป็นวิธีลดไขมันเฉพาะจุดที่ช่วยให้เห็นผลได้ในเวลาอันสั้น แต่ผลลัพธ์ก็ไม่ได้เหมือนกันทุกคน บางคนลดไขมันได้ชัดเจน ขณะที่บางคนยังมีไขมันสะสมอยู่ ซึ่งมาจากหลายสาเหตุที่เกี่ยวข้องทั้งตัวบุคคล การใช้ชีวิต และเทคนิคการฉีด สาเหตุที่บางคนฉีดเมโสแฟตแล้วยังมีไขมันสะสม ได้แก่
1.ปริมาณไขมันสะสมมากเกินไป
• เมโสแฟตออกแบบมาเพื่อลดไขมันเฉพาะจุดปริมาณเล็ก-ปานกลาง ไม่ใช่วิธีลดน้ำหนักทั้งตัว
• หากมีไขมันสะสมมาก เช่น หน้าท้องใหญ่หรือน้ำหนักเกินมาก อาจต้องฉีดเมโสแฟตหลายครั้งหรือควบคู่กับวิธีอื่น
2.ฉีดเมโสแฟตเพียงครั้งเดียว
• ส่วนใหญ่ต้องฉีดเมโสแฟต 2-4 ครั้งขึ้นไป (เว้นระยะทุก 2-3 สัปดาห์) ถึงจะเห็นผลชัดเจน
• การฉีดเมโสแฟตเพียงครั้งเดียวมักได้ผลน้อยเกินไป
3.พฤติกรรมการใช้ชีวิต
• ฉีดเมโสแฟตแต่ยังรับประทานอาหารมัน เค็ม หวานจัด ทำให้เกิดการสะสมไขมันใหม่
• ไม่ดื่มน้ำมากพอทั้งก่อนและหลังฉีดเมโสแฟต ร่างกายขับไขมันที่แตกตัวออกไปได้ช้า
• ไม่ออกกำลังกายควบคู่กับการฉีดเมโสแฟต การเผาผลาญไม่ดี ทำให้ผลลัพธ์ไม่คงทน
4.ระบบเผาผลาญของแต่ละคนต่างกัน
• บางคนระบบเผาผลาญช้า ไขมันที่แตกตัวออกจึงขับออกได้ช้ากว่าปกติ
• ส่งผลให้การเปลี่ยนแปลงหลังฉีดเมโสแฟตไม่ชัดเจน
5.คุณภาพและเทคนิคการฉีดเมโสแฟต
• หากตัวยาไม่ได้มาตรฐาน หรือแพทย์ไม่มีความรู้เพียงพอ อาจทำให้ผลลัพธ์ไม่ดีเท่าที่ควร
• ปริมาณยาที่น้อยเกินไปก็มีผลต่อผลลัพธ์หลังฉีดเมโสแฟตเช่นกัน
สรุปสาเหตุที่บางคนฉีดเมโสแฟตแล้วยังมีไขมันสะสม มักเกิดจากมีไขมันเยอะเกินไป ฉีดเมโสแฟตเพียงครั้งเดียว ไม่ปรับพฤติกรรมการกินหรือการใช้ชีวิต ระบบเผาผลาญส่วนบุคคล และคุณภาพการฉีดเมโสแฟต ดังนั้นการฉีดเมโสแฟตควรทำกับแพทย์ที่มีความรู้ และต้องควบคู่กับการดูแลตัวเอง เพื่อให้ผลลัพธ์ชัดเจนและอยู่ได้ยาวนาน
สรุป เมโสแฟตดีไหม รู้ก่อนตัดสินใจฉีด
สรุปว่าเมโสแฟตเป็นหัตถการที่ช่วยลดไขมันเฉพาะจุดได้ เหมาะกับผู้ที่มีไขมันปริมาณเล็กน้อยถึงปานกลาง และต้องการปรับรูปร่างหรือลดแก้ม เหนียง ให้เห็นผลโดยไม่ต้องผ่าตัด อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์หลังฉีดเมโสแฟตจะอยู่ได้นานแค่ไหน ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองทั้งการควบคุมอาหาร การออกกำลังกาย และการใช้ชีวิต
นอกจากนี้ควรฉีดเมโสแฟตกับแพทย์ในคลินิกที่ได้มาตรฐาน เพื่อลดความเสี่ยงเกิดผลข้างเคียง ดังนั้นหากกำลังมองหาทางเลือกในการลดไขมันเฉพาะจุด เมโสแฟตถือว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ แต่ควรทำความเข้าใจข้อดี ข้อจำกัด และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดเพื่อได้ผลลัพธ์ที่ดี
* เงื่อนไขตามบริษัทฯ กำหนด
แนะนำให้สอบถามกับเจ้าหน้าที่ก่อนเข้ารับบริการ
เพื่อความชัวร์และได้สิทธิ์ที่คุ้มที่สุดค่ะ