โปรแกรมทำปากกระจับ คืออะไร มีกี่ทรง อยู่ได้นานไหม เลือกวิธีไหนดี
ทำปากกระจับ
ทำปากกระจับ คืออะไร อยู่ได้นานไหม มีกี่ทรง เลือกวิธีไหนดี
หลายคนอาจเคยรู้สึกไม่มั่นใจกับรูปริมฝีปากของตัวเอง โดยเฉพาะผู้ที่มีริมฝีปากหนา ปากใหญ่ หรือริมฝีปากไม่เท่ากัน ทำให้เวลายิ้ม พูด หรือถ่ายรูป อาจดูไม่เข้ากับรูปหน้าเท่าที่ควร ปัญหาเหล่านี้ไม่เพียงแต่ส่งผลต่อความมั่นใจ แต่ยังทำให้หลายคนอยากหาวิธีแก้ไขทำปากกระจับ เพื่อให้ริมฝีปากได้รูป สวยละมุน และเสริมบุคลิกให้ดูดีขึ้น
หนึ่งในทางเลือกยอดนิยมที่สามารถปรับเปลี่ยนรูปปากให้ได้สัดส่วนและสวยงามมากขึ้นก็คือ “การทำปากกระจับ” ซึ่งเป็นการปรับแต่งริมฝีปากให้มีส่วนเว้าโค้งตรงกลางคล้ายรูปกระจับ ช่วยให้ริมฝีปากดูเรียวบาง ได้สัดส่วน รับกับใบหน้า และทำให้รอยยิ้มดูอ่อนหวานและมีเสน่ห์มากยิ่งขึ้น
ทำปากกระจับคืออะไร
“ทำปากกระจับ” คือการปรับแต่งริมฝีปากให้มีลักษณะเป็นกระจับ โดยเฉพาะริมฝีปากบนที่ถูกตกแต่งให้มีส่วนเว้าโค้งตรงกลางเป็นรูปตัว M เล็ก ๆ ทำให้ริมฝีปากดูได้รูปมากขึ้น ดูบางและเรียวกว่าเดิม ซึ่งจะช่วยเสริมให้ใบหน้าดูหวาน ละมุน และมีเสน่ห์เวลายิ้ม โดยการทำปากกระจับสามารถทำได้หลายวิธี เช่น ศัลยกรรมผ่าตัดตกแต่งริมฝีปาก การฉีดฟิลเลอร์ปาก การทำปากกระจับจึงไม่ใช่เพียงการทำให้ปากบางลง แต่เป็นการสร้างเส้นโค้ง เว้า และความสมดุลของริมฝีปาก เพื่อให้รับกับใบหน้าและเหมาะกับสไตล์ที่แต่ละคนต้องการ
ทำไมคนนิยมทำปากกระจับ
ทำปากกระจับถือเป็นหนึ่งในเทรนด์ความงามที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะการปรับรูปปากเพียงเล็กน้อย สามารถเปลี่ยนภาพรวมของใบหน้าและบุคลิกได้อย่างชัดเจน เหตุผลที่หลายคนนิยมเลือกทำปากกระจับ มีดังนี้
1.ทำปากกระจับช่วยเพิ่มเสน่ห์และความมั่นใจ
ริมฝีปากเป็นจุดโฟกัสสำคัญบนใบหน้า การมีริมฝีปากที่ได้รูป จะช่วยให้รอยยิ้มดูสวยหวาน น่ามองมากขึ้น หลายคนรู้สึกมั่นใจเวลาพูดหรือยิ้มหลังทำปากกระจับ
2.ทำปากกระจับทำให้ใบหน้าดูละมุน อ่อนหวาน
ปากที่ได้รูปเป็นกระจับ โดยเฉพาะส่วนเว้าตรงกลางริมฝีปากบน จะช่วยให้ใบหน้าดูซอฟต์ ไม่แข็ง และทำให้ดูอ่อนโยน มีเสน่ห์ดูเป็นธรรมชาติ
3.ทำปากกระจับช่วยปรับสมดุลของริมฝีปาก
บางคนมีริมฝีปากบนหนาเกินไป หรือริมฝีปากสองข้างไม่เท่ากัน การทำปากกระจับช่วยแก้ไขให้ได้สัดส่วนมากขึ้น รับกับรูปหน้าโดยรวม
4.ทำปากกระจับเข้ากับหลายสไตล์ความงาม
ทำปากกระจับสามารถปรับได้หลายทรง เช่น ทรงหวานธรรมชาติสไตล์เกาหลี หรือทรงคมชัดสไตล์สายฝอ จึงตอบโจทย์ความชอบที่แตกต่างกันของแต่ละคน
5.ทำปากกระจับให้ผลลัพธ์เห็นได้ชัดเจน
หลังทำปากกระจับ ไม่ว่าจะด้วยการศัลยกรรมหรือตกแต่งด้วยฟิลเลอร์ รูปปากจะเปลี่ยนทรง เห็นความแตกต่างก่อน-หลังทำอย่างเห็นได้ชัดขึ้น
การทำปากกระจับช่วยอะไรบ้าง
การทำปากกระจับไม่ได้มีแค่เรื่องความสวยงามเพียงอย่างเดียว แต่ยังช่วยปรับสมดุลของใบหน้าและเสริมบุคลิกโดยรวมให้ดูดีขึ้นด้วย ซึ่งการทำปากกระจับมีข้อดีดังนี้
1.การทำปากกระจับช่วยให้รูปปากได้สัดส่วน
แก้ปัญหาปากบนหนาเกินไปหรือปากไม่เท่ากัน ตกแต่งให้ริมฝีปากมีความโค้งเว้า ดูเป็นกระจับที่ชัดเจนและได้รูปมากขึ้น
2.การทำปากกระจับช่วยทำให้ใบหน้าดูหวานและอ่อนโยน
ปากกระจับช่วยทำให้โครงหน้าโดยรวมละมุนขึ้น เสริมเสน่ห์ให้รอยยิ้มดูน่ามองและดูเป็นธรรมชาติ
3.การทำปากกระจับช่วยเพิ่มความมั่นใจในการพูดและยิ้ม
ผู้ที่เคยไม่มั่นใจในริมฝีปากตัวเอง เมื่อทำแล้วมักรู้สึกมั่นใจขึ้น ทำให้กล้าแสดงออกและยิ้มได้อย่างเต็มที่
4.การทำปากกระจับช่วยปรับบุคลิกให้ดูดีขึ้น
ปากกระจับช่วยเสริมให้ภาพลักษณ์โดยรวมดูอ่อนหวาน สุภาพ หรือจะเป็นลุคมั่นใจ เซ็กซี่ ก็เลือกทรงปากให้เข้ากับสไตล์ได้ เหมาะสำหรับทั้งการถ่ายรูป การทำงาน และการเข้าสังคม
5.การทำปากกระจับช่วยแก้ปัญหาโครงสร้างริมฝีปากเดิม
สำหรับบางคนที่มีริมฝีปากหนาเกินไป ริมฝีปากบนยื่น หรือไม่สมดุล การทำปากกระจับสามารถช่วยแก้ไขให้ดูสมดุลมากขึ้น
ทำปากกระจับ มีวิธีอะไรบ้างที่นิยม
1.ศัลยกรรมทำปากกระจับ
การทำปากกระจับเป็นการศัลยกรรมตกแต่งริมฝีปากบน ให้มีลักษณะโค้งเว้าตรงกลางคล้ายผลกระจับ ดูเรียวสวย อ่อนหวาน และช่วยเสริมบุคลิกให้ใบหน้าดูสดใสขึ้น มักนิยมทำร่วมกับการปรับมุมปากให้ยกขึ้นเล็กน้อย เพื่อให้ดูเหมือนมีรอยยิ้มตลอดเวลา
เทคนิคการทำปากกระจับด้วยศัลยกรรม
1.ผ่าตัดตกแต่งริมฝีปากบน
• ศัลยแพทย์จะทำการตัดแต่งผิวหนังและเนื้อริมฝีปากส่วนเกินออก
• เย็บตกแต่งให้ริมฝีปากมีส่วนเว้าตรงกลางคล้ายกระจับ
• เหมาะกับคนที่มีริมฝีปากหนาหรือรูปปากไม่ชัด
2.ศัลยกรรมร่วมกับการปรับมุมปาก
• ช่วยให้ปากดูอมยิ้ม อ่อนโยนมากขึ้น
• เหมาะกับผู้ที่มุมปากตกหรือริมฝีปากบนค่อนข้างตรง
3.เสริมร่วมกับการฉีดฟิลเลอร์
• ใช้ฟิลเลอร์เพื่อปรับรูปทรงหลังศัลยกรรม หรือเพิ่มความอิ่มฟูให้สมดุล
• ให้ผลลัพธ์ทำปากกระจับดูเป็นธรรมชาติยิ่งขึ้น
ศัลยกรรมทำปากกระจับเหมาะกับใคร
• ผู้ที่มีริมฝีปากหนาเกินไป อยากให้เรียวเล็กลง
• ผู้ที่ริมฝีปากบนไม่มีสัดส่วนชัดเจน
• ผู้ที่ต้องการให้ริมฝีปากดูโค้งเว้า อมยิ้ม และอ่อนหวานขึ้น
• ผู้ที่อยากปรับบุคลิกให้ดูอ่อนเยาว์
ข้อดีของการทำศัลยกรรมทำปากกระจับ
• ได้รูปปากที่ชัดเจนและสวยงาม
• ช่วยให้ใบหน้าดูมีเสน่ห์มากขึ้น
• ผลลัพธ์อยู่ได้นาน ไม่ต้องทำซ้ำบ่อย ๆ
• สามารถแก้ไขความไม่สมดุลของริมฝีปากได้
ข้อควรระวังและข้อจำกัดของศัลยกรรมทำปากกระจับ
• หลังทำอาจมีอาการบวม ช้ำ ประมาณ 1-2 สัปดาห์
• ต้องดูแลแผลผ่าตัดให้สะอาด ป้องกันการติดเชื้อ
• เป็นการผ่าตัดจึงแก้ไขได้ยากกว่าการฉีดฟิลเลอร์
การดูแลหลังทำศัลยกรรมทำปากกระจับ
• ประคบเย็นเพื่อลดบวมใน 48 ชั่วโมงแรก
• หลีกเลี่ยงอาหารเผ็ดร้อน อาหารแข็ง และการสูบบุหรี่
• งดออกกำลังกายหนัก 1-2 สัปดาห์
• ทำความสะอาดช่องปากและทายาปฏิชีวนะตามแพทย์สั่ง
• พบแพทย์ตามนัดเพื่อตรวจความเรียบร้อยของแผล
2.ฟิลเลอร์ทำปากกระจับ
การฉีดฟิลเลอร์ปากกระจับเป็นการปรับแต่งรูปทรงริมฝีปากให้มีส่วนโค้งเว้าตรงกลาง คล้ายปากกระจับ โดยไม่ต้องผ่าตัด แพทย์จะฉีดสารเติมเต็ม Hyaluronic Acid หรือ HA เข้าไปบริเวณริมฝีปากบน และบางครั้งริมฝีปากล่าง เพื่อปรับสัดส่วนให้ได้รูปสวย อมยิ้ม และดูอ่อนหวาน
เทคนิคการฉีดฟิลเลอร์ทำปากกระจับ
1.เติมฟิลเลอร์เฉพาะริมฝีปากบน
• สร้างร่องตรงกลางริมฝีปากให้เด่นชัด
• เน้นให้ได้ทรงกระจับโดยเฉพาะ
2.เติมฟิลเลอร์ริมฝีปากบนและล่าง
• ทำให้ปากสมดุล อวบอิ่มมากขึ้น
• ช่วยให้ปากไม่ดูบางจนเกินไป
3.ปรับร่วมกับการยกมุมปาก
• ฉีดฟิลเลอร์เพื่อยกมุมปากให้ดูยิ้มละมุน
• ทำให้ใบหน้าดูเป็นมิตรขึ้น
ฉีดฟิลเลอร์ทำปากกระจับเหมาะกับใคร
• คนที่มีริมฝีปากบาง อยากได้ทรงกระจับแต่ไม่อยากผ่าตัด
• คนที่มีปากตรงหรือไม่คมชัด อยากให้ปากดูมีมิติ
• ผู้ที่อยากได้ผลลัพธ์เห็นชัดเจนหลังทำ
• ผู้ที่ไม่อยากพักฟื้นนาน
ข้อดีของการฉีดฟิลเลอร์ทำปากกระจับ
• ไม่ต้องผ่าตัด ไม่เจ็บมาก
• เห็นผลลัพธ์ในเวลาไม่นาน
• สามารถปรับรูปทรงตามต้องการได้อย่างอิสระ
• หากไม่พอใจ สามารถสลายฟิลเลอร์ออกได้
• พักฟื้นไม่นาน สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ
ข้อควรระวังและข้อจำกัดของฉีดฟิลเลอร์ทำปากกระจับ
• ผลลัพธ์ไม่ถาวร อยู่ได้ประมาณ 6-12 เดือน ขึ้นอยู่กับชนิดฟิลเลอร์
• หลังฉีดอาจมีอาการบวม แดง หรือช้ำเล็กน้อย
การดูแลหลังฉีดฟิลเลอร์ทำปากกระจับ
• ประคบเย็นใน 24 ชั่วโมงแรก ลดอาการบวมและช้ำ
• หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ อาหารร้อน และอาหารเผ็ดจัด 1-2 วัน
• งดการขยับริมฝีปากแรง ๆ เช่น การดูดหลอด
• ดื่มน้ำมาก ๆ เพื่อให้ฟิลเลอร์อุ้มน้ำและดูอิ่มสวย
• เข้าพบแพทย์ตามนัดเพื่อตรวจผลลัพธ์
ทำปากกระจับ มีกี่ทรง อะไรบ้าง
รูปทรงปากที่คนนิยมทำปากกระจับด้วยศัลยกรรมหรือฉีดฟิลเลอร์มีหลายแบบ ขึ้นอยู่กับโครงหน้า ความต้องการ และเทรนด์ความงามในแต่ละช่วง โดยรูปทรงที่พบได้บ่อย ได้แก่
1.ทำปากกระจับทรงธรรมชาติ
• ทรงที่นิยมมากที่สุด เหมาะกับผู้ที่อยากได้ปากดูอ่อนหวาน อมยิ้ม
• มีลักษณะปากบนโค้งเว้าเล็กน้อย คล้ายกระจับตรงกลางริมฝีปาก
• มักทำร่วมกับการตกแต่งมุมปากให้ยกขึ้น ดูเป็นมิตร
2.ทำปากกระจับทรงบางเรียว
• เหมาะกับผู้ที่ริมฝีปากเดิมค่อนข้างหนา อยากให้ปากดูเรียวและเข้ารูปมากขึ้น
• ช่วยให้ใบหน้าดูคมชัด และเพิ่มความมั่นใจเวลาแต่งหน้า
3.ทำปากกระจับทรงอวบอิ่ม
• เป็นสไตล์ที่ได้รับอิทธิพลจากดาราฮอลลีวูด
• ริมฝีปากอิ่มเต็มทั้งบนและล่าง ดูเซ็กซี่และมีเสน่ห์
• มักนิยมฉีดฟิลเลอร์เพื่อเพิ่มวอลลุ่มมากกว่าการผ่าตัด
4.ทำปากกระจับทรงหัวใจ
• มีความคล้ายปากกระจับ แต่ตรงกลางริมฝีปากบนจะชัดเจนเป็นร่องรูปหัวใจ
• ทำให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ สดใส เหมือนกำลังยิ้มตลอดเวลา
5.ทำปากกระจับทรงสายฝอ
• เน้นความอิ่มฟู หนา และคมชัดทั้งปากบนและล่าง
• เหมาะกับคนที่อยากได้ลุคเปรี้ยว เซ็กซี่แบบดาราตะวันตก
6.ทำปากกระจับทรงเกาหลี
• เน้นความดูเป็นธรรมชาติ ปากไม่หนาเกินไป
• มักมีการฉีดฟิลเลอร์ให้มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย
• ให้ลุคใส ๆ อ่อนโยน เหมาะกับคนที่ชอบความละมุน
ทำปากกระจับเหมาะกับใครบ้าง
ไม่ใช่ทุกคนที่จำเป็นต้องทำปากกระจับ แต่การทำปากกระจับจะเหมาะกับคนที่อยากปรับบุคลิก เพิ่มเสน่ห์ และแก้ไขข้อบกพร่องของริมฝีปากให้ได้สัดส่วนมากขึ้น โดยกลุ่มคนที่เหมาะกับการทำปากกระจับ ได้แก่
1.ทำปากกระจับเหมาะกับคนที่มีริมฝีปากหนาเกินไป
• ริมฝีปากบนหรือริมฝีปากล่างมีเนื้อเยอะ ทำให้ปากดูหนาเกินสมดุล
• การทำปากกระจับช่วยให้ปากบางลง ดูเรียวและสวยขึ้น
2.ทำปากกระจับเหมาะกับคนที่ริมฝีปากไม่เท่ากัน
• บางคนมีริมฝีปากบนและล่างไม่สมดุล หรือริมฝีปากเอียงไม่เข้ารูป
• การทำปากกระจับสามารถช่วยปรับให้ริมฝีปากสมดุลและได้สัดส่วนมากขึ้น
3.ทำปากกระจับเหมาะกับคนที่อยากปรับบุคลิกให้ดูหวานและละมุนขึ้น
• การมีปากกระจับช่วยทำให้ใบหน้าอ่อนโยนขึ้น ดูมีเสน่ห์มากขึ้น
• เหมาะสำหรับคนที่อยากเพิ่มความมั่นใจเวลายิ้มหรือพูด
4.ทำปากกระจับเหมาะกับคนที่อยากเสริมบุคลิกให้ดูโดดเด่น
• หากอยากได้ลุคมั่นใจ เซ็กซี่ หรืออินเตอร์ สามารถเลือกทรงปากสายฝอหรือคมชัด
• เหมาะกับคนที่ชอบสไตล์แฟชั่นและอยากให้ริมฝีปากเป็นจุดเด่นบนใบหน้า
5.ทำปากกระจับเหมาะกับคนที่เคยขาดความมั่นใจเรื่องริมฝีปาก
• ผู้ที่ไม่กล้ายิ้มกว้างหรือกังวลว่าปากหนาเกินไป
• การทำปากกระจับช่วยแก้ปัญหานี้ ทำให้มั่นใจมากขึ้นในชีวิตประจำวัน
ทำปากกระจับไม่เหมาะกับใครบ้าง
แม้ว่าการทำปากกระจับจะช่วยให้ริมฝีปากดูสวยได้รูปและเสริมบุคลิกได้มากขึ้น แต่ก็ไม่ใช่ว่าทุกคนจะเหมาะกับการทำปากกระจับ โดยกลุ่มคนที่ควรหลีกเลี่ยงหรือปรึกษาแพทย์ก่อนทำ มีดังนี้
1.ทำปากกระจับไม่เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาสุขภาพบางอย่าง
• ผู้ที่เป็นโรคเลือดออกง่ายหรือหยุดยาก
• ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับการสมานแผลหรือการติดเชื้อบ่อย
• ผู้ป่วยโรคเบาหวานหรือภูมิคุ้มกันบกพร่อง ควรหลีกเลี่ยงหรือปรึกษาแพทย์ก่อน
2.ทำปากกระจับไม่เหมาะกับผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงต่อผลลัพธ์
• สูบบุหรี่จัดหรือดื่มแอลกอฮอล์บ่อย ซึ่งอาจทำให้แผลหายช้าและผลลัพธ์ไม่คงทน
• มีพฤติกรรมกัดริมฝีปากหรือเลียริมฝีปากบ่อย ๆ อาจทำให้ทรงปากเสียรูปเร็ว
3.ทำปากกระจับไม่เหมาะกับผู้ที่กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
• โดยทั่วไปแพทย์ไม่แนะนำให้ทำหัตถการศัลยกรรมหรือฉีดสารเติมเต็มในช่วงนี้ เพื่อความปลอดภัยของคุณแม่และทารก
ทำปากกระจับกี่วันถึงเห็นผล
การทำปากกระจับ ไม่ว่าจะเป็น ศัลยกรรมทำปากกระจับ หรือ การฉีดฟิลเลอร์ทำปากกระจับ ผลลัพธ์จะไม่สมบูรณ์ทันที แต่จะค่อย ๆ เข้าที่เมื่อเวลาผ่านไป ซึ่งสามารถแบ่งระยะการเห็นผลได้ดังนี้
หลังทำปากกระจับทันที
• จะเห็นรูปทรงปากเปลี่ยนไปเลย เช่น ริมฝีปากบนมีส่วนเว้าเป็นกระจับมากขึ้น หรือปากบางลง
• แต่ยังมีอาการบวม แดง หรือช้ำ ทำให้ยังไม่เห็นความสวยชัดเจน
3 - 7 วันหลังทำปากกระจับ
• อาการบวมเริ่มยุบลง ปากเริ่มเข้ารูปชัดขึ้น
• หากเป็นการฉีดฟิลเลอร์ ช่วงนี้จะเห็นรูปปากใกล้เคียงกับผลลัพธ์จริง
2 - 4 สัปดาห์หลังทำปากกระจับ
• ผลลัพธ์จะเข้าที่ชัดเจนมากขึ้น แผลผ่าตัด (หากมี) สมานและหายดี
• รูปปากจะดูเป็นธรรมชาติ เวลาพูดหรือยิ้มจะไม่แข็ง
1 - 3 เดือนหลังทำปากกระจับ
• ถือว่าเป็นระยะที่ผลลัพธ์สมบูรณ์ที่สุด
• สำหรับการศัลยกรรมปากกระจับ แผลภายในจะหายสนิท และเห็นทรงปากชัดเจน
• สำหรับฟิลเลอร์ ริมฝีปากจะนิ่มและกลืนไปกับเนื้อปากอย่างดูเป็นธรรมชาติ
สรุป ฉีดฟิลเลอร์ปากจะเห็นผลเร็ว ตั้งแต่ 3 - 7 วัน และเข้าที่ชัดสุดใน 2 - 4 สัปดาห์ ส่วนศัลยกรรมปากกระจับจะเห็นผลชัดเจนใน 1 - 3 เดือน หลังแผลหายและเนื้อปากเข้าที่
ทำปากกระจับอยู่ได้นานแค่ไหน
การทำปากกระจับสามารถทำได้ ทั้งวิธีศัลยกรรมและการฉีดฟิลเลอร์ ซึ่งแต่ละวิธีจะมีระยะเวลาความคงทนแตกต่างกัน ดังนี้
1.การทำปากกระจับด้วยศัลยกรรมผ่าตัด
• เป็นการตัดแต่งเนื้อริมฝีปากส่วนเกินออก แล้วเย็บตกแต่งใหม่ให้เป็นรูปกระจับ
• ผลลัพธ์มีความถาวร อยู่ได้ตลอดไป
• รูปปากอาจมีการเปลี่ยนแปลงบ้างตามอายุและสภาพผิว แต่โดยรวมถือว่าถาวรที่สุด
• เหมาะสำหรับคนที่ต้องการแก้ไขปัญหาริมฝีปากหนามากหรือรูปปากไม่สมดุล
2.การทำปากกระจับด้วยการฉีดฟิลเลอร์
• ใช้สารเติมเต็ม Hyaluronic Acid ปรับแต่งทรงริมฝีปากให้ดูเป็นกระจับ
• ผลลัพธ์อยู่ได้ประมาณ 6 - 12 เดือน ขึ้นกับชนิดของฟิลเลอร์และการดูแลตนเอง
• หลังหมดฤทธิ์ ฟิลเลอร์จะสลายไปเองตามธรรมชาติ หากต้องการคงผลลัพธ์ต้องฉีดซ้ำ
วิธีเลือกทำปากกระจับให้เหมาะกับตัวเอง
การทำปากกระจับไม่ใช่ว่าจะใช้วิธีเดียวกันได้กับทุกคน เพราะรูปหน้า ความหนาของริมฝีปาก และสไตล์ที่ชอบแตกต่างกัน ก่อนตัดสินใจจึงควรพิจารณาองค์ประกอบหลายด้าน ดังนี้
1.การทำปากกระจับควรพิจารณารูปหน้าและบุคลิก
• หากเป็นคนหน้าเล็ก โครงหน้าเรียว เหมาะกับการทำปากกระจับทรงธรรมชาติหรือทรงเกาหลี จะช่วยให้หน้าดูละมุน
• หากเป็นคนหน้าเด่น โครงหน้าคมชัด อาจเหมาะกับการทำปากกระจับทรงคมชัดหรือสายฝอ เพื่อเสริมบุคลิกให้ดูมั่นใจ
2.การทำปากกระจับควรเลือกวิธีตามความต้องการ
• ศัลยกรรมผ่าตัด เหมาะกับผู้ที่ต้องการแก้ปัญหาริมฝีปากหนาเกินไป หรืออยากได้ผลลัพธ์อยู่ได้นาน
• การฉีดฟิลเลอร์ เหมาะกับคนที่อยากปรับรูปปากเล็กน้อย ไม่อยากเจ็บตัวมาก และอยากลองดูก่อนว่าทรงปากที่ทำเหมาะกับตัวเองไหม
3.การทำปากกระจับควรพิจารณาความคงทนที่ต้องการ
• ถ้าอยากได้ผลลัพธ์อยู่ได้นาน ไม่ต้องแก้ซ้ำบ่อย ควรเลือกศัลยกรรมทำปากกระจับ
• ถ้าอยากได้แบบชั่วคราว สามารถเปลี่ยนทรงได้ในอนาคต เลือกฉีดฟิลเลอร์ทำปากกระจับ
4.การทำปากกระจับควรเลือกทรงปากที่เข้ากับสไตล์
• ปากทรงเกาหลี เหมาะกับคนที่ชอบความหวาน ละมุน อ่อนโยน
• ปากทรงสายฝอ เหมาะกับคนที่อยากดูโดดเด่น เซ็กซี่ มั่นใจ
5.การทำปากกระจับควรปรึกษาแพทย์
• ควรเข้ารับการประเมินจากแพทย์ก่อนทุกครั้ง เพื่อดูว่าโครงหน้าและริมฝีปากเหมาะกับทรงไหน
• แพทย์จะช่วยออกแบบรูปปากให้เข้ากับบุคลิก และแนะนำวิธีที่ลดความเสี่ยงเกิดผลข้างเคียง
ทำปากกระจับเจ็บไหม ต้องพักฟื้นนานไหม
หลายคนที่สนใจทำปากกระจับมักกังวลเรื่องความเจ็บและการพักฟื้น ซึ่งจริง ๆ แล้วระดับความเจ็บและระยะเวลาการฟื้นตัวจะแตกต่างกันไปตามวิธีที่เลือกทำ ดังนี้
1.การทำปากกระจับด้วยศัลยกรรมผ่าตัด
• ความเจ็บ ระหว่างทำแพทย์จะฉีดยาชา จึงแทบไม่รู้สึกเจ็บ หลังทำอาจมีอาการตึง ปวดบวม หรือช้ำบ้างเล็กน้อย แต่สามารถบรรเทาได้ด้วยยาแก้ปวดและการประคบเย็น
• การพักฟื้น โดยทั่วไปใช้เวลาพักฟื้นประมาณ 7 - 14 วัน อาการบวมช้ำจะค่อย ๆ ลดลง แผลจะหายและเข้าที่สมบูรณ์ในช่วง 1 - 3 เดือน
2.การทำปากกระจับด้วยการฉีดฟิลเลอร์
• ความเจ็บ เจ็บเพียงเล็กน้อยตอนฉีด เพราะแพทย์จะทายาชาหรือฉีดยาชาก่อน หลังทำอาจรู้สึกตึงหรือบวมเล็กน้อย แต่ไม่มาก
• การพักฟื้น แทบไม่ต้องพักฟื้น สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ อาการบวมเล็กน้อยจะหายไปใน 2 - 3 วัน
ทำปากกระจับ อันตรายไหม มีผลข้างเคียงไหม
การทำปากกระจับไม่ว่าจะเป็นการศัลยกรรมหรือนิยมใช้การฉีดฟิลเลอร์ ต่างก็อาจมีผลข้างเคียงเกิดขึ้นได้ ซึ่งโดยทั่วไปถือว่าไม่รุนแรงและมักหายได้เอง หากดูแลถูกวิธี แต่ควรรู้ไว้ก่อนตัดสินใจ
1.ผลข้างเคียงจากการศัลยกรรมปากกระจับ
• บวม แดง หรือช้ำ เกิดขึ้นได้ในช่วง 7-14 วันแรก ถือเป็นอาการปกติหลังผ่าตัด
• อาการเจ็บตึง มักเกิดช่วงแรกหลังยาชาหมดฤทธิ์ แต่สามารถบรรเทาได้ด้วยยาแก้ปวด
• รอยแผลเป็น หากแผลหายช้า หรือไม่ได้รับการดูแลอย่างถูกต้อง อาจเกิดรอยแผลเป็นได้
• ติดเชื้อ พบได้หากไม่รักษาความสะอาด หรือเลือกทำกับสถานพยาบาลที่ไม่ได้มาตรฐาน
2.ผลข้างเคียงจากการฉีดฟิลเลอร์ปาก
• บวมเล็กน้อย พบได้บ่อยใน 2-3 วันแรกหลังฉีด แล้วจะค่อย ๆ ยุบลง
• รอยเข็มหรือช้ำ มักหายได้ภายใน 3-7 วัน
• ก้อนนูนหรือฟิลเลอร์ไหล อาจเกิดจากเทคนิคการฉีดไม่ถูกต้อง หรือใช้ฟิลเลอร์ไม่ได้มาตรฐาน
• อาการแพ้ฟิลเลอร์ พบได้น้อยมาก โดยเฉพาะหากเลือกใช้ฟิลเลอร์แท้ที่ได้มาตรฐาน
การเตรียมตัวก่อนทำปากกระจับ
การเตรียมตัวให้พร้อมก่อนทำปากกระจับเป็นสิ่งสำคัญ เพราะจะช่วยลดความเสี่ยงจากผลข้างเคียง และทำให้ได้ผลลัพธ์ที่สวยยิ่งขึ้น โดยสามารถเตรียมตัวได้ดังนี้
1.เลือกคลินิกและแพทย์ก่อนทำปากกระจับ
• ตรวจสอบว่าเป็นคลินิกที่ได้มาตรฐาน มีใบอนุญาตถูกต้อง
• เลือกแพทย์ที่มีความรู้ด้านศัลยกรรมหรือหัตถการริมฝีปากโดยเฉพาะ
• ดูรีวิวและผลงานจริงประกอบการตัดสินใจ
2.ปรึกษาแพทย์ก่อนทำปากกระจับ
• แจ้งประวัติสุขภาพ โรคประจำตัว ยาที่ใช้อยู่ หรือการแพ้ยา
• พูดคุยความต้องการ เช่น อยากได้ทรงธรรมชาติ สายฝอ หรือทรงเกาหลี
• ให้แพทย์ช่วยประเมินว่าเหมาะกับการทำศัลยกรรมหรือฉีดฟิลเลอร์มากกว่ากัน
3.งดการใช้ยาบางชนิดและอาหารเสริมก่อนทำปากกระจับ
• หยุดใช้ยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น แอสไพริน วิตามินอี น้ำมันปลา อย่างน้อย 5 - 7 วัน
• งดดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่ เพราะมีผลต่อการสมานแผล
4.เตรียมร่างกายให้พร้อมก่อนทำปากกระจับ
• นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
• ดื่มน้ำมาก ๆ เพื่อให้ร่างกายชุ่มชื้นและช่วยฟื้นตัวเร็ว
• ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ก่อนทำ
5.ทำความสะอาดริมฝีปากก่อนทำปากกระจับ
• ก่อนเข้ารับการทำ ควรทำความสะอาดริมฝีปากและช่องปากให้สะอาด
• หลีกเลี่ยงการทาลิปสติกหรือลิปบาล์มในวันที่ทำ
การดูแลตัวเองหลังทำปากกระจับ
การดูแลตัวเองหลังทำปากกระจับเป็นขั้นตอนสำคัญ ที่จะช่วยในการพักฟื้น ลดความเสี่ยงจากผลข้างเคียง และทำให้รูปปากเข้าที่ได้สวยตามที่ต้องการ โดยการดูแลมีรายละเอียดดังนี้
1.การดูแลเบื้องต้นหลังทำปากกระจับ
• หลังทำปากกระจับประคบเย็น ในช่วง 48 ชั่วโมงแรก ควรประคบเย็นเพื่อลดอาการบวมและช้ำ
• หลังทำปากกระจับนอนยกศีรษะสูง หลีกเลี่ยงการนอนราบ ควรหนุนหมอนสูงเล็กน้อยเพื่อลดบวม
• หลังทำปากกระจับรับประทานยาตามแพทย์สั่ง ยาแก้ปวด ยาลดบวม หรือยาปฏิชีวนะ (ถ้ามี) ต้องทานอย่างเคร่งครัด
2.การรับประทานอาหารหลังทำปากกระจับ
• เลือกทานอาหารอ่อน เคี้ยวง่าย เพื่อลดแรงกดที่ริมฝีปาก
• หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด เผ็ด เค็ม เปรี้ยว รวมถึงของหมักดองและแอลกอฮอล์ เพราะอาจระคายเคือง
• งดการใช้หลอดดูดน้ำในช่วงแรก เพื่อลดแรงดึงที่ปาก
3.การรักษาความสะอาดหลังทำปากกระจับ
• แปรงฟันเบา ๆ และบ้วนปากด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อหลังอาหาร เพื่อป้องกันการติดเชื้อ
• หลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือจับแผลบ่อย ๆ
• งดการทาลิปสติกหรือลิปบาล์มในช่วงแรก จนกว่าแผลจะหายดี
4.พฤติกรรมที่ควรหลีกเลี่ยงหลังทำปากกระจับ
• งดสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ เพราะทำให้แผลหายช้า
• หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนัก ๆ หรือกิจกรรมที่ทำให้เลือดสูบฉีดแรงในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก
• ไม่ควรกัดริมฝีปากหรือเลียริมฝีปากบ่อย ๆ เพราะอาจทำให้แผลระคายเคือง
5.การติดตามผลกับแพทย์หลังทำปากกระจับ
• ควรเข้าพบแพทย์ตามนัดเพื่อประเมินการสมานแผลและผลลัพธ์
• หากพบอาการผิดปกติ เช่น ปากบวมแดงมาก เจ็บปวดรุนแรง มีหนอง หรือแผลไม่หาย ควรรีบไปพบแพทย์ทันที
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับทำปากกระจับ
ทำปากกระจับห้ามแต่งหน้ากี่วัน
คำตอบ หลังทำปากกระจับ สามารถแต่งหน้าได้ตามปกติ ยกเว้นบริเวณริมฝีปาก ที่ควรรอให้แผลสมานก่อน โดยทั่วไปควรเว้นอย่างน้อย 7 - 10 วัน สำหรับการศัลยกรรม และ 2 - 3 วัน สำหรับการฉีดฟิลเลอร์ เพื่อป้องกันการติดเชื้อหรือการระคายเคือง
ทำปากกระจับกี่วันทาลิปสติกได้
คำตอบ ระยะเวลาที่สามารถทาลิปสติกได้หลังทำปากกระจับมีดังนี้
• ศัลยกรรมปากกระจับ ควรรอประมาณ 2 - 3 สัปดาห์ จนกว่าแผลหายดี ไม่มีรอยบวมช้ำหรือสะเก็ด
• ฉีดฟิลเลอร์ปาก สามารถเริ่มทาลิปสติกได้ภายใน 3 - 5 วัน หลังจากอาการบวมยุบลง
แนะนำให้เลือกใช้ลิปบาล์มหรือลิปสติกที่อ่อนโยนต่อผิว และควรหลีกเลี่ยงลิปเนื้อแมตต์ที่ทำให้ปากแห้ง
ทำปากกระจับแปรงฟันได้ไหม
คำตอบ หลังทำปากกระจับสามารถแปรงฟันได้ตามปกติ แต่ควรทำอย่างเบามือและระมัดระวัง โดยเฉพาะในช่วง 1 - 2 สัปดาห์แรก ควรใช้แปรงขนนุ่มและบ้วนปากด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อตามที่แพทย์แนะนำ เพื่อช่วยลดการสะสมของเชื้อโรคและป้องกันการติดเชื้อ
สรุปเกี่ยวกับการทำปากกระจับ
สรุปว่า การทำปากกระจับเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่อยากทำให้ริมฝีปากสวยได้รูปและเหมาะกับใบหน้า ซึ่งสามารถเลือกได้ทั้งแบบศัลยกรรมที่ให้ผลลัพธ์อยู่ได้นาน หรือการฉีดฟิลเลอร์ที่เห็นผลในเวลาไม่นานและพักฟื้นน้อย ทั้งนี้การทำปากกระจับยังมีหลากหลายทรงให้เลือกตามบุคลิกและความชอบ ไม่ว่าจะเป็นทรงธรรมชาติ ทรงเกาหลี หรือทรงสายฝอ อย่างไรก็ตาม การทำปากกระจับควรได้รับการประเมินและดูแลโดยแพทย์ พร้อมทั้งควรปฏิบัติตามคำแนะนำก่อนและหลังทำอย่างเคร่งครัด เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่สวยงาม ลดความเสี่ยง และมั่นใจในทุกครั้งที่ยิ้ม
* เงื่อนไขตามบริษัทฯ กำหนด
แนะนำให้สอบถามกับเจ้าหน้าที่ก่อนเข้ารับบริการ
เพื่อความชัวร์และได้สิทธิ์ที่คุ้มที่สุดค่ะ