romrawin
เปิดอ่าน 1,440
สารบัญเนื้อหา เรเดียส 

เรเดียส คืออะไร ช่วยเรื่องอะไรบ้าง ต้องฉีดกี่ครั้งถึงเห็นผลลัพธ์ชัดเจน

เรเดียส เป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมงานผิวที่กำลังมาแรงในปีนี้ เพราะช่วยกระตุ้นการสร้างเส้นใยของผิว ช่วยให้ผิวสุขภาพดี ดูสดใสขึ้น ก่อนที่เราจะฉีดหัตถการงานผิวอย่าง เรเดียส เรามาศึกษาข้อมูลกันก่อนว่า เรเดียสคืออะไร ช่วยงานผิวในเรื่องไหน และใครที่เหมาะกับการฉีดเรเดียสบ้าง

เรเดียส
โปรแกรมเรเดียส ช่วยเรื่องอะไรบ้าง ต้องฉีดกี่ครั้งถึงเห็นผลลัพธ์ชัดเจน
โปรแกรมเรเดียส ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล

เรเดียส คืออะไร มีหลักการทำงานอย่างไรบ้าง

เรเดียส คือผลิตภัณฑ์ในกลุ่มสารเติมเต็มที่ออกแบบมาเพื่อช่วยฟื้นฟูคุณภาพผิวและเพิ่มความกระชับจากภายใน แตกต่างจากฟิลเลอร์แบบทั่วไป เพราะ ไม่ได้ใช้ไฮยาลูโรนิก แอซิด (HA) เป็นส่วนประกอบหลัก แต่ใช้ Calcium Hydroxylapatite (CaHA) ซึ่งเป็นสารที่มีลักษณะคล้ายโครงสร้างที่พบในร่างกายมนุษย์ จึงเข้ากันได้ดีและไม่อันตรายต่อผิวของเรา

นวัตกรรมของ เรเดียส ถูกพัฒนาโดย Merz Aesthetics และมีการใช้อย่างแพร่หลายทั่วโลกมานานหลายปี ได้รับการรับรองจากหน่วยงานมาตรฐานสากล ทำให้ เรเดียส เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ได้รับความนิยมสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูสภาพผิวภายในอย่างล้ำลึก

CaHA คืออะไร ?

CaHA (Calcium Hydroxylapatite) คืออนุภาคแร่ที่มีอยู่ในร่างกายตามธรรมชาติ เช่น ในกระดูกและฟัน แต่ CaHA ที่ใช้ทางการแพทย์ รวมถึงในเรเดียส จะเป็นรูปแบบสังเคราะห์เพื่อให้มีความบริสุทธิ์และความคงตัวสูง

• มีลักษณะเป็น ไมโครสเฟียร์ทรงกลม ขนาดประมาณ 25-45 ไมครอน
• กระจายตัวอยู่ในเจลอุ้มน้ำ เพื่อช่วยให้ฉีดได้ง่ายและไม่เป็นอันตราย
• ผ่านการใช้งานในวงการแพทย์มานานกว่า 25 ปี

คุณสมบัติสำคัญของ CaHA คือ ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและเสริมความแข็งแรงของผิวในระยะยาว พร้อมกับสลายไปตามกระบวนการทำงานของร่างกาย

ทำไม เรเดียส จึงถูกเรียกว่า “Regenerative Biostimulator”
จุดเด่นของ เรเดียส ไม่ได้อยู่แค่การเติมเต็มใต้ผิวทันที แต่ยังช่วย ฟื้นฟูโครงสร้างผิวในระยะยาว จึงถูกจัดอยู่ในกลุ่ม สารกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน (Biostimulator)

หลังฉีดเรเดียส จะช่วยส่งเสริมการสร้างสสารสำคัญในผิวหลายชนิด ได้แก่
Collagen Type I - เสริมความแข็งแรง
• Collagen Type III - ช่วยให้ผิวยืดหยุ่น
• Elastin - เพิ่มความเด้งและความยืดหยุ่น
• Angiogenesis - ส่งเสริมการเกิดเส้นเลือดใหม่ ทำให้ผิวดูสุขภาพดี
• Proteoglycan - ช่วยอุ้มน้ำและคงความชุ่มชื้น

เรเดียส จึงไม่ได้เป็นเพียงการเติมเต็ม แต่เป็นการ เสริมโครงสร้างผิวแบบองค์รวม

หลักการทำงานของ เรเดียส
เมื่อแพทย์ฉีดเรเดียส เข้าไปในชั้นผิวระนาบที่เหมาะสม จะเกิดกระบวนการทำงานเป็นลำดับดังนี้

1) เรเดียส เติมเต็มทันที
เจลที่หุ้มอนุภาค CaHA จะช่วยเพิ่มความอิ่มฟูใต้ผิวทันทีหลังทำ ทำให้ดูแน่น กระชับขึ้น

2) CaHA ทำหน้าที่เหมือน โครงสร้างค้ำยันผิว
อนุภาค CaHA จะจัดเรียงกันเป็นโครงสร้าง 3 มิติคล้ายเส้นใยตาข่าย (3D Matrix) ทำหน้าที่เสริมความแข็งแรงในชั้นผิวลึก

3) เรเดียส กระตุ้นการทำงานของ Fibroblast
โครงสร้างนี้จะส่งสัญญาณกระตุ้นเซลล์ไฟโบรบลาสให้สร้างคอลลาเจนและอิลาสตินใหม่อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ผิวแข็งแรงขึ้นจากภายใน

4) เรเดียส ฟื้นฟูผิวในระยะยาว
ในช่วงสัปดาห์ต่อ ๆ ไป จะเริ่มเห็นการเพิ่มขึ้นของคอลลาเจนใหม่ ทำให้ผิวแน่น กระชับ และมีคุณภาพดีขึ้น
ส่วนอนุภาค CaHA จะสลายไปเองตามกระบวนการทำงานของร่างกาย เหลือไว้เพียง สภาพผิวที่แข็งแรงกว่าเดิม

ฉีดเรเดียส อันตรายหรือไม่

การฉีดเรเดียส โดยทั่วไปถือว่าไม่อันตราย เมื่อทำโดยแพทย์และใช้ผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน เนื่องจาก เรเดียส ผ่านการรับรองจากหลายประเทศ อีกทั้งมีส่วนประกอบที่เข้ากันได้กับร่างกายและสามารถสลายได้เองตามกระบวนการทำงานของร่างกาย

อย่างไรก็ตาม ความปลอดภัยไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวผลิตภัณฑ์เพียงอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณาปัจจัยสำคัญต่อไปนี้ร่วมด้วย

1) ต้องใช้ผลิตภัณฑ์ เรเดียส แท้ที่ผ่านการรับรอง
ผลิตภัณฑ์ เรเดียส ของแท้จะมีการควบคุมคุณภาพอย่างเข้มงวด ทำให้โครงสร้างของ CaHA บริสุทธิ์และมีความคงตัวเหมาะสม จึงช่วยลดโอกาสเกิดผลข้างเคียง

2) ฉีดเรเดียส โดยแพทย์ที่ผ่านการอบรมเฉพาะด้าน
เรเดียส เป็นสารกระตุ้นคอลลาเจนที่ต้องใช้เทคนิคสูง แพทย์จึงควรผ่านการอบรมจากบริษัทผู้นำเข้าโดยตรง เพื่อให้สามารถวางตำแหน่งการฉีดได้ถูกต้อง ประเมินความเหมาะสมของชั้นผิวได้ดี และจัดการความเสี่ยงได้อย่างรอบด้าน

3) คลินิกต้องได้มาตรฐานและถูกต้องตามกฎหมาย
คลินิกที่ได้รับใบอนุญาตจะมีการควบคุมด้านความสะอาด เครื่องมือ และระบบการดูแลรักษาที่เป็นไปตามข้อกำหนดของกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการลดความเสี่ยงของการติดเชื้อหรือภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ

เรเดียส
โปรแกรมเรเดียส ช่วยเรื่องอะไรบ้าง ต้องฉีดกี่ครั้งถึงเห็นผลลัพธ์ชัดเจน
โปรแกรมเรเดียส ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล

เรเดียส ช่วยเรื่องอะไรบ้าง

เรเดียส เป็นสารกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน (Biostimulator) ที่ช่วยฟื้นฟูโครงสร้างผิวจากภายใน โดยเน้นการเสริมความแข็งแรงของชั้นผิวลึก ซึ่งเป็นพื้นฐานของการมีผิวที่กระชับและดูสดใสขึ้น ผลลัพธ์ที่ได้เกิดจากร่างกายสร้างคอลลาเจนและอิลาสตินใหม่ ทำให้ผิวฟื้นฟูตัวเองได้ต่อเนื่องหลังฉีดเรเดียส

การทำงานของ เรเดียส ครอบคลุมหลายด้าน ดังนี้
1) เสริมความแข็งแรงให้โครงสร้างผิว
เรเดียส ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนชนิดที่ 1 ซึ่งเป็นคอลลาเจนหลักในชั้นผิว มีบทบาทในการเพิ่มความแน่นและความแข็งแรงของผิว เปรียบเสมือนเป็นแกนค้ำยันให้เซลล์ผิวใหม่ยึดเกาะได้ดีขึ้น ส่งผลให้ผิวดูกระชับและเต่งตึงขึ้น

2) เรเดียส ช่วยฟื้นฟูคอลลาเจนและอิลาสตินลึกถึงระดับโครงสร้าง
นอกจากคอลลาเจนชนิดที่ 1 แล้ว เรเดียส ยังช่วยกระตุ้นคอลลาเจนชนิดที่ 3 ซึ่งเกี่ยวข้องกับความยืดหยุ่นและความเรียบเนียนของผิว การเพิ่มขึ้นของคอลลาเจนชนิดนี้ช่วยปรับโครงสร้างเนื้อเยื่อให้จัดเรียงดีขึ้น ทำให้ริ้วรอยดูจางลง และผิวดูมีวอลลุ่มมากขึ้น

3) เพิ่มอิลาสติน ช่วยให้ผิวเด้งและยืดหยุ่น
อิลาสตินคือเส้นใยที่ทำให้ผิวคืนตัวได้ดี เรเดียส ช่วยส่งเสริมการสร้างอิลาสตินใหม่ในปริมาณสูง ทำให้ผิวมีความยืดหยุ่นมากขึ้น เมื่อผิวมีอิลาสตินที่สมดุล จะแลดูเด้ง กระชับ และเสี่ยงต่อการเกิดริ้วรอยน้อยลง

4) ส่งเสริมการไหลเวียนของสารอาหารในชั้นผิว
เรเดียส ช่วยกระตุ้นการสร้างเส้นเลือดฝอยใหม่ ทำหน้าที่ลำเลียงออกซิเจนและสารอาหารไปยังเซลล์ผิวได้ดียิ่งขึ้น ส่งผลให้ผิวโดยรวมดูสดใส สุขภาพดี และฟื้นฟูสภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ

5) เพิ่มความชุ่มชื้นและความยืดหยุ่นในผิว
อีกหนึ่งประโยชน์ของ เรเดียส คือการส่งเสริมการผลิตสารที่ช่วยอุ้มน้ำในผิว เช่นโปรตีโอไกลแคน ซึ่งมีบทบาทในการรักษาความชุ่มชื้น ทำให้ผิวมีความยืดหยุ่นและดูนุ่มฟูขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

เรเดียส มีข้อจำกัดอะไรบ้าง

แม้ เรเดียส จะเป็นสารกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนที่ช่วยฟื้นฟูผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ก็มี ข้อจำกัดบางอย่างที่ควรทราบก่อนตัดสินใจทำ เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพผิวของเรา

ข้อจำกัดสำคัญของเรเดียส
1) ไม่เหมาะสำหรับการเติมเต็มในตำแหน่งที่ต้องการความละเอียดสูง
เรเดียส มีเนื้อที่แน่นและคงตัวกว่า HA filler ทำให้ ไม่เหมาะสำหรับจุดที่ต้องการความละเอียดอ่อน เช่น
- ใต้ตา
- ริมฝีปาก
- ร่องบางบริเวณที่ผิวบางมาก

ในตำแหน่งเหล่านี้แพทย์มักเลือกใช้ฟิลเลอร์ HA แทน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่นุ่มและไม่แข็งตึง

2) เรเดียส ไม่สามารถสลายด้วยเอนไซม์
ต่างจากฟิลเลอร์ HA ที่สามารถสลายด้วยไฮยาลูโรนิเดสได้ เรเดียส ไม่มีเอนไซม์เฉพาะในการสลายโดยตรง เพราะเป็นสารกระตุ้นคอลลาเจนที่ร่างกายจะค่อย ๆ กำจัดเองตามกระบวนการทำงานของร่างกาย

3) ผลลัพธ์ต้องอาศัยเวลาในการฟื้นฟู
ถึงแม้ เรเดียส จะให้ความอิ่มฟูทันทีหลังฉีด แต่ผลลัพธ์ด้านการสร้างคอลลาเจนจะค่อย ๆ พัฒนาในช่วงหลายสัปดาห์จนถึงหลายเดือน จึงอาจไม่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ทันทีแบบเต็มรูปแบบภายในเวลาอันสั้น

4) ไม่เหมาะกับผู้ที่มีอาการอักเสบหรือการติดเชื้อบริเวณที่ต้องการฉีดเรเดียส
หากผิวมี
สิวอักเสบรุนแรง
• แผลเปิด
• การติดเชื้อบนผิวหนัง

แพทย์มักแนะนำให้รักษาผิวให้สงบก่อน เพื่อหลีกเลี่ยงการกระจายเชื้อหรือเพิ่มการอักเสบ

5) ต้องอาศัยการประเมินอย่างละเอียดก่อนทำ
เรเดียส เหมาะกับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูโครงสร้างผิวลึก แต่ ไม่ใช่ทุกเคสที่จำเป็นต้องใช้ เรเดียส เช่น ผู้ที่มีใบหน้าตอบหรือมีไขมันน้อยมากในบางบริเวณ อาจต้องใช้เทคนิคหรือสารเติมเต็มอื่นร่วมด้วย

เรเดียส สามารถฉีดจุดไหนได้บ้าง

เรเดียส เป็นสารกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนที่สามารถใช้ฟื้นฟูสภาพผิวและเพิ่มความกระชับได้ในหลายตำแหน่งของร่างกาย โดยตำแหน่งที่มักนำมาใช้ ได้แก่
• บริเวณใบหน้า
• บริเวณแก้มและร่องแก้ม
• ร่องน้ำหมาก
• แนวกรามและขอบกราม
• หลังมือ

การเลือกตำแหน่งฉีดและปริมาณที่ใช้ในแต่ละจุด จำเป็นต้องอาศัยการประเมินโดยแพทย์ก่อนทุกครั้ง เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพผิวและโครงสร้างของแต่ละคน

ปัจจัยที่ใช้พิจารณาปริมาณเรเดียส
ปริมาณ เรเดียส ที่ใช้ (กี่ซีซี) ในแต่ละบริเวณ จะไม่ได้ตายตัว แต่ขึ้นอยู่กับหลายองค์ประกอบร่วมกัน เช่น
• เป้าหมายในการปรับรูปหน้า หรือฟื้นฟูผิวในบริเวณนั้น
• ความหนาและความแน่นของชั้นผิว
• ขนาดพื้นที่และตำแหน่งที่ต้องการฉีด
• โครงสร้างใบหน้าหรือมือของแต่ละบุคคล

แพทย์จะเป็นผู้ประเมินปริมาณที่เหมาะสม โดยคำนึงถึงความปลอดภัยและความกลมกลืนของผลลัพธ์เป็นหลัก

ตัวอย่างปริมาณ เรเดียส ที่อาจใช้ในแต่ละตำแหน่ง
ตัวเลขด้านล่างเป็นเพียงตัวอย่างประมาณการเท่านั้น ปริมาณจริงอาจมากหรือน้อยกว่านี้ตามการประเมินของแพทย์

• บริเวณแก้มและร่องแก้ม
มักใช้มากกว่าบริเวณอื่นเพราะเป็นพื้นที่ค่อนข้างกว้าง อาจอยู่ที่ประมาณ 1.5 - 3 ซีซี

• ร่องน้ำหมาก
ปริมาณโดยประมาณอาจอยู่ที่ 1 - 2 ซีซี ขึ้นกับความลึกของร่องและระดับการเติมที่ต้องการ

• แนวกรามและขอบกราม
ปริมาณอาจอยู่ที่ 1 - 3 ซีซี ตามรูปหน้าเดิมและปัญหาที่ต้องการปรับ เช่น ต้องการให้กรอบหน้าคมชัดขึ้นหรือเติมในจุดที่ดูแบน

• บริเวณหลังมือ
โดยทั่วไปอาจใช้ประมาณ 1 - 2 ซีซีต่อข้าง ขึ้นกับความบางของผิวและระดับความเหี่ยวหรือเส้นเลือดที่เห็นชัด

ปริมาณต่อกล่อง
เรเดียส 1 กล่อง จะบรรจุ 1 ไซริงค์ ปริมาตร ประมาณ 1.5 ซีซี การจะใช้กี่กล่องหรือกี่ซีซีในแต่ละเคส แพทย์จะอธิบายและวางแผนร่วมกับคนไข้ก่อนทำทุกครั้ง

เรเดียส เหมาะกับใคร

เรเดียส เป็นหัตถการที่เน้นการฟื้นฟูโครงสร้างผิวและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนจากภายใน จึงมักเหมาะกับคนที่มีปัญหา คุณภาพผิวและโครงสร้างผิว มากกว่าการเติมแค่ผิวตื้น ๆ ด้านบน โดยกลุ่มที่มักเหมาะสม ได้แก่

1.คนที่ต้องการฟื้นฟูสภาพผิวหน้าให้ดูแน่นและอิ่มฟูขึ้น
เรเดียส เหมาะกับผู้ที่มีลักษณะผิวแบบนี้
• ผิวขาดคอลลาเจน ดูบาง ขาดความแน่น
ผิวหน้าดูแฟบ ไม่มีวอลลุ่ม
ผิวแห้ง หมอง ขาดความชุ่มชื้น
รูขุมขนกว้าง ผิวดูไม่เรียบ
• ผิวบริเวณบางส่วนยุบตัว มีรอยบุ๋มหรือแผลเป็นตื้น ๆ
• มีหลุมสิวที่ไม่ลึกมาก ต้องการให้ผิวดูเรียบและอิ่มขึ้น

กลุ่มนี้มักต้องการฟื้นฟูผิวให้ดูแข็งแรงและชุ่มชื้นขึ้น มากกว่าการเปลี่ยนรูปหน้าอย่างชัดเจน

2.คนที่มีความหย่อนคล้อยหรือต้องการปรับกรอบหน้า
เรเดียส เหมาะกับผู้ที่เริ่มสังเกตว่า
• ผิวหน้าเริ่มหย่อนคล้อย
• กรอบหน้าไม่ชัด ใบหน้าดูหย่อนหรือดูเหนื่อย
• ต้องการช่วยเสริมความกระชับและโครงสร้างผิวในชั้นลึก

ในกลุ่มนี้ เรเดียส อาจนำมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของการปรับรูปหน้าและช่วยเสริมให้ผิวดูยกกระชับขึ้นโดยรวม ทั้งนี้ต้องอยู่ภายใต้การประเมินและออกแบบการรักษาโดยแพทย์

3.คนที่มีริ้วรอยหรือร่องลึกบางตำแหน่งบนใบหน้า
เช่น
• ร่องแก้ม
• ร่องน้ำหมาก
• ร่องมุมปาก

เมื่อโครงสร้างผิวลึกได้รับการฟื้นฟูและมีคอลลาเจนเพิ่มขึ้น ริ้วรอยและร่องลึกบางส่วนอาจดูตื้นขึ้น ผิวโดยรวมจะดูแน่นขึ้นและเรียบเนียนขึ้น

4.คนที่ต้องการฟื้นฟูมือหรือลำคอให้ดูเต่งตึงขึ้น
เรเดียส สามารถนำมาใช้ในบริเวณอื่นนอกจากใบหน้าได้ เช่น
• ผิวหลังมือที่เริ่มเหี่ยวบาง เห็นเส้นเลือดหรือเส้นเอ็นชัด
• ผิวบริเวณลำคอที่เริ่มหย่อนหรือดูโรย

โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มความอิ่มฟูและช่วยให้ผิวบริเวณนั้นดูเรียบและสดชื่นขึ้น

5.คนที่อยากดูเด็กลงโดยไม่ผ่าตัด
เหมาะกับผู้ที่มองหาหัตถการที่
• ไม่ต้องผ่าตัด
• ใช้เวลาในการทำไม่นาน
• สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ค่อนข้างเร็ว

เรเดียส เป็นหนึ่งในทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวเชิงลึกแบบไม่ต้องพักฟื้นนาน แต่ผลลัพธ์และระยะเวลาการฟื้นตัวอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล

6.คนวัย 30 ปีขึ้นไปที่เริ่มมีสัญญาณผิวตามวัย
เช่น
• เริ่มมีริ้วรอยบาง ๆ
• ผิวดูไม่เต่งตึงเหมือนเดิม
• รู้สึกว่าผิวบางลงและอยากเติมคอลลาเจนจากภายใน

ช่วงวัยนี้เป็นช่วงที่คอลลาเจนตามธรรมชาติเริ่มลดลง เรเดียส จึงอาจถูกนำมาใช้เป็นตัวช่วยหนึ่งในการฟื้นฟูโครงสร้างผิว

เรเดียส
โปรแกรมเรเดียส ช่วยเรื่องอะไรบ้าง ต้องฉีดกี่ครั้งถึงเห็นผลลัพธ์ชัดเจน
โปรแกรมเรเดียส ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล

ใครควรหลีกเลี่ยงการฉีดเรเดียส

แม้ เรเดียส จะเหมาะกับคนจำนวนมาก แต่ก็มีบางกลุ่มที่ควรหลีกเลี่ยงหรืออย่างน้อยต้องปรึกษาแพทย์อย่างละเอียดก่อน เช่น
• ผู้ที่มีประวัติแพ้ส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์
• ผู้ที่มีการติดเชื้อหรือการอักเสบในบริเวณที่จะฉีด
• ผู้ที่มีโรคประจำตัวบางชนิดหรือใช้ยาบางกลุ่มที่อาจมีข้อควรระวังเพิ่มเติม
• ผู้ที่ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

การเตรียมตัวก่อนฉีดเรเดียส

การเตรียมตัวให้เหมาะสมก่อนฉีดเรเดียส มีส่วนสำคัญอย่างมากต่อทั้งความปลอดภัยและความสวยงามของผลลัพธ์ หลังฉีดเรเดียส ผิวจะมีการฟื้นฟูและสร้างคอลลาเจนต่อเนื่อง การเตรียมผิวและร่างกายให้พร้อมจึงเป็นขั้นตอนที่ไม่ควรมองข้าม โดยแนวทางหลักมีดังนี้

1.เรื่องยาที่ใช้อยู่เป็นประจำ
หากมียาที่รับประทานกลุ่มต้านการแข็งตัวของเลือด หรือยาต้านการอักเสบบางชนิด เช่น แอสไพริน หรือยาละลายลิ่มเลือด ควรแจ้งแพทย์ก่อนทุกครั้ง
ในบางกรณีแพทย์อาจแนะนำให้งดหรือปรับยา อย่างน้อยประมาณ 1 สัปดาห์ก่อนทำ เพื่อช่วยลดโอกาสเกิดรอยช้ำหรือเลือดออกใต้ผิว
หากเป็นยาที่จำเป็นต่อการรักษาโรคประจำตัว ห้ามหยุดยาเอง ต้องให้แพทย์เจ้าของไข้หรือแพทย์ผู้ดูแลเป็นผู้พิจารณา

2.หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์
ควรหลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนเข้ารับบริการฉีดเรเดียส
แอลกอฮอล์อาจทำให้เส้นเลือดขยายตัว เพิ่มโอกาสเกิดรอยช้ำ บวม และอาจทำให้ระยะการฟื้นตัวดูนานขึ้น

3.งดสกินแคร์ที่ระคายเคืองผิวชั่วคราว
ก่อนการฉีดเรเดียส 2-3 วัน ควรหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมที่อาจทำให้ผิวไวต่อการระคายเคือง เช่น
• เรตินอล หรือวิตามินเอในความเข้มข้นสูง
• กรดผลไม้ หรือกรดกลุ่ม AHA/BHA เช่น กรดไกลโคลิก
• ผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิวรุนแรง

การงดสกินแคร์ที่ระคายเคืองต่อผิวชั่วคราวจะช่วยลดโอกาสผิวแดง แสบ ระคายเคือง และช่วยให้ผิวตอบสนองต่อการรักษาได้ดียิ่งขึ้น

4.เตรียมผิวให้สะอาดในวันนัด
ในวันที่เข้ารับการฉีดเรเดียส ควรมาด้วยใบหน้าที่สะอาด ปราศจากเครื่องสำอาง
การทำความสะอาดผิวช่วยลดความเสี่ยงเรื่องการติดเชื้อ และทำให้แพทย์สามารถประเมินสภาพผิวและโครงสร้างใบหน้าได้อย่างชัดเจน

5.แจ้งประวัติสุขภาพและการแพ้ยา
ก่อนทำหัตถการทุกครั้ง ควรแจ้งให้แพทย์ทราบเกี่ยวกับ
• โรคประจำตัวที่มีอยู่
• ยาที่กำลังใช้อยู่เป็นประจำ ทั้งยากิน ยาทา หรืออาหารเสริม
• ประวัติการแพ้ยา แพ้สารเติมเต็ม หรือแพ้ยาชาเฉพาะที่

ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้แพทย์วางแผนการรักษาและเลือกวิธีที่เหมาะสมและปลอดภัยที่สุดสำหรับแต่ละคน

6.หากมีปัญหาผิวหรือการติดเชื้อ ควรรักษาให้หายก่อน
หากมีสิวอักเสบรุนแรง แผลเปิด หรือการติดเชื้อบนผิวหนังบริเวณที่จะฉีด แนะนำให้รักษาให้หายหรือผิวสงบก่อน
การหลีกเลี่ยงฉีดในบริเวณที่อักเสบจะช่วยลดความเสี่ยงเรื่องการลุกลามของการติดเชื้อและลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน

7.พักผ่อนให้เพียงพอและดื่มน้ำมากขึ้น
• พยายามนอนพักให้เพียงพอในคืนก่อนวันทำหัตถการ เรเดียส
• ดื่มน้ำให้เหมาะสมตลอดวัน เพื่อช่วยให้ผิวชุ่มชื้นและร่างกายพร้อมสำหรับการฟื้นฟู
• เมื่อร่างกายอยู่ในสภาวะที่สมดุล มักตอบสนองต่อการรักษาและการฟื้นตัวได้ดีกว่า

การดูแลตัวเองหลังฉีดเรเดียส

หลังการฉีดเรเดียส ผิวจะเริ่มกระบวนการฟื้นฟูและสร้างคอลลาเจนใหม่ในช่วงหลายสัปดาห์ต่อเนื่อง การดูแลตัวเองอย่างถูกต้องจะช่วยให้ผลลัพธ์ออกมาสวยและลดโอกาสเกิดอาการไม่พึงประสงค์ โดยคำแนะนำหลักมีดังนี้

1.ประคบเย็นเพื่อลดบวมและรอยช้ำ
• ในช่วง 24 ชั่วโมงแรก สามารถประคบเย็นเบา ๆ บริเวณที่ฉีดเรเดียสประมาณ 10-15 นาที ทุก 1-2 ชั่วโมง เพื่อช่วยลดอาการบวมแดงและทำให้ผิวรู้สึกสบายขึ้น
• ควรหลีกเลี่ยงการประคบแบบกดทับแรง ๆ เพื่อไม่ให้เกิดแรงกดบนบริเวณที่ฉีด

2.หลีกเลี่ยงการกด นวด หรือจับบริเวณที่ฉีดเรเดียส
• หลังทำประมาณ 1-2 วัน ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือนวดผิวบริเวณที่ฉีดโดยไม่จำเป็น
• การกดแรงอาจรบกวนตำแหน่งของตัวยาและทำให้เกิดการระคายเคืองได้
• หากจำเป็นต้องนวด แพทย์จะเป็นผู้ให้คำแนะนำเฉพาะเคสเท่านั้น

3.งดกิจกรรมที่ทำให้เหงื่อออกมาก
ควรงดออกกำลังกายหนัก หรือกิจกรรมที่ทำให้ร่างกายร้อนและเหงื่อออกมาก ประมาณ 24-48 ชั่วโมง การออกแรงมากเกินไปอาจทำให้บวมช้ำนานขึ้นและเพิ่มความเสี่ยงการอักเสบ

4.หลีกเลี่ยงความร้อนจัด
ภายใน 24 ชั่วโมงแรก ควรหลีกเลี่ยง
• การอาบน้ำร้อน
• ห้องอบไอน้ำ
• ซาวน่า
• การอยู่ใกล้แหล่งความร้อนจัด

เพราะความร้อนสามารถทำให้เส้นเลือดขยายตัว ทำให้ผิวบวมและระคายเคืองได้ง่ายขึ้น

5.ใช้ครีมกันแดดและหลีกเลี่ยงแสงแดดจัด
หลังการฉีดเรเดียส ผิวอาจไวต่อแสงแดดมากขึ้น ควรใช้ครีมกันแดดค่า SPF เหมาะสมทุกวัน และหลีกเลี่ยงการออกแดดตรง ๆ อย่างน้อยหนึ่งสัปดาห์
แสงแดดจัดอาจเพิ่มโอกาสเกิดรอยดำหลังทำในบางคนได้

6.งดสกินแคร์ที่มีสารผลัดเซลล์ผิวชั่วคราว
เพื่อให้ผิวได้พักฟื้นเต็มที่ ควรงดใช้สกินแคร์ที่มีส่วนผสมที่อาจทำให้ผิวระคายเคือง เช่น
• กรดผลไม้ AHA/BHA
• กรดไกลโคลิก
• เรตินอล หรือวิตามินเอเข้มข้น

โดยงดประมาณ 1 สัปดาห์หลังการฉีดเรเดียส ก่อนกลับมาใช้ได้ตามคำแนะนำของแพทย์

7.ดื่มน้ำให้เพียงพอและเน้นอาหารที่ดีต่อสุขภาพผิว
การดื่มน้ำมากขึ้นช่วยให้ผิวชุ่มชื้นและช่วยกระบวนการฟื้นฟู ควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เช่น ผัก ผลไม้ และแหล่งโปรตีนที่ดี เพื่อให้ร่างกายมีวัตถุดิบในการสร้างคอลลาเจนได้อย่างเต็มที่

ข้อควรระวังหลังฉีดเรเดียส

หลังฉีดเรเดียส ผิวจะอยู่ในช่วงเริ่มกระบวนการฟื้นฟูและสร้างคอลลาเจนใหม่ในชั้นผิวลึก การดูแลอย่างถูกต้องและระมัดระวังในช่วงแรกเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาสวยดูสดใสและลดโอกาสเกิดอาการไม่พึงประสงค์ โดยข้อควรระวังที่สำคัญมีดังนี้

1.หลีกเลี่ยงการกด นวด หรือขยับผิวแรง ๆ
• ในช่วง 48 ชั่วโมงแรก ไม่ควรนวด จับ หรือกดบริเวณที่ฉีดเรเดียส
• การกดแรงอาจทำให้ตัวยากระจายผิดตำแหน่งและทำให้เกิดการระคายเคืองได้
• หากจำเป็นต้องนวด แพทย์จะเป็นผู้แนะนำเฉพาะกรณีเท่านั้น

2.ห้ามออกกำลังกายหนักในช่วงวันแรก ๆ
• การออกกำลังกายหนักทำให้เลือดสูบฉีดมากขึ้นและอุณหภูมิร่างกายสูงขึ้น ซึ่งอาจเพิ่มการบวมและรอยช้ำ
• ควรงดกิจกรรมที่มีแรงกระแทกหรือทำให้เหงื่อออกมากประมาณ 24-48 ชั่วโมง

3.หลีกเลี่ยงความร้อนจัดทุกประเภท
• ไม่ควรอาบน้ำร้อน แช่ซาวน่า อบไอน้ำ หรืออยู่ใกล้แหล่งความร้อนจัดในช่วง 24 ชั่วโมงแรก
• เพราะความร้อนทำให้เส้นเลือดขยายตัวและอาจทำให้ผิวบวมแดงนานขึ้น

4.หลีกเลี่ยงแสงแดดและป้องกันผิวอย่างเหมาะสม
• หลังฉีดเรเดียส ผิวอาจไวต่อแสงมากขึ้น จึงควรหลีกเลี่ยงแสงแดดตรง ๆ
ใช้ครีมกันแดดทุกวันเพื่อป้องกันรอยดำหรือการระคายเคืองที่อาจเกิดขึ้นได้ง่ายขึ้นในช่วงหลังฉีด

5.งดสกินแคร์ที่มีสารผลัดเซลล์หรือระคายเคืองต่อผิว
• ผลิตภัณฑ์ที่มีกรดผลัดเซลล์ เช่น AHA/BHA, กรดไกลโคลิก หรือเรตินอล อาจทำให้ผิวบริเวณที่ฉีดเกิดการแสบระคายเคืองได้
• แนะนำให้งดใช้ประมาณ 1 สัปดาห์หลังการฉีดเรเดียส

6.หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ช่วงแรก
• ควรงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ประมาณ 24 ชั่วโมงหลังฉีดเรเดียสเนื่องจากแอลกอฮอล์อาจเพิ่มโอกาสเกิดรอยช้ำและทำให้บวมอยู่นานขึ้น

7.ควรสังเกตอาการผิดปกติ
• อาการบวม แดงเล็กน้อย หรือรู้สึกตึงเป็นเรื่องที่พบได้หลังฉีดเรเดียส แต่ถ้ามีอาการปวดมากผิดปกติ ผิวเปลี่ยนสี หรือบวมลุกลาม ควรรีบติดต่อแพทย์ทันทีเพื่อประเมินเพิ่มเติม

ผลลัพธ์หลังฉีดเรเดียส

หลังฉีดเรเดียส ผิวจะมีการเปลี่ยนแปลงเป็นสองระยะ คือผลลัพธ์ที่เห็นได้ทันที และผลลัพธ์ที่เกิดจากกระบวนการฟื้นฟูในระยะยาว เนื่องจากเรเดียสเป็นสารกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนที่ทำงานร่วมกับระบบผิวตามกระบวนการของร่างกาย

1.ผลลัพธ์ที่เห็นทันทีหลังฉีดเรเดียส
• ผิวบริเวณที่ฉีดเรเดียส จะดูอิ่มฟูขึ้นทันทีจากเจลอุ้มน้ำที่หุ้มอนุภาค CaHA
• พื้นที่ที่เคยยุบตัว ร่องลึก หรือดูแบน จะดูเต็มเรียบเนียนมากขึ้น
• ผิวสัมผัสจะรู้สึกแน่นขึ้นเล็กน้อยในช่วงแรก เนื่องจากมีการเติมเต็มในชั้นผิว

ผลลัพธ์ช่วงนี้จะค่อย ๆ เข้าที่มากขึ้นในไม่กี่วันถัดมา

2.ผลลัพธ์ในช่วง 2-4 สัปดาห์
เมื่ออนุภาค CaHA เริ่มทำหน้าที่เป็นโครงสร้างเสริมใต้ผิว เซลล์ผิวจะเริ่มกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอิลาสตินใหม่ ทำให้เกิดผลลัพธ์ดังนี้
• ผิวดูแน่นและกระชับขึ้น
• ความยืดหยุ่นดีขึ้น รู้สึกว่าผิวเด้ง มากกว่าเดิม
• พื้นผิวผิวเรียบเนียนขึ้น รูขุมขนดูเล็กลงในบางราย
• ริ้วรอยบางจุดเริ่มดูจางลง

นี่คือช่วงที่ผิวเริ่มตอบสนองต่อสารกระตุ้น

3.ผลลัพธ์ชัดเจนในช่วง 8-12 สัปดาห์
เป็นช่วงที่คอลลาเจนและอิลาสตินใหม่ถูกสร้างขึ้นมากที่สุด และโครงสร้างผิวแข็งแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ผลลัพธ์ที่มักสังเกตได้คือ
• ผิวมีโครงสร้างแน่นขึ้น ดูสุขภาพดี
• ความหย่อนคล้อยลดลง ใบหน้าดูมีมิติ
• ร่องลึกบางจุดดูตื้นขึ้นกว่าก่อนทำ
• ผิวโดยรวมดูเรียบ ชุ่มชื้น และสดใสขึ้น
• กรอบหน้าดูชัดขึ้นในบางเคสที่ต้องการความกระชับ

ระยะนี้ถือเป็นผลลัพธ์ที่พัฒนามาจากระบบการฟื้นฟูของร่างกายเอง ผลลัพธ์จึงดูค่อยเป็นค่อยไป

4.ผลลัพธ์ระยะยาว
เรเดียส ไม่ได้คงตัวอยู่ตลอดไป แต่ผลลัพธ์ของคอลลาเจนใหม่ที่ถูกสร้างขึ้นสามารถอยู่ได้นานหลายเดือน โดยขึ้นอยู่กับ
• อายุ
• สภาพผิว
• การดูแลตัวเอง
• ปริมาณที่ใช้และเทคนิคการฉีดเรเดียส

เมื่อโครงสร้างผิวได้รับการฟื้นฟูแล้ว ผิวจะดูมีคุณภาพดีขึ้นแม้ในช่วงที่สารตัวเจลเริ่มสลายไปตามกระบวนการทำงานของร่างกาย

เรเดียส
โปรแกรมเรเดียส ช่วยเรื่องอะไรบ้าง ต้องฉีดกี่ครั้งถึงเห็นผลลัพธ์ชัดเจน
โปรแกรมเรเดียส ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล

ฉีดเรเดียส กี่ครั้งถึงเห็นผลลัพธ์ชัดเจน

จำนวนครั้งขึ้นอยู่กับสภาพผิวและปัญหาของแต่ละคน โดยทั่วไปแพทย์จะประเมินตามเป้าหมายที่ต้องการ เช่น
• หย่อนคล้อยเล็กน้อย - ปานกลาง
อาจฉีด 1 ครั้ง แล้วประเมินผลอีกครั้งที่ 2-3 เดือน

• หย่อนคล้อยมาก ขาดคอลลาเจนมาก หรือผิวบางมาก
อาจต้องทำ 1-2 ครั้งต่อเนื่องห่างกันประมาณ 2-3 เดือน

• ใช้ฟื้นฟูมือหรือคอ
มักต้องใช้มากกว่า 1 ครั้ง ขึ้นกับความบางของผิว

โดยแพทย์จะประเมินจากปริมาณ CaHA ที่จำเป็นและโครงสร้างผิวของแต่ละบุคคล

ฉีดเรเดียส อยู่ได้นานแค่ไหน
เรเดียส เป็นสารกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน (Biostimulator) ที่ทำงานร่วมกับระบบการทำงานของผิว จึงให้ผลลัพธ์ที่ยาวนานกว่าสารเติมเต็มแบบทั่วไป ความคงทนของผลลัพธ์ไม่ได้มาจากตัวสารเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากคอลลาเจนใหม่ที่ร่างกายสร้างขึ้นหลังการฉีดเรเดียสด้วย

ผลลัพธ์หลังฉีดเรเดียส อยู่ได้นานแค่ไหน
โดยทั่วไป ผลลัพธ์ของ เรเดียส มักคงอยู่ประมาณ 12 เดือนหรือมากกว่านั้น แต่ช่วงเวลาที่แน่นอนอาจแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น
• ตำแหน่งที่ฉีด (ใบหน้า มือ หรือบริเวณอื่น)
• คุณภาพผิวเดิมของแต่ละคน
• อายุและระดับการลดลงของคอลลาเจนตามวัย
• ปริมาณ เรเดียส ที่ใช้
• การดูแลผิวหลังฉีดเรเดียส เช่น การพักผ่อน การป้องกันแสงแดด และพฤติกรรมด้านสุขภาพ

ในบางคน โดยเฉพาะผู้ที่มีการตอบสนองต่อการสร้างคอลลาเจนดี ผลลัพธ์อาจคงอยู่ได้ มากกว่า 12-18 เดือน

ทำไม เรเดียส จึงอยู่ได้นานกว่าฟิลเลอร์ทั่วไป ?
เรเดียส ต่างจากฟิลเลอร์ HA ทั่วไปที่สลายตามการใช้ชีวิตประจำวัน เรเดียสมีส่วนประกอบหลักคืออนุภาค CaHA ซึ่งช่วยเป็นโครงสร้างรองรับให้เซลล์สร้างคอลลาเจนใหม่ในผิวชั้นลึก
ดังนั้น แม้ตัวเจลจะสลายไป แต่ “คอลลาเจนใหม่” ที่เกิดขึ้นจากการกระตุ้นจะยังคงช่วยให้ผิวแน่นขึ้น กระชับขึ้น และดูมีโครงสร้างที่ดีต่อเนื่องในระยะยาว

เปรียบเทียบหัตถการงานผิว เรเดียส กับโปรแกรมงานผิวอื่น ๆ
เรเดียส เป็นหัตถการที่เน้นการ ฟื้นฟูโครงสร้างผิวชั้นลึก และ “กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน-อิลาสติน จากภายใน จึงเหมาะสำหรับคนที่ต้องการผิวแน่นขึ้น กระชับขึ้น และลดความหย่อนคล้อย ผลลัพธ์ค่อยเป็นค่อยไปแต่ยาวนานกว่าโปรแกรมผิวทั่วไป

1.เรเดียส vs ฟิลเลอร์ HA

• เรเดียส เน้นสร้างคอลลาเจนใหม่ ฟื้นฟูผิวลึก ผลลัพธ์ค่อย ๆ ดีขึ้นเรื่อย ๆ
• ฟิลเลอร์ HA เน้นเติมเต็มทันที เช่น เติมร่อง แก้ส่วนที่ยุบตัว ให้ผลลัพธ์รวดเร็ว แต่ไม่กระตุ้นคอลลาเจนเท่า เรเดียส

2.เรเดียส vs เมโสหน้าใส / Skin booster

• เรเดียส เน้นโครงสร้างผิว ความแน่นกระชับ ระยะยาว
เมโส/สกินบูสเตอร์ เน้นความชุ่มชื้น ผิวใส เนียนละเอียด ผลลัพธ์อยู่ระยะสั้นกว่า

3.เรเดียส vs HIFU

• เรเดียส กระตุ้นคอลลาเจนลึก ทำให้ผิวมีโครงสร้างดีขึ้นทั่วหน้า
HIFU ใช้คลื่นอัลตราซาวด์ยกกระชับ มีผล “ดึง” ผิวมากกว่า แต่ไม่เพิ่มวอลลุ่มหรือคุณภาพผิว

4.เรเดียส vs.Laser ผิวต่าง ๆ

• เรเดียส ฟื้นฟูโครงสร้างผิวจากภายใน เห็นผลเรื่องความกระชับและวอลลุ่ม
• Laser เน้นปรับสีผิว ความเรียบเนียน แก้ฝ้า กระ รอยสิว ไม่ได้เพิ่มความแน่นของผิวเท่า เรเดียส

สรุปทุกเรื่องของหัตถการงานผิวเรเดียส

เรเดียส คือหัตถการฟื้นฟูผิวลึกที่ใช้สาร CaHA (Calcium Hydroxylapatite) ทำหน้าที่เป็นตัวกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอิลาสติน ช่วยให้ผิวกลับมาแน่น กระชับ และมีโครงสร้างที่แข็งแรงขึ้น ผลลัพธ์ไม่ได้เปลี่ยนทันทีทั้งหมด แต่จะค่อย ๆ ดีขึ้นเรื่อย ๆ ในช่วงหลายสัปดาห์จนเห็นความชัดเจนมากที่สุดในช่วงประมาณ 2-3 เดือน

เรเดียสเหมาะกับผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อย ขาดวอลลุ่ม ผิวบาง รูขุมขนกว้าง หรือมีร่องลึกบางตำแหน่ง รวมถึงใช้ฟื้นฟูมือและลำคอได้ด้วย การฉีดแต่ละจุดต้องอาศัยการประเมินโดยแพทย์ เนื่องจากเป็นหัตถการที่ทำงานในชั้นผิวลึกและไม่สามารถสลายด้วยเอนไซม์เหมือนฟิลเลอร์ HA

ผลลัพธ์ของ เรเดียสมักอยู่ได้นาน อย่างน้อย 1 ปี และยาวนานขึ้นได้ในบางรายจากการสร้างคอลลาเจนใหม่ การเตรียมตัวและการดูแลหลังทำมีส่วนสำคัญ เช่น หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ งดความร้อนจัด ไม่กดหรือนวดบริเวณที่ฉีด และปกป้องผิวจากแสงแดด เรเดียสจึงเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวแบบลึก ให้ผิวมีความแน่น แข็งแรงขึ้นจากคอลลาเจนที่สร้างโดยร่างกายเอง ไม่ต้องพักฟื้นนาน และให้ผลลัพธ์คงทนกว่าโปรแกรมผิวทั่วไปในหลายมิติ

* ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับเฉพาะบุคคล
* เงื่อนไขตามบริษัทฯ กำหนด
* ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลง*
แนะนำให้สอบถามกับเจ้าหน้าที่ก่อนเข้ารับบริการ
เพื่อความชัวร์และได้สิทธิ์ที่คุ้มที่สุดค่ะ
ปรึกษาฟรี พร้อมรับ โปรโมชั่นพิเศษ ก่อนใคร
โปรโมชั่นต่างๆ
เรื่อง โปรแกรมดูแลผิวหน้า ที่คุณอาจสนใจ
pixel