romrawin

โปรแกรม Elasty Filler คืออะไร ฟิลเลอร์ของประเทศไหน มีข้อดีข้อเสียอย่างไร

Elasty Filler , Elasty

597

Elasty Filler คืออะไร ของประเทศอะไร มีข้อดีอะไรบ้าง
ไม่ว่าจะเป็น ริ้วรอย ร่องลึก ใต้ตาคล้ำ ผิวบางลง หรือกรอบหน้าที่ไม่คมชัดเหมือนเดิม เริ่มเห็นได้ชัดเมื่ออายุมากขึ้น สาเหตุหลักเกิดจากการลดลงของคอลลาเจนและไขมันใต้ผิว ส่งผลให้ใบหน้าดูอ่อนล้า ขาดความสดใส และดูแก่กว่าวัย ทำให้หลายคนเริ่มมองหาหัตถการฟื้นฟูผิวและปรับรูปหน้าอย่างดูเป็นธรรมชาติ โดยไม่ต้องพักฟื้นนานและไม่ต้องผ่าตัด

หนึ่งในหัตถการที่ได้รับความนิยม คือ Elasty Filler ฟิลเลอร์เนื้อนิ่มที่มีจุดเด่นด้านความยืดหยุ่นสูงและเนื้อเจลละเอียด ช่วยเติมเต็มผิวให้ดูฟู อิ่มน้ำ ลดริ้วรอย และปรับกรอบหน้าให้ดูละมุนขึ้นอย่างดูเป็นธรรมชาติ แต่ก่อนตัดสินใจทำควรรู้อะไรบ้าง มารู้กันในบทความนี้ เพื่อลดความเสี่ยงเกิดผลข้างเคียงและได้ผลลัพธ์ที่ดี

Elasty Filler คืออะไร ของประเทศอะไร
Elasty Filler คือ ฟิลเลอร์ไฮยาลูรอนิค (Hyaluronic Acid) ซึ่งเป็นสารที่ได้รับความนิยมในด้านการเติมเต็มผิวพรรณ ช่วยให้ผิวเพิ่มความชุ่มชื้นและยืดหยุ่น โดยจุดเด่นของ Elasty คือความยืดหยุ่นสูงและเนื้อเจลที่เนียนละเอียด ทำให้เติมเต็มได้ดูเป็นธรรมชาติและมีผลลัพธ์อยู่ได้นานประมาณ 12-18 เดือน

Elasty Filler เป็นผลิตภัณฑ์สารเติมเต็มจากประเทศเกาหลีใต้อยู่ภายใต้แบรนด์ DongBang Medical Co., Ltd.ซึ่งได้รับการรับรองมาตรฐาน และมีเทคโนโลยีจดสิทธิบัตรชื่อ Preserved Natural Entanglement Technology (PNET™) ที่ทำให้ฟิลเลอร์มีความคงรูปและดูเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น

Elasty Filler มีกี่รุ่น อะไรบ้าง
Elasty Filler มียี่ห้อหรือรุ่นหลัก ๆ ทั้งหมด 3 รุ่น ได้แก่
• Elasty F Plus เนื้อบางเบา มีความหนืดปานกลาง เหมาะสำหรับเติมเต็มริ้วรอยตื้น เช่น ใต้ตา หน้าผาก หรือตีนกา
• Elasty D Plus เนื้อสัมผัสหนืดปานกลางถึงสูง เหมาะกับการเติมเต็มร่องลึกปานกลาง เช่น ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก และเพิ่มวอลลุ่มบริเวณปาก
• Elasty G Plus มีความหนาแน่นสูงสุด เหมาะสำหรับเติมเต็มร่องลึก ปรับโครงสร้างใบหน้า เช่น ร่องแก้มลึก คาง ขมับ และแก้มตอบ

ทั้งสามรุ่นผลิตด้วยเทคโนโลยี PNET ที่เพิ่มความยืดหยุ่นและการยึดเกาะของเนื้อฟิลเลอร์ ทำให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติและคงตัวนาน

Elasty Filler ช่วยเรื่องอะไรบ้าง
Elasty Filler เป็นฟิลเลอร์ที่ขึ้นชื่อเรื่องความยืดหยุ่นสูง เนื้อเนียนละเอียด และเข้ากับผิวได้ดี ทำให้ได้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ เหมาะสำหรับทั้งการเติมเต็มร่องลึก เติมบริเวณใต้ตา รวมถึงการปรับรูปหน้าให้ดูอ่อนเยาว์ขึ้นโดยไม่แข็งทื่อ โดยมีข้อดีหลัก ๆ ดังนี้

1.Elasty Filler ช่วยเติมเต็มร่องลึกให้ดูตื้นขึ้น
Elasty มีความยืดหยุ่นสูง เนื้อฟิลเลอร์เนียนละเอียด จึงเหมาะสำหรับแก้ปัญหาร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก ร่องใต้ตา มุมปากตก ช่วยให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ขึ้น

2.Elasty Filler ช่วยแก้ปัญหาใต้ตาลึก ใต้ตาคล้ำ
Elasty มีความนิ่มและกลืนกับผิวได้ดี จึงเป็นหนึ่งในฟิลเลอร์ที่นิยมใช้ แก้ใต้ตาลึก ใต้ตาโทรม ร่องน้ำตา ลดความล้าและคืนความสดใสให้ใบหน้า

3.Elasty Filler ช่วยเติมคางให้ได้สัดส่วน
รุ่นที่มีความคงตัวสูงของ Elasty สามารถสร้างมิติให้คางดูยาวขึ้น ปรับรูปหน้าให้เรียวขึ้นได้ดูเป็นธรรมชาติ โดยยังคงเนื้อสัมผัสที่เข้ากันกับผิว

4.Elasty Filler ช่วยเติมเต็มแก้มตอบ แก้มยุบ
Elasty Filler ช่วยเติมเต็มบริเวณแก้มตอบหรือขมับยุบ เพื่อให้ใบหน้าดูละมุน ฟู อิ่ม และมีความสมส่วนมากขึ้น

5.Elasty Filler ช่วยยกกระชับใบหน้าที่ดูละมุน
เนื่องจาก Elasty มีความยืดหยุ่นสูง จึงตอบโจทย์การยกกระชับบริเวณแก้มหรือกรอบหน้าโดยไม่แข็งทื่อ ให้ผลลัพธ์ลักษณะใบหน้าที่นุ่มละมุนดูเป็นธรรมชาติ

6.Elasty Filler ช่วยเติมความอิ่มฟูให้ผิวโดยรวม
เหมาะสำหรับผู้ที่ผิวเริ่มบางลงตามอายุ ช่วยให้ผิวดูฟูขึ้น คืนความยืดหยุ่นให้ผิว ทำให้หน้าเด็กขึ้น บางรุ่นของ Elasty เหมาะสำหรับการเติมผิวชั้นตื้นเพื่อลดริ้วรอยเล็ก ๆ

7.Elasty Filler ช่วยแก้ปัญหาริ้วรอยตื้นถึงลึก
ช่วยให้ริ้วรอยที่เกิดจากอายุหรือความแห้งของผิว เช่น ริ้วรอยใต้ตาตื้น ริ้วรอยมุมปาก ริ้วรอยระหว่างคิ้ว ดูเรียบเนียนขึ้นโดยไม่ทำให้ใบหน้าแข็ง

8.Elasty Filler ช่วยปรับรูปหน้าโดยรวมให้สมดุล
ใช้ร่วมกับการวิเคราะห์โครงสร้างใบหน้า ช่วยเติมเต็มจุดพร่อง เช่น หน้าผากแบน ขมับยุบ คางสั้น แก้มลึก ทำให้โครงหน้าสมดุลมากขึ้นและดูอ่อนกว่าวัย

9.Elasty Filler ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว
ด้วยโครงสร้าง HA คุณภาพสูง ฟิลเลอร์ Elasty ยังช่วยดึงน้ำ ทำให้ผิวชุ่มชื้น สุขภาพดีขึ้น และกระจ่างใส

Elasty Filler เหมาะกับใคร
Elasty Filler เป็นฟิลเลอร์ที่มีจุดเด่นด้านความนิ่ม ยืดหยุ่น และเข้ากับผิว เหมาะสำหรับคนที่ต้องการความเป็นธรรมชาติ ไม่แข็ง ไม่เป็นก้อน โดยเฉพาะบริเวณที่ผิวบางหรือมีโครงสร้างซับซ้อน โดยกลุ่มที่เหมาะกับการฉีดElasty Filler ได้แก่

1.Elasty Filler เหมาะกับคนที่ต้องการผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการให้ผลลัพธ์ดูไม่โป๊ะ ไม่ลอย ไม่เป็นก้อน เนื้อฟิลเลอร์ผสานกับผิวได้ดี ไม่ทำให้หน้าดูแข็งหรือปลอม

2.Elasty Filler เหมาะกับคนที่มีปัญหาใต้ตาลึก ใต้ตาคล้ำ
Elasty เป็นฟิลเลอร์ที่มีความนิ่มพิเศษ จึงเหมาะอย่างมากสำหรับใต้ตา ร่องน้ำตา เพราะลดโอกาสการเป็นก้อน มองเห็นฟิลเลอร์ หรือขนาดบวมผิดรูป

3.Elasty Filler เหมาะกับผู้ที่ต้องการแก้แก้มตอบ ขมับตอบ
เนื้อฟิลเลอร์ที่ยืดหยุ่นช่วยเติมให้ใบหน้าดูละมุนขึ้น ช่วยให้หน้าไม่โทรม และดูสดใสขึ้นอย่างดูเป็นธรรมชาติ

4.Elasty Filler เหมาะกับคนที่ต้องการปรับรูปคางโดยไม่แข็งทื่อ
แม้จะเป็นฟิลเลอร์นิ่ม แต่ Elasty รุ่นที่มีความคงตัวสูง สามารถใช้ปรับรูปคางและกรอบหน้าได้ สำหรับคนที่ต้องการลุคละมุน ดูเป็นธรรมชาติ ไม่ต้องการคางแหลมเกินไป

5.Elasty Filler เหมาะกับผู้ที่ต้องการยกกระชับหน้าที่ดูนุ่มนวล
ด้วยคุณสมบัติมีความยืดหยุ่นสูง ฟิลเลอร์สามารถช่วยยกแก้มหรือกระชับกรอบหน้า ให้ผลลัพธ์ที่ดูนุ่มนวล ไม่แข็งเหมือนฟิลเลอร์เนื้อแน่นบางรุ่น

6.Elasty Filler เหมาะกับคนที่มีริ้วรอยตื้นหรือผิวบาง
เหมาะกับคนช่วงวัยทำงานหรือคนผิวบางมาก เพราะเนื้อฟิลเลอร์เกลี่ยง่าย ไม่เป็นคลื่น ช่วยลดริ้วรอยเล็ก ๆ และเพิ่มความฟูให้ผิวได้ดี

7.Elasty Filler เหมาะกับผู้ที่ต้องการใบหน้าดูอ่อนเยาว์ขึ้น โดยไม่เปลี่ยนรูปหน้ามาก
Elasty เน้นการเติมเต็มหน้า เพิ่มความฟูและความสดใส เหมาะกับคนที่ต้องการอ่อนเยาว์อย่างดูเป็นธรรมชาติ

8.Elasty Filler เหมาะกับคนที่ฉีดฟิลเลอร์ครั้งแรก
ด้วยเนื้อฟิลเลอร์นิ่มและให้ผลลัพธ์ไม่แข็ง ทำให้ผู้ที่เริ่มฉีดฟิลเลอร์ครั้งแรก มักเลือก Elasty เพราะใช้แก้ปัญหาได้หลากหลายและเข้ากับผิวง่าย

Elasty Filler ฉีดจุดไหนได้บ้าง
Elasty Filler เป็นฟิลเลอร์เนื้อเนียน นิ่ม ยืดหยุ่นสูง เหมาะกับงานละเอียดและบริเวณที่ต้องการความดูเป็นธรรมชาติเป็นพิเศษ สามารถฉีดได้หลายจุดบนใบหน้าเพื่อเติมเต็ม ยกกระชับ และทำให้ผิวดูอ่อนเยาว์ขึ้น โดยบริเวณที่เหมาะสำหรับการฉีด Elasty Filler มีดังนี้

1.Elasty Filler ฉีดใต้ตา ร่องน้ำตา
เป็นจุดที่นิยมมาก เพราะเนื้อฟิลเลอร์นิ่มและเข้ากับผิวได้ดี ช่วยแก้ปัญหาใต้ตาลึก เบ้าตาลึก ใต้ตาคล้ำ หน้าล้า ดูโทรม ผลลัพธ์เรียบเนียน ไม่เป็นก้อน เหมาะสำหรับผิวบางมาก

2.Elasty Filler ฉีดร่องแก้ม
ช่วยให้ร่องแก้มตื้นขึ้น หน้าดูอ่อนเยาว์ขึ้นโดยไม่ดูแข็งทื่อ Elasty สามารถเกลี่ยให้เข้ากับร่องได้ดี ลดโอกาสมองเห็นฟิลเลอร์

3.Elasty Filler ฉีดร่องน้ำหมาก
ใช้เติมเพื่อยกมุมปาก ลดความหม่นของใบหน้า ทำให้ใบหน้าดูสดใสขึ้น

4.Elasty Filler ฉีดคาง
แม้จะเป็นฟิลเลอร์เนื้อนิ่ม แต่ Elasty รุ่นที่มีความคงตัวสูงสามารถใช้ปรับทรงคาง ทำให้หน้าดูเรียว เพิ่มความยาวของคาง เหมาะสำหรับคนที่ต้องการคางดูเป็นธรรมชาติ ไม่แหลมเกินไป

5.Elasty Filler ฉีดขมับยุบ
ช่วยเติมเต็มขมับตอบ ทำให้รูปหน้าเรียวขึ้น และใบหน้าดูเต็มมากขึ้น

6.Elasty Filler ฉีดแก้มตอบ
ช่วยแก้ปัญหาแก้มตอบให้ดูฟูขึ้น เหมาะกับผู้ที่หน้าโทรมหรือเริ่มสูญเสียไขมันใต้ผิวตามอายุ

7.Elasty Filler ฉีดกรอบหน้า แก้มยก
ด้วยความยืดหยุ่นสูงของ Elasty สามารถใช้เพื่อยกกระชับกรอบหน้าเล็กน้อย โดยให้ผลลัพธ์นุ่มนวล ไม่แข็งเป็นก้อน

8.Elasty Filler ฉีดริ้วรอยเล็ก ๆ ชั้นตื้น
เหมาะสำหรับริ้วรอยใต้ตาตื้น ริ้วรอยข้างแก้ม รอยย่นเล็ก ๆ บริเวณผิวบาง เนื้อฟิลเลอร์เนียนละเอียดช่วยให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติและผิวเรียบขึ้น

9.Elasty Filler ฉีดหน้าผาก
ในบางเคสสามารถใช้เติมหน้าผากที่เว้าเล็กน้อยให้ดูเรียบขึ้น และเพิ่มความละมุนให้ใบหน้า (ต้องประเมินโดยแพทย์)

Elasty Filler ควรฉีดกี่ซีซี
Elasty Filler โดยทั่วไปแนะนำให้ฉีดในปริมาณที่เหมาะสมกับแต่ละบริเวณและปัญหาของผิว เช่น
• สำหรับการเติมเต็มจุดเล็ก ๆ เช่น คาง ปาก หรือร่องแก้ม ประมาณ 1-2 ซีซี ถือว่าเพียงพอในการเห็นผลการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน
• การเติมเต็มหน้าผากซึ่งมีพื้นที่กว้าง อาจจะต้องใช้ประมาณ 3-5 ซีซีขึ้นไป เพื่อให้เห็นผลชัดเจน
• หากเป็นริ้วรอยร่องลึกหรือแก้ไขร่องใต้ตา อาจใช้ประมาณ 1-2 ซีซีต่อข้าง
• ในการใช้ทั่วไป ฟิลเลอร์แต่ละไซริงค์จะมีปริมาณประมาณ 1 ซีซี โดยแพทย์จะประเมินและแนะนำปริมาณที่เหมาะสมกับแต่ละเคส

ดังนั้น ปริมาณ Elasty Filler ที่ควรฉีดจะขึ้นอยู่กับบริเวณต้องการแก้ไขและคำแนะนำจากแพทย์

Elasty Filler กี่วันถึงเห็นผล
Elasty Filler จะเห็นผลทันทีหลังฉีด เพราะเนื้อฟิลเลอร์เติมเต็มและปรับรูปหน้าได้ในเวลาไม่นาน ช่วยลดเลือนริ้วรอย เติมเต็มร่องลึกให้ผิวดูอิ่มน้ำและเรียบเนียนขึ้น อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดจะเห็นชัดภายใน 1-2 สัปดาห์หลังฉีดเมื่อลดอาการบวมและฟื้นตัวเต็มที่

ฟิลเลอร์ Elasty มีอายุการคงตัวยาวนานประมาณ 12-18 เดือน ขึ้นอยู่กับชนิดของฟิลเลอร์และบริเวณที่ฉีด โดยระยะเวลานี้ช่วยลดความถี่ในการเติมซ้ำและให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติและคงทน

Elasty Filler อยู่ได้นานแค่ไหน
Elasty Filler มีอายุการใช้งานเฉลี่ย 12-18 เดือน ขึ้นอยู่กับสูตร ความเข้มข้นของฟิลเลอร์ บริเวณที่ฉีด และปัจจัยส่วนบุคคล เช่น การดูแลผิวและการเผาผลาญของร่างกาย
• Elasty F Plus เนื้อบางเบา สำหรับริ้วรอยตื้น เช่น ใต้ตา หน้าผาก อยู่ได้นาน 8-12 เดือน
• Elasty D Plus เนื้อนิ่ม สำหรับริ้วรอยกลาง เช่น ร่องแก้ม ปาก อยู่ได้นาน 8-12 เดือน
• Elasty G Plus เนื้อแข็ง สำหรับเติมรูปหน้า เช่น คาง ขมับ อยู่ได้นาน 8-12 เดือน

หลังจากนั้นผลลัพธ์จะค่อย ๆ จางลงตามธรรมชาติ เมื่อฟิลเลอร์สลาย สามารถปรึกษาแพทย์เพื่อทำซ้ำให้ผลลัพธ์คงอยู่ได้นานต่อเนื่อง

Elasty Filler ไม่เหมาะกับใคร
แม้ Elasty Filler จะเป็นฟิลเลอร์เนื้อนิ่ม ยืดหยุ่นสูง และเข้ากับผิวได้ดี เหมาะกับงานละเอียดอย่างใต้ตาและร่องเล็ก ๆ แต่ก็มีคนบางกลุ่มที่ไม่เหมาะ หรือ ต้องให้แพทย์ประเมินก่อนฉีด ดังนี้

1.Elasty Filler ไม่เหมาะกับคนที่ต้องการคงรูปหน้าที่ชัดเป๊ะมาก
Elasty เป็นฟิลเลอร์เนื้อนิ่ม ไม่ได้ออกแบบมาสำหรับงานโครงสร้างหนัก เช่น ต้องการคางแหลมชัดมาก ต้องการจมูกโด่งตั้ง หรือต้องการกรอบหน้าคมชัด กลุ่มนี้ควรใช้ฟิลเลอร์เนื้อแน่นกว่าแทน

2.Elasty Filler ไม่เหมาะกับผู้ที่มีการอักเสบ ผื่น สิวหนอง บริเวณที่จะฉีด
เพราะอาจเสี่ยงติดเชื้อหรือทำให้การอักเสบลุกลาม ควรรักษาให้หายก่อน

3.Elasty Filler ไม่เหมาะกับหญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร
แม้ HA จะมีความเสี่ยงน้อย แต่ยังไม่มีข้อมูลทางการแพทย์ที่ยืนยันความปลอดภัย จึงแนะนำให้หลีกเลี่ยงชั่วคราว

4.Elasty Filler ไม่เหมาะกับผู้ที่แพ้ Hyaluronic Acid หรือสารประกอบในฟิลเลอร์
แม้จะพบได้น้อยมาก แต่ถ้ามีประวัติแพ้รุนแรง ไม่ควรฉีด

5.Elasty Filler ไม่เหมาะกับคนที่มีโรคภูมิแพ้ตัวเองบางชนิด
เช่น SLE, โรคภูมิต้านตนเองอื่น ๆ ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อประเมินความเสี่ยงก่อนฉีด

6.Elasty Filler ไม่เหมาะกับผู้ที่เพิ่งทำเลเซอร์ความร้อนหรือหัตถการกระทบลึก
เช่น Thermage, Ultraformer, HIFU หรือเลเซอร์ที่ใช้ความร้อน ควรเว้นระยะ 1-2 สัปดาห์ เพื่อให้ผิวฟื้นตัวก่อนฉีดฟิลเลอร์

7.Elasty Filler ไม่เหมาะกับผู้ที่มีโรคผิวหนังบริเวณใบหน้าแบบกำเริบ
เช่น โรคผิวหนังอักเสบ ผิวหนังติดเชื้อรา เริมกำเริบ ควรรักษาให้หายก่อน เพราะเสี่ยงลุกลามมากขึ้นจากการฉีดฟิลเลอร์

8.Elasty Filler ไม่เหมาะกับคนที่ต้องการผลลัพธ์อยู่ได้นานมากเป็นพิเศษ
Elasty อยู่ได้ประมาณ 8-12 เดือน หากต้องการฟิลเลอร์ที่อยู่ได้นานกว่า เช่น 12-18 เดือน หรือมากกว่านั้น อาจไม่ตอบโจทย์

9.Elasty Filler ไม่เหมาะกับผู้ที่ไม่สะดวกมาพบแพทย์ติดตามผล
ฟิลเลอร์ต้องมีการประเมินผลหลังฉีด โดยเฉพาะกรณีฉีดใต้ตา คนที่ไม่สะดวกมาติดตามผลเลย อาจไม่เหมาะ เพราะการดูแลหลังทำสำคัญมาก

Elasty Filler เจ็บไหม ต้องพักฟื้นไหม
Elasty Filler มีส่วนผสมของ Lidocaine ซึ่งเป็นสารยาชาเฉพาะที่ ช่วยลดความเจ็บปวดขณะฉีดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้รู้สึกแสบหรือเสียวเล็กน้อยเท่านั้น ไม่เจ็บมากเมื่อเทียบกับฟิลเลอร์ทั่วไป เนื้อเจลละเอียด ฉีดง่าย เกลี่ยได้ดี ลดแรงดันขณะฉีด จึงยิ่งช่วยให้สบายผิว

Elasty Filler ไม่ต้องพักฟื้นนาน สามารถใช้ชีวิตปกติได้ทันทีหลังฉีด แต่อาจมีอาการบวมแดงหรือช้ำเล็กน้อย ซึ่งหายเองภายใน 1-3 วัน และเห็นผลเต็มที่เห็นชัดใน 1-2 สัปดาห์หลังบวมยุบ แพทย์แนะนำงดสัมผัสหน้า นวด หรือออกกำลังหนัก 24-48 ชม.และรับประทานยาแก้ปวดหากปวด

Elasty Filler มีผลข้างเคียงที่ควรรู้ไหม
Elasty Filler เป็นฟิลเลอร์ Hyaluronic Acid (HA) ที่มีผ่านมาตรฐาน และสลายได้เองตามธรรมชาติ แต่เช่นเดียวกับฟิลเลอร์ทุกชนิด ยังคงมีผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้บ้าง ซึ่งโดยทั่วไปเป็นอาการชั่วคราวและหายได้เอง

1.อาการบวม เกิดขึ้นได้ภายใน 1-3 วันแรก โดยเฉพาะบริเวณใต้ตา ร่องแก้ม แก้มตอบ อาการบวมถือเป็นเรื่องปกติและมักดีขึ้นเองภายในไม่กี่วัน
2.รอยช้ำ เกิดจากเข็มกระทบเส้นเลือดเล็ก ๆ อาการช้ำมักจางภายใน 3-7 วัน สามารถประคบเย็นเพื่อลดโอกาสช้ำได้
3.ความรู้สึกแข็งตึงเล็กน้อย อาจเกิดในบางจุด เช่น คาง หรือร่องลึก อาการนี้จะค่อย ๆ นุ่มลงและเข้าที่ภายใน 1-2 สัปดาห์
4.ก้อนเล็ก ๆ หรือเป็นคลื่น อาจเกิดขึ้นถ้าฉีดบริเวณผิวบาง เช่น ใต้ตา แต่ Elasty เป็นฟิลเลอร์เนื้อนิ่ม จึงพบปัญหานี้น้อยกว่าฟิลเลอร์เนื้อแน่น หากเกิดขึ้น แพทย์สามารถนวดเกลี่ยให้เรียบหรือใช้ HA enzyme แก้ได้
5.อาการปวดหรือระบมเล็กน้อย เป็นอาการชั่วคราวจากการฉีด มักดีขึ้นภายใน 1-3 วัน
6.อาการแพ้ (พบได้น้อยมาก) เพราะเป็น HA บริสุทธิ์ ความเสี่ยงแพ้น้อยมาก แต่หากมีอาการรุนแรง เช่น บวมมากผิดปกติ ผื่นลาม หายใจลำบาก ควรรีบพบแพทย์ทันที

การเตรียมตัวก่อนฉีด Elasty Filler
การเตรียมตัวก่อนฉีด Elasty Filler เป็นขั้นตอนสำคัญที่จะช่วยลดความเสี่ยงของอาการบวม ช้ำ และทำให้ผลลัพธ์ออกมาสวยดูเป็นธรรมชาติ คำแนะนำในการเตรียมตัวก่อนฉีดมีดังนี้

1.ก่อนฉีด Elasty Filler หลีกเลี่ยงยาและอาหารเสริมที่ทำให้เลือดออกง่าย
ควรงดอย่างน้อย 3-7 วันก่อนฉีด เช่น แอสไพริน (Aspirin) ไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) วิตามินอี โอเมก้า 3 โสม น้ำมันปลา ยาและอาหารเสริมเหล่านี้เพิ่มโอกาสช้ำหรือเลือดออกได้มากขึ้น

2.ก่อนฉีด Elasty Filler งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
ก่อนฉีดอย่างน้อย 24-48 ชั่วโมง เพราะแอลกอฮอล์ทำให้เส้นเลือดขยายตัว เพิ่มความเสี่ยงบวมและช้ำได้ง่าย

3.ก่อนฉีด Elasty Filler นอนพักผ่อนให้เพียงพอ
การพักผ่อนดีจะช่วยให้ผิวฟื้นตัวเร็วและลดการบวมหลังฉีด ควรนอนอย่างน้อย 6-8 ชั่วโมง ก่อนวันทำ

4.ก่อนฉีด Elasty Filler ดื่มน้ำให้เพียงพอ
ฟิลเลอร์ HA อย่าง Elasty ต้องการน้ำเพื่อเพิ่มความฟู การดื่มน้ำมากขึ้น 1-2 วันก่อนทำช่วยให้ฟิลเลอร์จัดตัวได้ดีและผิวชุ่มชื้นขึ้น

5.ก่อนฉีด Elasty Filler หลีกเลี่ยงการนัดทำเลเซอร์หรือทรีตเมนต์ผิวแรง ๆ
ก่อนฉีด 2-5 วันควรงดเลเซอร์ร้อน (เช่น HIFU, Thermage) สครับผิว ผลัดเซลล์ผิว เพื่อลดการระคายเคืองและอักเสบของผิว

6.ก่อนฉีด Elasty Filler แจ้งประวัติสุขภาพกับแพทย์ผู้ฉีดให้ทราบ
ควรบอกแพทย์ทุกครั้งหากมีโรคประจำตัว การใช้ยา ประวัติแพ้ยา/แพ้ฟิลเลอร์ เคยฉีดฟิลเลอร์เก่าในบริเวณเดียวกัน ข้อมูลเหล่านี้มีผลต่อเทคนิคและความปลอดภัยในการฉีด

7.ก่อนฉีด Elasty Filler หลีกเลี่ยงการนัดฉีดในวันที่มีงานสำคัญ
เพราะหลังฉีดอาจมีอาการบวมเล็กน้อย แนะนำจองคิวก่อนงานสำคัญอย่างน้อย 3-7 วัน

8.ก่อนฉีด Elasty Filler ควรมาโดยไม่แต่งหน้าบริเวณที่จะฉีด
เพื่อความสะอาด ลดการติดเชื้อ และให้แพทย์ประเมินผิวได้ชัดเจนที่สุด

9.ก่อนฉีด Elasty Filler เตรียมใจสำหรับการติดตามผล
โดยเฉพาะการฉีดใต้ตาหรือร่องลึก แพทย์อาจนัดติดตามเพื่อประเมินผลและเกลี่ยให้เข้าที่ที่สุด

การดูแลตัวเองหลังฉีด Elasty Filler
การดูแลหลังฉีด Elasty Filler เป็นขั้นตอนสำคัญที่จะช่วยให้ฟิลเลอร์เข้าที่ได้เร็ว ผลลัพธ์ออกมาสวยดูเป็นธรรมชาติ และลดความเสี่ยงของอาการบวม ช้ำ หรือเป็นก้อน โดยเฉพาะในบริเวณที่ผิวบางอย่างใต้ตา คำแนะนำในการดูแลตัวเองหลังฉีดมีดังนี้

1.หลังฉีด Elasty Filler ประคบเย็นภายใน 24 ชั่วโมงแรก
ช่วยลดบวมและลดอาการอักเสบ ควรประคบเบา ๆ ไม่กดแรง และประคบครั้งละ 10-15 นาที

2.หลังฉีด Elasty Filler หลีกเลี่ยงการกด นวด หรือจับบริเวณที่ฉีด
โดยเฉพาะใต้ตา ร่องแก้ม หรือบริเวณจุดละเอียด ยกเว้นแพทย์เป็นผู้สั่งให้ทำการนวดเท่านั้น

3.หลังฉีด Elasty Filler หลีกเลี่ยงความร้อนอย่างน้อย 48-72 ชั่วโมง
เพราะความร้อนทำให้ฟิลเลอร์ละลายหรือเสียรูปได้ ควรหลีกเลี่ยงซาวน่า อบไอน้ำ โดนแดดจัด ออกกำลังกายหนัก และทำเลเซอร์ร้อน (HIFU / Thermage / RF)

4.หลังฉีด Elasty Filler งดดื่มแอลกอฮอล์ 24-48 ชั่วโมง
แอลกอฮอล์ทำให้เลือดสูบฉีดและอาจทำให้บวม-ช้ำมากขึ้น จึงควรงดดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 24-48 ชั่วโมง

5.หลังฉีด Elasty Filler ดื่มน้ำเยอะ ๆ
ช่วยให้ฟิลเลอร์ HA (Hyaluronic Acid) อุ้มน้ำได้ดี ทำให้ผลลัพธ์ฟู เนียน และเข้าที่เร็วขึ้น

6.หลังฉีด Elasty Filler งดแต่งหน้าหนักในวันแรก
เพื่อป้องกันการอุดตันหรือการติดเชื้อ สามารถแต่งหน้าเบา ๆ ได้หลังจาก 24 ชั่วโมง

7.หลังฉีด Elasty Filler นอนยกศีรษะสูงในคืนแรก
การนอนยกศีรษะสูงช่วยลดบวมได้ดี แลพควรหลีกเลี่ยงการนอนตะแคงหรือคว่ำเพื่อไม่ให้ฟิลเลอร์เคลื่อน

8.หลังฉีด Elasty Filler หลีกเลี่ยงการทำหัตถการอื่น 1-2 สัปดาห์
งดทำเลเซอร์ร้อน นวดหน้า กดสิว สครับผิว อย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ เพื่อให้ฟิลเลอร์เข้าที่ก่อน

9.หลังฉีด Elasty Filler หากมีรอยช้ำ สามารถทายาได้
เช่น ยา Arnica หรือยาลดรอยช้ำอื่น ๆ อาการช้ำจะดีขึ้นภายใน 3-7 วัน หลังฉีด Elasty Filler

10.หลังฉีด Elasty Filler สังเกตอาการผิดปกติ
ควรรีบพบแพทย์ทันที หากมีอาการปวดมากผิดปกติ บวมแดงรุนแรง ผิวบริเวณฉีดซีดหรือม่วง รู้สึกชา อาจเป็นสัญญาณของเส้นเลือดอุดตัน (พบได้น้อยมากแต่ควรระวัง)

11.หลังฉีด Elasty Filler เข้าตรวจติดตามผลตามที่แพทย์นัด
โดยเฉพาะเคสใต้ตา หรือบริเวณที่ต้องการความละเอียด เพื่อให้แพทย์ประเมินผลและเกลี่ยฟิลเลอร์เพิ่มเติมหากจำเป็น

Elasty Filler มีข้อห้ามอะไรบ้างหลังฉีด
หลังฉีด Elasty Filler ผิวต้องการเวลาให้ฟิลเลอร์เข้าที่และจัดตัวอย่างเหมาะสม การหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงเป็นสิ่งสำคัญมาก เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาสวยดูเป็นธรรมชาติ และลดโอกาสเกิดก้อน บวม หรือฟิลเลอร์เคลื่อน โดยข้อห้ามหลัก ๆ มีดังนี้

1.ห้ามจับ กด นวด บริเวณที่ฉีด Elasty Filler
โดยเฉพาะบริเวณใต้ตา ร่องแก้ม แก้มตอบ คาง เพราะแรงกดสามารถทำให้ฟิลเลอร์เคลื่อนหรือเป็นก้อนได้ ยกเว้นแพทย์เป็นผู้สั่งให้ทำการนวดเท่านั้น

2.ห้ามโดนความร้อนจัด 48-72 ชั่วโมง หลังฉีด Elasty Filler
ความร้อนสามารถเร่งการสลายหรือทำให้ฟิลเลอร์เสียรูปได้ ควรหลีกเลี่ยงซาวน่า อบไอน้ำ อาบน้ำอุ่นจัด ตากแดดร้อนนาน ๆ การออกกำลังกายหนักที่ทำให้หน้าแดงร้อน

3.ห้ามดื่มแอลกอฮอล์ 24-48 ชั่วโมง หลังฉีด Elasty Filler
เพราะแอลกอฮอล์ทำให้เส้นเลือดขยายตัว เพิ่มความเสี่ยงบวม ช้ำ อักเสบ จึงควรงดดื่มอย่างน้อย 24-28 ชั่วโมงหลังฉีด

4.ห้ามออกกำลังกายหนักภายใน 24-48 ชั่วโมง หลังฉีด Elasty Filler
เพราะการไหลเวียนเลือดแรงและความร้อนในร่างกายจะเพิ่มอาการบวม-ช้ำ และเสี่ยงฟิลเลอร์เคลื่อน

5.ห้ามนอนคว่ำหรือนอนตะแคงในคืนแรก หลังฉีด Elasty Filler
เพื่อป้องกันไม่ให้ฟิลเลอร์เคลื่อนหรือกดทับจนผิดรูป ควรนอนหงาย ยกศีรษะสูงเล็กน้อย

6.ห้ามแต่งหน้าหนักใน 24 ชั่วโมงแรก หลังฉีด Elasty Filler
เพราะเสี่ยงการอุดตันและการติดเชื้อบริเวณรูเข็ม สามารถแต่งหน้าเบา ๆ ได้หลังจากวันถัดไป

7.ห้ามทำหัตถการที่มีผลกระทบต่อผิว 1-2 สัปดาห์ หลังฉีด Elasty Filler
งดทำเลเซอร์ร้อน (HIFU, Thermage, RF) นวดหน้า กดสิว สครับหน้า สกินแคร์ผลัดเซลล์ผิวแรง ๆ (AHA/BHA/Retinol) เพื่อให้ฟิลเลอร์เข้าที่ก่อน

8.ห้ามสูบบุหรี่ในวันแรก (หรือควรหลีกเลี่ยง) หลังฉีด Elasty Filler
ควันบุหรี่ทำให้เส้นเลือดหดตัว การฟื้นตัวช้าลง และเพิ่มความเสี่ยงฟิลเลอร์จัดตัวไม่สวย

9.ห้ามละเลยอาการผิดปกติ หลังฉีด Elasty Filler
หากมีอาการต่อไปนี้ ต้องพบแพทย์ทันที
• ปวดมากผิดปกติ
• บวมแดงรุนแรง
• ผิวเป็นสีม่วง คล้ำ หรือซีด
• ความรู้สึกชา
• รู้สึกเสียวแปลบเรื้อรัง

อาจเป็นสัญญาณของเส้นเลือดอุดตัน (แม้พบได้น้อยมาก แต่ต้องระวัง)

สรุปเกี่ยวกับ Elasty Filler
สรุป Elasty Filler จากเกาหลี เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ตอบโจทย์ สำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวและปรับรูปหน้าอย่างดูเป็นธรรมชาติ โดยเฉพาะผู้ที่กังวลเรื่องผิวบาง ริ้วรอย ร่องลึก ใต้ตาโทรม หรือกรอบหน้าไม่คมชัด ฟิลเลอร์เนื้อนิ่ม ยืดหยุ่นสูงอย่าง Elasty Filler สามารถเติมเต็มผิวและยกกระชับได้ โดยไม่ทำให้ใบหน้าแข็งหรือดูไม่เป็นธรรมชาติ อีกทั้งยังสลายได้เองและไม่ต้องพักฟื้นนาน

ด้วยความหลากหลายของแต่ละรุ่น เช่น F Plus, D Plus และ G Plus แพทย์สามารถเลือกใช้ให้เหมาะกับสภาพผิวและปัญหาของแต่ละบุคคลได้อย่างแม่นยำ ช่วยให้ผลลัพธ์ออกมาสวยละมุน เข้ากับใบหน้า และอยู่ได้นานหลายเดือน

อย่างไรก็ตาม การฉีดฟิลเลอร์ Elasty ให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี ขึ้นอยู่กับเทคนิคของแพทย์และการใช้ผลิตภัณฑ์แท้ รวมถึงการเตรียมตัวและการดูแลหลังฉีดอย่างถูกต้อง หากผู้รับบริการได้รับคำแนะนำที่ครบถ้วนและปฏิบัติตามอย่างเหมาะสม ก็จะทำให้ผลลัพธ์ออกมาสวยงามและดูอ่อนเยาว์ได้อย่างมั่นใจ

* ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับเฉพาะบุคคล
* เงื่อนไขตามบริษัทฯ กำหนด
* ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลง*
แนะนำให้สอบถามกับเจ้าหน้าที่ก่อนเข้ารับบริการ
เพื่อความชัวร์และได้สิทธิ์ที่คุ้มที่สุดค่ะ
ปรึกษาฟรี พร้อมรับ โปรโมชั่นพิเศษ ก่อนใคร
โปรโมชั่นต่างๆ
เรื่อง โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ ที่คุณอาจสนใจ