ริมฝีปากเป็นแผล สาเหตุเกิดจากอะไร มีวิธีสังเกตอาการและป้องกันอย่างไร
ริมฝีปากเป็นแผล
ริมฝีปากเป็นแผล สาเหตุเกิดจากอะไร วิธีสังเกตอาการและป้องกันอย่างไร
ริมฝีปากเป็นแผลเกิดจากอะไร สังเกตอาการและวิธีรับมืออย่างถูกต้อง
ปัญหาริมฝีปากเป็นแผล ถือเป็นเรื่องเล็กที่หลายคนมองข้าม แต่ในความเป็นจริงแล้วกลับสร้างความไม่สบายตัวและรบกวนการใช้ชีวิตประจำวันได้ไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็นอาการเจ็บ แสบ ตึง หรือปวดเวลาพูด เคี้ยวอาหาร หรือแม้แต่ยิ้มนอกจากนี้การที่เราริมฝีปากเป็นแผล ยังส่งผลต่อบุคลิกภาพและความมั่นใจ เพราะริมฝีปากที่แห้ง แตก หรือมีแผล ย่อมทำให้ใบหน้าดูไม่สดใสและขาดเสน่ห์ได้ง่าย บทความนี้จะมาอธิบายเกี่ยวกับการที่ริมฝีปากเป็นแผลเกิดจากอะไร เพื่อที่จะสามารถป้องกันและรักษาได้ถูกวิธีมากขึ้น
รวมทุกหัวข้อเกี่ยวกับริมฝีปากเป็นแผล
• ริมฝีปากเป็นแผลคืออะไร
• สาเหตุของการที่ริมฝีปากเป็นแผล
• ริมฝีปากเป็นแผลบอกถึงโรคอะไรได้บ้าง
• อาการริมฝีปากเป็นแผลเป็นอย่างไร
• ริมฝีปากเป็นแผล อันตรายไหมควรพบแพทย์หรือไม่
• วิธีแก้ริมฝีปากเป็นแผลมีอะไรบ้าง
• ริมฝีปากเป็นแผลกี่วันถึงหาย
• ริมฝีปากเป็นแผลห้ามกินอะไรบ้าง
• สิ่งที่ไม่ควรทำในขณะที่ริมฝีปากเป็นแผล
• คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับริมฝีปากเป็นแผล
• สรุปทุกเรื่องของอาการริมฝีปากเป็นแผล
ริมฝีปากเป็นแผลคืออะไร
ริมฝีปาก เป็นอวัยวะที่มีความสำคัญมากกว่าที่หลายคนคิด ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงช่วยในการพูด การเคี้ยวอาหาร หรือการดื่มน้ำเท่านั้น แต่ยังเป็นองค์ประกอบสำคัญของการสื่อสารทางอารมณ์และบุคลิกภาพ ไม่ว่าจะเป็นรอยยิ้ม หรือความมั่นใจที่สะท้อนออกมาบนใบหน้า
ผิวบริเวณริมฝีปากมีโครงสร้างที่แตกต่างจากผิวส่วนอื่น เนื่องจากมีชั้นผิวบาง ไม่มีต่อมไขมัน และสูญเสียความชุ่มชื้นได้ง่าย จึงไวต่อการระคายเคืองและเกิดปัญหาต่าง ๆ ได้บ่อย โดยหนึ่งในปัญหาที่พบได้เป็นประจำคือ ริมฝีปากเป็นแผล หรือริมฝีปากอักเสบ
ริมฝีปากเป็นแผล หมายถึง ภาวะที่ผิวริมฝีปากเกิดความผิดปกติ เช่น แห้งแตก ลอก แดง เจ็บ แสบ หรือมีรอยถลอก ซึ่งอาจเกิดขึ้นเพียงเล็กน้อยหรือรุนแรงจนรู้สึกไม่สบายขณะพูดหรือรับประทานอาหาร แม้ภาวะริมฝีปากเป็นแผลนี้ส่วนใหญ่จะไม่เป็นอันตรายร้ายแรงต่อสุขภาพโดยรวม แต่กลับส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันและความมั่นใจได้อย่างชัดเจน
นอกจากนี้ หากริมฝีปากเกิดการอักเสบ ริมฝีปากเป็นแผล หรือดูแลไม่เหมาะสม อาจนำไปสู่ปัญหาอื่นร่วมด้วย เช่น ริมฝีปากหมองคล้ำ สีไม่สม่ำเสมอ หรือผิวริมฝีปากดูไม่เรียบเนียน ซึ่งล้วนส่งผลต่อภาพลักษณ์โดยรวมของใบหน้า ทำให้ดูเหนื่อยล้า ไม่สดใส และรู้สึกไม่มั่นใจในการพบปะหรือสื่อสารกับผู้อื่น
ดังนั้น การทำความเข้าใจว่า “ริมฝีปากเป็นแผล” คืออะไร และเกิดขึ้นได้อย่างไร จึงเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการดูแลริมฝีปากอย่างถูกวิธี เพื่อให้ริมฝีปากกลับมาดูสุขภาพดี ชุ่มชื้น และเสริมเสน่ห์ให้กับรอยยิ้มได้ในระยะยาว
สาเหตุของการที่ริมฝีปากเป็นแผล
ริมฝีปากเป็นแผล มักเกิดจากการที่ ผิวริมฝีปากซึ่งบางและบอบบางอยู่แล้ว ถูกทำให้แห้ง ระคายเคือง หรือบาดเจ็บซ้ำ ๆ จนเกิดรอยแตก รอยถลอก หรือการอักเสบขึ้นมาได้ง่ายกว่าผิวส่วนอื่น เพราะริมฝีปากแทบไม่มีเกราะป้องกัน เช่น ต่อมไขมันที่ช่วยเคลือบผิว ทำให้เกิดริมฝีปากเป็นแผลได้ง่าย
สาเหตุของการที่ริมฝีปากเป็นแผล
1) ขาดความชุ่มชื้นจนทำให้ริมฝีปากเป็นแผล
เมื่อริมฝีปากขาดน้ำและความชุ่มชื้น ผิวจะตึง ลอก และเกิดรอยแตกเล็ก ๆ ได้ง่าย ปัจจัยที่ทำให้เกิดภาวะนี้ เช่น
• อยู่ห้องแอร์นาน อากาศแห้ง ลมแรง
• ดื่มน้ำน้อย
• นอนอ้าปากหรือกรน ทำให้ปากแห้งตลอดคืน
2) เลียปากบ่อย ทำให้ปากแห้งกว่าเดิมจนริมฝีปากเป็นแผล
หลายคนรู้สึกปากแห้งแล้วเผลอเลีย เพื่อให้ชุ่มขึ้นชั่วคราว แต่จริง ๆ น้ำลายจะระเหยเร็วมาก และดึงความชุ่มชื้นออกไปพร้อมกัน ทำให้ผิวบางลงและระคายเคืองง่าย ผลลัพธ์ที่มักตามมา คือริมฝีปากเป็นแผล ลอก แตก แสบ และกลายเป็นแผลซ้ำ ๆ
3) กัด แกะ ดึงหนังริมฝีปาก จนริมฝีปากเป็นแผล
บางคนมีนิสัยกัดหรือแกะหนังปากตอนเครียดหรือเผลอทำโดยไม่รู้ตัว ปัญหาคือ
• ผิวที่กำลังซ่อมแซมถูกดึงออก
• แผลเปิดใหม่ตลอดเวลา
• เสี่ยงติดเชื้อจากมือหรือสิ่งสกปรก
จึงทำให้ริมฝีปากเป็นแผลเรื้อรัง หายช้า และกลับมาเป็นซ้ำที่เดิม
4) แพ้หรือระคายเคืองจากของใช้ ทำให้ริมฝีปากเป็นแผล
ริมฝีปากสัมผัสผลิตภัณฑ์หลายอย่างในชีวิตประจำวัน เช่น ลิปสติก ลิปบาล์ม ยาสีฟัน น้ำยาบ้วนปาก หรือแม้แต่อาหารบางชนิด หากมีสารที่ไม่ถูกกับผิวหรือใช้แล้วแสบคัน อาจเกิดการอักเสบจนทำให้ริมฝีปากเป็นแผลได้
ลักษณะที่พบบ่อยคือ แดง แสบ ลอก หรือปากคล้ำลงจากการระคายเคืองซ้ำ ๆ
5) แผลจากการเสียดสีหรือบาดเจ็บเล็ก ๆ ที่คนมองข้ามทำให้ริมฝีปากเป็นแผล
ริมฝีปากเป็นบริเวณที่ “โดนกระทบตลอดเวลา” เช่น
• แปรงฟันแรงจนโดนมุมปาก
• เครื่องมือจัดฟัน กระทบจนถลอก
• ดื่มแก้ว/หลอดที่แข็งหรือขอบคม
ก่อนริมฝีปากเป็นแผลจะเริ่มจากรอยถลอกเล็ก ๆ แต่พอมีน้ำลาย อาหาร และการขยับปากตลอดวัน อาจทำให้หายยากกว่าเดิม
6) การติดเชื้อบางชนิด โดยเฉพาะ “เริมที่ริมฝีปาก” ทำให้ริมฝีปากเป็นแผล
บางคนไม่ได้แค่ปากแตกธรรมดา แต่ริมฝีปากเป็นแผลจากเชื้อไวรัส เช่น เริม ซึ่งมักมีลักษณะค่อนข้างจำเพาะ
• เริ่มจากคัน แสบ ตึง
• ต่อมาเป็นตุ่มน้ำใสเล็ก ๆ
• แตกเป็นแผลเจ็บ
มักเกิดซ้ำบริเวณเดิมได้ โดยเฉพาะช่วงพักผ่อนน้อย เครียด หรือภูมิคุ้มกันลดลง
7) ขาดสารอาหารหรือพักผ่อนไม่พอ ผิวซ่อมแซมตัวเองไม่ทันทำให้ริมฝีปากเป็นแผล
ถ้าร่างกายขาดสารอาหารบางกลุ่ม (เช่น วิตามินบี ธาตุเหล็ก) หรือพักผ่อนน้อย เครียดสะสม ผิวและเยื่อบุจะฟื้นตัวช้าลง อาการที่มักพบร่วมคือ
• มุมปากแตก
• ริมฝีปากลอกง่าย
• ริมฝีปากเป็นแผลบ่อย หายช้า
8) แสงแดดทำร้ายริมฝีปาก ทำให้ริมฝีปากเป็นแผล
หลายคนทากันแดดที่หน้า แต่ลืมริมฝีปาก รังสี UV ทำให้ผิวริมฝีปากแห้ง อ่อนแอ และไวต่อการอักเสบ ระยะยาวอาจทำให้สีริมฝีปากดูหมองคล้ำ และเกิดอาการริมฝีปากเป็นแผลแห้งแตกซ้ำ ๆ ได้ง่ายขึ้น
ริมฝีปากเป็นแผลบอกถึงโรคอะไรได้บ้าง
ริมฝีปากเป็นแผล ไม่ได้หมายถึงแค่ปัญหาผิวแห้งหรือการดูแลไม่เพียงพอเท่านั้น แต่ในบางกรณีอาจเป็น “สัญญาณเตือนจากร่างกาย” ที่บอกถึงความผิดปกติหรือภาวะเจ็บป่วยบางอย่างได้ หากริมฝีปากเป็นแผลบ่อย เป็นซ้ำ หายช้า หรือมีอาการอื่นร่วมด้วย แพทย์มักใช้ลักษณะของแผลและอาการประกอบกันในการประเมินสาเหตุของการเกิดริมฝีปากเป็นแผล
ต่อไปนี้คือโรคหรือภาวะสุขภาพที่อาจเกี่ยวข้องกับการที่ริมฝีปากเป็นแผล
1) การติดเชื้อไวรัสเริม (Herpes Simplex Virus) ที่เกี่ยวข้องกับการที่ริมฝีปากเป็นแผล
เป็นสาเหตุที่พบได้บ่อย ลักษณะเด่นคือ
• เริ่มจากอาการคัน แสบ หรือตึงบริเวณริมฝีปาก
• ต่อมาเกิดตุ่มน้ำใสเล็ก ๆ รวมกัน
• ตุ่มแตกแล้วกลายเป็นแผลเจ็บ
มักเกิดซ้ำที่ตำแหน่งเดิม โดยเฉพาะช่วงพักผ่อนน้อย เครียด หรือภูมิคุ้มกันลดลง
2) ภาวะริมฝีปากอักเสบ (Cheilitis) เกี่ยวข้องกับการที่ริมฝีปากเป็นแผล
เป็นการอักเสบของผิวริมฝีปากที่ทำให้ริมฝีปากเป็นแผล อาจเกิดจากการระคายเคือง การแพ้ หรือผิวแห้งเรื้อรัง อาการที่พบได้ เช่น
• ปากแดง ลอก แตก
• เจ็บ แสบ หรือรู้สึกตึง
• บางรายมีแผลถลอกหรือเลือดซึม
หากริมฝีปากเป็นแผลเรื้อรัง อาจทำให้ริมฝีปากดูคล้ำและไม่เรียบเนียน
3) มุมปากแตกจากการติดเชื้อหรือขาดสารอาหาร เกี่ยวข้องกับการที่ริมฝีปากเป็นแผล
ริมฝีปากเป็นแผล อาจสัมพันธ์กับ
• การติดเชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อรา
• การขาดวิตามินบี หรือธาตุเหล็ก
ลักษณะคือ มุมปากแตก แสบ เจ็บ อ้าปากลำบาก และหายช้า โดยเฉพาะในผู้ที่พักผ่อนน้อยหรือมีภูมิคุ้มกันต่ำ
4) ภาวะขาดวิตามินและแร่ธาตุเกี่ยวข้องกับการที่ริมฝีปากเป็นแผล
หากริมฝีปากเป็นแผล แตก แห้ง ร่วมกับอาการอ่อนเพลียหรือผิวไม่แข็งแรง อาจสะท้อนถึงการขาดสารอาหารบางชนิด เช่น
• วิตามินบี
• ธาตุเหล็ก
• สังกะสี
ภาวะนี้ทำให้กระบวนการซ่อมแซมผิวทำงานได้ไม่เต็มที่
5) โรคภูมิแพ้ผิวหนังหรือผิวแพ้ง่ายเกี่ยวข้องกับการที่ริมฝีปากเป็นแผล
ผู้ที่มีแนวโน้มแพ้ง่าย อาจทำให้ริมฝีปากเป็นแผลจากการสัมผัสสารกระตุ้น เช่น เครื่องสำอาง ยาสีฟัน หรืออาหารบางชนิด
อาการมักเป็น
• แดง คัน แสบ
• ลอกหรือมีแผลเล็ก ๆ
• เป็นซ้ำเมื่อใช้ผลิตภัณฑ์เดิม
6) โรคที่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกันเกี่ยวข้องกับการที่ริมฝีปากเป็นแผล
ในบางกรณี ริมฝีปากเป็นแผลบ่อยหรือหายยาก อาจพบร่วมกับภาวะที่ภูมิคุ้มกันอ่อนแอ เช่น
• ความเครียดสะสม
• การพักผ่อนไม่เพียงพอ
• โรคเรื้อรังบางชนิด
ทำให้ร่างกายซ่อมแซมแผลได้ช้ากว่าปกติ
อาการริมฝีปากเป็นแผลเป็นอย่างไร
อาการริมฝีปากเป็นแผล มีตั้งแต่ระดับเล็กน้อยไปจนถึงริมฝีปากเป็นแผลมาก โดยลักษณะอาการที่เกิดขึ้นมักสะท้อนถึงความผิดปกติของผิวริมฝีปากที่กำลังขาดความสมดุล ถูกระคายเคือง หรือมีการอักเสบเกิดขึ้น การสังเกตอาการริมฝีปากเป็นแผล จะช่วยให้ดูแลและแก้ไขได้ตรงกับสาเหตุมากขึ้น
1) อาการริมฝีปากเป็นแผล ริมฝีปากแห้ง ตึง และลอกเป็นขุย
อาการเริ่มต้นของริมฝีปากเป็นแผลที่พบบ่อยที่สุดคือ ริมฝีปากรู้สึกแห้ง ตึง และไม่สบาย มีผิวลอกเป็นแผ่นบาง ๆ เมื่อขยับปากหรือยิ้มจะรู้สึกตึงและอาจเจ็บเล็กน้อย หากปล่อยไว้ ผิวที่ลอกอาจแตกจนกลายเป็นแผลได้
2) อาการริมฝีปากเป็นแผล มีรอยแตกหรือรอยถลอกบนริมฝีปาก
เมื่อผิวแห้งมากขึ้น จะเกิดรอยแตกเล็ก ๆ หรือรอยถลอก มักทำให้ริมฝีปากเป็นแผลบริเวณกลางริมฝีปากหรือมุมปาก อาจมีเลือดซึมเล็กน้อย และรู้สึกเจ็บแสบชัดเจน โดยเฉพาะขณะรับประทานอาหารรสจัดหรือร้อน
3) อาการริมฝีปากเป็นแผล แสบ เจ็บ หรือปวดเวลาขยับปาก
ผู้ที่ริมฝีปากเป็นแผลมักรู้สึกแสบหรือเจ็บมากขึ้นเมื่อพูด เคี้ยวอาหาร หรืออ้าปากกว้าง เพราะผิวบริเวณนั้นถูกดึงรั้งตลอดเวลา ทำให้แผลหายช้า
4) อาการริมฝีปากเป็นแผล ริมฝีปากแดงหรือบวมผิดปกติ
ในบางกรณี อาจสังเกตเห็นว่าริมฝีปากมีสีแดงกว่าปกติ หรือมีอาการบวมเล็กน้อย ซึ่งเป็นสัญญาณของการอักเสบ หากริมฝีปากเป็นแผลมีอาการรุนแรงขึ้น อาจรู้สึกร้อนหรือระคายเคืองร่วมด้วย
5) อาการริมฝีปากเป็นแผลมีสะเก็ดหรือคราบแห้งปกคลุมแผล
เมื่อแผลเริ่มแห้ง อาจเกิดสะเก็ดหรือคราบแข็งปกคลุมบริเวณที่เป็นแผล หากเผลอแกะหรือดึงออก จะทำให้แผลเปิดใหม่ เลือดซึม และหายช้าลง
6) อาการริมฝีปากเป็นแผล คัน แสบ หรือรู้สึกยิบ ๆ ก่อนเกิดแผล
บางรายอาจที่ริมฝีปากเป็นแผล มีอาการคัน แสบ หรือรู้สึกยิบ ๆ บริเวณริมฝีปากก่อนที่จะเกิดแผล โดยเฉพาะกรณีที่เกี่ยวข้องกับการติดเชื้อบางชนิด เช่น เริม ซึ่งอาการเหล่านี้มักมาก่อนการเกิดตุ่มหรือแผลอย่างชัดเจน
7) อาการริมฝีปากเป็นแผล แผลหายช้า หรือเป็นซ้ำในตำแหน่งเดิม
หากริมฝีปากเป็นแผลที่หายช้ากว่าปกติ หรือเกิดซ้ำบริเวณเดิมบ่อย ๆ อาจบ่งบอกถึงผิวริมฝีปากที่อ่อนแอ หรือมีปัจจัยภายในร่างกาย เช่น ความเครียด การพักผ่อนไม่เพียงพอ หรือภูมิคุ้มกันลดลง
ริมฝีปากเป็นแผล อันตรายไหมควรพบแพทย์หรือไม่
ริมฝีปากเป็นแผล ส่วนใหญ่มักไม่ใช่ภาวะอันตรายร้ายแรง และสามารถดีขึ้นได้เองเมื่อได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม อย่างไรก็ตาม ระดับความรุนแรงและความจำเป็นในการพบแพทย์ของริมฝีปากเป็นแผล จะขึ้นอยู่กับ ลักษณะของแผล ความถี่ในการเกิด และอาการร่วมอื่น ๆ หากเข้าใจข้อมูลตรงนี้ จะช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่าควรดูแลเองหรือควรปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับอาการริมฝีปากเป็นแผล
ริมฝีปากเป็นแผล อันตรายหรือไม่
ริมฝีปากเป็นแผลมักเกิดจากความแห้ง การระคายเคือง หรือพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น เลียปาก กัดปาก หรืออยู่ในสภาพอากาศแห้ง ซึ่งถือเป็นภาวะไม่รุนแรง และมักหายได้เองภายในไม่กี่วัน หากหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นและเพิ่มความชุ่มชื้นให้เพียงพอ
แต่ในบางกรณี ริมฝีปากเป็นแผลที่ดูเหมือนเล็กน้อย อาจเป็นสัญญาณของปัญหาสุขภาพบางอย่าง หากปล่อยไว้โดยไม่ดูแลหรือเป็นซ้ำบ่อย ๆ อาจนำไปสู่การอักเสบเรื้อรัง แผลติดเชื้อ หรือแผลที่หายช้ากว่าปกติได้
ลักษณะแบบไหนที่มักริมฝีปากเป็นแผล “ไม่อันตราย”
ริมฝีปากเป็นแผลต่อไปนี้ มักเป็นภาวะทั่วไปและสามารถดูแลเบื้องต้นได้
• ริมฝีปากแห้ง แตก ลอกเล็กน้อย
• เจ็บหรือแสบเล็กน้อย ไม่มีบวมแดงรุนแรง
• แผลดีขึ้นภายใน 3-7 วัน
• ไม่เป็นซ้ำบ่อย และไม่ลุกลาม
ในกรณีริมฝีปากเป็นแผลแบบไม่อันตราย การดื่มน้ำให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงการเลียหรือแกะปาก และใช้ผลิตภัณฑ์เพิ่มความชุ่มชื้นที่อ่อนโยน มักช่วยให้อาการดีขึ้นได้
เมื่อไรที่ริมฝีปากเป็นแผลควรระวัง และควรพบแพทย์
• แผลไม่หายหรือหายช้ามาก หากริมฝีปากเป็นแผลติดต่อกันนานเกิน 1-2 สัปดาห์ แม้ดูแลอย่างเหมาะสมแล้ว แสดงว่าอาจมีปัจจัยอื่นร่วม เช่น การติดเชื้อ หรือภาวะภายในร่างกายที่ควรได้รับการประเมินเพิ่มเติม
• เป็นแผลซ้ำบ่อย หรือเป็นที่เดิมตลอด การที่ริมฝีปากเป็นแผลซ้ำตำแหน่งเดิม อาจเกี่ยวข้องกับการติดเชื้อบางชนิด หรือผิวริมฝีปากที่อ่อนแอผิดปกติ ควรให้แพทย์ช่วยวินิจฉัยสาเหตุ
• มีตุ่มน้ำ เจ็บมาก หรือปวดแสบชัดเจน หากมีตุ่มน้ำใส เจ็บ แสบ หรือรู้สึกยิบ ๆ ก่อนเกิดแผล อาจเข้าข่ายการติดเชื้อไวรัสบางชนิด ซึ่งควรได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม
• มีอาการบวมแดง ร้อน หรือมีหนอง อาการเหล่านี้อาจบ่งบอกถึงการติดเชื้อแบคทีเรีย หากปล่อยไว้อาจลุกลามและทำให้แผลรุนแรงขึ้น
• มีอาการอื่นของร่างกายร่วมด้วยนอกจากริมฝีปากเป็นแผล เช่น อ่อนเพลีย น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ ปากแตกเรื้อรัง มุมปากแตกบ่อย หรือมีแผลในช่องปากร่วมด้วย อาจสะท้อนถึงภาวะสุขภาพที่ควรได้รับการตรวจเพิ่มเติม
วิธีแก้ริมฝีปากเป็นแผลมีอะไรบ้าง
ริมฝีปากเป็นแผลเป็นปัญหาที่หลายคนมองว่าเล็กน้อย แต่ในทางการแพทย์ถือว่าเป็นสัญญาณเตือนว่าผิวบริเวณริมฝีปากกำลังเสียสมดุล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความชุ่มชื้น ภูมิคุ้มกัน หรือการระคายเคืองจากสิ่งรอบตัว หากดูแลไม่ถูกต้อง แผลอาจหายช้า เจ็บซ้ำ หรือกลับมาเป็นบ่อยกว่าที่คิด
การแก้ริมฝีปากเป็นแผลให้ได้ผล ควรเริ่มจากการดูแลให้ตรงสาเหตุ พร้อมฟื้นฟูผิวอย่างถูกวิธี
1.วิธีแก้ริมฝีปากเป็นแผลฟื้นฟูความชุ่มชื้นเป็นอันดับแรก
การเพิ่มความชุ่มชื้นคือหัวใจสำคัญในการรักษาริมฝีปากเป็นแผล ควรเลือกใช้ลิปบาล์มที่อ่อนโยน ไม่มีส่วนผสมที่ก่อให้เกิดการระคายเคือง เช่น น้ำหอม แอลกอฮอล์ หรือสารให้ความเย็น ทาเป็นประจำตลอดวัน โดยเฉพาะก่อนนอน เพื่อช่วยให้ผิวซ่อมแซมตัวเองได้ดีขึ้น
2.วิธีแก้ริมฝีปากเป็นแผลหยุดพฤติกรรมที่ทำร้ายริมฝีปากโดยไม่รู้ตัว
หลายคนเผลอเลีย กัด หรือดึงหนังริมฝีปาก ซึ่งยิ่งทำให้แผลหายช้าและอักเสบมากขึ้น ควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเหล่านี้เพื่อรักษาริมฝีปากเป็นแผล รวมถึงการใช้ลิปสติกหรือเครื่องสำอางริมฝีปากในช่วงที่ยังมีแผล
3.วิธีแก้ริมฝีปากเป็นแผลเลี่ยงอาหารและสิ่งกระตุ้นระหว่างมีแผล
อาหารรสจัด เช่น เผ็ด เปรี้ยว เค็ม หรืออาหารร้อนจัด อาจกระตุ้นให้ริมฝีปากเป็นแผลอักเสบมากขึ้น ควรเลือกอาหารรสอ่อน และหลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์หรือบุหรี่ เพราะจะทำให้การฟื้นตัวของผิวช้าลง
4.วิธีแก้ริมฝีปากเป็นแผล ดูแลร่างกายจากภายในควบคู่กัน
การดื่มน้ำให้เพียงพอช่วยลดปัญหาริมฝีปากเป็นแผลได้อย่างชัดเจน ควรดื่มน้ำอย่างสม่ำเสมอ และพักผ่อนให้เพียงพอ เนื่องจากร่างกายจะซ่อมแซมเซลล์ผิวได้ดีที่สุดในช่วงที่นอนหลับ
ในบางราย การขาดวิตามินกลุ่มบีหรือวิตามินซีอาจทำให้ริมฝีปากเป็นแผลเกิดซ้ำบ่อย การรับประทานอาหารที่มีสารอาหารครบถ้วนหรือเสริมวิตามินตามความเหมาะสมจะช่วยลดการเกิดแผลในระยะยาว
5.วิธีแก้ริมฝีปากเป็นแผล ใช้ยาทาเฉพาะเมื่อจำเป็น
หากเป็นแผลร้อนในหรือแผลอักเสบชัดเจน อาจใช้ยาทาที่เหมาะสมตามคำแนะนำของเภสัชกรหรือแพทย์ ไม่ควรใช้ยาที่มีสเตียรอยด์หรือยาฆ่าเชื้อแรง ๆ ด้วยตนเอง เพราะอาจทำให้ผิวบางและเกิดปัญหาในระยะยาว
กรณีสงสัยว่าเป็นแผลจากการติดเชื้อไวรัส เช่น เริม ควรพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาอย่างถูกต้อง
ริมฝีปากเป็นแผลกี่วันถึงหาย
ริมฝีปากเป็นแผลเป็นภาวะที่พบได้บ่อย และระยะเวลาการหายแตกต่างกันไปในแต่ละคน ขึ้นอยู่กับสาเหตุของแผล การดูแลรักษา และสุขภาพร่างกายโดยรวม หากเข้าใจสาเหตุของริมฝีปากเป็นแผล จะช่วยให้เราดูแลตัวเองได้ถูกต้อง
โดยทั่วไป ริมฝีปากเป็นแผลใช้เวลากี่วันถึงหาย
ในคนส่วนใหญ่ ริมฝีปากเป็นแผลจะใช้เวลาฟื้นตัวประมาณ 3-14 วัน โดยสามารถแบ่งตามลักษณะและสาเหตุได้ดังนี้
แผลจากริมฝีปากแห้ง แตก
• มักเกิดจากการขาดความชุ่มชื้น อากาศแห้ง หรือการเลียริมฝีปากบ่อย
• ระยะเวลาหายโดยเฉลี่ย 3-5 วัน
• หากทาลิปบาล์มสม่ำเสมอและดื่มน้ำเพียงพอ แผลจะดีขึ้นเร็วมาก
แผลร้อนในบริเวณริมฝีปาก
เป็นแผลตื้นที่เกิดจากภูมิคุ้มกันอ่อนลง ความเครียด หรือการพักผ่อนไม่เพียงพอ
• ระยะเวลาหายโดยเฉลี่ย 7-10 วัน
• ในช่วง 2-3 วันแรกจะเจ็บชัด หลังจากนั้นแผลจะค่อย ๆ ยุบและปิดเอง
แผลจากการระคายเคืองหรือแพ้
เช่น แพ้ลิปสติก ยาสีฟัน หรือสารเคมี
• ระยะเวลาหายโดยเฉลี่ย: 5-7 วัน
• หากหยุดใช้สิ่งกระตุ้น แผลจะฟื้นตัวได้ดีโดยไม่ทิ้งรอย
แผลจากการติดเชื้อไวรัส (เช่น เริม)
• มักเริ่มจากอาการแสบ คัน หรือเป็นตุ่มน้ำใส ก่อนกลายเป็นแผล
• ระยะเวลาหายโดยเฉลี่ย: 10-14 วัน
• หากได้รับการรักษาเร็ว แผลจะยุบเร็วขึ้นและลดการลุกลาม
ริมฝีปากเป็นแผลห้ามกินอะไรบ้าง
ริมฝีปากเป็นแผล ไม่ว่าจะเกิดจากปากนกกระจอก แผลร้อนใน เริม การแพ้ หรือริมฝีปากแตกจนเลือดออก อาหารที่รับประทานเข้าไปมีผลโดยตรงต่อการหายของแผล หากเลือกอาหารไม่เหมาะสม อาจทำให้แผลอักเสบมากขึ้น เจ็บนาน และหายช้ากว่าปกติ
1.ริมฝีปากเป็นแผลควรหลีกเลี่ยงอาหารรสเผ็ดจัด
ควรหลีกเลี่ยงอย่างเด็ดขาด
ตัวอย่างอาหาร
• พริกสด พริกป่น
• ส้มตำเผ็ดจัด
• แกงเผ็ด แกงป่า
• อาหารที่ใส่ซอสพริกจำนวนมาก
สารแคปไซซินในพริกจะกระตุ้นปลายประสาท ทำให้แผลแสบ ระคายเคือง และเพิ่มการอักเสบ ส่งผลให้แผลริมฝีปากหายช้าลงและเจ็บมากขึ้น
2.ริมฝีปากเป็นแผลควรหลีกเลี่ยงอาหารรสเปรี้ยวจัด
กระตุ้นแผลให้ระคายเคือง
ตัวอย่างอาหาร
• มะนาว มะม่วงดิบ
• ส้ม สับปะรด
• น้ำส้มสายชู
• อาหารประเภทยำรสจัด
กรดในอาหารรสเปรี้ยวจะทำให้เนื้อเยื่อบริเวณแผลระคายเคือง ทำให้เกิดอาการแสบ ปวด และอักเสบได้ง่าย โดยเฉพาะแผลเปิดหรือแผลสด
3.ริมฝีปากเป็นแผลควรหลีกเลี่ยงอาหารเค็มจัด
ทำให้แผลแห้งและเจ็บมากขึ้น
ตัวอย่างอาหาร
• ปลาเค็ม ปลาร้า
• บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป
• ขนมขบเคี้ยวรสเค็ม
• อาหารแปรรูปที่มีโซเดียมสูง
โซเดียมจะดึงความชุ่มชื้นออกจากผิวริมฝีปาก ทำให้แผลแห้ง ตึง แตกง่าย และฟื้นฟูได้ช้าลง
4.ริมฝีปากเป็นแผลควรหลีกเลี่ยงอาหารทอดและอาหารมัน
เพิ่มการอักเสบของร่างกาย
ตัวอย่างอาหาร
• ไก่ทอด เฟรนช์ฟรายส์
• ของทอดซ้ำ
• อาหารฟาสต์ฟู้ด
ไขมันทรานส์และไขมันอิ่มตัวสูงมีส่วนกระตุ้นการอักเสบ ส่งผลให้กระบวนการซ่อมแซมแผลของร่างกายทำงานได้ไม่เต็มที่
5.ริมฝีปากเป็นแผลควรหลีกเลี่ยงอาหารแข็ง เหนียว หรือมีความคม
เสี่ยงทำให้แผลฉีกซ้ำ
ตัวอย่างอาหาร
• ขนมปังกรอบ
• ถั่ว เมล็ดพืชแข็ง
• เนื้อแห้ง หมูแดดเดียว
อาหารที่มีความแข็งหรือหยาบอาจเสียดสีกับริมฝีปาก ทำให้แผลถลอกซ้ำ เลือดออก หรืออักเสบมากขึ้น
6.ริมฝีปากเป็นแผลควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
ทำให้แผลหายช้าลง
ตัวอย่างเครื่องดื่ม
• เบียร์
• เหล้า
• ไวน์
แอลกอฮอล์ทำให้ร่างกายขาดน้ำ ภูมิคุ้มกันลดลง และชะลอการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ ส่งผลให้แผลริมฝีปากหายช้ากว่าปกติ
7.สิ่งที่ไม่ควรทำในขณะที่ริมฝีปากเป็นแผลเครื่องดื่มร้อนจัด
กระตุ้นความเจ็บปวดของแผล
ตัวอย่างเครื่องดื่ม
• กาแฟร้อนจัด
• ชาร้อน
• ซุปที่มีอุณหภูมิสูงมาก
ความร้อนจะทำให้แผลระคายเคือง เพิ่มอาการบวมแดง และทำให้รู้สึกเจ็บมากขึ้น
สิ่งที่ไม่ควรทำในขณะที่ริมฝีปากเป็นแผล
1.สิ่งที่ไม่ควรทำในขณะที่ริมฝีปากเป็นแผลไม่ควรเลียริมฝีปากบ่อย
หลายคนคิดว่าการเลียปากช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น แต่ในความเป็นจริงน้ำลายจะระเหยออกอย่างรวดเร็ว ทำให้ริมฝีปากแห้งมากขึ้น อีกทั้งเอนไซม์ในน้ำลายยังระคายเคืองผิว ส่งผลให้แผลหายช้าลงและแตกซ้ำได้ง่าย
2.สิ่งที่ไม่ควรทำในขณะที่ริมฝีปากเป็นแผลไม่ควรแกะ เกา หรือดึงสะเก็ดแผล
สะเก็ดแผลเป็นกลไกธรรมชาติที่ช่วยปกป้องเนื้อเยื่อใหม่ การแกะหรือดึงออกก่อนเวลาอันควรจะทำให้แผลเปิดอีกครั้ง เสี่ยงติดเชื้อ เลือดออก และอาจทิ้งรอยแผลเป็นได้
3.สิ่งที่ไม่ควรทำในขณะที่ริมฝีปากเป็นแผลไม่ควรใช้ลิปสติกหรือเครื่องสำอางปาก
เครื่องสำอางสำหรับริมฝีปากอาจมีสารกันเสีย น้ำหอม หรือสีสังเคราะห์ที่ก่อให้เกิดการระคายเคือง เมื่อทาลงบนแผลอาจทำให้แผลอักเสบมากขึ้น และเสี่ยงปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรีย
4.สิ่งที่ไม่ควรทำในขณะที่ริมฝีปากเป็นแผลไม่ควรใช้ลิปมันที่มีส่วนผสมระคายเคือง
ลิปมันบางชนิดมีเมนทอล การบูร น้ำหอม หรือสารให้ความเย็น แม้จะให้ความรู้สึกสบายในช่วงแรก แต่สามารถกระตุ้นการระคายเคือง ทำให้แผลแสบและหายช้าลง ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนและไม่มีน้ำหอม
5.สิ่งที่ไม่ควรทำในขณะที่ริมฝีปากเป็นแผลไม่ควรสัมผัสแผลด้วยมือที่ไม่สะอาด
มือเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค การจับหรือกดแผลด้วยมือที่ไม่ได้ล้างสะอาดเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ ทำให้แผลบวม แดง และมีหนองได้
6.สิ่งที่ไม่ควรทำในขณะที่ริมฝีปากเป็นแผลไม่ควรดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่
แอลกอฮอล์ทำให้ร่างกายขาดน้ำและภูมิคุ้มกันลดลง ส่วนการสูบบุหรี่จะลดการไหลเวียนของเลือดไปยังเนื้อเยื่อ ส่งผลให้การซ่อมแซมแผลทำงานได้ไม่เต็มที่ แผลจึงหายช้ากว่าปกติ
7.สิ่งที่ไม่ควรทำในขณะที่ริมฝีปากเป็นแผล ไม่ควรปล่อยให้ริมฝีปากแห้งแตก
การไม่ดูแลความชุ่มชื้นทำให้ผิวบริเวณแผลตึง แตก และเจ็บมากขึ้น ซึ่งอาจทำให้แผลขยายใหญ่และฟื้นฟูได้ยาก ควรดื่มน้ำให้เพียงพอและดูแลริมฝีปากอย่างเหมาะสม
8.สิ่งที่ไม่ควรทำในขณะที่ริมฝีปากเป็นแผลไม่ควรใช้ยาหรือสมุนไพรโดยไม่ทราบแหล่งที่มา
การทายา ยาสมุนไพร หรือสูตรพื้นบ้านที่ไม่ได้มาตรฐาน อาจทำให้เกิดการแพ้หรือระคายเคืองรุนแรง โดยเฉพาะเมื่อทาลงบนแผลเปิด ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการรับรองหรือได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ
9.สิ่งที่ไม่ควรทำในขณะที่ริมฝีปากเป็นแผล ไม่ควรปล่อยให้แผลสัมผัสแดดจัดโดยตรง
รังสียูวีสามารถกระตุ้นการอักเสบ ทำให้ผิวบริเวณแผลคล้ำและหายช้าลง โดยเฉพาะผู้ที่เป็นเริมที่ริมฝีปาก แสงแดดอาจกระตุ้นให้แผลกำเริบได้
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับริมฝีปากเป็นแผล
1.ริมฝีปากเป็นแผลหายเองได้ไหม
ส่วนใหญ่หายเองได้ภายใน 3-7 วัน หากแผลเล็กและไม่ติดเชื้อ แต่ถ้าไม่ดีขึ้นภายใน 2 สัปดาห์ควรพบแพทย์
2.ริมฝีปากเป็นแผลทาลิปมันได้หรือไม่
ทาได้ ควรเลือกลิปมันที่อ่อนโยน ไม่มีน้ำหอม เมนทอล หรือการบูร เพื่อไม่ให้แผลระคายเคือง
3.ริมฝีปากเป็นแผลแบบไหนควรไปพบแพทย์
หากแผลบวมแดง เจ็บมาก มีหนอง เป็นซ้ำบ่อย หรือไม่หายเกิน 2 สัปดาห์ ควรพบแพทย์ทันที
สรุปทุกเรื่องของอาการริมฝีปากเป็นแผล
อาการริมฝีปากเป็นแผลอาจเกิดจากความแห้ง การระคายเคือง การติดเชื้อ หรือพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน หากดูแลไม่ถูกวิธีอาจทำให้แผลอักเสบและหายช้า การหลีกเลี่ยงอาหารรสจัด พฤติกรรมที่กระตุ้นแผล และการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ระคายเคืองจะช่วยให้แผลฟื้นตัวได้ดีขึ้น หากแผลไม่หายภายในระยะเวลาที่เหมาะสมหรือมีอาการรุนแรง ควรพบแพทย์เพื่อรับการดูแลอย่างถูกต้อง
* เงื่อนไขตามบริษัทฯ กำหนด
แนะนำให้สอบถามกับเจ้าหน้าที่ก่อนเข้ารับบริการ
เพื่อความชัวร์และได้สิทธิ์ที่คุ้มที่สุดค่ะ