ปากลอก เป็นขุย สาเหตุเกิดจากอะไร แก้ไขอย่างไร ให้ปากเนียนนุ่มชุ่มชื้น
ปากลอก
ปากลอก เป็นขุย สาเหตุเกิดจากอะไร แก้อย่างไร ให้ปากเนียนนุ่มชุ่มชื้น
ปากลอก เป็นขุย เกิดจากอะไร แก้อย่างไรให้ปากเนียนนุ่มชุ่มชื้น
ปากลอก เป็นขุย เป็นปัญหาที่หลายคนเคยเผชิญ ไม่ว่าจะเป็นช่วงอากาศแห้ง หน้าหนาว หรือแม้แต่ในชีวิตประจำวัน อาการปากลอกไม่ได้ส่งผลแค่เรื่องความสวยงาม แต่ยังทำให้รู้สึกไม่สบาย แสบ เจ็บ และขาดความมั่นใจ โดยเฉพาะเมื่อต้องทาลิปสติกหรือพูดคุย หลายคนพยายามแก้ปัญหาด้วยการทาลิปมันหรือแกะหนังปากออก แต่กลับยิ่งทำให้ปากลอกซ้ำและรุนแรงขึ้น
บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจว่า ปากลอก เป็นขุย เกิดจากอะไรได้บ้าง พร้อมแนะนำวิธีแก้ไขและดูแลริมฝีปากอย่างถูกวิธี เพื่อให้ปากกลับมาเนียนนุ่ม ชุ่มชื้น และไม่ลอกซ้ำอีก
ปากลอกคืออะไร ลักษณะอย่างไร
ปากลอก คือภาวะที่ผิวหนังบริเวณริมฝีปากชั้นนอกหลุดลอกออกเป็นแผ่นหรือเป็นขุย เกิดจากการที่ผิวริมฝีปากสูญเสียความชุ่มชื้นหรือเกิดการระคายเคือง ทำให้ผิวริมฝีปากอ่อนแอ บางลง และผลัดเซลล์ผิดปกติ ริมฝีปากจึงแห้ง แตก และลอกได้ง่ายกว่าผิวบริเวณอื่น
ลักษณะของปากลอกที่พบบ่อย
• ริมฝีปากแห้ง ลอกเป็นขุย หรือเป็นแผ่นบาง ๆ
• มีหนังปากหลุดลอก โดยเฉพาะบริเวณขอบปากหรือกลางริมฝีปาก
• ผิวปากดูไม่เรียบ แตกลาย หรือเป็นร่องเล็ก ๆ
• อาจมีอาการตึง แสบ หรือเจ็บเมื่อลอกออก
• บางรายอาจมีเลือดซึม หากปากลอกมากหรือมีแผลแตก
• ทาลิปสติกแล้วตกร่อง เห็นเป็นขุยชัดเจน
ปากลอกอาจเกิดขึ้นเป็นครั้งคราว เช่น ช่วงหน้าหนาว อากาศแห้ง หรือเกิดซ้ำจากพฤติกรรมบางอย่าง หากปล่อยไว้นานโดยไม่ดูแล อาจทำให้ริมฝีปากระคายเคือง อักเสบ และดูไม่สุขภาพดีได้
ปากลอก เป็นขุย เกิดจากอะไร
ปากลอก เป็นขุย เป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในทุกเพศทุกวัย แม้จะดูเป็นเรื่องเล็ก แต่หากเกิดซ้ำบ่อยหรือเรื้อรัง อาจส่งผลต่อความมั่นใจ การแต่งหน้า และสุขภาพริมฝีปากโดยรวม สาเหตุของปากลอกสามารถแบ่งออกได้เป็นหลายปัจจัย ดังนี้
1.ปากลอกเกิดจากริมฝีปากขาดความชุ่มชื้น
ริมฝีปากเป็นบริเวณที่ไม่มีต่อมไขมันเหมือนผิวหน้า จึงสูญเสียความชุ่มชื้นได้ง่าย เมื่อร่างกายได้รับน้ำน้อย อยู่ในห้องแอร์นาน อากาศแห้ง หรือเผชิญแสงแดดจัด จะทำให้ผิวปากแห้ง แตก และลอกเป็นขุยได้ง่าย
2.ปากลอกเกิดจากการเลียปาก กัดปาก หรือแกะหนังปาก
หลายคนมีพฤติกรรมเผลอเลียปากเมื่อรู้สึกแห้ง แต่ความจริงแล้วน้ำลายจะยิ่งดึงความชุ่มชื้นออกจากผิวปาก ทำให้ปากแห้งมากขึ้น นอกจากนี้ การกัดหรือแกะหนังปากบ่อย ๆ จะทำให้เกิดแผลเล็ก ๆ และกระตุ้นให้ปากลอกซ้ำอีก
3.ปากลอกเกิดจากการแพ้ลิปสติกหรือผลิตภัณฑ์ที่ใช้กับริมฝีปาก
ลิปสติก ลิปมัน หรือสกินแคร์บางชนิดอาจมีส่วนผสมที่ก่อให้เกิดการระคายเคือง เช่น น้ำหอม แอลกอฮอล์ สีสังเคราะห์ หรือสารกันเสีย เมื่อใช้ต่อเนื่องอาจทำให้ปากลอก เป็นขุย แสบ แดง หรือคล้ำได้
4.ปากลอกเกิดจากการสครับหรือขัดริมฝีปากบ่อยเกินไป
แม้การสครับจะช่วยผลัดเซลล์ผิว แต่หากทำบ่อยหรือใช้แรงมากเกินไป จะทำให้ผิวริมฝีปากบางลงและสูญเสียเกราะป้องกันผิว ส่งผลให้ปากลอกง่ายกว่าเดิม โดยเฉพาะในคนที่มีผิวปากบอบบาง
5.ปากลอกเกิดจากการขาดวิตามินและแร่ธาตุ
การขาดวิตามินบางชนิด เช่น วิตามินบีรวม วิตามินบี 2 วิตามินบี 12 ธาตุเหล็ก หรือสังกะสี อาจทำให้ผิวแห้ง แตก และลอก รวมถึงริมฝีปากด้วย โดยมักพบร่วมกับอาการอ่อนเพลีย มุมปากแตก หรือผิวไม่สดใส
6.ปากลอกเกิดจากโรคหรือภาวะผิดปกติบางชนิด
ปากลอกอาจเป็นอาการหนึ่งของโรค เช่น ผิวหนังอักเสบ ภูมิแพ้ เชื้อราที่มุมปาก หรือโรคผิวหนังเรื้อรังบางชนิด หากปากลอกมาก อาจมีอาการคัน แสบ หรือมีแผลไม่หาย ควรระวังสาเหตุจากโรคเหล่านี้
7.ปากลอกเกิดจากผลข้างเคียงจากยาบางชนิด
ยาบางชนิด เช่น ยารักษาสิวกลุ่มอนุพันธ์วิตามินเอ ยาเคมีบำบัด หรือยาบางประเภทที่ทำให้ร่างกายแห้ง อาจส่งผลให้ริมฝีปากลอก แห้ง แตกอย่างชัดเจน
8.ปากลอกเกิดจากการพักผ่อนน้อยและความเครียด
การนอนหลับไม่เพียงพอและความเครียดสะสม ส่งผลต่อการฟื้นฟูเซลล์ผิว ทำให้ผิวรวมถึงริมฝีปากซ่อมแซมตัวเองได้ช้าลง จึงเกิดอาการปากลอก เป็นขุยได้ง่าย
ปากลอกต่างจากปากแห้งอย่างไร
แม้ว่า ปากลอก และ ปากแห้ง จะเป็นอาการที่มักเกิดร่วมกันและถูกเข้าใจว่าเหมือนกัน แต่ในความเป็นจริงทั้งสองภาวะมีความแตกต่างกันทั้งในด้านลักษณะ อาการ และความรุนแรง ดังนี้
1.ปากแห้ง
ปากแห้ง คือภาวะที่ริมฝีปากขาดความชุ่มชื้น ผิวปากจะแห้ง ตึง ไม่สบาย แต่ยังไม่มีการหลุดลอกของผิวอย่างชัดเจน มักเป็นระยะเริ่มต้นของปัญหาริมฝีปาก และสามารถดีขึ้นได้ง่ายเมื่อได้รับการบำรุงอย่างเหมาะสม
ลักษณะของปากแห้ง
• ริมฝีปากแห้ง ตึง ไม่นุ่ม
• อาจรู้สึกไม่สบายปาก แต่ยังไม่ลอกเป็นขุย
• ทาลิปมันแล้วอาการดีขึ้นชัดเจน
• ไม่ค่อยมีแผลหรือเลือดออก
2.ปากลอก
ปากลอก คือภาวะที่ผิวริมฝีปากแห้งมากจนเกิดการหลุดลอกของผิวหนังออกมาเป็นขุยหรือเป็นแผ่น เป็นระยะที่รุนแรงกว่าปากแห้ง และมักเกิดหลังจากปากแห้งไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม
ลักษณะของปากลอก
• ผิวริมฝีปากลอกเป็นขุยหรือเป็นแผ่น
• มีหนังปากหลุดลอก เห็นชัดเจน
• อาจมีอาการแสบ เจ็บ หรือเลือดออก
• ทาลิปสติกแล้วตกร่อง เห็นขุยชัด
• อาจเกิดซ้ำเรื้อรัง หากไม่แก้ที่สาเหตุ
อาการปากลอกมีกี่ระดับ
อาการปากลอกสามารถแบ่งความรุนแรงได้เป็นหลายระดับ ตั้งแต่ระดับเล็กน้อยที่สามารถดูแลได้เอง ไปจนถึงระดับที่อาจเกี่ยวข้องกับโรคหรือการอักเสบเรื้อรัง การรู้ระดับของอาการจะช่วยให้ดูแลและตัดสินใจพบแพทย์ได้อย่างเหมาะสม
ระดับของอาการปากลอก
• ระดับที่ 1 ปากลอกเล็กน้อย เป็นระยะเริ่มต้น มักเกิดจากปากแห้งหรือขาดความชุ่มชื้นชั่วคราว ลักษณะอาการริมฝีปากแห้งเล็กน้อย ลอกเป็นขุยบาง ๆ ไม่มาก ไม่มีอาการเจ็บ แสบ หรือเลือดออก ทาลิปมันแล้วอาการดีขึ้น
• ระดับที่ 2 ปากลอกปานกลาง เริ่มเห็นการลอกชัดเจนขึ้น และอาจมีอาการไม่สบายปาก ลักษณะอาการปากลอกเป็นขุยหรือเป็นแผ่นบาง ๆ ผิวปากไม่เรียบ ทาลิปสติกแล้วตกร่อง อาจมีอาการตึง แสบ หรือเจ็บเล็กน้อย เกิดซ้ำบ่อย โดยเฉพาะช่วงอากาศแห้ง
• ระดับที่ 3 ปากลอกรุนแรงหรือเรื้อรัง เป็นระดับที่ควรให้ความสำคัญ เพราะอาจเกี่ยวข้องกับการอักเสบหรือโรคบางชนิด ลักษณะอาการปากลอกเป็นแผ่นหนา หรือหลุดเป็นชิ้น มีอาการแสบ เจ็บ หรือปวด มีแผลแตก เลือดออก หรือสะเก็ด ปากแดง บวม หรือคล้ำผิดปกติ ดูแลเองแล้วไม่ดีขึ้น หรือเป็นต่อเนื่องนานหลายสัปดาห์
ปากลอกแบบไหนที่ควรไปพบแพทย์
ควรไปพบแพทย์หากมีอาการดังต่อไปนี้
• ปากลอกเรื้อรัง ไม่ดีขึ้นแม้ดูแลอย่างถูกวิธี
• มีอาการแสบ เจ็บ ปวด หรือเลือดออกบ่อย
• ปากแดง บวม มีหนอง หรือสงสัยการติดเชื้อ
• ปากลอกพร้อมอาการผิดปกติอื่น เช่น คัน ผื่น หรือมุมปากแตก
• สงสัยว่าแพ้ลิปสติก ยา หรือผลิตภัณฑ์ที่ใช้
• ปากลอกในผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือกำลังใช้ยาบางชนิด
สรุปปากลอกมีตั้งแต่ระดับเล็กน้อยไปจนถึงรุนแรง หากเป็นเพียงเล็กน้อยสามารถดูแลเองได้ แต่หากอาการรุนแรง เรื้อรัง หรือมีอาการเจ็บ แสบ เลือดออก ควรไปพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงและป้องกันภาวะแทรกซ้อนในระยะยาว
พฤติกรรมเสี่ยงที่ทำให้ปากลอกบ่อย ๆ
ปากลอกบ่อย ๆ ไม่ได้เกิดจากสภาพอากาศหรือร่างกายเพียงอย่างเดียว แต่พฤติกรรมในชีวิตประจำวันก็มีส่วนสำคัญ หากทำซ้ำเป็นประจำ จะทำให้ริมฝีปากแห้ง ระคายเคือง และลอกเรื้อรังได้ โดยพฤติกรรมเสี่ยงที่พบบ่อยมีดังนี้
1.เลียปากเป็นนิสัย
หลายคนเลียปากเมื่อรู้สึกแห้ง แต่ความจริงน้ำลายจะระเหยเร็วและดึงความชุ่มชื้นออกจากผิวปาก ทำให้ปากแห้งมากขึ้น และยิ่งลอกง่ายกว่าเดิม
2.กัดปากหรือแกะหนังปาก
การกัดหรือดึงหนังปากที่ลอกออก ทำให้เกิดแผลเล็ก ๆ และกระตุ้นการอักเสบ ส่งผลให้ปากลอกซ้ำเป็นวงจร และอาจมีเลือดออกหรือเจ็บได้
3.ดื่มน้ำน้อย
ร่างกายขาดน้ำจะส่งผลให้ผิวแห้ง รวมถึงริมฝีปาก ทำให้ปากลอกง่าย แม้จะทาลิปมันก็ไม่ดีขึ้นหากดื่มน้ำน้อย
4.อยู่ในห้องแอร์เป็นเวลานาน
อากาศแห้งทำให้ความชุ่มชื้นระเหยออกจากผิวปากได้รวดเร็ว โดยเฉพาะผู้ที่ทำงานในห้องแอร์ทั้งวัน
5.ใช้ลิปสติกหรือลิปมันที่ระคายเคือง
ลิปที่มีแอลกอฮอล์ น้ำหอม หรือสารบางชนิด อาจทำให้ริมฝีปากแห้ง ลอก และระคายเคือง โดยเฉพาะการใช้ลิปแมตต์ติดต่อกันทุกวัน
6.สครับหรือขัดริมฝีปากบ่อยเกินไป
การสครับแรงหรือถี่เกินความจำเป็น จะทำให้ผิวปากบาง สูญเสียเกราะป้องกัน และลอกง่ายกว่าเดิม
7.ไม่ล้างลิปสติกออกก่อนนอน
การปล่อยให้ลิปติดค้างบนริมฝีปากข้ามคืน อาจทำให้ผิวปากแห้ง ระคายเคือง และลอกในระยะยาว
8.โดนแดดแรงโดยไม่ป้องกัน
ริมฝีปากไวต่อแสงแดด หากโดนแดดจัดเป็นประจำโดยไม่ใช้ลิปกันแดด อาจทำให้ปากแห้ง ลอก และคล้ำได้
9.พักผ่อนน้อยและเครียดสะสม
การนอนน้อยและความเครียด ส่งผลต่อการฟื้นฟูเซลล์ผิว ทำให้ริมฝีปากซ่อมแซมตัวเองได้ช้าลง จึงลอกบ่อย
10.สูบบุหรี่หรือดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ
บุหรี่และแอลกอฮอล์ทำให้ผิวแห้งและระคายเคืองง่าย ส่งผลให้ริมฝีปากลอกและดูไม่สุขภาพดี
เลียปากทำให้ปากลอก เป็นขุย จริงไหม
การเลียปากเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้ปากลอก เป็นขุย และเกิดซ้ำบ่อย แม้หลายคนจะรู้สึกว่าการเลียปากช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นชั่วคราว แต่ในความเป็นจริงกลับทำให้ริมฝีปากแห้งและระคายเคืองมากขึ้น
ทำไมการเลียปากถึงทำให้ปากลอก
เมื่อเลียปาก น้ำลายจะเคลือบผิวริมฝีปากเพียงช่วงสั้น ๆ จากนั้นจะระเหยออกอย่างรวดเร็ว พร้อมดึงความชุ่มชื้นตามธรรมชาติของผิวปากออกไปด้วย ทำให้ริมฝีปากแห้งกว่าเดิม นอกจากนี้ ในน้ำลายยังมีเอนไซม์สำหรับย่อยอาหาร ซึ่งไม่เหมาะกับผิวริมฝีปาก เมื่อสัมผัสซ้ำ ๆ จะทำให้ผิวปากระคายเคืองและอักเสบง่าย
วงจรเลียปากที่ทำให้ปากลอกไม่หาย
• ปากแห้ง รู้สึกไม่สบาย
• เลียปากเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น
• น้ำลายระเหย ปากแห้งมากขึ้น
• ผิวปากเริ่มลอก เป็นขุย
• ยิ่งเลียบ่อย ยิ่งลอกและระคายเคือง
วงจรนี้ทำให้ปากลอกเกิดซ้ำเรื้อรัง หากไม่หยุดพฤติกรรมเลียปาก
เลียปากบ่อย มีผลเสียอะไรบ้าง
• ปากแห้งและลอกเป็นขุยมากขึ้น
• ผิวริมฝีปากบางลงและอักเสบ
• เสี่ยงเกิดแผล แตก หรือเลือดออก
• ทำให้ลิปสติกตกร่อง ไม่เรียบสวย
วิธีลดพฤติกรรมเลียปาก
• ทาลิปมันหรือลิปบาล์มเป็นประจำ แทนการเลียปาก
• ดื่มน้ำให้เพียงพอ ลดความรู้สึกปากแห้ง
• หลีกเลี่ยงลิปที่ทำให้ปากแห้งหรือระคายเคือง
• หากเครียดหรือเผลอเลียปากโดยไม่รู้ตัว ควรหาวิธีผ่อนคลาย
สรุปการเลียปากทำให้ปากลอกเป็นขุยจริง และเป็นพฤติกรรมที่ควรหลีกเลี่ยง หากต้องการให้ริมฝีปากกลับมาชุ่มชื้น เรียบเนียน และไม่ลอกซ้ำ ควรดูแลด้วยการบำรุงและปรับพฤติกรรมอย่างถูกวิธี
ทำไมอากาศหนาวแล้วปากลอก
อากาศหนาวเป็นช่วงที่หลายคนมีปัญหาปากลอก เป็นขุย มากกว่าปกติ เนื่องจากสภาพแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงของร่างกายส่งผลโดยตรงต่อความชุ่มชื้นของริมฝีปาก สาเหตุหลักมีดังนี้
1.ปากลอกจากความชื้นในอากาศต่ำ
ช่วงอากาศหนาวมักมาพร้อมกับอากาศแห้ง ความชื้นในอากาศลดลง ทำให้ความชุ่มชื้นบนผิวหนัง รวมถึงริมฝีปาก ระเหยออกได้ง่ายกว่าปกติ ริมฝีปากจึงแห้ง แตก และลอกเป็นขุย
2.ปากลอกเกิดจากริมฝีปากไม่มีต่อมไขมัน
ผิวริมฝีปากไม่มีต่อมไขมันเหมือนผิวหน้า จึงไม่สามารถสร้างน้ำมันมาเคลือบผิวเพื่อป้องกันการสูญเสียน้ำได้ เมื่อเจออากาศหนาวที่แห้ง ผิวปากจะสูญเสียความชุ่มชื้นเร็วและลอกง่าย
3.ปากลอกเกิดจากดื่มน้ำน้อยลงโดยไม่รู้ตัว
ในช่วงอากาศหนาว หลายคนมักรู้สึกกระหายน้ำน้อยลง ทำให้ดื่มน้ำน้อยกว่าปกติ ส่งผลให้ร่างกายและริมฝีปากขาดน้ำโดยไม่รู้ตัว
4.ปากลอกเกิดจากอยู่ในห้องแอร์หรือใช้เครื่องทำความร้อน
การอยู่ในห้องแอร์หรือใช้เครื่องทำความร้อนเป็นเวลานาน ทำให้อากาศแห้งมากขึ้น ยิ่งเร่งให้ริมฝีปากสูญเสียความชุ่มชื้นและเกิดอาการปากลอก
5.ปากลอกเกิดจากเผลอเลียปากบ่อยขึ้น
เมื่อปากแห้งจากอากาศหนาว หลายคนจะเผลอเลียปากเพื่อบรรเทาความแห้ง แต่การเลียปากจะทำให้ปากแห้งมากขึ้นและลอกหนักกว่าเดิม
6.ปากลอกเกิดจากการไหลเวียนเลือดลดลง
อากาศหนาวทำให้หลอดเลือดหดตัว การไหลเวียนเลือดไปเลี้ยงผิวริมฝีปากลดลง ส่งผลให้การฟื้นฟูผิวช้าลง และผิวปากลอกได้ง่าย
ปากลอกเกิดจากลิปสติกได้ไหม
ปากลอกสามารถเกิดจากลิปสติกได้จริง โดยเฉพาะในคนที่ใช้ลิปสติกเป็นประจำ หรือมีผิวริมฝีปากบอบบาง ลิปสติกบางประเภทหรือบางส่วนผสมอาจทำให้ริมฝีปากแห้ง ระคายเคือง และลอกเป็นขุยได้
สาเหตุที่ลิปสติกทำให้ปากลอก
1.ปากลอกจากส่วนผสมที่ทำให้ปากแห้ง
ลิปสติกบางชนิด โดยเฉพาะลิปแมตต์ มักมีส่วนผสมที่ช่วยให้สีติดทน แต่แลกมากับการดึงความชุ่มชื้นออกจากผิวปาก ทำให้ปากแห้งและลอกได้ง่าย
2.ปากลอกจากแอลกอฮอล์และน้ำหอม
ลิปสติกที่มีแอลกอฮอล์หรือน้ำหอม อาจทำให้ผิวปากระคายเคือง โดยเฉพาะผู้ที่แพ้ง่าย เมื่อใช้ต่อเนื่องจะเกิดอาการปากลอก แสบ หรือแดง
3.ปากลอกจากสีสังเคราะห์และสารกันเสีย
สีบางชนิดหรือสารกันเสียในลิปสติก อาจกระตุ้นการแพ้แบบสัมผัส ทำให้ปากลอก เป็นขุย หรือมีอาการคันร่วมด้วย
4.ปากลอกจากการทาลิปสติกติดต่อกันโดยไม่บำรุง
การทาลิปสติกทุกวันโดยไม่ทาลิปมันรองพื้นหรือไม่บำรุงริมฝีปากก่อนและหลังแต่งหน้า ทำให้ผิวปากแห้งสะสมจนลอก
5.ปากลอกจากไม่ล้างลิปสติกออกให้สะอาด
การปล่อยให้ลิปสติกติดอยู่บนริมฝีปากข้ามคืน อาจทำให้ผิวปากระคายเคืองและลอกในระยะยาว
สัญญาณที่บอกว่าปากลอกอาจเกิดจากลิปสติก
• ปากลอกหลังเปลี่ยนลิปสติกตัวใหม่
• ปากแสบ คัน หรือแดงร่วมกับการลอก
• หยุดใช้ลิปสติกแล้วอาการดีขึ้น
• ลอกเฉพาะบริเวณที่ทาลิปบ่อย
วิธีลดความเสี่ยงปากลอกจากลิปสติก
• เลือกลิปสติกที่ให้ความชุ่มชื้นและอ่อนโยน
• หลีกเลี่ยงลิปแมตต์หรือลิปติดทนในช่วงที่ปากลอก
• ทาลิปบาล์มบำรุงก่อนลงลิปสติก
• เช็ดลิปออกให้สะอาดก่อนนอน
• หากสงสัยแพ้ ควรหยุดใช้และปรึกษาแพทย์
ปากลอกสามารถเกิดจากลิปสติกได้ โดยเฉพาะลิปที่ทำให้ปากแห้งหรือมีส่วนผสมระคายเคือง การเลือกใช้ลิปสติกอย่างเหมาะสมและบำรุงริมฝีปากอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยลดปัญหาปากลอกและทำให้ริมฝีปากดูสุขภาพดีขึ้น
ขาดวิตามินอะไรที่ทำให้ปากลอก
ปากลอก เป็นขุย อาจไม่ได้เกิดจากพฤติกรรมหรือสภาพอากาศเพียงอย่างเดียว แต่ยังอาจเป็นสัญญาณของการขาดวิตามินและแร่ธาตุบางชนิด ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อสุขภาพผิวและเยื่อบุริมฝีปาก โดยวิตามินที่มักเกี่ยวข้องมีดังนี้
1.วิตามินบีรวม
วิตามินบีมีบทบาทสำคัญต่อสุขภาพผิวและเยื่อบุ หากขาดวิตามินบี อาจทำให้ริมฝีปากแห้ง ลอก มุมปากแตก และเกิดการอักเสบได้
• วิตามินบี 2 ขาดแล้วอาจทำให้ปากลอก มุมปากแตก ปากอักเสบ ลิ้นแดง
• วิตามินบี 6 ขาดแล้วอาจทำให้ผิวแห้ง แตก ลอก และเกิดผื่น
• วิตามินบี 12 ขาดแล้วอาจทำให้ปากลอก ซีด ลิ้นอักเสบ และอ่อนเพลีย
2.วิตามินเอ
วิตามินเอช่วยในการสร้างและซ่อมแซมผิวหนัง หากขาดวิตามินเอ ผิวจะหยาบ แห้ง และลอก รวมถึงริมฝีปาก แต่หากได้รับมากเกินไปก็อาจทำให้ปากแห้งลอกได้เช่นกัน
3.วิตามินซี
วิตามินซีช่วยในการสร้างคอลลาเจนและซ่อมแซมเนื้อเยื่อ หากขาดอาจทำให้ผิวเปราะ ฟื้นฟูช้า และริมฝีปากแตก ลอกง่าย
4.ธาตุเหล็ก
การขาดธาตุเหล็กอาจทำให้ริมฝีปากซีด แห้ง ลอก มุมปากแตก และมีอาการอ่อนเพลีย เวียนศีรษะร่วมด้วย
5.สังกะสี
สังกะสีมีบทบาทในการซ่อมแซมผิวและการสมานแผล หากขาดอาจทำให้ผิวแห้ง ลอก เป็นแผลหายช้า รวมถึงริมฝีปาก
วิธีดูแลรักษาปากลอกเป็นขุยใช้อะไรดี
ปากลอกเป็นขุยเป็นปัญหาที่พบได้บ่อย และมักเกิดซ้ำหากดูแลไม่ถูกวิธี การรักษาปากลอกให้ได้ผล ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการใช้ผลิตภัณฑ์ราคาแพง แต่ขึ้นอยู่กับการเลือกใช้ให้เหมาะกับสภาพริมฝีปาก พร้อมดูแลอย่างสม่ำเสมอและหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้น
1.ลิปมันหรือลิปบาล์มที่เหมาะกับปากลอก
ลิปบาล์มเป็นพื้นฐานสำคัญที่สุดในการรักษาปากลอก ควรเลือกสูตรที่ช่วยเพิ่มและกักเก็บความชุ่มชื้น ไม่ใช่แค่ให้ความมันชั่วคราว
ส่วนผสมที่ช่วยฟื้นฟูปากลอก
• ปิโตรเลียมเจลลี่ หรือวาสลีน ช่วยเคลือบผิวและลดการสูญเสียน้ำ
• เชียบัตเตอร์ ช่วยบำรุงและทำให้ผิวปากนุ่ม
• ลาโนลิน ช่วยฟื้นฟูผิวที่แห้งและแตก
• เซราไมด์ ช่วยเสริมเกราะป้องกันผิวริมฝีปาก
ส่วนผสมที่ควรหลีกเลี่ยง
• แอลกอฮอล์
• น้ำหอม
• เมนทอล หรือสารให้ความเย็น
วิธีใช้ให้เห็นผล ควรทาซ้ำระหว่างวัน และทาหนาก่อนนอนเพื่อฟื้นฟูผิวปากอย่างต่อเนื่อง
2.วาสลีน ทางเลือกง่าย ๆ สำหรับปากลอกหนัก
วาสลีนเป็นตัวเลือกที่เหมาะมากสำหรับคนที่ปากลอก แตก หรือเป็นขุยชัดเจน เพราะช่วยเคลือบผิวและล็อกความชุ่มชื้นได้ดี สามารถใช้ทากลางวันบาง ๆ และทาหนา ๆ ก่อนนอนเพื่อมาสก์ปาก
3.มาสก์ปากเพื่อฟื้นฟูผิวอย่างล้ำลึก
มาสก์ปากช่วยซ่อมแซมผิวริมฝีปากในช่วงที่ปากลอกมากหรือแห้งสะสมมานาน วิธีมาสก์ปากอย่างถูกต้อง ควรทาลิปบาล์มหรือมาสก์ปากเนื้อเข้มข้น ทาให้หนากว่าปกติ ทิ้งไว้ข้ามคืน ทำต่อเนื่อง 3–5 คืน หลังทำจะรู้สึกว่าปากนุ่มขึ้น ลอกลดลง และผิวเรียบขึ้น
4.ลิปบาล์มกันแดด ป้องกันปากลอกซ้ำ
แสงแดดเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ปากแห้งและลอกซ้ำ การใช้ลิปบาล์มที่มีสารกันแดดจึงช่วยลดการทำร้ายผิวปากในชีวิตประจำวัน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องออกแดดบ่อย หรืออยู่กลางแจ้งเป็นประจำ
5.ดื่มน้ำให้เพียงพอ ช่วยบำรุงจากภายใน
แม้จะใช้ลิปมันดีแค่ไหน หากร่างกายขาดน้ำ ปากก็ยังลอกได้ง่าย ควรดื่มน้ำอย่างสม่ำเสมอทั้งวัน เพื่อให้ผิวรวมถึงริมฝีปากชุ่มชื้นจากภายใน
6.งดพฤติกรรมที่ทำให้ปากลอกไม่หาย
การรักษาจะไม่เห็นผล หากยังมีพฤติกรรมกระตุ้นปากลอกซ้ำ ควรงดเลียปาก กัดหรือแกะหนังปาก สครับริมฝีปากแรงหรือบ่อยเกินไป หากมีหนังปากลอก ควรบำรุงให้ผิวนุ่มจนหลุดออกเองตามธรรมชาติ
7.งดลิปสติกที่ทำให้ปากแห้งในช่วงรักษา
ในช่วงที่ปากลอก ควรหลีกเลี่ยงลิปแมตต์ ลิปติดทน ลิปที่ทำให้ปากแห้งตึง หากจำเป็นต้องแต่งหน้า ควรทาลิปบาล์มรองก่อนเสมอ
8.เสริมวิตามินในกรณีที่ปากลอกบ่อย
หากปากลอกเรื้อรังร่วมกับอาการอื่น เช่น มุมปากแตก อ่อนเพลีย ผิวแห้ง อาจเกี่ยวข้องกับการขาดสารอาหาร วิตามินที่มักเกี่ยวข้อง ได้แก่ วิตามินบีรวม วิตามินซี สังกะสี ควรรับจากอาหารเป็นหลัก หรือปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทานอาหารเสริม
9.ใช้ยาทาตามคำแนะนำแพทย์ (กรณีอักเสบหรือแพ้)
หากปากลอกพร้อมอาการแสบ แดง คัน หรือสงสัยการแพ้ ไม่ควรซื้อยามาใช้เอง ควรพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยและเลือกยาที่เหมาะสม
ปากลอกควรลอกหนังออกไหม
คำตอบคือ ไม่ควรลอกหรือแกะหนังปากออกเอง แม้จะรู้สึกรำคาญหรือเห็นหนังปากลอกเป็นขุยชัดเจน เพราะการลอกหนังปากอาจทำให้ปัญหารุนแรงขึ้นและเกิดผลเสียตามมาได้
เหตุผลที่ไม่ควรลอกหนังปาก เพราะริมฝีปากเป็นผิวที่บางและบอบบางมาก การดึงหรือลอกหนังปากออก จะทำให้ผิวชั้นล่างที่ยังไม่แข็งแรงถูกเปิดออก ส่งผลให้เกิดแผลและเลือดออก แสบ เจ็บ และระคายเคือง ผิวปากอักเสบและลอกซ้ำง่ายกว่าเดิม เสี่ยงติดเชื้อจากแบคทีเรียหรือเชื้อรา ปากคล้ำหรือเป็นรอยในระยะยาว ยิ่งลอกบ่อย ผิวปากจะยิ่งอ่อนแอ และเข้าสู่วงจร “ลอก–แห้ง–ลอกซ้ำ” ไม่หายขาด
ถ้ามีหนังปากลอก ควรทำอย่างไรแทน
• ทาลิปบาล์มหรือวาสลีนหนา ๆ เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น
• ปล่อยให้หนังปากนุ่มและหลุดออกเองตามธรรมชาติ
• ดื่มน้ำให้เพียงพอ
• งดเลียปาก กัดปาก หรือสครับแรง ๆ
เมื่อผิวปากได้รับความชุ่มชื้นเพียงพอ หนังที่ลอกจะค่อย ๆ หลุดออกโดยไม่ทำร้ายผิว
สรุปปากลอก ไม่ควรลอกหนังออกเอง วิธีที่ถูกต้องคือเพิ่มความชุ่มชื้นและดูแลให้ผิวฟื้นตัวตามธรรมชาติ หากลอกแรงหรือบ่อย จะทำให้ปากลอกหนักขึ้นและเรื้อรังได้
การฉีดฟิลเลอร์ปากช่วยแก้ปากลอกเป็นขุย
การฉีดฟิลเลอร์ปากสามารถช่วยลดปัญหาปากลอกเป็นขุยได้ โดยเฉพาะในกรณีที่สาเหตุหลักมาจากความแห้งและการขาดความชุ่มชื้นจากภายใน ไม่ใช่การอักเสบหรือการแพ้ โดยกลไกการทำงานมีดังนี้
1.ฟิลเลอร์ปากช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นจากภายในริมฝีปาก
ฟิลเลอร์ปากส่วนใหญ่เป็นสาร Hyaluronic Acid (HA) ซึ่งมีคุณสมบัติอุ้มน้ำได้ดี เมื่อฉีดเข้าไปในเนื้อริมฝีปาก จะช่วยดึงและกักเก็บน้ำไว้ในเนื้อเยื่อ ทำให้ริมฝีปากมีความชุ่มชื้นจากภายใน ไม่แห้งง่ายเหมือนการบำรุงจากภายนอกเพียงอย่างเดียว
2.ฟิลเลอร์ปากช่วยลดการสูญเสียน้ำของผิวริมฝีปาก
เมื่อริมฝีปากอิ่มน้ำและมีโครงสร้างที่สมดุล ผิวด้านนอกจะสูญเสียน้ำน้อยลง จึงช่วยลดอาการปากแห้ง แตก และลอกเป็นขุยในระยะยาว
3.ฟิลเลอร์ปากช่วยทำให้ผิวปากเรียบเนียน ลดร่องปาก
ปากที่ลอกเป็นขุยมักมีร่องปากชัด ผิวไม่เรียบ ฟิลเลอร์จะช่วยเติมเต็มร่องเล็ก ๆ บนริมฝีปาก ทำให้ผิวดูเรียบขึ้น ส่งผลให้ขุยลดลง และทาลิปสติกได้เนียนมากขึ้น
4.ฟิลเลอร์ปากช่วยเสริมความอิ่มฟูให้ริมฝีปากบาง
ในคนที่ริมฝีปากบางมาก ผิวจะตึงและแห้งง่าย ฟิลเลอร์ช่วยเพิ่มวอลุ่มอย่างเหมาะสม ทำให้ผิวปากไม่ตึงจนเกินไป ลดโอกาสเกิดการลอกเป็นขุย
5.ฟิลเลอร์ปากช่วยให้การบำรุงภายนอกเห็นผลดีขึ้น
เมื่อโครงสร้างริมฝีปากมีความชุ่มชื้นจากภายใน การทาลิปบาล์มหรือมาสก์ปากภายนอกจะซึมและเห็นผลดีขึ้น ช่วยรักษาปากลอกได้มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม
วิธีป้องกันไม่ให้ปากลอกเป็นขุยซ้ำ ๆ
การป้องกันและรักษาปากลอกให้เนียนนุ่ม ชุ่มชื้น ไม่ใช่แค่การทาลิปมันเพียงอย่างเดียว แต่ต้องฟื้นฟูผิวริมฝีปากอย่างถูกวิธี ควบคู่กับการปรับพฤติกรรมที่เป็นสาเหตุของปากลอก ดังนี้
1.เพิ่มความชุ่มชื้นให้ริมฝีปากอย่างต่อเนื่อง
เลือกใช้ลิปบาล์มหรือลิปมันที่เน้นการกักเก็บความชุ่มชื้น ทาเป็นประจำระหว่างวันและก่อนนอน โดยเฉพาะช่วงที่ปากแห้งมาก ควรทาซ้ำบ่อยกว่าปกติ
2.มาสก์ปากก่อนนอน
ก่อนนอนควรทาลิปบาล์มเนื้อเข้มข้นหรือมาสก์ปากหนา ๆ เพื่อช่วยซ่อมแซมผิวปากในช่วงพักผ่อน ช่วยให้ตื่นมาปากนุ่มขึ้นและปากลอกลดลงอย่างเห็นได้ชัด
3.ดื่มน้ำให้เพียงพอ
การดื่มน้ำช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นจากภายใน หากร่างกายขาดน้ำ แม้จะบำรุงภายนอกมากแค่ไหน ปากก็ยังลอกได้ง่าย
4.หลีกเลี่ยงการเลียปาก กัดปาก และแกะหนังปาก
ควรหยุดพฤติกรรมที่ทำให้ผิวปากระคายเคือง หากมีหนังปากลอก ไม่ควรดึงออก ควรบำรุงให้ผิวนุ่มจนหลุดออกเอง
5.งดใช้ลิปสติกที่ทำให้ปากแห้ง
ในช่วงที่ปากลอก ควรหลีกเลี่ยงลิปแมตต์ ลิปติดทน หรือผลิตภัณฑ์ที่มีแอลกอฮอล์และน้ำหอม เพื่อให้ผิวปากได้ฟื้นฟูอย่างเต็มที่
6.สครับริมฝีปากอย่างถูกวิธี
เมื่อปากไม่ลอกหรืออักเสบแล้ว สามารถสครับเบา ๆ สัปดาห์ละไม่เกิน 1 ครั้ง เพื่อช่วยขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว และทำให้ลิปบาล์มซึมได้ดีขึ้น
7.ป้องกันริมฝีปากจากแสงแดด
ใช้ลิปบาล์มที่มีสารกันแดดเมื่อต้องออกแดด เพราะแสงแดดทำให้ปากลอก แห้ง และคล้ำได้ง่าย
8.บำรุงด้วยสารอาหารที่จำเป็น
รับประทานอาหารที่มีวิตามินบี วิตามินซี วิตามินเอ ธาตุเหล็ก และสังกะสี เพื่อช่วยฟื้นฟูผิวริมฝีปาก หากจำเป็นควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทานอาหารเสริม
9.นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
การนอนหลับช่วยให้ผิวซ่อมแซมตัวเองได้ดีขึ้น ทำให้ริมฝีปากฟื้นตัวเร็วและเนียนนุ่มมากขึ้น
10.พบแพทย์หากปากลอกเรื้อรัง
หากปากลอกไม่ดีขึ้น มีอาการแสบ เจ็บ เลือดออก หรือเป็นซ้ำเรื้อรัง อาจมีสาเหตุจากการแพ้หรือโรคบางชนิด ควรพบแพทย์เพื่อรับการรักษาที่ตรงจุด
สรุปเกี่ยวกับอาการปากลอก
ปากลอก เป็นขุย เกิดได้จากหลายปัจจัย ทั้งการขาดความชุ่มชื้น พฤติกรรมเลียหรือแกะปาก การแพ้ลิปสติก สภาพอากาศ รวมถึงการดูแลริมฝีปากที่ไม่เหมาะสม การแก้ปัญหาปากลอกให้ได้ผล จึงควรเริ่มจากการหาสาเหตุที่แท้จริง ปรับพฤติกรรม และบำรุงริมฝีปากอย่างถูกวิธี เพื่อให้ผิวปากกลับมาแข็งแรงและไม่ลอกซ้ำ
การฉีดฟิลเลอร์ปากถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกเสริมในการช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นจากภายใน ทำให้ผิวปากอิ่มฟู เรียบเนียน และลอกเป็นขุยน้อยลง อย่างไรก็ตาม ฟิลเลอร์ปากไม่ใช่วิธีรักษาหลักของปากลอก และควรทำหลังจากแก้ไขสาเหตุอื่น ๆ แล้ว โดยต้องได้รับการประเมินจากแพทย์ก่อนทุกครั้ง หากดูแลริมฝีปากอย่างเหมาะสมควบคู่กับการรักษาที่ถูกต้อง จะช่วยให้ปากกลับมาเนียนนุ่ม ชุ่มชื้น และดูสุขภาพดีในระยะยาว
* เงื่อนไขตามบริษัทฯ กำหนด
แนะนำให้สอบถามกับเจ้าหน้าที่ก่อนเข้ารับบริการ
เพื่อความชัวร์และได้สิทธิ์ที่คุ้มที่สุดค่ะ