ปากมาสด้า คืออะไร ? มีลักษณะอย่างไร ? เหมาะกับรูปหน้าแบบไหน
ปากมาสด้า
ปากมาสด้า คืออะไร มีลักษณะอย่างไร เหมาะกับรูปหน้าแบบไหน
ในปัจจุบัน เทรนด์ทรงปากมีหลากหลายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ปากกระจับที่ให้ลุคดูเป็นธรรมชาติ ปากเกาหลีที่ให้ลุคหวานดูอ่อนโยน หรือปากสายฝอที่เน้นความอวบอิ่มและมีมิติ แต่ละทรงปากล้วนมีเอกลักษณ์และสไตล์ที่แตกต่างกัน ทำให้หลายคนหันมาให้ความสำคัญกับการเลือกทรงปาก ที่เหมาะกับรูปหน้าและบุคลิกของตัวเอง
ปากมาสด้า คือหนึ่งในทรงปากที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง แต่ก่อนตัดสินใจทำปากมาสด้า บทความนี้จะพาไปรู้จักว่าปากมาสด้าคืออะไร มีลักษณะอย่างไร ต่างจากปากกระจับอย่างไร รวมถึงข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับการฉีดฟิลเลอร์ปากมาสด้า เพื่อช่วยให้ตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ
ปากมาสด้าคืออะไร
ปากมาสด้า เป็นชื่อเรียกทรงปากที่กำลังเป็นเทรนด์ฮิตในวงการความงามของไทย โดยเป็นการปรับรูปทรงริมฝีปากให้มีความโค้งเว้าและมีสัดส่วนที่ชัดเจน สาเหตุที่เรียกชื่อว่าปากมาสด้า เพราะรูปทรงของริมฝีปากที่ทำออกมาจะมีลักษณะคล้ายกับโลโก้ของรถยนต์ยี่ห้อมาสด้า (Mazda) ที่เป็นรูปตัว M ซึ่งมีความโค้งมนและมีติ่งแหลมตรงกลางนั่นเอง
ทำไมปากมาสด้าถึงได้รับความนิยม
ปากมาสด้ายังคงเป็นหนึ่งในทรงปากที่หลายคนนิยมทำศัลยกรรมหรือฉีดฟิลเลอร์ปาก โดยเหตุผลหลักที่ทำให้ทรงปากมาสด้าได้รับความนิยมอย่างมาก มีดังนี้
1.ปากมาสด้าช่วยปรับลุคให้ดูเฉี่ยวและเซ็กซี่
ทรงปากมาสด้าช่วยเปลี่ยนใบหน้าที่ดูธรรมดาให้ดูมีคาแรคเตอร์ที่ชัดเจนขึ้น ให้ลุคที่ดูมีความโฉบเฉี่ยวและความมั่นใจในตัวเอง
2.ปากมาสด้าช่วยแก้ปัญหาหน้าดุหรือหน้าบึ้ง
เนื่องจากลักษณะสำคัญของปากมาสด้าคือการยกมุมปากให้เชิดขึ้น ผู้ที่มีปัญหาปากคว่ำหรือมุมปากตกซึ่งทำให้หน้าดูบึ้งตึง จึงนิยมทำทรงนี้เพื่อปรับบุคลิกภาพให้ดูสดใสขึ้น
3.ปากมาสด้าตอบโจทย์การถ่ายรูปและการทำคอนเทนต์
ปากมาสด้าที่มีความคมชัดและเว้าลึกจะช่วยให้ใบหน้าดูมีมิติมากขึ้นเมื่อถ่ายรูปหรือถ่ายวิดีโอ ทำให้ริมฝีปากดูโดดเด่นโดยไม่ต้องพึ่งฟิลเตอร์หรือแอปพลิเคชันแต่งรูปมากนัก
4.ปากมาสด้าได้รับอิทธิพลจากดาราและเน็ตไอดอล
ทรงปากมาสด้าได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่มบิวตี้บล็อกเกอร์ ดารา และอินฟลูเอนเซอร์ เมื่อเห็นบุคคลที่มีชื่อเสียงทำแล้วดูสวยและมั่นใจ จึงเกิดกระแสเลียนแบบและกลายเป็นเทรนด์ความงามใหม่ ๆ
5.เทรนด์ฉีดฟิลเลอร์ปากมาสด้าที่ได้รับความนิยม
ปัจจุบันฟิลเลอร์ปากเป็นหัตถการที่ได้รับความนิยม เพราะแพทย์สามารถใช้สารเติมเต็มปั้นทรงปากให้มีความคม แหลม และเว้าลึกได้ตามต้องการ โดยไม่ต้องผ่าตัด เห็นผลในเวลาไม่นาน และสามารถแก้ไขได้หากไม่พอใจ ด้วยเหตุนี้การฉีดฟิลเลอร์ปากทรงมาสด้าจึงนิยมตามไปด้วย
6.ปากมาสด้าสร้างความมั่นใจในการแต่งหน้า
ปากมาสด้าเป็นทรงที่เอื้อต่อการทาลิปสติกอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการทาแบบเต็มปากที่จะเห็นขอบปากชัดเจนดูเซ็กซี่ หรือการทาแบบไล่สี (Ombre) ที่จะเน้นติ่งกระจับตรงกลางให้ดูน่าดึงดูด ทำให้การแต่งหน้าดูสนุกและมีลูกเล่นมากขึ้น
ปากมาสด้ามีลักษณะอย่างไร
ลักษณะเด่นของปากมาสด้า จะมีความแตกต่างจากปากทรงกระจับธรรมชาติทั่วไป ตรงที่มีความคมชัดและเว้าลึกมากกว่าปกติ โดยมีจุดสังเกตหลัก ๆ ดังนี้
1.ปากมาสด้ามีรอยหยักรูปตัว M ที่ชัดเจน
ริมฝีปากบนจะถูกปั้นหรือตัดแต่งให้เป็นรูปตัว M ที่มีความโค้งเว้าสูง จุดกึ่งกลางของริมฝีปากบนหรือกระจับ จะมีลักษณะเป็นติ่งแหลมยื่นลงมาอย่างเห็นได้ชัด คล้ายกับส่วนยอดของโลโก้มาสด้า
2.ปากมาสด้ามีมุมปากยกขึ้น
มุมปากทั้งสองข้างจะถูกยกให้ดูเชิดขึ้นเล็กน้อย เหมือนกำลังอมยิ้มตลอดเวลา รอยต่อระหว่างริมฝีปากบนและล่างที่มุมปากจะดูโฉบเฉี่ยว
3.ปากมาสด้ามีเส้นขอบปากคมกริบ
เน้นความชัดเจนของขอบริมฝีปากไม่ฟุ้งเบลอ ทำให้รูปปากดูโดดเด่นออกมาจากใบหน้าชัดเจน
4.ปากมาสด้ามีความบางและเว้า
เนื้อริมฝีปากบนในส่วนที่ไม่ใช่ติ่งกระจับ จะมีความบางและเว้าเข้าไป เพื่อให้ตรงกลางดูเด่นขึ้นมา
5.ปากมาสด้ามีริมฝีปากล่างดูอวบอิ่มรับกัน
โดยปกติจะมีการปั้นริมฝีปากล่างให้เป็น 2 กระเปาะ (คล้ายรูปทรงเมล็ดกาแฟ) เพื่อให้ดูมีมิติรับกับความแหลมของปากบน และป้องกันไม่ให้ปากดูบางจนเกินไป
ปากมาสด้าต่างจากปากกระจับอย่างไร
ปากมาสด้าและปากกระจับเป็นทรงปากที่ได้รับความนิยม แต่ให้รูปทรงริมฝีปาก วอลลุ่ม ความคมชัดของขอบปาก ความดูเป็นธรรมชาติ และลุคที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน โดยมีความต่างหลัก ๆ ดังนี้
1.รูปทรงของริมฝีปาก
• ปากกระจับ เลียนแบบรูปทรงตามธรรมชาติ มีลักษณะโค้งมนคล้ายปีกนก เส้นหยักบริเวณปากบนจะมีความลาดเอียงที่นุ่มนวล ไม่หักมุมมากเกินไป
• ปากมาสด้า เน้นรูปทรงเรขาคณิตที่ชัดเจนเป็นรูปตัว M เส้นขอบปากบนจะเว้าลึกเข้าไปหาจุดกึ่งกลาง และมีติ่งกระจับตรงกลางที่แหลมยาวลงมามากกว่าปกติ จนดูคล้ายกับสัญลักษณ์ของโลโก้รถยนต์มาสด้า
2.ความคมชัดของขอบปาก
• ปากกระจับ ขอบปากจะมีความฟุ้งละมุน ดูเนียนไปกับผิวรอบริมฝีปาก เน้นการปรับโครงสร้างรวมให้ดูสมดุล
• ปากมาสด้า เน้นความคมชัดของขอบปาก เส้นขอบปากจะถูกปั้นให้ดูเป็นสันชัดเจน เพื่อเน้นมิติความเว้าและความแหลมของทรงปากให้โดดเด่นออกมาจากใบหน้า
3.วอลลุ่มของริมฝีปาก
• ปากกระจับ เน้นการกระจายเนื้อปากให้ดูอิ่มน้ำ หรือเน้นความบางที่ดูพอดีกับใบหน้า ไม่เน้นการปั้นกระเปาะเนื้อที่ชัดเกินไป
• ปากมาสด้า มักมีการสร้างวอลลุ่มเฉพาะจุด โดยเฉพาะริมฝีปากล่างที่จะปั้นเป็น 2 กระเปาะชัดเจน (ลักษณะคล้ายเมล็ดกาแฟ) เพื่อให้รับกับความแหลมเว้าของปากบน ทำให้ปากดูมีมิติ
4.ลุคที่ได้หลังทำ
• ปากกระจับ ให้ลุคที่ดูหวาน อ่อนโยน และเป็นมิตร หน้าจะดูซอฟต์ลง เหมาะกับคนที่ต้องการปรับลุคให้รูปหน้าดูน่ารักอย่างดูเป็นธรรมชาติ
• ปากมาสด้า ให้ลุคที่ดูเฉี่ยว เซ็กซี่ และทันสมัย เหมาะกับคนที่ชอบแต่งหน้าจัดหรือต้องการให้ปากเป็นจุดนำสายตาบนใบหน้า
5.ความดูเป็นธรรมชาติหลังทำ
• ปากกระจับ มีความดูเป็นธรรมชาติมาก หากทำในสัดส่วนที่พอดี คนรอบข้างอาจดูไม่ออกว่าผ่านการศัลยกรรมหรือฉีดฟิลเลอร์มา
• ปากมาสด้า มีความเป็นธรรมชาติน้อยกว่า เนื่องจากเป็นทรงที่ถูกดีไซน์มาให้เป๊ะและคมชัดเกินกว่าลักษณะปากโดยกำเนิดของมนุษย์ทั่วไป จะเห็นชัดเจนว่าเป็นทรงที่ผ่านการปั้นแต่งมาอย่างตั้งใจ
ปากมาสด้าเหมาะกับรูปหน้าแบบไหน
การเลือกทรงปากให้เข้ากับใบหน้าเป็นสิ่งสำคัญมาก เนื่องจากปากมาสด้ามีลักษณะที่คมชัดและโดดเด่น จึงไม่ใช่ทุกรูปหน้าที่จะทำออกมาแล้วดูเหมาะสม สำหรับรูปหน้าที่เหมาะกับการทำปากมาสด้า มีดังนี้
1.ปากมาสด้าเหมาะกับรูปหน้าหัวใจ
คนที่มีรูปหน้าทรงหัวใจมักจะมีคางที่เรียวแหลมและโหนกแก้มชัดเจนอยู่แล้ว การทำปากมาสด้าที่มีความเว้าลึกและมีติ่งกระจับแหลมจะช่วยเน้นความเรียวของคางให้ดูชัดขึ้นไปอีก และรับกับสัดส่วนใบหน้าส่วนล่างที่ค่อนข้างเล็กได้อย่างลงตัว
2.ปากมาสด้าเหมาะกับรูปหน้ายาว
รูปหน้าทรงไข่หรือรูปหน้ายาวถือเป็นรูปหน้าที่ทำปากทรงนี้ได้สวยที่สุด เพราะมีพื้นที่ระหว่างจมูกกับคางที่สมดุล การเพิ่มมิติความแหลมเว้าของปากจะช่วยให้ใบหน้าดูมีจุดโฟกัสที่กึ่งกลางหน้ามากขึ้น ลดความรู้สึกว่าใบหน้าเรียบเกินไป และเพิ่มลุคให้ดูทันสมัย
ใครบ้างที่เหมาะทำปากมาสด้า
การพิจารณาว่าใครที่เหมาะกับการทำปากมาสด้านั้น ไม่ได้ดูเพียงแค่ความชอบส่วนตัว แต่ต้องพิจารณาถึงโครงสร้างใบหน้าเดิมและไลฟ์สไตล์ประกอบกัน เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาดูส่งเสริมใบหน้ามากที่สุด กลุ่มคนที่เหมาะกับการทำปากทรงนี้ได้แก่
1.ปากมาสด้าเหมาะกับผู้ที่มีมุมปากตก หรือใบหน้าดูบึ้งตึง
ลักษณะเด่นของปากมาสด้าคือการยกมุมปากให้เชิดขึ้น ทรงนี้จึงเหมาะมากสำหรับผู้ที่มีปัญหาปากคว่ำ ซึ่งมักจะทำให้ใบหน้าดูดุ เครียด หรือดูเหนื่อยล้า การทำทรงนี้จะช่วยเปลี่ยนให้ใบหน้าดูมีความเป็นมิตรและดูสดใสขึ้นแม้ในเวลาที่ไม่ได้ยิ้ม
2.ปากมาสด้าเหมาะกับผู้ที่มีระยะห่างระหว่างจมูกกับปากมาก
คนที่มีพื้นที่เนื้อที่ระหว่างฐานจมูกถึงริมฝีปากบนกว้างเกินไป มักจะทำให้ใบหน้าดูมีอายุ การทำปากมาสด้าซึ่งเน้นการเพิ่มติ่งกระจับตรงกลางให้ยาวลงมา และดึงขอบปากบนให้ชัดขึ้น จะช่วยหลอกตาให้พื้นที่ส่วนนี้ดูสั้นลง ส่งผลให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์และสมส่วนมากขึ้น
3.ปากมาสด้าเหมาะกับผู้ที่มีริมฝีปากบนหนาและขาดรูปทรง
สำหรับคนที่มีเนื้อปากบนเยอะแต่ดูแบนราบ ไม่มีหยัก ไม่มีมิติ การทำทรงมาสด้าจะช่วยจัดการเนื้อส่วนเกินให้กลายเป็นส่วนโค้งเว้าที่สวยงาม ทำให้ปากที่เคยดูหนาเทอะทะเปลี่ยนเป็นปากที่ดูโฉบเฉี่ยวและมีรูปทรงที่ชัดเจน
4.ปากมาสด้าเหมาะกับผู้ที่ชื่นชอบการแต่งหน้าจัด
เนื่องจากปากมาสด้าเป็นทรงที่มีความเป๊ะและขอบปากชัดเจนมาก จึงเหมาะกับคนที่ชอบแต่งหน้าแบบจัดเต็ม เน้นการเขียนขอบปาก หรือทาลิปสติกเนื้อแมตต์ ทรงนี้จะช่วยให้การทาลิปสติกดูสวยและเข้ากับการแต่งตาที่คมเข้มได้ดี
5.ปากมาสด้าเหมาะกับผู้ที่มีรูปหน้าเรียวเล็ก หรือรูปหน้าทรงหัวใจ
โครงหน้าที่มีคางแหลมและโหนกแก้มชัดเจนจะรับกับความแหลมเว้าของปากมาสด้าได้อย่างดีเยี่ยม รูปทรงของปากจะล้อไปกับความเรียวของคาง ทำให้ใบหน้าส่วนล่างดูมีความเป็น V-Shape ที่ชัดเจนขึ้น
6.ปากมาสด้าเหมาะกับผู้ที่ต้องการเปลี่ยนลุคให้ดูมั่นใจและเซ็กซี่
หากเดิมเป็นคนที่มีลุคหวานเกินไป หรือหน้าดูจืดชืด การทำปากมาสด้าจะช่วยเปลี่ยนบุคลิกให้ดูเป็นสาวมั่นใจ มีเสน่ห์น่าค้นหา และดูเซ็กซี่ขึ้นทันทีจากมิติของริมฝีปากที่อวบอิ่มและหยักเว้า
7.ปากมาสด้าเหมาะกับผู้ที่มีเนื้อปากเพียงพอสำหรับการปั้นทรง
การจะทำปากมาสด้าให้สวยจำเป็นต้องมีเนื้อปากเดิมอยู่บ้าง (โดยเฉพาะหากใช้วิธีฉีดฟิลเลอร์) เพื่อให้มีฐานในการปั้นติ่งหยดน้ำและกระเปาะปากล่าง หากเป็นคนที่มีเนื้อปากพอดี ๆ ไม่บางเฉียบ จะสามารถทำทรงนี้ออกมาได้เห็นผลชัดเจนและดูสวยงาม
ใครบ้างที่ไม่เหมาะทำปากมาสด้า
การทำปากมาสด้าเป็นการปรับรูปทรงปากที่มีความเฉพาะตัว จึงมีบางลักษณะโครงหน้าหรือเนื้อปากที่ไม่แนะนำให้ทำทรงนี้ เพราะอาจส่งผลเสียต่อความสวยงามและการใช้งานของริมฝีปากในระยะยาว กลุ่มบุคคลที่ไม่เหมาะทำปากมาสด้ามีดังนี้
1.ปากมาสด้าไม่เหมาะกับผู้ที่มีริมฝีปากบางมาก
คนที่มีเนื้อปากเดิมน้อยมากไม่เหมาะกับการทำทรงนี้ เพราะปากมาสด้าต้องอาศัยการเว้าเนื้อปากด้านข้าง เพื่อให้ติ่งตรงกลางเด่นชัด หากปากบางอยู่แล้วและพยายามทำให้เว้าลึกเข้าไปอีก จะทำให้ริมฝีปากดูบางจนเห็นฟันตลอดเวลา หรือดูเหมือนปากแหว่งซึ่งยากต่อการแก้ไข
2.ปากมาสด้าไม่เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาปิดปากไม่สนิท
เนื่องจากรูปทรงปากมาสด้าเน้นความโค้งเว้าและมีติ่งยาวลงมาตรงกลาง หากโครงสร้างฟันหรือขากรรไกรเดิมทำให้ปิดปากไม่สนิทอยู่แล้ว การทำทรงนี้จะยิ่งเปิดช่องว่างระหว่างปากบนและล่างให้มากขึ้น ส่งผลให้ปากแห้งง่าย เสียบุคลิกภาพ และอาจมีปัญหาน้ำลายกระเด็นเวลาพูด
3.ปากมาสด้าไม่เหมาะกับผู้ที่มีรูปหน้าสั้นหรือใบหน้ากลมมน
ปากมาสด้ามีความคมชัดของขอบปากและรูปทรง หากอยู่บนใบหน้าที่สั้นหรือมีความกลมมากเกินไป ทรงปากจะดูโดดเด่นออกมาจากส่วนอื่นของใบหน้าอย่างผิดธรรมชาติ ทำให้องค์ประกอบโดยรวมของใบหน้าดูไม่สมดุล
4.ปากมาสด้าไม่เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาฟันเหยินหรือฟันยื่นชัดเจน
รอยหยักตัว M ที่เว้าลึกของปากมาสด้าจะทำให้มองเห็นฟันได้มากกว่าปากทรงอื่น หากเป็นคนที่มีฟันยื่นหรือฟันไม่สม่ำเสมอ ทรงปากนี้จะยิ่งเปิดเน้นให้เห็นปัญหาเรื่องฟันชัดเจนขึ้น และอาจทำให้ริมฝีปากบนถูกดันจนดูเชิดผิดรูป
5.ปากมาสด้าไม่เหมาะกับผู้ที่ต้องการความดูเป็นธรรมชาติ
หากเป็นคนที่ชอบลุคแบบทำเหมือนไม่ได้ทำ ปากมาสด้าไม่ใช่ทางเลือกที่ตอบโจทย์ เพราะเป็นทรงที่ดูออกชัดเจนว่าผ่านการปั้นแต่งมา มีความเป๊ะมากกว่าความละมุนที่ดูเป็นธรรมชาติ
6.ปากมาสด้าไม่เหมาะกับผู้ที่คาดหวังผลลัพธ์จากการผ่าตัดเพียงอย่างเดียว
ปากมาสด้าที่สวยงามมักต้องใช้ความอิ่มฟูร่วมด้วย การผ่าตัดตัดเนื้อปากออกเพื่อให้ได้รูปตัว M เพียงอย่างเดียวมักทำให้ปากดูแบนและแห้ง หากไม่ต้องการฉีดฟิลเลอร์ร่วมด้วย การผ่าตัดทรงมาสด้าอาจได้ผลลัพธ์ที่ดูแข็งและไม่สวยงามเท่าที่ควร
7.ปากมาสด้าไม่เหมาะกับผู้ที่มีผิวหนังบริเวณริมฝีปากหย่อนคล้อยมาก
ในผู้สูงอายุหรือผู้ที่สูญเสียคอลลาเจนบริเวณรอบปากมาก การทำปากทรงที่เน้นความคมชัดระดับนี้อาจทำได้ยาก เพราะเนื้อเยื่อที่หย่อนคล้อยจะทำให้เส้นขอบปากที่ปั้นไว้ดูบิดเบี้ยวหรือไม่คงรูป
ทำปากมาสด้าด้วยวิธีไหนได้บ้าง
การทำปากมาสด้าเพื่อให้ได้รูปทรงตัว M ที่ชัดเจนและมุมปากยกสวย สามารถทำได้ 2 วิธีหลัก ซึ่งแต่ละวิธีมีข้อดี ข้อเสีย และความเหมาะสมกับเนื้อปากที่แตกต่างกัน ดังนี้
1.ทำปากมาสด้าด้วยการฉีดฟิลเลอร์ปาก
ทำปากมาสด้าด้วยการฉีดฟิลเลอร์ปาก เป็นวิธีที่ได้รับความนิยมสูงสำหรับทรงปากมาสด้า เพราะการได้รูปทรงที่เป๊ะและมีติ่งแหลมชัดเจนนั้น การใช้สารเติมเต็มจะทำได้แม่นยำกว่าการผ่าตัด
• วิธีการ แพทย์จะใช้สารเติมเต็มประเภทไฮยาลูรอนิกแอซิด (HA) ฉีดเข้าไปเพื่อปั้นรูปทรง โดยเน้นการเติมติ่งตรงกลางปากบนให้แหลมและยกมุมปากขึ้น รวมถึงปั้นกระเปาะปากล่างให้รับกัน
• ข้อดี เห็นผลในเวลาไม่นาน ไม่ต้องพักฟื้นนาน สามารถปรับแต่งความแหลมหรือความเว้าได้ตามใจชอบ หากไม่พอใจสามารถฉีดสลายออกได้
• ข้อเสีย ผลลัพธ์ไม่ถาวร อยู่ได้ประมาณ 6-12 เดือน (ขึ้นอยู่กับยี่ห้อฟิลเลอร์) ต้องกลับมาเติมซ้ำหากต้องการคงสภาพเดิม
2.ทำปากมาสด้าด้วยการศัลยกรรมปาก
ทำปากมาสด้าด้วยการศัลยกรรมปาก วิธีนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีริมฝีปากหนามาก หรือต้องการผลลัพธ์ที่ถาวรไปตลอดชีวิต
• วิธีการ ศัลยแพทย์จะตัดเนื้อปากบางส่วนออกเพื่อให้เกิดรอยหยักรูปตัว M ตามที่ต้องการ และเย็บปรับมุมปากให้ดูยกขึ้น
• ข้อดี ให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานกว่า ช่วยแก้ปัญหาคนที่มีเนื้อปากหนาเทอะทะให้ดูเล็กลงและมีทรงชัดขึ้น
• ข้อเสีย ต้องใช้เวลาพักฟื้นนาน (มีอาการบวม ช้ำ) มีความเสี่ยงเรื่องรอยแผลเป็นหรือคีลอยด์ หากตัดออกมากเกินไปจนปากบางหรือปิดไม่สนิท จะแก้ไขได้ยากมากหรืออาจแก้ไม่ได้เลย
3.ทำปากมาสด้าด้วยการทำแบบผสมผสาน
ในบางกรณี แพทย์อาจแนะนำให้ทำปากด้วยด้วยวิธีศัลยกรรมปากและฉีดฟิลเลอร์ปาก ทั้งสองอย่างร่วมกันเพื่อให้ได้ทรงปากมาสด้าที่สวยงาม
• วิธีการ ผ่าตัดศัลยกรรมเพื่อให้ได้โครงสร้างรูปปากที่เล็กลงและมีหยักกระจับเบื้องต้นก่อน จากนั้นเมื่อแผลหายดีแล้ว จึงค่อยใช้ฟิลเลอร์ฉีดเพื่อเก็บรายละเอียดความแหลมของติ่งกระจับและความอวบอิ่มของปากล่างให้ดูละมุนขึ้น
• ข้อดี ได้ทรงปากมาสด้าที่สวยงาม เพราะการผ่าตัดเพียงอย่างเดียวมักทำให้ปากดูแบนและแห้ง การเติมฟิลเลอร์จะช่วยให้ปากดูสุขภาพดีและมีมิติ
การฉีดฟิลเลอร์ปากมาสด้าคืออะไร
การฉีดฟิลเลอร์ปากมาสด้า คือการใช้สารเติมเต็มประเภทไฮยาลูรอนิกแอซิด (Hyaluronic Acid หรือ HA) ฉีดเข้าไปในบริเวณริมฝีปาก เพื่อปั้นและปรับแต่งทรงให้มีลักษณะคล้ายกับโลโก้ของรถยนต์มาสด้า โดยเน้นความคมชัดและความเป๊ะของรูปทรงเป็นหลัก
รายละเอียดของการทำปากทรงนี้ด้วยฟิลเลอร์มีส่วนสำคัญหลัก ๆ ดังนี้
1.การปั้นรูปทรงตัว M
แพทย์จะฉีดฟิลเลอร์เพื่อเน้นรอยหยักของขอบปากบนให้เว้าลึกเข้าไปหาจุดกึ่งกลาง และจุดที่สำคัญที่สุดคือการเติมฟิลเลอร์ที่ติ่งตรงกลางริมฝีปากบน ให้เป็นหยดน้ำที่มีลักษณะแหลมยาวลงมา เพื่อสร้างเอกลักษณ์ของทรงปากมาสด้าที่โดดเด่น
2.การสร้างมุมปากยิ้ม
เทคนิคนี้จะใช้ฟิลเลอร์ฉีดเข้าไปที่บริเวณมุมปากทั้งสองข้างเพื่อพยุงและยกมุมปากให้เชิดขึ้น ทำให้ดูเหมือนใบหน้ากำลังอมยิ้มอยู่ตลอดเวลา แม้จะอยู่นิ่ง ๆ ก็ตาม ซึ่งช่วยลดลุคหน้าดุและเพิ่มความเฉี่ยวให้กับใบหน้า
3.การทำปากล่างเป็นกระเปาะ
เพื่อให้รับกับความแหลมของปากบน แพทย์มักจะฉีดฟิลเลอร์ที่ริมฝีปากล่างโดยแบ่งเป็น 2 จุด (กระเปาะซ้ายและขวา) ทำให้ปากล่างดูมีมิติคล้ายเมล็ดกาแฟ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ทรงมาสด้าดูไม่แข็งจนเกินไปและดูมีความอวบอิ่ม
ฉีดฟิลเลอร์ปากมาสด้า อยู่ได้นานแค่ไหน
การฉีดฟิลเลอร์ปากมาสด้า โดยปกติจะอยู่ได้นานประมาณ 6-12 เดือน ทั้งนี้ระยะเวลาที่แน่นอนจะขึ้นอยู่กับปัจจัยหลักหลายอย่าง ดังนี้
1.ยี่ห้อและรุ่นของฟิลเลอร์
ฟิลเลอร์แต่ละรุ่นมีความหนาแน่นและความยืดหยุ่นที่แตกต่างกัน ซึ่งส่งผลต่อระยะเวลาการสลายตัวโดยตรง
• รุ่นเนื้อนิ่ม มักจะสลายเร็วกว่า แต่อยู่ได้ประมาณ 6-8 เดือน เน้นความละมุน ดูเป็นธรรมชาติ
• รุ่นเนื้อคงตัวสูง ออกแบบมาเพื่อปั้นทรงปากให้คมชัดมากขึ้น มักจะอยู่ได้นานถึง 12 เดือน
2.พฤติกรรมการใช้ชีวิต
ริมฝีปากเป็นจุดที่มีการขยับเขยื้อนบ่อยและได้รับความร้อนง่าย ซึ่งส่งผลให้ฟิลเลอร์สลายตัวเร็วขึ้น
• การชอบกินของร้อน การอบซาวน่าบ่อย ๆ จะทำให้ฟิลเลอร์สลายตัวเร็วกว่าปกติ
• สารไฮยาลูรอนิกแอซิด (HA) มีคุณสมบัติอุ้มน้ำ หากดื่มน้ำน้อยฟิลเลอร์จะดูแฟบลง แต่ถ้าดื่มน้ำมากฟิลเลอร์จะดูอิ่มฟูและคงสภาพได้ดีขึ้น
• คนที่พูดเก่ง เคี้ยวบ่อย หรือใช้หลอดดูดน้ำเป็นประจำ อาจทำให้ฟิลเลอร์ขยับหรือสลายตัวเร็วกว่าคนที่ขยับปากน้อย
3.ระบบเผาผลาญของร่างกาย
แต่ละคนมีเอนไซม์ที่ใช้สลายฟิลเลอร์ตามธรรมชาติไม่เท่ากัน คนที่ออกกำลังกายหนักเป็นประจำหรือมีระบบเผาผลาญดี ฟิลเลอร์มักจะสลายเร็วกว่าค่าเฉลี่ยปกติเล็กน้อย
การเตรียมตัวก่อนฉีดฟิลเลอร์ปากมาสด้า
การเตรียมตัวก่อนฉีดฟิลเลอร์ปากเป็นขั้นตอนสำคัญ ช่วยลดความเสี่ยงของอาการบวม ช้ำ และภาวะแทรกซ้อน รวมถึงช่วยให้ฟิลเลอร์เข้าทรงสวยและอยู่ได้นานมากขึ้น โดยควรเตรียมตัวดังนี้
1.ก่อนฉีดฟิลเลอร์ปากมาสด้า งดยาและอาหารเสริมบางชนิด
ควรงดยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือดอย่างน้อย 3-7 วันก่อนฉีดฟิลเลอร์ปากมาสด้า เช่น แอสไพริน ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs วิตามินอี น้ำมันปลา โสม ใบแปะก๊วย หากจำเป็นต้องใช้ยาประจำ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้ง
2.ก่อนฉีดฟิลเลอร์ปากมาสด้า งดแอลกอฮอล์และบุหรี่
ควรงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 24-48 ชั่วโมง ก่อนฉีดฟิลเลอร์ปากมาสด้า เพราะทำให้เลือดไหลง่ายและบวมช้ำมากขึ้น รวมถึงควรงดสูบบุหรี่เพื่อลดการอักเสบ
3.ก่อนฉีดฟิลเลอร์ปากมาสด้า ควรดื่มน้ำให้เพียงพอ
ควรดื่มน้ำให้มากขึ้นก่อนวันฉีดฟิลเลอร์ปากมาสด้า เพื่อให้ริมฝีปากชุ่มชื้น ฟิลเลอร์จะอิ่มฟูสวยและกระจายตัวได้ดีขึ้น
4.ก่อนฉีดฟิลเลอร์ปากมาสด้า หลีกเลี่ยงการทำหัตถการบริเวณปาก
งดสครับปาก เลเซอร์ปาก หรือทำทรีตเมนต์แรง ๆ บริเวณริมฝีปากอย่างน้อย 3-5 วัน เพื่อลดการระคายเคือง
5.ก่อนฉีดฟิลเลอร์ปากมาสด้า ควรพักผ่อนให้เพียงพอ
ควรนอนหลับให้เพียงพออย่างน้อย 6-8 ชั่วโมง ก่อนวันฉีดฟิลเลอร์ปากมาสด้า เพื่อลดโอกาสบวมและฟกช้ำ
6.ก่อนฉีดฟิลเลอร์ปากมาสด้า แจ้งประวัติสุขภาพกับแพทย์
ควรแจ้งแพทย์อย่างละเอียด หากมีโรคประจำตัว ประวัติแพ้ยา เคยฉีดฟิลเลอร์หรือสารเติมเต็มมาก่อน รวมถึงประวัติเคยเป็นเริมที่ปาก
7.ก่อนฉีดฟิลเลอร์ปากมาสด้า งดฉีดในช่วงที่ปากอักเสบหรือมีแผล
หากมีแผล รอยแตก ปากลอก หรือเริมกำลังขึ้น ควรรักษาให้หายก่อนฉีดฟิลเลอร์ปากมาสด้า
8.ก่อนฉีดฟิลเลอร์ปากมาสด้า วางแผนเวลาให้เหมาะสม
หลังฉีดอาจมีอาการบวมเล็กน้อย ควรหลีกเลี่ยงการฉีดก่อนวันสำคัญอย่างน้อย 3-7 วัน เพื่อให้ฟิลเลอร์ปากเข้าที่และดูเป็นธรรมชาติ
การดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์ปากมาสด้า
การดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์ปากอย่างถูกวิธี จะช่วยลดอาการบวม ช้ำ ทำให้ฟิลเลอร์เข้าที่ ผลลัพธ์อยู่ได้นาน และลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน โดยควรปฏิบัติดังนี้
1.หลังฉีดฟิลเลอร์ปากมาสด้า ประคบเย็นในช่วง 24 ชั่วโมงแรก
สามารถประคบเย็นเบา ๆ บริเวณรอบปาก เพื่อลดอาการบวมและช้ำ ควรห่อเจลเย็นด้วยผ้าสะอาด ไม่ควรประคบโดยตรงกับผิว
2.หลังฉีดฟิลเลอร์ปากมาสด้า หลีกเลี่ยงการกด นวด หรือจับปากแรง ๆ
งดการนวด บีบ หรือกดริมฝีปากอย่างน้อย 7 วัน หลังฉีดฟิลเลอร์ปากมาสด้า เพื่อป้องกันฟิลเลอร์เคลื่อนผิดตำแหน่ง
3.หลังฉีดฟิลเลอร์ปากมาสด้า งดดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่
ควรงดอย่างน้อย 24-48 ชั่วโมง หลังฉีดฟิลเลอร์ปากมาสด้า เพราะอาจทำให้บวมช้ำมากขึ้น และเสี่ยงต่อการอักเสบ
4.หลังฉีดฟิลเลอร์ปากมาสด้า งดอาหารรสจัดและอาหารร้อนจัด
หลีกเลี่ยงอาหารเผ็ด เค็มจัด หรือร้อนจัดในช่วง 1-2 วันแรก หลังฉีดฟิลเลอร์ปากมาสด้า เพื่อลดการระคายเคืองบริเวณริมฝีปาก
5.หลังฉีดฟิลเลอร์ปากมาสด้า ควรดื่มน้ำให้เพียงพอต่อร่างกาย
การดื่มน้ำมาก ๆ หลังฉีดฟิลเลอร์ปากมาสด้า จะช่วยให้ฟิลเลอร์อุ้มน้ำได้ดี ทำให้ปากดูอิ่มฟูและชุ่มชื้น
6.หลังฉีดฟิลเลอร์ปากมาสด้า หลีกเลี่ยงความร้อนและกิจกรรมหนัก
งดซาวน่า อบไอน้ำ ออกกำลังกายหนัก หรือกิจกรรมที่ทำให้เลือดสูบฉีดแรง อย่างน้อย 48 ชั่วโมง หลังฉีดฟิลเลอร์ปากมาสด้า
7.หลังฉีดฟิลเลอร์ปากมาสด้า งดแต่งหน้าบริเวณปากในช่วงแรก
ควรงดทาลิปสติกหรือลิปมันในช่วง 24 ชั่วโมงแรกหลังฉีดฟิลเลอร์ปากมาสด้า เพื่อลดความเสี่ยงการติดเชื้อ
8.หลังฉีดฟิลเลอร์ปากมาสด้า ควรนอนยกศีรษะสูงเล็กน้อย
ในคืนแรกหลังฉีดฟิลเลอร์ปากมาสด้า ควรนอนหมอนสูงกว่าปกติ เพื่อลดอาการบวม ไม่ควรนอนคว่ำหรือนอนตะแคง
9.หลังฉีดฟิลเลอร์ปากมาสด้า ควรสังเกตอาการผิดปกติ
หากมีอาการปวดมาก บวมแดงร้อน สีปากซีดหรือคล้ำผิดปกติ หลังฉีดฟิลเลอร์ปากมาสด้า ควรรีบพบแพทย์ทันที
สรุปเกี่ยวกับปากมาสด้า
ปากมาสด้าเป็นทรงปากที่เน้นความโดดเด่น กระจับปากและขอบปากมีความคมชัด ให้ลุคดูโฉบเฉี่ยว เซ็กซี่ เป็นสาวที่มีความมั่นใจในตัวเอง การฉีดฟิลเลอร์ปากเป็นวิธีทำปากมาสด้าที่ได้รับความนิยมอย่างมาก ช่วยแก้ไขรูปปาก เพิ่มวอลลุ่ม และปรับสัดส่วนริมฝีปากให้สวยมากขึ้น โดยไม่ต้องผ่าตัดและไม่ต้องพักฟื้นนาน
อย่างไรก็ตาม การฉีดฟิลเลอร์ปากมาสด้า ควรทำกับแพทย์ในคลินิกที่ได้มาตรฐาน ใช้ฟิลเลอร์แท้ พร้อมทั้งดูแลตัวเองทั้งก่อนและหลังฉีดอย่างถูกวิธี เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่สวยดูเป็นธรรมชาติ และลดความเสี่ยงเกิดผลข้างเคียง
* เงื่อนไขตามบริษัทฯ กำหนด
แนะนำให้สอบถามกับเจ้าหน้าที่ก่อนเข้ารับบริการ
เพื่อความชัวร์และได้สิทธิ์ที่คุ้มที่สุดค่ะ