โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาบวม สาเหตุเกิดจากอะไร กี่วันหาย แก้ไขอย่างไร

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาบวม

17

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาบวมกี่วัน เกิดจากอะไร ทำอย่างไรถึงจะหายบวม

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาบวมอันตรายไหม วิธีลดบวมทำอย่างไรได้บ้าง
หลังการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา อาการบวมถือเป็นเรื่องปกติที่สามารถเกิดขึ้นได้ หลายคนอาจมีความกังวลว่า ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาบวมกี่วัน อันตรายหรือไม่ จะเข้าที่ เห็นผลลัพธ์ชัดเจนเมื่อไหร่ บทความนี้ได้รวบรวมคำตอบ วิธีปฏิบัติตัวเพื่อลดอาการบวมหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา และช่วยให้ฟิลเลอร์เข้าที่เร็วขึ้น

รวมทุกหัวข้อเกี่ยวกับการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาบวม

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาบวม เกิดจากอะไร
หลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาบวม อันตรายหรือไม่
ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาบวม สามารถฉีดสลายได้หรือไม่
เช็คลิสต์อาการหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาบวม
ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาบวมกี่วันจึงจะเข้าที่
ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาบวมแบบไหนที่ควรไปพบแพทย์
การดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาบวม
ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาบวม ควรกินอะไรเพื่อลดอาการบวม
ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาบวม ห้ามกินอะไรเพื่อไม่ให้ระคายเคือง
หลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาสามารถทำหัตถการอื่นได้ไหม
คำถามยอดฮิตเกี่ยวกับฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาบวม
สรุปทุกเรื่องของการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาบวม

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาบวม เกิดจากอะไร

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาบวม สามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ ซึ่งแต่ละแบบมีความรุนแรงและการดูแลที่แตกต่างกัน ดังนี้

1.ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาบวมชั่วคราวจากขั้นตอนการฉีด

หลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาอาจมีอาการบวมเล็กน้อยหรือมีรอยเขียวช้ำร่วมด้วย สาเหตุหลักมาจากฤทธิ์ของยาชา การกระทบกระเทือนของเข็มต่อเส้นเลือดฝอย หรือการตอบสนองของร่างกาย อาการลักษณะนี้ไม่ถือว่าอันตราย และมักจะค่อย ๆ ดีขึ้นเองภายในไม่กี่วันถึง 1 สัปดาห์

2.ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาบวมเป็นก้อนหรือดูไม่เรียบเนียน

เกิดจากเทคนิคการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาที่ไม่เหมาะสม เช่น ฉีดฟิลเลอร์ผิดชั้นผิว ใช้ปริมาณมากเกินไป หรือเลือกชนิดฟิลเลอร์ที่ไม่เหมาะกับบริเวณใต้ตา ซึ่งเป็นจุดที่ผิวบางและต้องอาศัยความชำนาญสูง อาการจะเห็นเป็นก้อนนูน ชัดเจนเวลายิ้มหรือแสดงสีหน้า ทำให้ดูไม่เป็นธรรมชาติ และมักไม่หายเอง จำเป็นต้องให้แพทย์ประเมินและแก้ไข

3.ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาบวมจากการอักเสบหรือติดเชื้อ

เป็นภาวะที่ต้องระวังมากที่สุด อาการจะบวมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ผิวบริเวณที่ฉีดมีสีแดงคล้ำ รู้สึกเจ็บ อุ่น หรือกดแล้วปวด สาเหตุส่วนใหญ่มาจากกระบวนการฉีดที่ไม่ปลอดเชื้อ การใช้ฟิลเลอร์ที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือทำหัตถการในสถานพยาบาลที่ขาดความสะอาด หากมีอาการลักษณะนี้ควรรีบพบแพทย์ทันที เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง

หลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาบวมไม่ได้อันตรายทุกกรณี แต่ต้องฉีดโดยแพทย์ ใช้ฟิลเลอร์ที่เหมาะสม และทำหัตถการในคลินิกที่ได้มาตรฐาน จะช่วยลดความเสี่ยงและทำให้ผลลัพธ์ออกมาไม่อันตรายและผลลัพธ์ละมุน

หลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาบวม อันตรายหรือไม่

หลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาบวม เป็นสิ่งที่พบได้บ่อยและถือว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติ ไม่ได้หมายความว่าอันตรายเสมอไป สาเหตุหลักของการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาบวมเกิดจากการที่เข็มและตัวยาเข้าไปกระตุ้นเนื้อเยื่อ ทำให้ร่างกายตอบสนองด้วยการบวมเล็กน้อย ซึ่งมักค่อย ๆ ดีขึ้นเองภายในไม่กี่วัน

อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาควรเฝ้าสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด หากอาการบวมไม่ลดลงหรือกลับเพิ่มมากขึ้น ร่วมกับความรู้สึกปวดมากผิดปกติ ผิวบริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตามีสีแดงคล้ำ ช้ำเป็นวงกว้าง หรือเมื่อแตะแล้วรู้สึกร้อนกว่าปกติ อาการเหล่านี้อาจบ่งบอกถึงภาวะแทรกซ้อน เช่น การอักเสบ การติดเชื้อ หรือการอุดตันของเส้นเลือด

ในกรณีที่พบสัญญาณหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาบวมผิดปกติดังกล่าว ไม่ควรรอดูอาการเอง ควรรีบกลับไปพบแพทย์ผู้ทำการรักษาทันที เพื่อประเมินอาการและให้การรักษาอย่างเหมาะสมโดยเร็ว การดูแลอย่างทันท่วงทีจะช่วยลดความเสี่ยงและป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจรุนแรงได้

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาบวม สามารถฉีดสลายได้หรือไม่

หากฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาบวม ดูไม่เป็นธรรมชาติ หรือคลำเจอก้อนแข็ง ผลลัพธ์ไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง สามารถแก้ไขได้ ในกรณีที่ใช้ ฟิลเลอร์ชนิดไฮยาลูรอนิกแอซิด (HA) ของแท้

แพทย์จะใช้สารที่เรียกว่า เอนไซม์ไฮยาลูโรนิเดส (Hyaluronidase) เพื่อช่วยสลายฟิลเลอร์ที่ฉีดเข้าไป เอนไซม์ชนิดนี้มีคุณสมบัติในการย่อยโครงสร้างของ HA ทำให้ฟิลเลอร์ค่อย ๆ แตกตัวและถูกดูดซึมออกจากร่างกาย

เมื่อฉีดเอนไซม์ลงไปสลายฟิลเลอร์ใต้ตา จะช่วย

• ลดอาการบวมจากการอุ้มน้ำของฟิลเลอร์
• ทำให้ก้อนฟิลเลอร์ที่จับตัวแน่นคลายลง
• ปรับสภาพเนื้อเยื่อบริเวณใต้ตาให้กลับมาเรียบและสมดุลมากขึ้น

ผลลัพธ์หลังการสลายฟิลเลอร์ใต้ตาจะยุบลงอย่างชัดเจน ผิวใต้ตาจะกลับมาใกล้เคียงสภาพเดิมมากที่สุด ทั้งนี้แพทย์จะประเมินปริมาณเอนไซม์และตำแหน่งที่ฉีด เพื่อให้ได้ผลที่ไม่เป็นอันตราย

หากฉีดฟิลเลอร์แท้มา และเกิดปัญหาใต้ตา สามารถแก้ไขได้ด้วยการฉีดสลาย โดยต้องทำโดยแพทย์เท่านั้น เพื่อหลีกเลี่ยงผลข้างเคียงและควบคุมผลลัพธ์ให้เหมาะสมกับโครงสร้างใบหน้าแต่ละคน

เช็คลิสต์อาการหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาบวม

หลังการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาบวม ผู้รับบริการบางรายอาจมีอาการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นได้ ซึ่งส่วนใหญ่มักเป็นอาการชั่วคราวและไม่รุนแรง โดยเฉพาะในกรณีที่ใช้ ฟิลเลอร์ชนิดไฮยาลูรอนิกแอซิด (HA) ซึ่งเป็นสารที่ไม่อันตราย เข้ากันได้ดีกับร่างกาย ไม่จำเป็นต้องทดสอบการแพ้ก่อนฉีด และสามารถสลายเองได้เมื่อหมดอายุการใช้งาน

อาการที่อาจพบหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาบวม สามารถแบ่งออกเป็นหลายระดับ ดังนี้

1.อาการปกติที่พบได้หลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาบวม

• รอยแดง รอยเข็ม หรือรอยช้ำเล็กน้อย
มักเกิดจากการกระทบของเข็มกับเส้นเลือดฝอยใต้ผิวหนัง อาการเหล่านี้จะค่อย ๆ ดีขึ้นและหายได้เองภายในประมาณ 1-2 สัปดาห์

2.ความไม่เรียบของผิวหรือเห็นฟิลเลอร์เป็นก้อนหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาบวม

• ผิวดูเป็นคลื่น นูน หรือเห็นเป็นเม็ด ๆ ใต้ผิว มักเกิดจากการฉีดฟิลเลอร์ในชั้นผิวที่ตื้นเกินไป โดยเฉพาะบริเวณใต้ตาที่ผิวบางมาก
• เกิดจากการใช้ฟิลเลอร์ปริมาณมากเกินความจำเป็น หรือเลือกชนิดฟิลเลอร์ที่ไม่เหมาะกับตำแหน่งใต้ตา

3.ฟิลเลอร์เคลื่อนจากตำแหน่งเดิมหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาบวม

ในบางกรณี ฟิลเลอร์อาจเคลื่อนตัวจากตำแหน่งที่ฉีดไปยังบริเวณข้างเคียง โดยเฉพาะหากอยู่ใกล้กล้ามเนื้อที่มีการเคลื่อนไหวบ่อย เช่น รอบดวงตา ปัจจัยสำคัญคือชนิดของฟิลเลอร์ เทคนิคการฉีด และความเข้าใจโครงสร้างใบหน้าอย่างละเอียด

4.อาการแพ้ฟิลเลอร์แบบไม่รุนแรงหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาบวม

• อาจพบผื่นเล็ก ๆ หรืออาการบวมเป็นพัก ๆ
• บางรายอาจเกิดขึ้นหลังฉีดไปแล้วเป็นเวลานานหลายเดือนหรือเป็นปี

อาการลักษณะนี้ขึ้นอยู่กับการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันและอายุการใช้งานของฟิลเลอร์

5.อาการแพ้รุนแรง (Angioedema) หลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาบวม

พบได้น้อยมาก แต่อาจมีอาการบวมมากผิดปกติ คล้ายลมพิษ หรือบวมลึกใต้ผิวหนัง หากเกิดอาการลักษณะนี้ ต้องรีบพบแพทย์ทันทีเพื่อรับการรักษาอย่างเร่งด่วน

6.การติดเชื้อหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาบวม

แสดงอาการ เช่น ปวด บวม แดง ร้อน มีตุ่มหรือหนอง มักเกิดจากขั้นตอนการฉีดที่ไม่สะอาด ใช้อุปกรณ์ไม่ได้มาตรฐาน หรือฉีดโดยผู้ที่ไม่ใช่แพทย์ การเลือกสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐานและแพทย์ที่มีใบประกอบวิชาชีพจึงมีความสำคัญอย่างมาก

7.ภาวะเนื้อตายหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาบวม

เกิดจากการฉีดฟิลเลอร์เข้าไปในหลอดเลือด หรือกดทับหลอดเลือดแดง ทำให้เลือดไม่สามารถไปเลี้ยงเนื้อเยื่อได้ ถือเป็นภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง ต้องได้รับการรักษาโดยด่วน เพื่อป้องกันความเสียหายถาวรของผิวหนัง

8.ภาวะสูญเสียการมองเห็นหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาบวม

เป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบได้น้อยมาก แต่ร้ายแรงที่สุด เกิดจากฟิลเลอร์ไปอุดตันหลอดเลือดที่เชื่อมต่อไปยังหลอดเลือดที่เลี้ยงจอประสาทตา ส่งผลให้การมองเห็นลดลงหรือสูญเสียอย่างถาวร จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาต้องทำโดยแพทย์ที่มีความรู้ด้านกายวิภาค

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาบวมกี่วันจึงจะเข้าที่

หลังการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ร่างกายจะมีการตอบสนองต่อเข็มและสารเติมเต็ม ทำให้เกิดอาการบวม แดง รอยช้ำ หรือคันเล็กน้อยได้ ซึ่งถือเป็นปฏิกิริยาปกติในระยะแรก อาการเหล่านี้มักพบได้ในช่วงประมาณ 3 • 7 วันแรก และจะค่อย ๆ ดีขึ้นเองโดยไม่ต้องรักษาเพิ่มเติม ในบางคนอาจรู้สึกตึงหรือปวดบริเวณใต้ตาเล็กน้อย สามารถรับประทานยาแก้ปวดทั่วไปตามอาการได้ โดยอาการปวดและความตึงจะค่อย ๆ ลดลงตามลำดับ

โดยทั่วไปหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

• อาการบวมจะเริ่มยุบลงอย่างชัดเจนภายใน 1 สัปดาห์
• ฟิลเลอร์จะค่อย ๆ เซตตัวและกลมกลืนกับเนื้อเยื่อ
• ใต้ตาจะดูเรียบและเข้าที่มากขึ้นภายในประมาณ 1-2 สัปดาห์

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาบวมแบบไหนที่ควรไปพบแพทย์

หลังฉีดฟิลเลอร์ ไม่ว่าจะเป็นบริเวณใต้ตาหรือจุดอื่นของใบหน้า อาการบวมสามารถเกิดขึ้นได้ โดยอาการบวมเหล่านี้แบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มหลัก คือ อาการปกติที่ไม่อันตราย และอาการบวมที่ผิดปกติซึ่งควรได้รับการตรวจรักษา

1.อาการบวมปกติหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

เป็นอาการที่พบได้ทั่วไป และมักหายได้เองโดยไม่ก่อให้เกิดอันตราย ได้แก่
• บวมจากฤทธิ์ของยาชาที่ใช้ระหว่างการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา
• บวมจากการกระทบของเข็มกับเส้นเลือดฝอยใต้ผิว
• อาจมีรอยช้ำเล็กน้อยหรือรู้สึกตึงบริเวณที่ฉีด

อาการเหล่านี้มักค่อย ๆ ดีขึ้นภายในไม่กี่วัน และยุบลงตามธรรมชาติ

2.อาการบวมหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาที่ควรรีบพบแพทย์

หากพบอาการดังต่อไปนี้ โดยเฉพาะเมื่อเกิดหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาไปแล้ว มากกว่า 3 วัน หรืออาการแย่ลงเรื่อย ๆ ควรรีบกลับไปพบแพทย์ทันที
• ปวดบริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตามากขึ้นผิดปกติ
• บวมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และกดแล้วเจ็บ
• สีผิวบริเวณที่ฉีดแดงจัด คล้ำ หรือเปลี่ยนสีชัดเจน
• ผิวหนังบริเวณนั้นมีความร้อนผิดปกติ เมื่อใช้หลังมือแตะจะรู้สึกร้อนกว่าบริเวณอื่น

อาการในกลุ่มนี้อาจบ่งชี้ถึงภาวะอักเสบหรือติดเชื้อ ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการรักษาโดยแพทย์อย่างเร่งด่วน สาเหตุที่พบได้ เช่น
• การใช้ฟิลเลอร์ที่ไม่ได้มาตรฐาน
• เทคนิคการฉีดที่ไม่เหมาะสม
• ประสบการณ์ของแพทย์
• การเลือกชนิดหรือปริมาณฟิลเลอร์ไม่เหมาะกับตำแหน่งที่ฉีด

ฟิลเลอร์ใต้ตาบวม หรือเป็นก้อน

หลายคนมักสับสนระหว่างอาการบวมหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา กับการที่ฟิลเลอร์จับตัวเป็นก้อนใต้ตา ในทางการแพทย์ แนะนำให้ รอให้ฟิลเลอร์เซตตัวและอาการบวมยุบลงก่อน ซึ่งโดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 7-14 วัน 

หลังจากช่วงเวลานี้
• หากผิวใต้ตาเรียบขึ้น แสดงว่าเป็นเพียงอาการบวมชั่วคราว
• หากยังคลำได้เป็นก้อน แข็ง หรือเห็นเป็นรอยนูนชัด อาจเป็นฟิลเลอร์ที่วางตัวไม่เหมาะสม ซึ่งสามารถประเมินและแก้ไขได้โดยแพทย์

การดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาบวม

หลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาเสร็จ แพทย์จะปิดพลาสเตอร์บริเวณรอยเข็มเพื่อป้องกันการระคายเคืองและการปนเปื้อน โดยสามารถ แกะออกได้หลังประมาณ 1 ชั่วโมง จากนั้นอาจพบอาการบวม แดง รอยช้ำ หรือคันเล็กน้อยบริเวณที่ฉีด ซึ่งถือเป็นอาการปกติในช่วงแรก ในบางราย โดยเฉพาะคืนแรกหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา อาจรู้สึกตึงหรือปวดระบมตามแนวเข็ม หากมีอาการ สามารถรับประทาน ยาแก้ปวดพาราเซตามอล ตามขนาดที่แพทย์หรือคลินิกแนะนำได้

แนวทางดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

• การทำความสะอาดผิวหน้า
ล้างหน้าได้ตามปกติ แต่ควรใช้สบู่อ่อน ๆ หลีกเลี่ยงการขัด ถู หรือนวดบริเวณรอบดวงตา ควรให้ผิวสัมผัสน้ำในช่วงแรกไม่เกินประมาณ 15 นาที เพื่อป้องกันการระคายเคือง

• การทาครีมและสกินแคร์
งดทาครีมหรือผลิตภัณฑ์บำรุงผิวบริเวณรอยเข็มในคืนแรก เพื่อให้ผิวได้ฟื้นตัวและลดความเสี่ยงต่อการอักเสบ

• หลีกเลี่ยงความร้อนและหัตถการอื่น
ควรงดการทำทรีตเมนต์ ซาวน่า อบไอน้ำ หรือกิจกรรมที่ทำให้หน้าโดนความร้อนอย่างน้อย 14 วัน เพราะความร้อนอาจกระตุ้นให้บวมมากขึ้น

• สภาพแวดล้อมรอบตัว
การอยู่ในที่อากาศเย็นหรืออุณหภูมิสบาย จะช่วยให้อาการบวมยุบเร็วขึ้น และลดความตึงของผิวบริเวณใต้ตา

• การแต่งหน้า
สามารถแต่งหน้าได้ตามปกติ แต่ควรหลีกเลี่ยงการกดหรือถูแรง ๆ บริเวณใต้ตาในช่วงแรก

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาบวม ควรกินอะไรเพื่อลดอาการบวม

หลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ร่างกายจะมีการอักเสบเล็กน้อยจากเข็มและสารเติมเต็ม อาหารที่เลือกรับประทานในช่วงนี้มีส่วนช่วย ลดอาการบวม ฟื้นฟูเนื้อเยื่อ และทำให้ฟิลเลอร์ใต้ตาเข้าที่เร็วขึ้น

กลุ่มอาหารที่ช่วยลดบวมและอักเสบหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

1.อาหารที่มีวิตามินซีสูง
ช่วยเสริมการซ่อมแซมผิวและหลอดเลือด ลดรอยช้ำได้ดี เช่น ส้ม ฝรั่ง กีวี สตรอว์เบอร์รี บรอกโคลี

2.โปรตีนคุณภาพดี
ช่วยฟื้นฟูเนื้อเยื่อบริเวณที่ฉีด ทำให้ผิวแข็งแรงและหายไว เช่น ปลา ไข่ เต้าหู้ อกไก่ ถั่วต่าง ๆ

3.อาหารที่มีสารต้านการอักเสบ
ช่วยลดอาการบวมจากภายใน เช่น ขิง ขมิ้น กระเทียม ปลาแซลมอน อะโวคาโด

4.ผักใบเขียวและผักที่มีน้ำสูง
ช่วยระบายของเสีย ลดการคั่งของน้ำใต้ผิว เช่น ผักโขม แตงกวา เซเลอรี ผักกาดหอม

5.ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ
การดื่มน้ำช่วยให้ระบบไหลเวียนดี ลดการกักเก็บน้ำส่วนเกินใต้ตา ทำให้อาการบวมยุบเร็วขึ้น

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาบวม ห้ามกินอะไรเพื่อไม่ให้ระคายเคือง

หลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา บริเวณผิวและเนื้อเยื่อรอบดวงตาจะอยู่ในช่วงฟื้นตัว ร่างกายมีการอักเสบเล็กน้อย อาหารบางชนิดอาจกระตุ้นให้เกิดการระคายเคือง ทำให้บวมมากขึ้น หรือทำให้อาการช้ำหายช้าลงได้ การหลีกเลี่ยงอาหารที่ไม่เหมาะสมในช่วงแรก จึงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ฟิลเลอร์เข้าที่เร็ว ลดความเสี่ยงของอาการแทรกซ้อน และทำให้ผลลัพธ์ออกมาสวยมากขึ้น

อาหารและเครื่องดื่มที่ควรหลีกเลี่ยงช่วงแรกหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

• อาหารเค็มจัด
โซเดียมทำให้ร่างกายกักเก็บน้ำ ส่งผลให้อาการบวมใต้ตาชัดขึ้น

• เครื่องดื่มแอลกอฮอล์
กระตุ้นการขยายตัวของหลอดเลือด ทำให้บวมและช้ำหายช้าลง

• อาหารรสจัดหรือเผ็ดจัด
อาจกระตุ้นการอักเสบและทำให้ผิวระคายเคืองมากขึ้น

• คาเฟอีนในปริมาณมาก
อาจทำให้ร่างกายขาดน้ำ ส่งผลให้ฟื้นตัวช้าลง

หลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาสามารถทำหัตถการอื่นได้ไหม

หลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา สามารถทำหัตถการอื่นได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับ ชนิดของหัตถการที่จะทำ ระยะเวลา และบริเวณที่ทำ เนื่องจากฟิลเลอร์ใต้ตาต้องใช้เวลาในการเซตตัวและกลมกลืนกับเนื้อเยื่อ หากรีบทำหัตถการบางอย่างเร็วเกินไป อาจกระทบต่อรูปทรงของฟิลเลอร์ หรือเพิ่มความเสี่ยงต่ออาการบวมและการอักเสบได้

หัตถการที่ควรหลีกเลี่ยงในช่วงแรกหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

ในช่วง อย่างน้อย 1-2 สัปดาห์แรก หลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ควรหลีกเลี่ยงหัตถการที่มีแรงกด ความร้อน หรือพลังงานลงสู่ผิว เช่น
• เลเซอร์ทุกชนิดบริเวณรอบดวงตา
• คลื่นพลังงาน เช่น RF, HIFU, Ultrasound
• ทรีตเมนต์นวดหน้า กด คลึง หรือยกกระชับ
• ซาวน่า อบไอน้ำ หรือกิจกรรมที่ทำให้หน้าโดนความร้อนจัด

หัตถการเหล่านี้อาจทำให้ฟิลเลอร์เคลื่อนตัว รูปทรงเปลี่ยน หรือทำให้อาการบวมช้ำนานขึ้น

หัตถการที่สามารถทำได้หลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

• การทำทรีตเมนต์เบา ๆ ในบริเวณที่ ไม่เกี่ยวข้องกับใต้ตา และไม่มีแรงกดหรือความร้อน
• การฉีดหรือหัตถการในตำแหน่งอื่นของใบหน้า ควรอยู่ภายใต้การประเมินของแพทย์ เพื่อวางแผนลำดับการรักษาที่เหมาะสม

ระยะเวลาที่เหมาะสมในการทำหัตถการเพิ่มเติมหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

โดยทั่วไป แนะนำให้รอจนฟิลเลอร์เข้าที่และอาการบวมยุบสนิทก่อน ซึ่งมักใช้เวลาประมาณ
• 2 สัปดาห์ สำหรับหัตถการเบา ๆ
• 3-4 สัปดาห์ สำหรับหัตถการที่ใช้พลังงานหรือมีผลต่อโครงสร้างผิว

ทั้งนี้ระยะเวลาที่เหมาะสมอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นกับชนิดฟิลเลอร์ เทคนิคการฉีด และการฟื้นตัวของร่างกาย

คำถามยอดฮิตเกี่ยวกับฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาบวม

1.ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาบวม เป็นเรื่องปกติไหม
เป็นเรื่องปกติ ใต้ตาเป็นบริเวณที่ผิวบางและมีเส้นเลือดเยอะ หลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาจึงมักมีอาการบวม ตึง หรือช้ำเล็กน้อย คล้ายอาการฟกช้ำจากการกระแทกเบา ๆ อาการจะค่อย ๆ ลดลงภายในไม่กี่วัน และยุบเข้าที่ชัดเจนใน 1-2 สัปดาห์

2.บวมกี่วันถึงจะยุบ
โดยทั่วไปอาการบวมจะชัดในช่วง 3-7 วันแรก จากนั้นจะค่อย ๆ ยุบลง ฟิลเลอร์จะเซตตัวและกลมกลืนกับผิวใต้ตา จนดูเรียบภายในประมาณ 1-2 สัปดาห์ เหมือนรอยช้ำที่ค่อย ๆ จางไปตามเวลา

3.ถ้าใต้ตาบวมเป็นก้อน ต้องกังวลไหม
ช่วงแรกยังไม่ควรรีบตัดสินว่าเป็นก้อนฟิลเลอร์ เพราะอาจเป็นเพียงอาการบวมจากเข็ม แนะนำให้รอประมาณ 7-14 วัน หากอาการบวมยุบแล้วแต่ยังคลำได้เป็นก้อนหรือเห็นนูนชัด ควรกลับไปให้แพทย์ประเมินเพื่อแก้ไข

4.อาการบวมแบบไหนควรรีบไปพบแพทย์
หากมีอาการปวดมากขึ้นเรื่อย ๆ บวมไม่ยุบ แดงจัด ผิวร้อน หรือสีผิวคล้ำผิดปกติ โดยเฉพาะหลังฉีดเกิน 3 วัน ควรรีบพบแพทย์ทันที เพราะอาจเป็นสัญญาณของการอักเสบหรือติดเชื้อ

5.ทำอย่างไรให้อาการบวมยุบเร็วขึ้น
พักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำมาก ๆ หลีกเลี่ยงอาหารเค็มและแอลกอฮอล์ อยู่ในที่อากาศเย็น ไม่จับ กด หรือขยี้บริเวณใต้ตา เหมือนการดูแลรอยฟกช้ำทั่วไป จะช่วยให้ฟิลเลอร์เข้าที่และยุบเร็วขึ้น

สรุปทุกเรื่องของการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาบวม

การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาอาจมีอาการบวม ช้ำ หรือรู้สึกตึงได้ในช่วงแรก ซึ่งถือเป็นปฏิกิริยาปกติของผิวบริเวณที่บอบบาง อาการบวมมักชัดในช่วง 3 • 7 วัน และค่อย ๆ ยุบจนเข้าที่ ภายใน 1 • 2 สัปดาห์ หากใช้ฟิลเลอร์แท้และฉีดโดยแพทย์ ความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนจะต่ำมาก การดูแลตัวเองอย่างถูกต้อง เช่น หลีกเลี่ยงความร้อน ไม่กดนวด และเลือกอาหารที่ช่วยลดการอักเสบ จะช่วยให้ฟื้นตัวเร็วขึ้น อย่างไรก็ตาม หากมีอาการปวด บวม แดง ร้อน หรือไม่ดีขึ้น ควรรีบกลับไปพบแพทย์เพื่อตรวจประเมินอย่างเหมาะสม

* ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับเฉพาะบุคคล
* เงื่อนไขตามบริษัทฯ กำหนด
* ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลง*
แนะนำให้สอบถามกับเจ้าหน้าที่ก่อนเข้ารับบริการ
เพื่อความชัวร์และได้สิทธิ์ที่คุ้มที่สุดค่ะ
ปรึกษาฟรี พร้อมรับ โปรโมชั่นพิเศษ ก่อนใคร
romrawin
โปรโมชั่นต่างๆ
เรื่อง โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ ที่คุณอาจสนใจ