โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาบวม สาเหตุเกิดจากอะไร กี่วันหาย แก้ไขอย่างไร
ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาบวม
ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาบวม สาเหตุเกิดจากอะไร กี่วันหาย แก้ไขอย่างไร
ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาบวมกี่วัน เกิดจากอะไร ทำอย่างไรถึงจะหายบวม
ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาบวมอันตรายไหม วิธีลดบวมทำอย่างไรได้บ้าง
หลังการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา อาการบวมถือเป็นเรื่องปกติที่สามารถเกิดขึ้นได้ หลายคนอาจมีความกังวลว่า ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาบวมกี่วัน อันตรายหรือไม่ จะเข้าที่ เห็นผลลัพธ์ชัดเจนเมื่อไหร่ บทความนี้ได้รวบรวมคำตอบ วิธีปฏิบัติตัวเพื่อลดอาการบวมหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา และช่วยให้ฟิลเลอร์เข้าที่เร็วขึ้น
รวมทุกหัวข้อเกี่ยวกับการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาบวม
• ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาบวม เกิดจากอะไร
• หลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาบวม อันตรายหรือไม่
• ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาบวม สามารถฉีดสลายได้หรือไม่
• เช็คลิสต์อาการหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาบวม
• ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาบวมกี่วันจึงจะเข้าที่
• ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาบวมแบบไหนที่ควรไปพบแพทย์
• การดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาบวม
• ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาบวม ควรกินอะไรเพื่อลดอาการบวม
• ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาบวม ห้ามกินอะไรเพื่อไม่ให้ระคายเคือง
• หลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาสามารถทำหัตถการอื่นได้ไหม
• คำถามยอดฮิตเกี่ยวกับฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาบวม
• สรุปทุกเรื่องของการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาบวม
ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาบวม เกิดจากอะไร
ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาบวม สามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ ซึ่งแต่ละแบบมีความรุนแรงและการดูแลที่แตกต่างกัน ดังนี้
1.ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาบวมชั่วคราวจากขั้นตอนการฉีด
หลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาอาจมีอาการบวมเล็กน้อยหรือมีรอยเขียวช้ำร่วมด้วย สาเหตุหลักมาจากฤทธิ์ของยาชา การกระทบกระเทือนของเข็มต่อเส้นเลือดฝอย หรือการตอบสนองของร่างกาย อาการลักษณะนี้ไม่ถือว่าอันตราย และมักจะค่อย ๆ ดีขึ้นเองภายในไม่กี่วันถึง 1 สัปดาห์
2.ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาบวมเป็นก้อนหรือดูไม่เรียบเนียน
เกิดจากเทคนิคการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาที่ไม่เหมาะสม เช่น ฉีดฟิลเลอร์ผิดชั้นผิว ใช้ปริมาณมากเกินไป หรือเลือกชนิดฟิลเลอร์ที่ไม่เหมาะกับบริเวณใต้ตา ซึ่งเป็นจุดที่ผิวบางและต้องอาศัยความชำนาญสูง อาการจะเห็นเป็นก้อนนูน ชัดเจนเวลายิ้มหรือแสดงสีหน้า ทำให้ดูไม่เป็นธรรมชาติ และมักไม่หายเอง จำเป็นต้องให้แพทย์ประเมินและแก้ไข
3.ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาบวมจากการอักเสบหรือติดเชื้อ
เป็นภาวะที่ต้องระวังมากที่สุด อาการจะบวมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ผิวบริเวณที่ฉีดมีสีแดงคล้ำ รู้สึกเจ็บ อุ่น หรือกดแล้วปวด สาเหตุส่วนใหญ่มาจากกระบวนการฉีดที่ไม่ปลอดเชื้อ การใช้ฟิลเลอร์ที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือทำหัตถการในสถานพยาบาลที่ขาดความสะอาด หากมีอาการลักษณะนี้ควรรีบพบแพทย์ทันที เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง
หลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาบวมไม่ได้อันตรายทุกกรณี แต่ต้องฉีดโดยแพทย์ ใช้ฟิลเลอร์ที่เหมาะสม และทำหัตถการในคลินิกที่ได้มาตรฐาน จะช่วยลดความเสี่ยงและทำให้ผลลัพธ์ออกมาไม่อันตรายและผลลัพธ์ละมุน
หลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาบวม อันตรายหรือไม่
หลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาบวม เป็นสิ่งที่พบได้บ่อยและถือว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติ ไม่ได้หมายความว่าอันตรายเสมอไป สาเหตุหลักของการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาบวมเกิดจากการที่เข็มและตัวยาเข้าไปกระตุ้นเนื้อเยื่อ ทำให้ร่างกายตอบสนองด้วยการบวมเล็กน้อย ซึ่งมักค่อย ๆ ดีขึ้นเองภายในไม่กี่วัน
อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาควรเฝ้าสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด หากอาการบวมไม่ลดลงหรือกลับเพิ่มมากขึ้น ร่วมกับความรู้สึกปวดมากผิดปกติ ผิวบริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตามีสีแดงคล้ำ ช้ำเป็นวงกว้าง หรือเมื่อแตะแล้วรู้สึกร้อนกว่าปกติ อาการเหล่านี้อาจบ่งบอกถึงภาวะแทรกซ้อน เช่น การอักเสบ การติดเชื้อ หรือการอุดตันของเส้นเลือด
ในกรณีที่พบสัญญาณหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาบวมผิดปกติดังกล่าว ไม่ควรรอดูอาการเอง ควรรีบกลับไปพบแพทย์ผู้ทำการรักษาทันที เพื่อประเมินอาการและให้การรักษาอย่างเหมาะสมโดยเร็ว การดูแลอย่างทันท่วงทีจะช่วยลดความเสี่ยงและป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจรุนแรงได้
ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาบวม สามารถฉีดสลายได้หรือไม่
หากฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาบวม ดูไม่เป็นธรรมชาติ หรือคลำเจอก้อนแข็ง ผลลัพธ์ไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง สามารถแก้ไขได้ ในกรณีที่ใช้ ฟิลเลอร์ชนิดไฮยาลูรอนิกแอซิด (HA) ของแท้
แพทย์จะใช้สารที่เรียกว่า เอนไซม์ไฮยาลูโรนิเดส (Hyaluronidase) เพื่อช่วยสลายฟิลเลอร์ที่ฉีดเข้าไป เอนไซม์ชนิดนี้มีคุณสมบัติในการย่อยโครงสร้างของ HA ทำให้ฟิลเลอร์ค่อย ๆ แตกตัวและถูกดูดซึมออกจากร่างกาย
เมื่อฉีดเอนไซม์ลงไปสลายฟิลเลอร์ใต้ตา จะช่วย
• ลดอาการบวมจากการอุ้มน้ำของฟิลเลอร์
• ทำให้ก้อนฟิลเลอร์ที่จับตัวแน่นคลายลง
• ปรับสภาพเนื้อเยื่อบริเวณใต้ตาให้กลับมาเรียบและสมดุลมากขึ้น
ผลลัพธ์หลังการสลายฟิลเลอร์ใต้ตาจะยุบลงอย่างชัดเจน ผิวใต้ตาจะกลับมาใกล้เคียงสภาพเดิมมากที่สุด ทั้งนี้แพทย์จะประเมินปริมาณเอนไซม์และตำแหน่งที่ฉีด เพื่อให้ได้ผลที่ไม่เป็นอันตราย
หากฉีดฟิลเลอร์แท้มา และเกิดปัญหาใต้ตา สามารถแก้ไขได้ด้วยการฉีดสลาย โดยต้องทำโดยแพทย์เท่านั้น เพื่อหลีกเลี่ยงผลข้างเคียงและควบคุมผลลัพธ์ให้เหมาะสมกับโครงสร้างใบหน้าแต่ละคน
เช็คลิสต์อาการหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาบวม
หลังการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาบวม ผู้รับบริการบางรายอาจมีอาการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นได้ ซึ่งส่วนใหญ่มักเป็นอาการชั่วคราวและไม่รุนแรง โดยเฉพาะในกรณีที่ใช้ ฟิลเลอร์ชนิดไฮยาลูรอนิกแอซิด (HA) ซึ่งเป็นสารที่ไม่อันตราย เข้ากันได้ดีกับร่างกาย ไม่จำเป็นต้องทดสอบการแพ้ก่อนฉีด และสามารถสลายเองได้เมื่อหมดอายุการใช้งาน
อาการที่อาจพบหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาบวม สามารถแบ่งออกเป็นหลายระดับ ดังนี้
1.อาการปกติที่พบได้หลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาบวม
• รอยแดง รอยเข็ม หรือรอยช้ำเล็กน้อย
มักเกิดจากการกระทบของเข็มกับเส้นเลือดฝอยใต้ผิวหนัง อาการเหล่านี้จะค่อย ๆ ดีขึ้นและหายได้เองภายในประมาณ 1-2 สัปดาห์
2.ความไม่เรียบของผิวหรือเห็นฟิลเลอร์เป็นก้อนหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาบวม
• ผิวดูเป็นคลื่น นูน หรือเห็นเป็นเม็ด ๆ ใต้ผิว มักเกิดจากการฉีดฟิลเลอร์ในชั้นผิวที่ตื้นเกินไป โดยเฉพาะบริเวณใต้ตาที่ผิวบางมาก
• เกิดจากการใช้ฟิลเลอร์ปริมาณมากเกินความจำเป็น หรือเลือกชนิดฟิลเลอร์ที่ไม่เหมาะกับตำแหน่งใต้ตา
3.ฟิลเลอร์เคลื่อนจากตำแหน่งเดิมหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาบวม
ในบางกรณี ฟิลเลอร์อาจเคลื่อนตัวจากตำแหน่งที่ฉีดไปยังบริเวณข้างเคียง โดยเฉพาะหากอยู่ใกล้กล้ามเนื้อที่มีการเคลื่อนไหวบ่อย เช่น รอบดวงตา ปัจจัยสำคัญคือชนิดของฟิลเลอร์ เทคนิคการฉีด และความเข้าใจโครงสร้างใบหน้าอย่างละเอียด
4.อาการแพ้ฟิลเลอร์แบบไม่รุนแรงหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาบวม
• อาจพบผื่นเล็ก ๆ หรืออาการบวมเป็นพัก ๆ
• บางรายอาจเกิดขึ้นหลังฉีดไปแล้วเป็นเวลานานหลายเดือนหรือเป็นปี
อาการลักษณะนี้ขึ้นอยู่กับการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันและอายุการใช้งานของฟิลเลอร์
5.อาการแพ้รุนแรง (Angioedema) หลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาบวม
พบได้น้อยมาก แต่อาจมีอาการบวมมากผิดปกติ คล้ายลมพิษ หรือบวมลึกใต้ผิวหนัง หากเกิดอาการลักษณะนี้ ต้องรีบพบแพทย์ทันทีเพื่อรับการรักษาอย่างเร่งด่วน
6.การติดเชื้อหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาบวม
แสดงอาการ เช่น ปวด บวม แดง ร้อน มีตุ่มหรือหนอง มักเกิดจากขั้นตอนการฉีดที่ไม่สะอาด ใช้อุปกรณ์ไม่ได้มาตรฐาน หรือฉีดโดยผู้ที่ไม่ใช่แพทย์ การเลือกสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐานและแพทย์ที่มีใบประกอบวิชาชีพจึงมีความสำคัญอย่างมาก
7.ภาวะเนื้อตายหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาบวม
เกิดจากการฉีดฟิลเลอร์เข้าไปในหลอดเลือด หรือกดทับหลอดเลือดแดง ทำให้เลือดไม่สามารถไปเลี้ยงเนื้อเยื่อได้ ถือเป็นภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง ต้องได้รับการรักษาโดยด่วน เพื่อป้องกันความเสียหายถาวรของผิวหนัง
8.ภาวะสูญเสียการมองเห็นหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาบวม
เป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบได้น้อยมาก แต่ร้ายแรงที่สุด เกิดจากฟิลเลอร์ไปอุดตันหลอดเลือดที่เชื่อมต่อไปยังหลอดเลือดที่เลี้ยงจอประสาทตา ส่งผลให้การมองเห็นลดลงหรือสูญเสียอย่างถาวร จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาต้องทำโดยแพทย์ที่มีความรู้ด้านกายวิภาค
ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาบวมกี่วันจึงจะเข้าที่
หลังการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ร่างกายจะมีการตอบสนองต่อเข็มและสารเติมเต็ม ทำให้เกิดอาการบวม แดง รอยช้ำ หรือคันเล็กน้อยได้ ซึ่งถือเป็นปฏิกิริยาปกติในระยะแรก อาการเหล่านี้มักพบได้ในช่วงประมาณ 3 • 7 วันแรก และจะค่อย ๆ ดีขึ้นเองโดยไม่ต้องรักษาเพิ่มเติม ในบางคนอาจรู้สึกตึงหรือปวดบริเวณใต้ตาเล็กน้อย สามารถรับประทานยาแก้ปวดทั่วไปตามอาการได้ โดยอาการปวดและความตึงจะค่อย ๆ ลดลงตามลำดับ
โดยทั่วไปหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา
• อาการบวมจะเริ่มยุบลงอย่างชัดเจนภายใน 1 สัปดาห์
• ฟิลเลอร์จะค่อย ๆ เซตตัวและกลมกลืนกับเนื้อเยื่อ
• ใต้ตาจะดูเรียบและเข้าที่มากขึ้นภายในประมาณ 1-2 สัปดาห์
ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาบวมแบบไหนที่ควรไปพบแพทย์
หลังฉีดฟิลเลอร์ ไม่ว่าจะเป็นบริเวณใต้ตาหรือจุดอื่นของใบหน้า อาการบวมสามารถเกิดขึ้นได้ โดยอาการบวมเหล่านี้แบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มหลัก คือ อาการปกติที่ไม่อันตราย และอาการบวมที่ผิดปกติซึ่งควรได้รับการตรวจรักษา
1.อาการบวมปกติหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา
เป็นอาการที่พบได้ทั่วไป และมักหายได้เองโดยไม่ก่อให้เกิดอันตราย ได้แก่
• บวมจากฤทธิ์ของยาชาที่ใช้ระหว่างการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา
• บวมจากการกระทบของเข็มกับเส้นเลือดฝอยใต้ผิว
• อาจมีรอยช้ำเล็กน้อยหรือรู้สึกตึงบริเวณที่ฉีด
อาการเหล่านี้มักค่อย ๆ ดีขึ้นภายในไม่กี่วัน และยุบลงตามธรรมชาติ
2.อาการบวมหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาที่ควรรีบพบแพทย์
หากพบอาการดังต่อไปนี้ โดยเฉพาะเมื่อเกิดหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาไปแล้ว มากกว่า 3 วัน หรืออาการแย่ลงเรื่อย ๆ ควรรีบกลับไปพบแพทย์ทันที
• ปวดบริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตามากขึ้นผิดปกติ
• บวมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และกดแล้วเจ็บ
• สีผิวบริเวณที่ฉีดแดงจัด คล้ำ หรือเปลี่ยนสีชัดเจน
• ผิวหนังบริเวณนั้นมีความร้อนผิดปกติ เมื่อใช้หลังมือแตะจะรู้สึกร้อนกว่าบริเวณอื่น
อาการในกลุ่มนี้อาจบ่งชี้ถึงภาวะอักเสบหรือติดเชื้อ ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการรักษาโดยแพทย์อย่างเร่งด่วน สาเหตุที่พบได้ เช่น
• การใช้ฟิลเลอร์ที่ไม่ได้มาตรฐาน
• เทคนิคการฉีดที่ไม่เหมาะสม
• ประสบการณ์ของแพทย์
• การเลือกชนิดหรือปริมาณฟิลเลอร์ไม่เหมาะกับตำแหน่งที่ฉีด
ฟิลเลอร์ใต้ตาบวม หรือเป็นก้อน
หลายคนมักสับสนระหว่างอาการบวมหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา กับการที่ฟิลเลอร์จับตัวเป็นก้อนใต้ตา ในทางการแพทย์ แนะนำให้ รอให้ฟิลเลอร์เซตตัวและอาการบวมยุบลงก่อน ซึ่งโดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 7-14 วัน
หลังจากช่วงเวลานี้
• หากผิวใต้ตาเรียบขึ้น แสดงว่าเป็นเพียงอาการบวมชั่วคราว
• หากยังคลำได้เป็นก้อน แข็ง หรือเห็นเป็นรอยนูนชัด อาจเป็นฟิลเลอร์ที่วางตัวไม่เหมาะสม ซึ่งสามารถประเมินและแก้ไขได้โดยแพทย์
การดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาบวม
หลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาเสร็จ แพทย์จะปิดพลาสเตอร์บริเวณรอยเข็มเพื่อป้องกันการระคายเคืองและการปนเปื้อน โดยสามารถ แกะออกได้หลังประมาณ 1 ชั่วโมง จากนั้นอาจพบอาการบวม แดง รอยช้ำ หรือคันเล็กน้อยบริเวณที่ฉีด ซึ่งถือเป็นอาการปกติในช่วงแรก ในบางราย โดยเฉพาะคืนแรกหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา อาจรู้สึกตึงหรือปวดระบมตามแนวเข็ม หากมีอาการ สามารถรับประทาน ยาแก้ปวดพาราเซตามอล ตามขนาดที่แพทย์หรือคลินิกแนะนำได้
แนวทางดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา
• การทำความสะอาดผิวหน้า
ล้างหน้าได้ตามปกติ แต่ควรใช้สบู่อ่อน ๆ หลีกเลี่ยงการขัด ถู หรือนวดบริเวณรอบดวงตา ควรให้ผิวสัมผัสน้ำในช่วงแรกไม่เกินประมาณ 15 นาที เพื่อป้องกันการระคายเคือง
• การทาครีมและสกินแคร์
งดทาครีมหรือผลิตภัณฑ์บำรุงผิวบริเวณรอยเข็มในคืนแรก เพื่อให้ผิวได้ฟื้นตัวและลดความเสี่ยงต่อการอักเสบ
• หลีกเลี่ยงความร้อนและหัตถการอื่น
ควรงดการทำทรีตเมนต์ ซาวน่า อบไอน้ำ หรือกิจกรรมที่ทำให้หน้าโดนความร้อนอย่างน้อย 14 วัน เพราะความร้อนอาจกระตุ้นให้บวมมากขึ้น
• สภาพแวดล้อมรอบตัว
การอยู่ในที่อากาศเย็นหรืออุณหภูมิสบาย จะช่วยให้อาการบวมยุบเร็วขึ้น และลดความตึงของผิวบริเวณใต้ตา
• การแต่งหน้า
สามารถแต่งหน้าได้ตามปกติ แต่ควรหลีกเลี่ยงการกดหรือถูแรง ๆ บริเวณใต้ตาในช่วงแรก
ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาบวม ควรกินอะไรเพื่อลดอาการบวม
หลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ร่างกายจะมีการอักเสบเล็กน้อยจากเข็มและสารเติมเต็ม อาหารที่เลือกรับประทานในช่วงนี้มีส่วนช่วย ลดอาการบวม ฟื้นฟูเนื้อเยื่อ และทำให้ฟิลเลอร์ใต้ตาเข้าที่เร็วขึ้น
กลุ่มอาหารที่ช่วยลดบวมและอักเสบหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา
1.อาหารที่มีวิตามินซีสูง
ช่วยเสริมการซ่อมแซมผิวและหลอดเลือด ลดรอยช้ำได้ดี เช่น ส้ม ฝรั่ง กีวี สตรอว์เบอร์รี บรอกโคลี
2.โปรตีนคุณภาพดี
ช่วยฟื้นฟูเนื้อเยื่อบริเวณที่ฉีด ทำให้ผิวแข็งแรงและหายไว เช่น ปลา ไข่ เต้าหู้ อกไก่ ถั่วต่าง ๆ
3.อาหารที่มีสารต้านการอักเสบ
ช่วยลดอาการบวมจากภายใน เช่น ขิง ขมิ้น กระเทียม ปลาแซลมอน อะโวคาโด
4.ผักใบเขียวและผักที่มีน้ำสูง
ช่วยระบายของเสีย ลดการคั่งของน้ำใต้ผิว เช่น ผักโขม แตงกวา เซเลอรี ผักกาดหอม
5.ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ
การดื่มน้ำช่วยให้ระบบไหลเวียนดี ลดการกักเก็บน้ำส่วนเกินใต้ตา ทำให้อาการบวมยุบเร็วขึ้น
ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาบวม ห้ามกินอะไรเพื่อไม่ให้ระคายเคือง
หลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา บริเวณผิวและเนื้อเยื่อรอบดวงตาจะอยู่ในช่วงฟื้นตัว ร่างกายมีการอักเสบเล็กน้อย อาหารบางชนิดอาจกระตุ้นให้เกิดการระคายเคือง ทำให้บวมมากขึ้น หรือทำให้อาการช้ำหายช้าลงได้ การหลีกเลี่ยงอาหารที่ไม่เหมาะสมในช่วงแรก จึงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ฟิลเลอร์เข้าที่เร็ว ลดความเสี่ยงของอาการแทรกซ้อน และทำให้ผลลัพธ์ออกมาสวยมากขึ้น
อาหารและเครื่องดื่มที่ควรหลีกเลี่ยงช่วงแรกหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา
• อาหารเค็มจัด
โซเดียมทำให้ร่างกายกักเก็บน้ำ ส่งผลให้อาการบวมใต้ตาชัดขึ้น
• เครื่องดื่มแอลกอฮอล์
กระตุ้นการขยายตัวของหลอดเลือด ทำให้บวมและช้ำหายช้าลง
• อาหารรสจัดหรือเผ็ดจัด
อาจกระตุ้นการอักเสบและทำให้ผิวระคายเคืองมากขึ้น
• คาเฟอีนในปริมาณมาก
อาจทำให้ร่างกายขาดน้ำ ส่งผลให้ฟื้นตัวช้าลง
หลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาสามารถทำหัตถการอื่นได้ไหม
หลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา สามารถทำหัตถการอื่นได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับ ชนิดของหัตถการที่จะทำ ระยะเวลา และบริเวณที่ทำ เนื่องจากฟิลเลอร์ใต้ตาต้องใช้เวลาในการเซตตัวและกลมกลืนกับเนื้อเยื่อ หากรีบทำหัตถการบางอย่างเร็วเกินไป อาจกระทบต่อรูปทรงของฟิลเลอร์ หรือเพิ่มความเสี่ยงต่ออาการบวมและการอักเสบได้
หัตถการที่ควรหลีกเลี่ยงในช่วงแรกหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา
ในช่วง อย่างน้อย 1-2 สัปดาห์แรก หลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ควรหลีกเลี่ยงหัตถการที่มีแรงกด ความร้อน หรือพลังงานลงสู่ผิว เช่น
• เลเซอร์ทุกชนิดบริเวณรอบดวงตา
• คลื่นพลังงาน เช่น RF, HIFU, Ultrasound
• ทรีตเมนต์นวดหน้า กด คลึง หรือยกกระชับ
• ซาวน่า อบไอน้ำ หรือกิจกรรมที่ทำให้หน้าโดนความร้อนจัด
หัตถการเหล่านี้อาจทำให้ฟิลเลอร์เคลื่อนตัว รูปทรงเปลี่ยน หรือทำให้อาการบวมช้ำนานขึ้น
หัตถการที่สามารถทำได้หลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา
• การทำทรีตเมนต์เบา ๆ ในบริเวณที่ ไม่เกี่ยวข้องกับใต้ตา และไม่มีแรงกดหรือความร้อน
• การฉีดหรือหัตถการในตำแหน่งอื่นของใบหน้า ควรอยู่ภายใต้การประเมินของแพทย์ เพื่อวางแผนลำดับการรักษาที่เหมาะสม
ระยะเวลาที่เหมาะสมในการทำหัตถการเพิ่มเติมหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา
โดยทั่วไป แนะนำให้รอจนฟิลเลอร์เข้าที่และอาการบวมยุบสนิทก่อน ซึ่งมักใช้เวลาประมาณ
• 2 สัปดาห์ สำหรับหัตถการเบา ๆ
• 3-4 สัปดาห์ สำหรับหัตถการที่ใช้พลังงานหรือมีผลต่อโครงสร้างผิว
ทั้งนี้ระยะเวลาที่เหมาะสมอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นกับชนิดฟิลเลอร์ เทคนิคการฉีด และการฟื้นตัวของร่างกาย
คำถามยอดฮิตเกี่ยวกับฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาบวม
1.ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาบวม เป็นเรื่องปกติไหม
เป็นเรื่องปกติ ใต้ตาเป็นบริเวณที่ผิวบางและมีเส้นเลือดเยอะ หลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาจึงมักมีอาการบวม ตึง หรือช้ำเล็กน้อย คล้ายอาการฟกช้ำจากการกระแทกเบา ๆ อาการจะค่อย ๆ ลดลงภายในไม่กี่วัน และยุบเข้าที่ชัดเจนใน 1-2 สัปดาห์
2.บวมกี่วันถึงจะยุบ
โดยทั่วไปอาการบวมจะชัดในช่วง 3-7 วันแรก จากนั้นจะค่อย ๆ ยุบลง ฟิลเลอร์จะเซตตัวและกลมกลืนกับผิวใต้ตา จนดูเรียบภายในประมาณ 1-2 สัปดาห์ เหมือนรอยช้ำที่ค่อย ๆ จางไปตามเวลา
3.ถ้าใต้ตาบวมเป็นก้อน ต้องกังวลไหม
ช่วงแรกยังไม่ควรรีบตัดสินว่าเป็นก้อนฟิลเลอร์ เพราะอาจเป็นเพียงอาการบวมจากเข็ม แนะนำให้รอประมาณ 7-14 วัน หากอาการบวมยุบแล้วแต่ยังคลำได้เป็นก้อนหรือเห็นนูนชัด ควรกลับไปให้แพทย์ประเมินเพื่อแก้ไข
4.อาการบวมแบบไหนควรรีบไปพบแพทย์
หากมีอาการปวดมากขึ้นเรื่อย ๆ บวมไม่ยุบ แดงจัด ผิวร้อน หรือสีผิวคล้ำผิดปกติ โดยเฉพาะหลังฉีดเกิน 3 วัน ควรรีบพบแพทย์ทันที เพราะอาจเป็นสัญญาณของการอักเสบหรือติดเชื้อ
5.ทำอย่างไรให้อาการบวมยุบเร็วขึ้น
พักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำมาก ๆ หลีกเลี่ยงอาหารเค็มและแอลกอฮอล์ อยู่ในที่อากาศเย็น ไม่จับ กด หรือขยี้บริเวณใต้ตา เหมือนการดูแลรอยฟกช้ำทั่วไป จะช่วยให้ฟิลเลอร์เข้าที่และยุบเร็วขึ้น
สรุปทุกเรื่องของการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาบวม
การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาอาจมีอาการบวม ช้ำ หรือรู้สึกตึงได้ในช่วงแรก ซึ่งถือเป็นปฏิกิริยาปกติของผิวบริเวณที่บอบบาง อาการบวมมักชัดในช่วง 3 • 7 วัน และค่อย ๆ ยุบจนเข้าที่ ภายใน 1 • 2 สัปดาห์ หากใช้ฟิลเลอร์แท้และฉีดโดยแพทย์ ความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนจะต่ำมาก การดูแลตัวเองอย่างถูกต้อง เช่น หลีกเลี่ยงความร้อน ไม่กดนวด และเลือกอาหารที่ช่วยลดการอักเสบ จะช่วยให้ฟื้นตัวเร็วขึ้น อย่างไรก็ตาม หากมีอาการปวด บวม แดง ร้อน หรือไม่ดีขึ้น ควรรีบกลับไปพบแพทย์เพื่อตรวจประเมินอย่างเหมาะสม
* เงื่อนไขตามบริษัทฯ กำหนด
แนะนำให้สอบถามกับเจ้าหน้าที่ก่อนเข้ารับบริการ
เพื่อความชัวร์และได้สิทธิ์ที่คุ้มที่สุดค่ะ