ปากคว่ำ สาเหตุเกิดจากอะไร โหงวเฮ้งไม่ดี มีวิธีแก้อย่างไรได้บ้าง

ปากคว่ำ

15

ปากคว่ำ เกิดจากอะไร แก้อย่างไร ให้หน้าดูเป็นมิตร

ปากคว่ำหรือมุมปากตกเป็นลักษณะของรูปปากที่พบได้บ่อยในคนทุกเพศทุกวัย แม้จะไม่ใช่ความผิดปกติทางร่างกาย แต่สามารถส่งผลต่อภาพลักษณ์ บุคลิกภาพ และความมั่นใจได้โดยไม่รู้ตัว หลายคนมักถูกทักว่าดูเศร้า เหนื่อย หรือดุ ทั้งที่ไม่ได้มีอารมณ์เช่นนั้นจริง ๆ บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจว่าปากคว่ำคืออะไร เกิดจากสาเหตุใด ส่งผลต่อภาพลักษณ์และโหงวเฮ้งอย่างไร รวมถึงวิธีดูแลและแนวทางการแก้ไขปากคว่ำ เพื่อช่วยให้สามารถเลือกวิธียกมุมปากได้อย่างเหมาะสม

ปากคว่ำคืออะไร ลักษณะอย่างไร

ปากคว่ำ คือ ลักษณะของรูปปากที่มุมปากทั้งสองข้างชี้ลงด้านล่าง ทำให้เส้นริมฝีปากโดยรวมดูโค้งลง ไม่ได้ขนานหรือยกขึ้นเล็กน้อยเหมือนรูปปากทั่วไป

ลักษณะของปากคว่ำ

• มุมปากตกลงอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะเวลาหน้าตรงหรือไม่แสดงสีหน้า
• ริมฝีปากบนและล่างดูเหมือนโค้งลงด้านล่าง
• เวลานิ่ง ๆ ใบหน้าอาจดูเศร้า เหนื่อย ดุ หรือไม่เป็นมิตร
• เวลายิ้ม อาจต้องออกแรงยกมุมปากมากกว่าปกติ
• บางคนมีร่องมุมปากหรือร่องน้ำหมากร่วมด้วย

ปากคว่ำอาจเกิดได้จากโครงสร้างใบหน้า กล้ามเนื้อรอบปากที่ดึงลงมากกว่าปกติ พันธุกรรม หรือการเปลี่ยนแปลงตามอายุ ซึ่งไม่ได้ถือว่าเป็นความผิดปกติทางร่างกาย แต่เป็นลักษณะเฉพาะของแต่ละบุคคล

ปากคว่ำเกิดจากอะไร

ปากคว่ำเป็นลักษณะรูปปากที่มุมปากจะชี้ลง ทำให้ใบหน้าโดยรวมดูเศร้า เหนื่อย หรือดูไม่เป็นมิตร ทั้งที่อาจไม่ได้รู้สึกเช่นนั้น ลักษณะปากคว่ำไม่ได้เกิดจากสาเหตุเดียว แต่เป็นผลจากหลายปัจจัยร่วมกัน ดังนี้

1.ปากคว่ำเกิดจากพันธุกรรมและโครงสร้างใบหน้า

ปากคว่ำอาจเป็นลักษณะที่ติดตัวมาตั้งแต่กำเนิด โดยโครงสร้างกระดูกขากรรไกร แนวริมฝีปาก และตำแหน่งของมุมปากในแต่ละคนแตกต่างกัน หากคนในครอบครัวมีลักษณะมุมปากตก โอกาสที่จะถ่ายทอดลักษณะนี้ทางพันธุกรรมก็มีสูง

2.ปากคว่ำเกิดจากกล้ามเนื้อรอบปากทำงานไม่สมดุล

บริเวณมุมปากมีกล้ามเนื้อหลายมัดทำงานร่วมกัน กล้ามเนื้อที่ดึงมุมปากลงอาจทำงานเด่นกว่ากล้ามเนื้อที่ยกมุมปาก ส่งผลให้มุมปากตกแม้ในขณะพักหน้า หากใช้กล้ามเนื้อมัดนี้บ่อย ๆ รูปปากจะยิ่งคงสภาพปากคว่ำชัดเจนขึ้น

3.ปากคว่ำเกิดจากการแสดงสีหน้าในชีวิตประจำวัน

การเม้มปาก ทำหน้าบึ้ง ขมวดคิ้ว หรือแสดงสีหน้าไม่พอใจซ้ำ ๆ เป็นเวลานาน อาจทำให้กล้ามเนื้อและผิวหนังรอบปากเกิดการจดจำท่าทาง ส่งผลให้มุมปากค่อย ๆ ตกลงโดยไม่รู้ตัว แม้ในเวลาที่ไม่ได้แสดงอารมณ์ใด ๆ

4.ปากคว่ำเกิดจากอายุที่เพิ่มขึ้นและการเสื่อมสภาพของผิว

เมื่ออายุมากขึ้น คอลลาเจนและอีลาสตินในผิวลดลง ผิวขาดความยืดหยุ่น ไขมันใต้ผิวบริเวณมุมปากลดลง ร่วมกับแรงโน้มถ่วงของโลก ทำให้ผิวหย่อนคล้อยและมุมปากตกได้ง่ายขึ้น ปากคว่ำในกลุ่มนี้มักจะเห็นชัดขึ้นตามวัย

5.ปากคว่ำเกิดจากโครงสร้างฟันและการสบฟัน

การสูญเสียฟัน ฟันสึก หรือการสบฟันผิดปกติ ส่งผลให้โครงสร้างที่พยุงริมฝีปากเปลี่ยนไป เมื่อไม่มีแรงพยุงที่เหมาะสม มุมปากจึงมีแนวโน้มตกลง และทำให้รูปปากดูคว่ำมากขึ้น

6.ปากคว่ำเกิดจากความเครียดและอารมณ์ไม่ดีสะสม

ความเครียด ความกังวล หรืออารมณ์ด้านลบที่เกิดขึ้นเป็นเวลานาน มักสะท้อนออกมาทางสีหน้าโดยไม่รู้ตัว เมื่อแสดงสีหน้าแบบเดิมซ้ำ ๆ กล้ามเนื้อและผิวหนังจะค่อย ๆ ปรับสภาพจนกลายเป็นลักษณะถาวร ส่งผลให้ปากคว่ำดูเด่นชัดขึ้น

7.ปากคว่ำเกิดจากการดูแลผิวรอบปากไม่เพียงพอ

ผิวบริเวณรอบปากเป็นจุดที่บอบบางและแห้งง่าย หากขาดการดูแล เช่น ไม่ทาครีมบำรุง ไม่ป้องกันแสงแดด อาจทำให้ผิวเสื่อมสภาพเร็ว เกิดร่องลึกและทำให้มุมปากดูตกมากขึ้น

ปากคว่ำส่งผลเสียอะไรบ้าง

แม้ว่าปากคว่ำจะไม่ใช่โรคและไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพโดยตรง แต่ลักษณะของมุมปากตกสามารถส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ ความรู้สึก และการใช้ชีวิตในหลายด้าน โดยเฉพาะในเรื่องบุคลิกภาพและการสื่อสารกับผู้อื่น ดังนี้

1.ปากคว่ำทำให้ใบหน้าดูเศร้า เหนื่อย หรือไม่เป็นมิตร

ปากคว่ำทำให้สีหน้าดูคล้ายกำลังเศร้าหรือกังวล แม้ในขณะพักหน้าโดยไม่ได้แสดงอารมณ์ใด ๆ คนรอบข้างอาจเข้าใจผิดว่าเป็นคนอารมณ์ไม่ดี เครียด หรือเข้าถึงยาก

2.ปากคว่ำส่งผลต่อความประทับใจแรกพบ

ในการพบปะผู้คนครั้งแรก สีหน้ามีบทบาทสำคัญต่อความรู้สึกที่อีกฝ่ายรับรู้ ปากคว่ำอาจทำให้ดูจริงจัง ดุ หรือไม่เป็นมิตร ส่งผลต่อโอกาสทางสังคม การทำงาน หรือการสร้างความสัมพันธ์

3.ปากคว่ำส่งกระทบต่อความมั่นใจในตัวเอง

บางคนรู้สึกไม่มั่นใจเมื่อต้องถ่ายรูป พูดคุย หรืออยู่ต่อหน้าผู้อื่น เพราะรู้สึกว่าหน้าตาดูเศร้าหรือแก่กว่าวัย ความไม่มั่นใจนี้อาจสะสมจนส่งผลต่อบุคลิกโดยรวม

4.ปากคว่ำทำให้ใบหน้าดูมีอายุหรือดูโทรม

มุมปากที่ตกมักมาพร้อมกับร่องมุมปากหรือร่องน้ำหมาก ทำให้ใบหน้าดูหย่อนคล้อย ดูเหนื่อยล้า และดูมีอายุมากกว่าความเป็นจริง แม้ผิวส่วนอื่นจะยังดูอ่อนเยาว์ก็ตาม

5.ปากคว่ำส่งผลต่อการสื่อสารทางอารมณ์

สีหน้าที่ดูเศร้าหรือบึ้งตึงโดยไม่ตั้งใจ อาจทำให้การสื่อสารคลาดเคลื่อน เช่น เวลาพูดเรื่องปกติ คนฟังอาจรู้สึกว่าเรากำลังไม่พอใจหรือจริงจังเกินไป ส่งผลต่อความเข้าใจและบรรยากาศในการสนทนา

6.ปากคว่ำอาจทำให้เกิดริ้วรอยร่องลึกในระยะยาว

หากปล่อยให้ปากคว่ำชัดเจนขึ้นตามวัยหรือพฤติกรรม อาจทำให้เกิดร่องลึกบริเวณมุมปากอย่างถาวร ซึ่งแก้ไขได้ยากขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป

ปากคว่ำส่งผลต่อโหงวเฮ้งอย่างไร

ตามศาสตร์โหงวเฮ้งจีน รูปปากถือเป็นหนึ่งในอวัยวะสำคัญที่ใช้พิจารณานิสัย วาจา ความสัมพันธ์ และบั้นปลายชีวิต ลักษณะของมุมปากจึงถูกนำมาใช้ตีความความหมายด้านโชคชะตาและบุคลิกภาพ ซึ่งปากคว่ำมีความหมายตามความเชื่อดังนี้

1.ปากคว่ำสื่อถึงอารมณ์และทัศนคติด้านลบ

โหงวเฮ้งเชื่อว่าปากคว่ำสะท้อนถึงคนที่เก็บความรู้สึก มีความกังวล คิดมาก หรือไม่ค่อยแสดงความสุขออกทางสีหน้า อาจเป็นคนมองโลกในแง่ระมัดระวังมากกว่าคนทั่วไป

2.ปากคว่ำสื่อถึงวาจาอาจนำปัญหามาให้

ในศาสตร์โหงวเฮ้ง ปากเป็นสัญลักษณ์ของคำพูดและการสื่อสาร ปากคว่ำมักถูกตีความว่าเป็นคนพูดตรง พูดแรง หรือพูดในเชิงตำหนิได้ง่าย หากไม่ระวังคำพูด อาจทำให้เกิดความขัดแย้งกับคนรอบข้าง

3.ปากคว่ำสื่อถึงความสัมพันธ์กับผู้อื่นไม่ราบรื่น

มุมปากที่ตกลงถูกมองว่าเป็นลักษณะของคนที่เข้าถึงยาก ทำให้การสร้างความสัมพันธ์อาจใช้เวลานาน ต้องอาศัยความเข้าใจซึ่งกันและกันมากกว่าปกติ

4.ปากคว่ำสื่อถึงโชคลาภและการเงินไม่มั่นคง

ตามความเชื่อ โหงวเฮ้งปากคว่ำสื่อถึงการเก็บเงินไม่อยู่ มีรายจ่ายจุกจิก หรือมีภาระค่าใช้จ่ายจากครอบครัวและคนรอบข้างอยู่เสมอ

5.ปากคว่ำสื่อถึงบั้นปลายชีวิตต้องพึ่งพาตนเองสูง

บางตำราเชื่อว่ามุมปากที่ตกอาจหมายถึงชีวิตช่วงบั้นปลายที่ต้องพึ่งพาความสามารถของตนเอง มากกว่าการได้รับการสนับสนุนจากผู้อื่น

6.ปากคว่ำในผู้หญิงและผู้ชาย

• ผู้หญิง เชื่อว่าเป็นคนจริงจัง รับผิดชอบสูง แต่แบกรับความเครียดง่าย
• ผู้ชาย มักถูกมองว่าเป็นคนเคร่งขรึม เก็บอารมณ์ และมีความกดดันในหน้าที่การงาน

อย่างไรก็ตาม โหงวเฮ้งเป็นศาสตร์ความเชื่อ ไม่ใช่หลักวิทยาศาสตร์ ลักษณะปากไม่สามารถกำหนดชะตาชีวิตหรือบุคลิกทั้งหมดได้ การกระทำ ทัศนคติ และการดูแลตัวเองมีผลต่อชีวิตมากกว่ารูปลักษณ์ภายนอก

วิธีแก้ปากคว่ำ มุมปากตก มีอะไรบ้าง

ปากคว่ำหรือมุมปากตกเป็นลักษณะที่ทำให้ใบหน้าดูเศร้า เหนื่อย ดูดุ หรือดูมีอายุมากกว่าความเป็นจริง แม้เจ้าตัวจะไม่ได้มีอารมณ์เชิงลบใด ๆ ก็ตาม ปัญหานี้สามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น กล้ามเนื้อดึงมุมปากทำงานมากเกินไป ผิวหย่อนคล้อยจากอายุที่เพิ่มขึ้น หรือโครงสร้างใบหน้าตามธรรมชาติ ปัจจุบันมีวิธีแก้ปากคว่ำหลายรูปแบบ ตั้งแต่การฉีดฟิลเลอร์ยกมุมปากไปจนถึงการศัลยกรรม โดยแต่ละวิธีเหมาะกับสาเหตุและระดับความรุนแรงที่แตกต่างกัน ดังนี้

1.แก้ปากคว่ำด้วยการฉีดฟิลเลอร์ยกมุมปาก

การฉีดฟิลเลอร์เป็นการใช้สารเติมเต็ม (ไฮยาลูรอนิก แอซิด) ฉีดบริเวณมุมปากหรือร่องมุมปาก เพื่อช่วยพยุงผิวและปรับองศาของมุมปากให้ดูยกขึ้น ทำให้รูปปากดูอ่อนโยนและเป็นมิตรมากขึ้น

เหมาะกับใคร
• ผู้ที่มุมปากตกเล็กน้อยถึงปานกลาง
• ผู้ที่มีร่องมุมปากหรือเนื้อบริเวณมุมปากยุบ
• ผู้ที่ต้องการเห็นผลในเวลาไม่นาน และไม่อยากพักฟื้นนาน

ข้อดี
• เห็นผลในเวลาไม่นานหลังทำ
• สามารถปรับรูปปากให้ดูสมดุลและอ่อนหวานขึ้น
• ไม่ต้องผ่าตัด และใช้เวลาทำไม่นาน

ข้อจำกัด
• ผลลัพธ์ไม่ถาวร อยู่ได้ประมาณ 6-18 เดือน
• หากฉีดมากเกินไป อาจทำให้รูปปากดูแข็งหรือไม่เป็นธรรมชาติ

2.แก้ปากคว่ำด้วยการฉีดโบท็อกซ์ยกมุมปาก

การฉีดโบท็อกซ์เป็นการลดการทำงานของกล้ามเนื้อที่ดึงมุมปากลง เมื่อกล้ามเนื้อนี้คลายตัว มุมปากจะถูกดึงลงน้อยลง ส่งผลให้มุมปากดูยกขึ้นอย่างดูเป็นธรรมชาติ

เหมาะกับใคร
• ผู้ที่ปากคว่ำจากกล้ามเนื้อดึงลงแรง
• ผู้ที่มุมปากตกชัดเวลาทำสีหน้า
• ผู้ที่ยังไม่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยมาก

ข้อดี
• เห็นผลในเวลาไม่นานหลังทำ
• ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้นนาน
• สามารถทำร่วมกับฟิลเลอร์เพื่อเพิ่มผลลัพธ์ได้

ข้อจำกัด
• ผลลัพธ์ชั่วคราว อยู่ได้ประมาณ 3-6 เดือน ต้องทำซ้ำเพื่อคงผลลัพธ์
• หากฉีดผิดตำแหน่งหรือปริมาณไม่เหมาะสม อาจทำให้ยิ้มดูแข็งหรือไม่สมดุล

3.แก้ปากคว่ำด้วยการร้อยไหมยกมุมปาก

การร้อยไหมเป็นการใช้ไหมทางการแพทย์สอดเข้าไปใต้ผิว เพื่อดึงพยุงเนื้อเยื่อบริเวณมุมปากและแก้มส่วนล่างให้ยกขึ้น นอกจากช่วยยกมุมปากแล้ว ยังช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในระยะยาว

เหมาะกับใคร
• ผู้ที่มุมปากตกจากผิวหย่อนคล้อย
• ผู้ที่เริ่มมีอายุและต้องการยกกระชับพร้อมกัน
• ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่อยู่ได้นานกว่าการฉีด

ข้อดี
• เห็นผลหลังทำ และผลลัพธ์จะดีขึ้นเรื่อย ๆ
• ช่วยยกกระชับผิวรอบปากและแก้ม
• ผลลัพธ์อยู่ได้ประมาณ 1-2 ปี

ข้อจำกัด
• อาจมีอาการบวม ช้ำ หรือรู้สึกตึงในช่วงแรก
• ใช้เวลาในการพักฟื้นและเข้าที่นานกว่าการฉีด

4.แก้ปากคว่ำด้วยการศัลยกรรมยกมุมปาก

ศัลยกรรมยกมุมปากเป็นการผ่าตัดเล็กเพื่อปรับตำแหน่งของมุมปากให้ยกขึ้นอย่างถาวร เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาปากคว่ำชัดเจน หรือผู้ที่เคยทำหัตถการอื่นแล้วไม่ได้ผลตามที่ต้องการ

เหมาะกับใคร
• ผู้ที่มุมปากตกมากหรือเป็นมาตั้งแต่กำเนิด
• ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์อยู่ได้นาน
• ผู้ที่ยอมรับการผ่าตัดและการพักฟื้นได้

ข้อดี
• ให้ผลลัพธ์ชัดเจนและอยู่ได้ยาวนาน
• ปรับรูปปากได้ตรงตามการออกแบบของแพทย์
• ลดความจำเป็นในการทำซ้ำในอนาคต

ข้อจำกัด
• มีแผลผ่าตัดและต้องใช้เวลาพักฟื้น ต้องดูแลแผลอย่างเคร่งครัด
• มีความเสี่ยงจากการผ่าตัด หากเลือกสถานพยาบาลที่ไม่ได้มาตรฐาน

สรุปการแก้ปากคว่ำหรือมุมปากตกไม่มีวิธีใดดีที่สุดเพียงวิธีเดียว แต่ขึ้นอยู่กับสาเหตุของปัญหา ระดับความรุนแรง อายุ และผลลัพธ์ที่คาดหวัง การประเมินโดยแพทย์จะช่วยเลือกวิธีที่เหมาะสม และให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ

ปากคว่ำ ฉีดปากกระจับได้ไหม

คำตอบคือ ฉีดได้ แต่ต้องประเมินเป็นรายบุคคล เพราะการฉีดปากกระจับช่วยปรับทรงริมฝีปากให้สวยขึ้นได้จริง แต่ไม่ได้แก้สาเหตุของปากคว่ำโดยตรงทุกกรณี เพราะปากคว่ำคือมุมปากตกลงด้านล่าง ปากกระจับคือการปรับทรงริมฝีปากบนให้มีหยักชัด ดูอวบอิ่มและได้รูป ทั้งสองอย่างเป็นคนละปัญหา แต่สามารถทำร่วมกันได้ หากวางแผนถูกต้อง

ฟิลเลอร์ปากช่วยแก้ปากคว่ำอย่างไร

ปากคว่ำหรือมุมปากตกเป็นปัญหาที่ทำให้ใบหน้าดูเศร้า เหนื่อย และดูไม่เป็นมิตร แม้เจ้าตัวจะไม่ได้มีอารมณ์เชิงลบใด ๆ ก็ตาม หนึ่งในวิธีที่ได้รับความนิยมในการแก้ปัญหานี้ คือ การฉีดฟิลเลอร์ปาก ซึ่งหากวางแผนและฉีดอย่างถูกต้อง จะช่วยให้มุมปากดูยกขึ้นและรูปปากดูอ่อนหวานมากขึ้น

ฟิลเลอร์ปากแก้ปากคว่ำได้จริงหรือไม่

ฟิลเลอร์ปากสามารถช่วยแก้ปากคว่ำได้ในระดับหนึ่ง โดยเฉพาะในกรณีที่ปากคว่ำเกิดจากการยุบตัวของเนื้อบริเวณมุมปาก หรือโครงสร้างผิวที่ขาดการพยุง แต่ไม่ใช่ทุกกรณีจะเห็นผลชัดเจน จึงต้องประเมินสาเหตุของปากคว่ำก่อน

หลักการทำงานที่ฟิลเลอร์ปากช่วยแก้ปากคว่ำ

1.เติมเต็มและพยุงมุมปาก
เมื่ออายุเพิ่มขึ้น หรือบางคนมีเนื้อบริเวณมุมปากน้อย ทำให้ผิวบริเวณนี้ยุบตัวและดึงมุมปากลง การฉีดฟิลเลอร์จะช่วยเติมเต็มช่องว่างใต้ผิว ทำให้มุมปากมีแรงพยุงและดูยกขึ้น

2.ปรับองศาของมุมปาก
แพทย์สามารถออกแบบการฉีดฟิลเลอร์ให้ช่วยปรับองศาของมุมปากเล็กน้อย ทำให้เส้นริมฝีปากดูโค้งขึ้น ส่งผลให้หน้าดูสดใสและเป็นมิตรมากขึ้น

3.ลดความชัดของร่องมุมปาก
ปากคว่ำมักมาพร้อมกับร่องมุมปากหรือร่องน้ำหมาก ฟิลเลอร์ช่วยเติมเต็มร่องเหล่านี้ ทำให้เส้นร่องดูตื้นลง ส่งผลให้มุมปากดูไม่ตกชัดเหมือนเดิม

4.ปรับภาพรวมของรูปปาก
นอกจากยกมุมปากแล้ว ฟิลเลอร์ยังช่วยเพิ่มความอวบอิ่มของริมฝีปาก ทำให้รูปปากดูสมส่วนขึ้น เมื่อภาพรวมของปากดูสวยขึ้น มุมปากที่เคยคว่ำก็จะดูเด่นน้อยลง

ใครบ้างที่เหมาะฉีดฟิลเลอร์แก้ปากคว่ำ

การฉีดฟิลเลอร์เป็นหนึ่งในวิธีแก้ปากคว่ำที่ได้รับความนิยม เพราะเห็นผลในเวลาไม่นาน ไม่ต้องผ่าตัด และช่วยปรับรูปปากให้ดูอ่อนหวานขึ้น อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกคนที่เหมาะกับการฉีดฟิลเลอร์ การประเมินลักษณะปากและสาเหตุของปากคว่ำจึงเป็นสิ่งสำคัญ โดยผู้ที่เหมาะกับการฉีดฟิลเลอร์แก้ปากคว่ำมีดังนี้

1.ผู้ที่มีปากคว่ำระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง
หากมุมปากตกไม่มาก ฟิลเลอร์สามารถช่วยเติมเต็มและพยุงเนื้อบริเวณมุมปาก ทำให้มุมปากดูยกขึ้นอย่างดูเป็นธรรมชาติ แต่ในกรณีที่มุมปากตกมาก ฟิลเลอร์เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ

2.ผู้ที่มุมปากตกจากเนื้อยุบหรือผิวขาดวอลลุ่ม
ผู้ที่มีเนื้อบริเวณมุมปากน้อย หรือมีร่องมุมปากชัดจากการยุบตัวของผิว ฟิลเลอร์จะช่วยเติมเต็มใต้ผิว ทำให้ผิวเรียบเนียนขึ้นและช่วยพยุงมุมปากไม่ให้ตก

3.ผู้ที่มีร่องมุมปากหรือร่องน้ำหมากร่วมด้วย
ฟิลเลอร์ช่วยลดความลึกของร่องบริเวณมุมปาก เมื่อร่องดูตื้นลง ภาพรวมของมุมปากก็จะดูยกขึ้น ทำให้หน้าดูสดใสขึ้น

4.ผู้ที่ต้องการเห็นผลในเวลาไม่นานและไม่อยากพักฟื้นนาน
การฉีดฟิลเลอร์ใช้เวลาไม่นาน หลังทำสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ เหมาะกับผู้ที่ไม่สะดวกพักฟื้นหรือไม่ต้องการผ่าตัด

5.ผู้ที่ต้องการปรับรูปปากให้ดูอ่อนหวานและเป็นมิตรขึ้น
นอกจากช่วยแก้ปากคว่ำ ฟิลเลอร์ยังช่วยปรับทรงปาก เพิ่มความอวบอิ่ม และทำให้รูปปากดูสมดุล ส่งผลให้ใบหน้าโดยรวมดูละมุนขึ้น

6.ผู้ที่ยังไม่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยมาก
ในผู้ที่อายุน้อยหรือยังไม่มีผิวหย่อนคล้อยชัด ฟิลเลอร์มักให้ผลลัพธ์ที่ดี แต่หากมีผิวหย่อนคล้อยมาก อาจต้องทำร่วมกับหัตถการอื่น เช่น ร้อยไหม

ฉีดฟิลเลอร์แก้ปากคว่ำ กี่วันถึงเห็นผล

การฉีดฟิลเลอร์เป็นวิธีที่ช่วยแก้ปากคว่ำและมุมปากตกได้ในเวลาไม่นาน โดยสามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ตั้งแต่ทันทีหลังฉีด แต่ผลลัพธ์จะยังไม่เข้าที่ในช่วงแรก จากนั้นฟิลเลอร์จะเข้าที่ประมาณ 7-14 วันหลังทำ

ระยะเวลาเห็นผลหลังฉีดฟิลเลอร์
ทันทีหลังฉีด (วันแรก)
• เห็นว่ามุมปากดูยกขึ้น
• รูปปากดูอิ่มและได้ทรงมากขึ้น
• อาจมีอาการบวมเล็กน้อย ทำให้ปากดูตึงหรือใหญ่กว่าปกติ

3-7 วันหลังฉีด
• อาการบวมเริ่มยุบ
• รูปปากเริ่มดูเป็นธรรมชาติ
• มุมปากดูยกขึ้นชัดเจนมากขึ้น

ประมาณ 1-2 สัปดาห์
• ฟิลเลอร์เข้าที่เต็มที่
• รูปปากดูสมดุล ไม่แข็ง
• เป็นช่วงที่เห็นผลลัพธ์ใกล้เคียงผลลัพธ์จริงมากที่สุด

ฉีดฟิลเลอร์แก้ปากคว่ำ อยู่ได้นานแค่ไหน

การฉีดฟิลเลอร์แก้ปากคว่ำเป็นวิธีที่ช่วยยกมุมปากและปรับรูปปากให้ดูอ่อนหวานขึ้น โดยผลลัพธ์ไม่ถาวร แต่สามารถอยู่ได้นานพอสมควร ทั้งนี้ระยะเวลาขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย

ระยะเวลาผลลัพธ์โดยทั่วไป
ฟิลเลอร์ที่ใช้แก้ปากคว่ำส่วนใหญ่เป็นฟิลเลอร์ประเภทไฮยาลูรอนิก แอซิด (HA) ซึ่งสามารถสลายได้เองตามธรรมชาติ ผลลัพธ์มักอยู่ได้ประมาณ 6-18 เดือน บางรายอาจเห็นผลนานกว่านั้น หากเป็นฟิลเลอร์เนื้อแน่นและดูแลตัวเองได้ดี

ปัจจัยที่มีผลต่อความคงทนของฟิลเลอร์
1.ชนิดและเนื้อของฟิลเลอร์
• ฟิลเลอร์เนื้อนิ่ม ให้ผลดูเป็นธรรมชาติ แต่อาจสลายเร็วกว่า
• ฟิลเลอร์เนื้อแน่น พยุงมุมปากได้ดี และอยู่ได้นานกว่า

แพทย์มักเลือกฟิลเลอร์ให้เหมาะกับตำแหน่งมุมปากโดยเฉพาะ

2.ตำแหน่งที่ฉีด
การฉีดบริเวณมุมปากหรือร่องมุมปาก ซึ่งเป็นจุดที่ขยับไม่มากเท่าริมฝีปาก อาจทำให้ฟิลเลอร์อยู่ได้นานกว่าการฉีดเพิ่มวอลลุ่มทั้งปาก

3.เทคนิคของแพทย์
การวางฟิลเลอร์ในชั้นผิวที่เหมาะสมและปริมาณพอดี จะช่วยให้ฟิลเลอร์คงรูปได้นาน และดูเป็นธรรมชาติ

4.การใช้ชีวิตและการดูแลหลังฉีด
การขยับปากบ่อย ๆ การสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ การพักผ่อนน้อย ปัจจัยเหล่านี้อาจทำให้ฟิลเลอร์สลายเร็วขึ้น

5.การเผาผลาญของร่างกายแต่ละคน
บางคนมีระบบเผาผลาญสูง ฟิลเลอร์อาจสลายเร็วกว่าคนทั่วไป

นอกจากนี้ แพทย์มักแนะนำให้ประเมินผลหลัง 9-12 เดือน หากเริ่มเห็นว่ามุมปากตกลงหรือฟิลเลอร์เริ่มยุบ สามารถฉีดเติมเพื่อคงผลลัพธ์ได้ โดยไม่จำเป็นต้องรอให้สลายหมด

ฉีดฟิลเลอร์แก้ปากคว่ำ ควรฉีดกี่ซีซี

การฉีดฟิลเลอร์แก้ปากคว่ำ ไม่จำเป็นต้องใช้ปริมาณมาก เพราะเป็นการฉีดเพื่อพยุงและยกมุมปาก ไม่ใช่การเพิ่มวอลลุ่มทั้งริมฝีปาก ปริมาณที่เหมาะสมจะขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของปากคว่ำ โครงสร้างใบหน้า และเทคนิคของแพทย์

ปริมาณฟิลเลอร์ที่ใช้โดยทั่วไป ประมาณ 0.2-0.5 ซีซี สำหรับการฉีดแก้ปากคว่ำโดยตรง (มุมปากทั้งสองข้าง)
• ข้างละประมาณ 0.1-0.25 ซีซี
• เป็นปริมาณที่ช่วยพยุงมุมปากให้ดูยกขึ้นอย่างดูเป็นธรรมชาติ
• ลดความเสี่ยงที่ปากจะดูแข็งหรือเป็นก้อน

ปริมาณฟิลเลอร์ตามระดับปากคว่ำ

ปากคว่ำเล็กน้อย
• ใช้ประมาณ 0.2-0.3 ซีซี
• เหมาะกับผู้ที่มุมปากตกไม่มาก หรือมีร่องมุมปากตื้น ๆ

ปากคว่ำระดับปานกลาง
• ใช้ประมาณ 0.3-0.5 ซีซี
• ช่วยยกมุมปากและลดร่องมุมปากได้ชัดเจนขึ้น

ปากคว่ำมาก
• อาจต้องใช้มากกว่า 0.5 ซีซี
• หรือทำร่วมกับหัตถการอื่น เช่น โบท็อกซ์ หรือร้อยไหม
• แพทย์มักไม่แนะนำให้ฉีดฟิลเลอร์จำนวนมากในครั้งเดียวบริเวณมุมปาก

กรณีที่ใช้ฟิลเลอร์มากขึ้น
หากฉีดฟิลเลอร์ ร่วมกับการปรับทรงปากหรือปากกระจับ
• ปริมาณรวมอาจอยู่ที่ 0.5-1 ซีซีขึ้นไป
• แบ่งฉีดเป็นหลายตำแหน่ง ไม่ได้ฉีดทั้งหมดที่มุมปาก

ทำไมไม่ควรฉีดฟิลเลอร์มากเกินไปที่มุมปาก
• เสี่ยงปากดูแข็ง ไม่เป็นธรรมชาติ
• อาจเกิดเป็นก้อนหรือไหล
• การขยับปากอาจดูผิดปกติ

การแก้ปากคว่ำที่ดี คือ เน้นการวางตำแหน่งฟิลเลอร์ให้ถูกจุดมากกว่าปริมาณ

การเตรียมตัวก่อนฉีดฟิลเลอร์แก้ปากคว่ำ

การฉีดฟิลเลอร์ยกมุมปากเป็นหัตถการที่ช่วยให้มุมปากดูยกขึ้น หน้าไม่ดูเศร้าหรือเหนื่อย เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี และลดความเสี่ยงของผลข้างเคียง การเตรียมตัวก่อนฉีดจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม โดยมีแนวทางดังนี้

1.ก่อนฉีดฟิลเลอร์แก้ปากคว่ำ ประเมินปัญหาและความคาดหวังของตัวเอง

ก่อนเข้ารับการฉีด ควรสังเกตลักษณะปากของตนเองว่า

• ปากคว่ำเล็กน้อยหรือค่อนข้างชัด
• มีร่องมุมปากหรือร่องน้ำหมากร่วมด้วยหรือไม่
• ต้องการยกมุมปากเล็กน้อยให้ดูเป็นธรรมชาติ หรือปรับรูปปากให้หวานขึ้น

การรู้ความต้องการของตัวเองจะช่วยให้แพทย์ออกแบบการรักษาได้ตรงจุดมากขึ้น

2.ก่อนฉีดฟิลเลอร์แก้ปากคว่ำควรปรึกษาแพทย์

แพทย์จะประเมินสาเหตุของปากคว่ำว่าเกิดจากเนื้อยุบและผิวขาดวอลลุ่ม กล้ามเนื้อดึงมุมปากลง หรือผิวหย่อนคล้อยจากอายุ เพื่อพิจารณาว่าฟิลเลอร์เพียงอย่างเดียวเพียงพอหรือควรทำร่วมกับหัตถการอื่น

3.ก่อนฉีดฟิลเลอร์แก้ปากคว่ำงดยาและอาหารเสริมที่ทำให้เลือดออกง่าย

ควรงดอย่างน้อย 3-7 วันก่อนฉีด ได้แก่ แอสไพริน ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs วิตามินอี น้ำมันปลา แปะก๊วย โสม และสมุนไพรบางชนิด เพื่อลดโอกาสการช้ำหรือเลือดออกใต้ผิวหนัง

4.ก่อนฉีดฟิลเลอร์แก้ปากคว่ำงดแอลกอฮอล์และบุหรี่

งดแอลกอฮอล์อย่างน้อย 24-48 ชั่วโมงก่อนฉีด ลดหรือหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ เนื่องจากแอลกอฮอล์และบุหรี่ส่งผลต่อการไหลเวียนเลือดและการฟื้นตัวของผิว

5.ก่อนฉีดฟิลเลอร์แก้ปากคว่ำควรพักผ่อนให้เพียงพอ

ควรนอนหลับให้เพียงพออย่างน้อย 6-8 ชั่วโมงก่อนวันฉีด เพื่อให้ร่างกายพร้อม ลดอาการบวมและช่วยให้ฟิลเลอร์เข้าที่ได้ดีขึ้น

6.ก่อนฉีดฟิลเลอร์แก้ปากคว่ำหลีกเลี่ยงการทำหัตถการอื่นใกล้วันฉีด

เช่น เลเซอร์รอบปาก สครับผิวแรง ๆ ทรีตเมนต์ที่ก่อให้เกิดการระคายเคือง อย่างน้อย 3-7 วันก่อนฉีด เพื่อป้องกันการอักเสบของผิว

7.ก่อนฉีดฟิลเลอร์แก้ปากคว่ำแจ้งประวัติสุขภาพให้แพทย์ทราบ

ควรแจ้งแพทย์หากเคยแพ้ฟิลเลอร์หรือยาชา มีโรคประจำตัว กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร เคยฉีดฟิลเลอร์หรือสารเติมเต็มบริเวณปากมาก่อน ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้แพทย์วางแผนการฉีดได้

8.ก่อนฉีดฟิลเลอร์แก้ปากคว่ำหลีกเลี่ยงการแต่งหน้าหนักบริเวณปากในวันฉีด

ในวันเข้ารับบริการ ควรล้างหน้าให้สะอาด และหลีกเลี่ยงลิปสติกหรือลิปทินต์ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงการติดเชื้อ

การดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์แก้ปากคว่ำ

หลังฉีดฟิลเลอร์ยกมุมปาก ผู้เข้ารับบริการสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ แต่การดูแลตัวเองอย่างถูกต้องในช่วงแรกมีความสำคัญมาก เพราะจะช่วยลดอาการบวม ช้ำ ทำให้ฟิลเลอร์เข้าที่สวย ดูเป็นธรรมชาติ และยืดอายุผลลัพธ์ให้อยู่ได้นานขึ้น

1.หลังฉีดฟิลเลอร์แก้ปากคว่ำหลีกเลี่ยงการกด นวด หรือจับมุมปาก

ในช่วง 3-7 วันแรก ควรหลีกเลี่ยงการกด นวด บีบ หรือคลึงบริเวณมุมปาก เพราะอาจทำให้ฟิลเลอร์เคลื่อนตัว รูปทรงผิดจากที่แพทย์ออกแบบไว้

2.หลังฉีดฟิลเลอร์แก้ปากคว่ำงดการอ้าปากกว้างหรือขยับปากแรง

ควรหลีกเลี่ยงการอ้าปากกว้าง หัวเราะแรง ๆ เคี้ยวอาหารแข็ง เหนียว อย่างน้อย 3-5 วันแรก เพื่อให้ฟิลเลอร์เซตตัวได้ดี

3.หลังฉีดฟิลเลอร์แก้ปากคว่ำประคบเย็นเพื่อลดบวม (ถ้ามีอาการ)

หากมีอาการบวมเล็กน้อย สามารถประคบเย็นเบา ๆ บริเวณใกล้เคียงได้ในช่วง 24 ชั่วโมงแรก โดยไม่กดแรง และไม่ประคบโดยตรงนานเกินไป

4.หลังฉีดฟิลเลอร์แก้ปากคว่ำงดแอลกอฮอล์และบุหรี่

ควรงดแอลกอฮอล์อย่างน้อย 24-48 ชั่วโมง และบุหรี่อย่างน้อย 3-7 วัน เพราะอาจทำให้บวมช้ำมากขึ้น และรบกวนการฟื้นตัวของผิว

5.หลังฉีดฟิลเลอร์แก้ปากคว่ำหลีกเลี่ยงความร้อนทุกชนิด

ในช่วง 7 วันแรก ควรหลีกเลี่ยงซาวน่า อบไอน้ำ การทำเลเซอร์ การตากแดดจัด ความร้อนอาจทำให้ฟิลเลอร์สลายเร็วขึ้น

6.หลังฉีดฟิลเลอร์แก้ปากคว่ำงดยาและอาหารเสริมที่ทำให้เลือดออกง่าย

หากไม่จำเป็น ควรงดต่อเนื่องอีก 3-7 วันหลังฉีด เช่น แอสไพริน วิตามินอี น้ำมันปลา เพื่อลดอาการช้ำใต้ผิวหนัง

7.หลังฉีดฟิลเลอร์แก้ปากคว่ำควรดื่มน้ำให้เพียงพอ

ฟิลเลอร์ชนิด HA สามารถอุ้มน้ำได้ดี การดื่มน้ำอย่างเพียงพอช่วยให้ฟิลเลอร์ดูอิ่มสวยและเข้าที่ได้ดีขึ้น

8.หลังฉีดฟิลเลอร์แก้ปากคว่ำสังเกตอาการผิดปกติ

อาการที่พบได้ปกติ เช่น บวมเล็กน้อย แดง รู้สึกตึงบริเวณมุมปาก อาการเหล่านี้มักหายได้เองภายในไม่กี่วัน  แต่หากมีอาการต่อไปนี้ ควรรีบพบแพทย์ทันที เช่น ปวดรุนแรงผิดปกติ ผิวซีด คล้ำ หรือมีสีม่วง ชาบริเวณปากหรือใบหน้า

9.หลังฉีดฟิลเลอร์แก้ปากคว่ำมาพบแพทย์ตามนัด

การติดตามผลช่วยให้แพทย์ประเมินว่าฟิลเลอร์เข้าที่ดีหรือไม่ และสามารถปรับแก้หากจำเป็น

ดูแลอย่างไรไม่ให้ปากคว่ำมากขึ้น

ปากคว่ำหรือมุมปากตกอาจเกิดจากหลายปัจจัย ทั้งกล้ามเนื้อ การแสดงสีหน้า อายุ และพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน แม้บางสาเหตุจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่การดูแลตัวเองอย่างถูกวิธีสามารถช่วยชะลอไม่ให้ปากคว่ำชัดขึ้น และช่วยให้รูปปากดูดีขึ้นในระยะยาวได้

1.ไม่ให้ปากคว่ำมากขึ้นโดยระวังการแสดงสีหน้าในชีวิตประจำวัน

หลีกเลี่ยงการทำหน้าบึ้ง เม้มปาก หรือแสดงสีหน้าไม่พอใจซ้ำ ๆ เพราะกล้ามเนื้อที่ดึงมุมปากลงจะทำงานบ่อย ทำให้ปากคว่ำชัดขึ้นโดยไม่รู้ตัว ควรฝึกผ่อนคลายกล้ามเนื้อใบหน้าให้ดูเป็นธรรมชาติ

2.ไม่ให้ปากคว่ำมากขึ้นโดยบริหารกล้ามเนื้อรอบปากอย่างสม่ำเสมอ

การออกกำลังกายกล้ามเนื้อรอบปากช่วยให้กล้ามเนื้อยกมุมปากแข็งแรงขึ้น เช่น ยิ้มกว้างค้างไว้ 5-10 วินาที ใช้นิ้วช่วยยกมุมปากเบา ๆ แล้วค้างไว้ ควรทำเป็นประจำ วันละ 5-10 นาที

3.ไม่ให้ปากคว่ำมากขึ้นโดยดูแลผิวบริเวณรอบปากให้ชุ่มชื้น

ผิวรอบปากเป็นบริเวณที่บางและแห้งง่าย ควรทาครีมบำรุง ลิปบาล์ม และกันแดดอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันผิวเสื่อมสภาพและการเกิดร่องลึกที่ทำให้มุมปากดูตกมากขึ้น

4.ไม่ให้ปากคว่ำมากขึ้นโดยหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่เร่งให้ผิวหย่อนคล้อย

เช่น สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ พักผ่อนน้อย พฤติกรรมเหล่านี้ทำให้ผิวเสื่อมเร็วและทำให้ปากคว่ำชัดขึ้น

5.ไม่ให้ปากคว่ำมากขึ้นโดยดื่มน้ำและดูแลสุขภาพโดยรวม

การดื่มน้ำเพียงพอช่วยให้ผิวอิ่มฟูและยืดหยุ่นดี รวมถึงการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เช่น โปรตีน วิตามินซี และไขมันดี ช่วยชะลอการเสื่อมของผิว

6.ไม่ให้ปากคว่ำมากขึ้นโดยเลี่ยงการขยับปากแรงเกินจำเป็น

เช่น การกัดฟัน เม้มปากบ่อย ๆ หรือเคี้ยวของแข็งนาน ๆ เพราะจะทำให้กล้ามเนื้อดึงมุมปากทำงานหนักขึ้น

7.ไม่ให้ปากคว่ำมากขึ้นโดยใช้เทคนิคการแต่งหน้าช่วยเสริม

การเขียนขอบปากให้มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย เลือกสีลิปสติกที่ช่วยให้ปากดูสดใส จะช่วยลดความเด่นของปากคว่ำในชีวิตประจำวัน

8.ไม่ให้ปากคว่ำมากขึ้นโดยปรึกษาแพทย์เมื่อเริ่มมุมปากตก

หากเริ่มรู้สึกว่าปากคว่ำมากขึ้น การปรึกษาแพทย์ตั้งแต่ระยะแรก จะช่วยให้เลือกหัตถการที่เหมาะสมได้

สรุปเกี่ยวกับปัญหาปากคว่ำ

ปากคว่ำไม่ใช่โรคหรือความผิดปกติ แต่เป็นลักษณะเฉพาะที่เกิดจากหลายปัจจัย ทั้งพันธุกรรม กล้ามเนื้อ การแสดงสีหน้า อายุ และพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน แม้จะไม่ส่งผลเสียต่อสุขภาพโดยตรง แต่สามารถส่งผลต่อภาพลักษณ์ ความมั่นใจ และการสื่อสารกับผู้อื่นได้

ปัจจุบันมีทั้งวิธีดูแลตัวเองเพื่อชะลอไม่ให้ปากคว่ำมากขึ้น และวิธีแก้ไขทางการแพทย์ เช่น ฟิลเลอร์ยกมุมปาก โบท็อกซ์ยกมุมปาก ร้อยไหม หรือศัลยกรรม ซึ่งแต่ละวิธีเหมาะกับสาเหตุและระดับปัญหาที่แตกต่างกัน สำหรับผู้ที่ต้องการแก้ปากคว่ำ การเลือกวิธีที่เหมาะสมควรเริ่มจากการปรึกษาแพทย์ เพื่อประเมินปัญหาอย่างถูกต้อง

* ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับเฉพาะบุคคล
* เงื่อนไขตามบริษัทฯ กำหนด
* ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลง*
แนะนำให้สอบถามกับเจ้าหน้าที่ก่อนเข้ารับบริการ
เพื่อความชัวร์และได้สิทธิ์ที่คุ้มที่สุดค่ะ
ปรึกษาฟรี พร้อมรับ โปรโมชั่นพิเศษ ก่อนใคร
romrawin
โปรโมชั่นต่างๆ
เรื่อง บทความน่ารู้ ที่คุณอาจสนใจ