fb
25

เทรนด์ปากสวยรับปี 2026 มีทรงไหนบ้าง เลือกแบบไหนดีให้เหมาะกับเรา

10 ทรงปากสวย ยอดฮิตให้หน้าดูมีมิติ เสริมความมั่นใจ
การปั้นทรงปากสวย ถือเป็นอีกหนึ่งหัตถการที่มาแรง เพราะปากเป็นอวัยวะสำคัญบนใบหน้า การที่เรามีทรงปากสวยเหมาะรูปหน้าของเราจะทำให้หน้าเราดูมีมิติ ละมุนมากขึ้น บทความนี้จะให้ข้อมูลเกี่ยวกับการเลือกทรงปากว่ามีทั้งหมดกี่ทรง ทรงไหนทำแล้วปากสวย เข้ากับใบหน้าของเรา แล้วต้องฉีดกี่ cc ถึงเหมาะสม ไม่ทำให้ปากดูล้นเกิน รวมไปถึงการเตรียมตัวและข้อควรระวังก่อนทำปากสวย เพื่อประกอบการตัดสินใจในการทำหัตถการ

รวมทุกหัวข้อเกี่ยวกับการทำหัตถการให้ปากสวย

การทำปากสวยมีวิธีไหนบ้าง
ควรทำปากสวยด้วยวิธีไหนดีที่สุด
ใครเหมาะกับการทำหัตถการปากสวย
ใครควรหลีกเลี่ยงการทำหัตถการปากสวย
ก่อนตัดสินใจทำหัตถการฉีดปากสวยมีเรื่องอะไรบ้างที่ควรรู้
10 ทรงปากสวยยอดฮิตรับปี 2026
วิธีการดูโครงหน้าว่าทรงปากสวยแบบไหนเหมาะกับหน้าเรา
ทรงปากสวยควรปรับด้วยการฉีดฟิลเลอร์กี่ cc
หัตถการฉีดปากสวยควรใช้ฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนดี
การดูแลตัวเองหลังทำหัตถการปากสวย
คำถามยอดฮิตเกี่ยวกับหัตถการปากสวย
สรุปทุกเรื่องเกี่ยวหัตถการปากสวย

การทำปากสวยมีวิธีไหนบ้าง

โดยหลัก ๆ วิธีทำให้รูปปากสวยได้สัดส่วน สามารถแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่คือ การศัลยกรรมปากเพื่อทำปากสวย และการฉีดฟิลเลอร์ปาก เพื่อให้ปากสวยขึ้น แต่ละวิธีเหมาะกับปัญหาและความต้องการที่ต่างกัน

1.การศัลยกรรมทำปากสวย (Lip Surgery)

เป็นการผ่าตัดเพื่อแก้โครงสร้างปากโดยตรง

ศัลยกรรมปากสวยคืออะไร
คือการตัด เย็บ หรือปรับเนื้อเยื่อปาก เพื่อเปลี่ยนรูปทรง เช่น ทำให้ปากบางลง หนาขึ้น ยกมุมปาก หรือปรับความยาวริมฝีปาก

ศัลยกรรมปาก คืออะไร มีทั้งหมดกี่แบบ ต่างกันอย่างไร

รูปแบบการศัลยกรรมปากสวยที่พบบ่อย
• ศัลยกรรมปากบาง
• ศัลยกรรมปากกระจับ
• การยกริมฝีปาก

2.การฉีดฟิลเลอร์ปากสวย (Lip Filler)

การฉีดฟิลเลอร์ปากสวยเป็นวิธีที่นิยมมากในปัจจุบัน เพราะไม่ต้องผ่าตัด เห็นผลเร็ว

ฟิลเลอร์ปากสวยคืออะไร
คือการฉีดสาร Hyaluronic Acid (HA) เข้าไปในริมฝีปาก เพื่อเพิ่มวอลลุ่มและปรับรูปทรง

ฉีดฟิลเลอร์ปากครั้งแรก แก้ปัญหาปากไม่ได้รูป อันตรายไหม

ฟิลเลอร์ปากสวยช่วยอะไรได้บ้าง
• ทำให้ปากอวบอิ่ม ดูสุขภาพดี
• ปรับทรงปาก เช่น กระจับ ปากสายฝอ ปากเกาหลี
• แก้ปากแห้ง แตก ร่องลึก
• ปรับสมดุลปากบน-ล่าง

ลักษณะผลลัพธ์ที่เห็นได้หลังทำปากสวย
• ปากดูฟูขึ้น แต่ยังนุ่ม
• ทาลิปสวย ขอบปากชัด
• หน้าดูละมุนขึ้นทันทีหลังทำ

10 ทรงปาก ยอดนิยมมีอะไรบ้าง เลือกทรงไหนให้เข้ากับใบหน้า

ควรทำปากสวยด้วยวิธีไหนดีที่สุด

ก่อนเลือกวิธีทำปากสวยว่าควรเลือกวิธีไหนระหว่าง การฉีดฟิลเลอร์ปากและการศัลยกรรมปาก

การศัลยกรรมปากสวย

จุดแข็งของการศัลยกรรมปากสวย
• แก้โครงสร้างไม่ใช่แค่เพิ่มปริมาตร
• ทรงปากคม ชัด อยู่ได้นาน
• ไม่ต้องกังวลเรื่องฟิลเลอร์สลายหรือเป็นก้อนในอนาคต

ข้อจำกัดของการศัลยกรรมปากสวย
• มีแผลผ่าตัด
• ต้องพักฟื้น
• หากไม่ชอบทรง แก้ไขยาก

การฉีดฟิลเลอร์ปากสวย

จุดแข็งของฉีดฟิลเลอร์ปากสวย
• ไม่ต้องผ่าตัด
• เห็นผลทันที
• ปรับทรงได้อย่างละเอียด ละมุน
• หากไม่ชอบ สามารถสลายได้

ข้อจำกัดที่ต้องรู้ของการฉีดฟิลเลอร์ปากสวย
• ไม่ถาวร ต้องเติมซ้ำ
• ไม่สามารถแก้โครงสร้างปากที่ผิดรูปมาก ๆ ได้
• หากฉีดมากเกินไป ปากอาจดูแข็งหรือผิดธรรมชาติ

ใครเหมาะกับการทำหัตถการปากสวย

การทำหัตถการปากสวยไม่ได้เหมาะกับทุกคนในลักษณะเดียวกัน การทำปากสวยจะพิจารณาจาก ปัญหาปากเดิม และ ผลลัพธ์ที่ต้องการ เป็นหลัก ไม่ใช่ดูแค่ว่าเทรนด์ปากสวยปัจจุบันกำลังนิยมแบบไหน เพราะริมฝีปากเป็นจุดศูนย์กลางของใบหน้า หากปรับอย่างเหมาะสมจะช่วยเสริมเสน่ห์ได้มาก แต่หากทำเกินความจำเป็นอาจทำให้ใบหน้าดูไม่สมดุลได้

คนที่เหมาะทำหัตถการปากสวย

1.ผู้ที่ริมฝีปากบาง หรือขาดความอิ่มเหมาะทำหัตถการปากสวย
• ปากดูแบน ไม่มีมิติ
• ทาลิปแล้วไม่สวย
• เหมาะกับการฉีดฟิลเลอร์เพื่อเพิ่มวอลลุ่ม

2.ผู้ที่รูปทรงปากไม่ชัดเหมาะทำหัตถการปากสวย
• ขอบปากเบลอ
• ปากดูไม่เป็นทรง
• ฟิลเลอร์ช่วยเน้นขอบปากให้ชัดขึ้น

3.ผู้ที่ปากบน-ล่างไม่สมดุลเหมาะทำหัตถการปากสวย
• ปากบนบางกว่าปากล่าง หรือกลับกัน
• ปากดูเบี้ยวเล็กน้อย
• หัตถการช่วยปรับสมดุลให้ดูเข้าที่

4.ผู้ที่มุมปากตกเหมาะทำหัตถการปากสวย
• หน้าดูเหนื่อยหรือไม่เป็นมิตร
• การปรับรูปปากช่วยให้หน้าดูสดใสขึ้น

5.ผู้ที่อายุเพิ่มขึ้นแล้วปากยุบเหมาะทำหัตถการปากสวย
• ริมฝีปากแห้ง มีร่องลึก
• ปากไม่อิ่มเหมือนเดิม
• ฟิลเลอร์ช่วยคืนความอ่อนวัย

6.ผู้ที่มีปัญหาโครงสร้างปากชัดเจนเหมาะทำหัตถการปากสวย
• ปากหนามาก ปากยาว หรือรูปปากผิดรูป
• เหมาะกับการศัลยกรรมปากมากกว่าการฉีด

7.ผู้ที่อยากปรับลุคให้ดูหวาน ละมุน เหมาะทำหัตถการปากสวย
• ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนเยอะ
• ปรับเล็กน้อยก็เห็นผลกับภาพรวมของใบหน้า

ใครควรหลีกเลี่ยงการทำหัตถการปากสวย

การทำปากสวยไม่ใช่หัตถการที่เหมาะกับทุกคน แพทย์จะพิจารณาอย่างรอบคอบว่าโครงสร้างปาก สุขภาพช่องปาก และสภาพร่างกายโดยรวม เอื้อต่อการทำหัตถการปากสวยหรือไม่ เพื่อหลีกเลี่ยงภาวะแทรกซ้อนและผลลัพธ์ที่ไม่สวยงาม

กลุ่มที่มีข้อจำกัดควรหลีกเลี่ยงการทำหัตถการปากสวย

• ผู้ที่มีริมฝีปากบางและเล็กมากตั้งแต่กำเนิด
การผ่าตัดหรือปรับรูปปากอาจทำให้เนื้อปากเหลือน้อยเกินไป ส่งผลให้ปากปิดไม่สนิท รูปปากดูแข็งหรือผิดสัดส่วน

• ผู้ที่มีภาวะปากบวมใหญ่จากเนื้อเยื่อผิดปกติ (Pseudo macrocheilia)
เป็นภาวะที่ปากดูใหญ่จากการบวมหรือเนื้อเยื่อ ไม่ใช่ความหนาปกติ การผ่าตัดอาจทำให้อาการแย่ลง

• ผู้ที่มีปัญหาการหุบปากไม่สนิทอยู่เดิม
การศัลยกรรมปากอาจรบกวนกล้ามเนื้อและทำให้ปัญหานี้ชัดเจนขึ้น ส่งผลต่อการพูดและการใช้ชีวิตประจำวัน

กลุ่มที่มีปัญหาโครงสร้างเหงือกและฟันควรหลีกเลี่ยงการทำหัตถการปากสวย

• ผู้ที่ยิ้มแล้วเห็นเหงือกมาก
การปรับรูปปากสวย โดยเฉพาะการผ่าตัด อาจทำให้เห็นเหงือกมากขึ้น และทำให้ใบหน้าดูไม่สมดุล

• ผู้ที่มีฟันยื่น ฟันเก หรือการสบฟันผิดปกติ
ควรแก้ไขปัญหาทางทันตกรรมก่อน เพราะโครงสร้างฟันมีผลโดยตรงต่อรูปทรงริมฝีปาก

กลุ่มที่มีโรคประจำตัวหรือภาวะร่างกายที่เสี่ยงควรหลีกเลี่ยงการทำหัตถการปากสวย

• ผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือโรคเกี่ยวกับการแข็งตัวของเลือด
มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ เลือดออกมาก และแผลหายช้า โดยเฉพาะในกรณีผ่าตัด

• ผู้ที่กำลังมีปัญหาสุขภาพในช่องปาก
เช่น เหงือกอักเสบ แผลในปาก หรือการติดเชื้อ ควรรักษาให้หายก่อนทำหัตถการใด ๆ

• ผู้ที่ตั้งครรภ์หรืออยู่ระหว่างให้นมบุตร
ควรหลีกเลี่ยงหัตถการที่เกี่ยวข้องกับยาชา ยาแก้ปวด หรือสารฟิลเลอร์ เพื่อความปลอดภัยของทารก

• ผู้ที่มีประวัติแพ้สารฟิลเลอร์ Hyaluronic Acid
ไม่เหมาะกับการฉีดฟิลเลอร์ปาก เนื่องจากเสี่ยงเกิดอาการแพ้รุนแรง

กลุ่มที่ยังไม่พร้อมทางด้านจิตใจและการดูแลตัวเอง ควรหลีกเลี่ยงการทำหัตถการปากสวย

• ผู้ที่ไม่สามารถรับการพักฟื้นหรือดูแลหลังทำหัตถการปากสวยได้
เช่น ไม่มีเวลา งดอาหารบางประเภทไม่ได้ หรือไม่สามารถปฏิบัติตามคำแนะนำแพทย์

• ผู้ที่มีสภาพจิตใจไม่มั่นคง หรือคาดหวังผลลัพธ์เกินจริง
อาจรู้สึกไม่พอใจกับผลลัพธ์ แม้ทำออกมาเหมาะสมแล้วตามหลักการแพทย์

ก่อนตัดสินใจทำหัตถการฉีดปากสวยมีเรื่องอะไรบ้างที่ควรรู้

การฉีดฟิลเลอร์ปากสวยเป็นหัตถการที่ทำได้รวดเร็ว และหากใช้ฟิลเลอร์แท้พร้อมเทคนิคถูกต้องโดยแพทย์ จะถือว่าไม่อันตรายแต่ไม่ได้แปลว่า ทำได้กับทุกคนโดยไม่ต้องเตรียมตัว เพราะปากเป็นบริเวณที่บวมง่าย เคลื่อนไหวตลอดเวลา และมีความเสี่ยงด้านการอักเสบ เป็นก้อน หรือเการอุดตันของเส้นเลือด ดังนั้นสิ่งสำคัญก่อนทำหัตถการฉีดปากสวย คือการทำความเข้าใจให้ครบก่อนตัดสินใจ

1) สิ่งที่ควรเข้าใจก่อน ฉีดฟิลเลอร์ปากสวยทำอะไรได้ และทำอะไรไม่ได้

ฉีดฟิลเลอร์ปากสวยเด่นเรื่อง เติมและปรับรายละเอียด ได้แก่
• เพิ่มความอิ่มฟูให้ริมฝีปากดูสุขภาพดี
• ปรับสัดส่วนปากบน-ล่างให้สมดุลขึ้น
• เติมร่องปาก ลดรอยย่น ทำให้ทาลิปสวยขึ้น
• ช่วยให้ขอบปากดูชัดขึ้น (ในระดับหนึ่ง)
• แก้ความไม่เท่ากันเล็กน้อย

แต่การฉีดฟิลเลอร์ปากสวย ไม่ใช่การแก้โครงสร้าง เช่น
• ปากเบี้ยวจากโครงกระดูก/การสบฟันผิดปกติ
• ปัญหากล้ามเนื้อทำให้มุมปากตกมาก
• ริมฝีปากยาวมากหรือเห็นเหงือกมากจากโครงสร้าง

กรณีเหล่านี้อาจต้องประเมินร่วมกับการรักษาอื่น หรือศัลยกรรมปากสวยแทนการฉีดฟิลเลอร์ปาก

2) ข้อดีของการฉีดฟิลเลอร์ปากสวย

• ฟิลเลอร์กลุ่ม Hyaluronic Acid (HA) สามารถสลายได้เองตามกระบวนการทำงานของร่างกาย
• เห็นการเปลี่ยนแปลงทันทีหลังฉีดฟิลเลอร์ปากสวย
• ใช้เวลาทำไม่นาน และมักไม่ต้องพักฟื้นยาว
• ปรับทรงได้หลากหลายและละเอียดมากกว่าการแต่งหน้า
• หากผลลัพธ์ไม่ถูกใจ ยังมีทางแก้ เช่น ปรับแก้ เติมเพิ่ม หรือสลายในกรณีจำเป็น

3) ข้อจำกัด ข้อเสียที่ควรรู้ ในการฉีดฟิลเลอร์ปากสวย

• ผลลัพธ์ไม่ถาวร ต้องมีการเติมซ้ำเมื่อเริ่มสลาย
• ความสวยของทรงปากขึ้นกับ การประเมินและเทคนิคแพทย์ มากกว่ายี่ห้อ
• หากทำกับผู้ไม่ใช่แพทย์ หรือใช้สารไม่ได้มาตรฐาน ความเสี่ยงจะสูงขึ้นมาก

4) การเตรียมตัวก่อนฉีดฟิลเลอร์ปากสวย

• หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ก่อนทำอย่างน้อย 24 ชั่วโมง
• งดกิจกรรมหนักก่อนทำประมาณ 24 ชั่วโมง (เพื่อไม่ให้เลือดสูบฉีดมาก)
• หลีกเลี่ยงกลุ่มที่เพิ่มโอกาสช้ำ เลือดออกง่ายล่วงหน้า (เช่น วิตามิน/สมุนไพรบางชนิด) ตามคำแนะนำแพทย์
• ถ้ามีประวัติเริม ควรแจ้งแพทย์ก่อนฉีดฟิลเลอร์ปากสวย เพื่อพิจารณาป้องกันการกำเริบ

5) อาการปกติหลังฉีดฟิลเลอร์ปากสวย vs สัญญาณอันตรายที่ต้องรีบพบแพทย์

อาการที่พบได้และมักปกติ
• บวมตึง 2-3 วัน (บางคนมากกว่านั้นเล็กน้อย)
• ช้ำเล็กน้อย
• รู้สึกตึงหรือเป็นไตเล็ก ๆ ในช่วงแรก มักค่อย ๆ นิ่มลง

สัญญาณอันตราย
• ปวดมากผิดปกติ หรือปวดร่วมกับผิวซีด คล้ำเป็นปื้น
• มีแผลพุพอง สีผิวเปลี่ยนชัดเจน หรือชา เย็นผิดปกติ
• บวมแดงร้อนมาก มีหนอง หรือมีไข้ เสี่ยงติดเชื้อ

อาการเหล่านี้ต้องให้แพทย์ประเมินทันที เพราะอาจเกี่ยวกับภาวะแทรกซ้อนสำคัญ

10 ทรงปากสวยยอดฮิตรับปี 2026

ปัจจุบันการฉีดฟิลเลอร์ปากสวยไม่ได้จำกัดแค่ทรงเกาหลีหรือสายฝอเท่านั้น แต่มีทรงปากสวยอีกหลากหลายทรงที่ให้ความรู้สึกและบุคลิกต่างกัน การเลือกทรงปากสวยที่เหมาะกับโครงหน้าและสไตล์ส่วนตัว จะช่วยให้ใบหน้าดูมีเสน่ห์ขึ้น

1) ทรงปากสวย Natural

• ปากดูอิ่มขึ้นแบบพอดี
• ปากบนเล็กกว่าปากล่างเล็กน้อย
• เหมาะกับคนปากบาง อยากดูสุภาพ ละมุน

2) ทรงปากสวย Cupid's Bow

• ปากบนเป็นรูปตัว M ชัด
• ให้ลุคหวาน น่ารัก แต่ยังมีมิติ
• เหมาะกับคนที่มีทรงปากบนสวยอยู่แล้ว แต่ขอบไม่ชัด

3) ทรงปากสวยกระจับละมุน (Soft Kratup)

• กระจับไม่คม ไม่แหลม
• ลุคดูหวาน
• เหมาะกับโครงหน้าคนไทย และคนที่ไม่อยากให้เห็นว่าทำมา

4) ทรงปากสวยอวบอิ่มเซ็กซี่ (Sexy Plump)

• ปากบนและล่างดูอิ่มขึ้นชัดเจน
• ขอบปากดูคมขึ้น แต่ไม่หนาเกิน
• เหมาะกับคนที่อยากให้ปากเด่นขึ้นเวลาถ่ายรูปหรือแต่งหน้า

5) ทรงปากสวยเกาหลี

• ปากอิ่มเล็กน้อย ดูฉ่ำสุขภาพดี
• มุมปากยกเล็กน้อย
• ให้ลุคหน้าเด็ก ละมุน น่ารัก

6) ทรงปากสวยเชอร์รี่ (Cherry Lips)

• เน้นความอิ่มตรงกลางปาก
• ปากดูน่ารัก มีมิติ
• เหมาะกับคนปากบางที่อยากเพิ่มวอลลุ่มแบบไม่กระจายทั้งปาก

7) ทรงปากสวยปีกนก (Winged Smile Lips)

• มุมปากดูยกขึ้น
• ใบหน้าดูเป็นมิตร สดใส
• เหมาะกับคนที่มุมปากตก หรือหน้าดูดุโดยไม่ตั้งใจ

8) ทรงปากสวยสายฝอ (Soft Western Lips)

• ขอบปากชัด ปากดูแน่นและอิ่ม
• ลดความแข็งจากสายฝอสไตล์เก่า
• เหมาะกับคนโครงหน้าชัด

9) ทรงปากสวย Heavy Lower Lips

• ปากล่างอิ่มเด่นกว่าปากบน
• ให้ลุคหน้าเด็ก
• เหมาะกับคนที่ปากบนเด่นอยู่แล้ว

10) ทรงปากสวย Full Lips

• ปากบนและล่างอิ่มเท่ากัน
• ปากดูเต็ม ชัด มีพลัง
• เหมาะกับคนโครงหน้าคม และรับกับปากที่เด่น

วิธีการดูโครงหน้าว่าทรงปากสวยแบบไหนเหมาะกับหน้าเรา

ทรงปากสวย ต้องสมดุลกับโครงหน้า ฟัน และสัดส่วนโดยรวม

ก่อนเลือกทรงปากสวย ให้ดู 5 จุดสำคัญต่อไปนี้

1) ดูรูปหน้าโดยรวม (Face Shape) ในการเลือกทรงปากสวย

• หน้าเรียว / หน้าไข่
เหมาะกับทรงปากสวย ทรงปกติ, ปากเกาหลี, กระจับละมุน
เหตุผล หน้าเดิมมีความสมดุลอยู่แล้ว เติมเพียงเล็กน้อยก็สวย
ข้อควรเลี่ยง ปากอวบหนาเกินไป จะทำให้หน้าดูหนัก

• หน้ากลม
เหมาะกับทรงปากสวย ปากปีกนก, กระจับเบา ๆ , ปากที่มีมุมยก
เหตุผล ช่วยดึงสายตาให้หน้าดูยาวขึ้น
ข้อควรเลี่ยง ปากกลมหนามาก จะยิ่งทำให้หน้าดูกลม

• หน้าเหลี่ยม
เหมาะกับทรงปากสวย ปากอิ่มแบบนุ่ม, ขอบไม่คม, Sexy Plump
เหตุผล ช่วยลดความแข็งของกรอบหน้า
ข้อควรเลี่ยง ปากทรงคมจัด หรือขอบชัดเกิน

2) ดูสัดส่วนปากบน-ปากล่างในการเลือกทรงปากสวย

• ปากบนบางกว่าล่างเล็กน้อย เหมาะกับทรงปากสวยธรรมชาติ
• ปากบนหายหรือแบน เหมาะกับทรงปากสวย Cupid’s Bow เติมปากบนแบบมีมิติ
• ปากล่างใหญ่กว่ามาก ควรเน้นทรงปากสวยแบบสมดุล ไม่ขยายเพิ่มมากเกิน

3) ดูความกว้างของปากในการเลือกทรงปากสวย

• ปากแคบ เหมาะกับทรงปากสวย Wide Lips หรือปีกนก
• ปากกว้างอยู่แล้ว เหมาะกับทรงปากสวยอิ่มแบบไม่ขยายด้านข้างเพิ่ม

4) ดูมุมปากและการยิ้มในการเลือกทรงปากสวย

• มุมปากตก เหมาะกับทรงปากสวยปีกนก / ยกมุมปาก
• ยิ้มแล้วเห็นเหงือกมาก ต้องระวังการเติมปากบนมากเกินไป

5) ดูโครงฟันและคางในการเลือกทรงปากสวย

• ฟันยื่น ไม่ควรเติมปากให้หนามาก
• คางสั้น ปากอิ่มมากอาจทำให้หน้าดูสั้น
• คางยาว ปากอิ่มแบบสมดุลช่วยให้หน้าดูละมุน
• ปาก คาง และจมูก ต้องสัมพันธ์กันเสมอ

ทรงปากสวยควรปรับด้วยการฉีดฟิลเลอร์กี่ cc

คำถามว่า ทรงปากสวยควรปรับด้วยการฉีดฟิลเลอร์กี่ cc นี้ไม่มีตัวเลขตายตัว เพราะ ปริมาณฟิลเลอร์ที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับโครงสร้างปากเดิมและผลลัพธ์ที่ต้องการ

การปรับทรงปากสวยในการฉีดฟิลเลอร์ต้องเริ่มจากน้อย แล้วค่อยประเมินเพิ่ม เพื่อให้ปากดูสวย และลดความเสี่ยงในการเกิดก้อนหรือปากแข็ง

ปริมาณฟิลเลอร์ที่ใช้โดยทั่วไปในการฉีดปรับทรงปากสวย

0.5 cc
• เหมาะกับ คนปากบางเล็กน้อย หรืออยากปรับทรงเล็ก ๆ
• ผลลัพธ์ ปากดูชุ่มขึ้น ขอบชัดขึ้นเล็กน้อย

1 cc (ปริมาณยอดนิยม)
• เหมาะกับ คนปากบางถึงปานกลาง
• ผลลัพธ์ ปากดูอิ่มขึ้นชัดเจน
• มักแบ่งฉีดบน-ล่างเพื่อความสมดุล

1.5-2 cc
• เหมาะกับ คนปากบางมาก หรืออยากได้ปากอิ่มขึ้นแบบเห็นชัด
• ผลลัพธ์ ปากดูเต็ม มีมิติ เหมาะกับทรงอวบอิ่มหรือสายฝอแบบนุ่ม
• มักฉีดแบบแบ่งครั้ง ไม่ฉีดใส่ทั้งหมดในครั้งเดียว

มากกว่า 2 cc
• เหมาะกับ คนที่มีเนื้อปากเยอะอยู่แล้ว และต้องการลุคเด่นชัด
• ต้องระวัง เสี่ยงปากแข็ง เป็นก้อน หรือดูไม่เป็นธรรมชาติ

ปัจจัยที่แพทย์ใช้ตัดสินใจเลือกปริมาณปรับทรงปากสวย

• ความบาง-หนาของริมฝีปากเดิม
• สัดส่วนปากบน-ล่าง
• ความกว้างของปาก
• ทรงปากที่ต้องการ (ธรรมชาติ / หวาน / เซ็กซี่)
• โครงหน้าโดยรวม และการยิ้ม

ทำไมไม่แนะนำให้ฉีดจำนวน cc ในการปรับทรงปากสวยเยอะตั้งแต่ครั้งแรก

• ปากเป็นบริเวณที่บวมง่าย
• ถ้าฉีดมากเกินตั้งแต่แรก แก้ไขยาก
• ฟิลเลอร์ต้องมีเวลาคลายตัวและเข้าที่

หัตถการฉีดปากสวยควรใช้ฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนดี

ฟิลเลอร์ในการปรับทรงปากสวยต้องเหมาะกับริมฝีปาก และใช้ถูกตำแหน่ง ถูกเทคนิค เพราะปากเป็นบริเวณที่ผิวบาง เคลื่อนไหวตลอดเวลา และต้องการความนุ่มเป็นพิเศษ

ดังนั้นฟิลเลอร์ที่เหมาะกับปาก จะมีคุณสมบัติเฉพาะต่างจากฟิลเลอร์ที่ใช้ฉีดคางหรือร่องลึก

คุณสมบัติของฟิลเลอร์ที่เหมาะกับการฉีดปากสวย

ฟิลเลอร์ที่ดีสำหรับริมฝีปาก ควรมีลักษณะดังนี้

เป็น Hyaluronic Acid (HA)
• สลายได้เองตามกระบวนการทำงานของร่างกาย
• ไม่ตกค้างในร่างกาย
• สามารถสลายได้

เนื้อฟิลเลอร์ นุ่ม ยืดหยุ่นสูง
• ปากจะขยับ พูด ยิ้ม
• ลดโอกาสเป็นก้อนหรือแข็ง

สามารถ อุ้มน้ำได้ดี
• ปากดูชุ่ม ฉ่ำ สุขภาพดี
• ช่วยลดปัญหาปากแห้ง แตกเป็นร่อง

ถูกออกแบบมาเฉพาะสำหรับบริเวณริมฝีปาก
• ไม่แข็ง ไม่ดันเป็นก้อน
• เก็บขอบปากได้เนียน

ฟิลเลอร์แบบไหน เหมาะกับทรงปากสวยแต่ละสไตล์

หลักการเลือกฟิลเลอร์สำหรับริมฝีปากสวย คือ ทรงแบบสมดุล เนื้อยิ่งต้องนิ่มและยืดหยุ่น ทรงอวบเด่น เนื้อควรฟูและพยุงทรงได้ดี

ทรงปากสวยเกาหลี / ปากกระจับ
ฟิลเลอร์ที่เหมาะ

• Juvederm Volift
เนื้อนุ่ม กึ่งฟู อยู่ได้ประมาณ 12 เดือน

• Restylane Refyne
ยืดหยุ่นสูง ขยับตามการแสดงสีหน้าได้ดี อยู่ได้ราว 12 เดือน

• Restylane Volyme
เพิ่มวอลลุ่มแบบนุ่ม อยู่ได้ค่อนข้างนาน

• Definisse Touch
เนื้อเบา เก็บทรงละมุน

• Teoxane RHA2
เน้นความยืดหยุ่นและความเป็นธรรมชาติ

ทรงปากสวยอวบอิ่ม เซ็กซี่ แบบสายฝอ
ฟิลเลอร์ที่เหมาะ

• Juvederm Ultra Plus
เนื้อฟู ปั้นทรงชัด

• Juvederm Voluma
พยุงทรงได้ดี อยู่ได้นาน

• Restylane Kysse
ออกแบบมาเพื่อปากโดยเฉพาะ ให้ทั้งวอลลุ่มและความยืดหยุ่น

• Belotero Volume
เนื้อแน่นแต่ไม่แข็ง

การดูแลตัวเองหลังทำหัตถการปากสวย

• ดื่มน้ำให้เพียงพอ
ช่วยให้ริมฝีปากชุ่มชื้น ฟิลเลอร์เข้าที่และดูสวยขึ้น

• หลีกเลี่ยงการจับ นวด บีบ หรือดึงริมฝีปาก
ป้องกันฟิลเลอร์เคลื่อนหรือเป็นก้อน

• งดทาลิปสติกและงดใช้หลอดดูด
อย่างน้อย 12 ชั่วโมงแรก เพื่อลดแรงกดและการระคายเคือง

• เลี่ยงของร้อน แอลกอฮอล์ และอาหารรสจัด
อย่างน้อย 48 ชั่วโมง ลดอาการบวมและอักเสบ

• งดออกกำลังกายหรือกิจกรรมหนัก
อย่างน้อย 48 ชั่วโมง เพื่อลดการบวมช้ำ

• พักผ่อนให้เพียงพอ
ช่วยให้แผลและอาการบวมยุบเร็วขึ้น

คำถามยอดฮิตเกี่ยวกับหัตถการปากสวย

1) ฉีดฟิลเลอร์ปากเจ็บไหม
โดยทั่วไปจะเจ็บน้อย เพราะมีการทายาชาและฟิลเลอร์ส่วนใหญ่ผสมยาชาอยู่แล้ว ขณะฉีดอาจรู้สึกตึงหรือจี๊ดเล็กน้อย หลังทำอาจบวมตึง 1-3 วัน ซึ่งเป็นอาการปกติและจะค่อย ๆ ดีขึ้น

2) ฉีดฟิลเลอร์ปากแล้วดูปลอมหรือไม่
ถ้าใช้ฟิลเลอร์ที่เหมาะกับริมฝีปาก และฉีดในปริมาณพอดีโดยแพทย์ ปากจะดูละมุน ไม่แข็ง ไม่เป็นก้อน ปัญหาปากปลอมมักเกิดจากการฉีดมากเกินไปหรือเทคนิคไม่เหมาะสม

3) ฟิลเลอร์ปากอยู่ได้นานแค่ไหน ต้องฉีดซ้ำหรือไม่
ฟิลเลอร์ปากอยู่ได้ประมาณ 6-18 เดือน ขึ้นกับชนิดฟิลเลอร์และการดูแลตัวเอง หลังจากฟิลเลอร์เริ่มสลาย สามารถฉีดซ้ำ โดยควรให้แพทย์ประเมินก่อนทุกครั้งเพื่อไม่ให้เกิดการสะสมมากเกินไป

สรุปทุกเรื่องเกี่ยวหัตถการปากสวย

การทำปากสวยต้องดูถึงโครงหน้าเดิมว่า เราเหมาะกับทรงปากแบบไหน วิธีที่นิยมที่สุดคือการฉีดฟิลเลอร์ ซึ่งช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ปรับขอบปากให้ชัด แก้ปัญหาปากบาง ปากไม่เท่ากัน หรือมุมปากตก นอกจากนี้ยังมีการฉีดไขมัน การฉีดสารกระตุ้นคอลลาเจน และการเลเซอร์ริมฝีปากเพื่อให้สีปากดูสดใสขึ้น

หัตถการปากสวยเป็นทางเลือกหนึ่งที่ช่วยเสริมความมั่นใจและความสวยงามได้ หากศึกษาข้อมูลให้เข้าใจ เลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน และมีความคาดหวังที่เหมาะสม ก็จะได้ผลลัพธ์ที่สวยและไม่เป็นอันตรายในระยะยาว

* ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับเฉพาะบุคคล
* เงื่อนไขตามบริษัทฯ กำหนด
* ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลง*
แนะนำให้สอบถามกับเจ้าหน้าที่ก่อนเข้ารับบริการ
เพื่อความชัวร์และได้สิทธิ์ที่คุ้มที่สุดค่ะ
ปรึกษาฟรี พร้อมรับ โปรโมชั่นพิเศษ ก่อนใคร
โปรโมชั่นต่างๆ
romrawin
'
เรื่อง บทความน่ารู้ ที่คุณอาจสนใจ