Morpheus8 vs Ulthera Prime ต่างกันอย่างไรเลือกทำแบบไหนดี
Morpheus8 vs Ulthera Prime
Morpheus8 vs Ulthera Prime ต่างกันอย่างไรเลือกทำแบบไหนดี
Morpheus8 vs Ulthera Prime เป็นสองโปรแกรมยกกระชับที่มาแรง มากในตอนนี้ เพราะนอกจากจะช่วยแก้ปัญหาผิวได้อย่างหลากหลายแล้ว ยังเห็นผลลัพธ์หลังทำได้แบบชัดเจน แต่ถ้าใครยังไม่เคยทำ Morpheus8 vs Ulthera Prime อาจจะยังไม่รู้ว่าควรเลือกแบบไหนดี เรามาดูความแตกต่างของสองโปรแกรมนี้กัน
รวมทุกหัวข้อเกี่ยวกับ Morpheus8 vs Ulthera Prime
- Morpheus8 vs Ulthera Prime คืออะไร
- Morpheus8 vs Ulthera Prime มีหลักการทำงานอย่างไร
- Morpheus8 vs Ulthera Prime ทำงานกับชั้นผิวอย่างไร
- Morpheus8 vs Ulthera Prime กระตุ้นคอลลาเจนอย่างไร
- Morpheus8 vs Ulthera Prime ช่วยเรื่องอะไรบ้าง
- ระยะเวลาการเห็นผลลัพธ์ของ Morpheus8 vs Ulthera Prime
- การเปลี่ยนแปลงผิวหลังทำ Morpheus8 vs Ulthera Prime
- Morpheus8 vs Ulthera Prime ต้องทำซ้ำกี่ครั้ง
- ความรู้สึกขณะทำ Morpheus8 vs Ulthera Prime
- ราคาในการทำโปรแกรม Morpheus8 vs Ulthera Prime
- ตารางเปรียบเทียบ Morpheus8 vs Ulthera Prime
- เลือกคลินิกในการทำ Morpheus8 vs Ulthera Prime อย่างไร
- ใครเหมาะกับการทำ Morpheus8 vs Ulthera Prime
- ใครควรหลีกเลี่ยง Morpheus8 vs Ulthera Prime
- ช่วงอายุที่เหมาะในการทำ Morpheus8 vs Ulthera Prime
- ข้อควรระวังในการ Morpheus8 vs Ulthera Prime
- Morpheus8 vs Ulthera Prime ทำร่วมกันได้ไหม
- สรุปทุกเรื่องเกี่ยวกับ Morpheus8 vs Ulthera Prime
- คำถามยอดฮิตของ Morpheus8 vs Ulthera Prime
- Morpheus8 vs Ulthera Prime คืออะไร
Morpheus8 vs Ulthera Prime มีหลักการทำงานอย่างไร
Morpheus8 vs Ulthera Prime มีหลักการทำงานที่แตกต่างกัน เพื่อให้เข้าใจทั้งสองโปรแกรมมากขึ้นเรามาดูหลักการทำงานของ Morpheus8 vs Ulthera Prime กัน
หลักการทำงานของ Morpheus8
Morpheus8 เป็นเทคโนโลยีที่ผสานระหว่างคลื่นวิทยุ (Radio Frequency หรือ RF) เข้ากับเข็มขนาดเล็กพิเศษ (Microneedle) โดยเข็มเหล่านี้สามารถลงสู่ชั้นใต้ผิวหนังได้ลึกในระดับที่ควบคุมได้ แล้วปล่อยพลังงาน RF ลงไปยังจุดที่ต้องการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่
กระบวนการทำงาน จะเริ่มจากการที่หัวเครื่องจะยิงเข็มเข้าไปในผิว แล้วจึงปล่อยพลังงานความร้อนที่มีความถี่เฉพาะเจาะจง เพื่อให้กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอิลาสตินในชั้นผิวหนังแท้และใต้ผิวหนัง (Dermis & Subcutaneous Tissue)
หลักการทำงานของ Ulthera Prime
Ulthera Prime ใช้เทคโนโลยีคลื่นเสียงความถี่สูงแบบเฉพาะเจาะจง (Focused Ultrasound) ที่สามารถส่งผ่านพลังงานลงสู่ผิวหนังชั้นลึกโดยไม่ทำลายผิวชั้นนอก กระบวนการนี้เรียกว่า Microfocused Ultrasound with Visualization (MFU-V)
พลังงานจากคลื่นอัลตราซาวด์จะถูกรวมจุดลงสู่ผิวชั้น SMAS (Superficial Musculo-Aponeurotic System) ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับที่ศัลยแพทย์ใช้ในการผ่าตัดยกกระชับใบหน้า โดยไม่ต้องผ่าตัด พลังงานจะกระตุ้นให้เนื้อเยื่อเกิดการหดตัวแบบเฉพาะจุด และเกิดการสร้างคอลลาเจนใหม่ในระยะยาว
Ulthera Prime ยังมีเทคโนโลยี Visualization ที่ช่วยให้ผู้ทำหัตถการสามารถเห็นระดับชั้นผิวผ่านหน้าจอแบบเรียลไทม์ ช่วยให้การปล่อยพลังงานได้เหมาะสมและล็อคเป้าหมายได้อย่างตรงจุด
Morpheus8 vs Ulthera Prime ทำงานกับชั้นผิวอย่างไร
ในยุคที่การดูแลผิวหน้าไม่จำเป็นต้องพึ่งการผ่าตัด การเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับสภาพผิวและปัญหาเฉพาะจุดจึงเป็นเรื่องสำคัญ Morpheus8 vs Ulthera Prime ต่างเป็นเทคโนโลยีที่มีชื่อเสียงในด้านการกระชับผิว แต่จุดเด่นของแต่ละเทคโนโลยีอยู่ที่ “ชั้นผิว” ที่สามารถลงลึกและกระตุ้นการฟื้นฟูได้แตกต่างกัน ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อผลลัพธ์ที่ได้ เรามาดูการทำงานของ Morpheus8 vs Ulthera Prime กับชั้นผิวแต่ละโปรแกรม
โปรแกรม Morpheus8 ฟื้นฟูผิวลึกด้วยพลังงาน RF และเข็มไมโคร
Morpheus8 คือเทคโนโลยีที่ผสานคลื่นวิทยุความถี่สูง (Radiofrequency : RF) เข้ากับเข็มไมโครขนาดเล็ก (Microneedle) โดยเป้าหมายหลักของหลักการทำงานนี้เพื่อส่งพลังงาน RF ลงลึกสู่ชั้นใต้ผิว เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและกระชับผิวจากภายใน
ลักษณะการทำงานของ Morpheus8 ประกอบด้วย 2 ส่วนหลักคือ
Microneedling
เข็มขนาดเล็กจะถูกส่งลงไปในชั้นผิวในระดับลึก ซึ่งอาจลงได้ถึงชั้นหนังแท้ (Dermis) และบางกรณีถึงชั้นใต้ผิวหนัง (Subcutaneous) โดยไม่ทำลายผิวชั้นบน วิธีนี้ช่วยกระตุ้นกระบวนการซ่อมแซมผิว
พลังงาน RF (Radiofrequency)
หลังจากเข็มถูกส่งเข้าไปในผิว พลังงาน RF จะถูกปล่อยออกแบบควบคุมเฉพาะจุด เพื่อกระตุ้นความร้อนในเนื้อเยื่อใต้ผิว ส่งผลให้เกิดการสร้างคอลลาเจนใหม่ และทำให้ผิวค่อย ๆ แน่นขึ้น
ชั้นผิวที่ Morpheus8 เข้าถึง
- ชั้นหนังแท้ (Dermis)
- ชั้นไขมันใต้ผิว (Subcutaneous)
เน้นปรับคุณภาพผิวให้เรียบเนียน กระชับผิวระดับกลางถึงลึก และลดเลือนความไม่สม่ำเสมอของพื้นผิว
Ulthera Prime ยกกระชับลึกถึงชั้น SMAS ด้วยคลื่นอัลตราซาวด์แบบโฟกัส
Ulthera Prime ใช้พลังงานคลื่นเสียงความถี่สูงแบบโฟกัส (Focused Ultrasound) ในการปล่อยพลังงานลงสู่ชั้นผิว โดยไม่ทำลายผิวชั้นนอก พลังงานจะลงไปยังชั้นลึก โดยเฉพาะในระดับที่เรียกว่า SMAS (Superficial Musculoaponeurotic System) ซึ่งเป็นชั้นโครงสร้างลึกที่ศัลยแพทย์มักใช้เป็นจุดยกเวลาผ่าตัดดึงหน้า
ลักษณะเด่นของ Ulthera Prime คือ
พลังงาน Ultrasound แบบโฟกัส (Focused Ultrasound)
พลังงานจะถูกยิงเป็นจุดเล็ก ๆ ลงในชั้นลึกของผิว โดยไม่ผ่านความร้อนที่ผิวด้านบน ช่วยให้เกิดกระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่ในชั้นลึก โดยไม่มีแผลเปิดหรือความเสียหายผิวภายนอก
ระบบแสดงภาพขณะทำงาน (Imaging)
เครื่องมีระบบแสดงภาพที่ช่วยให้แพทย์เห็นชั้นผิวแบบเรียลไทม์ ทำให้การยิงพลังงานจะล็อคได้อย่างตรงจุดขึ้นและไม่เป็นอันตราย
ชั้นผิวที่ Ulthera Prime เข้าถึง
- ชั้นหนังแท้ลึก (Deep Dermis)
- ชั้น SMAS (โครงสร้างกล้ามเนื้อใต้ผิว)
เน้นการยกกระชับในระดับโครงสร้างลึก เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย หรือใบหน้าไม่กระชับ
Morpheus8 vs Ulthera Prime กระตุ้นคอลลาเจนอย่างไร
การสร้างคอลลาเจนใหม่ในผิว เป็นหัวใจของการฟื้นฟูและยกกระชับผิวโดยไม่ต้องผ่าตัด ทั้ง Morpheus8 vs Ulthera Prime ต่างก็ช่วยในการกระตุ้นคอลลาเจน แต่ใช้เทคนิคที่แตกต่างกัน ดังนี้
โปรแกรม Morpheus8 ปลุกคอลลาเจนด้วยคลื่น RF ผ่านเข็ม
ใช้เทคโนโลยีที่เรียกว่า Microneedling RF คือการปล่อย คลื่นวิทยุ (Radiofrequency) ผ่านเข็มขนาดเล็กจำนวนมากลงสู่ใต้ผิว
เข็มลงลึกได้สูงสุดถึง 7 มม.ทำให้พลังงานความร้อนกระตุ้นคอลลาเจนในหลายระดับ ทั้ง ผิวชั้นตื้นและชั้นลึก
กระบวนการนี้ช่วยให้ร่างกาย เร่งสร้างคอลลาเจนใหม่ เพื่อซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่ถูกกระตุ้น
โปรแกรม Ulthera Prime ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนแบบเฉพาะจุดด้วยคลื่นเสียง
ใช้คลื่นเสียงความถี่สูง (High-Intensity Focused Ultrasound หรือ HIFU) ปล่อยพลังงานลงลึกสู่ผิวในรูปแบบ จุดความร้อนเล็ก ๆ (thermal coagulation points)
ความร้อนนี้ลงได้ถึงชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นกล้ามเนื้อพยุงผิวที่อยู่ลึกกว่าชั้นหนังแท้
จุดความร้อนจะทำให้คอลลาเจนที่เสื่อมสภาพ หดตัว และกระตุ้นให้ร่างกาย สร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นเอง
การกระตุ้นนี้ให้ผลด้านความยืดหยุ่นและความแน่นของผิว โดยเฉพาะบริเวณ แนวกรอบหน้าและแนวคิ้ว
Morpheus8 vs Ulthera Prime ช่วยเรื่องอะไรบ้าง
Morpheus8 vs Ulthera Prime ทั้งสองเทคโนโลยีนี้มีการทำงาน จุดเด่นและความเหมาะสมที่แตกต่างกันเรามาดูกันว่าสองเทคโนโลยีนี้ช่วยเรื่อง อะไรบ้าง
โปรแกรม Morpheus8 ช่วยเรื่องอะไรบ้าง
1.ฟื้นฟูโครงสร้างผิวชั้นลึก
Morpheus8 ใช้เทคโนโลยี Microneedling RF โดยใช้เข็มส่งพลังงานคลื่นวิทยุลงสู่ชั้นผิวลึกถึง 7 มิลลิเมตร เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนใหม่ในบริเวณที่เสื่อมสภาพ ซึ่งช่วยให้ผิวแน่นขึ้นจากภายใน
2.กระชับรูขุมขนและปรับพื้นผิว
พลังงาน RF ที่ปล่อยลงลึกช่วยให้ผิวเรียบเนียนขึ้น รูขุมขนดูเล็กลง และผิวโดยรวมละเอียดขึ้น เหมาะกับผู้ที่มีผิวไม่สม่ำเสมอหรือรูขุมขนกว้าง
3.ลดเลือนริ้วรอยและร่องตื้น
โดยเฉพาะบริเวณใต้ตา หน้าผาก หรือร่องปากระดับตื้น ด้วยกระบวนการสร้างคอลลาเจนที่เกิดขึ้นได้เอง
4.ฟื้นฟูผิวให้ดูแน่นขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัด
สามารถให้ผลลัพธ์คล้ายการรีเซตผิว เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวให้กลับมาแข็งแรง ยืดหยุ่น และดูอ่อนเยาว์
5.ควบคุมความมันและลดรอยสิวบางประเภท
ในบางราย การกระตุ้นด้วย RF อาจช่วยควบคุมต่อมไขมัน และลดรอยสิวจากการฟื้นฟูเนื้อเยื่อ
โปรแกรม Ulthera Prime ช่วยเรื่องอะไรบ้าง
1.ยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อย
โปรแกรม Ulthera Prime ใช้คลื่นเสียงความถี่สูงแบบโฟกัส (HIFU) ยิงลงลึกสู่ชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นที่ลึกกว่าเดอร์มิส และเป็นโครงสร้างหลักของใบหน้า กระตุ้นให้เกิดจุดความร้อนขนาดเล็กที่กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่
2.ปรับกรอบหน้าให้ชัดขึ้น
เหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มมีแนวกรอบหน้าเบลอ มีคางสองชั้น หรือเริ่มมีเนื้อแก้มตก ด้วยพลังงานที่ยิงลงลึกจึงช่วยยกกระชับผิวให้เห็นกรอบหน้าชัดเจนยิ่งขึ้น
3.ยกคิ้ว ยกแก้ม และยกแนวลำคอ
สามารถเลือกยิงเฉพาะจุดได้ เช่น ยกคิ้วที่ตกลงตามอายุ หรือยกกระชับผิวที่ลำคอที่เริ่มหย่อนคล้อย
4.เหมาะกับผู้ที่มีอายุ 30 ปีขึ้นไป
โดยเฉพาะในกลุ่มที่เริ่มมีปัญหาผิวหย่อน โครงหน้าหลุดทรง หรือเริ่มมีริ้วรอยลึกแบบเฉพาะจุด
ระยะเวลาการเห็นผลลัพธ์ของ Morpheus8 vs Ulthera Prime
ก่อนจะทำเราต้องเข้าใจระยะเวลาของการเห็นผลลัพธ์ Morpheus8 vs Ulthera Prime ก่อนว่าแต่ละโปรแกรมนานแค่ไหนถึงจะเห็นผลลัพธ์
ระยะเวลาการเห็นผลลัพธ์ของโปรแกรม Morpheus8
1.ระยะเริ่มเห็นผล
ส่วนใหญ่จะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงของผิวได้ในช่วง 2-4 สัปดาห์แรก หลังทำ ผิวจะค่อย ๆ แน่นขึ้น รูขุมขนเริ่มกระชับ และผิวเรียบเนียนขึ้น
2.ระยะที่เห็นผลชัดเจน
ผลลัพธ์ด้านความแน่น กระชับ และลดริ้วรอยจะชัดเจนมากขึ้นในช่วง เดือนที่ 2-3 หลังทำ
ในบางกรณีแพทย์อาจแนะนำทำ ต่อเนื่อง 2-3 ครั้ง ห่างกันประมาณ 4-6 สัปดาห์ เพื่อให้ผลชัดเจนและต่อเนื่อง
3.ระยะเวลาที่ผลลัพธ์ยังอยู่
โดยทั่วไปจะอยู่ได้นานประมาณ 6-12 เดือน ขึ้นกับสภาพผิว อายุ และการดูแลหลังทำ
ระยะเวลาการเห็นผลลัพธ์ของโปรแกรม Ulthera Prime
1.ระยะเริ่มเห็นผล
อาจรู้สึกถึงความตึงและกระชับเล็กน้อยทันทีหลังทำ เนื่องจากการหดตัวของคอลลาเจนเดิม ผลลัพธ์จะเริ่มเห็นอย่างค่อยเป็นค่อยไปในช่วง 4-8 สัปดาห์แรก
2.ระยะที่เห็นผลชัดเจน
จะเห็นผลชัดในช่วง เดือนที่ 2-3 โดยเฉพาะเรื่องการยกกระชับ กรอบหน้าชัด และผิวหย่อนคล้อยดีขึ้น ไม่จำเป็นต้องทำบ่อย แนะนำให้ทำเพียง 1 ครั้งต่อปี ก็เพียงพอ
3.ระยะเวลาที่ผลลัพธ์ยังอยู่
ประมาณ 9-12 เดือน หรือมากกว่านั้นในบางคน ขึ้นอยู่กับอายุและสภาพผิวของแต่ละบุคคล
การเปลี่ยนแปลงผิวหลังทำ Morpheus8 vs Ulthera Prime
Morpheus8 vs Ulthera Prime เป็นเทคโนโลยีที่เน้นการ กระตุ้นคอลลาเจนจากภายใน โดยไม่ต้องผ่าตัดและไม่ทำลายผิวชั้นนอก โดยผลลัพธ์ของทั้งสองเทคโนโลยีจะเกิดจาก กระบวนการฟื้นฟูของร่างกาย ซึ่งค่อย ๆ แสดงผลชัดเจนขึ้นในช่วงสัปดาห์ต่อ ๆ ไปหลังทำ
การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นหลังทำ Morpheus8 vs Ulthera Prime จึง ไม่ใช่ทันที และอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิว อายุ และพฤติกรรมการดูแลผิวหลังทำ
การเปลี่ยนแปลงผิวหลังทำโปรแกรม Morpheus8
1.ผิวแน่นขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป
หลังจากทำประมาณ 2-4 สัปดาห์ ผิวเริ่มรู้สึกแน่นขึ้น เนื่องจากร่างกายเริ่มสร้างคอลลาเจนและอิลาสตินขึ้นใหม่
2.รูขุมขนกระชับ และพื้นผิวเรียบเนียนขึ้น
เป็นผลจากการกระตุ้นผิวชั้นตื้นและชั้นลึกในเวลาเดียวกัน ผิวดูสม่ำเสมอขึ้นโดยเฉพาะบริเวณที่มีรูขุมขนกว้าง
3.ริ้วรอยตื้นและรอยสิวจางลง
ด้วยกระบวนการฟื้นฟูตามปกติของร่างกาย ริ้วรอยที่ไม่ลึกมาก รวมถึงรอยสิวบางประเภทจะดูจางลงในช่วง 1-3 เดือน
4.ผิวอาจมีรอยแดงเล็กน้อยหลังทำ
โดยปกติเป็นเพียงอาการชั่วคราว มักหายได้เองภายใน 1-3 วัน ขึ้นกับสภาพผิวของแต่ละคน
5.ความมันลดลงในบางจุด
โดยเฉพาะในกลุ่มที่มีปัญหาผิวมัน หรือสิวอุดตัน การทำ Morpheus8 อาจช่วยลดการทำงานของต่อมไขมันในบางระดับ
การเปลี่ยนแปลงผิวหลังทำโปรแกรม Ulthera Prime
1.ผิวยกกระชับและตึงขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป
เริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงในช่วง 1-2 เดือนแรก เนื่องจากพลังงานจากคลื่น HIFU ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้น SMAS (ชั้นโครงสร้างผิว)
2.โครงหน้าเริ่มชัดขึ้น
แนวกรอบหน้า แนวคาง หรือคิ้วที่เคยหย่อนอาจเริ่มดูชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะในผู้ที่มีความหย่อนคล้อยระดับเริ่มต้นถึงปานกลาง
3.ผิวแน่นขึ้นโดยไม่เพิ่มความหนา
ผลที่ได้คือผิวแน่น กระชับ แต่ยังคงความบางเบาของผิวไว้ ไม่ดูบวมหรือเปลี่ยนรูปหน้ามากเกินไป
4.ผิวบางรายอาจรู้สึกตึงหรือเจ็บเบา ๆ หลังทำ
เป็นอาการปกติที่อาจเกิดขึ้นชั่วคราวจากการทำงานของพลังงานลึกลงใต้ผิว โดยมักหายไปเองภายในไม่กี่วัน
5.ผลลัพธ์อยู่ได้ยาวนานและค่อย ๆ ดีขึ้น
ผิวจะดูสดใสขึ้น และมักคงผลลัพธ์ได้นาน 9-12 เดือนในหลายกรณี
Morpheus8 vs Ulthera Prime ต้องทำซ้ำกี่ครั้ง
ก่อนจะตอบว่า ต้องทำ Morpheus8 vs Ulthera Prime กี่ครั้งถึงเห็นผล สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจว่า ทั้ง Morpheus8 vs Ulthera Prime ไม่ได้ให้ผลลัพธ์แบบทันทีเหมือนการฉีด แต่ใช้หลักการกระตุ้นร่างกายให้ฟื้นฟูตัวเองได้แบบปกติ โดยเฉพาะการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ซึ่งใช้เวลาและความต่อเนื่องในการแสดงผล
โปรแกรม Morpheus8 ต้องทำกี่ครั้ง
1.ทำต่อเนื่อง 2-3 ครั้ง เพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจนในรอบแรก
แม้ว่าโปรแกรม Morpheus8 จะให้พลังงานลงลึกและครอบคลุมหลายชั้นผิว แต่เนื่องจากมีผลฟื้นฟูผิวแบบสะสม การทำเพียงครั้งเดียวอาจยังไม่เพียงพอสำหรับผิวที่มีปัญหาชัดเจน เช่น รูขุมขนกว้าง หรือริ้วรอยฝังลึก
2.ดูแลผลลัพธ์ระยะยาวปีละ 1-2 ครั้ง
หลังจากได้ผลลัพธ์ที่ต้องการแล้ว การดูแลต่อเนื่องปีละ 1-2 ครั้ง จะช่วยคงความแน่นของผิวไว้ และกระตุ้นคอลลาเจนอย่างสม่ำเสมอ
3.ไม่จำเป็นต้องทำบ่อยเกินไป
เนื่องจากการสร้างคอลลาเจนต้องใช้เวลาฟื้นฟู การทำถี่เกินไปอาจไม่เพิ่มประสิทธิภาพ และอาจรบกวนผิวเกินความจำเป็น
โปรแกรม Ulthera Prime ต้องทำกี่ครั้ง
1.ทำเพียงปีละ 1 ครั้งก็เพียงพอในหลายกรณี
Ulthera Prime เป็นเทคโนโลยีที่ออกแบบมาเพื่อยิงพลังงานลึกลงถึงชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นที่ใช้ในศัลยกรรมดึงหน้า การกระตุ้นที่ลึกระดับนี้ให้ผลในแง่การยกกระชับอย่างมีประสิทธิภาพและยาวนาน
2.สำหรับบางคน อาจทำซ้ำเฉพาะจุดที่หย่อนชัด
ในผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อยเฉพาะบางบริเวณ เช่น คิ้วตก หรือกรอบหน้าไม่ชัดเจน อาจพิจารณาทำเฉพาะจุดเพิ่มเติมในช่วง 6-9 เดือน หลังการทำครั้งแรก โดยพิจารณาเป็นรายบุคคล
3.ไม่จำเป็นต้องทำซ้ำทันทีหลังจากครั้งแรก
โปรแกรม Ulthera Prime ต้องใช้เวลารอการตอบสนองของคอลลาเจนใหม่ที่ร่างกายสร้างขึ้นเอง จึงควรรออย่างน้อย 2-3 เดือนก่อนจะทำซ้ำ
ความรู้สึกขณะทำ Morpheus8 vs Ulthera Prime
ความรู้สึกขณะทำโปรแกรม Morpheus8
1.มีแรง “สะกิดผิว” จากเข็มขนาดเล็กจำนวนมาก
เพราะ Morpheus8 ใช้เทคโนโลยี Microneedling RF คือปล่อยคลื่นวิทยุผ่านเข็มลงสู่ใต้ผิว ผู้รับบริการจะรู้สึกถึงแรงกดและการสัมผัสจากเข็มแบบเบา ๆ ในระหว่างการยิงแต่ละช็อต
2.รู้สึกอุ่นและร้อนใต้ผิวในบางบริเวณ
ขณะยิง RF แต่ละจุด จะมีพลังงานความร้อนลงลึก ซึ่งอาจรู้สึกอุ่นหรือร้อนในบางจุด ขึ้นอยู่กับความลึกและระดับพลังงานที่ใช้
3.ความรู้สึกขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่ทำ
บริเวณที่มีเนื้อเยอะ เช่น แก้ม หรือกราม มักรู้สึกได้น้อยกว่าบริเวณบาง เช่น ใต้ตา หรือหน้าผาก
4.ใช้ยาชาก่อนทำเพื่อลดความรู้สึกไม่สบาย
ก่อนทำโปรแกรม Morpheus8 แพทย์มักทายาชาให้ทั่วใบหน้า แล้วเว้นระยะประมาณ 30-45 นาที เพื่อให้ผิวชา ลดความรู้สึกเจ็บระหว่างทำ
5.ความรู้สึกโดยรวม เจ็บระดับ “พอทนได้”
ผู้ใช้บริการหลายคนอธิบายว่า รู้สึกเจ็บพอประมาณ คล้ายการใช้เลเซอร์แบบลงลึก แต่ไม่ได้เจ็บตลอดเวลา และสามารถหยุดพักระหว่างทำได้ตามความเหมาะสม
ความรู้สึกขณะทำโปรแกรม Ulthera Prime
1.รู้สึก “จิ๊ด ๆ” หรือ “ตึงลึก” ขณะยิงพลังงาน
Ulthera Prime ใช้คลื่นเสียงความถี่สูง (HIFU) ที่เจาะลงสู่ชั้นลึกของผิว พลังงานที่ลงลึกถึงชั้น SMAS จะสร้างจุดความร้อนขนาดเล็ก ซึ่งทำให้รู้สึกตึงหรือสั่นเล็กน้อย
2.ความรู้สึกจะแตกต่างกันในแต่ละจุด
บริเวณที่ใกล้กระดูก เช่น แนวกราม หรือหน้าผาก มักรู้สึกมากกว่าบริเวณที่มีเนื้อหนา เช่น แก้ม หรือใต้คาง
3.ไม่ได้ใช้เข็ม จึงไม่มีแผลหรือเลือด
Ulthera Prime เป็นเทคโนโลยีที่ไม่มีการเจาะผิว (non-invasive) จึงไม่มีรอยเลือดหรือรอยแผลใด ๆ ระหว่างทำ
4.สามารถใช้ยาชาก่อนทำได้เช่นกัน
ในบางกรณี แพทย์อาจใช้ยาชาช่วยลดความรู้สึก โดยเฉพาะในรายที่ผิวบาง หรือมีความกังวลเรื่องความรู้สึกระหว่างทำ
5.ความรู้สึกแบบรวมๆ รู้สึกลึก แต่ไม่เจ็บผิว
หลายคนอธิบายว่า Ulthera Prime ให้ความรู้สึกลึก คล้ายมีแรง “ตึง ๆ” ดึงจากใต้ผิว แต่ไม่ได้รู้สึกแสบหรือเจ็บผิวด้านบน
ราคาในการทำโปรแกรม Morpheus8 vs Ulthera Prime
ในเมื่อจุดเด่นของเทคโนโลยี Morpheus8 vs Ulthera Prime แตกต่างกันเรามาดูราคาเริ่มต้นของ Morpheus8 vs Ulthera Prime กัน
ราคาของโปรแกรม Morpheus8 vs Ulthera Prime มีความแตกต่างกันตามลักษณะเทคโนโลยีและการทำงานของเครื่องแต่ละชนิด
• โปรแกรม Morpheus8 มักมีราคาเริ่มต้นประมาณ 60,000 บาทต่อครั้ง สำหรับการทำทั่วหน้า
• โปรแกรม Ulthera Prime จะเริ่มต้นที่ประมาณ 18,000 บาทต่อ 100 ช็อต ซึ่งราคาสุดท้ายขึ้นอยู่กับจำนวนช็อตและบริเวณที่ทำ
- ราคาทั้งสองเทคโนโลยี Morpheus8 vs Ulthera Prime จะเปลี่ยนแปลงตามปัจจัย อื่น ๆ ด้วยเช่น
• ขนาดพื้นที่ที่ต้องการรักษา
• จำนวนช็อตที่ใช้ในแต่ละจุด
• เครื่องที่ใช้เป็นของแท้หรือไม่
ตารางเปรียบเทียบ Morpheus8 vs Ulthera Prime
จุดที่เหมือนกันระหว่าง Morpheus8 vs Ulthera Prime
• เป็นหัตถการที่ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้นนาน
• กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนจากภายในเหมือนกัน
• ช่วยให้ผิวดูแน่นขึ้น เรียบเนียนขึ้น และลดเลือนริ้วรอย
• ผลลัพธ์ไม่ได้เกิดขึ้นทันที แต่จะค่อย ๆ เห็นผลภายใน 2-3 เดือน
• Morpheus8 vs Ulthera Prime เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลผิวแบบไม่รุกรานมาก
• สามารถทำร่วมกับการดูแลผิวอื่น ๆ ได้ภายใต้คำแนะนำของแพทย์
จุดที่ต่างกันระหว่าง Morpheus8 vs Ulthera Prime
• สิ่งที่ต่างกันของ Morpheus8 vs Ulthera Prime คือเทคโนโลยีที่ใช้
- Morpheus8 ใช้คลื่นวิทยุ (RF) ร่วมกับเข็มขนาดเล็ก (Microneedling) ลงสู่ชั้นใต้ผิว
- Ulthera Prime ใช้คลื่นเสียงอัลตราซาวนด์ความเข้มข้นสูงแบบโฟกัส (HIFU) โดยไม่ต้องเจาะผิว
• สิ่งที่ต่างกันของ Morpheus8 vs Ulthera Prime คือระดับความลึกของพลังงาน
- Morpheus8 ลงลึกได้ประมาณ 7 มิลลิเมตร เข้าถึงได้ทั้งชั้นหนังแท้และไขมันใต้ผิว
- Ulthera Prime ลงลึกถึงประมาณ 4.5 มิลลิเมตร เข้าถึงชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับที่ใช้ในการดึงหน้า
• สิ่งที่ต่างกันของ Morpheus8 vs Ulthera Prime คือผลลัพธ์
- Morpheus8 เหมาะสำหรับการฟื้นฟูพื้นผิว ปรับรูขุมขน ลดริ้วรอย และเพิ่มความแน่นให้กับผิว
- Ulthera Prime เหมาะสำหรับยกกระชับผิวบริเวณที่หย่อนคล้อย เช่น แก้ม คิ้ว กรอบหน้า และลำคอ
• สิ่งที่ต่างกันของ Morpheus8 vs Ulthera Prime คือความรู้สึกขณะทำ
- Morpheus8 รู้สึกเหมือนเข็มสะกิดผิวร่วมกับความร้อนลึก มีการทายาชาก่อนทำ
- Ulthera Prime รู้สึกตึงหรือลึกเป็นจุด ๆ ใต้ผิว ไม่มีการใช้เข็มหรือเจาะผิว
• สิ่งที่ต่างกันของ Morpheus8 vs Ulthera Prime คือระยะเวลาที่ผลลัพธ์คงอยู่
- Morpheus8 อยู่ได้ประมาณ 6-12 เดือน
- Ulthera Prime อยู่ได้ประมาณ 9-12 เดือน หรือมากกว่านั้นในบางราย
ตารางเปรียบเทียบ Morpheus8 vs Ulthera Prime
รายการเปรียบเทียบ |
Morpheus8 |
Ulthera Prime |
หลักการทำงาน |
คลื่นวิทยุ (RF) ส่งผ่านเข็ม Microneedling เข้าสู่ชั้นผิวลึก |
คลื่นเสียงอัลตราซาวนด์แบบโฟกัส (HIFU) ลงลึกเฉพาะจุด |
ระดับความลึกของพลังงาน |
ลึกถึงประมาณ 7 มม. (รวมชั้นไขมันใต้ผิว) |
ลึกถึงประมาณ 4.5 มม. (ถึงชั้น SMAS ใต้กล้ามเนื้อผิวหนัง) |
ลักษณะการทำงาน |
ยิงพลังงานผ่านเข็มเล็ก ๆ หลายจุดลงสู่ใต้ผิวพร้อมกัน |
ยิงคลื่นเสียงลงลึกเป็นจุด ๆ โดยไม่ทำลายผิวชั้นบน |
จุดเด่นหลัก |
กระชับผิว ปรับรูขุมขน ลดริ้วรอย ฟื้นฟูผิวให้เรียบเนียน |
ยกกระชับใบหน้า แก้ม คิ้ว ลำคอ ปรับกรอบหน้าให้ชัดเจน |
ความรู้สึกขณะทำ |
รู้สึกเหมือนเข็มสะกิดผิวพร้อมความอุ่นลึก (มีการทายาชาก่อน) |
รู้สึกตึงลึกหรือจิ๊ด ๆ ในบางจุด ไม่มีเข็ม ไม่มีแผล |
ช่วงเวลาเริ่มเห็นผล |
ประมาณ 2-4 สัปดาห์หลังทำ |
ประมาณ 4-8 สัปดาห์หลังทำ |
เห็นผลชัดเจนเต็มที่ |
เดือนที่ 2-3 |
เดือนที่ 2-3 |
ระยะเวลาคงผลลัพธ์ |
ประมาณ 6-12 เดือน |
ประมาณ 9-12 เดือน หรือมากกว่านั้นในบางราย |
เลือกคลินิกในการทำ Morpheus8 vs Ulthera Prime อย่างไร
การทำหัตถการ Morpheus8 vs Ulthera Prime แม้จะไม่ใช่การผ่าตัด แต่ก็เป็นการใช้เทคโนโลยีระดับลึกที่มีผลต่อโครงสร้างผิวอย่างชัดเจน การเลือกคลินิกที่เหมาะสมจึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง เพราะนอกจากจะส่งผลต่อ “ประสิทธิภาพ” แล้วยังส่งผลลัพธ์ในระยะยาวของผิวโดยตรง
1.ตรวจสอบว่าใช้ เครื่องแท้จากบริษัทผู้ผลิต
Morpheus8 vs Ulthera Prime มีผู้ผลิตที่ได้รับการรับรองในระดับสากล เช่น InMode (สำหรับ Morpheus8) และ Merz Aesthetics (สำหรับ Ulthera)
เครื่องแท้จะให้พลังงานที่ ไม่เป็นอันตราย และไม่ทำร้ายผิวเกินความจำเป็น
คลินิกที่ได้มาตรฐานมักมีใบรับรองจากตัวแทนจำหน่าย หรือสามารถแสดงข้อมูลเครื่องให้ตรวจสอบได้
2.ต้องมี แพทย์เป็นผู้ประเมินและลงมือทำเอง
หัตถการทั้งสองแบบ Morpheus8 vs Ulthera Prime ควรได้รับการดูแลโดย แพทย์ผู้มีใบประกอบวิชาชีพเท่านั้น
ก่อนทำควรได้รับการ ประเมินสภาพผิวอย่างละเอียด เพื่อปรับพลังงานให้เหมาะกับแต่ละบุคคล
3.ดูว่า มีการติดตามผลหลังทำหรือไม่
คลินิกที่ดีควรมีการนัดติดตามผล หรือให้คำแนะนำหลังทำอย่างต่อเนื่อง เช่น นัดดูผลลัพธ์ใน 1-2 เดือน
ควรสอบถามล่วงหน้าว่าคลินิกมีบริการ aftercare เช่น การให้ผลิตภัณฑ์บำรุง หรือการดูแลเมื่อเกิดอาการระคายเคืองหรือไม่
4.ตรวจสอบ ความสะอาดและมาตรฐานสถานที่
ห้องหัตถการควรแยกจากพื้นที่ทั่วไป มีอุปกรณ์ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อครบถ้วน
เจ้าหน้าที่ควรแต่งกายสะอาด สวมถุงมือ และใช้อุปกรณ์ปลอดเชื้อเสมอ
5.มี รีวิวผู้ใช้จริง และชื่อเสียงที่เชื่อถือได้
ลองดูรีวิวจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ เช่น เว็บไซต์ของคลินิก, เพจ Facebook, หรือ Pantip
รีวิวที่ดีจะไม่พูดถึงเฉพาะผลลัพธ์ แต่พูดถึง การดูแลก่อน-หลังทำ ความรู้สึกขณะทำ
ใครเหมาะกับการทำ Morpheus8 vs Ulthera Prime
ผู้ที่เหมาะกับโปรแกรม Morpheus8
• ผิวไม่เรียบ รูขุมขนกว้าง
• มีริ้วรอยตื้นหรือระดับกลาง
• ต้องการฟื้นฟูผิวชั้นลึกให้แน่นและยืดหยุ่น
• อยากให้ผิวดูละเอียด เรียบเนียนขึ้น
• ต้องการปรับ texture ผิว โดยไม่ต้องผ่าตัด
• ใช้ได้กับทุกสีผิว ไม่เสี่ยงรอยดำ
ผู้ที่เหมาะกับโปรแกรม Ulthera Prime
• ผิวหย่อนคล้อย เหนียง คิ้วตก กรอบหน้าไม่ชัด
• เริ่มมีแนวหน้าเปลี่ยนไปตามอายุ (30 ปีขึ้นไป)
• ต้องการยกกระชับโดยไม่เจ็บหรือมีแผล
• อยากเห็นผลเรื่องโครงหน้าชัดเจน
• ไม่มีเวลาทำบ่อย ต้องการผลลัพธ์อยู่ได้นาน
• ต้องการฟื้นฟูโครงสร้างผิวแบบไม่ทำร้ายผิว
ใครควรหลีกเลี่ยง Morpheus8 vs Ulthera Prime
แม้ว่าเทคโนโลยี Morpheus8 vs Ulthera Prime จะเป็นหัตถการที่ไม่ต้องผ่าตัดและไม่อันตราย แต่ก็มีบางกลุ่มคนที่อาจไม่เหมาะสมกับการทำหัตถการเหล่านี้ หรือควรหลีกเลี่ยงชั่วคราว เพื่อไม่ให้เกิดผลข้างเคียงหรือภาวะแทรกซ้อนที่ไม่พึงประสงค์
กลุ่มที่ควรหลีกเลี่ยง ทั้ง Morpheus8 vs Ulthera Prime
• ผู้ที่ตั้งครรภ์หรืออยู่ระหว่างให้นมบุตร (เนื่องจากยังไม่มีข้อมูลรับรองด้านความปลอดภัยอย่างชัดเจน)
• ผู้ที่มีแผลติดเชื้อ บาดแผลเปิด หรือการอักเสบเฉพาะจุดบนใบหน้า
• ผู้ที่มีโรคผิวหนังบางชนิด เช่น โรคผิวหนังภูมิแพ้ขั้นรุนแรง, โรคสะเก็ดเงินในบริเวณที่จะทำ
• ผู้ที่เพิ่งได้รับการฉีดฟิลเลอร์ หรือโบท็อกซ์ในบริเวณที่จะทำหัตถการ ควรรออย่างน้อย 2-4 สัปดาห์
• ผู้ที่มีประวัติเป็นโรคลมชัก ควรแจ้งแพทย์ล่วงหน้าเพื่อประเมินเป็นรายกรณี
• ผู้ที่ใช้เครื่องกระตุ้นหัวใจ (Pacemaker) หรืออุปกรณ์ฝังในร่างกายที่ตอบสนองต่อคลื่นไฟฟ้าหรือแม่เหล็ก
ช่วงอายุที่เหมาะในการทำ Morpheus8 vs Ulthera Prime
โปรแกรม Morpheus8 เหมาะกับช่วงอายุใด
• เหมาะสำหรับผู้ที่มีอายุประมาณ 25-45 ปี
• ช่วงอายุนี้เป็นช่วงที่เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงของผิวแบบค่อยเป็นค่อยไป เช่น
- รูขุมขนกว้าง
- ผิวเริ่มไม่เรียบเนียน
- เริ่มมีริ้วรอยตื้น ๆ จากการแสดงสีหน้า
- คอลลาเจนและอิลาสตินในผิวเริ่มลดลง
โปรแกรม Ulthera Prime เหมาะกับช่วงอายุใด
• เหมาะสำหรับผู้ที่มีอายุประมาณ 30 ปีขึ้นไป
• โดยเฉพาะกลุ่มที่เริ่มมีสัญญาณของ “ผิวหย่อนคล้อย” ชัดเจน เช่น
- กรอบหน้าไม่ชัด
- แนวคิ้วตก
- แก้มล่างเริ่มคล้อย
- คางสองชั้นเล็กน้อย
ข้อควรระวังในการ Morpheus8 vs Ulthera Prime
ข้อควรระวังในการทำโปรแกรม Morpheus8
• ห้ามทำขณะมีแผลเปิดหรือผิวอักเสบ
• ควรเว้นระยะอย่างน้อย 2-4 สัปดาห์หลังฉีดฟิลเลอร์/โบท็อกซ์
• ผู้ที่มีแนวโน้มเป็นคีลอยด์ควรแจ้งแพทย์ล่วงหน้า
• หลีกเลี่ยงแสงแดดจัดก่อนและหลังทำ
• ไม่เหมาะกับผู้ที่ใช้เครื่องกระตุ้นหัวใจหรืออุปกรณ์ฝังในร่างกาย
• ห้ามขัดหน้า ลอกผิว หรือทำหัตถการอื่นที่รุนแรงใกล้เคียงกัน
ข้อควรระวังในการทำโปรแกรม Ulthera Prime
• หลีกเลี่ยงการทำในผู้ที่มีซิลิโคนหรือวัสดุฝังในใบหน้า
• ไม่แนะนำสำหรับผู้ที่มีปัญหาเส้นประสาทไวหรือเจ็บง่ายบริเวณใบหน้า
• ควรรอให้ผิวฟื้นตัวหากเพิ่งผ่านการผ่าตัดหรือเลเซอร์ลึก
• ไม่ควรทำร่วมกับหัตถการที่เน้นความร้อนในระยะใกล้กัน
• ควรแจ้งแพทย์หากกังวลเรื่องความรู้สึกตึงลึกขณะทำ
ข้อควรระวังร่วมกันของการทำ Morpheus8 vs Ulthera Prime
• ไม่ควรทำในขณะตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
• แจ้งประวัติสุขภาพและการใช้ยากับแพทย์ก่อนทำ
• หลีกเลี่ยงการใช้ยาละลายลิ่มเลือด/อาหารเสริมบางชนิดก่อนทำ
• ดูแลผิวหลังทำอย่างอ่อนโยน หลีกเลี่ยงการถูหรือกดแรง
Morpheus8 vs Ulthera Prime ทำร่วมกันได้ไหม
สามารถทำ Morpheus8 vs Ulthera Prime ร่วมกันได้ แต่ควรอยู่ภายใต้การประเมินและวางแผนอย่างเหมาะสม เพื่อให้ผลลัพธ์เสริมกันได้อย่างไม่เป็นอันตราย ไม่ซ้ำซ้อน และไม่รบกวนโครงสร้างผิวเกินความจำเป็น
เหตุผลที่สามารถทำ Morpheus8 vs Ulthera Prime ร่วมกันได้
Morpheus8 vs Ulthera Prime มีเทคโนโลยีต่างกัน
• Morpheus8 ใช้คลื่น RF ผ่านเข็มเล็ก ๆ ลงลึกเพื่อกระตุ้นคอลลาเจนในหลายระดับผิว
• Ulthera Prime ใช้คลื่นเสียง HIFU ลงลึกเฉพาะจุดเพื่อยกกระชับชั้น SMAS
ด้วยหลักการทำงานของ Morpheus8 vs Ulthera Prime ที่ต่างกัน ทำให้ สามารถเสริมประสิทธิภาพซึ่งกันและกันได้ โดยไม่ทับซ้อนกันมากเกินไป
Morpheus8 vs Ulthera Prime เน้นผลลัพธ์คนละมิติ
• Morpheus8 เหมาะกับผู้ที่ต้องการปรับพื้นผิว ผิวละเอียด รูขุมขนกระชับ และลดริ้วรอยตื้น
• Ulthera Prime เน้นยกแนวกรอบหน้า คิ้ว และลดความหย่อนคล้อย
เมื่อนำ Morpheus8 vs Ulthera Prime มาใช้ร่วมกัน จึงสามารถดูแลผิวได้ครบทุกมิติทั้ง “พื้นผิว” และ “โครงสร้าง”
วิธีวางแผนทำ Morpheus8 vs Ulthera Prime แบบได้ผล
• ควรทำ Morpheus8 vs Ulthera Prime แยกช่วงเวลา โดยเว้นระยะห่างประมาณ 2-4 สัปดาห์
เพื่อให้ผิวได้ฟื้นตัวและตอบสนองกับเทคโนโลยีแรกก่อน แล้วจึงค่อยทำอีกเครื่องในครั้งหน้า
• แพทย์จะเป็นผู้ ออกแบบแผนการรักษาเฉพาะบุคคล
โดยพิจารณาจากสภาพผิวจริง ความลึกของพลังงานที่ต้องการ และจุดที่ควรเน้นเป็นพิเศษ
ข้อควรระวังหากต้องการทำ Morpheus8 vs Ulthera Prime ร่วมกัน
• ห้ามทำโดยไม่ได้รับการประเมินจากแพทย์
• ไม่ควรเลือกทำเพราะได้โปรโมชั่นร่วมกัน โดยไม่รู้จุดประสงค์ของแต่ละเครื่อง
• ผิวบางประเภทอาจตอบสนองต่อพลังงานได้ไว ต้องใช้ความระมัดระวังในการตั้งค่าพลังงาน
• หลังทำควรเว้นกิจกรรมที่ระคายเคืองผิว เช่น อบซาวน่า สครับ หรือออกแดดจัด
สรุปทุกเรื่องเกี่ยวกับ Morpheus8 vs Ulthera Prime
การทำ Morpheus8 vs Ulthera Prime ถ้าต้องเลือกแค่หัตถการเดียว แนะนำควรให้แพทย์เป็นคนประเมิณ เพื่อที่จะได้แก้ปัญหาที่เราเป็นกังวลใจได้อย่างตรงจุด เพราะแต่ละหัตถการก็มีจุดเด่นและการใช้เทคโนโลยีที่แตกต่างกันออกไป เราจึงต้องเลือกให้เหมาะกับปัญหาผิวของเรา
Morpheus8 vs Ulthera Prime สามารถใช้ร่วมกันได้ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น แต่ต้องขึ้นอยู่กับสภาพผิว ความเหมาะสมของผิวด้วย
ใครที่สนใจอยากทำหัตถการ Morpheus8 vs Ulthera Prime ต้องเลือกคลินิกที่ไม่เป็นอันตรายและน่าเชื่อถือ เพื่อป้องกันอันตรายที่จะเกิดกับเราได้ในระยะยาว
คำถามยอดฮิตของ Morpheus8 vs Ulthera Prime
1.Morpheus8 vs Ulthera Prime ต่างกันอย่างไร ?
คำตอบ
Morpheus8 ใช้คลื่น RF ร่วมกับเข็มเล็ก ๆ ลงลึกเพื่อกระตุ้นคอลลาเจน เหมาะสำหรับฟื้นฟูผิวให้เรียบเนียน แน่น และลดริ้วรอย
Ulthera Prime ใช้คลื่นเสียง HIFU ลงลึกเฉพาะจุดถึงชั้น SMAS เพื่อยกกระชับผิว เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาคิ้วตก แก้มคล้อย หรือกรอบหน้าไม่ชัด
2.Morpheus8 vs Ulthera Prime เห็นผลเมื่อไหร่ ?
คำตอบ
Morpheus8 เริ่มเห็นผลใน 2-4 สัปดาห์ และชัดเจนขึ้นในช่วงเดือนที่ 2-3
Ulthera Prime เริ่มเห็นผลใน 4-8 สัปดาห์ และเห็นผลชัดในเดือนที่ 2-3 เช่นกัน
3.Morpheus8 vs Ulthera Prime ทำร่วมกันได้ไหม ?
คำตอบ
Morpheus8 vs Ulthera Prime สามารถทำร่วมกันได้ โดยควรเว้นระยะประมาณ 2-4 สัปดาห์ และอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ เพื่อให้การทำงานของแต่ละเทคโนโลยีเสริมประสิทธิภาพกันอย่างปลอดภัย ไม่รบกวนผิวเกินจำเป็น
* เงื่อนไขตามบริษัทฯ กำหนด
แนะนำให้สอบถามกับเจ้าหน้าที่ก่อนเข้ารับบริการ
เพื่อความชัวร์และได้สิทธิ์ที่คุ้มที่สุดค่ะ