โปรแกรมแฟตสลายไขมัน คืออะไร ฉีดสลายไขมันครั้งเดียวเห็นผลหรือไม่
แฟตสลายไขมัน
แฟตสลายไขมัน ฉีดครั้งเดียวเห็นผลหรือไม่ จะมีสารตกค้างในร่างกายไหม
แฟตสลายไขมัน ตัวช่วยลดไขมันในร่างกายแบบไม่ต้องพักฟื้น แม้จะมีข้อดีในเรื่องของการสลายไขมันแต่ก็มีข้อควรระวังที่ต้องก่อนทำหัตถการนี้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของตัวยาในการฉีดแฟตสลายไขมัน หรือมาตรฐานของคลินิกที่เราเข้ารับบริการ
บทความนี้จะมาอธิบายให้ฟังว่าถ้าต้องเลือกควรเลือกยังไงไม่ให้เป็นอันตรายต่อร่างกายในระยะยาว
รวมทุกหัวข้อเกี่ยวกับแฟตสลายไขมัน
- แฟตสลายไขมันมีจุดกำเนิดอย่างไร
- แฟตสลายไขมันมีตัวยาอะไรบ้าง
- แฟตสลายไขมันสามารถฉีดจุดไหนได้บ้าง
- แฟตสลายไขมันฉีดจุดไหนจะเป็นอันตรายบ้าง
- ฉีดแฟตสลายไขมันแต่ละตำแหน่งใช้กี่ CC
- ฉีดแฟตสลายไขมันกี่ครั้งถึงเห็นผล
- เลือกคลินิกฉีดแฟตสลายไขมันอย่างไรดี
- แฟตสลายไขมันมีผลข้างเคียงยังไงบ้าง
- แฟตสลายไขมันทำไมถึงห้ามฉีดด้วยหมอกระเป๋า
- ฉีดแฟตสลายไขมันยังไงไม่ให้เป็นอันตราย
- ฉีดแฟตสลายไขมันจะมีสารตกค้างในร่างกายหรือไม่
- ฉีดแฟตสลายไขมันร่วมกับลดน้ำหนักปกติได้หรือไม่
- ฉีดแฟตสลายไขมันแล้วจะไปรบกวนการย่อยของร่างกายหรือไม่
- แฟตสลายไขมันจะทำให้กล้ามเนื้อหายไปหรือไม่
- ดูแลตัวเองหลังทำหัตถการฉีดแฟตสลายไขมัน
- สรุปทุกเรื่องเกี่ยวกับแฟตสลายไขมัน
แฟตสลายไขมันมีจุดกำเนิดอย่างไร
การฉีดเมโสแฟต หรือการฉีดแฟตสลายไขมัน มีต้นกำเนิดจาก แนวคิดการใช้สารจากธรรมชาติ มาช่วยปรับสมดุลการสะสมไขมันในร่างกาย โดยแพทย์และผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ความงามได้พัฒนาสูตรผสมของแฟตสลายไขมัน ที่ประกอบด้วย
• สารสกัดจากถั่วเหลือง (Phosphatidylcholine : PPC)
• แอล-คาร์นิทีน (L-Carnitine)
• วิตามินและแร่ธาตุหลากชนิด
สารเหล่านี้ในตัวยาของสูตรผสมของแฟตสลายไขมันนี้ ถูกเลือกมาเพราะมีคุณสมบัติที่ช่วย กระตุ้นกระบวนการย่อยสลายและสลายตัวของไขมัน ในชั้นใต้ผิวหนัง พร้อมทั้งช่วยเสริมการเผาผลาญพลังงานของร่างกายให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
กลไกการทำงานของการฉีดแฟตสลายไขมัน
การฉีดแฟตสลายไขมันจะถูกส่งเข้าไปใน ชั้นไขมัน (Subcutaneous Fat Layer)
• ตัวยาของแฟตสลายไขมันจะทำให้เซลล์ไขมัน แตกตัวและค่อย ๆ สลาย
• ไขมันที่ถูกสลายจะถูกระบบไหลเวียนและระบบขับถ่ายของร่างกายกำจัดออกไปตามกระบวนการทำงานของร่างกาย
• เมื่อไขมันลดลง ผิวบริเวณที่ทำการฉีดแฟตสลายไขมันจะค่อย ๆ ดูเรียบเนียนขึ้น
สิ่งสำคัญของแฟตสลายไขมันคือ การฉีดแฟตสลายไขมันไม่ได้ทำให้ร่างกายหยุดสร้างไขมันใหม่ หากรับประทานอาหารที่มีไขมันหรือแคลอรีสูงอย่างต่อเนื่อง ไขมันก็สามารถกลับมาสะสมได้อีก
แฟตสลายไขมันมีตัวยาอะไรบ้าง
การฉีดแฟตสลายไขมัน (Meso Fat) ใช้สารหลายชนิดที่ส่วนใหญ่มีที่มาจากธรรมชาติและมีบทบาทช่วยในกระบวนการย่อยสลายไขมัน โดยตัวยาหลัก ๆ ที่พบได้บ่อยในแฟตสลายไขมัน ได้แก่
Artichoke Extract (Cynara Scolymus)
สารสกัดจากอาร์ติโชค มีคุณสมบัติช่วยกระตุ้นการทำงานของเอนไซม์ที่เกี่ยวข้องกับการสังเคราะห์พลังงานในร่างกาย ช่วยลดการสะสมไขมันใหม่ รวมถึงการลดเซลลูไลท์
Phosphatidylcholine (Mesostabyl)
เป็นสารที่พบได้ในเลซิตินจากถั่วเหลือง มีบทบาทช่วยให้ไขมันที่สะสมอยู่ในเซลล์แตกตัวง่ายขึ้น โดยเกี่ยวข้องกับการทำงานของเอนไซม์ที่ช่วยย่อยไขมัน (Lipase) และยังมีส่วนช่วยลดการก่อตัวของคอเลสเตอรอลในเนื้อเยื่อ
L-Carnitine
เป็นกรดอะมิโนชนิดหนึ่งที่ร่างกายสามารถสร้างเองได้จาก Lysine และ Methionine ทำหน้าที่สำคัญในการ “ขนส่งกรดไขมัน” เข้าไปยังไมโตคอนเดรีย ซึ่งเป็นแหล่งผลิตพลังงานของเซลล์ จึงช่วยให้ไขมันถูกนำไปใช้เป็นพลังงานมากขึ้น
กลไกการทำงานของแฟตสลายไขมันที่สัมพันธ์กับสารประกอบอื่น ๆ
นอกจากตัวยาหลักของแฟตสลายไขมัน ยังอาจมีการเติมสารสกัดอื่นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการสลายไขมัน เช่น
• Aesculus hippocastanum (Horse Chestnut) ช่วยลดการบวมน้ำ
• Juglans regia (Walnut) ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตและการเผาผลาญ
• Tyrosine เกี่ยวข้องกับกระบวนการแตกตัวของไขมันให้เล็กลงและถูกขับออกง่ายขึ้น
• Nicotiana tabacum กระตุ้นการทำงานของสารสื่อประสาทบางชนิด ส่งผลต่อการย่อยสลายไขมัน (Lipolysis)
จุดเด่นของ L-Carnitine ในแฟตสลายไขมัน
สาร L-Carnitine ถือเป็นหัวใจสำคัญของแฟตสลายไขมัน เนื่องจากมีบทบาทตรงต่อ การดึงไขมันไปใช้เป็นพลังงาน
• เพิ่มการเผาผลาญกรดไขมัน (Fat metabolism)
• สนับสนุนการย่อยสลายไตรกลีเซอไรด์ (Triglyceride)
• ช่วยให้พลังงานที่ร่างกายใช้มาจากการเผาผลาญไขมันมากขึ้น
ตัวยาของแฟตสลายไขมัน เป็นการผสมผสานของสารสกัดธรรมชาติหลายชนิดที่ออกฤทธิ์ร่วมกัน ทั้งกระตุ้นการสลายไขมัน ปรับสมดุลการไหลเวียนเลือด และสนับสนุนการเผาผลาญพลังงาน โดยเฉพาะ L-Carnitine ที่ทำหน้าที่ขนส่งกรดไขมันไปเผาผลาญในไมโตคอนเดรีย จึงช่วยให้การลดไขมันมีประสิทธิภาพมากขึ้น
แฟตสลายไขมันสามารถฉีดจุดไหนได้บ้าง
แฟตสลายไขมันเป็นการฉีดสารที่ช่วยกระตุ้นการสลายไขมันเฉพาะจุดลงไปในชั้นไขมันใต้ผิวหนัง ทำให้ไขมันค่อย ๆ แตกตัวและถูกกำจัดออกทางระบบของร่างกาย แฟตสลายไขมันเหมาะกับผู้ที่ต้องการปรับสัดส่วนโดยไม่ต้องผ่าตัด จุดที่นิยมฉีด ได้แก่
1.แฟตสลายไขมันที่แก้ม
• ช่วยลดไขมันส่วนเกินบริเวณแก้ม ทำให้ใบหน้าดูเล็กและเรียวขึ้น
• แฟตสลายไขมันแก้ม เหมาะกับคนที่มีแก้มเยอะ กระพุ้งแก้มใหญ่ หรือฉีดโบท็อกกรามแล้วหน้ายังไม่เรียวเพราะมีชั้นไขมันสะสม
• แฟตสลายไขมันแก้มมักนิยมทำคู่กับ แฟตเหนียง และ โบท็อกกราม เพื่อให้รูปหน้า V-shape ชัดเจนยิ่งขึ้น
2.แฟตสลายไขมันที่เหนียง (ไขมันใต้คาง)
• แฟตสลายไขมันใช้ฉีดเพื่อลดเหนียง คางสองชั้น หรือความหย่อนคล้อยบริเวณคาง
• เมื่อไขมันบริเวณนี้ลดลง จะช่วยให้ใบหน้าดูเรียวและมีมิติขึ้น
3.แฟตสลายไขมันต้นแขน
• ฉีดแฟตสลายไขมันเพื่อลดไขมันส่วนเกินบริเวณต้นแขนและท้องแขน
• แฟตสลายไขมันต้นแขนเหมาะกับผู้ที่แขนใหญ่ ใส่เสื้อผ้าไม่มั่นใจ ต้องการให้แขนเล็กลงและกระชับขึ้น
• ข้อดีของแฟตสลายไขมันต้นแขนคือไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น และไม่มีแผลเป็น
4.แฟตสลายไขมันนมน้อย (Bra Fat)
• แฟตสลายไขมันนมน้อยลดไขมันที่ปลิ้นออกมาบริเวณรักแร้หรือตรงข้างเต้านม
• แฟตสลายไขมันนมน้อยมักเป็นจุดที่รบกวนเวลาสวมชุดรัดรูป เสื้อเกาะอก หรือชุดออกกำลังกาย
• แฟตสลายไขมันนมน้อยเป็นการฉีดช่วยให้เนื้อที่นูนออกมาค่อย ๆ ยุบลง ทำให้สัดส่วนดูเรียบเนียนขึ้น
5.แฟตสลายไขมันต้นขา
• แฟตสลายไขมันต้นขาเน้นการฉีดบริเวณต้นขาด้านในและด้านนอก เพื่อสลายไขมันรอบ ๆ ต้นขา
• แฟตสลายไขมันต้นขาเหมาะกับผู้ที่มีปัญหาขาใหญ่ ขาเบียด
• แฟตสลายไขมันต้นขาสามารถทำร่วมกับ โบท็อกน่อง เพื่อให้ช่วงขาเรียวยาวและกระชับยิ่งขึ้น
6.แฟตสลายไขมันพุง
• แฟตสลายไขมันพุงฉีดเพื่อลดไขมันรอบพุง ไม่ว่าจะเป็นพุงยื่น พุงชั้น หรือไขมันรอบสะดือ
• แฟตสลายไขมันพุงช่วยให้หน้าท้องดูเรียบขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัดหรือดูดไขมัน
• แฟตสลายไขมันพุงสามารถทำได้หลายตำแหน่งรอบหน้าท้อง ขึ้นอยู่กับปริมาณไขมันของแต่ละบุคคล
7.แฟตสลายไขมันเอว
• แฟตสลายไขมันเอวช่วยลดไขมันส่วนเกินรอบเอว ทำให้เอวเล็กลงและหุ่นดูเพรียวขึ้น
• แฟตสลายไขมันเอวนิยมทำคู่กับ แฟตพุง หรือเครื่องยกกระชับผิว เช่น Ultraformer / Thermage เพื่อให้ได้ผลชัดเจนยิ่งขึ้น
จุดที่ฉีดแฟตสลายไขมันแล้วลดง่ายที่สุด
การตอบสนองของร่างกายต่อการฉีดแฟตสลายไขมันขึ้นอยู่กับ ลักษณะไขมันแต่ละจุด และ พันธุกรรมของแต่ละบุคคล แต่โดยทั่วไปพบว่า
แฟตสลายไขมันเหนียงและแฟตสลายไขมันแก้ม เป็นจุดที่ไขมันมีปริมาณไม่มากและอยู่ตื้น จึงมักเห็นผลชัดเจนและเร็วกว่า
แฟตสลายไขมันพุงและแฟตสลายไขมันเอว ถึงแม้จะเป็นจุดที่มีไขมันเยอะ แต่เนื่องจากมีพื้นที่กว้าง การฉีดสามารถทำได้ครอบคลุม ทำให้เห็นการเปลี่ยนแปลงได้ดี โดยเฉพาะถ้าควบคู่กับการควบคุมอาหาร
แฟตสลายไขมันต้นขาและแฟตสลายไขมันต้นแขน เป็นจุดที่ตอบสนองได้ แต่เนื่องจากมักเป็นไขมันสะสมเรื้อรัง จึงอาจต้องใช้เวลาหรือจำนวนครั้งมากกว่าจุดเล็ก ๆ เช่น เหนียงหรือแก้ม
แฟตสลายไขมันฉีดจุดไหนจะเป็นอันตรายบ้าง
แฟตสลายไขมันมีบางจุดที่ต้อง ใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากมีเส้นเลือดใหญ่ เส้นประสาท หรืออวัยวะสำคัญอยู่ใกล้เคียง
1.บริเวณรอบดวงตาควรหลีกเลี่ยงการฉีดแฟตสลายไขมัน
• การฉีดแฟตใกล้ตา เช่น ใต้ตาหรือหางตา มีความเสี่ยงเพราะผิวบางและมีเส้นเลือดฝอยจำนวนมาก
• หากฉีดผิดตำแหน่ง อาจทำให้เกิดรอยช้ำ บวม หรือในกรณีรุนแรงอาจกระทบต่อการมองเห็น
2.บริเวณจมูกรหลีกเลี่ยงการฉีดแฟตสลายไขมัน
• จมูกมีเส้นเลือดสำคัญที่เชื่อมต่อกับดวงตา
• หากตัวยาเข้าไปอุดตันในเส้นเลือด อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง เช่น การไหลเวียนเลือดผิดปกติ
3.บริเวณลำคอด้านข้างหลีกเลี่ยงการฉีดแฟตสลายไขมัน
• บริเวณนี้มีเส้นประสาทและเส้นเลือดใหญ่ เช่น หลอดเลือดแดงคาโรติด (Carotid artery)
• การฉีดแฟตสลายไขมันผิดตำแหน่งอาจทำให้เกิดอันตรายต่อระบบไหลเวียนเลือดหรือเส้นประสาทได้
4.บริเวณหน้าอกหรือลำตัวใกล้อวัยวะสำคัญหลีกเลี่ยงการฉีดแฟตสลายไขมัน
• เช่น บริเวณเหนือหัวใจหรือช่องท้องลึก
• หากตัวยาเข้าไปใกล้อวัยวะภายใน อาจทำให้เกิดการระคายเคืองหรือผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์
ข้อควรระวังทั่วไปในการฉีดแฟตสลายไขมัน
• ควรหลีกเลี่ยงการฉีดแฟตสลายไขมันเอง หรือฉีดกับบุคคลที่ไม่ใช่แพทย์ เพราะความเสี่ยงหลักมักเกิดจากการฉีดผิดชั้นผิว หรือเข้าสู่เส้นเลือด
• ควรเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน มีแพทย์และใช้ตัวยาที่ได้รับการรับรอง
• แม้ในจุดที่นิยมฉีดแฟตสลายไขมัน เช่น แก้ม เหนียง แขน พุง หรือขา หากทำโดยผู้ไม่มีความรู้ ก็อาจเกิดปัญหาได้เช่นกัน เช่น บวมมาก รอยช้ำ หรือผลลัพธ์ไม่สมดุล
ฉีดแฟตสลายไขมันแต่ละตำแหน่งใช้กี่ CC
การฉีดแฟตสลายไขมันนั้น ไม่ได้ใช้ปริมาณตัวยาเท่ากันทุกตำแหน่ง แต่จะขึ้นอยู่กับปริมาณไขมัน ความหนาของชั้นผิว และสัดส่วนที่ต้องการแก้ไข
ดังนั้น การรู้ว่าบริเวณต่าง ๆ มักใช้ตัวยาในการฉีดแฟตสลายไขมันประมาณกี่ cc จะช่วยให้คนไข้เข้าใจภาพรวมได้ชัดเจนมากขึ้น และเตรียมตัวปรึกษาแพทย์ได้
1.แฟตสลายไขมันแก้ม
• ปริมาณที่ใช้ ประมาณ 5 - 10 cc ต่อข้าง
• เหมาะกับคนที่มีแก้มเยอะ กระพุ้งแก้มใหญ่ หรือแก้มหย่อนคล้อย
• หากต้องการผลลัพธ์ชัดเจน มักทำควบคู่กับการฉีด เหนียง หรือ โบท็อกกราม
2.แฟตสลายไขมันเหนียง (ไขมันใต้คาง)
• ปริมาณที่ใช้ ประมาณ 5 - 10 cc (ขึ้นกับความหนาของไขมัน)
• จุดนี้มักตอบสนองเร็ว เห็นผลได้ไวกว่าแก้มเพราะเป็นบริเวณไขมันตื้นและมีปริมาณไม่มาก
3.แฟตสลายไขมันต้นแขน
• ปริมาณที่ใช้ ประมาณ 10 - 20 cc ต่อข้าง
• เหมาะสำหรับผู้ที่มีต้นแขนใหญ่หรือหย่อนคล้อย
• ปริมาณขึ้นกับว่าต้องการเก็บเฉพาะท้องแขนด้านใน หรือต้องการกระชับรอบแขนทั้งหมด
4.แฟตสลายไขมันนมน้อย (Bra Fat)
• ปริมาณที่ใช้ ประมาณ 5 - 15 cc ต่อข้าง
• ใช้สำหรับลดเนื้อปลิ้นบริเวณรักแร้ที่เห็นเวลาสวมเสื้อเกาะอกหรือชุดออกกำลังกาย
5.แฟตสลายไขมันต้นขา
• ปริมาณที่ใช้ ประมาณ 20 - 40 cc ต่อข้าง
• มักเน้นบริเวณต้นขาด้านในหรือด้านนอก ขึ้นอยู่กับปัญหาของแต่ละคน
• เป็นบริเวณที่ไขมันสะสมมาก จึงต้องใช้ปริมาณสูงกว่าบริเวณใบหน้า
6.แฟตสลายไขมันพุง / หน้าท้อง
• ปริมาณที่ใช้ ประมาณ 20 - 50 cc ต่อครั้ง
• ปริมาณขึ้นกับว่าต้องการเก็บเฉพาะรอบสะดือ ท้องน้อย หรือทั้งหน้าท้อง
• เนื่องจากเป็นจุดที่ไขมันสะสมมาก จึงมักต้องทำหลายครั้งเพื่อเห็นผลลัพธ์ชัดเจน
7.แฟตสลายไขมันเอว (เอวเอส / Love Handle)
• ปริมาณที่ใช้ ประมาณ 20 - 40 cc ต่อข้าง
• นิยมทำคู่กับแฟตพุงเพื่อปรับรูปร่างให้เอวเล็กและเห็นทรวดทรงชัดเจนขึ้น
ปริมาณการฉีดแฟตสลายไขมันในแต่ละตำแหน่ง ขึ้นอยู่กับปริมาณไขมันและรูปร่างของแต่ละบุคคล ใบหน้าและเหนียงมักใช้ ปริมาณน้อย (5-10 cc)
แขน ขา เอว พุง ใช้ ปริมาณมากขึ้น (20-50 cc) เนื่องจากมีไขมันสะสมมากกว่า แพทย์จะเป็นผู้ประเมินและแนะนำจำนวน cc ที่เหมาะสม ในการฉีดแฟตสลายไขมัน เพื่อไม่ให้เป็นอันตราย
ฉีดแฟตสลายไขมันกี่ครั้งถึงเห็นผล
การฉีดแฟตสลายไขมัน (Meso Fat) ไม่ได้เห็นผลทันทีในครั้งเดียว เพราะกลไกของตัวยาจะค่อย ๆ ทำให้เซลล์ไขมันแตกตัว แล้วร่างกายจึงกำจัดออกทางระบบขับถ่ายตามกระบวนการของร่างกาย
• ครั้งแรกหลังฉีดแฟตสลายไขมัน มักเริ่มสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย เช่น ความบวมลดลงหรือรูปหน้าดูเบาลงเล็กน้อย ประมาณ 1-2 สัปดาห์
• หลังฉีดแฟตสลายไขมันต่อเนื่อง 2-3 ครั้ง จะเห็นผลชัดเจนมากขึ้น ไขมันที่สะสมเริ่มยุบลง และสัดส่วนบริเวณที่ฉีดแฟตสลายไขมันกระชับขึ้น
• โดยทั่วไปในการฉีดแฟตสลายไขมัน แนะนำทำต่อเนื่อง ประมาณ 3-5 ครั้ง (ห่างกันครั้งละ 2-4 สัปดาห์) เพื่อให้เห็นผลที่ชัดเจนและคงอยู่ได้ยาวนาน
ปัจจัยที่ทำให้ผลลัพธ์แตกต่างกันในการฉีดแฟตสลายไขมัน
• ปริมาณไขมันสะสม ถ้าไขมันน้อยอาจเห็นผลเร็ว แต่ถ้าไขมันมากอาจต้องทำหลายครั้ง
• ตำแหน่งที่ฉีดแฟตสลายไขมัน บริเวณเล็ก ๆ เช่น เหนียงหรือแก้ม มักเห็นผลเร็วกว่า พุงหรือต้นขาซึ่งเป็นไขมันดื้อ
• การดูแลหลังทำฉีดแฟตสลายไขมัน ควบคุมอาหาร ลดของมัน ของทอด และออกกำลังกายร่วมด้วย จะช่วยให้ผลลัพธ์ชัดเจนขึ้น
• สภาพร่างกายแต่ละคน ระบบเผาผลาญแตกต่างกัน ทำให้บางคนเห็นผลเร็ว บางคนช้ากว่า
เลือกคลินิกฉีดแฟตสลายไขมันอย่างไรดี
การเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐานและแพทย์เป็นปัจจัยหลักที่จะช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่สวยงามและไม่อันตรายไปพร้อมกัน
1.ตรวจสอบว่า มีใบอนุญาตสถานพยาบาลถูกต้อง
• คลินิกต้องได้รับอนุญาตจากกระทรวงสาธารณสุข
• สามารถสังเกตได้จากป้ายอนุญาตสถานพยาบาลที่ติดไว้บริเวณหน้าเคาน์เตอร์หรือบริเวณรับรอง
2.เลือกฉีดแฟตสลายไขมันกับ แพทย์เท่านั้น
• ควรเป็นแพทย์ที่มีใบประกอบวิชาชีพถูกต้อง
• มีประสบการณ์ในการฉีดแฟตสลายไขมันโดยตรง
• สามารถประเมินโครงสร้างใบหน้าและรูปร่างได้อย่างเหมาะสม เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่สมดุลและไม่เป็นอันตราย
3.ใช้ ตัวยาในการฉีดแฟตสลายไขมันที่ผ่านการรับรอง
• ตัวยาที่ใช้ควรมีมาตรฐาน ผ่านการรับรอง
4.มีการให้คำปรึกษาและอธิบายอย่างละเอียด
• ก่อนฉีดแฟตสลายไขมันควรได้รับการตรวจประเมินจากแพทย์
• แพทย์ควรอธิบายขั้นตอน ปริมาณตัวยาที่ใช้ ผลลัพธ์ที่คาดหวัง รวมถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น
5.สภาพแวดล้อมและอุปกรณ์สะอาด ปลอดเชื้อ
• ห้องทำหัตถการต้องสะอาด ได้มาตรฐาน
• ใช้อุปกรณ์ที่ผ่านการฆ่าเชื้อ และตัวยาควรเปิดใหม่ทุกครั้งต่อหน้าคนไข้
6.มีการติดตามผลหลังฉีดแฟตสลายไขมัน
• คลินิกที่ดีควรมีบริการติดตามอาการหลังการฉีดแฟตสลายไขมัน
• หากเกิดผลข้างเคียง เช่น บวม ช้ำมากผิดปกติ ควรมีแพทย์ดูแลแก้ไขอย่างใกล้ชิด
แฟตสลายไขมันมีผลข้างเคียงยังไงบ้าง
การฉีดแฟตสลายไขมัน (Meso Fat) ถือเป็นหัตถการที่สามารถทำได้อย่างไม่อันตรายถ้าทำโดยแพทย์ และใช้ตัวยาที่ได้มาตรฐาน แต่ก็อาจเกิดผลข้างเคียงเล็กน้อยได้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นอาการชั่วคราวและมักหายเองภายในไม่กี่วันถึงสัปดาห์
อาการที่พบได้บ่อยหลังฉีดแฟตสลายไขมัน (ทั่วไป ไม่อันตราย)
• บวม แดง หรือช้ำเล็กน้อย เกิดจากการฉีดเข้าสู่ชั้นผิวหนังและเนื้อเยื่อไขมัน
• เจ็บหรือระบมบริเวณที่ฉีด รู้สึกคล้ายเจ็บกล้ามเนื้อหลังฉีด 1-3 วัน
• ผิวตึงหรือร้อนเล็กน้อย เป็นผลจากการที่ไขมันเริ่มถูกสลาย
• ก้อนแข็งเล็ก ๆ ใต้ผิว เกิดจากการที่ตัวยายังคงกระจายไม่ทั่ว ซึ่งมักจะค่อย ๆ ยุบไปเอง
อาการที่พบได้น้อย (ควรแจ้งแพทย์หากเกิดขึ้น)
• บวมมากผิดปกติหรือปวดรุนแรง
• อาการแพ้ เช่น คัน มีผื่นแดง
• ผิวหนังไม่เรียบหรือยุบเป็นร่อง หากตัวยาไม่กระจายตัวสม่ำเสมอ
• อักเสบหรือติดเชื้อ (พบได้น้อยมาก หากอุปกรณ์ไม่สะอาด)
แฟตสลายไขมันทำไมถึงห้ามฉีดด้วยหมอกระเป๋า
การฉีดแฟตสลายไขมัน (Meso Fat) แม้จะเป็นหัตถการที่หลายคนมองว่า ทำง่ายแต่ความจริงแล้ว ต้องอาศัยความรู้ด้านกายวิภาคศาสตร์และประสบการณ์แพทย์ หากฉีดแฟตสลายไขมันกับ “หมอกระเป๋า” หรือผู้ที่ไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพแพทย์ จะเสี่ยงต่ออันตรายได้มากกว่าที่คิด
1.ความเสี่ยงจากการใช้ตัวยาที่ไม่ได้มาตรฐาน
• หมอกระเป๋ามักใช้ตัวยาที่ ไม่ผ่าน อย.หรือไม่ทราบแหล่งที่มาแน่ชัด
• บางครั้งเป็นตัวยาปลอม หรือตัวยาที่ไม่ได้เหมาะสำหรับการสลายไขมันโดยตรง
• อาจก่อให้เกิดอาการแพ้ ระคายเคือง ผิวอักเสบ หรือผลข้างเคียงรุนแรง
2.ความเสี่ยงจากเทคนิคการฉีดผิดพลาด
• การฉีดแฟตสลายไขมันต้องใช้ความรู้ว่าควรฉีดลึกแค่ไหนและหลีกเลี่ยงเส้นเลือด เส้นประสาทตรงไหน
• หากฉีดผิดตำแหน่ง อาจทำให้เกิด
• ช้ำและบวมมากผิดปกติ
• เนื้อผิวไม่เรียบหรือเป็นก้อนแข็ง
• อันตรายต่อเส้นประสาทหรือเส้นเลือด
3.ขาดการประเมินที่ถูกต้อง
• แพทย์จริงจะประเมินสภาพผิว ปริมาณไขมัน และแนะนำจำนวน cc ที่เหมาะสม
• หมอกระเป๋าไม่มีความรู้เรื่องนี้ จึงอาจฉีดมากเกินไป น้อยเกินไป หรือไม่เหมาะกับสภาพร่างกายของคนไข้
4.ขาดการดูแลหลังฉีดแฟตสลายไขมัน
• คลินิกที่ได้มาตรฐานจะมีการนัดติดตามผล ให้คำแนะนำการดูแล และพร้อมรับผิดชอบหากเกิดภาวะแทรกซ้อน
• แต่หมอกระเป๋า ไม่มีระบบการดูแลหลังฉีดแฟตสลายไขมัน หากเกิดปัญหาคนไข้มักต้องรับผลเสียเอง
ฉีดแฟตสลายไขมันยังไงไม่ให้เป็นอันตราย
1.เลือกฉีดแฟตสลายไขมันกับแพทย์
• ควรเป็นแพทย์ที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพถูกต้อง
• มีความรู้ด้านกายวิภาค สามารถประเมินว่าควรฉีดตรงไหน ลึกแค่ไหน และใช้ปริมาณเท่าไรถึงจะเหมาะสม
• ช่วยลดความเสี่ยงจากการฉีดผิดตำแหน่งที่อาจกระทบเส้นเลือดหรือเส้นประสาท
2.ใช้ ตัวยาที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน
• ควรเลือกตัวยาที่ผ่านการขึ้นทะเบียนกับ อย.
• ต้องมีฉลากชัดเจน บอกชื่อสาร วันหมดอายุ และเปิดใหม่ต่อหน้า
• หลีกเลี่ยงตัวยาที่ราคาถูกผิดปกติหรือไม่ทราบแหล่งที่มา
3.ทำใน คลินิกที่ได้มาตรฐาน
• คลินิกต้องมีใบอนุญาตสถานพยาบาลถูกต้อง
• ห้องหัตถการต้องสะอาด ได้มาตรฐาน มีเครื่องมือและอุปกรณ์ปลอดเชื้อ
• มีระบบติดตามผลหลังทำ หากเกิดปัญหาสามารถติดต่อแพทย์ได้ทันที
4.ปฏิบัติตามคำแนะนำหลังฉีดแฟตสลายไขมันอย่างเคร่งครัด
• หลีกเลี่ยงการนวดหรือกดแรง ๆ บริเวณที่ฉีด
• ดื่มน้ำมากพอ เพื่อช่วยให้ร่างกายขับไขมันที่ถูกสลายออก
• เลี่ยงแอลกอฮอล์และอาหารมันจัดช่วงแรก
• หากมีอาการบวม แดง หรือเจ็บมากผิดปกติ ควรรีบพบแพทย์
5.อย่าเลือกจากราคาเพียงอย่างเดียว
• ราคาที่ถูกมากผิดปกติอาจแลกมาด้วยตัวยาที่ไม่ได้มาตรฐานหรือผู้ฉีดแฟตสลายไขมันที่ไม่ใช่แพทย์
• ควรเลือกจากความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือเป็นหลัก
ฉีดแฟตสลายไขมันจะมีสารตกค้างในร่างกายหรือไม่
การฉีดแฟตสลายไขมัน (Meso Fat) ใช้สารที่ส่วนใหญ่เป็นสารสกัดจากธรรมชาติ เช่น Phosphatidylcholine (PPC), L-Carnitine, Artichoke extract, วิตามินและแร่ธาตุ ซึ่งมีบทบาทช่วยให้ไขมันแตกตัวและถูกนำไปใช้เป็นพลังงานหรือขับออกทางระบบขับถ่ายของร่างกาย
คำตอบคือ โดยทั่วไปในการฉีดแฟตสลายไขมันไม่มีสารตกค้างในร่างกาย
เพราะ สารที่ใช้สามารถย่อยสลายได้ สารส่วนใหญ่เป็นสารที่ร่างกายรู้จักและสามารถนำไปใช้ในกระบวนการเผาผลาญพลังงานได้ เมื่อทำหน้าที่เสร็จ ร่างกายจะกำจัดออกตามกลไกปกติ เช่น ทางปัสสาวะและเหงื่อ ไม่มีการสะสมในอวัยวะสำคัญ ไม่เหมือนสารแปลกปลอมบางชนิดที่อาจค้างในตับหรือไต หากใช้ตัวยาที่ได้มาตรฐานและปริมาณเหมาะสม ร่างกายจะขับออกได้หมด
ฉีดแฟตสลายไขมันร่วมกับลดน้ำหนักปกติได้หรือไม่
คำตอบคือ สามารถทำควบคู่กันได้ และมักได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าการทำอย่างใดอย่างหนึ่งเพียงอย่างเดียว
เหตุผลที่ฉีดแฟตสลายไขมันแล้วสามารถทำร่วมกับลดน้ำหนักได้
1.ฉีดเมโสแฟตสลายไขมันช่วยลดไขมันเฉพาะ
• เช่น แก้ม เหนียง ต้นแขน ต้นขา หรือพุง
• จุดที่มักดื้อหรือลดได้ยากด้วยการควบคุมอาหารและออกกำลังกาย
2.การควบคุมอาหารและออกกำลังกายช่วยลดน้ำหนักโดยรวม
• ทำให้ระบบเผาผลาญดีขึ้น
• ลดโอกาสที่ไขมันใหม่จะกลับมาสะสม
• ช่วยเสริมให้ผลของการฉีดแฟตอยู่ได้นานขึ้น
3.เสริมผลลัพธ์ซึ่งกันและกัน
• เมโสแฟตสลายไขมันทำให้สัดส่วนบริเวณที่กังวลลดลงเร็วขึ้น
• การลดน้ำหนักปกติช่วยให้ร่างกายปรับสมดุลและสุขภาพโดยรวมดีขึ้น
สิ่งที่ควรระวังในการทำเมโสแฟตสลายไขมันคู่กับการออกกำลังกาย
อย่าพึ่งพาเมโสแฟตอย่างเดียว เพราะไม่ได้แก้ปัญหาน้ำหนักตัวโดยรวม แต่ช่วยเฉพาะจุด
ควรทำโดยแพทย์ เพื่อประเมินว่าบริเวณไหนเหมาะสม ควรใช้ปริมาณเท่าไร
ปรับพฤติกรรมควบคู่กัน เช่น รับประทานอาหารที่เหมาะสม ดื่มน้ำเพียงพอ และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
ฉีดแฟตสลายไขมันแล้วจะไปรบกวนการย่อยของร่างกายหรือไม่
การฉีดแฟตสลายไขมันไม่มีโอกาสไป “รบกวนระบบย่อยอาหารโดยตรง” เพราะยาถูกฉีดเฉพาะที่บริเวณไขมันใต้ผิว ไม่ได้เข้าไปที่กระเพาะหรือลำไส้ ซึ่งเป็นอวัยวะหลักของการย่อยอาหาร
อธิบายเพิ่มเติม
• การย่อยอาหารเกิดขึ้นในระบบทางเดินอาหาร ตั้งแต่ปาก กระเพาะ ลำไส้เล็ก โดยมีน้ำย่อยและน้ำดีช่วยสลายอาหาร
• ส่วนการฉีดแฟตสลายไขมัน เป็นการใช้ตัวยาสลายเซลล์ไขมันเฉพาะจุด เช่น บริเวณแก้ม เหนียง ต้นแขน หรือต้นขา ตัวยาจะทำให้ไขมันแตกตัวและถูกกำจัดออกผ่านตับกับระบบน้ำเหลือง
• ดังนั้นสองระบบนี้แยกจากกันโดยสิ้นเชิง การฉีดแฟตสลายไขมันไม่ไปยุ่งกับกลไกการย่อยอาหารเลย
อาการที่อาจคล้ายเกี่ยวกับการย่อยอาหาร แต่จริง ๆ ไม่ใช่
• บางคนอาจรู้สึกคลื่นไส้เล็กน้อยหรือมึน ๆ หลังฉีดแฟตสลายไขมัน เพราะร่างกายเริ่มจัดการไขมันที่สลายออกมา ไม่ใช่เพราะระบบย่อยเสียหาย
• อาการเหล่านี้พบได้น้อย และมักหายไปเองใน 1-2 วัน
แฟตสลายไขมันจะทำให้กล้ามเนื้อหายไปหรือไม่
ไม่ได้ทำให้กล้ามเนื้อหายไป เพราะการฉีดแฟตสลายไขมันออกฤทธิ์เฉพาะที่ ชั้นไขมันใต้ผิวหนัง เท่านั้น ไม่ได้ทำลายชั้นกล้ามเนื้อที่อยู่ลึกกว่า ดังนั้นกล้ามเนื้อยังคงเดิม ไม่ถูกกระทบกระเทือนจากตัวยา การเปลี่ยนแปลงที่เห็นคือไขมันเฉพาะจุดลดลง แต่กล้ามเนื้อไม่ได้หายไป
ดูแลตัวเองหลังทำหัตถการฉีดแฟตสลายไขมัน
• ดื่มน้ำให้เพียงพอ เพื่อช่วยให้ร่างกายกำจัดของเสียและไขมันที่ถูกสลายออกไป
• หลีกเลี่ยงการกด นวด หรือเกาบริเวณที่ฉีดแฟตสลายไขมันในช่วงแรก เพราะอาจทำให้เกิดรอยช้ำหรือบวมมากขึ้น
• งดออกกำลังกายหนัก ๆ ประมาณ 2-3 วันแรก ให้ร่างกายพักฟื้นก่อน
• สามารถทำความสะอาดผิวได้ตามปกติ แต่ควรหลีกเลี่ยงการใช้น้ำร้อนจัดหรือซาวน่าในช่วงแรก
• หากมีอาการบวม แดง หรือเจ็บ สามารถประคบเย็นเบา ๆ ได้ และควรติดตามอาการกับแพทย์ตามนัด
สรุปทุกเรื่องเกี่ยวกับแฟตสลายไขมัน
แฟตสลายไขมันควรฉีดที่คลินิกที่ได้มาตรฐาน และฉีดกับคุณหมอที่มีใบรับรอง เพื่อไม่ให้มีสารตกค้างอยู่ในร่างกาย แลได้ผลลัพธ์ในแบบที่เราต้องการ พร้อมทั้งดูแลตัวเองควบคู่ไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกาย การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ การดื่มน้ำ เพื่อให้เรามีสุขภาพดีในระยะยาว
* เงื่อนไขตามบริษัทฯ กำหนด
แนะนำให้สอบถามกับเจ้าหน้าที่ก่อนเข้ารับบริการ
เพื่อความชัวร์และได้สิทธิ์ที่คุ้มที่สุดค่ะ