โปรแกรม Oligio ลดร่องแก้ม คืออะไร เหมาะกับใคร อยู่ได้กี่เดือน
Oligio ลดร่องแก้ม
Oligio ลดร่องแก้ม คืออะไร เหมาะกับใคร อยู่ได้กี่เดือน
ร่องแก้มลึก หรือ ร่องน้ำหมาก คือปัญหาผิวที่หลายคนเผชิญเมื่ออายุเพิ่มขึ้น ซึ่งทำให้ใบหน้าดูแก่กว่าวัยแล้ว ส่งผลต่อความมั่นใจในชีวิตประจำวัน ด้วยเหตุนี้ เทคโนโลยียกกระชับผิวโดยไม่ต้องผ่าตัด จึงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ Oligio นวัตกรรมใหม่จากเกาหลีที่ใช้พลังงาน Monopolar RF ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนลึกถึงชั้น SMAS ยกกระชับผิว ลดร่องแก้ม โดยไม่ต้องพักฟื้น ไม่เจ็บ และเหมาะกับทุกสภาพผิว
บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับ Oligio ลดร่องแก้ม ทั้งในด้านหลักการทำงาน ผลลัพธ์ ข้อดี ข้อควรระวัง และวิธีเลือกคลินิกอย่างปลอดภัย เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจได้อย่างมั่นใจและเห็นผลลัพธ์ที่คุ้มค่า
รู้จักเครื่องยกกระชับ Oligio คืออะไร
Oligio คือเครื่องยกกระชับผิวหน้าและกระตุ้นคอลลาเจนรุ่นใหม่ที่ใช้พลังงาน Monopolar Radio Frequency (RF) คลื่นความถี่วิทยุแบบความถี่เดียว ที่พัฒนาขึ้นเพื่อการฟื้นฟูสภาพผิวในระดับลึก โดยเน้น ความแม่นยำและผลลัพธ์ที่ชัดเจนโดยไม่ต้องผ่าตัด เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการยกกระชับผิว ลดเลือนริ้วรอย ร่องลึก หรือร่องแก้มโดยเฉพาะ
จุดเด่นของ Oligio
• ยกกระชับผิวได้ลึกถึงชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับที่ทำศัลยกรรมผ่าตัดดึงหน้า
• กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอิลาสตินอย่างต่อเนื่อง
• ลดเลือนริ้วรอย ร่องลึก และความหย่อนคล้อย
• ไม่เจ็บ ไม่ต้องฉีด ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น
• มีหัวยิงพร้อมระบบความเย็นที่ช่วยปกป้องผิวชั้นบน
ร่องแก้มเกิดจากอะไร
ร่องแก้ม หรือที่เรียกอีกชื่อว่า ร่องน้ำหมาก คือเส้นลึกที่ลากจากข้างจมูกลงมาถึงมุมปาก เป็นร่องที่สังเกตได้ชัดเจนเมื่ออายุเพิ่มขึ้น โดยเกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน ซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็นทั้งปัจจัยทางธรรมชาติและพฤติกรรมการใช้ชีวิต ดังนี้
1.การเสื่อมสภาพของคอลลาเจนและอีลาสติน
เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายจะผลิตคอลลาเจนและอีลาสตินลดลง ทำให้ผิวหนังบริเวณแก้มและข้างจมูกเริ่มหย่อนคล้อย ขาดความยืดหยุ่น ส่งผลให้เกิดเป็นร่องลึกที่เห็นได้ชัดเจนมากขึ้น
2.การเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อใบหน้าซ้ำ ๆ
การยิ้ม หัวเราะ หรือแสดงสีหน้าแบบเดิมซ้ำบ่อย ๆ เป็นเวลาหลายปี ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณนั้นเกิดความจดจำและพับตัวของผิวหนังซ้ำที่จุดเดิม จนก่อให้เกิด ริ้วรอยถาวรหรือร่องลึก โดยเฉพาะบริเวณร่องแก้ม
3.แก้มตอบหรือไขมันใบหน้าลดลง
เมื่อไขมันใต้ผิวหนังบริเวณแก้มเริ่มบางลงหรือฝ่อลงตามวัย จะทำให้ผิวแก้มไม่มีโครงค้ำยัน ส่งผลให้ผิวหนังหย่อนและไหลลงมากองที่แนวร่องแก้ม ทำให้ร่องดูชัดเจนขึ้น
4.โครงสร้างกระดูกใบหน้าเปลี่ยนแปลง
เมื่ออายุเพิ่มขึ้น กระดูกบริเวณโหนกแก้มและใต้ตาจะเริ่มฝ่อหรือยุบตัวลง เป็นเหตุให้ผิวหนังชั้นบนขาดการพยุง จนเกิดการหย่อนคล้อยลงมาสะสมที่บริเวณร่องแก้ม
5.พฤติกรรมและปัจจัยภายนอก
• การนอนตะแคงทำให้เกิดแรงกดที่ใบหน้า
• แสงแดดที่ทำลายคอลลาเจนใต้ผิว
• การขาดการดูแลผิว เช่น ไม่ทาครีมบำรุงหรือกันแดด
• การสูบบุหรี่และความเครียดที่เร่งการเกิดริ้วรอย
6.พันธุกรรม
บางคนอาจมีแนวโน้มเกิดร่องแก้มชัดตั้งแต่อายุยังน้อย แม้ยังไม่มีสัญญาณของความเสื่อมผิวที่ชัดเจน ซึ่งอาจเกิดจากโครงสร้างใบหน้า หรือพันธุกรรมที่ส่งต่อจากครอบครัว
ร่องแก้มตื้น vs ลึก แตกต่างกันอย่างไร
ร่องแก้มสามารถแบ่งออกเป็น 2 ระดับความลึกหลัก ๆ คือ ร่องแก้มตื้น และ ร่องแก้มลึก โดยความลึกนี้มีผลต่อการเลือกวิธีรักษา และบ่งบอกถึงระดับการเปลี่ยนแปลงของผิวพรรณและโครงสร้างใต้ผิวหนัง โดยมีความแตกต่างดังนี้
1.ร่องแก้มตื้น
ลักษณะ
• เป็นร่องหรือเส้นบาง ๆ ที่เริ่มพับตัวจากจมูกลงมาที่มุมปาก
• สังเกตเห็นได้เมื่อแสดงสีหน้า เช่น ยิ้มหรือหัวเราะ
• มักเกิดในช่วงอายุ 25-35 ปี หรือผู้ที่เริ่มมีการเสื่อมของคอลลาเจน
สาเหตุหลัก
• การใช้กล้ามเนื้อใบหน้าซ้ำ ๆ
• เริ่มมีการลดลงของคอลลาเจนและอีลาสตินเล็กน้อย
• ผิวบางลง แต่ไขมันและกระดูกยังอยู่ในสภาพดี
ผลกระทบต่อใบหน้า
• ใบหน้ายังดูอ่อนเยาว์โดยรวม แต่เริ่มมีเส้นพับให้เห็นเมื่อแสดงสีหน้า
• บางคนอาจรู้สึกว่าดูเหนื่อยหรือล้าเล็กน้อย
แนวทางการรักษา
• พลังงาน RF เช่น Oligio ลดร่องแก้ม หรือ HIFU เพื่อกระตุ้นคอลลาเจน
• สกินบูสเตอร์, การบำรุงผิว, ครีมลดริ้วรอย
• ปรับพฤติกรรม เช่น ทาครีมกันแดด และนอนหงาย
2.ร่องแก้มลึก
ลักษณะ
• เป็นร่องลึกถาวร มองเห็นได้ชัดเจนแม้ในขณะไม่แสดงสีหน้า
• เส้นร่องดูเป็นเงา ทำให้ใบหน้าดูเศร้า หย่อนคล้อย หรือดูมีอายุ
สาเหตุหลัก
• การสูญเสียคอลลาเจนในชั้นผิวอย่างต่อเนื่อง
• ไขมันใบหน้าฝ่อลง / แก้มตอบ
• โครงสร้างกระดูกยุบตัวลงเมื่ออายุเพิ่มขึ้น
• ผิวหย่อนคล้อยจากแรงโน้มถ่วง
ผลกระทบต่อใบหน้า
• ใบหน้าดูอิดโรย ดูเหนื่อยล้าและแก่กว่าวัย
• การแต่งหน้าอาจทำให้ร่องชัดเจนขึ้น
แนวทางการรักษา
• เครื่องยกกระชับพลังงานสูง เช่น Oligio ลดร่องแก้ม เพื่อยกแนวแก้มขึ้น
• การฉีดฟิลเลอร์เติมร่องแก้ม เพื่อปรับระดับความลึกของร่อง
• บางกรณีอาจใช้การ ผสมผสานหลายเทคนิค เช่น RF + ฟิลเลอร์ + Meso
Oligio ลดร่องแก้ม มีหลักการทำงานอย่างไร
Oligio เป็นเทคโนโลยียกกระชับผิวด้วยพลังงาน Monopolar Radio Frequency (RF) ที่ทันสมัย ซึ่งสามารถช่วยลดเลือน ร่องแก้ม ทั้งแบบตื้นและลึกได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น และให้ผลลัพธ์ผิวยกกระชับขึ้น ทั้งนี้เพราะ Oligio มีคุณสมบัติเฉพาะที่ทำงานกับผิวในระดับลึกได้โดยตรง
กลไกการทำงานของ Oligio ลดร่องแก้ม
Oligio ลดร่องแก้ม - ปล่อยพลังงาน RF เข้าสู่ชั้นผิวลึก
• พลังงานคลื่นความถี่วิทยุจะถูกส่งลึกลงไปยัง ชั้น SMAS และ Dermis ซึ่งเป็นโครงสร้างผิวที่มีหน้าที่พยุงเนื้อเยื่อผิวหนัง
• ชั้น SMAS นี้คือชั้นเดียวกับที่ศัลยแพทย์ใช้ผ่าตัดดึงหน้า จึงถือว่า Oligio เข้าถึงได้ลึกและตรงจุด
Oligio ลดร่องแก้ม - กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่
• เมื่อผิวได้รับความร้อนที่พอเหมาะ จะเกิดกระบวนการซ่อมแซมตัวเอง ส่งผลให้เกิดคอลลาเจนใหม่ และจัดเรียงเส้นใยเก่าให้กระชับขึ้น
• ผิวบริเวณแก้มจึงยกตัวขึ้น ลดการหย่อนคล้อยที่ก่อให้เกิดร่องแก้ม
Oligio ลดร่องแก้ม - ยกกระชับแนวแก้มอย่างนุ่มนวล
• พลังงาน RF ที่ปล่อยออกมาอย่าง แม่นยำและสม่ำเสมอ จะยกผิวในแนวตั้งขึ้น ทำให้ แรงโน้มถ่วงที่เคยดึงผิวลงมาสะสมที่ร่องแก้มถูกลดทอน
• ช่วยให้แนวแก้ม “กลับขึ้นไปอยู่ที่เดิม” ส่งผลให้ร่องแก้มตื้นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
Oligio ลดร่องแก้ม - ปรับความเรียบเนียนของผิวหน้าทั่วบริเวณ
• ไม่เพียงแต่ลดร่องแก้ม แต่ยังทำให้ ผิวแก้มดูเรียบเนียน เต่งตึง สดใสขึ้นโดยรวม
Oligio ลดร่องแก้ม - ความแม่นยำที่เหนือกว่าระบบ RF ทั่วไป
• มี ระบบควบคุมอุณหภูมิอัตโนมัติแบบ Real-Time ลดความเสี่ยงต่อการไหม้ผิว
• หัวทิปขนาดเล็กและหลากหลาย ทำให้สามารถลงพลังงานในบริเวณแคบ ๆ เช่น ร่องแก้ม ได้อย่างตรงจุด
• มีระบบ Cooling Tip ป้องกันผิวชั้นบนจากความร้อน ทำให้ผู้รับบริการรู้สึกสบายขณะทำ
จุดเด่นของการทำ Oligio ลดร่องแก้ม
การทำ Oligio ลดร่องแก้ม เป็นหนึ่งในวิธีที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ สำหรับผู้ที่ต้องการแก้ไขปัญหาร่องลึกที่ทำให้ใบหน้าดูเหนื่อยล้า มีอายุ โดยไม่ต้องผ่าตัดหรือฉีดสารเติมเต็ม ซึ่ง Oligio มีจุดเด่นที่ทำให้แตกต่างจากเทคโนโลยีอื่น ๆ ดังนี้
1.Oligio ลดร่องแก้ม ยกกระชับลึกถึงชั้น SMAS โดยไม่ต้องผ่าตัด
Oligio ใช้พลังงาน Monopolar RF ที่สามารถลงลึกถึง ชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นที่ศัลยแพทย์ใช้ในการดึงหน้า ส่งผลให้ผิวยกกระชับได้จริง ลดแรงถ่วงที่ทำให้เกิดร่องแก้มอย่างมีประสิทธิภาพ
2.Oligio ลดร่องแก้ม กระตุ้นคอลลาเจนใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง
RF จาก Oligio ช่วยให้คอลลาเจนใต้ผิวเกิดกระบวนการซ่อมแซมและสร้างใหม่ ทำให้ร่องแก้มดูตื้นขึ้น ผิวแน่นขึ้น
3.Oligio ลดร่องแก้ม ไม่ต้องฉีด ไม่ต้องผ่าตัด ไม่มีเข็ม
Oligio ลดร่องแก้ม เหมาะกับผู้ที่กลัวเข็มหรือไม่ต้องการทำหัตถการที่รุกราน ไม่มีรอยเข็มหรือบวมช้ำหลังทำ
4.Oligio ลดร่องแก้ม เจ็บน้อยด้วยระบบควบคุมอุณหภูมิอัตโนมัติ
หัวทิปของ Oligio มี Cooling Tip ช่วยปกป้องผิวชั้นนอกไม่ให้ร้อนเกินไป ขณะทำจะรู้สึกอุ่น ๆ เท่านั้น ทำให้สบายผิวและเจ็บน้อยกว่าหัตถการอื่น
5.Oligio ลดร่องแก้ม ใช้เวลาไม่นาน ไม่ต้องพักฟื้น
การทำ Oligio ลดร่องแก้ม ใช้เวลาทำเพียงประมาณ 30-45 นาที หลังทำสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ทันที
6.Oligio ลดร่องแก้ม เห็นผลลัพธ์ชัดเจน และค่อย ๆ ดีขึ้น
หลังทำจะรู้สึกว่าผิวแน่นขึ้นทันทีประมาณ 10-20% คอลลาเจนจะถูกกระตุ้นต่อเนื่อง ทำให้เห็นผลชัดเจนขึ้นใน 2-3 เดือน ร่องแก้มดูตื้นขึ้น ใบหน้าดูอ่อนเยาว์โดยไม่ดูหลอกตา
7.Oligio ลดร่องแก้ม เครื่องแท้ได้รับการรับรองมาตรฐาน
Oligio เป็นเครื่องที่ผ่านการรับรองมาตรฐานจากเกาหลีใต้และไทย จึงให้ผลลัพธ์ที่ไม่เป็นอันตรายและเชื่อถือได้ในระยะยาว
8.Oligio ลดร่องแก้ม เหมาะสำหรับทุกสภาพผิว
การทำ Oligio ลดร่องแก้ม ไม่ทำให้ผิวบาง ไม่ไวต่อแสงแดด เหมาะทั้งกับวัย 30+ ที่เริ่มมีร่องแก้ม และวัย 40-60+ ที่มีร่องลึกชัดเจน
เปรียบเทียบ Oligio ลดร่องแก้ม กับหัตถการอื่น ๆ
Oligio ลดร่องแก้ม vs HIFU ลดร่องแก้ม
Oligio และ HIFU ต่างเป็นหัตถการที่ใช้พลังงานเพื่อยกกระชับผิวหน้าและลดร่องแก้ม แต่ต่างกันในแง่ของชนิดพลังงานและความรู้สึกขณะทำ
• Oligio ใช้พลังงานคลื่นความถี่วิทยุ (Monopolar RF) ที่ลงลึกถึงชั้น SMAS และชั้นผิวหนังแท้ ทำให้ผิวแน่น กระชับ และค่อย ๆ ตื้นร่องแก้มอย่างเป็นธรรมชาติ เหมาะสำหรับผู้ที่มีร่องลึกปานกลาง และไม่ต้องการเจ็บขณะทำ
• HIFU ใช้พลังงานคลื่นเสียง (Ultrasound) เจาะจงที่ชั้น SMAS เช่นเดียวกัน แต่เจาะจงเป็นจุด ๆ คล้ายการเย็บผิว ทำให้ยกผิวได้รวดเร็วแต่มีความรู้สึกเจ็บจี้ ๆ มากกว่า Oligio และอาจไม่เน้นเติมร่องแก้มลึกได้ดีเท่า RF
สรุป หากต้องการความสบายขณะทำและผลลัพธ์ที่ฟื้นฟูผิวทั่วบริเวณแก้ม Oligio จะเหมาะกว่า แต่หากต้องการการยกเฉพาะจุดและไม่มีปัญหากับความรู้สึกเจ็บ HIFU ก็เป็นตัวเลือกที่ดี
Oligio ลดร่องแก้ม vs Thermage ลดร่องแก้ม
ทั้ง Oligio และ Thermage ใช้พลังงาน RF เหมือนกัน แต่แตกต่างกันที่ระดับพลังงานและความรู้สึกระหว่างทำ
• Thermage เป็นเทคโนโลยีรุ่นเก่ากว่า แต่ยังคงได้รับความนิยมเพราะให้พลังงานสูง ช่วยยกผิวได้ชัดเจน เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาหย่อนคล้อยมาก อย่างไรก็ตาม ความรู้สึกเจ็บขณะทำค่อนข้างมาก และค่าใช้จ่ายสูงกว่า
• Oligio พัฒนาต่อยอดจาก Thermage โดยลดความรู้สึกเจ็บ เพิ่มความแม่นยำ และสามารถกระจายพลังงานได้สม่ำเสมอทั่วใบหน้า จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวแบบเป็นธรรมชาติ ไม่เจ็บ และงบประมาณเข้าถึงได้ง่ายขึ้น
สรุป Oligio เป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่ไม่ต้องการทนเจ็บ ขณะที่ Thermage ยังเหมาะกับผู้ที่มีปัญหาหนักและต้องการการยกที่ลึกมากเป็นพิเศษ
Oligio ลดร่องแก้ม vs การฉีดฟิลเลอร์ลดร่องแก้ม
การฉีดฟิลเลอร์กับการทำ Oligio ลดร่องแก้ม มีแนวทางการแก้ไขร่องแก้มที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง
• ฟิลเลอร์ เป็นการฉีดสารไฮยาลูรอนิกเข้าไปเติมเต็มร่องลึกโดยตรง เห็นผลทันที เหมาะกับผู้ที่มีร่องลึกชัดเจน ต้องการผลลัพธ์ด่วน แต่มีความเสี่ยงเรื่องเป็นก้อน หรือผลลัพธ์ดูไม่เป็นธรรมชาติหากฉีดมากเกินไป
• Oligio แก้ที่ต้นเหตุของปัญหาร่องแก้ม โดยยกแนวผิวที่หย่อนคล้อยขึ้น กระตุ้นให้คอลลาเจนสร้างตัวใหม่ ทำให้ร่องตื้นขึ้นเรื่อย ๆ อย่างเป็นธรรมชาติ แม้จะไม่เห็นผลทันที แต่ให้ผลที่ปลอดภัยและดูอ่อนเยาว์ยาวนาน
สรุป หากคุณต้องการผลรวดเร็วทันใจ ฟิลเลอร์อาจตอบโจทย์ แต่ถ้าคุณต้องการฟื้นฟูผิวและยกกระชับในแบบธรรมชาติ ไม่ต้องฉีดสาร Oligio คือคำตอบ
เตรียมตัวก่อนทำ Oligio ลดร่องแก้ม
ก่อนทำ Oligio ลดร่องแก้ม ควรมีการเตรียมตัวอย่างเหมาะสม เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาดีที่สุด และลดโอกาสเกิดผลข้างเคียง โดยการเตรียมตัวนั้นไม่ยุ่งยากหรือซับซ้อน เนื่องจากเป็นหัตถการที่ไม่ต้องผ่าตัดและไม่ต้องพักฟื้น แต่อย่างไรก็ตาม การดูแลตัวเองทั้งก่อนและหลังทำก็มีผลต่อความคงทนของผลลัพธ์อย่างมาก
1.ก่อนทำ Oligio ลดร่องแก้ม พักผ่อนให้เพียงพอ
ก่อนวันทำ Oligio ลดร่องแก้ม ควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอประมาณ 6-8 ชั่วโมง เพื่อให้สภาพผิวมีความพร้อม ไม่อ่อนล้าหรือขาดน้ำ ซึ่งจะช่วยให้ผิวตอบสนองต่อพลังงานได้ดีและลดความระคายเคือง
2.ก่อนทำ Oligio ลดร่องแก้ม หลีกเลี่ยงการทำทรีตเมนต์หรือหัตถการอื่นก่อนวันนัด
ควรงดการทำหัตถการหรือทรีตเมนต์ที่กระตุ้นผิว เช่น เลเซอร์กรอผิว, AHA, BHA, สครับ หรือการฉีดอื่น ๆ อย่างน้อย 5-7 วันก่อนทำ Oligio ลดร่องแก้ม เพื่อป้องกันการระคายเคือง หรือการอักเสบของผิว
3.ก่อนทำ Oligio ลดร่องแก้ม หลีกเลี่ยงแสงแดดจัด
ก่อนทำ Oligio ลดร่องแก้ม อย่างน้อย 2-3 วัน ควรหลีกเลี่ยงการตากแดดแรง ๆ หรือกิจกรรมกลางแจ้งเป็นเวลานาน เพราะผิวที่ไหม้แดดจะไวต่อพลังงาน RF และอาจเกิดอาการระคายเคืองหรือแสบผิวได้มากกว่าปกติ
4.ก่อนทำ Oligio ลดร่องแก้ม งดใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสารผลัดเซลล์ผิว
ควรงดใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของกรดวิตามิน A, AHA, BHA หรือกรดผลไม้ต่าง ๆ อย่างน้อย 3-5 วันก่อนทำ Oligio ลดร่องแก้ม เพราะผิวที่บางลงจากการผลัดเซลล์จะไวต่อความร้อนและระคายเคืองง่าย
5.ก่อนทำ Oligio ลดร่องแก้ม หลีกเลี่ยงการแต่งหน้าในวันที่ทำ
ในวันที่เข้ารับบริการ Oligio ลดร่องแก้ม ควรงดแต่งหน้า เพื่อให้ทำความสะอาดผิวหน้าได้สะดวก และไม่มีสารเคมีตกค้างที่อาจทำปฏิกิริยากับพลังงาน RF
6.ก่อนทำ Oligio ลดร่องแก้ม แจ้งแพทย์หากมีโรคประจำตัวหรือเคยฉีดฟิลเลอร์
หากเคยฉีดฟิลเลอร์บริเวณร่องแก้มหรือมีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ, โรคเกี่ยวกับผิวหนัง หรือกำลังตั้งครรภ์ ควรแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนรับการรักษา เพื่อให้พิจารณาความเหมาะสมและความปลอดภัยเป็นอันดับแรก
7.ก่อนทำ Oligio ลดร่องแก้ม ไม่จำเป็นต้องงดน้ำหรืออาหาร
การทำ Oligio ลดร่องแก้ม ไม่ใช่การผ่าตัด จึงไม่จำเป็นต้องงดน้ำหรืออาหารก่อนทำ ผู้เข้ารับบริการสามารถรับประทานอาหารตามปกติได้
ระยะเวลาทำ Oligio ลดร่องแก้ม
โดยทั่วไป การทำ Oligio ลดร่องแก้ม เฉพาะบริเวณร่องแก้มทั้ง 2 ข้าง จะใช้เวลาเพียงประมาณ 15-30 นาที เท่านั้น หากทำร่วมกับบริเวณอื่น ๆ เช่น แก้มทั้งใบหน้า แนวกรอบหน้า หรือใต้ตา อาจใช้เวลารวมประมาณ 30-60 นาที
ระดับความรู้สึกเจ็บ Oligio ลดร่องแก้ม
Oligio ลดร่องแก้ม เจ็บไหม? หนึ่งในคำถามยอดฮิตของคนที่สนใจทำ คำตอบคือ เจ็บน้อยมากหรือแทบไม่เจ็บเลย เมื่อเทียบกับหัตถการยกกระชับอื่น ๆ อย่าง HIFU หรือ Thermage ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับระดับความไวของผิวและความสามารถในการทนต่อความรู้สึกของแต่ละคนด้วย
ความรู้สึกขณะทำ Oligio ลดร่องแก้ม
• ผู้รับบริการส่วนใหญ่มักรู้สึกแค่อุ่น ๆ หรือร้อนเล็กน้อยใต้ผิว
• ไม่มีอาการสะดุ้งเจ็บเหมือนบางเทคโนโลยี
• มีการปล่อยพลังงาน RF อย่างนุ่มนวลและต่อเนื่อง ไม่กระชากหรือสะดุด
ทำไม Oligio ลดร่องแก้ม ถึงเจ็บน้อย
• หัวทิปของเครื่องมีระบบ Cooling Tip (หัวเย็น) ช่วยปกป้องผิวชั้นบนจากความร้อน ลดอาการแสบหรือระคายเคือง
• ระบบปล่อยพลังงานแบบสม่ำเสมอ พลังงาน RF ของ Oligio ถูกปล่อยในระดับคงที่ ไม่มีจังหวะกระชาก ทำให้ผิวไม่ช็อกหรือระบม
• ไม่จำเป็นต้องใช้ยาชาในหลายกรณี ผู้ที่ผิวไม่ไวมากสามารถทำ Oligio ลดร่องแก้ม ได้โดยไม่ต้องทายาชา เพราะเจ็บน้อยกว่าการทำ HIFU หรือ Thermage อย่างชัดเจน
ถ้ากลัวเจ็บหรือผิวไวมากทำอย่างไร
• ก่อนทำ Oligio ลดร่องแก้ม สามารถแจ้งให้คลินิก ทายาชาล่วงหน้าได้ โดยใช้เวลาประมาณ 15-20 นาที
• ก่อนทำ Oligio ลดร่องแก้ม แพทย์สามารถปรับระดับพลังงานให้เหมาะสม กับสภาพผิวและระดับความทนได้
สรุปความเจ็บขณะทำ Oligio ลดร่องแก้ม
ระดับความเจ็บของการทำ Oligio ลดร่องแก้ม ถือว่าอยู่ในระดับต่ำถึงปานกลาง ส่วนใหญ่มักรู้สึกอุ่นใต้ผิวมากกว่าเจ็บ และหลายคนสามารถทำได้โดยไม่ต้องทายาชา จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่กลัวเจ็บหรือเพิ่งเริ่มต้นดูแลผิวแบบยกกระชับ
การดูแลหลังทำ Oligio ลดร่องแก้ม
แม้ว่าการทำ Oligio ลดร่องแก้ม จะเป็นหัตถการที่ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น และไม่มีบาดแผล แต่การดูแลตัวเองหลังทำอย่างถูกวิธีจะช่วยให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานขึ้น ผิวฟื้นตัวเร็วขึ้น และลดโอกาสเกิดผลข้างเคียงต่าง ๆ โดยมีข้อแนะนำดังต่อไปนี้
1.หลังทำ Oligio ลดร่องแก้ม หลีกเลี่ยงความร้อนทุกชนิดใน 24 ชั่วโมงแรก
หลังทำ Oligio ลดร่องแก้ม ควรหลีกเลี่ยงการเผชิญความร้อนสูงโดยตรง เช่น ซาวน่า อบไอน้ำ การออกกำลังกายหนักที่ทำให้เหงื่อออกมาก อาบน้ำอุ่นจัด การใช้ไดร์เป่าผมใกล้ผิวหน้า เนื่องจากความร้อนจะกระตุ้นการอักเสบและทำให้ผิวชั้นนอกเกิดการระคายเคืองได้
2.หลังทำ Oligio ลดร่องแก้ม งดแต่งหน้าหรือทาครีมแรง ๆ ภายใน 24 ชั่วโมง
หลังทำ Oligio ลดร่องแก้ม เพื่อให้ผิวฟื้นตัวได้เต็มที่ ควรงดแต่งหน้า ใช้รองพื้น หรือผลิตภัณฑ์ที่มีสารเคมีเข้มข้น อย่างวิตามินซีหรือเรตินอลในช่วง 1 วันแรก สามารถใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่อ่อนโยน เช่น เจลว่านหางจระเข้ หรือมอยส์เจอร์ไรเซอร์ที่ไม่มีน้ำหอม เพื่อช่วยปลอบประโลมผิว
3.หลังทำ Oligio ลดร่องแก้ม หลีกเลี่ยงแสงแดดโดยตรง
หลังทำ Oligio ลดร่องแก้ม ผิวจะไวต่อแสงมากขึ้น ควรหลีกเลี่ยงการตากแดดจัดโดยตรงในช่วง 3-5 วันแรก และหากจำเป็นต้องออกแดด ควรทาครีมกันแดด SPF 50 ขึ้นไป ทุกวัน และสวมหมวกหรือใช้ร่มร่วมด้วย
4.หลังทำ Oligio ลดร่องแก้ม อย่าแกะ เกา หรือถูใบหน้าแรง ๆ
ถึงแม้ผิวจะไม่มีบาดแผล แต่บางคนอาจมีอาการอุ่น ๆ หรือผิวแดงเล็กน้อย ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสแรง ๆ กับผิวบริเวณที่ทำ Oligio ลดร่องแก้ม เพื่อป้องกันการระคายเคืองหรือรบกวนกระบวนการฟื้นฟูของผิว
5.หลังทำ Oligio ลดร่องแก้ม ดื่มน้ำให้มาก และพักผ่อนให้เพียงพอ
การดื่มน้ำเยอะ ๆ และนอนหลับพักผ่อนเพียงพอ จะช่วยให้ผิวฟื้นตัวได้เร็ว และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
6.หลังทำ Oligio ลดร่องแก้ม หมั่นดูแลผิวอย่างต่อเนื่องหลังจากนั้น
หลังผ่านช่วง 1-3 วันแรกไปแล้ว สามารถกลับมาใช้สกินแคร์ตามปกติได้ และควรทาครีมบำรุงที่ให้ความชุ่มชื้นสูง ใช้เซรั่มที่กระตุ้นคอลลาเจน เช่น เปปไทด์ หรือวิตามินซี (ในปริมาณพอเหมาะ) ทำทรีตเมนต์เบา ๆ ได้หลังจาก 5-7 วัน
ทำ Oligio ลดร่องแก้ม ต้องทำกี่ครั้งจึงเห็นผล
การทำ Oligio ลดร่องแก้ม ถือเป็นหัตถการที่ให้ผลลัพธ์ที่ดี แม้จะทำเพียงครั้งเดียว แต่ผลลัพธ์จะมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องหลังทำ ทั้งนี้จำนวนครั้งที่ควรทำขึ้นอยู่กับสภาพผิว และระดับความลึกของร่องแก้มในแต่ละบุคคล
Oligio ลดร่องแก้ม เห็นผลหลังทำกี่ครั้ง
• Oligio ลดร่องแก้ม ครั้งแรกก็เห็นผลได้ทันทีประมาณ 10-20% จากการที่คอลลาเจนหดตัวในชั้นผิว ทำให้ผิวแน่นขึ้นเล็กน้อยทันทีหลังทำ
• Oligio ลดร่องแก้ม ผลลัพธ์จะค่อย ๆ ชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ ในช่วง 2-3 เดือนถัดไป เพราะคอลลาเจนใหม่ที่ถูกกระตุ้นต้องใช้เวลาสร้างตัว
• โดยทั่วไป Oligio ลดร่องแก้ม 1 ครั้งต่อปี ก็เพียงพอสำหรับผู้ที่มีผิวสภาพดีและดูแลตัวเองสม่ำเสมอ
Oligio ลดร่องแก้ม ต้องทำกี่ครั้งจึงให้ผลลัพธ์ดี
• ผู้ที่มีร่องแก้มลึกหรือผิวหย่อนคล้อยมาก แพทย์อาจแนะนำให้ทำ Oligio ลดร่องแก้ม 2-3 ครั้งต่อปี ห่างกันประมาณ 4-6 เดือน เพื่อให้ผลลัพธ์ค่อย ๆ สะสมจนผิวกระชับและร่องแก้มตื้นลง
• สำหรับผู้ที่ทำเพียงแค่ต้องการป้องกันหรือคงสภาพผิว ทำ Oligio ลดร่องแก้ม ปีละ 1 ครั้งก็เพียงพอ
Oligio ลดร่องแก้ม อยู่ได้นานแค่ไหน
หนึ่งในข้อดีที่ทำให้ Oligio ลดร่องแก้ม เป็นที่นิยม คือ ผลลัพธ์ที่อยู่ได้นาน แม้จะเป็นหัตถการที่ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องฉีด แต่สามารถฟื้นฟูโครงสร้างผิวจากภายในได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยระยะเวลาของผลลัพธ์จะแตกต่างกันไปตามสภาพผิวและการดูแลของแต่ละบุคคล
ระยะเวลาผลลัพธ์ของ Oligio ลดร่องแก้ม
• โดยทั่วไป ผลลัพธ์หลังทำ Oligio ลดร่องแก้ม จะอยู่ได้นานประมาณ 6-12 เดือน
• หลังทำ Oligio ลดร่องแก้ม จะเห็นผลบางส่วนทันที และผลลัพธ์จะชัดเจนขึ้นในช่วง เดือนที่ 2-3 จากการที่คอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ถูกสร้างขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ปัจจัยที่มีผลต่อความคงทนของผลลัพธ์
• อายุ ผู้ที่อายุน้อยหรือผิวยังมีคอลลาเจนดีอยู่ ผลลัพธ์จะอยู่นานกว่า
• สภาพผิวเดิม ผิวที่ไม่ได้หย่อนคล้อยมากหรือไม่มีร่องแก้มลึกเกินไป จะตอบสนองต่อการรักษาได้ดีกว่า
• การดูแลผิวหลังทำ Oligio ลดร่องแก้ม หากดูแลผิวอย่างเหมาะสม เช่น หลีกเลี่ยงแสงแดด ทาครีมกันแดดสม่ำเสมอ ดื่มน้ำเพียงพอ และพักผ่อนดี จะช่วยให้ผิวฟื้นตัวและคงผลลัพธ์ได้นานขึ้น
• การทำซ้ำอย่างสม่ำเสมอ การทำ Oligio ลดร่องแก้ม อย่างต่อเนื่องปีละ 1-2 ครั้ง จะช่วยให้ผิวกระชับอยู่เสมอและลดการกลับมาของร่องแก้มใหม่
Oligio ลดร่องแก้ม ควรทำซ้ำเมื่อไร
• แนะนำให้ Oligio ลดร่องแก้ม ทำซ้ำทุก 6-12 เดือน ขึ้นอยู่กับผลลัพธ์ที่ต้องการและการเปลี่ยนแปลงของผิว
• หากต้องการรักษาผลลัพธ์ให้ยาวนานและยกกระชับอยู่เสมอ ควรวางแผนทำ Oligio ลดร่องแก้ม ปีละ 1-2 ครั้งต่อเนื่อง
ใครเหมาะกับการทำ Oligio ลดร่องแก้ม
การทำ Oligio ลดร่องแก้ม เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาร่องแก้มจากผิวหย่อนคล้อย ไม่ตึงกระชับ และต้องการทางเลือกในการฟื้นฟูผิวที่ไม่ต้องฉีด ไม่ต้องผ่าตัด ทั้งยังให้ผลลัพธ์ที่ดี โดยไม่รบกวนกิจวัตรประจำวัน กลุ่มที่เหมาะกับการทำ Oligio ลดร่องแก้ม ได้แก่
1.Oligio ลดร่องแก้ม เหมาะกับผู้ที่เริ่มมีร่องแก้มให้เห็นเมื่อแสดงสีหน้า
หากคุณเริ่มสังเกตว่าร่องแก้มเห็นชัดเมื่อยิ้ม พูด หรือหัวเราะ แสดงว่าผิวเริ่มมีการพับตัวจากกล้ามเนื้อและคอลลาเจนที่ลดลง การทำ Oligio ลดร่องแก้ม ตั้งแต่ระยะนี้จะช่วย ป้องกันไม่ให้ร่องลึกลง และช่วยให้ผิวยังเต่งตึงอยู่เสมอ
2.Oligio ลดร่องแก้ม เหมาะกับผู้ที่มีร่องแก้มลึกจากการหย่อนคล้อยของผิว
ในผู้ที่อายุ 35 ปีขึ้นไป ผิวเริ่มเสื่อมสภาพ ร่องแก้มอาจลึกขึ้นแม้ในขณะไม่แสดงสีหน้า Oligio ลดร่องแก้ม สามารถช่วย ยกแนวแก้มขึ้น กระตุ้นคอลลาเจนในชั้นลึก ทำให้ร่องดูตื้นลงได้อย่างชัดเจน
3.Oligio ลดร่องแก้ม เหมาะกับผู้ที่ไม่ต้องการฉีดฟิลเลอร์
หากคุณไม่ต้องการฉีดสารเติมเต็ม หรือกังวลเรื่องผลข้างเคียงจากการฉีดฟิลเลอร์ Oligio ลดร่องแก้ม คือทางเลือกที่ดี เพราะเป็นการฟื้นฟูผิวจากภายในโดยไม่เติมสารใด ๆ เข้าไปในร่างกาย
4.Oligio ลดร่องแก้ม เหมาะกับผู้ที่กลัวเจ็บหรือไม่ต้องการผ่าตัด
Oligio ลดร่องแก้ม เป็นหัตถการที่เจ็บน้อยมากหรือแทบไม่เจ็บเลย ไม่ต้องพักฟื้น ไม่ต้องวางยาชา และไม่มีแผล จึงเหมาะอย่างยิ่งกับผู้ที่กลัวเข็ม กลัวเจ็บ หรือไม่มีเวลาพักฟื้น
5.Oligio ลดร่องแก้ม เหมาะกับผู้ที่เคยฉีดฟิลเลอร์แล้วแต่ยังไม่พอใจ
บางคนฉีดฟิลเลอร์แล้วร่องยังไม่ตื้นอย่างที่ต้องการ หรือเกิดปัญหาฟิลเลอร์เป็นก้อน สามารถเลือกทำ Oligio ลดร่องแก้ม เพื่อยกผิวบริเวณแก้มขึ้น ลดแรงโน้มถ่วงที่กดทับร่อง ช่วยให้รูปหน้าดูยกกระชับขึ้น
6.Oligio ลดร่องแก้ม เหมาะกับผู้ที่ต้องการดูแลผิวแบบระยะยาว
Oligio ลดร่องแก้ม ไม่ได้เพียงแค่ลดร่องแก้ม แต่ยัง กระตุ้นคอลลาเจนทั่วใบหน้า ทำให้ผิวดูอ่อนเยาว์ เต่งตึง และชะลอการเกิดริ้วรอยในอนาคต เหมาะกับผู้ที่เน้นการดูแลผิวอย่างยั่งยืน
ข้อควรระวังและผลข้างเคียง Oligio ลดร่องแก้ม
แม้ว่า Oligio ลดร่องแก้ม จะเป็นหัตถการที่เจ็บน้อย ไม่ต้องพักฟื้น และผ่านการรับรองมาตรฐาน แต่ก็ยังมีบางสิ่งที่ผู้เข้ารับบริการควรระมัดระวังและทำความเข้าใจ เพื่อป้องกันผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
ข้อควรระวังในการทำ Oligio ลดร่องแก้ม
1.หลีกเลี่ยงการทำหัตถการอื่นใกล้เคียงก่อนและหลังทำ
ก่อนและหลังทำ Oligio ลดร่องแก้ม ควรงดทำเลเซอร์, AHA, BHA, สครับ หรือฉีดฟิลเลอร์/โบท็อกซ์ บริเวณเดียวกัน อย่างน้อย 1 สัปดาห์ก่อนและหลังทำ เพื่อหลีกเลี่ยงการระคายเคืองหรือการรบกวนผิว
2.แจ้งประวัติการแพ้และโรคประจำตัวกับแพทย์
ก่อนทำ Oligio ลดร่องแก้ม หากมีโรคผิวหนัง ภูมิแพ้ หรือกำลังตั้งครรภ์ รวมถึงเคยฉีดฟิลเลอร์บริเวณร่องแก้ม ควรแจ้งแพทย์ล่วงหน้า เพื่อพิจารณาความเหมาะสมในการรักษา
3.หลีกเลี่ยงความร้อนหลังทำ Oligio ลดร่องแก้ม
ภายใน 24 ชั่วโมงแรก หลังทำ Oligio ลดร่องแก้ม ควรหลีกเลี่ยงซาวน่า อบไอน้ำ ออกกำลังกายหนัก หรืออาบน้ำอุ่นจัด เพื่อไม่ให้ผิวระคายเคืองหรือเกิดการอักเสบ
4.หลีกเลี่ยงแสงแดดจัดหลังทำ Oligio ลดร่องแก้ม
หลังทำ Oligio ลดร่องแก้ม ผิวจะไวต่อแสงมากขึ้น ควรหลีกเลี่ยงแสงแดดแรง และหมั่นทาครีมกันแดด SPF 50+ ทุกวันเพื่อปกป้องผิว
ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นหลังทำ Oligio ลดร่องแก้ม
โดยทั่วไป Oligio ลดร่องแก้ม แทบไม่มีผลข้างเคียงรุนแรง แต่อาจพบอาการเล็กน้อยที่สามารถหายได้เองภายในไม่กี่วัน เช่น
1.ผิวแดงหรือรู้สึกอุ่นบริเวณที่ทำ Oligio ลดร่องแก้ม
อาการนี้พบได้บ่อยหลังทำทันที และมักหายไปในเวลาไม่เกิน 1-3 ชั่วโมง
2.ผิวบวมเล็กน้อยหลังทำ Oligio ลดร่องแก้ม
ในบางคนที่มีผิวบอบบาง อาจเกิดอาการบวมบริเวณร่องแก้มหรือแก้มเล็กน้อย โดยเฉพาะหากใช้พลังงานสูง แต่มักจะหายได้ใน 1-2 วัน
3.ผิวแห้งหรือลอกเล็กน้อยหลังทำ Oligio ลดร่องแก้ม
เนื่องจากพลังงาน RF มีผลต่อผิวชั้นบนบ้างเล็กน้อย จึงอาจทำให้ผิวรู้สึกแห้งหรือลอกได้ ซึ่งสามารถบรรเทาได้ด้วยการทามอยส์เจอไรเซอร์
4.ความรู้สึกตึงหรือร้อนค้างหลังทำ Oligio ลดร่องแก้ม
บางคนอาจรู้สึกว่าผิวหน้าแน่นตึงหรืออุ่นต่อเนื่องหลังทำ 1-2 วัน ถือเป็นปฏิกิริยาปกติของผิวที่กำลังฟื้นตัว
ทำ Oligio ลดร่องแก้ม ที่ไหนดี
การเลือกคลินิกที่เหมาะสมในการทำ Oligio ลดร่องแก้ม ถือเป็นขั้นตอนสำคัญไม่น้อยไปกว่าตัวเทคโนโลยีเอง เพราะแม้ว่า Oligio จะเป็นเครื่องแท้ แต่ถ้าทำโดยผู้ที่ไม่ใช่แพทย์หรือคลินิกที่ไม่ได้มาตรฐาน ก็อาจทำให้ผลลัพธ์ออกมาไม่ดี หรือเสี่ยงต่อการระคายเคืองได้ ดังนั้นควรเลือกอย่างมีหลักการและพิจารณาในหลายด้านดังนี้
1.ตรวจสอบว่าเป็น เครื่อง Oligio แท้ จากผู้ผลิตโดยตรง
• คลินิกควรใช้ เครื่อง Oligio รุ่นแท้ที่ได้รับการรับรอง และมีเอกสารการนำเข้าเครื่องอย่างถูกต้อง
• สามารถขอดูใบรับรอง หรือสังเกตที่ตัวเครื่องที่มักมี Serial Number และตรารับรองของบริษัทตัวแทนจำหน่าย
• เครื่องแท้จะให้พลังงานที่สม่ำเสมอ ต่างจากเครื่องเลียนแบบที่อาจไม่มีคุณภาพ
2.มีแพทย์ประจำคลินิกเป็นผู้ทำหัตถการ
• ควรทำ Oligio ลดร่องแก้ม กับแพทย์ผิวหนังหรือแพทย์ที่มีความรู้ในการใช้เครื่อง
• แพทย์จะสามารถประเมินสภาพร่องแก้มของคุณได้อย่างแม่นยำ และปรับระดับพลังงานให้เหมาะกับผิวของแต่ละคน
• หัตถการนี้ไม่ควรให้พนักงานทั่วไป หรือผู้ไม่มีใบประกอบวิชาชีพเป็นผู้ดำเนินการ
3.คลินิกมีมาตรฐาน สะอาด ปลอดเชื้อ
• สังเกตบรรยากาศภายในคลินิกว่ามีความสะอาด โปร่ง โล่ง และถูกสุขลักษณะ อุปกรณ์ต้องผ่านการฆ่าเชื้อก่อนใช้งาน
• คลินิกที่มีระบบการจอง การบริการ และการติดตามผลหลังทำ ถือว่าใส่ใจและเชื่อถือได้มากกว่า
4.มีรีวิวจริงจากผู้ใช้บริการ
• ควรเลือกคลินิกที่มีรีวิวจากลูกค้าจริง โดยเฉพาะรีวิวแบบ ก่อน-หลังทำ (Before-After) ที่สามารถเห็นความเปลี่ยนแปลงได้ชัดเจน
• รีวิว Oligio ลดร่องแก้ม ควรดูสมจริง ไม่เว่อร์จนเกินไป และควรมีภาพหลากหลายมุม
5.ราคาเหมาะสม ไม่ถูกผิดปกติ
• ราคา Oligio ลดร่องแก้ม ไม่ควรถูกจนเกินจริง เพราะเครื่องแท้และแพทย์มีต้นทุนที่สมเหตุสมผล
• ราคาที่ถูกเกินไปอาจหมายถึงเครื่องปลอม แพทย์ไม่มีใบอนุญาต หรือบริการที่ไม่ปลอดภัย
• ควรสอบถามรายละเอียดว่าราคานี้ครอบคลุมอะไรบ้าง เช่น พื้นที่ที่ทำ จำนวน Shot การดูแลหลังทำ ฯลฯ
6.มีการวิเคราะห์และติดตามผลอย่างต่อเนื่อง
• คลินิกที่ดีควรมีการวิเคราะห์ใบหน้าก่อนทำ Oligio ลดร่องแก้ม เช่น การถ่ายภาพด้วยระบบดิจิทัล เพื่อเปรียบเทียบผลลัพธ์
• หลังทำควรมีการนัดติดตามผล Oligio ลดร่องแก้ม หรือให้คำแนะนำการดูแลหลังทำอย่างชัดเจน
สรุปเกี่ยวกับ Oligio ลดร่องแก้ม
สรุป Oligio ลดร่องแก้ม คือเทคโนโลยียกกระชับผิวที่ทันสมัยและเห็นผล เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาร่องแก้มทั้งแบบตื้นและลึก ต้องการลดเลือนริ้วรอยโดยไม่ต้องผ่าตัดหรือฉีดสารเติมเต็ม ด้วยการทำงานของพลังงาน RF ที่ลงลึกถึงชั้น SMAS ทำให้ผิวตึงขึ้น ลดเลือนร่องแก้ม และใบหน้าดูอ่อนเยาว์
สำหรับผู้ที่กำลังมองหาทางเลือกในการยกกระชับผิว ลดร่องแก้ม Oligio คือทางเลือกที่ตอบโจทย์ โดยควรเลือกทำกับคลินิกที่ได้มาตรฐานและมีแพทย์เป็นผู้ดูแล
* เงื่อนไขตามบริษัทฯ กำหนด
แนะนำให้สอบถามกับเจ้าหน้าที่ก่อนเข้ารับบริการ
เพื่อความชัวร์และได้สิทธิ์ที่คุ้มที่สุดค่ะ