fb

ฉีดมาเด้ ช่วยเรื่องอะไร อยู่ได้นานไหม ข้อห้ามหลังฉีดหน้าใส 16 จุด

บทความโดยทีมแพทย์ ROMRAWIN CLINIC

มาเด้

1548

มาเด้ ช่วยเรื่องอะไร อยู่ได้นานไหม ห้ามทำอะไรหลังฉีด
ในยุคที่ผิวหน้าต้องเผชิญกับมลภาวะ ความเครียด แสงแดด และเครื่องสำอางหลากชนิด ทำให้หลายคนประสบปัญหาผิวพรรณไม่สดใส เป็นสิวง่าย ผิวอ่อนแอหรือแพ้ง่าย ซึ่งการใช้ครีมบำรุงทั่วไปอาจไม่เพียงพอ มาเด้ หรือ มาเด้คอลลาเจน (MADE Collagen) จึงกลายเป็นทางเลือกใหม่ของการฟื้นฟูผิวจากภายในสู่ภายนอก ด้วยเทคนิคการฉีดหน้าใสที่เน้นการดีท็อกซ์ผิว เติมวิตามิน และปรับสมดุลอย่างล้ำลึก

ในบทความนี้จะพาไปรู้จักกับมาเด้ ตั้งแต่หลักการทำงาน ประโยชน์ ความแตกต่างจากเมโสหน้าใสทั่วไป ตำแหน่งการฉีด ไปจนถึงการดูแลตัวเองก่อนและหลังทำ พร้อมตอบคำถามที่หลายคนสงสัย เช่น มาเด้อันตรายไหม ? หรือ อยู่ได้นานแค่ไหน ? เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจได้อย่างมั่นใจก่อนเข้ารับบริการ

มาเด้ คืออะไร ช่วยฟื้นฟูผิวได้อย่างไร
มาเด้ ( Made Collagen ) คือชื่อแบรนด์ยาฉีดบำรุงผิวที่นำเข้าจากประเทศอิตาลี ซึ่งมีส่วนผสมหลักจากสารสกัดธรรมชาติ เช่น วิตามินรวม คอลลาเจน แร่ธาตุ และเอนไซม์ ที่ช่วยฟื้นฟูผิว ปรับสมดุล และชะลอการเสื่อมของคอลลาเจนในผิว
หลักการทำงานของมาเด้ในการฟื้นฟูผิว คือการฉีดสารบำรุงลงสู่ชั้นผิวกลาง เช่นเดียวกับเทคนิคเมโสเทอราพี โดยใช้เทคนิคฉีด 16 จุดตามตำแหน่งฝังเข็มและลักษณะการไหลเวียนของต่อมน้ำเหลืองบนใบหน้า เพื่อกระตุ้นระบบน้ำเหลืองและการไหลเวียนเลือดให้ดีขึ้น ทำให้ตัวยากระจายเข้าสู่ผิวได้ทั่วถึง และเห็นผลเร็วกว่าการทาครีมหรือรับประทานคอลลาเจนทั่วไป

กระบวนการฟื้นฟูผิวจะแบ่งออกเป็น 4 เฟสหลัก ได้แก่
• Detoxification (ดีท็อกซ์ผิว) กระตุ้นระบบน้ำเหลืองให้ขับสารพิษและของเสียที่ตกค้างในผิวออก ลดปัญหาสิว ผดผื่น และผิวอักเสบ
• Metabolism (กระตุ้นการเผาผลาญ) เพิ่มการไหลเวียนเลือดและกระบวนการเผาผลาญในเซลล์ผิว ช่วยยับยั้งอนุมูลอิสระ และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ไฮยาลูโรนิค แอซิด และอีลาสติน
• Nutrients & Cell Therapy (เติมสารอาหารและบำบัดเซลล์) ส่งสารอาหาร วิตามิน และแร่ธาตุที่จำเป็นเข้าไปซ่อมแซมเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพ ฟื้นฟูผิวให้แข็งแรง และเพิ่มความชุ่มชื้น
• Restructuring (ปรับสมดุลผิว) ฟื้นฟูภูมิต้านทานผิว เพิ่มความแข็งแรง ป้องกันมลภาวะและปัจจัยภายนอกที่ก่อให้เกิดการแพ้หรือผิวอักเสบ เพื่อให้ผิวมีสุขภาพดีและดูอ่อนเยาว์

โดยสรุป มาเด้คอลลาเจนเป็นการบำรุงผิวที่เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาผิวโทรม ผิวแห้ง ผิวแพ้ง่าย และต้องการฟื้นฟูอย่างล้ำลึก ช่วยให้ผิวขาวกระจ่างใส ลดสิว พร้อมเสริมให้ผิวมีสุขภาพดีจากภายใน

มาเด้ช่วยเรื่องอะไรบ้าง
การฉีดมาเด้ไม่ได้เพียงแค่บำรุงผิวให้ดูดีขึ้นภายนอกเท่านั้น แต่ยังช่วยฟื้นฟูและปรับสมดุลผิวจากภายใน ด้วยคุณสมบัติที่ตอบโจทย์หลายปัญหาผิว โดยข้อดีของมาเด้มีดังนี้

1.มาเด้ช่วยดีท็อกซ์ผิว ขับของเสีย ลดสารพิษใต้ผิว
มาเด้มีสารที่ช่วยกระตุ้นระบบน้ำเหลืองให้ทำงานดีขึ้น จึงช่วยขับของเสีย สารพิษ หรือสารตกค้างจากเครื่องสำอางและมลภาวะต่างๆ ที่สะสมในชั้นผิว มาเด้เหมาะกับผู้ที่เคยใช้สารอันตราย เช่น สเตียรอยด์ ปรอท หรือผิวที่ถูกทำร้ายจากการแพ้สารเคมี

2.มาเด้ช่วยลดสิว ผดผื่น ผิวอักเสบ
มาเด้ช่วยทำให้ของเสียถูกขับออก ผิวจะไม่อุดตันและอักเสบง่าย จึงช่วยลดสิวเรื้อรัง สิวอุดตัน ผดผื่น หรือการระคายเคือง เหมาะกับผู้ที่เป็นสิวบ่อย

3.มาเด้ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือด ผิวเปล่งปลั่งสดใส
มาเด้ช่วยให้เลือดหมุนเวียนดีขึ้น ทำให้ผิวได้รับออกซิเจนและสารอาหารมากขึ้น ผิวจะดูอมชมพู สุขภาพดีจากภายใน

4.มาเด้ช่วยเติมสารอาหารให้ผิวอย่างล้ำลึก
มาเด้ประกอบด้วยวิตามิน แร่ธาตุ กรดอะมิโน เอนไซม์ และสารสกัดจากธรรมชาติที่จำเป็นต่อการฟื้นฟูเซลล์ผิว ช่วยเสริมสร้างเซลล์ใหม่ ซ่อมแซมเซลล์ผิวที่ถูกทำร้าย ทำให้ผิวแข็งแรงขึ้น

5.มาเด้ช่วยลดรอยสิว จุดด่างดำ รอยแดง
มาเด้ทำให้ผิวได้รับการฟื้นฟูและการไหลเวียนดีขึ้น การซ่อมแซมรอยแผลต่างๆ ก็ทำได้เร็วขึ้นด้วย เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหารอยสิวสะสม รอยแดงจากการอักเสบ หรือ จุดด่างดำเรื้อรัง

6.มาเด้ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว ลดความแห้งกร้าน
ผิวที่ขาดน้ำมักดูหมองคล้ำ แห้งลอก ไม่สดใส มาเด้ช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผิวจะดูฟู เด้ง ฉ่ำน้ำมากขึ้น

7.มาเด้ช่วยฟื้นฟูผิวแพ้ง่าย ให้แข็งแรงขึ้น
มาเด้เหมาะกับผิวที่บอบบาง แพ้ง่าย หรือมีภูมิคุ้มกันผิวอ่อนแอ เพราะมาเด้ช่วยปรับสมดุลให้ผิวมีเกราะป้องกันตัวเองได้ดีขึ้น ลดโอกาสในการแพ้หรือระคายเคืองจากสิ่งแวดล้อมรอบตัว

8.มาเด้ช่วยชะลอวัย ลดเลือนริ้วรอยเล็กๆ
วิตามินและสารต้านอนุมูลอิสระในมาเด้ช่วยชะลอกระบวนการเสื่อมของเซลล์ผิว ลดเลือนริ้วรอยเล็กๆ ชะลอริ้วรอยร่องลึกไม่ให้ลึกมากขึ้น และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในระยะยาว

มาเด้ vs เมโสหน้าใส ต่างกันอย่างไร
หลายคนอาจสงสัยว่า มาเด้ และ เมโสหน้าใส ต่างกันอย่างไร เพราะทั้งสองหัตถการต่างก็เป็นการฉีดสารบำรุงเข้าสู่ผิวเหมือนกัน แต่ในความเป็นจริงแล้ว มีจุดที่แตกต่างกันในหลายด้านดังนี้

1.ข้อดีของ มาเด้ vs เมโสหน้าใส
• มาเด้ เน้นการฟื้นฟูสุขภาพผิวจากภายในโดยเน้นดีท็อกซ์สารพิษ ปรับสมดุลผิว และเสริมสร้างภูมิคุ้มกันผิว เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาสะสม เช่น ผิวอ่อนแอ แพ้ง่าย เป็นสิวบ่อย หรือเคยใช้สารเคมีอันตราย
• เมโสหน้าใส เน้นบำรุงผิวให้ขาว กระจ่างใสทันที เพิ่มความชุ่มชื้น ลดฝ้า กระ จุดด่างดำ เป็นทางเลือกของคนที่ต้องการผิวดูสดใสในระยะสั้น เช่น ก่อนออกงาน

2.สารบำรุงของ มาเด้ vs เมโสหน้าใส
• มาเด้ เป็นสูตรเฉพาะที่ประกอบด้วยสารจากธรรมชาติ เช่น วิตามิน เอนไซม์ แร่ธาตุ และสาร homeopathy ซึ่งช่วยในการดีท็อกซ์และปรับสมดุลระบบน้ำเหลืองโดยเฉพาะ
• เมโสหน้าใส ใช้ส่วนผสมที่หลากหลายตามแบรนด์ เช่น วิตามินซี กลูต้าไธโอน หรือไฮยาลูรอนิคแอซิด โดยสูตรจะเน้นให้ผิวดูกระจ่างใส ฉ่ำน้ำ แต่ไม่เน้นการปรับสมดุลผิวล้ำลึกแบบมาเด้

3.เทคนิคการฉีดมาเด้ vs เมโสหน้าใส
• มาเด้ จะฉีดที่จุดเฉพาะ 16 จุดทั่วใบหน้า ซึ่งเป็นตำแหน่งของจุดฝังเข็มและระบบน้ำเหลือง ทำให้ช่วยกระตุ้นการทำงานของร่างกายได้อย่างเป็นระบบ คล้ายกับแนวทางศาสตร์แพทย์ทางเลือก
• เมโสหน้าใส มักใช้เทคนิคฉีดเข็มตื้นแบบสะกิดทั่วใบหน้า หรือใช้เครื่องมือฉีดแบบกระจายทั่วผิวชั้นบน โดยเน้นให้ตัวยากระจายทั่วผิวหน้า

4.ผลลัพธ์หลังทำมาเด้ vs เมโสหน้าใส
• มาเด้ ให้ผลลัพธ์ที่เห็นการเปลี่ยนแปลงเรื่องสิว ผิวอักเสบ ผิวสุขภาพดีขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป แต่เห็นผลในระยะยาวเมื่อทำต่อเนื่อง
• เมโสหน้าใส เห็นผลชัดเจนในเรื่องผิวฉ่ำวาวและกระจ่างใสในระยะสั้น แต่ผลลัพธ์มักอยู่ไม่นาน ต้องทำซ้ำหากต้องการรักษาสภาพผิว

5.มาเด้ vs เมโสหน้าใส เหมาะกับใคร
• มาเด้ ผู้ที่มีปัญหาสิวเรื้อรัง ผิวติดสาร แพ้ง่าย ผิวหมองคล้ำสะสม หรือผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวให้แข็งแรงจากภายใน
• เมโสหน้าใส ผู้ที่ต้องการผิวกระจ่างใสในเวลาไม่นาน หรือผิวแห้ง ขาดน้ำที่ต้องการเติมวิตามินสั้นๆ ก่อนออกงานหรือโอกาสสำคัญ

ฉีดมาเด้ 16 จุด ทั่วหน้า บริเวณไหนบ้าง
การฉีดมาเด้ 16 จุด บนใบหน้า คือการฉีดตัวยาในตำแหน่งสำคัญตามตำแหน่งฝังเข็มและทิศทางการไหลเวียนของต่อมน้ำเหลืองใต้ผิวหนัง เพื่อกระตุ้นระบบน้ำเหลืองให้ทำงานได้ดีขึ้น ช่วยให้ตัวยากระจายตัวทั่วใบหน้าอย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ

ตำแหน่งฉีด 16 จุดทั่วใบหน้าโดยทั่วไป ได้แก่
• ฉีดมาเด้บริเวณหน้าผาก 4 จุด (ส่วนกลางหน้าผากและข้างซ้าย-ขวา)
• ฉีดมาเด้บริเวณใต้ตา 2 จุด (ใต้ตาซ้ายและใต้ตาขวา)
• ฉีดมาเด้บริเวณโหนกแก้ม 4 จุด (ข้างแก้มทั้งสองด้าน)
• ฉีดมาเด้บริเวณมุมปาก 2 จุด (ซ้ายและขวา)
• ฉีดมาเด้บริเวณคาง 2 จุด (ด้านซ้ายและขวาของคาง)
• ฉีดมาเด้บริเวณข้างกรามหรือขากรรไกร 2 จุด (ซ้ายและขวา)

ตำแหน่งเหล่านี้ครอบคลุมพื้นที่สำคัญของระบบน้ำเหลืองและเส้นประสาทบนใบหน้า และเป็นจุดฝังเข็มที่แพทย์ใช้กระตุ้น เพื่อให้ระบบไหลเวียนน้ำเหลืองและเลือดไหลเวียนดีขึ้น ลดอาการบวม ลดการอักเสบ ฟื้นฟูผิวหน้าให้กระจ่างใสและแข็งแรงขึ้น

การฉีดมาเด้ 16 จุดนี้แตกต่างจากเมโสหน้าใสแบบเดิม ๆ ที่ฉีดเป็นจุดเล็กกระจายทั่วหน้าแบบไม่เป็นระบบ เพราะช่วยลดการบวมช้ำ เจ็บน้อยและตัวยาออกฤทธิ์ได้นานกว่ามาก

โดยภาพรวม จุดฉีดมาเด้ทั้ง 16 จุดนี้เป็นตำแหน่งที่แพทย์แต่ละคลินิกอาจมีการจัดวางและการเลือกจุดที่ใกล้เคียงกัน แต่จะเน้นตำแหน่งตามแนวการไหลเวียนของน้ำเหลืองและจุดฝังเข็มแบบโฮมีโอพาธีที่ออกแบบมาเพื่อให้ตัวยากระจายทั่วและมีประสิทธิภาพ

สรุปคือมาเด้ 16 จุดจะฉีดตามตำแหน่งฝังเข็มและระบบน้ำเหลืองบนใบหน้า ครอบคลุม หน้าผาก ใต้ตา โหนกแก้ม มุมปาก คาง และขากรรไกร รวมทั้งหมด 16 จุดเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนและฟื้นฟูผิวอย่างล้ำลึก

มาเด้กี่ครั้งถึงจะเห็นผล ควรทำบ่อยแค่ไหน
หลังฉีดมาเด้คอลลาเจนสามารถเห็นผลได้ตั้งแต่ครั้งแรก โดยจะรู้สึกว่าผิวเนียนนุ่มชุ่มชื้นและสุขภาพผิวดีขึ้นภายใน 1-3 วันหลังฉีด แต่ถ้าต้องการผลลัพธ์ที่ชัดเจนมากขึ้น ควรฉีดมาเด้อย่างต่อเนื่องสัปดาห์ละ 1 ครั้ง เป็นเวลาอย่างน้อย 4-5 ครั้ง เพื่อกระตุ้นให้ผิวฟื้นฟูอย่างเต็มที่ ลดสิว ลดผิวแพ้ง่าย พร้อมเสริมการสร้างคอลลาเจนและเพิ่มความกระจ่างใส

หลังทำคอร์สมาเด้ 4-5 ครั้งแล้ว สามารถเว้นระยะโดยฉีดทุก 2 สัปดาห์หรือเดือนละ 1 ครั้ง ตามคำแนะนำแพทย์และสภาพผิวของแต่ละคน ผลลัพธ์จะอยู่ได้ประมาณ 1-2 เดือน แต่ถ้าผิวมีปัญหาหนัก เช่น สิว ผิวอักเสบ หรือผิวโทรมมาก อาจต้องใช้เวลานานขึ้นและจำนวนครั้งในการฉีดมาเด้มากกว่าปกติ

มาเด้อยู่ได้นานแค่ไหน ปัจจัยที่ทำให้อยู่ได้นาน
ผลลัพธ์จากการฉีดมาเด้จะอยู่ได้นานประมาณ 1-2 เดือน ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยสำคัญที่เกี่ยวข้องกับสภาพผิวและการดูแลของแต่ละบุคคล ปัจจัยที่ทำให้ผลลัพธ์มาเด้อยู่ได้นาน มีดังนี้

• อายุและสภาพผิว คนที่มีอายุน้อยและผิวแข็งแรงดีจะมีผลลัพธ์ที่อยู่ได้นานกว่า เนื่องจากผิวสามารถสร้างและรักษาคอลลาเจนได้ดีมากขึ้น
• ไลฟ์สไตล์และการดูแลผิว การดื่มน้ำมาก ๆ เลือกใช้ครีมกันแดด ป้องกันแสงแดดจัด หลีกเลี่ยงพฤติกรรมทำร้ายผิว เช่น เลี่ยงสูบบุหรี่ หลีกเลี่ยงการล้างหน้าหรือขัดหน้าแรง ๆ จะช่วยยืดอายุผลลัพธ์ได้
• ปริมาณและความถี่ในการฉีด การฉีดมาเด้ในปริมาณที่เหมาะสมและทำคอร์สอย่างต่อเนื่อง เช่น ฉีดสัปดาห์ละครั้ง อย่างน้อย 4-5 ครั้งในเดือนแรก และฉีดซ้ำทุก 2 สัปดาห์ จะช่วยรักษาผลลัพธ์ให้อยู่ได้นานขึ้น
• การปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ การดูแลหลังฉีดตามข้อแนะนำ เช่น งดใช้ผลิตภัณฑ์ที่ระคายเคืองผิว อย่าแกะหรือขัดผิวบริเวณที่ฉีด จะช่วยให้ผิวฟื้นฟูได้ดีและรักษาผลลัพธ์ได้นานกว่า
• สภาพผิวและปัญหาผิวเดิม คนที่มีปัญหาผิวหนัก เช่น สิวเรื้อรัง ผิวอักเสบ หรือผิวโทรม อาจต้องฉีดหลายครั้งกว่า และผลลัพธ์อาจไม่คงอยู่ได้นานเท่ากับคนผิวปกติที่ดูแลตัวเองดี

มาเด้อันตรายไหม มีผลข้างเคียงอะไร
การฉีดมาเด้คอลลาเจนโดยทั่วไป ถือว่าไม่เป็นอันตรายและไม่มีผลข้างเคียงรุนแรง หากใช้ตัวยาแท้และทำโดยแพทย์ในคลินิกมาตรฐาน ผลข้างเคียงที่อาจพบได้มักเป็นเพียงอาการที่มักหายได้เองโดยไม่ต้องรักษา

• รอยนูนหรือรอยเข็มบริเวณที่ฉีด
• อาการบวมแดงเล็กน้อยใน 1-2 วันแรก
• รอยช้ำเล็กน้อยในคนที่ผิวบอบบาง

ส่วนผลข้างเคียงที่ควรระวังและอาจเป็นอันตราย ได้แก่
• อาการบวมแดงมาก บวมนานเกิน 24 ชั่วโมง
• ปวด กดเจ็บมาก ผื่นแดง คัน หรือมีไข้
• ผิวหนังอักเสบอย่างรุนแรง มีผดผื่น หรือสิวขึ้นมากผิดปกติ

โดยทั่วไปสาเหตุของปัญหาเหล่านี้เกิดจากการฉีดมาเด้ปลอมที่ผสมสเตียรอยด์หรือฮอร์โมน ซึ่งอาจทำให้ผิวบางลง เกิดริ้วรอยง่าย ผิวไวต่อแสง เกิดฝ้า และในรายร้ายแรงอาจถึงขั้นเกิดมะเร็งผิวหนังได้

มาเด้ เหมาะกับใครบ้าง
1.มาเด้เหมาะกับผู้ที่เป็นสิวซ้ำซาก สิวเรื้อรัง
โดยเฉพาะสิวอุดตัน สิวผด สิวอักเสบที่รักษามานานแล้วไม่หายขาด มาเด้ช่วยดีท็อกซ์ผิว ลดการอุดตัน และลดการอักเสบในระยะยาว

2.มาเด้เหมาะกับผู้ที่ผิวแพ้ง่าย ผิวอ่อนแอ ระคายเคืองบ่อย
มาเด้จะช่วยฟื้นฟูสมดุลผิวให้แข็งแรง ลดอาการแพ้ ลดผื่นแดง เหมาะกับคนที่ใช้ครีมหรือเครื่องสำอางไม่ได้ เพราะแพ้ง่ายเกินไป

3.มาเด้เหมาะกับผู้ที่เคยใช้ครีมหรือผลิตภัณฑ์ที่มีสารอันตราย
เช่น ครีมที่มีสเตียรอยด์ ปรอท ไฮโดรควิโนน หรือสารห้ามใช้ มาเด้จะช่วยขับสารพิษที่ตกค้างในชั้นผิว และฟื้นฟูโครงสร้างผิวที่ถูกทำลาย

4.มาเด้เหมาะกับคนที่มีปัญหาผิวโทรม หมองคล้ำ ไม่สดใส
โดยเฉพาะผู้ที่นอนดึก พักผ่อนไม่เพียงพอ ทำงานหนัก หรืออยู่กับหน้าจอคอม-มือถือเป็นเวลานาน มาเด้ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือด ให้ผิวกลับมาเปล่งปลั่ง ดูสุขภาพดี

5.มาเด้เหมาะกับผู้ที่มีรอยสิว จุดด่างดำ และรอยแดงจากการอักเสบ
ช่วยกระตุ้นการซ่อมแซมเซลล์ผิว ทำให้รอยต่าง ๆ จางไวขึ้น เหมาะกับคนที่เป็นสิวแล้วทิ้งรอยไว้บนใบหน้า

6.มาเด้เหมาะกับผู้ที่ผิวแห้ง ขาดน้ำ ขาดความชุ่มชื้น
มาเด้มีส่วนช่วยเติมน้ำและสารบำรุงที่จำเป็นให้ผิวชั้นใน เหมาะสำหรับผิวที่ดูแห้งกร้าน แต่งหน้าไม่ติด

7.มาเด้เหมาะกับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวให้ดูสดใสขึ้นแบบธรรมชาติ
ไม่อยากฉีดสารเติมเต็ม ไม่อยากเปลี่ยนรูปหน้า แต่อยากให้ผิวดีจากภายใน มาเด้เป็นตัวเลือกที่อ่อนโยน ไม่เปลี่ยนโครงหน้า ไม่บวม ไม่ดูหลอกตา

การเตรียมตัวก่อนฉีดมาเด้
เพื่อได้ผลลัพธ์ที่ดีและลดความเสี่ยงในการฉีดมาเด้ ควรมีการเตรียมตัวล่วงหน้า ดังนี้

1.ก่อนฉีดมาเด้หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่ระคายเคืองก่อนฉีด
• หยุดใช้ครีมบำรุงหรือยาทาผิวที่มีฤทธิ์แรง เช่น กรดวิตามิน A, AHA/BHA, เรตินอล อย่างน้อย 3-5 วันก่อนฉีด
• หลีกเลี่ยงการทำทรีตเมนต์แรง ๆ หรือการสครับหน้าแรง ๆ

2.ก่อนฉีดมาเด้หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์และบุหรี่ก่อนฉีด
• งดดื่มแอลกอฮอล์และงดสูบบุหรี่อย่างน้อย 24-48 ชั่วโมงก่อนฉีด
• เพราะแอลกอฮอล์และนิโคตินมีผลต่อการไหลเวียนเลือด และอาจทำให้เกิดรอยช้ำง่ายขึ้น

3.ก่อนฉีดมาเด้ควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
• ควรนอนอย่างน้อย 6-8 ชั่วโมงก่อนเข้ารับบริการ
• ร่างกายที่พักผ่อนเพียงพอจะช่วยให้ระบบไหลเวียนเลือดและน้ำเหลืองทำงานได้ดีขึ้น ซึ่งส่งผลให้ตัวยาเห็นผลชัดเจนขึ้น

4.ก่อนฉีดมาเด้ควรดื่มน้ำมากๆ ในวันก่อนทำ
• ควรดื่มน้ำอย่างน้อย 1.5-2 ลิตรต่อวันก่อนทำ เพื่อให้ผิวชุ่มชื้นและร่างกายดูดซึมวิตามินได้ดีขึ้น
• ผิวที่ชุ่มชื้นจะลดการเกิดรอยช้ำและฟื้นฟูได้เร็ว

5.ก่อนฉีดมาเด้แจ้งประวัติการแพ้หรือโรคประจำตัวกับแพทย์
• หากมีประวัติแพ้ยา วิตามิน หรือสารบางชนิด ควรแจ้งให้แพทย์ทราบล่วงหน้า
• แจ้งข้อมูลสุขภาพ เช่น การตั้งครรภ์ ให้นมบุตร หรือการใช้ยาเฉพาะทาง เช่น ยาต้านการแข็งตัวของเลือด

6.ก่อนฉีดมาเด้หลีกเลี่ยงการแต่งหน้าในวันที่ฉีด
• ควรล้างหน้าให้สะอาด และงดแต่งหน้าในวันที่เข้ารับบริการ เพื่อป้องกันการติดเชื้อและทำให้แพทย์เห็นสภาพผิวจริงได้ชัดเจน
• หากแต่งหน้ามา ทางคลินิกจะทำความสะอาดให้ก่อนทำหัตถการ

7.ก่อนฉีดมาเด้งดทำเลเซอร์หรือหัตถการอื่นบริเวณใบหน้าใกล้วันฉีด
• ควรเว้นระยะห่างระหว่างการฉีดมาเด้กับเลเซอร์ HIFU หรือทรีตเมนต์อื่นๆ อย่างน้อย 5-7 วัน
• เพื่อหลีกเลี่ยงการระคายเคืองหรือผลข้างเคียงซ้ำซ้อน

การดูแลตัวเองหลังฉีดมาเด้
หลังจากฉีดมาเด้แล้ว ผิวของเราจะเริ่มกระบวนการฟื้นฟูและปรับสมดุลจากภายใน ดังนั้นการดูแลผิวอย่างถูกวิธีหลังทำหัตถการจะช่วยให้ผลลัพธ์ชัดเจนขึ้น ลดอาการข้างเคียง และทำให้ผิวฟื้นตัวเร็วขึ้น

1.หลังฉีดมาเด้งดแต่งหน้าและล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นใน 24 ชั่วโมงแรก
• หลีกเลี่ยงการแต่งหน้า ใช้รองพื้น แป้ง หรือเครื่องสำอางใด ๆ เพราะรูเข็มยังเปิดอยู่
• หลีกเลี่ยงการล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นจัดหรือถูหน้าแรง ๆ ให้ใช้น้ำอุณหภูมิห้องและล้างอย่างเบามือ

2.หลังฉีดมาเด้งดการสัมผัส แกะ เกา หรือบีบบริเวณที่ฉีด
• ไม่ควรกด นวด หรือเกาผิวบริเวณที่ฉีดมาเด้ เพราะอาจทำให้เกิดการระคายเคือง หรืออักเสบได้
• หากมีรอยบวมเล็กน้อยให้ ประคบเย็นเบา ๆ บริเวณนั้น แต่อย่าใช้แรงมาก

3.หลังฉีดมาเด้งดออกกำลังกายหนักและกิจกรรมที่ทำให้เหงื่อออก
• หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนัก การเข้าซาวน่า หรือกิจกรรมที่ทำให้เหงื่อออกมากใน 48 ชั่วโมงหลังฉีด
• เพราะเหงื่อสามารถนำพาเชื้อโรคเข้าสู่รูเข็มและทำให้เกิดการติดเชื้อได้

4.หลังฉีดมาเด้หลีกเลี่ยงแสงแดดจัดและการโดนความร้อนโดยตรง
• แนะนำให้เลี่ยงแดดจ้า และความร้อนจากเตาอบ ไดร์เป่าผม หรืออบไอน้ำเป็นเวลา 2-3 วันหลังทำ
• เพราะอาจกระตุ้นให้เกิดรอยแดงหรือผิวระคายเคืองมากขึ้น

5.หลังฉีดมาเด้ควรใช้สกินแคร์อ่อนโยนต่อผิว
• ควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีแอลกอฮอล์ น้ำหอม หรือสารกระตุ้นผิวแรงๆ อย่าง AHA/BHA/Retinol อย่างน้อย 3-5 วันหลังฉีด
• แนะนำให้ใช้เจลว่านหางจระเข้ หรือมอยส์เจอไรเซอร์สูตรอ่อนโยนเพื่อปลอบประโลมผิว

6.หลังฉีดมาเด้ควรดื่มน้ำเยอะๆ เพื่อให้ตัวยาทำงานได้ดีขึ้น
• การดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 1.5-2 ลิตร จะช่วยให้ร่างกายขับของเสียออกได้ดี และเสริมการทำงานของตัวยาในการฟื้นฟูผิว

7.หลังฉีดมาเด้หลีกเลี่ยงการทำเลเซอร์ ทรีตเมนต์ หรือหัตถการอื่นทันทีหลังฉีด
• ควรเว้นระยะอย่างน้อย 5-7 วัน ก่อนทำเลเซอร์ หรือหัตถการอื่น เช่น HIFU, RF, มาสก์หน้าเข้มข้น
• เพื่อให้ผิวมีเวลาฟื้นตัวและไม่เกิดการระคายเคืองซ้ำซ้อน

8.หลังฉีดมาเด้หากมีอาการผิดปกติ ให้ปรึกษาแพทย์ทันที
• หากมีอาการบวมแดงรุนแรง แสบ คัน ผื่นขึ้น หรือสงสัยว่าอาจแพ้ตัวยา ควรรีบติดต่อคลินิกหรือแพทย์ที่ทำทันที

หลังฉีดมาเด้ห้ามทำอะไรบ้าง
หลังการฉีดมาเด้ ผิวจะอยู่ในช่วงที่ต้องการการฟื้นฟูและสมานตัวจากรูเข็มเล็ก ๆ ทั่วใบหน้า ดังนั้นการดูแลตัวเองและการหลีกเลี่ยงพฤติกรรมบางอย่าง ถือเป็นสิ่งสำคัญมาก เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาดีที่สุด ป้องกันการอักเสบ และลดความเสี่ยงของผลข้างเคียง โดยมี 10 ข้อห้ามหลังฉีดมาเด้ ที่ควรหลีกเลี่ยงภายใน 24-72 ชั่วโมงแรก ดังนี้

1.หลังฉีดมาเด้ห้ามแต่งหน้า หรือใช้เครื่องสำอาง โดยเฉพาะใน 24 ชั่วโมงแรก เพื่อป้องกันการอุดตันและการติดเชื้อจากแบคทีเรีย
2.หลังฉีดมาเด้ห้ามล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นจัดหรือถูหน้าแรง การใช้ความร้อนหรือแรงถูอาจทำให้รูเข็มเปิดกว้างและเกิดการอักเสบ
3.หลังฉีดมาเด้ห้ามกด บีบ นวด แกะ เกา บริเวณที่ฉีด เพราะอาจทำให้เกิดรอยช้ำ รอยแดง หรืออักเสบลุกลามได้
4.หลังฉีดมาเด้ห้ามออกกำลังกายหนักหรือกิจกรรมที่เหงื่อออกเยอะ เช่น ฟิตเนส คาร์ดิโอ หรือวิ่งหนัก ๆ ควรเว้นอย่างน้อย 48 ชั่วโมง
5.หลังฉีดมาเด้ห้ามเข้าห้องอบไอน้ำ ซาวน่า หรือแช่น้ำร้อน เพราะความร้อนทำให้เส้นเลือดขยาย เกิดการระคายเคือง หรือรอยแดงบวมมากขึ้น
6.หลังฉีดมาเด้ห้ามสัมผัสใบหน้าด้วยมือที่ไม่สะอาด เพราะเสี่ยงต่อการติดเชื้อแบคทีเรียจากมือที่ปนเปื้อน
7.หลังฉีดมาเด้ห้ามโดนแดดจัด หรืออยู่กลางแจ้งเป็นเวลานาน ควรเลี่ยงการโดนรังสี UV อย่างน้อย 3 วัน และหากจำเป็นต้องออกกลางแจ้งให้ใส่หมวกหรือกางร่ม
8.หลังฉีดมาเด้ห้ามใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่มีสารระคายเคือง เช่น AHA, BHA, เรตินอล แอลกอฮอล์ หรือผลิตภัณฑ์ไวท์เทนนิ่งแรงๆ อย่างน้อย 5-7 วัน
9.หลังฉีดมาเด้ห้ามดื่มแอลกอฮอล์หรือสูบบุหรี่ ควรงดอย่างน้อย 24-48 ชั่วโมง เพราะมีผลต่อระบบไหลเวียนเลือดและลดประสิทธิภาพของตัวยา
10.หลังฉีดมาเด้ห้ามทำเลเซอร์หรือหัตถการอื่นบนใบหน้า เช่น HIFU, RF, มาสก์กรดผลไม้ หรือการผลัดเซลล์ผิว ควรเว้นช่วงอย่างน้อย 5-7 วัน

ใครบ้าการฉีดมาเด้งที่ไม่เหมาะกับ
• ฉีดมาเด้ไม่เหมาะกับหญิงตั้งครรภ์หรืออยู่ระหว่างให้นมบุตร
• ฉีดมาเด้ไม่เหมาะกับผู้ที่มีโรคประจำตัวรุนแรงเกี่ยวกับเลือด หรือใช้ยาละลายลิ่มเลือด
• ฉีดมาเด้ไม่เหมาะกับผู้ที่มีประวัติแพ้สารในตัวยา (ควรแจ้งแพทย์ก่อนทำ)
• ฉีดมาเด้ไม่เหมาะกับผู้ที่กำลังมีสิวอักเสบรุนแรงทั่วใบหน้า (ควรให้สิวลดก่อน แล้วจึงเริ่มทำ)

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับฉีดมาเด้ (FAQ)
1.มาเด้เจ็บไหม ต้องพักฟื้นหรือเปล่า
ตอบ การฉีดมาเด้จะใช้เข็มเล็กมาก และฉีดในระดับตื้นบริเวณผิวหน้า โดยแพทย์มักทายาชาก่อนทำเพื่อช่วยลดความรู้สึกเจ็บ ขณะฉีดจะรู้สึกเพียงแค่จิ๊ดเล็ก ๆ ในบางจุดเท่านั้น และอาจมีอาการตึงหน้าหรือเจ็บเล็กน้อยในบางราย หลังฉีดไม่จำเป็นต้องพักฟื้น สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ แต่ควรหลีกเลี่ยงแดดจัดและไม่แต่งหน้าใน 24 ชั่วโมงแรกเพื่อป้องกันการติดเชื้อและระคายเคือง

2.ฉีดมาเด้แล้วแต่งหน้าได้เลยไหม
ตอบ ไม่แนะนำให้แต่งหน้าในทันทีหลังฉีดมาเด้ ควรรออย่างน้อย 24 ชั่วโมง เพื่อให้ผิวฟื้นตัวและรูเข็มปิดสนิทก่อน เพราะหลังฉีดผิวจะมีรูเล็ก ๆ จากการสะกิด ซึ่งหากแต่งหน้าเร็วเกินไป อาจทำให้เกิดการอุดตัน ติดเชื้อ หรือสิวขึ้นได้ แต่หากจำเป็นต้องแต่งหน้าในวันถัดไป แนะนำให้เลือกเครื่องสำอางที่อ่อนโยน ไม่มีน้ำหอม ไม่มีแอลกอฮอล์ และล้างออกให้สะอาดอย่างอ่อนโยน

3.ฉีดมาเด้ร่วมกับหัตถการอื่นได้ไหม
ตอบ สามารถทำร่วมกับหัตถการอื่นได้ เช่น เลเซอร์ HIFU หรือทรีตเมนต์หน้า แต่ควรมีการวางแผนและเว้นระยะเวลาที่เหมาะสม
• หากทำเลเซอร์ก่อน แนะนำให้เว้นอย่างน้อย 5-7 วัน แล้วจึงฉีดมาเด้ เพื่อไม่ให้ผิวระคายเคือง
• หากฉีดมาเด้แล้ว ควรรออย่างน้อย 5-7 วัน ก่อนทำเลเซอร์ เช่น HIFU, RF หรือ IPL
• การทำมาเด้ร่วมกับทรีตเมนต์ สามารถทำได้หลังจากผ่านไป 2-3 วัน

แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อจัดลำดับโปรแกรมฉีดมาเด้ร่วมกับหัตถการอื่น ๆ ให้เหมาะกับสภาพผิวของแต่ละบุคคล

สรุปเกี่ยวกับมาเด้
สรุปว่า มาเด้ คอลลาเจน เป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์สำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิว ด้วยสารบำรุงเข้มข้นจากธรรมชาติ การฉีดมาเด้ 16 จุดทั่วหน้า ช่วยลดสิว ฟื้นฟูผิวแพ้ง่าย ลดจุดด่างดำ เพิ่มความกระจ่างใส และทำให้ผิวดูสุขภาพดี การฉีดมาเด้ต่อเนื่องและดูแลผิวอย่างเหมาะสม ทั้งก่อนและหลังทำ การเลือกคลินิกที่น่าเชื่อถือและใช้ตัวยาแท้ จะทำให้ลดความเสี่ยงเกิดผลข้างเคียงและได้ผลลัพธ์ที่ดีในระยะยาว

* ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับเฉพาะบุคคล
* เงื่อนไขตามบริษัทฯ กำหนด
* ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลง*
แนะนำให้สอบถามกับเจ้าหน้าที่ก่อนเข้ารับบริการ
เพื่อความชัวร์และได้สิทธิ์ที่คุ้มที่สุดค่ะ
ปรึกษาฟรี พร้อมรับ โปรโมชั่นพิเศษ ก่อนใคร
โปรโมชั่นต่างๆ
romrawin
'
เรื่อง โปรแกรมดูแลผิวหน้า ที่คุณอาจสนใจ