โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก คืออะไร เหมาะกับใคร ฉีดกี่ครั้งเห็นผล
ฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก
ฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก ช่วยเรื่องอะไรบ้าง อยู่ได้นานแค่ไหนใช้กี่ซีซี
การฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก ช่วยแก้ปัญหาหน้าผากแบน หน้าไม่สดใส เพราะการฉีดฟิลเลอร์หน้าผากจะทำให้หน้าเราดูมีมิติ เป็นทรงเข้ารูปกับใบหน้าของเรามากขึ้น
บทความนี้จะมาอธิบายว่า การฉีดฟิลเลอร์หน้าผากคืออะไร นอกจากทำให้ใบหน้าดูมีมิติแล้วช่วยเรื่องอะไรได้อีกบ้าง ฉีดฟิลเลอร์หน้าผากหนึ่งครั้งอยู๋ได้นานแค่ไหนและต้องใช้กี่ cc เพื่อให้ตอบโจทย์ปัญหาที่กังวลใจ
รวมทุกหัวข้อเกี่ยวกับการฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก
- ปัญหาหน้าผากต่าง ๆ เกิดจากอะไร
- การฉีดฟิลเลอร์หน้าผากคืออะไร ทำงานกับชั้นผิวอย่างไร
- ทำไมบางคนฉีดฟิลเลอร์หน้าผากแล้วเป็นก้อน
- บริเวณที่ควรฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก
- ฉีดฟิลเลอร์หน้าผากอันตรายหรือไม่
- ฉีดฟิลเลอร์หน้าผากช่วยเรื่องอะไรบ้าง
- ข้อควรระวังก่อนฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก
- ควรฉีดฟิลเลอร์หน้าผากยี่ห้อไหนดี
- ใครที่เหมาะกับการฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก
- ควรฉีดฟิลเลอร์หน้าผากกี่ซีซีถึงเห็นผล
- การเตรียมตัวก่อนฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก
- การดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก
- ฉีดฟิลเลอร์หน้าผากนูนเกินไป สามารถแก้ไขได้หรือไม่
- เปรียบเทียบการฉีดฟิลเลอร์หน้าผากกับการเสริมหน้าผาก
- สรุปทุกเรื่องเกี่ยวกับการฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก
ปัญหาหน้าผากต่าง ๆ เกิดจากอะไร
ปัญหาบริเวณหน้าผากเป็นอีกหนึ่งในสัญญาณที่ทำให้ ภาพรวมใบหน้า ดูเปลี่ยนไปได้อย่างชัดเจน เพราะหน้าผากเป็นพื้นที่ใหญ่และอยู่กึ่งกลางใบหน้า เมื่อรูปทรงหรือพื้นผิวบริเวณนี้เปลี่ยน ไม่ว่าจะยุบ แบน หรือมีริ้วรอย มักทำให้ใบหน้าดูไม่สมดุลและดูมีอายุขึ้นได้ โดยสาเหตุหลัก ๆ มักเกี่ยวข้องกับ โครงสร้าง และ คุณภาพผิว สามารถแก้ไขได้ด้วยหัตถการต่าง ๆ รวมถึงการฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก
1) ปัญหาหน้าผากยุบ เกิดจากอะไร
หน้าผากยุบ มักหมายถึงหน้าผากดูเว้าลงเป็นแอ่ง หรือดูไม่เต็ม โดยเฉพาะช่วงเหนือคิ้วหรือกึ่งกลางหน้าผาก สาเหตุที่พบบ่อย ได้แก่
• การเปลี่ยนแปลงตามวัย (Age-related volume loss)
เมื่ออายุมากขึ้น เนื้อเยื่อที่ช่วยพยุงและเติมเต็มใบหน้า เช่น ไขมันใต้ผิว และโครงสร้างรองรับบางส่วน อาจค่อย ๆ ลดลง ทำให้ผิวด้านบนดู “ไม่เต็ม” และเกิดเงาเป็นแอ่งได้ง่ายขึ้น
• โครงสร้างกระดูกและฐานรองรับบางลง
โครงสร้างใบหน้ามีการเปลี่ยนแปลงได้ตามวัยในบางคน ส่งผลให้สัดส่วนช่วงหน้าผาก-คิ้วดูต่างจากเดิม และทำให้เกิดมิติ “เว้า/ยุบ” ชัดขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงอื่นของใบหน้า
• ความต่างเฉพาะบุคคลและพันธุกรรม
บางคนมีรูปทรงหน้าผากที่ดูยุบหรือมีแอ่งตั้งแต่เดิมจากโครงสร้างกะโหลกและชั้นเนื้อเยื่อรองรับ ไม่ได้เกิดจากความผิดปกติรุนแรง แต่เป็นลักษณะเฉพาะตัว
2) ปัญหาหน้าผากแบน เกิดจากอะไร
หน้าผากแบน คือหน้าผากดูตรง ขาดความโค้งมนหรือมิติ ทำให้บางคนรู้สึกว่าใบหน้าดูไม่ละมุนหรือไม่สมส่วน สาเหตุหลัก ๆ ได้แก่
• โครงสร้างกระดูกเป็นพื้นฐานตั้งแต่กำเนิด
รูปทรงหน้าผากส่วนหนึ่งถูกกำหนดจากโครงสร้างกะโหลก ซึ่งแต่ละคนมีความโค้ง ความนูน และความลาดเอียงต่างกัน บางคนจึงมีหน้าผากแบนเป็นธรรมชาติ
• การลดลงของเนื้อเยื่ออ่อนเมื่ออายุเพิ่มขึ้น
แม้โครงสร้างกระดูกจะเหมือนเดิม แต่เมื่อ ชั้นเนื้อเยื่ออ่อน เช่น ผิวหนัง กล้ามเนื้อ และไขมันบางส่วนลดลง/บางลง หน้าผากอาจดู “แบนลง” หรือดูไม่มีมิติมากขึ้น
• คุณภาพผิวและความยืดหยุ่นลดลง
เมื่อผิวขาดความยืดหยุ่นและความชุ่มชื้น ผิวอาจดูตึงไม่สม่ำเสมอ หรือสะท้อนแสงต่างจากเดิม ทำให้ภาพรวมหน้าผากดูแบนและขาดความฟู
3) ปัญหาริ้วรอยร่องลึกบริเวณหน้าผาก เกิดจากอะไร
ริ้วรอยหน้าผากมีได้ทั้ง เส้นตื้น และร่องลึก ซึ่งมักเกิดร่วมกันจากหลายปัจจัย ได้แก่
• อายุและการเสื่อมของโครงสร้างผิว
เมื่อเวลาผ่านไป คอลลาเจน อีลาสติน และความชุ่มชื้นของผิว มักลดลง ผิวจึงยืดหยุ่นน้อยลงและเกิดรอยพับได้ง่ายขึ้น
• การขยับกล้ามเนื้อจากสีหน้าเดิมซ้ำ ๆ
การเลิกคิ้ว ขมวดคิ้ว หรือใช้หน้าผากแสดงอารมณ์บ่อย ๆ ทำให้เกิด รอยพับซ้ำ ๆ จนค่อย ๆ กลายเป็นริ้วรอยที่เห็นชัดขึ้น
• แสงแดดและปัจจัยแวดล้อม
รังสี UV เป็นหนึ่งในตัวเร่งที่ทำให้ผิวเสื่อมไวขึ้น ส่งผลต่อความแข็งแรงของชั้นผิวและทำให้ริ้วรอยเด่นขึ้น
• ผิวแห้งและการดูแลผิวไม่สมดุล
ผิวที่ขาดน้ำหรือปราการผิวอ่อนแอ มักทำให้ริ้วรอยตื้น ๆ ดูชัดขึ้น และอาจพัฒนาเป็นรอยที่ลึกขึ้นได้หากเป็นนาน
การฉีดฟิลเลอร์หน้าผากคืออะไร ทำงานกับชั้นผิวอย่างไร
การฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก คือหัตถการใช้ สารเติมเต็มกลุ่มไฮยาลูรอนิก แอซิด (Hyaluronic Acid: HA) ฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก เพื่อช่วยเติมเต็ม และ ปรับความโค้ง/มิติ ของหน้าผากในคนที่มีปัญหา เช่น หน้าผากแบน หน้าผากเป็นแอ่ง หรือมีความไม่เรียบเนียนบางตำแหน่ง โดยเป้าหมายหลักของการฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก คือทำให้ภาพรวมใบหน้าดูสมดุลขึ้น
การฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก ทำงานกับชั้นผิวอย่างไร
HA หรือ สารในฟิลเลอร์ เป็นสารที่มีคุณสมบัติเด่นคือ จับน้ำได้ดี และถูกนำมาใช้เป็นสารเติมเต็มเพื่อเพิ่ม “ปริมาตร” ใต้ผิวในตำแหน่งที่ต้องการ เมื่อฉีดฟิลเลอร์หน้าผากอย่างถูกชั้นผิว และวางตำแหน่งในการฉีดฟิลเลอร์หน้าผากอย่างเหมาะสม จะช่วยได้ในเชิงโครงสร้างดังนี้
1.เติมปริมาตร (Volume replacement)
ฟิลเลอร์ทำหน้าที่เหมือน “ตัวเสริมพื้นที่” ช่วยพยุงและเติมเต็มบริเวณที่ดูยุบหรือแบน การฉีดฟิลเลอร์หน้าผากทำให้รูปทรงหน้าผากดูโค้งมนขึ้นตามที่ออกแบบ
2.ช่วยให้ผิวดูอิ่มน้ำขึ้น (Hydration effect)
ด้วยคุณสมบัติจับน้ำของ HA ผิวชั้นบนอาจดูชุ่มขึ้นและผิวสัมผัสดูเรียบขึ้นในบางคนที่ฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก
3.การวางชั้นในการฉีดฟิลเลอร์หน้าผากมีผลต่อทรงและความละมุน
บริเวณหน้าผากมีหลายชั้นตั้งแต่ผิวหนัง ชั้นไขมัน/พังผืด กล้ามเนื้อ ไปจนถึงชั้นลึกใกล้กระดูก แพทย์จะประเมินว่าควรวางการฉีดฟิลเลอร์หน้าผากใน ชั้นตื้นหรือชั้นลึก เพื่อให้ได้รูปทรงที่ต้องการและลดโอกาสเกิดความไม่เรียบ
ทำไมบางคนฉีดฟิลเลอร์หน้าผากแล้วเป็นก้อน
อาการเป็นก้อน เป็นคลื่น หรือดูไม่เรียบ หลังฉีดฟิลเลอร์หน้าผากไป มักไม่ได้เกิดจากเหตุผลเดียว แต่การที่ฉีดฟิลเลอร์หน้าผากแล้วเป็นก้อนเกิดจากผลรวมของ ชั้นผิวที่ฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก การขยับของกล้ามเนื้อ ปริมาณและการกระจายตัว คุณภาพผลิตภัณฑ์ การดูแลหลังฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก โดยเฉพาะหน้าผากเป็นบริเวณที่ ผิวตึงและขยับตลอด จึงเห็นความผิดปกติได้ง่ายกว่าบางบริเวณบนใบหน้า
1) วางการฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก ผิดชั้นผิว หรือวางตื้นเกินไป
หน้าผากมีหลายชั้น ตั้งแต่ผิวหนัง ชั้นไขมัน พังผืด กล้ามเนื้อ ไปจนถึงชั้นลึกใกล้กระดูก รวมถึงเยื่อหุ้มกระดูก
• ถ้าวางฟิลเลอร์ในชั้นตื้น ใกล้กล้ามเนื้อมากเกินไป
เวลาขมวดคิ้วหรือเลิกคิ้ว กล้ามเนื้อหน้าผากจะขยับซ้ำ ๆ ทำให้ฟิลเลอร์ถูก ดัน ปั้น ลาก จนเกิดการ รวมตัวเป็นก้อน หรือ กระจายไม่สม่ำเสมอเป็นคลื่น ได้
สัญญาณที่พบได้หลังฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก คลำเจอเนื้อนิ่ม ๆ ใต้ผิว กดแล้วเหมือนยุบหรือขยับได้ และผิวดูเป็นลอนเมื่อเปลี่ยนมุมแสง
• การวางชั้นลึกที่เหมาะสมจะช่วยให้ทรงนิ่งกว่า
วางให้ฟิลเลอร์ทำหน้าที่ เสริมฐาน เติมโครง มากกว่าลอยอยู่ชั้นตื้นที่โดนกล้ามเนื้อรบกวนตลอด
2) เทคนิคการฉีดฟิลเลอร์หน้าผากกระจายตัวไม่ดี
ถึงจะวางชั้นในการฉีดฟิลเลอร์หน้าผากถูกต้อง แต่ถ้า
• ฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก เป็นกอง ในบางตำแหน่ง
• กระจายเนื้อไม่สม่ำเสมอ
• เติมทีละก้อนโดยไม่ไล่ระดับความนูน
อาจทำให้เกิด ผิวเป็นคลื่น หรือเห็นเป็น ปุ่มนูนได้ โดยเฉพาะในคนที่ผิวบาง หรือมีหน้าผากแบน ยุบไม่เท่ากัน
3) ฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก ปริมาณเยอะในครั้งเดียว หรือเติมเกิน “ความพอดี” ของผิว
หน้าผากเป็นพื้นที่กว้าง บางคนต้องใช้หลายซีซีในการฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก เพื่อให้ทรงเปลี่ยน แต่ถ้าเติมมากเกินความสามารถของผิวและเนื้อเยื่อที่จะสามารถรับได้ในครั้งเดียว อาจทำให้
• ความตึงที่ทำให้ผิวดูไม่เรียบ
• เป็นลอนตามแนวการกระจายของฟิลเลอร์
• บวมกดทับจนเห็นเป็นขอบ/เป็นคลื่น
4) เลือกชนิดฟิลเลอร์ไม่เหมาะกับการฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก
ฟิลเลอร์ HA มีหลายรุ่น หลายความแน่น ความยืดหยุ่น ความสามารถในการคงรูป ถ้าเลือกชนิดที่
• นิ่มเกินไป ในการฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก เสี่ยงไหลหรือจับตัวเป็นลอนในบริเวณที่ขยับมาก
• แข็งเกินไปในการฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก กับที่คนผิวบาง เสี่ยงเห็นขอบหรือดูไม่เนียนในบางมุม
5) ผลิตภัณฑ์ในการฉีดฟิลเลอร์หน้าผากไม่ได้มาตรฐาน แหล่งที่มาไม่น่าเชื่อถือ
อีกสาเหตุที่ทำให้เป็นก้อน ผิดรูป หรือเกิดปัญหาระยะยาว คือการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ แหล่งที่มาไม่ชัดเจน หรือไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งความเสี่ยงอาจรวมถึง
• สลายตัวไม่เป็นธรรมชาติ
• เกิดการอักเสบ ผังผืด
• รูปทรงเพี้ยนเป็นคลื่นหรือเป็นไต
ควรเลือกสถานพยาบาลที่ตรวจสอบได้ และสามารถยืนยันข้อมูลผลิตภัณฑ์ได้จริง
6) พฤติกรรมหลังฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก โดยเฉพาะช่วงแรก
ในช่วงแรกหลังฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก เนื้อฟิลเลอร์และเนื้อเยื่อยังอยู่ในช่วงปรับตัว หากมีการกด นวด คลึงแรง ๆ หรือมีพฤติกรรมที่รบกวนตำแหน่ง (รวมถึงการขยับหน้าผากหนักมากในบางคน) อาจทำให้เกิดความไม่เรียบได้ในระยะแรกหลังฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก
วิธีลดโอกาสเป็นก้อนหลังฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก
• เลือกฉีดฟิลเลอร์หน้าผากกับแพทย์เท่านั้น
• ขอคำอธิบายแผนการรักษาในการฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก จะเติมจุดไหน วางชั้นประมาณใด ใช้กี่ซีซีโดยประเมินตามโครงสร้างเรา
• ตรวจสอบแหล่งที่มาผลิตภัณฑ์ให้ชัดเจน
• ปฏิบัติตามคำแนะนำหลังฉีดฟิลเลอร์หน้าผากอย่างเคร่งครัด และกลับมาตรวจติดตามหากรู้สึกเป็นก้อน หรือเป็นคลื่นผิดปกติ
บริเวณที่ควรฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก
การฉีดฟิลเลอร์หน้าผากเป็นหัตถการที่ช่วยเพิ่มความเรียบเนียนและปรับรูปทรงหน้าผากให้กลมกลืนกับใบหน้า โดยแพทย์จะประเมินโครงสร้างผิว กระดูก และการยุบตัวของชั้นไขมันก่อนทุกครั้งก่อนฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก เพื่อให้เลือกตำแหน่งและปริมาณที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล การฉีดฟิลเลอร์หน้าผากมีจุดที่นิยมฉีดดังนี้
1.บริเวณร่องเหนือคิ้ว
เมื่ออายุเพิ่มขึ้น บริเวณเหนือคิ้วอาจมีการยุบตัวทำให้ผิวเกิดเป็นร่องบางส่วน ส่งผลให้หน้าผากดูไม่เรียบเนียน การฉีดฟิลเลอร์หน้าผากในตำแหน่งนี้จึงมักใช้เพื่อช่วยให้บริเวณร่องดูเต็มขึ้น
2.บริเวณหน้าผากส่วนกลางและส่วนกว้างของหน้าผาก
ตำแหน่งนี้คือบริเวณที่ใช้สำหรับปรับรูปทรงหน้าผากโดยรวม การฉีดฟิลเลอร์หน้าผากตำแหน่งนี้เหมาะกับผู้ที่มีลักษณะหน้าผากแบน ยุบเป็นบางจุด หรือมีความไม่สม่ำเสมอทำให้ใบหน้าดูแข็งหรือมีเงาบางมุม
ฉีดฟิลเลอร์หน้าผากอันตรายหรือไม่
การฉีดฟิลเลอร์หน้าผากมีความเสี่ยง เหมือนหัตถการเสริมความงามอื่น ๆ โดยเฉพาะเพราะบริเวณหน้าผากและขมับเป็นจุดที่มีเส้นเลือดสำคัญจำนวนมาก ดังนั้นจึงจำเป็นต้องฉีดฟิลเลอร์หน้าผากโดยแพทย์และเลือกใช้เทคนิคที่เหมาะสมเสมอ
ความเสี่ยงสำคัญของการฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก
1.ความเสี่ยงจากฟิลเลอร์เข้าไปในเส้นเลือด
หากฉีดฟิลเลอร์หน้าผากแล้วฟิลเลอร์ถูกฉีดเข้าไปในเส้นเลือดโดยตรง หรือเกิดการกดเบียดเส้นเลือดมากเกินไป อาจทำให้เลือดไหลเวียนได้ไม่ดี ส่งผลให้เนื้อเยื่อบริเวณนั้นได้รับเลือดไม่เพียงพอ
ภาวะที่อาจเกิดขึ้นได้ เช่น
• ผิวหนังบริเวณหน้าผากเปลี่ยนสี ซีด คล้ำ หรือเป็นรอยลาย
• รู้สึกเจ็บหรือปวดมากผิดปกติ
• ในกรณีรุนแรงมาก อาจเกิดภาวะเนื้อตาย (ก็คือเนื้อเยื่อเสียหายจากการขาดเลือด)
2.ความเชื่อมโยงระหว่างหน้าผาก ขมับ ดวงตา
การฉีดฟิลเลอร์หน้าผากมักทำร่วมกับการฉีดฟิลเลอร์ขมับในบางเคส เนื่องจากโครงสร้างใบหน้าส่วนบนเกี่ยวข้องกัน และบริเวณขมับเป็นจุดที่มีเส้นเลือดเชื่อมต่อไปยังบริเวณรอบดวงตา
หากฟิลเลอร์เข้าไปอุดตันในเส้นเลือดที่เกี่ยวข้องกับการไหลเวียนเลือดไปเลี้ยงดวงตา อาจทำให้เลือดไปเลี้ยงดวงตาได้ไม่เพียงพอ และเสี่ยงทำให้จอประสาทตาเสียหายได้
อาการผิดปกติที่ควรรีบพบแพทย์ทันที เช่น
• ตามัวกะทันหัน มองไม่ชัด
• ปวดตา
• มองเห็นเงาดำ หรือภาพบิดเบี้ยวผิดปกติ
อาการเหล่านี้ถือเป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องให้แพทย์ช่วยประเมินและดูแลโดยเร็ว
ทำอย่างไรให้การฉีดฟิลเลอร์หน้าผากมีความเสี่ยงน้อยลง
แม้จะมีความเสี่ยงในการฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก แต่สามารถลดโอกาสการเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ด้วยการเลือกสถานพยาบาลและแพทย์อย่างเหมาะสม
สิ่งที่ควรพิจารณา ได้แก่
1.ฉีดโดยแพทย์เท่านั้น
• ควรเป็นแพทย์ที่มีเข้าใจโครงสร้างใบหน้าและชั้นผิวในการฉีดฟิลเลอร์โดยเฉพาะ
• แพทย์จะรู้ตำแหน่งเส้นเลือดสำคัญ และเลือกเทคนิคการฉีดฟิลเลอร์หน้าผากที่เหมาะกับเคสของแต่ละคน
2.ใช้ฟิลเลอร์ที่ผ่านการรับรอง
• เลือกผลิตภัณฑ์ฟิลเลอร์ที่มีเลข อย.ชัดเจน
• ใช้ฟิลเลอร์ชนิดที่สามารถสลายได้ (Hyaluronic Acid) เพื่อให้สามารถแก้ไขได้ในกรณีเกิดปัญหา
3.เทคนิคการฉีดและการประเมินอย่างรอบคอบ
• แพทย์จะประเมินรูปหน้า โครงกระดูก และความลึกของชั้นผิวก่อนฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก
• ใช้ปริมาณฟิลเลอร์อย่างเหมาะสม ไม่เติมเกินจำเป็น
• บางกรณีแพทย์อาจใช้เข็มทู่ (Cannula) เพื่อลดการทิ่มเส้นเลือดบางตำแหน่ง (ขึ้นกับดุลยพินิจแพทย์แต่ละท่าน)
4.การสังเกตอาการหลังฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก
• หลังฉีดฟิลเลอร์หน้าผากควรสังเกตอาการผิดปกติ เช่น ปวดมากผิดปกติ ผิวเปลี่ยนสี ตามัว
• หากมีอาการที่น่าสงสัย ต้องรีบกลับมาปรึกษาแพทย์ทันที
ฉีดฟิลเลอร์หน้าผากช่วยเรื่องอะไรบ้าง
การฉีดฟิลเลอร์หน้าผากเป็นหัตถการที่ปรับความเรียบเนียนและรูปทรงของหน้าผากให้สมดุลกับใบหน้า โดยแพทย์จะประเมินโครงสร้างกระดูก ชั้นผิว และความลึกของปัญหาก่อนเลือกเทคนิคที่เหมาะสมในการฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก ผลลัพธ์หลังฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก มีดังนี้
1.ฉีดฟิลเลอร์หน้าผากช่วยให้ริ้วรอยบนหน้าผากดูเรียบเนียนขึ้น
ร่องลึกและรอยย่นที่เกิดจากการแสดงอารมณ์หรือการยุบตัวของผิวตามวัย อาจทำให้หน้าผากดูไม่สม่ำเสมอ การฉีดฟิลเลอร์หน้าผากจะช่วยให้ผิวบริเวณนั้นมีความเรียบขึ้น
2.ฉีดฟิลเลอร์หน้าผากช่วยเติมเต็มหน้าผากที่แบน ยุบ หรือบุ๋ม
ผู้ที่มีหน้าผากแบน หรือมีบางจุดที่ยุบตัวลง อาจทำให้ใบหน้าดูแข็งหรือขาดมิติ การฉีดฟิลเลอร์หน้าผากสามารถช่วยเพิ่มปริมาตรในชั้นผิวบางตำแหน่ง เพื่อให้หน้าผากมีความโค้งมนและรับกับรูปหน้าได้ดีขึ้น
3.ฉีดฟิลเลอร์หน้าผากช่วยปรับสัดส่วนใบหน้าให้ดูละมุนขึ้น
หน้าผากเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของความสมดุลของใบหน้า การปรับรูปหน้าผากจึงสามารถช่วยให้ใบหน้าโดยรวมดูมีมิติเพิ่มขึ้น เช่น ใบหน้าดูละมุนขึ้น หรือช่วยให้สัดส่วนช่วงหน้าผาก ดวงตา จมูก ดูสอดคล้องกันมากขึ้น
4.ฉีดฟิลเลอร์หน้าผากช่วยลดความเด่นชัดของรอยตำหนิบริเวณหน้าผาก
ในบางรายที่มีรอยบุ๋มเล็ก ๆ รอยแผลเป็น หรือร่องลึก การฉีดฟิลเลอร์หน้าผากสามารถช่วยเติมให้บริเวณนั้นดูเรียบเนียนขึ้น
5.ฉีดฟิลเลอร์หน้าผากทำให้ผิวหน้าผากดูชุ่มชื้นและเอิบอิ่มขึ้น
ฟิลเลอร์ประเภทกรดไฮยาลูรอนิก (Hyaluronic Acid) มีคุณสมบัติอุ้มน้ำ ทำให้ผิวดูชุ่มชื้นขึ้นหลังฉีดในบางราย ซึ่งช่วยให้ผิวหน้าผากดูสุขภาพดีขึ้น
ข้อควรระวังก่อนฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก
ก่อนฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก ควรทำความเข้าใจข้อมูลพื้นฐานและข้อจำกัดของหัตถการฉีดฟิลเลอร์หน้าผากให้ชัดเจน เพื่อให้เราสามารถตัดสินใจได้ตรงกับปัญหาที่เรากังวลใจมากที่สุด
1.การฉีดฟิลเลอร์หน้าผากไม่ได้อยู่ถาวร
ฟิลเลอร์ส่วนใหญ่ที่ใช้บริเวณหน้าผากเป็นชนิดที่สามารถสลายได้เองเช่น กลุ่มกรดไฮยาลูโรนิก (Hyaluronic Acid)
• ระยะเวลาการคงตัวจะแตกต่างกันไปในแต่ละคน ขึ้นอยู่กับชนิดฟิลเลอร์ ตำแหน่งที่ฉีด และการดูแลตัวเอง
• การฉีดฟิลเลอร์หน้าผากเป็นหัตถการที่อาจต้องมีการเติมซ้ำในอนาคต เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ต่อเนื่อง
2.ปริมาณฟิลเลอร์ควรเหมาะสม ไม่มากเกินไปในการฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก
โดยทั่วไป การฉีดฟิลเลอร์หน้าผากควรใช้ในปริมาณที่เหมาะสมกับโครงสร้างใบหน้า ไม่เติมจนเกินความจำเป็น
3.ต้องใช้ฟิลเลอร์ที่ได้มาตรฐานและผ่านการรับรอง
4.เลือกฉีดฟิลเลอร์หน้าผากกับแพทย์เท่านั้น
ควรฉีดฟิลเลอร์หน้าผากยี่ห้อไหนดี
การเลือกฟิลเลอร์สำหรับฉีดฟิลเลอร์หน้าผากควรพิจารณาจาก คุณสมบัติของเนื้อฟิลเลอร์, ความเหมาะสมกับสภาพผิว, และ การประเมินของแพทย์
เนื่องจากหน้าผากต้องการฟิลเลอร์ที่มีความเนียนละเอียด กระจายตัวได้ดี และให้ความเรียบสวยโดยไม่เป็นก้อน ฟิลเลอร์ 2 รุ่นที่ได้รับความนิยมสำหรับการฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก ได้แก่ Juvederm Volbella และ Restylane Vital
1.Juvederm Volbella
มีจุดเด่นด้านเนื้อสัมผัสที่นุ่มและละเอียด
• ลักษณะเนื้อฟิลเลอร์มีความนิ่มและบางเบา ทำให้เหมาะกับบริเวณที่ต้องการความเรียบเนียนอย่างหน้าผาก
• กระจายตัวได้ดี ไม่ทำให้พื้นผิวดูนูนแข็ง
• ช่วยเติมเต็มร่องหรือพื้นที่ยุบตัวให้ผิวดูสม่ำเสมอ
• ระยะเวลาการคงตัวโดยทั่วไปประมาณ 10-12 เดือน (ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลของแต่ละบุคคล)
2.Restylane Vital
มีความเนียนและช่วยเสริมความชุ่มชื้นของผิว
• เนื้อค่อนข้างละเอียด เกลี่ยง่าย และให้ความเรียบเนียน
• จุดเด่นคือช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ทำให้ผิวหน้าผากดูเอิบอิ่มขึ้น
• ช่วยปรับให้ผิวดูเนียนตา เหมาะกับผู้ที่มีผิวบางหรือหน้าผากไม่เรียบ
• ระยะเวลาการคงตัวโดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 10-12 เดือน
ใครที่เหมาะกับการฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก
การฉีดฟิลเลอร์หน้าผากเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการปรับความเรียบเนียนหรือรูปทรงของหน้าผาก โดยแพทย์จะพิจารณาความเหมาะสมเป็นรายบุคคลจากโครงสร้างใบหน้าและสภาพผิว ผู้ที่อาจเหมาะกับหัตถการนี้ ได้แก่
1.ผู้ที่มีหน้าผากแบน ยุบ หรือบุ๋มในบางตำแหน่ง เหมาะกับการฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก
การยุบตัวของผิวหรือชั้นไขมันทำให้หน้าผากขาดมิติ ฟิลเลอร์สามารถช่วยเติมให้พื้นผิวบริเวณนั้นดูสม่ำเสมอขึ้น
2.ผู้ที่มีรอยย่นหรือร่องลึกบนหน้าผาก เหมาะกับการฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก
โดยเฉพาะรอยที่เกิดจากการแสดงสีหน้าเป็นประจำหรือเกิดจากอายุที่เพิ่มขึ้น การเติมฟิลเลอร์ในระดับที่เหมาะสมช่วยให้ผิวดูเรียบขึ้นได้
3.ผู้ที่ต้องการปรับสัดส่วนใบหน้าให้กลมกลืนมากขึ้น เหมาะกับการฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก
หน้าผากถือเป็นส่วนสำคัญของโครงหน้า การปรับรูปหน้าผากให้โค้งรับกับใบหน้าโดยรวมสามารถช่วยให้ภาพรวมดูละมุนและมีมิติขึ้น
4.ผู้ที่ต้องการแก้ไขความไม่สม่ำเสมอ เช่น รอยบุ๋มหรือร่องจากแผลเป็นบางประเภท เหมาะกับการฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก
แพทย์อาจใช้ฟิลเลอร์ช่วยปรับให้ผิวดูเรียบขึ้นในบางกรณี ทั้งนี้ต้องประเมินลักษณะแผลเป็นก่อนทุกครั้ง เพราะไม่ใช่ทุกชนิดที่ตอบสนองต่อฟิลเลอร์ได้ดี
5.ผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าผากโดยไม่ผ่าตัดเหมาะกับการฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก
การฉีดฟิลเลอร์หน้าผากเหมาะสำหรับผู้ที่อยากปรับทรงหน้าผากแบบไม่ต้องพักฟื้น และต้องการการเปลี่ยนแปลงที่ค่อยเป็นค่อยไปตามความเหมาะสมของสภาพผิว
ควรฉีดฟิลเลอร์หน้าผากกี่ซีซีถึงเห็นผล
ปริมาณการฉีดฟิลเลอร์หน้าผากที่ใช้ในแต่ละคน ไม่มีกำหนดตายตัว ขึ้นอยู่กับโครงสร้างใบหน้า ระดับความยุบตัวของหน้าผาก และผลลัพธ์ที่ต้องการ แพทย์จะเป็นผู้ประเมินเป็นรายบุคคล แต่สามารถให้แนวทางโดยรวมได้ดังนี้
ปริมาณฟิลเลอร์ต่อครั้งที่มักจะใช้ในการฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก
โดยทั่วไป การฉีดฟิลเลอร์หน้าผากในหนึ่งครั้งมักใช้ประมาณ
• ประมาณ 1-5 cc ต่อครั้ง
- เคสที่มีปัญหาไม่มาก เช่น หน้าผากยุบเล็กน้อย ต้องการแค่เติมให้ดูเรียบขึ้น อาจใช้ในปริมาณน้อย
- หากมีการยุบตัวชัดเจน หรืออยากปรับรูปทรงค่อนข้างเห็นได้ชัด อาจใช้ปริมาณมากขึ้น แต่ยังอยู่ในกรอบที่ปลอดภัยตามดุลยพินิจของแพทย์
การเตรียมตัวก่อนฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก
การเตรียมตัวก่อนฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก ช่วยลดโอกาสบวม ช้ำ และทำให้แพทย์ประเมินได้ง่ายขึ้น ดังนี้
1.ศึกษาข้อมูลเบื้องต้นก่อนฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก
ทำความเข้าใจว่าฟิลเลอร์คืออะไร อยู่ได้นานแค่ไหน มีข้อจำกัดและความเสี่ยงอะไรบ้าง ก่อนตัดสินใจ
2.เลือกคลินิกที่ได้มาตรฐานในการฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก
เลือกสถานพยาบาลที่เปิดถูกต้อง มีใบอนุญาตจากกระทรวงสาธารณสุข และฉีดโดยแพทย์จริงเท่านั้น
3.เช็กรีวิวจากผู้ใช้บริการจริงในการฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก
ดูรีวิวก่อน-หลังทำ บรรยากาศคลินิก และประสบการณ์ของแพทย์ เพื่อช่วยประกอบการตัดสินใจ
4.แจ้งประวัติสุขภาพและยาที่ใช้อยู่กับแพทย์ก่อนฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก
หากแพทย์เห็นสมควร อาจแนะนำให้เว้นยาในกลุ่มแอสไพริน, NSAIDs, วิตามินบางชนิด หรือสกินแคร์ที่มีสารผลัดเซลล์ผิว ตามดุลยพินิจของแพทย์
5.ไม่ควรหยุดยาที่แพทย์ประจำสั่งเองโดยไม่ปรึกษาก่อน
งดดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก เพื่อลดโอกาสช้ำและบวมหลังฉีด
6.หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ทำให้หัวใจเต้นแรงหรือเลือดสูบฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก
เช่น ออกกำลังกายหนัก ๆ ก่อนเข้ารับบริการ เพราะอาจทำให้ช้ำหรือบวมได้ง่ายขึ้น
การดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก
การดูแลหลังฉีดฟิลเลอร์หน้าผากมีส่วนช่วยให้ฟิลเลอร์เข้าที่ได้ดี ลดบวมช้ำ และช่วยให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานขึ้น แนวทางโดยทั่วไปมีดังนี้
หลังฉีดฟิลเลอร์หน้าผากทันที - 2 สัปดาห์แรกหลังฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก
• รับประทานยาแก้ปวด ยาลดบวม หรือยาปฏิชีวนะ เฉพาะที่แพทย์สั่ง และควรทานให้ครบตามคำแนะนำ
• หลีกเลี่ยงการเกา กด นวด คลึง หรือปั้นทรงหน้าผากเอง เพราะฟิลเลอร์ยังไม่เข้าที่ดี
• งดเอามือก่ายหน้าผาก หรือนอนทับหน้าผาก
• พยายามนอนหงาย และหลีกเลี่ยงการนอนคว่ำหรือนอนตะแคงนาน ๆ ประมาณ 1-2 สัปดาห์
อาการบวมใน 24 ชม.-14 วันแรกหลังฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก
• หลังฉีดฟิลเลอร์หน้าผากอาจมีอาการบวมแดงเล็กน้อย หรือรู้สึกตึง โดยเฉพาะคืนแรก
• โดยทั่วไปอาการจะค่อย ๆ ดีขึ้นภายในประมาณ 7-14 วัน
• หากมีอาการปวดมากผิดปกติ ผิวซีดคล้ำเป็นปื้น หรือตาพร่ามัว ควรรีบติดต่อแพทย์ทันที
อาหารและพฤติกรรมที่ควรหลีกเลี่ยง (ประมาณ 14 วันแรก)
• งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะอาจทำให้บวมช้ำมากขึ้นและหายช้าลง
• หลีกเลี่ยงปิ้งย่างหรือชาบูที่ต้องนั่งใกล้ความร้อนจัดเป็นเวลานาน
• งดอาหารเผ็ดมาก หากทำให้หน้าแดงหรือแสบร้อนง่าย
• ระวังอาหารหมักดองหรืออาหารดิบ สุกไม่ทั่วถึง เพื่อลดความเสี่ยงการติดเชื้อ
• หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ เพราะมีผลต่อการไหลเวียนเลือดและการฟื้นตัวของผิว
ฉีดฟิลเลอร์หน้าผากนูนเกินไป สามารถแก้ไขได้หรือไม่
หากฉีดฟิลเลอร์หน้าผากแล้วรู้สึกว่านูนเกินไป สามารถแก้ไขได้ในหลายกรณี ขึ้นอยู่กับชนิดของฟิลเลอร์ที่ใช้ ดังนี้
• กรณีใช้ฟิลเลอร์กลุ่ม Hyaluronic Acid (HA)
แพทย์สามารถฉีดตัวยาสลายฟิลเลอร์ (hyaluronidase) เพื่อช่วยให้ฟิลเลอร์ค่อย ๆ ยุบตัวลง เหมาะสำหรับเคสที่ต้องการปรับทรง ลดความนูน หรือแก้ทรงที่ไม่สมส่วน
• กรณีใช้ฟิลเลอร์ปลอมหรือฟิลเลอร์ที่ไม่ใช่ HA
มักไม่สามารถสลายด้วยตัวยาฉีดแบบเดียวกันได้ การแก้ไขอาจต้องใช้หัตถการอื่น เช่น การผ่าตัดหรือขูดออก ซึ่งต้องให้แพทย์เป็นผู้ประเมินอย่างละเอียด
เปรียบเทียบการฉีดฟิลเลอร์หน้าผากกับการเสริมหน้าผาก
ทั้งการฉีดฟิลเลอร์และการผ่าตัดเสริมหน้าผาก ทั้งสองหัตถการทำเพื่อปรับรูปทรงหน้าผากให้โค้งสวยและมีมิติมากขึ้น แต่ลักษณะหัตถการ ระยะเวลาการอยู่ และการดูแลหลังทำแตกต่างกันค่อนข้างชัดเจน
1) ฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก (Hyaluronic Acid)
• ฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก เป็นหัตถการแบบ ไม่ผ่าตัด ใช้เข็มฉีดสารเติมเต็มในกลุ่ม Hyaluronic Acid เข้าไปช่วยเพิ่มปริมาตร
• ฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก แผลเล็ก ไม่ต้องพักฟื้นนาน โดยทั่วไปเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ทันทีหลังฉีด อาจมีบวมเล็กน้อยในช่วงแรก และเข้าที่ชัดเจนภายในประมาณ 1-2 สัปดาห์
• ผลลัพธ์มักอยู่ได้ราวหลายเดือนถึงประมาณ 1 ปี ทั้งนี้ขึ้นกับชนิดฟิลเลอร์และการดูแลของแต่ละคน
• ฟิลเลอร์ HA แท้สามารถสลายได้เอง และหากต้องการปรับลดหรือแก้ไขในบางกรณี สามารถใช้ตัวยาสลายฟิลเลอร์ช่วยได้
• ฉีดฟิลเลอร์หน้าผากเหมาะกับผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าผากแบบค่อยเป็นค่อยไป และยังเปิดโอกาสให้ปรับทรงในอนาคต
2) ผ่าตัดเสริมหน้าผากด้วยซิลิโคน
• เป็นการผ่าตัดวางซิลิโคนบริเวณหน้าผาก โดยมักกรีดแผลบริเวณไรผม ตามขนาดของซิลิโคนที่ออกแบบ
• หลังผ่าตัดจะมีแผลผ่าตัดและมีโอกาสเกิดรอยแผลเป็น จึงต้องดูแลความสะอาดของแผลเพื่อลดความเสี่ยงการอักเสบและติดเชื้อ
• มักมีอาการบวมช้ำมากกว่าการฉีดฟิลเลอร์ และอาจต้องใช้เวลาพักฟื้นมากกว่า
• ผลลัพธ์ค่อนข้างถาวร หากต้องการปรับทรง เปลี่ยนขนาด หรือแก้ไขตำแหน่งของซิลิโคน ต้องอาศัยการผ่าตัดอีกครั้ง
สรุปทุกเรื่องเกี่ยวกับการฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก
การฉีดฟิลเลอร์หน้าผากเป็นวิธีเติมเต็มให้หน้าผากดูโค้งสวย เรียบเนียน และมีมิติมากขึ้น โดยใช้สาร Hyaluronic Acid ที่สลายได้เอง ผลลัพธ์เห็นได้ทันทีและเข้าที่ภายใน 1-2 สัปดาห์ อยู่ได้นานหลายเดือนถึงประมาณ 1 ปี การฉีดควรใช้ปริมาณเหมาะสมตามการประเมินของแพทย์ และต้องทำกับคลินิกที่ได้มาตรฐาน
หลังฉีดฟิลเลอร์หน้าผากควรหลีกเลี่ยงความร้อน การกดนวด และดูแลตามคำแนะนำของแพทย์อย่างใกล้ชิด หากเกิดนูนผิดรูป สามารถแก้ไขได้ด้วยตัวยาสลายฟิลเลอร์ในกรณีที่ใช้ฟิลเลอร์กลุ่ม HA
* เงื่อนไขตามบริษัทฯ กำหนด
แนะนำให้สอบถามกับเจ้าหน้าที่ก่อนเข้ารับบริการ
เพื่อความชัวร์และได้สิทธิ์ที่คุ้มที่สุดค่ะ