fb
romrawin

โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม คืออะไร เหมาะกับใคร ฉีดกี่ครั้งเห็นผล

บทความโดยทีมแพทย์ ROMRAWIN CLINIC

ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม

194

ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มครั้งแรก ก่อนฉีดต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง
ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม เป็นหัตถการที่แก้ปัญหาร่องแก้มลึก แก้มตอบ ร่องน้ำหมาก ช่วยให้หน้าดูสดใสขึ้น เห็นผลตั้งแต่ครั้งแรกที่ฉีด เลยเป็นหัตถการยอดฮิตในใจใครหลาย ๆ คน

บทความนี้จะมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับการฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มครั้งแรก ว่าต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง มีข้อดีข้อควรระวังอะไรบ้าง เพื่อประกอบการติดสินใจก่อนฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม

รวมทุกหัวข้อเกี่ยวกับฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม
- ปัญหาร่องแก้มลึกเกิดจากอะไร
- แก้ปัญหาร่องแก้มลึกด้วยวิธีไหนได้บ้าง
- ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มคืออะไร มีหลักการทำงานอย่างไร
- ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มอันตรายไหม
- ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มต้องใช้กี่ CC
- ข้อดีของการฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม
- ข้อควรระวังของการฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม
- ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มยี่ห้อไหนดี
- ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มเหมาะกับใคร
- ก่อนฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มต้องเตรียมตัวอะไรบ้าง
- การดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม
- ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มกี่วันถึงเห็นผล
- ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มแล้วทำให้บวมกี่วัน
- ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม Vs ร้อยไหมก้างปลาดึงร่องแก้ม
- คำถามยอดอิตของการฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม
- สรุปทุกเรื่องของการฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม

ปัญหาร่องแก้มลึกเกิดจากอะไร
ร่องแก้มลึก (Nasolabial fold) คือ รอยพับของผิว ที่ลากจากข้างปีกจมูกลงไปถึงมุมปาก เมื่อรอยพับนี้ชัดขึ้น จะทำให้ใบหน้าของเราดูเหนื่อย ดูมีอายุ และเหมือนแก้มหย่อนลง ซึ่งปัญหานี้อาจเกิดกับคนที่อายุไม่มาก เพราะร่องแก้มลึกไม่ได้เกิดจาก ผิว เพียงอย่างเดียว แต่ปัญหาร่องแก้มลึกเกิดจากการเปลี่ยนแปลงหลายชั้น ตั้งแต่โครงกระดูก ไขมัน กล้ามเนื้อ ไปจนถึงคุณภาพผิว

1) ปัญหาร่องแก้มลึกเกิดจากโครงสร้างใบหน้ามีการเปลี่ยน โดยเฉพาะบริเวณใต้ตา ไปจนถึงกลางแก้ม
เมื่ออายุเพิ่มขึ้น โครงสร้างกระดูกบางส่วนของใบหน้าอาจเกิดการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะบริเวณใต้ตา โหนกแก้มและรอบเบ้าตา เมื่อฐานรองรับ บริเวณนี้ลดลง เนื้อแก้มส่วนบนจะเหมือนขาดที่พยุง แล้วค่อย ๆ เคลื่อนตัวลงมาอยู่ต่ำกว่าเดิม

2) ผิวและชั้นพยุงผิวเสื่อมลงตามวัย และไขมันชั้นลึกเปลี่ยนตำแหน่ง
ผิวของเรามี เส้นใยคอลลาเจนและอิลาสติน ทำหน้าที่เหมือนสปริงและตาข่ายพยุงผิว พออายุมากขึ้น เส้นใยเหล่านี้ลดลงและจัดเรียงไม่แน่นเหมือนเดิม ผิวจึง ยืดหยุ่นน้อยลงและเกิดรอยพับง่ายขึ้น

พร้อมกันนั้น ไขมันที่เคยทำให้หน้าดูอิ่มฟูแบบเด็ก ๆ (บางคนเรียก baby fat) อาจลดลงหรือเคลื่อนตัวตามแรงโน้มถ่วง ทำให้เกิดเหมือน ผิวตกลงมา และไปกองบริเวณใกล้ร่องแก้ม รอยพับจึงยิ่งชัด

3) การใช้งานกล้ามเนื้อจากสีหน้าซ้ำ ๆ ทำให้รอยพับลึกขึ้น
ร่องแก้มเป็นตำแหน่งที่ขยับบ่อยเวลา ยิ้ม หัวเราะ พูด หรือแสดงอารมณ์ ในระยะแรกจะเป็นเพียงรอยพับที่เกิดตอนขยับหน้า แต่ถ้าผิวเริ่มยืดหยุ่นน้อยลง และมีการแสดงสีหน้าแล้วเกิดอยพับซ้ำ ๆ เป็นเวลานาน รอยพับนั้นอาจค่อย ๆ ฝังตัว จนเห็นชัดเจนขึ้นแม้ตอนหน้านิ่งที่เราไม่ได้ขยับหน้า

แก้ปัญหาร่องแก้มลึกด้วยวิธีไหนได้บ้าง
การดูแลร่องแก้มลึกให้ได้ผล จำเป็นต้องเข้าใจว่า ต้นเหตุของร่องแก้ม อยู่ชั้นไหนของใบหน้า เพราะร่องแก้มไม่ได้เกิดจากผิวเพียงอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับโครงสร้าง กระดูก ไขมัน กล้ามเนื้อ และคุณภาพผิว ดังนั้นวิธีแก้จึงมีตั้งแต่การดูแลพื้นฐาน ไปจนถึงหัตถการทางการแพทย์ ซึ่งแต่ละวิธีเหมาะกับระดับปัญหาที่แตกต่างกัน

1) ดูแลผิวและลดการเกิดร่องแก้ม
วิธีนี้เน้น การประคองผิวให้แข็งแรง และลดการย้ำของรอยพับ เหมาะกับผู้ที่ร่องยังไม่ลึกมาก

• บำรุงผิวสม่ำเสมอ
เลือกสกินแคร์ที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและความยืดหยุ่น เช่น กลุ่มที่ช่วยเสริมการทำงานของเกราะผิว (skin barrier) และช่วยให้ผิวดูอิ่มฟูขึ้น ผิวที่ชุ่มชื้นจะพับเป็นรอยได้ยากกว่า

• ปกป้องผิวจากแสงแดด
แสงแดดเป็นปัจจัยที่เร่งการเสื่อมของคอลลาเจน หากไม่ป้องกันอย่างต่อเนื่อง ร่องแก้มจะชัดขึ้นเร็วกว่าเดิม

• ปรับพฤติกรรมการใช้หน้า
ลดการขยี้หน้า การกดทับใบหน้าขณะนอน และดูแลน้ำหนักตัวไม่ให้ขึ้นลงเร็วเกินไป ซึ่งอาจทำให้ผิวหย่อนคล้อย

2) กระตุ้นคุณภาพผิวให้แน่นและยืดหยุ่นขึ้น
เหมาะกับผู้ที่เริ่มมีร่องแก้มชัดขึ้น แต่ยังไม่ลึกมาก หรือใช้ร่วมกับวิธีอื่นเพื่อให้ผลลัพธ์ดูละมุน

• การกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในผิว
หัตถการกลุ่มนี้จะช่วยให้ผิวแน่นขึ้นจากภายใน ทำให้รอยพับดูตื้นลง ผิวโดยรวมดูสดใสและแข็งแรงขึ้น

• ฟื้นฟูโครงสร้างผิวระยะยาว
ผลลัพธ์จะค่อยเป็นค่อยไป ไม่ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงแบบทันที แต่ช่วยให้ผิวดูละมุนขึ้น

3) ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มเติมเต็มร่องแก้มโดยตรง
ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มเป็นวิธีที่ใช้เมื่อร่องแก้มเห็นชัด มีรอยพับลึกแม้ตอนหน้านิ่ง

• การเติมเต็มบริเวณร่องแก้มโดยการฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม
ช่วยพยุงผิวให้รอยพับดูตื้นขึ้น ทำให้ใบหน้าดูสดใสและอ่อนโยนขึ้นทันทีหลังทำ

• การฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม เน้นความพอดีและไม่แข็งตึงเกินไป
การประเมินตำแหน่งและปริมาณที่เหมาะสมสำคัญมาก เพื่อไม่ให้หน้าดูแข็งหรือบวมเกินไป ผลลัพธ์และระยะเวลาการคงอยู่แตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล

4) ยกกระชับใบหน้า แก้ปัญหาที่ต้นเหตุของความหย่อนคล้อย
เหมาะกับคนที่ร่องแก้มเกิดจาก แก้มตก ผิวหย่อน หรือโครงสร้างไม่ถูกพยุง

• เทคโนโลยียกกระชับผิว
ช่วยยกชั้นผิวและชั้นพยุงให้กลับมาอยู่ตำแหน่งที่เหมาะสม ทำให้ร่องแก้มดูตื้นขึ้นโดยไม่ต้องเติมเยอะ

• ปรับรูปหน้าให้ดูสมดุลขึ้น
ไม่ได้แก้แค่ร่องแก้ม แต่ช่วยให้ภาพรวมของใบหน้าดูยกขึ้น

5) วางแผนแก้ร่องแก้มแบบ เฉพาะบุคคล
วิธีที่ได้ผลดีที่สุดมักไม่ใช่วิธีเดียว แต่เป็น การผสมผสานหลายแนวทาง ตามสาเหตุหลักของแต่ละคน เช่น
• ร่องจากผิวบาง เน้นฟื้นฟูผิว
• ร่องจากแก้มตก เน้นยกกระชับ
• ร่องจากโครงสร้าง เติมเต็มร่วมกับการพยุงชั้นลึก

ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มคืออะไร มีหลักการทำงานอย่างไร
การฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม คือหนึ่งในหัตถการด้านความงามที่ออกแบบมาเพื่อ ลดความชัดของรอยพับจากข้างปีกจมูกลงมาถึงมุมปาก ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มักทำให้ใบหน้าดูเหนื่อย ดูโทรม และดูมีอายุกว่าความเป็นจริง แม้ในบางคนจะยังอายุไม่มากก็ตาม

ฟิลเลอร์คืออะไร
ฟิลเลอร์ที่ใช้ทางการแพทย์ส่วนใหญ่เป็นสารในกลุ่ม Hyaluronic Acid (HA) ซึ่งเป็นสารที่พบได้ในผิวของมนุษย์ มีคุณสมบัติเด่นคือ อุ้มน้ำและช่วยพยุงโครงสร้างผิว เมื่อเวลาผ่านไป ปริมาณ HA ใต้ผิวจะลดลง ส่งผลให้ผิวขาดความอิ่มฟูและเกิดรอยพับได้ง่าย

หลักการทำงานของการฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม
การฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มไม่ได้เป็นเพียงการ เติมให้เต็ม แต่เป็นการ ปรับสมดุลโครงสร้างใต้ผิว ในจุดที่เกิดการยุบตัวหรือพยุงผิวได้น้อยลง โดยการฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มจะทำงานใน 3 ส่วนหลัก คือ

1.การฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม เติมเต็มบริเวณที่ผิวยุบตัว
ฟิลเลอร์จะเข้าไปช่วยเสริมในชั้นผิวที่เกิดการยุบหรือบางลง ทำให้รอยพับบริเวณร่องแก้มดูตื้นขึ้น ผิวดูเรียบเนียนต่อเนื่องมากขึ้น

2.การฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม พยุงผิวให้รอยพับคลายตัว
เมื่อชั้นใต้ผิวได้รับการพยุงอย่างเหมาะสม ผิวด้านบนจะไม่พับลึกเหมือนเดิม ส่งผลให้ใบหน้าดูผ่อนคลายและดูอ่อนโยนขึ้น

3.การฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มเพิ่มความชุ่มชื้นและความอิ่มฟูของผิว
ด้วยคุณสมบัติการอุ้มน้ำของ HA ผิวบริเวณร่องแก้มจะดูชุ่มชื้น เรียบเนียน และมีความยืดหยุ่นดีขึ้น ไม่ใช่แค่ดูเต็มขึ้นอย่างเดียว แต่ผิวโดยรวมดูสดใสขึ้นด้วย

จุดสำคัญที่ควรรู้ก่อนฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม
การฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มให้ได้ผลลัพธ์ที่ดูละมุน ไม่ใช่แค่เลือกชนิดในการฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม แต่ต้องอาศัยการประเมินตำแหน่ง ระดับความลึก และโครงสร้างใบหน้าของแต่ละบุคคล หากฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มมากหรือตื้นเกินไป อาจทำให้หน้าดูแข็ง หรือรูปหน้าดูไม่สมดุลได้

ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มอันตรายไหม
โดยหลักการ การฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มสามารถทำได้ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพผิวของเรา ถ้าเราใช้ฟิลเลอร์ในการฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มแท้ ทำในสถานพยาบาลหรือคลินิกที่มีมาตรฐาน และฉีดโดยแพทย์ที่มีความรู้กายวิภาค

อย่างไรก็ตาม หัตถการทุกชนิดมีความเสี่ยง การฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มก็เช่นกัน เพียงแต่ความเสี่ยงสามารถลดลงได้ หากฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มอย่างถูกต้องและมีระบบดูแลที่เหมาะสม

ความเสี่ยงที่แพทย์ให้ความสำคัญมากที่สุดในการฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มคืออะไร
ประเด็นที่แพทย์ระวังเป็นพิเศษ คือ การฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มเข้าไปในเส้นเลือดหรือใกล้เส้นเลือดสำคัญ เพราะหากสารเติมเต็มไปขัดขวางการไหลเวียนเลือด อาจทำให้เกิดปัญหาเนื้อเยื่อขาดเลือดในบริเวณนั้นได้

การฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มจึงไม่ใช่แค่ ฉีดให้เต็ม แต่ต้องมีเทคนิคในการฉีด รู้แนวเส้นเลือด รู้ระดับความลึกที่เหมาะสม และเลือกเครื่องมือ เทคนิคที่ไม่เป็นอันตรายกับโครงหน้าของแต่ละคน

ทำไมต้อง ประเมินสาเหตุร่องแก้ม ก่อนฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม
ร่องแก้มของแต่ละคนเกิดจากต้นเหตุไม่เหมือนกัน เช่น
• บางคนร่องชัดเพราะ แก้มตก ผิวหย่อน
• บางคนเกิดจาก ยุบตัวของชั้นพยุงหรือปริมาตรใบหน้าลดลง
• บางคนเกิดจาก รอยพับจากการยิ้มและการใช้งานกล้ามเนื้อร่วมกับผิวที่เริ่มบางลง

ถ้าฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มโดยไม่ประเมินให้ดี อาจเกิดผลลัพธ์ที่ไม่สมดุล เช่น เติมตรงร่องมากเกินไปแต่ไม่ได้พยุงส่วนที่ควรพยุง ทำให้ดูบวม หนักหน้า หรือหน้าดูเปลี่ยนได้ ดังนั้นแพทย์จึงต้องดูทั้งหน้า ไม่ดูแค่ เส้นร่อง เพียงอย่างเดียว

เลือกฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มอย่างไรไม่ให้เป็นอันตรายต่อผิว
เพื่อช่วยลดความเสี่ยง ควรพิจารณาเรื่องสำคัญเหล่านี้
• ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม กับ แพทย์ ที่มีความรู้กายวิภาคใบหน้าและประเมินเป็นรายบุคคล
• เลือก สถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน มีการดูแลหลังฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มและมีแนวทางรับมือภาวะแทรกซ้อน
• ใช้ ผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน ตรวจสอบได้ และเปิดกล่อง เตรียมยาอย่างถูกต้องต่อหน้าผู้รับบริการ
• รับคำแนะนำก่อน-หลังฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มอย่างเคร่งครัด (เช่น การดูแลอาการบวม ช้ำ และการสังเกตอาการผิดปกติ)

ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มต้องใช้กี่ CC
ปริมาณฟิลเลอร์ที่ใช้สำหรับฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม ไม่มีตัวเลขตายตัว เพราะ ร่องแก้ม ของแต่ละคนลึกไม่เท่ากัน และต้นเหตุอาจต่างกัน เช่น ปริมาตรแก้มลดลง แก้มตก ผิวหย่อน หรือร่องพับจากการยิ้มร่วมด้วย ดังนั้นแพทย์จะประเมินแบบรายบุคคลก่อนเสมอ แล้วค่อยกำหนดปริมาณที่เหมาะสมเพื่อให้ผลลัพธ์ดูละมุน

ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มโดยทั่วไปมักใช้ประมาณเท่าไหร่
สามารถแบ่งเป็นแนวทางคร่าว ๆ ได้ในการฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มดังนี้ (ตัวเลขอาจแตกต่างตามโครงหน้าและเทคนิคของแพทย์)

• ร่องแก้มระดับเล็กน้อย (มักพบช่วงวัยประมาณ 30-40 ปี หรือร่องยังไม่ลึกมาก)
มักจะฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มรวม ประมาณ 1-2 cc สำหรับทั้งสองข้าง เพื่อช่วยพยุงและลดรอยพับให้ดูนุ่มลง

• ร่องแก้มค่อนข้างชัดถึงลึก (มักพบในวัยมากขึ้น หรือมีความหย่อนคล้อยร่วมด้วย)
อาจต้องใช้ปริมาณ cc มากขึ้น ในการฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม เช่น ประมาณ 2-4 cc หรือมากน้อยกว่านี้ได้ ขึ้นอยู่กับว่าแพทย์ต้อง เติมร่อง อย่างเดียว หรือจำเป็นต้อง พยุงโครงสร้าง ในจุดอื่นร่วมด้วยเพื่อให้หน้าไม่ดูบวมเฉพาะร่อง

หมายเหตุ ปริมาณที่ใช้จริงในการฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม ขึ้นอยุ่กับความลึกของร่อง สภาพผิว โครงสร้างใบหน้า และเป้าหมายของผู้รับบริการ ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล

ทำไมบางคนใช้ CC น้อย แต่บางคนต้องใช้เยอะในการฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม
เพราะร่องแก้มลึกอาจไม่ได้เกิดจาก “ร่อง” จุดเดียว แต่อาจเกิดจากหลายปัจจัยพร้อมกัน เช่น
• ปริมาตรแก้มส่วนบนลดลง ทำให้ผิวเหมือน หย่อนลงมา
• ผิวหย่อน ทำให้รอยพับชัด
• มีร่องใต้ตาหรือแก้มตอบร่วม ทำให้ภาพรวมดูโทรม

ในกรณีที่มีหลายปัจจัย แพทย์อาจวางแผนให้ ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มบางจุดร่วมกัน (เช่น บริเวณแก้มส่วนบน/ใต้ตาในบางราย) เพื่อช่วยพยุงภาพรวม ทำให้ร่องแก้มดูตื้นลง และลดโอกาสเติมเฉพาะร่องจนดูนูนหรือหนักหน้า

ข้อดีของการฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม
การฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มเป็นหัตถการที่ช่วยให้ร่องแก้มดูตื้นลง โดยหลักการคือ เติมเต็มและพยุง บริเวณที่เกิดรอยพับ เพื่อให้ใบหน้าดูสดชื่นขึ้น ซึ่งข้อดีของการฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม มีดังนี้

1) การฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มเห็นความเปลี่ยนแปลงค่อนข้างเร็ว หลังทำกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ
• การฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม ช่วยให้ร่องแก้มที่เป็นรอยพับชัด ๆ ดูนุ่มและตื้นลง ทำให้หน้าดูไม่โทรม ดูผ่อนคลายขึ้นได้ค่อนข้างเร็ว และไม่จำเป็นต้องพักฟื้นนาน
• ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิว ความลึกของร่อง และการตอบสนองของแต่ละบุคคล

2) การฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มช่วย “เติมเต็มจุดยุบ” และ “พยุงผิว” ในคนที่มีร่องจากวัยหรือโครงสร้างที่เปลี่ยนไป
• ในหลายเคส การฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มไม่ได้เกิดจากผิวอย่างเดียว แต่เกิดจากปริมาตรบริเวณแก้ม ชั้นพยุงลดลงตามวัย การฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มจึงช่วยเสริมจุดที่ยุบและพยุงผิวให้รอยพับคลายตัว ใบหน้าดูสมดุลขึ้น

3) ในคนที่มีปัญหาไม่รุนแรงมาก มักฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มในปริมาณที่ไม่มากก็เห็นความแตกต่างได้
• สำหรับคนที่ร่องแก้มยังไม่ลึกมาก โดยทั่วไปแพทย์อาจพิจารณาการฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มปริมาณไม่สูง (เช่นรวมประมาณ 1-2 cc สำหรับสองข้างในบางราย) ก็พอช่วยให้ร่องดูจางลงและหน้าดูสดขึ้นได้

4) หลังฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม ผลลัพธ์เมื่อเข้าที่แล้วมักดูเรียบเนียนและไม่ทำให้หน้าดูแข็งตึง
หลังฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม ผิวบริเวณร่องแก้มมักดูเรียบต่อเนื่องขึ้น ช่วยลดภาพรอยพับที่ทำให้หน้าดูมีอายุ

5) การฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม ช่วยเพิ่มความอิ่มฟูและความชุ่มชื้นของผิวบริเวณนั้น
ฟิลเลอร์กลุ่ม Hyaluronic Acid มีคุณสมบัติอุ้มน้ำ จึงช่วยให้ผิวดูชุ่มชื้นขึ้นและดูอิ่มฟูขึ้น ส่งผลให้รอยพับดูนุ่มลง และอาจช่วยลดโอกาสที่รอยพับจะย้ำลึกมากขึ้นในอนาคตเมื่อดูแลอย่างเหมาะสม

ข้อควรระวังของการฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม
แม้การฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มจะเป็นหัตถการที่ได้รับความนิยมและสามารถทำได้ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพผิว แต่เพื่อให้ได้ผลลัพธ์หลังฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม ที่ดูละมุนไม่แข็งตึงและลดความเสี่ยง ควรเข้าใจ ข้อควรระวังสำคัญก่อนตัดสินใจฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม มีดังนี้

1) ต้องประเมิน “สาเหตุร่องแก้ม” ให้ถูกต้องก่อนฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม
ร่องแก้มของแต่ละคนเกิดจากต้นเหตุไม่เหมือนกัน บางคนเกิดจากผิวหย่อน บางคนเกิดจากปริมาตรแก้มลดลง หรือโครงสร้างเปลี่ยนตามวัย หากฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มโดยไม่วิเคราะห์สาเหตุ อาจเติมผิดจุด เติมมากเกินไป หรือไม่ช่วยแก้ปัญหาที่แท้จริง ทำให้ผลลัพธ์ออกมาไม่สมดุล

2) ระวังการฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มใกล้เส้นเลือดสำคัญ
บริเวณร่องแก้มเป็นจุดที่มีเส้นเลือดหลายเส้นอยู่ใกล้กัน แพทย์จึงต้องมีความรู้กายวิภาคใบหน้าเป็นอย่างดี เลือกระดับความลึกและตำแหน่งการฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มที่เหมาะสม เพื่อลดความเสี่ยงจากการกระทบเส้นเลือด
การฉีดโดยผู้ที่ขาดประสบการณ์อาจเพิ่มความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนได้

3) ต้องฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มในปริมาณต้อง “พอดี” ไม่ใช่ยิ่งมากยิ่งดี
การฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มที่มากเกินไป อาจทำให้หน้าดูบวม หนัก ดูแข็ง หรือเห็นเป็นก้อนได้ โดยเฉพาะบริเวณที่ขยับบ่อยอย่างร่องแก้ม แพทย์ที่มีเทคนิคในการฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มจะเน้นการเติมแบบค่อยเป็นค่อยไป และประเมินผลซ้ำเพื่อให้หน้าดูละมุน

4) เลือกชนิดฟิลเลอร์ในการการฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มให้เหมาะสม
ฟิลเลอร์มีหลายคุณสมบัติ ทั้งความนิ่ม ความยืดหยุ่น และความคงรูป หากเลือกชนิดที่ไม่เหมาะกับร่องแก้ม อาจทำให้ผิวดูไม่เรียบ หรือเกิดการเคลื่อนตัวเมื่อแสดงสีหน้า การเลือกชนิดฟิลเลอร์ในการฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มจึงเป็นเรื่องสำคัญพอ ๆ กับเทคนิคการฉีด

5) ต้องทำในสถานพยาบาล หรือคลินิกที่ได้มาตรฐาน
ควรฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มในคลินิกหรือสถานพยาบาลที่ถูกต้องตามกฎหมาย ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน ตรวจสอบแหล่งที่มาได้ และมีระบบดูแลหลังทำ รวมถึงแนวทางรับมือภาวะแทรกซ้อนหากเกิดขึ้น

6) ดูแลตัวเองก่อน-หลังฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มอย่างเหมาะสม
การดูแลตัวเองมีผลต่อผลลัพธ์และการฟื้นตัว เช่น
- แจ้งแพทย์หากมีโรคประจำตัว ยาที่ใช้ หรือประวัติแพ้
- หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่อาจกระตุ้นอาการบวมช้ำในช่วงแรก
- สังเกตอาการผิดปกติ และรีบติดต่อแพทย์หากมีอาการผิดปกติ

ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มยี่ห้อไหนดี
การเลือกฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มยี่ห้อที่เหมาะสม จะต้องพิจารณา ลักษณะร่องแก้ม ความลึกของรอยพับ ความบางของผิว และการขยับของใบหน้า ร่วมกัน ไม่สามารถดูได้แค่ชื่อยี่ห้อหรือระยะเวลาการคงอยู่ในการฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มได้เพียงอย่างเดียว

หลักการเลือกฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม
บริเวณร่องแก้มเป็นจุดที่
• ผิวค่อนข้างบาง
• มีการขยับตลอดเวลาจากการยิ้มและพูด
• หากเลือกฟิลเลอร์ไม่เหมาะ อาจเห็นเป็นก้อนหรือดูไม่เรียบได้

ดังนั้น การเลือกฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มที่เหมาะสมมักต้องมีคุณสมบัติต่อไปนี้
• เนื้อค่อนข้างนิ่มหรือยืดหยุ่นดี เพื่อขยับตามสีหน้าได้
• กระจายตัวดี ไม่ดันผิวเป็นขอบ
• พยุงผิวได้พอดี โดยไม่ทำให้ดูบวมหนักหน้า

แพทย์จะเลือกชนิดฟิลเลอร์ตาม “ระดับความลึก” ของร่อง และ “สภาพผิว” ของแต่ละคนเป็นหลัก

ตัวอย่างยี่ห้อฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มที่นิยมใช้ (ขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์)
กลุ่มที่เน้นความนิ่มและไม่แข็งตึง
เหมาะกับคนผิวบาง ร่องแก้มไม่ลึกมาก หรืออยากได้ผลลัพธ์ที่ดูละมุน

• ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มยี่ห้อ Juvederm Ultra Plus
เนื้อค่อนข้างนิ่ม กระจายตัวดี เหมาะกับการลดรอยพับบริเวณที่ขยับบ่อย

• ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มยี่ห้อ Juvederm Volift
เนื้อเนียนละเอียด ให้สัมผัสค่อนข้างเป็นธรรมชาติ เหมาะกับผิวบาง

• ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มยี่ห้อ Restylane Volyme
เนื้อนิ่มปานกลาง มีความยืดหยุ่นสูง ช่วยให้ร่องดูนุ่มขึ้น

• ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มยี่ห้อ Definisse Restore
เนื้อนิ่มแต่ยังมีแรงพยุง เหมาะกับร่องที่เริ่มลึกจากวัยและความหย่อนคล้อย

กลุ่มที่ใช้กับร่องลึกหรือชั้นพยุงที่ยุบชัด
เหมาะกับร่องแก้มที่ลึกมาก หรือจำเป็นต้องพยุงชั้นลึกของใบหน้า

• ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มยี่ห้อ Juvederm Voluma
มีแรงพยุงดี เหมาะกับการเสริมโครงสร้างในบางเคส

• ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มยี่ห้อ Juvederm Volux
เนื้อแน่นและคงรูปดี มักใช้ในชั้นลึกที่ต้องการการพยุงชัดเจน

• ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มยี่ห้อ Belotero Intense
เนื้อแน่นและยืดหยุ่น ใช้ช่วยเพิ่มปริมาตรในบริเวณที่ผิวยุบตัว

ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มเหมาะกับใคร
1.ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มเหมาะกับ ผู้ที่มีร่องแก้มลึกจากโครงสร้างใบหน้า
ไม่ได้เกิดจากอายุอย่างเดียว แต่เกิดจากกระดูกหรือกล้ามเนื้อ ทำให้หน้าดูเหนื่อย ดูมีอายุแม้ผิวยังดี

2.ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มเหมาะกับ ผู้ที่เริ่มมีสัญญาณผิวหย่อนคล้อยตามวัย
เมื่อคอลลาเจนลดลง ไขมันใต้ผิวเคลื่อนตัว ร่องแก้มจะชัดขึ้น การฉีดฟิลเลอร์ช่วยพยุงผิวให้ดูเต็มและอ่อนเยาว์ขึ้น

3.ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มเหมาะกับ ผู้ที่ หน้าดูโทรม เหนื่อย หรือแก่กว่าวัย
แม้พักผ่อนเพียงพอ แต่ร่องแก้มทำให้หน้าดูไม่สดใส ฟิลเลอร์ช่วยให้ใบหน้าดูสดชื่นขึ้น ไม่ทำให้ใบหน้าแข็งตึง

4.ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มเหมาะกับ ผู้ที่ต้องการ ปรับรูปหน้าให้ดูละมุน สมดุล
การเติมฟิลเลอร์ในตำแหน่งที่เหมาะสม ช่วยให้สัดส่วนใบหน้าดูกลมกลืน ไม่แข็ง

5.ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มเหมาะกับ ผู้ที่ไม่ต้องการผ่าตัด และอยากเห็นผลเร็ว
ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มเป็นหัตถการที่ไม่ต้องพักฟื้นนาน เห็นผลหลังทำทันที เหมาะกับคนที่มีเวลาจำกัด

6.ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม เหมาะกับผู้ที่มี ร่องแก้มชัดแม้อายุยังน้อย
โดยเฉพาะคนที่ยิ้มบ่อย หรือมีการขยับกล้ามเนื้อใบหน้ามาก การฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มช่วยลดความเด่นของร่องแก้มได้

ก่อนฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มต้องเตรียมตัวอะไรบ้าง
• ทำความเข้าใจหัตถการฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มให้ชัดเจน
ควรศึกษาว่าฟิลเลอร์คืออะไร ทำงานอย่างไร ผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน และข้อจำกัดของการฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม เพื่อคาดหวังผลลัพธ์ได้อย่างเหมาะสมและลดความกังวลก่อนฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม

• เลือกสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐานและมีแพทย์ดูแลโดยตรง
คลินิกควรมีใบอนุญาตถูกต้อง ใช้ฟิลเลอร์ที่ผ่านการรับรอง และฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มโดยแพทย์เท่านั้น เพื่อไม่ให้เป็นอันตรายต่อผิว

• พิจารณาประสบการณ์ผู้ใช้บริการจริงจากแหล่งที่เชื่อถือได้
รีวิวจากเคสจริงช่วยให้เห็นแนวทางการรักษา บรรยากาศการบริการ และผลลัพธ์หลังฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม ควรดูหลายแหล่งประกอบการตัดสินใจ

• หลีกเลี่ยงยาหรืออาหารเสริมที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด
ก่อนฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มควรงดกลุ่มยาแก้ปวดบางชนิด เช่น แอสไพริน หรือ NSAIDs รวมถึงวิตามินและอาหารเสริมบางประเภท เพื่อช่วยลดโอกาสเกิดรอยช้ำหรือเลือดออกใต้ผิวหนัง

• งดการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ทำให้ผิวระคายเคืองก่อนฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม
ควรหยุดใช้ยาทาผลัดเซลล์ผิว กลุ่มกรด หรือเรตินอยด์ รวมถึงหลีกเลี่ยงการแว็กหรือถอนขนบริเวณใบหน้า เพื่อลดการอักเสบของผิวก่อนฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม

• หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และกิจกรรมหนัก ๆ ก่อนฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม
อย่างน้อย 24 ชั่วโมง ควรงดแอลกอฮอล์ การออกกำลังกายหนัก หรือกิจกรรมที่ทำให้เลือดไหลเวียนมาก เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงต่ออาการบวมและรอยช้ำหลังฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม

• เตรียมสุขภาพผิวและร่างกายให้พร้อมก่อนวันฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม
พักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำมากพอ และแจ้งประวัติการแพ้ยา โรคประจำตัว หรือหัตถการที่เคยทำกับแพทย์ เพื่อให้แพทย์วางแผนการฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มได้อย่างเหมาะสมที่สุด

การดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม
• หลังฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มอาจมี บวม แดง หรือช้ำเล็กน้อย บริเวณที่ฉีด ถือเป็นอาการที่พบได้ และมักค่อย ๆ ลดลงภายในช่วงประมาณ 1-2 สัปดาห์ (แต่ละคนอาจต่างกัน)
• หากคลินิกมี ยาหลังทำ ให้ ควรรับประทานหรือใช้ตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด

ข้อควรปฏิบัติหลังฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม
• หลีกเลี่ยงการกด บีบ นวด หรือเกา จุดที่ฉีด เพื่อป้องกันการระคายเคืองและลดโอกาสบวมช้ำ
• ช่วง 48 ชั่วโมงแรก ให้เลี่ยงความร้อนและกิจกรรมที่ทำให้หน้าแดง เช่น ซาวน่า อบไอน้ำ ออกกำลังกายหนัก หรืออยู่กลางแดดนาน ๆ
• งดเลเซอร์หรือทรีตเมนต์ที่ใช้ความร้อนลงลึก ชั่วคราว โดยทั่วไปควรเว้นอย่างน้อย ประมาณ 1 เดือน หรือทำตามที่แพทย์ประเมิน
• ช่วง 2-3 วันแรก พยายามไม่ขยับใบหน้าแรง ๆ มากเกินไป (เช่น อ้าปากกว้าง เคี้ยวของแข็งนาน ๆ) เพื่อให้บริเวณที่ฉีดเข้าที่
• ดื่มน้ำให้เพียงพอ เป็นประจำในชีวิตประจำวัน (โดยทั่วไปประมาณ 1.5-2 ลิตร/วัน หรือให้เหมาะกับร่างกาย) เพื่อช่วยดูแลสภาพผิวโดยรวม

ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มกี่วันถึงเห็นผล
• โดยทั่วไปสามารถ เห็นการเปลี่ยนแปลงได้ทันทีหลังฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม ใบหน้าดูอิ่มและสดใสขึ้น
• ช่วงแรกอาจมี บวมเล็กน้อย ทำให้ผลลัพธ์ยังไม่เข้าที่เต็มที่
• ฟิลเลอร์จะค่อย ๆ เซตตัวภายในประมาณ 7-14 วัน (ระยะเวลาอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล)

ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มแล้วทำให้บวมกี่วัน
• หลังฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มอาจมี อาการบวม แดง หรือช้ำเล็กน้อย บริเวณที่ทำ
• อาการบวมมักเห็นชัดในช่วง 1-3 วันแรก
• จากนั้นจะค่อย ๆ ลดลง และส่วนใหญ่จะดีขึ้นภายในประมาณ 7-14 วัน

ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม Vs ร้อยไหมก้างปลาดึงร่องแก้ม
ฟิลเลอร์ร่องแก้ม (Dermal Filler)
• หลักการคือ “เติม” เหมาะกับร่องที่เกิดจาก ปริมาตรยุบตัว เช่น กระดูก/ไขมัน/ชั้นผิวบางลง ทำให้ร่องลึกชัด
• แก้ได้หลายสาเหตุ ทั้งร่องจากโครงสร้างหน้าและร่องที่ชัดขึ้นตามวัย (ขึ้นกับการประเมินตำแหน่งฉีด)
• ปรับมุมปากและความละมุนของใบหน้าได้ เพราะการเติมในจุดที่เหมาะสมช่วยพยุงแนวร่องและลดเงาร่องแก้ม ทำให้หน้าดูสดใสขึ้น
• เห็นการเปลี่ยนแปลงได้ทันที แล้วจะค่อย ๆ ดูเข้าที่ขึ้นในช่วงประมาณ 1-2 สัปดาห์

ร้อยไหมก้างปลา (Thread Lift)
• หลักการคือ “ ยก / พยุง ” เหมาะกับคนที่มี ความหย่อนคล้อย และมีเนื้อแก้มส่วนล่างพอให้ดึงขึ้น
• ในบางเคสที่แก้มดูตอบหรือไขมันไหลลงมา การยกอาจช่วยให้ร่องดูเบาลงได้บ้าง แต่ผลกับ “ร่องลึก” มักไม่เท่าการเติม
• ถ้า “โฟกัสดึงที่ร่องแก้มโดยตรง” บางคนอาจเจอปัญหา เนื้อไปกองบริเวณโหนกแก้ม ทำให้ดูบวม/ไม่เนียน (ขึ้นกับเทคนิคและสภาพเนื้อ)
• หากใช้เทคนิคที่เน้นวางไหมหลายเส้นเฉพาะจุดเพื่อให้ดูเต็มขึ้น อาจได้ความตึงแน่นมากกว่า

คำถามยอดอิตของการฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม
Q ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มแล้วเป็นก้อน เกิดจากอะไร ?
• อาจเกิดจาก การเลือกตำแหน่งหรือเทคนิคไม่เหมาะสม
• ใช้ ชนิดฟิลเลอร์ไม่สอดคล้องกับสาเหตุของร่องแก้ม
• บางกรณีร่องแก้มลึกเกิดจากโครงสร้างส่วนอื่นยุบตัว หากเติมผิดจุด อาจทำให้ดูบวม อูม หรือเนื้อกอง

Q ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มที่เป็นก้อน แก้ไขได้ไหม ?
• สามารถแก้ไขได้โดย การฉีดสลายฟิลเลอร์ ด้วยเอนไซม์ Hyaluronidase
• เอนไซม์จะช่วยลดหรือสลายฟิลเลอร์ในบริเวณที่ไม่ต้องการ เพื่อปรับสภาพให้ดีขึ้น
• ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับชนิดฟิลเลอร์ ปริมาณ และการประเมินของแพทย์

Q ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม เจ็บไหม ?
• มีความรู้สึกเจ็บได้เล็กน้อย ซึ่งเป็นเรื่องปกติ
• โดยทั่วไปจะมี ยาชาช่วยลดความเจ็บ ทั้งก่อนและระหว่างทำ
• ความรู้สึกมักอยู่ในระดับที่คนส่วนใหญ่รับได้

Q ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม บวมกี่วัน ?
• หลังฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มอาจมี บวมเล็กน้อยหรือช้ำ จากเข็มหรือตัวยา
• อาการมักดีขึ้นภายในประมาณ 2-3 วัน
• ควรหลีกเลี่ยงการกด นวด หรือเกาบริเวณที่ฉีดในช่วงแรก

สรุปทุกเรื่องของการฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม
การฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มเป็นหัตถการที่ช่วยแก้ปัญหาร่องแก้มลึก ทำให้ใบหน้าดูอิ่มขึ้นและสดใสขึ้น โดยสามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ทันทีหลังฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม แม้ในช่วงแรกอาจมีอาการบวมเล็กน้อย แต่โดยทั่วไปจะค่อย ๆ ดีขึ้นและเข้าที่ภายในประมาณ 1-2 สัปดาห์ ผลลัพธ์ที่ได้ขึ้นอยู่กับสาเหตุของร่องแก้ม โครงสร้างใบหน้า รวมถึงเทคนิคและการประเมินของแพทย์ผู้ทำการรักษา

ดังนั้น การเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐานและปฏิบัติตามคำแนะนำหลังฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มอย่างเหมาะสม จะช่วยให้การฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มไม่เป็นอันตรายต่อผิวและได้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจมากขึ้น

* ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับเฉพาะบุคคล
* เงื่อนไขตามบริษัทฯ กำหนด
* ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลง*
แนะนำให้สอบถามกับเจ้าหน้าที่ก่อนเข้ารับบริการ
เพื่อความชัวร์และได้สิทธิ์ที่คุ้มที่สุดค่ะ
ปรึกษาฟรี พร้อมรับ โปรโมชั่นพิเศษ ก่อนใคร
โปรโมชั่นต่างๆ
romrawin
'
เรื่อง โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ ที่คุณอาจสนใจ