เปิดอ่าน 3,817
สารบัญเนื้อหา Moisturizer 

Moisturizer คืออะไร ผิวมันใช้ได้หรือไม่ เลือกอย่างไรให้เหมาะกับผิว

Moisturizer หลายคนเข้าใจผิดว่า เหมาะแค่สำหรับคนที่มีผิวแห้งเท่านั้น จริง ๆ แล้ว Moisturizer เหมาะกับทุกสภาพผิว แต่ต้องเลือกให้เหมาะกับผิวของตัวเอง เพื่อให้ Moisturizer เข้ามาฟื้นฟูผิวให้ได้อย่างเหมาะสม


Moisturizer ตัวช่วยเติมเต็มความชุ่มชื้นให้ผิว?

ถ้าถามว่าบริเวณไหนที่คนส่วนใหญ่ใส่ใจดูแลเสมอ คำตอบที่ได้ยินบ่อย ๆ คือ ผิวหน้า เพราะผิวหน้าเป็นสิ่งแรกที่ผู้คนมองเห็น แสดงถึงบุคลิกภาพและความมั่นใจ ถ้าผิวหน้าดูหมองคล้ำ แห้งกร้าน หรือขาดความชุ่มชื้น ทำให้รู้สึกไม่มั่นใจในตัวเองได้ค่ะ

ครีมบำรุงผิว Moisturizer เป็นตัวช่วยทำหน้าที่เติมเต็มความชุ่มชื้นให้ผิว เสริมเกราะป้องกันให้กับผิว Moisturizer ช่วยให้ผิวไม่แห้งตึง ทำให้ผิวนุ่ม เรียบเนียน และดูมีสุขภาพดีค่ะ

การใช้ Moisturizer บำรุงดูแลผิวเป็นประจำ ทำให้ผิวแข็งแรงและมีความชุ่มชื้นเสมอ ช่วยให้ปัญหาผิวต่าง ๆ ลดลง ไม่ว่าจะเป็นริ้วรอย ความหมองคล้ำ หรือความไม่เรียบเนียน ผลลัพธ์ที่ได้หลังใช้ Moisturizer คือผิวดูสดใสสุขภาพดีค่ะ

ถ้าคนไข้อยากเจาะลึกเรื่องการเลือกใช้นวัตกรรมบำรุงผิวให้เหมาะกับสภาพผิวของตัวเอง หมอแนะนำให้ลองอ่านเพิ่มเติมได้ที่ บทความแนะนำ มอยเจอร์ไรเซอร์ คืออะไร? มีกี่ประเภท สรรพคุณและประโยชน์ที่คุณอาจไม่รู้ ได้เลยครับ จะช่วยให้เข้าใจกลไกการทำงานของผิวได้ดียิ่งขึ้นครับ


Moisturizer คืออะไร?

มอยส์เจอไรเซอร์ (Moisturizer) คือ ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ช่วยเติมเต็มและกักเก็บความชุ่มชื้นในผิว ทำให้ผิวดูเนียนนุ่มชุ่มชื้น แข็งแรง และยืดหยุ่นมากขึ้น เพราะผิวมีความสมดุลระหว่างน้ำและน้ำมันที่เหมาะสมค่ะ

ผิวที่มีความชุ่มชื้นเป็นพื้นฐานสำคัญของสุขภาพผิวที่ดี เพราะถ้าผิวขาดน้ำแห้งกร้าน จะทำให้เกิดปัญหาผิวต่าง ๆ ตามมา เช่น ผิวหมองคล้ำ ริ้วรอยก่อนวัย ได้ค่ะ

Moisturizer ไม่ได้แค่เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวเท่านั้น แต่ Moisturizer ยังทำหน้าที่เหมือนเกราะป้องกันผิว กักเก็บความชุ่มชื้นให้ผิว ปกป้องผิวจากมลภาวะ ฝุ่นควัน และสิ่งสกปรก อีกทั้ง Moisturizer ยังช่วยให้สภาพผิวพร้อมแต่งหน้า เครื่องสำอางติดทนมากขึ้นค่ะ

ผลิตภัณฑ์ Moisturizer ในตลาด มีหลากหลายแบบ เช่น ครีม โลชั่น เจล หรือเซรั่ม ทำให้เลือกสูตรและเนื้อ Moisturizer ที่เหมาะกับสภาพผิวได้ ไม่ว่าจะเป็นผิวแห้ง ผิวมัน หรือผิวแพ้ง่าย

เรียกได้ว่า Moisturizer เป็นผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ขาดไม่ได้ในชีวิตประจำวัน เพราะช่วยดูแลผิวให้มีความชุ่มชื้นดูอิ่มฟู Moisturizer ยังช่วยให้ผิวสุขภาพดีด้วยค่ะ


ส่วนผสมของ Moisturizer มีอะไรบ้าง

Moisturizer ช่วยรักษาความชุ่มชื้นของผิว โดย Moisturizer หนึ่งกระปุกหรือหนึ่งหลอด ไม่ได้มีเพียงแค่ครีมธรรมดาเท่านั้น แต่ถูกผสมผสานด้วยสารสำคัญหลากหลายชนิดที่ทำงานร่วมกัน เพื่อดูแลผิวให้ครบในทุกมิติ ทั้งการเติมน้ำ กักเก็บน้ำ และเสริมเกราะป้องกันให้ผิวแข็งแรงขึ้น โดยหลัก ๆ ส่วนผสมสำคัญที่พบใน Moisturizer แบ่งได้เป็น 3 กลุ่มใหญ่ ดังนี้

กลุ่มที่ 1 สารปิดกั้นการสูญเสียน้ำ
นี่คือหัวใจสำคัญของตัวล็อกความชุ่มชื้นเลยครับ สารกลุ่มนี้จะทำหน้าที่เสมือนฟิล์มบางๆ คอยฉาบเคลือบผิวไว้ด้านบน ป้องกันไม่ให้น้ำในชั้นผิวระเหยออกไปในอากาศ

ทำให้ผิวของคนไข้ยังคงความชุ่มชื้นยาวนาน แถมยังเสริมเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรงขึ้นด้วย ตัวอย่างสารที่หมอมักจะเห็นบ่อยๆ ในมอยส์เจอร์ไรเซอร์กลุ่มนี้ ก็เช่น Petrolatum ที่ช่วยล็อกความชุ่มชื้นได้ดีเยี่ยม เหมาะมากๆ กับคนที่มีปัญหาผิวแห้งกร้านชวนคัน Mineral Oil ที่ช่วยให้ผิวสัมผัสเนียนนุ่มขึ้น หรือ Silicone ที่ช่วยให้เนื้อครีมลื่นไหล เกลี่ยง่าย ไม่เหนียวเหนอะหนะครับ

กลุ่มที่ 2 สารที่ช่วยดึงดูดความชื้น
หลักการทำงานของส่วนผสมกลุ่มนี้คือการอุ้มน้ำครับ โดยจะคอยดูดความชื้นจากอากาศรอบตัว หรือดึงน้ำจากผิวชั้นลึกขึ้นมาเก็บไว้ที่ผิวชั้นนอก ทำให้ผิวดูอิ่มฟู เปล่งปลั่งสดใส

สารยอดนิยมที่หมออยากแนะนำให้สังเกตข้างขวด เช่น Hyaluronic Acid ที่ช่วยกักเก็บน้ำได้มหาศาล Glycerin ที่ช่วยดึงความชื้นเข้าสู่ผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ และ Urea ที่นอกจากจะช่วยเติมน้ำแล้ว ยังช่วยผลัดเซลล์ผิวอย่างเบามือไปในตัวด้วยครับ

กลุ่มที่ 3 สารบำรุงอื่น ๆ
นอกจากสารอุ้มน้ำและสารล็อกน้ำแล้ว มอยส์เจอไรเซอร์คุณภาพดียังมักจะอัดแน่นไปด้วยส่วนผสมทรงคุณค่าอื่นๆ ครับ

ไม่ว่าจะเป็นวิตามิน C และ E ที่เข้ามาช่วยต้านอนุมูลอิสระ ชะลอความเสื่อมของเซลล์ผิวไม่ให้ริ้วรอยถามหาก่อนวัย สารสกัดจากธรรมชาติอย่างว่านหางจระเข้ที่ช่วยปลอบประโลมผิวจากการระคายเคือง หรือสารสกัดชาเขียวที่มีฤทธิ์ลดการอักเสบชั้นยอด พร้อมด้วยวิตามินหลากชนิดที่ช่วยฟื้นฟูผิวให้กลับมามีสุขภาพดีครับ

การผสมผสานส่วนผสมบำรุงเหล่านี้อย่างลงตัว จึงทำให้มอยส์เจอไรเซอร์กลายเป็น สกินแคร์ ชิ้นสำคัญที่ขาดไม่ได้สำหรับทุกสภาพผิวเลยครับ ไม่ว่าคนไข้จะมีปัญหาผิวแห้ง ผิวมัน หรือ ผิวผสม ก็ตาม เพียงแค่เลือกเนื้อสัมผัสและสูตรที่ถูกกับผิว ก็จะช่วยให้ผิวหน้าเนียนนุ่ม ชุ่มชื้น และดูสดใสสุขภาพดีในระยะยาวแล้วครับ

หากคนไข้ท่านไหนที่มีผิวมันเป็นพิเศษ แล้วยังลังเลว่าควรเลือกผลิตภัณฑ์อย่างไรไม่ให้อุดตัน หมอแนะนำให้ลองศึกษาต่อใน บทความน่าสนใจ มอยเจอร์ไรเซอร์ผิวมัน คืออะไร เหมาะกับใคร มีกี่แบบ ได้เลยครับ จะช่วยให้คัดสรรสกินแคร์ได้แม่นยำยิ่งขึ้นครับ


ผิวแบบไหนต้องใช้ Moisturizer

จริง ๆ แล้ว ทุกสภาพผิวล้วนต้องการ Moisturizer เพียงแต่ความเข้มข้น เนื้อสัมผัส และส่วนผสมที่เลือกใช้อาจแตกต่างกันไปตามลักษณะผิวของแต่ละคน เหตุผลก็เพราะผิวของเราจะสูญเสียน้ำและความชุ่มชื้นอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นจากสภาพอากาศ มลภาวะ หรือพฤติกรรมการใช้ชีวิต หากเราขาดการดูแลที่เหมาะสม ผิวก็จะอ่อนแอ แห้งกร้าน หรือเกิดปัญหาตามมาได้ง่ายขึ้น

• ผิวแห้ง ต้องใช้ Moisturizer เพื่อเติมและกักเก็บความชุ่มชื้น ป้องกันการลอกเป็นขุย
• ผิวมัน ก็ยังต้องการ Moisturizer เพราะความมันไม่ได้หมายความว่าผิวมีน้ำเพียงพอ การเติมน้ำให้ผิวจะช่วยปรับสมดุลและลดการผลิตน้ำมันส่วนเกิน
• ผิวผสม จำเป็นต้องใช้ Moisturizer ที่ช่วยดูแลทั้งโซนมันและโซนแห้งไปพร้อมกัน
• ผิวแพ้ง่าย ยิ่งต้องการ Moisturizer ที่อ่อนโยน เพื่อเสริมเกราะป้องกันผิวและลดการระคายเคือง
• แม้แต่ ผิวที่ดูสุขภาพดี ก็ยังต้องใช้ เพื่อรักษาสมดุลและป้องกันปัญหาผิวที่จะเกิดขึ้นได้
• Moisturizer เป็นเหมือน เกราะและตัวช่วยพื้นฐาน ที่ผิวทุกแบบควรได้รับเป็นประจำ เพื่อทำให้ผิวมีความชุ่มชื้น แข็งแรง และพร้อมเผชิญกับปัจจัย มลภาวะต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันได้ดียิ่งขึ้น


ทำไมต้องใช้ Moisturizer?

ผิวของคนเราเพิ่มความชุ่มชื้นได้ตามธรรมชาติอยู่แล้วค่ะ เพื่อรักษาสมดุลน้ำและน้ำมันบนผิว แต่เมื่ออายุมากขึ้น หรือ เผชิญกับมลภาวะ แสงแดด สภาพอากาศที่แห้ง รวมถึงอยู่ในห้องแอร์นาน ๆ ผิวจะสูญเสียความชุ่มชื้นได้ง่าย และเกิดปัญหาผิวตามมา เช่น ผิวแห้งลอก ผิวหมองคล้ำ

การใช้สกินแคร์ Moisturizer จึงเป็นตัวช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและกักเก็บน้ำให้ผิวดูสุขภาพดีนั่นเองค่ะ

แต่การเลือกใช้ Moisturizer ให้เหมาะกับสภาพผิวก็เป็นสิ่งสำคัญ เพื่อช่วยทำให้ผิวสุขภาพดี ชุ่มชื้น และมีความแข็งแรง ป้องกันไม่ให้ผิวเสียจากแสงแดดและมลภาวะค่ะ


ประเภทของมอยส์เจอไรเซอร์ เลือกสัมผัสให้เหมาะกับสภาพผิว
มอยส์เจอไรเซอร์มีให้เลือกหลากหลายสัมผัสตามความเหมาะสมของสภาพผิวครับ ตั้งแต่เนื้อเข้มข้นอย่างครีม โลชั่น อิมัลชัน ไปจนถึงเนื้อบางเบาซึมไวอย่างเจลและเซรั่ม เพื่อเติมความชุ่มชื้นได้ตรงจุดครับ

Moisturizer มีทั้งหมดกี่ประเภท

Moisturizer ถือเป็นสกินแคร์พื้นฐานที่ใครหลาย ๆ คนควรใช้ แต่สิ่งที่หลายคนอาจยังไม่รู้คือ Moisturizer ไม่ได้มีแค่แบบเดียว หากแบ่งตาม เนื้อสัมผัสและความเข้มข้น จะมีหลายประเภท เพื่อให้เลือกใช้ได้ตรงกับสภาพผิวและความต้องการที่แตกต่างกัน โดยหลัก ๆ สามารถแยกได้ดังนี้

1.Moisturizer เนื้อครีม (Cream)

• คุณสมบัติของ Moisturizer เนื้อครีม (Cream) เนื้อเข้มข้น หนัก และเคลือบผิวได้ดี
• เหมาะสำหรับ ผิวแห้งมาก ผิวที่สูญเสียความชุ่มชื้นง่าย หรือใช้ในสภาพอากาศหนาวเย็นและแห้งจัด
• ข้อดี ให้การกักเก็บความชุ่มชื้นยาวนาน ลดการสูญเสียน้ำจากผิว
• ส่วนผสมที่พบบ่อย วาสลีน น้ำมันพืช หรือเชียบัตเตอร์

Moisturizer เนื้อโลชั่น

Moisturizer เนื้อโลชั่น มีจุดเด่นคือ เนื้อบางเบากว่าครีม เกลี่ยง่าย ซึมซาบไว เหมาะกับผิวธรรมดา ผิวมัน ช่วยให้ความชุ่มชื้น โดยไม่ทำให้ผิวรู้สึกหนัก และบางสูตรของ Moisturizer เนื้อโลชั่น ยังมีส่วนผสมของสารกันแดด ช่วยปกป้องผิวจากแสงแดดด้วยค่ะ

Moisturizer เนื้ออิมัลชัน

Moisturizer เนื้ออิมัลชัน มีจุดเด่นคือ เนื้อจะอยู่กึ่งกลางระหว่างครีมและโลชั่น เบาสบายแต่ยังคงบำรุงได้ดี เหมาะกับผิวผสม ช่วยปรับสมดุลน้ำและน้ำมันบนผิว ทำให้ผิวดูอิ่มน้ำ แต่ไม่เหนอะหนะค่ะ

Moisturizer เนื้อเจล

Moisturizer เนื้อเจล มีจุดเด่นคือ เนื้อบางเบา ซึมซาบเร็ว เหมาะกับผิวมัน ผิวที่เป็นสิวง่าย ช่วยให้ไม่อุดตันรูขุมขน ให้ความชุ่มชื้นโดยไม่เพิ่มความมันบนผิว ส่วนใหญ่ Moisturizer เนื้อเจล จะมีส่วนผสมอื่น ๆ ด้วย เช่น ไฮยาลูรอนิก แอซิด กลีเซอรีน สารสกัดว่านหางจระเข้ ค่ะ

Moisturizer เนื้อเซรั่ม

Moisturizer เนื้อเซรั่ม มีจุดเด่นคือ เนื้อบางเบาแต่สารบำรุงเข้มข้น เหมาะกับผู้ที่ต้องการแก้ปัญหาผิวเฉพาะจุด เช่น ริ้วรอย จุดด่างดำ นอกจากช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น แนะนำใช้เป็นขั้นตอนแรก ก่อนทามอยส์เจอไรเซอร์อื่น ๆ ค่ะ


6 ข้อดีของการใช้มอยส์เจอไรเซอร์ บำรุงผิวแข็งแรงอิ่มน้ำ
การทามอยส์เจอไรเซอร์เป็นประจำช่วยกักเก็บน้ำให้ผิว พร้อมเสริมเกราะป้องกันให้แข็งแรงขึ้นครับ นอกจากนี้ยังช่วยปรับสมดุล ลดการระคายเคือง ชะลอการเกิดริ้วรอย และช่วยให้แต่งหน้าติดทนนานยิ่งขึ้นด้วยครับ

Moisturizer มีข้อดีอะไรบ้าง

Moisturizer ถือเป็นสกินแคร์พื้นฐานที่หลายคนอาจมองข้าม แต่จริง ๆ แล้วการใช้ Moisturizer เป็นประจำมีประโยชน์ต่อผิวในหลายด้าน เพราะช่วยทั้งเรื่องการดูแลสุขภาพผิวในชีวิตประจำวัน Moisturizer มีข้อดีหลัก ๆ ดังนี้

Moisturizer ช่วยเติมและกักเก็บความชุ่มชื้น
นี่คือหน้าที่หลักและทรงพลังที่สุดเลยครับ การเติมน้ำเข้าสู่ชั้นผิวอย่างล้ำลึกพร้อมกับฉาบฟิล์มบางๆ ป้องกันไม่ให้ความชื้นระเหยออกไปตามอากาศ จะช่วยสยบความตึงคัน ปรับสัมผัสผิวให้กลับมานุ่มนิ่ม ยืดหยุ่น และรู้สึกสบายผิวได้ตลอดวันครับ

Moisturizer เสริมเกราะป้องกันผิว (Skin Barrier)
ตราบใดที่ผิวของคนไข้ได้รับความชุ่มชื้นที่เพียงพอ โครงสร้างปราการคุ้มกันผิวจะสมานตัวแน่นหนาขึ้นมาก ช่วยบล็อกสารระคายเคือง สิ่งสกปรก และฝุ่นมลภาวะไม่ให้เล็ดลอดเข้ามาทำร้ายชั้นผิวลึก ยกระดับความแข็งแรงให้พร้อมรับมือทุกสภาพแวดล้อมครับ

Moisturizer ช่วยให้ริ้วรอยเล็ก ๆ ดูจางลง
ยามที่เซลล์ผิวขาดน้ำ ย่อมตื้นเขินและเกิดร่องรอยได้ง่าย การโปะความชุ่มชื้นคืนเข้าไป จะเข้าไปช่วยเติมเต็มช่องว่างระหว่างเซลล์ให้ผิวกลับมาอิ่มฟู ดันให้ร่องรอยตื้นๆ แลกดูจางลง ผิวแลดูเรียบเนียนกระชับขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติครับ

Moisturizer ลดปัญหาผิวแห้งและระคายเคือง
ช่วยสยบอาการอักเสบ ปลอบประโลมผิวที่กำลังอ่อนแอ และฟื้นคืนความสมดุลให้ผิวที่กำลังลอกเป็นขุยหรือแห้งแตกระแสบร้อน โดยเฉพาะคนที่ผิวมันขอบแห้งเป็นพิเศษ หรือต้องนั่งทำงานในห้องแอร์เย็นจัดเป็นเวลานานครับ

Moisturizer ช่วยเตรียมผิวให้พร้อมแต่งหน้า
การลงบำรุงล่วงหน้าจะช่วยปรับพื้นผิวให้ชุ่มชื้นอิ่มน้ำสม่ำเสมอกันทั้งใบหน้า ส่งผลให้แป้งและรองพื้นยึดเกาะผิวได้แนบสนิท นวลเนียน ไร้ปัญหาสินค้าตกร่องหรือหลุดเป็นคราบระหว่างวัน ช่วยให้เมคอัพสวยเป๊ะติดทนนานขึ้นครับ

Moisturizer ช่วยปรับสมดุลให้ทุกสภาพผิว
ไม่ว่าคนไข้จะมีสภาพผิวแบบไหนก็ตาม การเลือกผลิตภัณฑ์ที่เนื้อสัมผัสสอดคล้องกับสภาพผิว จะช่วยคุมความมันส่วนเกินพร้อมซ่อมแซมส่วนที่ขาดน้ำ คืนสมดุลระหว่างน้ำและน้ำมันธรรมชาติได้อย่างลงตัวที่สุดครับ

หมออยากเน้นย้ำว่าสกินแคร์ชิ้นนี้เป็นมากกว่าแค่ ครีมทาหน้า ทั่วไป แต่มันคือปราการคุ้มกันให้ผิวแข็งแรง สุขภาพดี การทาเป็นประจำทุกวันจะเปลี่ยนผิวให้ดูฉ่ำน้ำ เนียนนุ่ม และเติมความมั่นใจให้พร้อมต้อนรับวันใหม่ได้เสมอครับ

สำหรับคนไข้ท่านไหนที่กำลังมองหาตัวช่วยกู้วัยเย้า และอยากฟื้นฟูผิวให้กลับมาเด้งฟูอย่างตรงจุด หมอแนะนำให้ลองอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ บทความน่าสนใจ ครีมลดริ้วรอยหน้าเด็ก ลดตีนกา ร่องลึก อิ่มฟูใน 4 สัปดาห์ ได้เลยครับ จะได้เลือกบำรุงผิวได้อย่างตอบโจทย์ที่สุดครับ


ข้อควรระวังในการใช้มอยส์เจอไรเซอร์ เพื่อหลีกเลี่ยงอาการสิวอุดตันและการระคายเคือง
ทามอยส์เจอไรเซอร์ให้ได้ผลดีต้องระวังเรื่องเนื้อสัมผัสให้เข้ากับสภาพผิวครับ หลีกเลี่ยงสูตรที่มีน้ำหอม แอลกอฮอล์ หรือสารกันเสียที่เสี่ยงแพ้ และไม่ควรมโนโบกหนาจนเกินไปเพราะอาจทำให้อุดตันรูขุมขนได้ครับ

ข้อควรระวังในการใช้ Moisturizer

แม้ว่า Moisturizer จะเป็นสกินแคร์พื้นฐานที่ช่วยให้ผิวแข็งแรงและชุ่มชื้น แต่การใช้ไม่ถูกวิธีก็อาจก่อให้เกิดปัญหากับผิวแทนที่จะเป็นประโยชน์ได้ ดังนั้นการเลือกและใช้ Moisturizer อย่างเหมาะสมจึงเป็นสิ่งสำคัญ โดยข้อควรระวังหลัก ๆ มีดังนี้

1.เลือกสูตร Moisturizer ที่เหมาะกับสภาพผิว
Moisturizer มีหลายประเภท ทั้งครีม โลชั่น เจล หรือเซรั่ม หากเลือกไม่ตรงกับสภาพผิว อาจทำให้เกิดปัญหาได้ เช่น

• ผิวมันใช้ครีม Moisturizer เข้มข้นเกินไป อาจรู้สึกหนักผิวและเสี่ยงต่อการอุดตัน
• ผิวแห้งเลือก Moisturizer เนื้อบางเกินไป ไม่ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นได้เพียงพอ

ดังนั้น ควรพิจารณาสภาพผิวและปัญหาที่ต้องการแก้ไขก่อนเลือกใช้ Moisturizer

ระวังสารก่อการระคายเคืองใน Moisturiรือเป็นผื่น โดยเฉพาะผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย แนะนำอ่านฉลากให้ละเอียดก่zer
Moisturizer บางแบรนด์ อาจมีน้ำหอม แอลกอฮอล์ หรือสารกันเสีย อาจทำให้เกิดอาการคัน แสบ แดง หอนเลือกใช้ Moisturizer ค่ะ

ไม่ควรทา Moisturizer มากเกินไป
หลายคนเข้าใจว่ายิ่งทา Moisturizer เยอะ ผิวยิ่งชุ่มชื้น แต่จริง ๆ แล้ว ทา Moisturizer มากเกินไป อาจทำให้ผิวอุดตัน เกิดสิวอุดตัน สิวอักเสบได้ แนะนำใช้ปริมาณที่พอเหมาะ และทา Moisturizer ให้สม่ำเสมอแทนค่ะ

การแพ้หรือไม่ถูกกับผลิตภัณฑ์
ถ้าใช้ Moisturizer แล้วเกิดอาการผิดปกติ เช่น ผื่นแดง แสบ คัน หรือสิวขึ้นมาก ๆ ควรหยุดใช้ทันที ปรึกษาแพทย์ผิวหนัง และก่อนใช้แนะนำทดสอบการแพ้ผลิตภัณฑ์ค่ะ

จะเห็นได้ว่า การใช้ Moisturizer ให้ได้ผลดี ไม่ใช่แค่เลือกแบรนด์ที่ชอบ แต่ต้องเลือกสูตรที่เหมาะกับผิว ระวังส่วนผสมที่ระคายเคือง และใช้อย่างถูกวิธี Moisturizer จะช่วยทำให้ผิวชุ่มชื้นและสุขภาพดีได้ค่ะ


Moisturizer เหมาะกับใครบ้าง

Moisturizer ไม่ใช่สกินแคร์สำหรับผิวแห้งเท่านั้น แต่เป็น ผลิตภัณฑ์พื้นฐานที่ทุกคนควรใช้ เพราะผิวของเรามีการสูญเสียน้ำอยู่เสมอ ไม่ว่าจะจากสภาพอากาศ มลภาวะ แสงแดด หรือการใช้ชีวิตประจำวัน หากไม่ได้รับการดูแลที่เพียงพอ ผิวก็อาจแห้งกร้าน หมองคล้ำ หรือเกิดริ้วรอยได้ง่าย

การใช้ Moisturizer อย่างสม่ำเสมอจะช่วยเสริมเกราะป้องกันผิว รักษาสมดุล และทำให้ผิวดูสุขภาพดีอยู่ตลอดเวลา
1.Moisturizer เหมาะกับคนที่มีผิวแห้ง ได้รับความชุ่มชื้นที่เพียงพอ ลดการลอก ตึง หรือเป็นขุย
2.Moisturizer เหมาะกับคนที่มีผิวมันและผิวเป็นสิวง่าย เติมน้ำโดยไม่เพิ่มความมันส่วนเกิน ลดโอกาสเกิดสิวจากการอุดตัน
3.Moisturizer เหมาะกับคนทีมีผิวผสม ช่วยปรับสมดุลระหว่างโซนมันและโซนแห้งให้สมดุล
4.Moisturizer เหมาะกับคนที่มีผิวแพ้ง่าย เสริมเกราะป้องกันผิว ลดการระคายเคืองและช่วยให้ผิวแข็งแรงขึ้น
5.Moisturizer เหมาะกับผู้ที่เผชิญสภาพแวดล้อมที่ดึงความชื้นออกจากผิว เช่น อยู่ในห้องแอร์นาน ๆ ออกแดดบ่อย หรืออากาศหนาวจัด ป้องกันผิวจากการสูญเสียน้ำและคงความยืดหยุ่น


ใครควรหลีกเลี่ยงการใช้ Moisturizer

โดยทั่วไปแล้ว Moisturizer ถือเป็นผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัยและเหมาะกับทุกสภาพผิว แต่ก็มีบางกรณีที่ควรหลีกเลี่ยงการใช้ หรืออย่างน้อยต้องใช้ด้วยความระมัดระวัง เพื่อไม่ให้เกิดผลเสียกับผิวมากกว่าผลดี ได้แก่

1.ผู้ที่แพ้หรือระคายเคืองต่อส่วนผสมบางชนิดควรหลีกเลี่ยงการใช้ Moisturizer
• หากมีประวัติแพ้น้ำหอม แอลกอฮอล์ สีสังเคราะห์ หรือสารกันเสียบางประเภท ควรหลีกเลี่ยง Moisturizer ที่มีส่วนผสมเหล่านี้
• อาการที่บ่งบอกว่าแพ้ เช่น คัน แสบ แดง หรือมีผื่นขึ้นหลังใช้ ควรหยุดทันทีและปรึกษาแพทย์ผิวหนัง

ผู้ที่เป็นสิวอักเสบรุนแรงควรหลีกเลี่ยงใช้ Moisturizer
Moisturizer สูตรเข้มข้นหรือมีน้ำมันสูง อาจไปอุดตันรูขุมขนและทำให้สิวอักเสบรุนแรงขึ้น แนะนำปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ และเลือกผลิตภัณฑ์ที่ไม่อุดตัน (Non-comedogenic) ค่ะ

ผู้ที่มีโรคผิวหนังบางชนิดควรหลีกเลี่ยงใช้ Moisturizer
เช่น โรคผิวหนังอักเสบเรื้อรัง ถ้าใช้มอยส์เจอไรเซอร์โดยไม่ปรึกษาแพทย์ อาจทำให้อาการไม่ดีขึ้น หรือ ระคายเคืองมากขึ้น ควรเลือก Moisturizer สูตรที่แพทย์แนะนำเท่านั้นค่ะ

ผู้ที่ใช้ยาทาผิวหรือสกินแคร์ที่มีฤทธิ์แรงควรหลีกเลี่ยงหารใช้ Moisturizer
• บางคนใช้ยาทาสิวหรือยาลอกผิวที่มีส่วนผสมอย่างกรดวิตามินเอ (Retinoid) หรือกรดผลไม้ (AHA/BHA) หากใช้มอยส์เจอไรเซอร์ที่มีสารซ้ำซ้อนหรือไม่เหมาะสม อาจทำให้เกิดการระคายเคืองมากขึ้น
• ควรเลือกสูตรอ่อนโยน ไม่ใส่น้ำหอมและแอลกอฮอล์


เลือก Moisturizer ให้เหมาะกับสภาพผิว

หมอบอกอยู่เสมอครับว่าการเลือกมอยส์เจอร์ไรเซอร์ ไม่ใช่แค่การมองหาคุณสมบัติพิเศษที่อยากได้ แต่ต้องเริ่มจากการสังเกตสภาพผิวที่แท้จริงของตัวเราเองก่อนเป็นอันดับแรกครับ เนื่องจากโครงสร้างผิวของแต่ละคนมีความต้องการแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง หากเลือกผิดสูตร นอกจากผิวจะไม่ได้รับสารอาหารเต็มที่แล้ว อาจซ้ำเติมให้เกิดสิวอุดตันตามมาได้ การเข้าใจสภาพผิวตัวเองจึงเป็นหัวใจสำคัญครับ

ผิวผสม
ผิวลักษณะนี้ช่วงแก้มจะแห้งหรือตึงง่าย แต่โซน T-Zone ตรงหน้าผาก จมูก คาง กลับมีความมันส่วนเกินและอุดตันง่ายครับ
หมอแนะนำให้เลือกมอยส์เจอร์ไรเซอร์เนื้อโลชั่นหรือเนื้อกึ่งครีมเบาๆ เพื่อสร้างสมดุลให้ทั้งสองบริเวณ
เทคนิคพิเศษคือคนไข้สามารถใช้สกินแคร์ 2 เนื้อสัมผัสร่วมกันได้เลย โดยทาเนื้อเข้มข้นบริเวณแก้มแห้ง แล้วใช้เนื้อบางเบาเน้นบริเวณ T-Zone ครับ

ผิวแห้ง
มักจะเผชิญปัญหาผิวลอกเป็นขุย สัมผัสหยาบกร้าน ขาดความยืดหยุ่น เหมาะสมที่สุดกับมอยส์เจอร์ไรเซอร์เนื้อครีมเข้มข้นที่มีส่วนผสมของเชียบัตเตอร์หรือวาสลีน เพื่อช่วยฉาบเคลือบและกักเก็บน้ำไว้ใต้ชั้นผิวให้ยาวนานครับ

ผิวมัน
หลายคนเข้าใจผิดว่าผิวมันไม่ต้องทาครีม ซึ่งจริงๆ แล้วหากผิวขาดน้ำ เซลล์ผิวจะยิ่งขับน้ำมันออกมาทดแทนจนหน้าเยิ้มกว่าเดิมและสิวขึ้นง่ายครับ หมอแนะนำให้เลือกเนื้อเจลหรือเนื้อโลชั่นที่ซึมซาบไว ไม่ทิ้งความเหนอะหนะ และระบุว่าไม่อุดตันรูขุมขนครับ

ผิวแพ้ง่าย
ผิวมักตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้นไว เกิดรอยแดง อาการแสบ หรือคันได้ง่าย หมออยากให้พิถีพิถันเลือกสูตรคลีนๆ ปราศจากน้ำหอม แอลกอฮอล์ และสารเคมีระคายเคือง โดยเน้นส่วนผสมช่วยกู้ปราการผิวอย่าง เซราไมด์ หรือสารสกัดว่านหางจระเข้เพื่อปลอบประโลมให้ผิวกลับมาแข็งแรงครับ

หากคนไข้ฟื้นฟูเกราะป้องกันผิวจนแข็งแรงดีแล้ว และอยากปรับสภาพผิวให้ดูสว่างกระจ่างใสอย่างปลอดภัย หมอแนะนำให้อ่านแนวทางเพิ่มเติมใน บทความที่เกี่ยวข้อง 11 วิธีดูแลผิวขาวอมชมพู ฟื้นฟูผิวหมองคล้ำทำอย่างไร ได้เลยครับ


เทคนิคการทามอยส์เจอไรเซอร์ตามลำดับขั้นตอนสกินแคร์ที่ถูกต้อง
ลงสกินแคร์ให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด เริ่มจากทำความสะอาดผิว ปรับสภาพด้วยโทนเนอร์หรือเซรั่ม แล้วตามด้วยการทามอยส์เจอไรเซอร์เพื่อล็อคความชุ่มชื้น ปิดท้ายด้วยครีมกันแดดในตอนเช้าครับ

วิธีการใช้ Moisturizer?

การใช้ Moisturizer ถูกวิธี ช่วยให้ผิวกักเก็บความชุ่มชื้นและบำรุงได้เต็มที่มากขึ้น เวลาที่เหมาะสมที่สุดในการทามอยส์เจอไรเซอร์ คือ หลังล้างหน้าตอนเช้าและก่อนนอนค่ะ

ช่วงเช้า ให้เน้นทำความสะอาดหน้าเบาๆ เพื่อขจัดคราบเหงื่อและความมันส่วนเกิน ลูบไล้โทนเนอร์หรือตบเซรั่มลงผิวเพื่อปรับสมดุลชั้นผิว จากนั้นรีบทามอยส์เจอไรเซอร์ตามทันทีเพื่อล็อกความชุ่มชื้น แล้วปิดท้ายด้วยการทาครีมกันแดดเพื่อปกป้องผิวจากแสงแดดครับ

ส่วนช่วงเย็น หลังอาบน้ำล้างหน้าเสร็จใหม่ๆ ผิวจะเปิดรับการบำรุงได้ดีที่สุด หมอแนะนำให้ทามอยส์เจอไรเซอร์ทันทีขณะผิวยังหมาด เพื่อกักเก็บน้ำใต้ชั้นผิวและช่วยซ่อมแซมเซลล์ผิวตลอดคืน ตื่นมาผิวจะได้ฉ่ำฟู สดใสครับ


Moisturizer ควรใช้คู่กับอะไรให้เกิดผลดี

เพื่อให้มอยส์เจอไรเซอร์ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพสูงสุด หมอแนะนำให้ใช้ควบคู่กับสกินแคร์ที่ช่วยเตรียมผิว ดังนี้ครับ

ลูบไล้โทนเนอร์ก่อนเพื่อปรับสมดุล และช่วยเปิดทางให้มอยส์เจอไรเซอร์ซึมซาบได้ลึกยิ่งขึ้น
ตบเซรั่มหรือเอสเซนส์ป้อนสารบำรุงเข้มข้นเข้าสู่ผิว แล้วตามด้วยมอยส์เจอไรเซอร์เพื่อซีลล็อกสารบำรุงและความชุ่มชื้นไว้
ทาครีมกันแดดปิดท้ายในตอนเช้า เสมือนการกางร่มปกป้องผิวจากรังสี UV และฝุ่นมลภาวะ

สำหรับคนไข้ที่กังวลเรื่องหมองคล้ำ แล้วอยากเติมความกระจ่างใสควบคู่ไปกับการกักเก็บความชุ่มชื้น สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ บทความน่าสนใจ ครีมทาผิวขาว คืออะไร เลือกอย่างไรให้เหมาะกับสภาพผิว ได้เลยครับ


Moisturizer กับ Moisturizing ต่างกันยังไง

หลายคนมักสับสนสองคำนี้ครับ จริงๆ แล้วสื่อถึงเรื่องความชุ่มชื้นเหมือนกัน แต่ต่างกันที่หน้าที่ของคำในทางภาษาศาสตร์ครับ

คำว่า Moisturizer เป็นคำนาม หมายถึง ตัวผลิตภัณฑ์ที่เราใช้จับต้องได้ เช่น ครีม โลชั่น หรือเจลบำรุงผิว
ส่วนคำว่า Moisturizing เป็นคำคุณศัพท์ที่ใช้อธิบาย คุณลักษณะ หรือการกระทำ เช่น ครีมสูตรนี้มีคุณสมบัติช่วยให้ผิวชุ่มชื้น

ดังนั้นในแง่ของการดูแลผิว ทั้งสองคำนี้จึงสื่อถึงเป้าหมายเดียวกัน คือการดูแลและรักษาความชุ่มชื้นให้ผิวสุขภาพดีนั่นเองครับ

หากคนไข้ลองปรับการดูแลผิวด้วยตัวเองแล้ว ปัญหาผิวยังไม่ดีขึ้น หรืออยากได้รับคำแนะนำเฉพาะบุคคล หมอแนะนำให้ลองปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติมได้จาก บทความแนะนำ 26 คลินิกเสริมความงามใกล้ฉัน มาตรฐานสูง ดูแลโดยคุณหมอ ครับ


ผิวมันจำเป็นต้องใช้น้ำมอยส์เจอไรเซอร์ไหม คลายข้อสงสัยในการดูแลผิวมันขาดน้ำ
คนผิวมันก็ยังจำเป็นต้องทามอยส์เจอไรเซอร์ครับ เพราะน้ำมันบนหน้าไม่ได้แปลว่าผิวอิ่มน้ำ การเลือกเนื้อสัมผัสบางเบาหรือเจลสูตรออยล์ฟรีจะช่วยปรับสมดุลน้ำในผิว ลดการขับน้ำมันส่วนเกิน และลดการอุดตันของสิวได้ครับ

คำถามยอดฮิตเกี่ยวกับ Moisturizer

ลำดับการลงสกินแคร์ Moisturizer กับ ครีม ทาอันไหนก่อน?

หลักการลงสกินแคร์ที่ถูกต้องควรเรียงตามความเบาไปหาหนักของเนื้อสัมผัสครับ โดยทั่วไปมอยส์เจอไรเซอร์จะมีความบางเบากว่าครีมบำรุงเข้มข้น ดังนั้นหมอแนะนำให้ลงตามลำดับดังนี้ครับ
• ทามอยส์เจอไรเซอร์ก่อน เพื่อเติมความชุ่มชื้นเข้าสู่ชั้นผิว
• ตามด้วยครีมบำรุงเนื้อเข้มข้น เพื่อช่วยปิดล็อกความชุ่มชื้นและสารบำรุงให้อยู่ในผิวได้เต็มที่ครับผม

ลำดับการทาสกินแคร์ Moisturizer กับ เซรั่ม ทาอะไรก่อนดี?

ควรทาเซรั่มก่อนมอยส์เจอไรเซอร์ครับ เนื่องจากเซรั่มมีโมเลกุลขนาดเล็กและเนื้อสัมผัสบางเบา จึงซึมซาบเข้าสู่ผิวชั้นลึกได้ดีกว่า หมอแนะนำขั้นตอนการทาดังนี้ครับ
• ลงเซรั่มเป็นอันดับแรก เพื่อให้สารบำรุงฟื้นฟูผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
• ทามอยส์เจอไรเซอร์ตามทันที เพื่อทำหน้าที่เป็นเกราะกักเก็บความชุ่มชื้นและสารบำรุงให้อยู่กับผิวยาวนานขึ้นครับ

ควรทา Moisturizer วันละกี่ครั้ง ถึงจะพอดีกับสภาพผิว?

โดยปกติแล้ว หมอแนะนำให้ทามอยส์เจอไรเซอร์เป็นประจำวันละ 2 ครั้งครับ
• ตอนเช้า เพื่อเตรียมผิวให้พร้อมเผชิญมลภาวะและบำรุงชุ่มชื้นตลอดวัน
• ก่อนนอน เพื่อฟื้นฟูเกราะป้องกันผิวในยามพักผ่อน
ทั้งนี้ หากต้องอยู่ในห้องแอร์ อากาศแห้ง หรือรู้สึกว่าผิวแห้งตึงระหว่างวัน สามารถทาเติมเพิ่มเติมได้เลยครับ

คนผิวมัน ผิวผสม จำเป็นต้องใช้ Moisturizer ไหม?

จำเป็นอย่างยิ่งครับ เพราะคนผิวมันก็สามารถเกิดภาวะผิวขาดน้ำได้เช่นกัน หากปล่อยให้ผิวขาดความชุ่มชื้น ต่อมไขมันจะยิ่งผลิตน้ำมันออกมาทดแทนจนหน้ามันกว่าเดิม
• ควรเลือกระหว่างมอยส์เจอไรเซอร์เนื้อเจล หรือสูตรปราศจากน้ำมัน (Oil-Free)
• ช่วยปรับสมดุลความชุ่มชื้น ลดการสร้างน้ำมันส่วนเกิน และช่วยลดโอกาสการเกิดสิวได้ครับผม

Moisturizer ใช้แทนครีมกันแดดได้ไหม ป้องกันแสงแดดได้หรือเปล่า?

ไม่สามารถใช้แทนกันได้ครับ แม้มอยส์เจอไรเซอร์บางสูตรจะมีส่วนผสมของ SPF แต่ก็ไม่เพียงพอสำหรับการปกป้องผิวจากรังสี UV ในชีวิตประจำวัน
• มอยส์เจอไรเซอร์ เน้นการเติมความชุ่มชื้นและเสริมเกราะป้องกันผิว
• ครีมกันแดด เน้นการปกป้องผิวจากรังสี UVA/UVB สาเหตุของฝ้า กรองแดด และริ้วรอย
ดังนั้น ในช่วงเช้าควรทาครีมกันแดดแยกเป็นขั้นตอนสุดท้ายเสมอครับ

ทา Moisturizer ก่อนแต่งหน้าได้ไหม ช่วยให้เครื่องสำอางติดทนหรือเปล่า?

สามารถใช้ร่วมกับการแต่งหน้าได้ และเป็นขั้นตอนที่หมอแนะนำอย่างยิ่งครับ
• ช่วยปรับสภาพผิวให้เนียนนุ่ม อิ่มน้ำ และลดการแห้งเป็นคราบ
• ช่วยให้เมคอัพยึดเกาะผิวได้ดียิ่งขึ้น แต่งหน้าง่าย ติดทนนาน และดูเป็นธรรมชาติครับผม


สรุปทุกเรื่องเกี่ยวกับ Moisturizer?

เรียกได้ว่า Moisturizer เป็นสกินแคร์ที่ทุกสภาพผิวควรใช้ ไม่ว่าจะผิวแห้ง ผิวมัน หรือผิวผสม เพราะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ลดผิวแห้ง และทำให้ผิวสุขภาพดี แต่ควรเลือกเนื้อ Moisturizer ให้เหมาะสม ถ้าเลือกไม่เหมาะกับสภาพผิว อาจทำให้เกิดปัญหาผิวตามมา เช่น อุดตันรูขุมขนจนเป็นสิวได้ค่ะ

แนะนำทา Moisturizer หลังล้างหน้าเป็นประจำ ทั้งเช้าและก่อนนอน และทาครีมกันแดดควบคู่เมื่อใช้ตอนกลางวันเพื่อปกป้องผิว Moisturizer คือตัวช่วยให้ผิวชุ่มชื้น อิ่มน้ำ และดูสดใสในทุก ๆ วันค่ะ

ลิงก์อ้างอิงทางการแพทย์:
* ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับเฉพาะบุคคล
* เงื่อนไขตามบริษัทฯ กำหนด
* ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลง*
แนะนำให้สอบถามกับเจ้าหน้าที่ก่อนเข้ารับบริการ
เพื่อความชัวร์และได้สิทธิ์ที่คุ้มที่สุดค่ะ
ปรึกษาฟรี พร้อมรับ โปรโมชั่นพิเศษ ก่อนใคร
เรื่อง บทความน่ารู้ ที่คุณอาจสนใจ
pixel