แผลอักเสบเป็นหนอง คืออะไร? สาเหตุ วิธีรักษา และกี่วันหาย สรุปครบที่นี่
เขียนโดย: ทีมผู้เชี่ยวชาญ ROMRAWIN CLINIC
แผลอักเสบเป็นหนอง
- แผลอักเสบเป็นหนอง คืออะไร รักษาอย่างไร ใม่ให้เกิดแผลเป็น
- แผลอักเสบเป็นหนอง คืออะไร?
- แผลอักเสบเป็นหนองเกิดจากอะไร?
- แผลอักเสบเป็นหนองเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย
- แผลอักเสบเป็นหนองเกิดจากการดูแลแผลไม่ถูกวิธี
- แผลอักเสบเป็นหนองเกิดจากภาวะสุขภาพของร่างกาย
- แผลอักเสบเป็นหนองเกิดจากการบาดเจ็บหรือการผ่าตัด
- แผลอักเสบเป็นหนองเกิดจากสิ่งแปลกปลอมค้างในแผล
- อาการที่ควรสังเกตของแผลอักเสบเป็นหนอง
- วิธีดูแลทำความสะอาดแผลอักเสบเป็นหนอง
- แผลอักเสบเป็นหนอง รักษาวิธีไหนให้หาย
- ภาวะแทรกซ้อนของแผลอักเสบเป็นหนอง
- กลุ่มเสี่ยงเป็นแผลอักเสบเป็นหนองได้ง่าย
- แผลอักเสบเป็นหนอง หายเองได้ไหม
- กรณีที่แผลอักเสบเป็นหนองอาจหายได้เอง
- กรณีที่แผลอักเสบเป็นหนองไม่ควรปล่อยให้หายเอง
- แผลอักเสบเป็นหนอง กี่วันหาย?
- แผลอักเสบเป็นหนอง ควรปิดแผลไหม
- เมื่อไหร่ควรพบแพทย์หากมีแผลอักเสบเป็นหนอง?
- วิธีป้องกันไม่ให้เป็นแผลอักเสบเป็นหนองยังไงดี?
- รอยแผลเป็นที่เกิดจากแผลอักเสบเป็นหนอง?
- รอยแผลเป็นจากแผลอักเสบเป็นหนองรักษายังไงดี ?
- แผลอักเสบเป็นหนอง ห้ามกินอะไร ไม่ให้เกิดแผลเป็น?
- สรุปเกี่ยวกับแผลอักเสบเป็นหนอง
แผลอักเสบเป็นหนอง คืออะไร รักษาอย่างไร ใม่ให้เกิดแผลเป็น
แผลสามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศทุกวัย หากได้รับบาดเจ็บหรือผ่านการผ่าตัด แต่ไม่ว่าจะเป็นแผลเล็กหรือแผลใหญ่ หากไม่ดูแลรักษาแผลอย่างเหมาะสม ก็สามารถทำให้เกิดแผลอักเสบเป็นหนองได้ เพราะแผลที่ไม่ดูแลให้ดี เชื้อแบคทีเรียจะเจริญเติบโต ส่งผลให้แผลติดเชื้อและเกิดหนองตามมา ทำให้แผลบวมแดง รู้สึกเจ็บปวด และอาจร้ายแรงจนลุกลามเป็นแผลลึกหรือติดเชื้อในกระแสเลือดได้ค่ะ
ดังนั้นการรู้เกี่ยวกับแผลอักเสบเป็นหนอง เช่น ลักษณะของแผล สาเหตุที่ทำให้เกิดแผล อาการที่ควรสังเกต รวมถึงวิธีดูแลรักษาแผลอักเสบเป็นหนอง และวิธีป้องกันไม่ให้เกิดแผลอักเสบเป็นหนอง เพื่อช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น ลดความเสี่ยงติดเชื้อรุนแรง เกิดภาวะแทรกซ้อน รวมถึงช่วยลดการเกิดรอยแผลเป็น

แผลอักเสบเป็นหนอง คืออะไร? สาเหตุ วิธีรักษา และกี่วันหาย สรุปครบที่นี่
แผลอักเสบเป็นหนอง ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล
แผลอักเสบเป็นหนอง คืออะไร?
แผลอักเสบเป็นหนอง คือแผลที่เกิดการติดเชื้อจนมีการสะสมของเชื้อแบคทีเรียและเม็ดเลือดขาว ทำให้ร่างกายเกิดปฏิกิริยาต่อสู้กับเชื้อโรค ผลที่ตามมาคือมีของเหลวสีเหลืองข้นหรือสีเขียวที่เรียกว่า หนอง เกิดขึ้นในบริเวณแผล หนองประกอบด้วยเซลล์เม็ดเลือดขาวที่ตายแล้ว เชื้อแบคทีเรีย และเศษเนื้อเยื่อที่ถูกทำลาย
ลักษณะสำคัญของแผลอักเสบเป็นหนอง ได้แก่
• บวม แดง ร้อน และเจ็บปวด รอบ ๆ บริเวณแผล
• มีหนองไหลออกมา ซึ่งอาจมีสีเหลือง เขียว หรือขาวข้น และมีกลิ่นไม่พึงประสงค์
• อาจมีอาการไข้ หนาวสั่น หรือรู้สึกไม่สบายตัว ถ้าเชื้อเริ่มลุกลาม
โดยทั่วไปสาเหตุหลักมาจากการติดเชื้อแบคทีเรีย เช่น Staphylococcus aureus หรือ Streptococcus รวมถึงการดูแลแผลไม่ถูกวิธี หรือการมีโรคประจำตัวที่ทำให้ภูมิคุ้มกันต่ำ เช่น เบาหวาน หากไม่ได้รับการรักษา แผลอักเสบเป็นหนองอาจลุกลามและเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น การติดเชื้อในกระแสเลือด หรือ การติดเชื้อลึกลงไปถึงกระดูกได้ จึงควรรีบดูแลและพบแพทย์หากมีอาการรุนแรง

แผลอักเสบเป็นหนอง คืออะไร? สาเหตุ วิธีรักษา และกี่วันหาย สรุปครบที่นี่
แผลอักเสบเป็นหนอง ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล
แผลอักเสบเป็นหนองเกิดจากอะไร?
สาเหตุของแผลอักเสบเป็นหนอง เกิดจากการที่แผลถูกเชื้อโรค โดยเฉพาะเชื้อแบคทีเรียเข้าไปทำให้เกิดการติดเชื้อและร่างกายตอบสนองด้วยการอักเสบจนเกิดหนอง โดยสาเหตุสำคัญที่พบได้บ่อยมีดังนี้
แผลอักเสบเป็นหนองเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย
เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดแผลอักเสบเป็นหนอง โดยเฉพาะเชื้อแบคทีเรียที่พบบ่อย ได้แก่
• สแตฟฟิโลคอคคัส ออเรียส (Staphylococcus aureus)
• สเตรปโตคอคคัส ไพโอจีนส์ (Streptococcus pyogenes)
เชื้อแบคทีเรียเหล่านี้สามารถเข้าสู่ร่างกายผ่านทางบาดแผล รอยถลอก หรือแผลผ่าตัด และเมื่อแบคทีเรียเจริญเติบโตจะทำให้เกิดแผลอักเสบเป็นหนองนั่นเอง
แผลอักเสบเป็นหนองเกิดจากการดูแลแผลไม่ถูกวิธี
เมื่อเป็นแผล แต่ไม่ล้างทำความสะอาดแผลให้สะอาด ปล่อยให้แผลเปียกชื้นหรือสกปรก ไม่ปิดแผล หรือปิดแผลแน่นเกินไปจนเกิดการอับชื้น พฤติกรรมดังกล่าวทำให้เชื้อโรคและแบคทีเรียเจริญเติบโตได้ง่ายขึ้น ส่งผลให้เกิดแผลอักเสบเป็นหนองค่ะ
แผลอักเสบเป็นหนองเกิดจากภาวะสุขภาพของร่างกาย
โรคหรือปัญหาสุขภาพร่างกายบางอย่าง เช่น โรคเบาหวาน โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือการใช้ยากดภูมิคุ้มกัน จะทำให้ภูมิคุ้มกันของร่างกายลดลง เมื่อภูมิคุ้มกันต่ำ ร่างกายจะสู้เชื้อโรคและแบคทีเรียได้ไม่เต็มที่ แผลจึงติดเชื้อและเกิดหนองง่ายขึ้น เป็นสาเหตุให้เกิดแผลอักเสบเป็นหนองค่ะ
แผลอักเสบเป็นหนองเกิดจากการบาดเจ็บหรือการผ่าตัด
เมื่อประสบอุบัติเหตุ ถูกสัตว์ทำร้าย หรือ ได้รับการผ่าตัด ทำให้เป็นแผล แต่หากไม่ดูแลรักษาแผลอย่างเหมาะสม ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้เชื้อโรคและแบคทีเรียเข้าสู่ร่างกายได้ง่าย ส่งผลให้เกิดแผลอักเสบเป็นหนองได้ค่ะ
แผลอักเสบเป็นหนองเกิดจากสิ่งแปลกปลอมค้างในแผล
หากเป็นแผล แต่ไม่ดูแลทำความสะอาดแผลให้ดี ยังมีสิ่งแปลกปลอมหรือสิ่งสกปรกอยู่ในแผล เช่น เศษไม้ เศษแก้ว หรือเศษดิน จะทำให้แผลอักเสบและเกิดหนองได้ง่าย ส่งผลให้เกิดแผลอักเสบเป็นหนอง ดังนั้นจึงควรล้างทำความสะอาดแผลให้ดีก่อนปิดแผลค่ะ
อาการที่ควรสังเกตของแผลอักเสบเป็นหนอง
การสังเกตอาการของแผลที่เริ่มติดเชื้อและมีหนองเป็นสิ่งสำคัญ เพราะหากปล่อยไว้โดยไม่รักษาอาจลุกลามหรือเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ อาการแผลอักเสบเป็นหนองที่ควรสังเกตมีดังนี้
1.การเปลี่ยนแปลงของแผล
• บวม แดง ร้อน รอบขอบแผลมากกว่าปกติ
• เจ็บปวดเพิ่มขึ้น หรือปวดตุบ ๆ โดยเฉพาะเมื่อสัมผัส
• มีหนองไหลออกมา ซึ่งอาจมีสีเหลือง ขาว หรือเขียว และมักมีกลิ่นไม่พึงประสงค์
2.อาการทั่วไปของร่างกาย
• มีไข้ หนาวสั่น หรือรู้สึกอ่อนเพลีย ซึ่งบ่งบอกว่าเชื้ออาจเริ่มแพร่กระจาย
• อาจมีต่อมน้ำเหลืองใกล้เคียงบวมโต เช่น ต่อมน้ำเหลืองบริเวณรักแร้หรือขาหนีบ หากแผลอยู่ใกล้จุดนั้น
3.สัญญาณของการติดเชื้อรุนแรง
• หนองเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วหรือมี สีคล้ำและกลิ่นรุนแรงผิดปกติ
• รอยแดงลามออกจากขอบแผล คล้ายเส้นเลือดอักเสบ
• ปวดแผลมากขึ้นแม้ได้รับการดูแลเบื้องต้นแล้ว
ข้อควรระวังแผลอักเสบเป็นหนอง
หากมีอาการเหล่านี้โดยเฉพาะไข้สูง หนองมีกลิ่นแรง หรือรอยแดงลาม ควรรีบไปพบแพทย์ทันที เพราะอาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อที่ลุกลาม เช่น การติดเชื้อในกระแสเลือด หรือการติดเชื้อที่ลึกลงไปถึงกระดูก ซึ่งต้องได้รับการรักษาทางการแพทย์อย่างเร่งด่วน

แผลอักเสบเป็นหนอง คืออะไร? สาเหตุ วิธีรักษา และกี่วันหาย สรุปครบที่นี่
แผลอักเสบเป็นหนอง ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล
วิธีดูแลทำความสะอาดแผลอักเสบเป็นหนอง
การดูแลแผลอักเสบเป็นหนองอย่างถูกวิธีมีความสำคัญมาก เพราะช่วยลดการลุกลามของเชื้อโรค ลดการเกิดภาวะแทรกซ้อน และช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น โดยสามารถปฏิบัติได้ดังนี้
ล้างมือให้สะอาดก่อนสัมผัสแผลอักเสบเป็นหนอง
การล้างทำความสะอาดแผลให้ถูกวิธี ควรใช้น้ำเกลือปราศจากเชื้อหรือน้ำสะอาดต้มสุกที่เย็นแล้วล้างบริเวณแผลอย่างเบามือ ไม่ควรใช้น้ำยาฆ่าเชื้อที่เข้มข้นเกินไป เช่น แอลกอฮอล์ 70% เพราะอาจทำลายเนื้อเยื่อและทำให้แผลหายช้า หากมีเศษหนองหรือคราบเลือดติดบริเวณแผล ให้ค่อย ๆ เช็ดออกด้วยผ้าก๊อซสะอาดค่ะ
การล้างทำความสะอาดแผลให้ถูกวิธี
ควรใช้น้ำเกลือปราศจากเชื้อหรือน้ำสะอาดต้มสุกที่เย็นแล้วล้างบริเวณแผลอย่างเบามือไม่ควรใช้น้ำยาฆ่าเชื้อที่เข้มข้นเกินไป เช่น แอลกอฮอล์ 70%เพราะอาจทำลายเนื้อเยื่อและทำให้แผลหายช้า หากมีเศษหนองหรือคราบเลือดติดบริเวณแผลให้ค่อย ๆ เช็ดออกด้วยผ้าก๊อซสะอาดค่ะ
ทำแผลและปิดแผลอักเสบเป็นหนองถูกวิธี
วิธีทายาที่แผลและการปิดแผลหลังจากล้างแผลแล้ว ให้ใช้ผ้าก๊อซสะอาดซับแผลให้แห้ง ทายาฆ่าเชื้อที่บริเวณแผลอย่างเบามือ หรือใช้ยาปฏิชีวนะชนิดทาตามคำแนะนำของแพทย์ แล้วปิดด้วยผ้าก๊อซสะอาดหรือแผ่นปิดแผลที่ระบายอากาศได้ดี เพื่อป้องกันสิ่งสกปรกและลดการสัมผัสเชื้อโรคเพิ่มค่ะ
เปลี่ยนผ้าปิดแผลใหม่อย่างสม่ำเสมอ
การดูแลแผลอย่างถูกวิธี ควรเปลี่ยนผ้าปิดแผลใหม่อย่างน้อยวันละ 1-2 ครั้ง หรือเมื่อผ้าปิดแผลเปียกชื้นหรือสกปรก เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดแผลอักเสบเป็นหนองมากขึ้น และทำให้แผลหายเร็ว นอกจากนี้ควรสังเกตลักษณะของหนอง ปริมาณของหนอง และกลิ่นทุกครั้งที่เปลี่ยน เพื่อประเมินความรุนแรงของการติดเชื้อ หากแผลอักเสบติดเชื้อรุนแรง แนะนำรีบพบแพทย์ค่ะ
ดูแลสุขภาพร่างกายควบคู่ด้วยระหว่างรักษาแผล
นอกจากการทำแผล ดูแลแผล อย่างถูกวิธีแล้ว การดูแลสุขภาพร่างกายก็เป็นสิ่งสำคัญ ที่ทำให้แผลหายเร็วขึ้นค่ะ แนวทางแนะนำ เช่น พักผ่อนให้เพียงพอ และรับประทานอาหารที่มีโปรตีน วิตามินซี และสังกะสี เพื่อช่วยการสมานแผล และดื่มน้ำมาก ๆ เพื่อให้ร่างกายฟื้นตัวได้ดีขึ้น
สังเกตอาการผิดปกติและพบแพทย์เมื่อจำเป็น
หากแผลอักเสบเป็นหนองมีอาการบวมแดงลามออกกว้างขึ้น รู้สึกปวดมากขึ้น หนองมีปริมาณมากหรือมีกลิ่นแรง หรือมีไข้สูง หนาวสั่น ควรรีบไปพบแพทย์ เพราะอาจต้องได้รับยาปฏิชีวนะชนิดรับประทานหรือการระบายหนองโดยแพทย์ ก่อนที่จะลุกลามจนเกิดภาวะแทรกซ้อน

แผลอักเสบเป็นหนอง คืออะไร? สาเหตุ วิธีรักษา และกี่วันหาย สรุปครบที่นี่
แผลอักเสบเป็นหนอง ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล
แผลอักเสบเป็นหนอง รักษาวิธีไหนให้หาย
การรักษาแผลอักเสบเป็นหนองจำเป็นต้องดูแลทั้งการทำแผลและการใช้ยาตามความรุนแรงของการติดเชื้อ เพื่อหยุดการลุกลามและเร่งการสมานแผล โดยวิธีหลัก ๆ ในการรักษาแผลอักเสบเป็นหนองให้หายดี มีดังนี้
แนะนำวิธีที่ 1 การทำความสะอาดและระบายหนอง
• ล้างแผลอย่างถูกวิธี ใช้น้ำเกลือปราศจากเชื้อหรือน้ำสะอาดต้มสุกที่เย็นแล้วล้างแผลเบา ๆ เพื่อขจัดสิ่งสกปรกและคราบหนอง
• ระบายหนอง หากมีหนองปริมาณมาก ควรให้แพทย์ทำการเปิดหรือกรีดระบายหนองออก เพื่อป้องกันการกระจายของเชื้อไปสู่เนื้อเยื่อรอบข้าง
• เอาสิ่งแปลกปลอมออก เช่น เศษแก้ว เศษไม้ หรือสิ่งสกปรกที่ติดอยู่ในแผล เพื่อป้องกันการอักเสบต่อเนื่อง จนกลายเป็นแผลอักเสบเป็นหนอง
แนะนำวิธีที่ 2 การใช้ยาปฏิชีวนะ
การใช้ยาทาฆ่าเชื้อหรือยาปฏิชีวนะชนิดทาตามคำสั่งแพทย์ เช่น มูพิโรซิน (Mupirocin) เพื่อควบคุมเชื้อในบริเวณผิวแผล หรือ การใช้ยาปฏิชีวนะชนิดรับประทาน เช่น เพนิซิลลิน กลุ่มเซฟาโลสปอริน หรือกลุ่มคลินดามัยซิน (ขึ้นอยู่กับเชื้อและดุลยพินิจของแพทย์) กรณีที่แผลมีการติดเชื้อลึกหรือมีอาการรุนแรง ควรรับประทานยาตามที่แพทย์สั่งให้ครบ แม้อาการจะดีขึ้นแล้ว เพื่อป้องกันเชื้อดื้อยา
แนะนำวิธีที่ 3 การดูแลแผลอักเสบเป็นหนองอย่างต่อเนื่อง
ควรเปลี่ยนผ้าปิดแผลวันละ 1-2 ครั้ง หรือเมื่อผ้าปิดแผลเปียกหรือสกปรก รักษาความสะอาดบริเวณรอบแผลอักเสบเป็นหนองอยู่เสมอ หลีกเลี่ยงการเกา หรือกดบีบหนองเอง เพราะอาจทำให้เชื้อแพร่กระจาย
แนะนำวิธีที่ 4 การรักษาโรคประจำตัวและเสริมภูมิคุ้มกัน
ควรควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดหากเป็นโรคเบาหวาน เพราะน้ำตาลสูงทำให้เชื้อเจริญเติบโต และแผลอักเสบเป็นหนองหายช้า รวมถึงคุณหมอแนะนำรับประทานอาหารที่มีโปรตีนสูง วิตามินซี และสังกะสี เพื่อช่วยในการสมานแผล พักผ่อนให้เพียงพอเพื่อให้ภูมิคุ้มกันแข็งแรง แผลอักเสบเป็นหนองหายเร็วขึ้น
แนะนำวิธีที่ 5 การรักษาแผลอักเสบเป็นหนองในกรณีรุนแรง
หากแผลมีการติดเชื้อลุกลาม หรือมีอาการที่อาจเกิดการติดเชื้อในกระแสเลือด ควรต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล โดยคุณหมอจะทำการรักษา เช่น การให้ยาปฏิชีวนะทางหลอดเลือดดำ หรือการผ่าตัดทำความสะอาดเนื้อเยื่อที่ติดเชื้อ
ภาวะแทรกซ้อนของแผลอักเสบเป็นหนอง
หากแผลอักเสบเป็นหนองไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องหรือปล่อยทิ้งไว้นาน เชื้อโรคสามารถลุกลามและก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้ ภาวะแทรกซ้อนที่พบบ่อยมีดังนี้
การติดเชื้อแพร่กระจายเข้าสู่เนื้อเยื่อรอบข้าง
• เกิดการอักเสบของผิวหนังและเนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง
• บริเวณรอบแผลจะบวม แดง ร้อน และเจ็บปวดเพิ่มขึ้น
• หากไม่รักษา เชื้ออาจลุกลามไปยังส่วนอื่นของร่างกายได้อย่างรวดเร็ว
การติดเชื้อในกระแสเลือด
เชื้อแบคทีเรียจากแผลสามารถเข้าสู่กระแสเลือด ทำให้เกิดภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด อาการเมื่อติดเชื้อในกระแสเลือด เช่น ไข้สูง หนาวสั่น หายใจเร็ว ความดันโลหิตต่ำ เป็นภาวะฉุกเฉินที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต
กระดูกอักเสบจากการติดเชื้อ
หากการติดเชื้อแพร่ลึกลงจนไปถึงกระดูก อาจทำให้เกิดกระดูกอักเสบได้ ทำให้เกิดอาการปวดลึกเรื้อรัง แผลหายช้า และเสี่ยงต่อการเกิดการติดเชื้อซ้ำ
การเกิดฝีลึกจากแผลอักเสบเป็นหนอง
เชื้อโรคอาจทำให้เกิดโพรงหนองใต้ผิวหนังหรือในเนื้อเยื่อ ต้องได้รับการผ่าตัดหรือกรีดระบายหนองออก โดยคุณหมอจะเป็นผู้ทำการดูแลรักษา
แผลอักเสบเป็นหนองเรื้อรังและหายช้า
เมื่อเป็นแผล โดยเฉพาะในผู้ป่วยเบาหวานหรือผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ แผลอาจหายช้า เพิ่มโอกาสการเกิดแผลเป็นขนาดใหญ่หรือเป็นแผลเรื้อรังที่ยากต่อการรักษา
การเกิดแผลเป็นหรือพังผืด
เมื่อแผลอักเสบเป็นหนองหายแล้ว อาจเกิดรอยแผลเป็นหรือแผลเป็นหนา หรือพังผืดดึงรั้งผิวหนังและเนื้อเยื่อ ทำให้ผิวเสียความยืดหยุ่น
ข้อควรระวังแผลอักเสบเป็นหนอง
หากมีอาการที่แสดงถึงว่ามีการติดเชื้อรุนแรง เช่น ไข้สูง หนาวสั่น รอยแดงของแผลลุกลามเร็ว หรือรู้สึกปวดมาก ควรรีบไปพบแพทย์ทันที เพื่อรับการรักษาอย่างถูกต้องและลดความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน

แผลอักเสบเป็นหนอง คืออะไร? สาเหตุ วิธีรักษา และกี่วันหาย สรุปครบที่นี่
แผลอักเสบเป็นหนอง ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล
กลุ่มเสี่ยงเป็นแผลอักเสบเป็นหนองได้ง่าย
บางกลุ่มบุคคลมีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดแผลติดเชื้อและเกิดหนอง เนื่องจากปัจจัยด้านสุขภาพหรือสภาพแวดล้อม ดังนี้
ผู้ป่วยโรคเบาหวาน
• น้ำตาลในเลือดสูง ทำให้การทำงานของเม็ดเลือดขาวลดลง
• แผลหายช้าและติดเชื้อง่าย โดยเฉพาะบริเวณเท้า (แผลเบาหวาน)
• หากไม่ดูแล อาจเกิดแผลเรื้อรังและติดเชื้อรุนแรง
ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง
กลุ่มเสี่ยงที่มักเป็นแผลอักเสบเป็นหนองได้ง่ายค่ะ เช่นตัวอย่าาง ผู้ป่วยโรค HIV ผู้ที่ได้รับยากดภูมิคุ้มกัน เพราะร่างกายต่อสู้เชื้อโรคได้น้อย ทำให้ติดเชื้อและเกิดหนองได้ง่ายกว่าคนปกติค่ะ
ผู้สูงอายุ
คนเราเมื่ออายุมากขึ้น ระบบภูมิคุ้มกันเสื่อมลงตามวัยไปด้วย แผลสมานตัวช้ากว่าคนหนุ่มสาว ผิวหนังบาง ทำให้เกิดบาดแผลได้ง่าย
เด็กเล็ก
สำหรับเด็กเล็ก ๆ ที่มักมีผิวบอบบาง อาจเกิดบาดแผลง่าย และยังชอบเล่นซนมากๆ ค่ะทำให้การดูแลรักษาความสะอาดอาจไม่ทั่วถึง เชื้อโรคเข้าสู่แผลได้ง่ายกลายเป็นแผลอักเสบค่ะ
ผู้ที่มีโรคเรื้อรังหรือภาวะโภชนาการไม่ดี
สำหรับคนไข้ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรังบางอย่าง เช่น โรคตับ โรคไต โรคหัวใจเรื้อรัง รวมถึงภาวะขาดสารอาหารหรือโปรตีนต่ำ ทำให้แผลสมานตัวได้ไม่ดี โอกาสติดเชื้อสูงขึ้นตามไปด้วยค่ะ
ผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยง
สำหรับคนไข้ที่สูบบุหรี่หรือดื่มแอลกอฮอล์จัด การไหลเวียนเลือดและการซ่อมแซมเนื้อเยื่ออาจจะลดลงตามไปด้วยนะคะ รวมถึงบางคนไม่รักษาความสะอาดร่างกาย ไม่ดูแลแผลถูกวิธี ทำงานในที่สกปรก หรือการทำงานบางอย่างที่อาจทำให้ได้แผลบ่อย ๆ
ข้อแนะนำสำหรับกลุ่มเสี่ยงแผลอักเสบเป็นหนอง
• ดูแลสุขอนามัยส่วนบุคคลและล้างมือทุกครั้งก่อนสัมผัสแผล
• ควบคุมโรคประจำตัว เช่น รักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์
• รีบทำความสะอาดแผลทุกครั้งที่เกิดการบาดเจ็บ และพบแพทย์หากมีอาการอักเสบ
แผลอักเสบเป็นหนอง หายเองได้ไหม
แผลอักเสบเป็นหนอง บางกรณีอาจหายเองได้ หากเป็นการติดเชื้อเล็กน้อยและร่างกายมีภูมิคุ้มกันแข็งแรง แต่โดยทั่วไป แผลอักเสบเป็นหนองไม่ควรปล่อยให้หายเอง เพราะมีความเสี่ยงที่เชื้อจะลุกลามหรือเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้
กรณีที่แผลอักเสบเป็นหนองอาจหายได้เอง
• แผลมีขนาดเล็กและตื้น หนองไม่มาก
• ร่างกายแข็งแรง ไม่มีโรคประจำตัวที่กดภูมิคุ้มกัน
• ดูแลแผลถูกวิธี เช่น ล้างแผลสม่ำเสมอ ปิดแผลสะอาด
• ไม่มีอาการรุนแรง เช่น ไข้สูงหรือรอยแดงลาม
ในกรณีนี้ร่างกายอาจสามารถกำจัดเชื้อได้เองและแผลค่อย ๆ แห้งและหายภายในไม่กี่วัน
กรณีที่แผลอักเสบเป็นหนองไม่ควรปล่อยให้หายเอง
สำหรับคนไข้ที่มีแผลอักเสบเป็นหนอง แล้วหนองมีปริมาณมาก หรือมีสีเขียวคล้ำ มีกลิ่นรุนแรง มีอาการ บวม แดง ร้อน ปวดมาก หรือรอยแดงลุกลาม มีไข้ หนาวสั่น หรือรู้สึกอ่อนเพลีย แผลอยู่ในบริเวณ เช่น ใบหน้า มือ เท้า หรือใกล้ข้อ ผู้ป่วยโรคเบาหวาน ภูมิคุ้มกันต่ำ หรือใช้ยากดภูมิ ไม่ควรปล่อยให้แผลหายเอง แต่ควรไปพบคุณหมอให้ตรวจอาการ
แผลอักเสบเป็นหนอง กี่วันหาย?
คุณหมอได้กล่าวถึงระยะเวลาที่แผลอักเสบเป็นหนองจะหายขึ้น จริง ๆ แล้ว ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ขนาดและความลึกของแผล ความรุนแรงของการติดเชื้อ ภาวะสุขภาพของผู้ป่วย และการดูแลรักษา โดยทั่วไปสามารถประเมินได้ดังนี้ค่ะ
กรณีแผลเล็กและการติดเชื้อไม่รุนแรง
หากจะถามว่ากี่วันหาย สำหรับคนไข้ทั่วไปอาจจะใช้ระยะเวลาแผลหายประมาณ 5-10 วัน ถ้าหากได้รับการล้างแผลที่ถูกวิธี และรักษาความสะอาดสม่ำเสมอ ภายใน 2-3 วันแรก อาการบวมแดงจะค่อย ๆ ลดลง และหนองเริ่มน้อยลง ต้องคอยสังเกตว่าไม่มีอาการลุกลาม เช่น รอยแดงลามออกหรือปวดมากขึ้น
แผลขนาดใหญ่หรือมีหนองมาก
สำหรับคนไข้ที่แผลหายได้ในระยะเวลา 2-4 สัปดาห์ หรือมากกว่านั้น โดยเฉพาะหากจำเป็นต้องมีการกรีดระบายหนองหรือใช้ยาปฏิชีวนะ ควรรีบไปพบคุณหมอค่ะ เพื่อติดตามผลและทำแผลสม่ำเสมอนะคะ
ผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวหรือภูมิคุ้มกันต่ำ
สำหรับคนไข้ที่มีโรคประจำตัว หรือภูมิคุ้มกันน้อย ตัวอย่างเช่น โรคเบาหวาน ใช้ยากดภูมิคุ้มกัน หรือผู้สูงอายุ แผลอักเสบเป็นหนองมักหายช้ากว่าปกติ อาจใช้เวลาเป็นเดือน จำเป็นต้องควบคุมโรคประจำตัว เช่น รักษาระดับน้ำตาลในเลือด และพบคุณหมอเพื่อตรวจแผลอักเสบเป็นหนองอย่างต่อเนื่องค่ะ
ปัจจัยที่มีผลต่อระยะเวลาการหายของแผลอักเสบเป็นหนอง
• การดูแลแผลอย่างถูกต้อง ล้างแผล เปลี่ยนผ้าปิดแผล และใช้ยาตามคำแนะนำแพทย์
• สุขภาพโดยรวม โภชนาการ การพักผ่อน และการควบคุมโรคประจำตัว
• การได้รับการรักษาทันท่วงที การพบแพทย์ตั้งแต่แรกช่วยป้องกันการลุกลาม และทำให้แผลอักเสบเป็นหนองหายเร็วขึ้น
สรุปแผลอักเสบเป็นหนองที่ติดเชื้อไม่รุนแรงและได้รับการดูแลที่เหมาะสม มักหายได้ภายในประมาณ 1-2 สัปดาห์ แต่ถ้าแผลลึก หนองมาก หรือผู้ป่วยมีโรคประจำตัว ระยะเวลาการหายอาจยาวนานขึ้นถึง 2-4 สัปดาห์หรือมากกว่า ควรติดตามอาการและพบแพทย์หากแผลไม่ดีขึ้นภายในไม่กี่วันหรือมีอาการรุนแรง
แผลอักเสบเป็นหนอง ควรปิดแผลไหม
โดยทั่วไป ควรปิดแผลอักเสบเป็นหนอง เพื่อป้องกันการปนเปื้อนของเชื้อโรคจากภายนอก และช่วยให้แผลหายได้ดีขึ้น แต่ต้องปิดแผลให้ถูกวิธีและเปลี่ยนผ้าปิดแผลสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันไม่ให้ความชื้นสะสมมากเกินไป ซึ่งเป็นสภาพที่เชื้อโรคเติบโตได้ง่าย
ทำไมถึงควรปิดแผล?
รู้ไหมค่ะว่า? การปิดแผลมีข้อดีมากมาย ทั้งช่วยป้องกันสิ่งสกปรกและเชื้อโรคจากภายนอก ลดโอกาสการติดเชื้อเพิ่มขึ้นหรือลุกลาม ป้องกันการเสียดสีและการบาดเจ็บซ้ำ โดยเฉพาะบริเวณที่สัมผัสกับเสื้อผ้าหรือถูกกดทับ ป้องกันไม่ให้หนองไหลเลอะเสื้อผ้าหรือแพร่เชื้อสู่ผู้อื่น ช่วยรักษาความชื้นที่เหมาะสมกับแผล ทำให้เนื้อเยื่อใหม่สมานตัวได้ดี และแผลหายเร็วขึ้น
ปิดแผลยังไงให้ถูกวิธี ?
หลายคนคงอยากรู้ว่า เมื่อเป็นแผลแล้วต้องปิดแผลยังไงให้ถูกวิธี แนะนำว่าให้เริ่มจากล้างแผลด้วยน้ำเกลือปราศจากเชื้อ หรือ น้ำต้มสุกที่เย็นแล้ว ก่อนปิดแผล ใช้ผ้าก๊อซปลอดเชื้อ หรือ แผ่นปิดแผลที่ระบายอากาศได้ดี เปลี่ยนผ้าปิดแผล อย่างน้อยวันละ 1-2 ครั้ง หรือทุกครั้งที่ผ้าชื้นหรือเปื้อน ทายาฆ่าเชื้อหรือยาปฏิชีวนะชนิดทา (ถ้าแพทย์สั่ง) ก่อนปิดแผลทุกครั้ง
กรณีที่อาจเปิดแผลได้บ้าง
• เมื่ออยู่ในสภาพแวดล้อมที่สะอาดและไม่มีฝุ่น เช่น หลังล้างแผลใหม่ ๆ เพื่อให้แผล ระบายอากาศสั้น ๆ (ประมาณ 30 นาที - 1 ชั่วโมง)
• แต่ไม่ควรปล่อยแผลเปิดทิ้งไว้นาน โดยเฉพาะถ้าบริเวณนั้นเสี่ยงสัมผัสสิ่งสกปรก
สรุปได้ว่าแผลอักเสบเป็นหนองควรปิดแผลหลังทำความสะอาดทุกครั้ง เพื่อป้องกันเชื้อโรคและช่วยให้แผลหายเร็ว แต่ต้องเปลี่ยนผ้าปิดแผลสม่ำเสมอ และปิดด้วยวัสดุที่สะอาดและระบายอากาศได้ หากมีหนองปริมาณมากหรือแผลไม่ดีขึ้น ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการรักษาที่เหมาะสม
เมื่อไหร่ควรพบแพทย์หากมีแผลอักเสบเป็นหนอง?
แม้แผลอักเสบเป็นหนองบางครั้งจะดูเหมือนเล็กน้อย แต่หากมีอาการบางอย่างควรรีบไปพบแพทย์ เพื่อป้องกันการติดเชื้อรุนแรงหรือภาวะแทรกซ้อน ดังนี้
แผลอักเสบเป็นหนองติดเชื้อรุนแรง
สำหรับคนไข้ที่เป็นแผลแล้วมีไข้สูง หนาวสั่น อ่อนเพลีย รู้สึกปวดแผลมากขึ้นแม้จะดูแลเบื้องต้นแล้ว รอยแดง ลามออกจากขอบแผล หรือเป็นเส้นแดง หนองมีกลิ่นเหม็นรุนแรง หรือสีเขียวคล้ำ ควรไปพบคุณหมอค่ะ
แผลอักเสบเป็นหนองไม่ดีขึ้นภายใน 2-3 วัน
เมื่อเป็นแผลแล้วมีอาการบวม แดง หรือหนอง ไม่ลดลง หลังจากล้างแผลและดูแลเอง แผลอักเสบเป็นหนองมีแนวโน้มลุกลามหรือมีหนองเพิ่มขึ้น แนะนำให้คนไข้รีบไปพบแพทย์เพื่อรักษาค่ะ
แผลอักเสบเป็นหนองขนาดใหญ่หรืออยู่จุดเสี่ยง
แผลเกิดจาก อุบัติเหตุรุนแรง หรือสัตว์กัด แผลใกล้ ดวงตา มือ เท้า หรือข้อต่อ ซึ่งเสี่ยงการแพร่กระจายของเชื้อ มีสิ่งแปลกปลอมติดอยู่ในแผล เช่น เศษแก้ว เศษไม้ ที่ไม่สามารถเอาออกได้ค่ะ
ผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือภูมิคุ้มกันต่ำ
สำหรับคนไข้ที่เป็นโรคเบาหวาน หรือ คนที่มีปัญหาเรื่องการไหลเวียนเลือด ผู้ที่ใช้ ยากดภูมิคุ้มกัน หรือมีโรคที่ทำให้ภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น HIV ผู้สูงอายุหรือเด็กเล็ก
อาการบ่งชี้ภาวะแทรกซ้อนของแผลอักเสบเป็นหนอง
หากคนไข้รู้สึกสงสัยว่า? การติดเชื้อแพร่ไปสู่กระแสเลือด เช่น หายใจเร็ว ความดันต่ำ หรือมีการติดเชื้อลึก เช่น กระดูกอักเสบ มีอาการปวดลึกเรื้อรัง
สรุปว่าคนไข้ที่เป็นแผลอักเสบ ควรไปพบคุณหมอทันทีนะคะ เมื่อแผลอักเสบเป็นหนองมีอาการรุนแรง หรืออาการไม่ดีขึ้นภายใน 2-3 วัน หรืออาจเกิดในกลุ่มเสี่ยง ควรรีบเข้ามาพบคุณหมอ เพื่อให้คุณหมอประเมินและให้การรักษาค่ะ เช่น ระบายหนอง ให้ยาปฏิชีวนะ หรือดูแลแผลเฉพาะที่อย่างเหมาะสม ป้องกันการลุกลามและภาวะแทรกซ้อนที่อันตราย
วิธีป้องกันไม่ให้เป็นแผลอักเสบเป็นหนองยังไงดี?
ความจริงแล้วการไม่เป็นแผลอักเสบเป็นหนอง เป็นวิธีที่ดีสำหรับลดความเสี่ยงเกิดภาวะแทรกซ้อนและแผลเป็น ขอแนะนำแนวทางการป้องกันไม่ให้เกิดแผลอักเสบเป็นหนอง โดยควรใส่ใจตั้งแต่การดูแลผิวหนังจนถึงการดูแลสุขภาพร่างกาย ดังนี้ค่ะ
วิธีที่ 1 ดูแลความสะอาดผิวหนังและร่างกาย
คนเราควรอาบน้ำทำความสะอาดร่างกายทุกวัน โดยใช้สบู่อ่อนและน้ำสะอาด รักษาผิวให้ชุ่มชื้น ลดการแตกหรือแห้งลอกที่ทำให้เชื้อโรคเข้าสู่ผิวได้ง่าย
วิธีที่ 2 ระวังการเกิดบาดแผล
แนะนำสวมรองเท้าและถุงมือเสมอ เมื่อต้องทำงานที่เสี่ยงเกิดบาดแผล เช่น งานสวน งานก่อสร้าง ใช้อุปกรณ์ป้องกันเมื่อเล่นกีฬา หรือทำกิจกรรมที่อาจเกิดการขีดข่วน
วิธีที่ 3 การดูแลบาดแผลทันทีเมื่อเกิด
เมื่อเป็นแผล ให้ล้างแผลทันที ด้วยน้ำสะอาดหรือน้ำเกลือปราศจากเชื้อ (Normal Saline) ทำความสะอาดสิ่งสกปรกหรือเศษดิน ฝุ่น ให้หมด ทายาฆ่าเชื้อหรือยาทำแผล ปิดแผลด้วยผ้าก๊อซสะอาด หรือแผ่นปิดแผลที่ระบายอากาศได้ เปลี่ยนผ้าปิดแผลเมื่อเปียกหรือสกปรก และหมั่นสังเกตอาการบวมแดง
วิธีที่ 4.รักษาสุขภาพร่างกายและเสริมภูมิคุ้มกัน
ไม่ว่าคุณจะมีแผลหรือไม่มี ก็ควรดูแลสุขภาพเสมอ แนะนำรับประทานอาหารที่มีโปรตีน วิตามินซี สังกะสี เพื่อช่วยให้ผิวหนังและเนื้อเยื่อแข็งแรง พักผ่อนเพียงพอและออกกำลังกายสม่ำเสมอ ควบคุมโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ให้น้ำตาลในเลือดอยู่ในเกณฑ์ปกติ เพื่อลดโอกาสการติดเชื้อ
วิธีที่ 5.หลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงให้เกิดแผล
หลายคนมีพฤติกรรมเสี่ยงให้เกิดแผล หรือ เป็นแผลแล้วไม่หายง่าย ๆ เช่น สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ ควรหลีกเลี่ยงทำบ่อย ๆ เพราะทำให้การไหลเวียนเลือดและการสมานแผลลดลง รวมถึงหลีกเลี่ยงการเกา บีบ หรือแกะสะเก็ดแผล ซึ่งอาจเปิดทางให้เชื้อโรคเข้าสู่ผิว
วิธีที่ 6.สังเกตอาการผิดปกติของแผล
ถ้าแผลเริ่มบวม แดง ปวด หรือมีน้ำเหลือง ควรรีบทำความสะอาดและติดตามอาการ หรือเป็นหนองไม่ดีขึ้นใน 1-2 วัน มีหนองมากขึ้น ควรพบคุณหมอทันที เพื่อช่วยรักษาได้ทันก่อนเกิดภาวะแทรกซ้อน

แผลอักเสบเป็นหนอง คืออะไร? สาเหตุ วิธีรักษา และกี่วันหาย สรุปครบที่นี่
แผลอักเสบเป็นหนอง ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล
รอยแผลเป็นที่เกิดจากแผลอักเสบเป็นหนอง?
เมื่อแผลอักเสบเป็นหนองหายแล้ว บางคนอาจเกิดรอยแผลเป็นได้ค่ะ ซึ่งลักษณะของรอยแผลเป็นขึ้นอยู่กับความรุนแรงของการติดเชื้อ วิธีดูแลแผล และสภาพผิวของแต่ละคน
ลักษณะของรอยแผลเป็นที่พบบ่อย
ประเภทที่ 1 รอยแผลเป็นนูน (Hypertrophic Scar)
เป็นรอยนูนแดง เกิดจากการสร้างคอลลาเจนมากเกินไปในช่วงการสมานแผล ส่วนใหญ่จะอยู่ในบริเวณที่เป็นแผล
ประเภทที่ 2 แผลเป็นคีลอยด์ (Keloid)
เป็นแผลเป็นที่คล้ายรอยนูนแต่ลุกลามเกินขอบแผลเดิม อาจมีอาการคัน เจ็บ หรือรู้สึกตึงผิวหนัง คนที่คนในครอบครัวมีประวัติเป็นคีลอยด์ มักจะเสี่ยงด้วยค่ะ
ประเภทที่ 3 รอยแผลเป็นแบบหลุม (Atrophic Scar)
เป็นรอยแผลเป็นเกิดจากเนื้อเยื่อใต้ผิวถูกทำลาย จนเกิดรอยบุ๋ม คล้ายรอยหลุมสิว โดยเฉพาะคนที่เป็นอักเสบมีหนองลึก
ประเภทที่ 4 รอยแผลเป็นราบ (Flat Scar)
เป็นรอยแผลเป็นที่มีลักษณะเรียบสีคล้ำหรือจางกว่าผิวปกติ พบได้บ่อยในคนที่แผลหายดี แต่ว่าผิวมีการเปลี่ยนสี
ปัจจัยที่มีผลต่อการเกิดรอยแผลเป็น
• ขนาดและความลึกของแผล แผลใหญ่หรือลึกยิ่งเสี่ยงเกิดรอยมาก
• การติดเชื้อรุนแรง การอักเสบมากทำลายเนื้อเยื่อและเพิ่มการสร้างคอลลาเจนผิดปกติ
• การดูแลแผลไม่ถูกวิธี เกาหรือแกะสะเก็ดแผลบ่อย ๆ
• พันธุกรรมและสีผิว คนผิวเข้มมีแนวโน้มเกิดคีลอยด์มากกว่าคนผิวขาว
การป้องกันและลดรอยแผลเป็นทำอย่างไรดี ?
วิธีป้องกันไม่ให้เกิดรอยแผลเป็นง่าย ๆ เริ่มจากดูแลแผลอย่างถูกต้องตั้งแต่แรก ล้างแผล ปิดแผล และสังเกตอาการติดเชื้อ หลีกเลี่ยงการแกะสะเก็ดแผล เพราะจะทำให้รอยลึกขึ้น ใช้เจลซิลิโคนหรือแผ่นซิลิโคน ช่วยลดการเกิดรอยนูน (ควรใช้หลังแผลปิดสนิท) ทาครีมหรือโลชั่นที่มีส่วนผสมของวิตามินอี สารสกัดหัวหอม หรือ คอลลาเจน ช่วยปรับสภาพผิว และทาครีมกันแดด SPF 30 ขึ้นไป เพื่อลดรอยคล้ำ
จะเห็นได้ว่า จริง ๆ แล้ว รอยแผลเป็นจากแผลอักเสบเป็นหนองอาจมีได้หลายลักษณะ ตั้งแต่แผลเป็นราบ แผลเป็นนูน แผลเป็นคีลอยด์ หรือแผลเป็นหลุม ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของการติดเชื้อและการดูแลแผลตั้งแต่แรก
การป้องกันไม่ให้เกิดรอยแผลเป็น แนะนำว่าควรเน้นการดูแลแผลอย่างถูกวิธี ไม่ให้เกิดแผลอักเสบเป็นหนอง จะช่วยลดโอกาสเกิดรอยแผลเป็นได้ แต่ถ้าเกิดรอยแผลเป็นที่เห็นได้ชัด สามารถปรึกษาคุณหมอ เพื่อเลือกวิธีลดรอยแผลเป็นที่เหมาะสม
รอยแผลเป็นจากแผลอักเสบเป็นหนองรักษายังไงดี ?
ตามหลักจริง ๆ แล้ว รอยแผลเป็นจากแผลอักเสบเป็นหนองอาจมีหลายลักษณะ เช่น รอยนูน คีลอยด์ รอยหลุม หรือรอยราบสีคล้ำ การเลือกวิธีรักษาจึงขึ้นอยู่กับประเภทและความรุนแรงของรอยแผลเป็น รวมถึงสภาพผิวของแต่ละคน โดยแนวทางที่คุณหมอแนะนำมีดังนี้นะคะ
การดูแลเบื้องต้นด้วยตัวเอง
เหมาะสำหรับรอยแผลเป็นใหม่หรือรอยแผลเป็นไม่รุนแรง
• ใช้เจลหรือแผ่นซิลิโคน (Silicone gel/sheet) ช่วยลดการเกิดรอยนูน ปรับให้รอยเรียบและจางลง ควรใช้เมื่อแผลปิดสนิทแล้ว
• ครีมหรือเจลลดรอยแผลเป็น ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารสกัดหัวหอม (Onion extract), วิตามินอี, เซนเทลล่าเอเชียติกา (Centella Asiatica) หรือ Allantoin ช่วยให้รอยดูจางลงและผิวเรียบขึ้น
• ครีมกันแดด SPF 30 ขึ้นไป ป้องกันรอยแผลเป็นคล้ำหรือสีไม่สม่ำเสมอเมื่อสัมผัสแสงแดด
การรักษาแผลเป็นด้วยวิธีทางการแพทย์
เหมาะสำหรับรอยแผลเป็นที่เห็นเด่นชัด เป็นปัญหาผิวรุนแรงที่ไม่สามารถรักษาได้ด้วยตัวเอง
แนะนำวิธีลดรอยแผลเป็นนูนหรือคีลอยด์
การฉีดสเตียรอยด์ ลดการสร้างคอลลาเจน ทำให้รอยนูนยุบลงและลดอาการคันหรือเจ็บ หรือ การทำเลเซอร์ลบรอยแผลเป็น เช่น Pulsed dye laser หรือ Fractional CO₂ laser ช่วยให้รอยแผลเป็นเรียบขึ้นและปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ
แนะนำวิธีลดรอยแผลเป็นหลุม
มีหลากวิธีที่ช่วยลดรอยแผลเป็นหลุม เช่น Microneedling หรือ Dermaroller กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ช่วยให้ผิวเรียบขึ้น Subcision การตัดผังผืดหลุมสิว ใช้เข็มแยกพังผืดใต้รอยหลุมเพื่อให้ผิวเรียบขึ้น Fractional CO₂ laser หรือ RF Microneedling ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนและปรับพื้นผิวผิวหนัง
แนะนำวิธีลดรอยแผลเป็นราบหรือรอยคล้ำ
สำหรับคนไข้ที่มีรอยแผลเป็นราบหรือมีรอยคล้ำ แนะนำครีมทาลดรอยดำ เช่น วิตามินซี, Niacinamide หรือ การทำเลเซอร์ปรับสีผิว (Q-Switched laser หรือ IPL) เพื่อลดรอยคล้ำให้จางเร็วขึ้น
การศัลยกรรมตกแต่งรอยแผลเป็น
สำหรับคนไข้ที่มีรอยแผลเป็นขนาดใหญ่หรือรอยคีลอยด์ที่รักษาด้วยวิธีอื่นไม่ได้ผล อาจใช้การผ่าตัดเลาะรอยแผลเป็นร่วมกับการฉีดสเตียรอยด์ หรือการฉายรังสีป้องกันการกลับเป็นซ้ำค่ะ
การดูแลเสริมเพื่อป้องกันรอยแผลเป็นใหม่
สำหรับคนไข้ที่มีรอยแผลเป็น หรือรักษาให้ดูจางลง ไม่ควรเพิ่มรอยแผลเป็นใหม่ แนะนำว่าควรหลีกเลี่ยงการเกา แกะ หรือบีบสะเก็ดแผล รักษาความชุ่มชื้นของผิวด้วยมอยส์เจอไรเซอร์ ควบคุมโรคประจำตัวไม่ให้กำเริบหนัก เช่น เบาหวาน เพื่อให้แผลสมานตัวปกติ
ตามที่ได้แนะนำวิธีลดรอยแผลเป็น การรักษารอยแผลเป็นจากแผลอักเสบเป็นหนองมีหลายวิธี ตั้งแต่ใช้ครีมลดรอยแผลเป็น ไปจนถึงหัตถการทางการแพทย์ เช่น เลเซอร์ ฉีดสเตียรอยด์ หรือไมโครนีดลิ่ง ถ้าจะให้แนะนำเพื่อเห็นผลชัดเจน ควรเลือกวิธีตามประเภทของรอยแผลเป็นและปรึกษาคุณหมอค่ะ เพื่อประเมินและวางแผนการรักษาที่เหมาะสมสำหรับแต่ละบุคคล
แผลอักเสบเป็นหนอง ห้ามกินอะไร ไม่ให้เกิดแผลเป็น?
แม้จะไม่มีอาหารชนิดใดที่ทำให้เกิดรอยแผลเป็นโดยตรง แต่มีอาหารบางประเภทที่อาจกระตุ้นการอักเสบ หรือ รบกวนการสมานแผล ทำให้แผลอักเสบเป็นหนองหายช้าและเพิ่มโอกาสทิ้งรอยแผลเป็นได้ ควรระวังดังนี้
อาหารที่มีน้ำตาลสูงและของหวาน
ขนมหวาน น้ำอัดลม เครื่องดื่มที่มีน้ำตาล เพราะน้ำตาลสูงทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งขึ้น ซึ่งรบกวนการทำงานของเม็ดเลือดขาวและการสร้างคอลลาเจน ส่งผลให้แผลอักเสบเป็นหนองหายช้าลงและเพิ่มโอกาสเกิดรอยแผลเป็น
ของทอด อาหารฟาสต์ฟู้ด
ไม่ควรกินอาหารที่เป็นพวกของทอด อาหารฟาสต์ฟู้ด ไขมันทรานส์และไขมันอิ่มตัวสูง เพราะเพิ่มการอักเสบในร่างกาย ทำให้แผลหายช้าขึ้นได้ค่ะ
อาหารแปรรูปและอาหารสำเร็จรูป
ไม่ควรกินอาหารแปรรูป หรือ อาหารสำเร็จรูป เช่น ไส้กรอก เบคอน แฮม บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เพราะมีโซเดียมและสารปรุงแต่งสูง ทำให้ร่างกายเกิดการอักเสบ แผลหายช้ามากขึ้นค่ะ
เครื่องดื่มแอลกอฮอล์
ไม่ควรดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ขณะมีแผลค่ะ เพราะจะลดการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้การไหลเวียนเลือดไม่ดี เพิ่มความเสี่ยงให้แผลติดเชื้อและเกิดรอยแผลเป็น
การสูบบุหรี่ (แม้ไม่ใช่อาหารแต่ควรระวัง)
นิโคตินลดการไหลเวียนเลือดที่ผิวหนัง ชะลอการสมานแผลและเพิ่มความเสี่ยงการเกิดรอยแผลเป็นหนา
อาหารที่กระตุ้นการอักเสบของแผล
คุณหมอไม่แนะนำให้กินอาหารรสจัด เผ็ดจัด หรืออาหารที่ตัวเองแพ้ เช่น อาหารทะเล เพราะแม้ไม่ได้ทำให้เกิดรอยแผลเป็นโดยตรง แต่ทำให้แผลหายช้ากว่าปกติ เพิ่มความเสี่ยงให้เกิดแผลเป็นมากขึ้นได้ค่ะ
เคล็ดลับให้แผลอักเสบเป็นหนองหายเร็ว
• เลือกกินอาหารที่มี โปรตีนสูง (เช่น ปลา ไก่ ไข่ เต้าหู้) เพื่อสร้างคอลลาเจนและเนื้อเยื่อใหม่
• เพิ่ม ผักผลไม้สด วิตามินซี และสังกะสี ช่วยสมานแผลและลดรอยแผลเป็น เช่น ส้ม ฝรั่ง บรอกโคลี
• ดื่มน้ำสะอาดเพียงพอเพื่อให้ผิวชุ่มชื้นและฟื้นตัวเร็วขึ้น
สรุปเกี่ยวกับแผลอักเสบเป็นหนอง
สรุปได้ว่า แผลอักเสบเป็นหนองอาจเริ่มจากบาดแผลเล็กน้อย แต่หากละเลยการดูแลรักษาที่ถูกต้อง อาจนำไปสู่การติดเชื้อรุนแรงและเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ การรักษาแผลที่ถูกต้องตั้งแต่เริ่มแรก เช่น การล้างแผลอย่างเหมาะสม การใช้ยาปฏิชีวนะตามคำแนะนำแพทย์ และการรักษาสุขอนามัย จะช่วยให้แผลหายได้เร็วและลดการทิ้งรอยแผลเป็น
นอกจากนี้การป้องกันโดยการดูแลร่างกายให้แข็งแรง รักษาโรคประจำตัว และหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยง ถือเป็นหัวใจสำคัญในการลดโอกาสเกิดแผลอักเสบเป็นหนองได้
* เงื่อนไขตามบริษัทฯ กำหนด
แนะนำให้สอบถามกับเจ้าหน้าที่ก่อนเข้ารับบริการ
เพื่อความชัวร์และได้สิทธิ์ที่คุ้มที่สุดค่ะ