romrawin

แผลอักเสบเป็นหนอง คืออะไร? สาเหตุ วิธีรักษา และกี่วันหาย สรุปครบที่นี่

เขียนโดย: ทีมผู้เชี่ยวชาญ ROMRAWIN CLINIC

แผลอักเสบเป็นหนอง

43067
สารบัญเนื้อหา แผลอักเสบเป็นหนอง 

แผลอักเสบเป็นหนอง คืออะไร รักษาอย่างไร ใม่ให้เกิดแผลเป็น

แผลสามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศทุกวัย หากได้รับบาดเจ็บหรือผ่านการผ่าตัด แต่ไม่ว่าจะเป็นแผลเล็กหรือแผลใหญ่ หากไม่ดูแลรักษาแผลอย่างเหมาะสม ก็สามารถทำให้เกิดแผลอักเสบเป็นหนองได้ เพราะแผลที่ไม่ดูแลให้ดี เชื้อแบคทีเรียจะเจริญเติบโต ส่งผลให้แผลติดเชื้อและเกิดหนองตามมา ทำให้แผลบวมแดง รู้สึกเจ็บปวด และอาจร้ายแรงจนลุกลามเป็นแผลลึกหรือติดเชื้อในกระแสเลือดได้ค่ะ

ดังนั้นการรู้เกี่ยวกับแผลอักเสบเป็นหนอง เช่น ลักษณะของแผล สาเหตุที่ทำให้เกิดแผล อาการที่ควรสังเกต รวมถึงวิธีดูแลรักษาแผลอักเสบเป็นหนอง และวิธีป้องกันไม่ให้เกิดแผลอักเสบเป็นหนอง เพื่อช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น ลดความเสี่ยงติดเชื้อรุนแรง เกิดภาวะแทรกซ้อน รวมถึงช่วยลดการเกิดรอยแผลเป็น

แผลอักเสบเป็นหนอง
แผลอักเสบเป็นหนอง คืออะไร? สาเหตุ วิธีรักษา และกี่วันหาย สรุปครบที่นี่
แผลอักเสบเป็นหนอง ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล

แผลอักเสบเป็นหนอง คืออะไร?

แผลอักเสบเป็นหนอง คือแผลที่เกิดการติดเชื้อจนมีการสะสมของเชื้อแบคทีเรียและเม็ดเลือดขาว ทำให้ร่างกายเกิดปฏิกิริยาต่อสู้กับเชื้อโรค ผลที่ตามมาคือมีของเหลวสีเหลืองข้นหรือสีเขียวที่เรียกว่า หนอง เกิดขึ้นในบริเวณแผล หนองประกอบด้วยเซลล์เม็ดเลือดขาวที่ตายแล้ว เชื้อแบคทีเรีย และเศษเนื้อเยื่อที่ถูกทำลาย

แผลอักเสบเป็นหนอง สังเกตลักษณะได้ดังนี้
มีอาการบวม แดง ร้อน และรู้สึกเจ็บปวด รอบ ๆ บริเวณแผล มีหนองไหลออกมา หนองอาจมีสีเหลือง เขียว หรือขาวข้น และมีกลิ่นไม่พึงประสงค์ หรืออาจมีอาการไข้ หนาวสั่น ร่วมด้วยถ้าเชื้อเริ่มลุกลามค่ะ

โดยทั่วไป แผลอักเสบเป็นหนองมีสาเหตุหลักมาจากการติดเชื้อแบคทีเรีย รวมถึงดูแลแผลไม่ถูกวิธี หรือมีโรคประจำตัว ที่ทำให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันต่ำ เช่น เบาหวาน ถ้าไม่ได้รักษา แผลอักเสบเป็นหนองอาจลุกลามและเสี่ยงเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น ติดเชื้อในกระแสเลือด หรือ ติดเชื้อลึกลงไปถึงกระดูกได้ จึงควรรีบพบคุณหมอค่ะ

แผลอักเสบเป็นหนอง
แผลอักเสบเป็นหนอง คืออะไร? สาเหตุ วิธีรักษา และกี่วันหาย สรุปครบที่นี่
แผลอักเสบเป็นหนอง ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล

แผลอักเสบเป็นหนองเกิดจากอะไร?

สำหรับสาเหตุอาการของแผลอักเสบเป็นหนองนั้น โดยปกติแล้วอาจเกิดจากการที่แผลถูกเชื้อโรค โดยเฉพาะเชื้อแบคทีเรียจนทำให้เกิดอาการติดเชื้อ และร่างกายได้ต่อสู้กับเชื้อโรคดังกล่าว เกิดการอักเสบจนเกิดหนองในที่สุด สาเหตุสำคัญที่มักพบได้บ่อยมีดังนี้ค่ะ

สาเหตุที่ 1 แผลอักเสบเป็นหนองเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียใช่หรือไม่?

ปกติแล้ว เรามักพบว่า แผลที่ติดเชื้ออาจจะทำให้เกิดหนองได้ เชื้อแบคทีเรียที่ทำให้แผลอักเสบเป็นหนองมีดังนี้ค่ะ สแตฟฟิโลคอคคัส ออเรียส และ สเตรปโตคอคคัส ไพโอจีนส์ เชื้อเหล่านี้สามารถเข้าสู่ร่างกายผ่านทางบาดแผล รอยถลอก หรือแผลผ่าตัด เมื่อแบคทีเรียได้เข้าไปเจริญเติบโตภายในร่างกายของเรา จะทำให้เกิดอาการแผลอักเสบเป็นหนองนั่นเองค๊าาา

สาเหตุที่ 2 แผลอักเสบเป็นหนองเกิดจากการดูแลแผลไม่ถูกวิธี

เมื่อไม่ล้างทำความสะอาดแผลให้สะอาด ปล่อยให้แผลเปียกชื้น แผลสกปรก ไม่ปิดแผล หรือปิดแผลแน่นเกินไป เชื้อโรคและแบคทีเรียจะเจริญเติบโตได้ง่ายขึ้น ทำให้เกิดแผลอักเสบเป็นหนองได้ค่ะ

สาเหตุที่ 3 แผลอักเสบเป็นหนองเกิดจากภาวะสุขภาพของร่างกายใช่หรือไม่?

โรคบางชนิด หรือ ปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพของคนเรา เช่น คนไข้มีโรคเบาหวาน คนไข้มีโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือ การที่คนไข้ใช้ยากดภูมิคุ้มกัน จะทำให้ภูมิคุ้มกันของร่างกายลดลงได้ค่ะ เมื่อภูมิคุ้มกันต่ำแล้ว ร่างกายจะสู้เชื้อโรคและแบคทีเรียได้ไม่เต็มที่ หรือพูดง่ายๆ คือ หน่วยต่อต้านเชื้อโรคอ่อนแอ ไม่สามารถปกป้องร่างกายได้นั้นเองค่ะ จนทำให้แผลติดเชื้อและเกิดหนองได้ง่ายขึ้น ทำให้เกิดแผลอักเสบเป็นหนองได้ค่ะ

สาเหตุที่ 4 แผลอักเสบเป็นหนองเกิดจากการบาดเจ็บหรือการผ่าตัดใช่หรือไม่?

สำหรับคนไข้ที่เป็นแผลจากอุบัติเหตุหรือเข้ารับการผ่าตัด ถ้าคนไข้ไม่ดูแลรักษาแผลอย่างเหมาะสม เชื้อโรคและแบคทีเรียเจ้าวายร้าย ก็จะเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายมากๆ เลยค่ะ ทำให้เกิดแผลอักเสบเป็นหนองได้นะคะ

สาเหตุที่ 5 แผลอักเสบเป็นหนองเกิดจากสิ่งแปลกปลอมค้างในแผลใช่หรือไม่?

เมื่อคนไข้ไม่ทำความสะอาดแผลให้ดี หรือปล่อยปละละเลย ทั้งยังมีสิ่งแปลกปลอมหรือสิ่งสกปรกอยู่ในแผล ตัวอย่างเช่น เศษไม้ เศษแก้ว หรือเศษดิน จะทำให้เกิดแผลอักเสบเป็นหนองได้นะคะ ดังนั้น เราทุกๆ คน จึงควรล้างทำความสะอาดแผลให้ดีก่อนปิดแผลค่ะ

แผลอักเสบเป็นหนอง อาการอะไรบ้างที่ควรสังเกต?

เมื่อแผลที่เริ่มติดเชื้อและมีหนองควรสังเกตอาการ เพราะหากปล่อยไว้โดยไม่รักษา อาจลุกลามเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ อาการแผลอักเสบเป็นหนองที่ควรสังเกต มีดังนี้ค่ะ

1.การเปลี่ยนแปลงของแผล
• บวม แดง ร้อน รอบขอบแผลมากกว่าปกติ
• เจ็บปวดเพิ่มขึ้น หรือปวดตุบ ๆ โดยเฉพาะเมื่อสัมผัส
• มีหนองไหลออกมา ซึ่งอาจมีสีเหลือง ขาว หรือเขียว และมักมีกลิ่นไม่พึงประสงค์

อาการเมื่อแผลเริ่มติดเชื้อ
อาการที่บอกว่าแผลเริ่มติดเชื้อ เช่น มีไข้ หนาวสั่น หรือรู้สึกอ่อนเพลีย รวมถึงอาจมีต่อมน้ำเหลืองเริ่มบวมโต เช่น บริเวณรักแร้ ขาหนีบ ถ้าเป็นแผลอยู่ใกล้บริเวณนั้นค่ะ

อาการเมื่อแผลเริ่มติดเชื้อรุนแรง
แม้ดูแลรักษาแผลเบื้องต้นแล้ว แต่แผลมีหนองเพิ่มขึ้นเร็ว หรือ แผลมีสีคล้ำและกลิ่นผิดปกติ รอยแดงลามออกจากขอบแผล ปวดแผลมากขึ้น ถ้ามีลักษณะอาการที่ว่ามาควรรีบพบคุณหมอเพื่อรักษาค่ะ

ข้อควรระวังของแผลอักเสบเป็นหนอง
ถ้ามีอาการ เช่น ไข้สูง หนองมีกลิ่นแรง หรือรอยแดงลาม ควรรีบไปพบคุณหมอทันที เพราะอาจเป็นสัญญาณของแผลติดเชื้อที่ลุกลาม เช่น ติดเชื้อในกระแสเลือด ติดเชื้อถึงกระดูก ต้องได้รับการรักษาโดยด่วนค่ะ

แผลอักเสบเป็นหนอง
แผลอักเสบเป็นหนอง คืออะไร? สาเหตุ วิธีรักษา และกี่วันหาย สรุปครบที่นี่
แผลอักเสบเป็นหนอง ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล

วิธีดูแลทำความสะอาดแผลอักเสบเป็นหนอง? มีวิธีไหนบ้าง?

การดูแลแผลอักเสบเป็นหนองอย่างถูกนั้นวิธีมีความสำคัญมาก หากคนไข้ไม่ดูแล? แล้วใครจะมาดูแลให้เราได้ค่ะ? เพราะการดูแลความสะอาด ช่วยลดการลุกลามของเชื้อโรค ลดการเกิดภาวะแทรกซ้อน และยังช่วยให้แผลหายเร็วขึ้นได้อีกด้วยค่ะ โดยสามารถปฏิบัติได้ดังนี้

ล้างมือให้สะอาดก่อนสัมผัสแผลอักเสบเป็นหนอง
นี้คือสิ่งสำคัญอันดับแรกเลยนะคะ การล้างทำความสะอาดมือก่อนสัมผัสถูกบริเวณแผล และการล้างแผลให้ถูกวิธี ควรใช้น้ำเกลือปราศจากเชื้อ หรือใช้น้ำสะอาดต้มสุกที่ทิ้งจนความร้อนหายไปแล้ว กลายเป็นน้ำเย็น แล้วล้างบริเวณแผลอย่างเบามือ คนไข้ไม่ควรใช้น้ำยาฆ่าเชื้อที่เข้มข้นมากจนเกินไปนะคะ เช่น แอลกอฮอล์ 70% เพราะอาจทำลายเนื้อเยื่อบริเวณแผล และส่งผลทำให้แผลหายช้าได้ค่ะ หากพบเศษหนองหรือคราบเลือดติดบริเวณแผล ให้คนไข้ค่อย ๆ เช็ดออกด้วยผ้าก๊อซสะอาดค่ะ

การล้างทำความสะอาดแผลให้ถูกวิธี
ควรใช้น้ำเกลือปราศจากเชื้อหรือน้ำสะอาดต้มสุกที่เย็นแล้วล้างบริเวณแผลอย่างเบามือไม่ควรใช้น้ำยาฆ่าเชื้อที่เข้มข้นเกินไป เช่น แอลกอฮอล์ 70%เพราะอาจทำลายเนื้อเยื่อและทำให้แผลหายช้า หากมีเศษหนองหรือคราบเลือดติดบริเวณแผลให้ค่อย ๆ เช็ดออกด้วยผ้าก๊อซสะอาดค่ะ

ทำแผลและปิดแผลอย่างถูกวิธี
สำหรับขั้นตอนทำแผลและปิดแผลนะคะ ให้ใช้ผ้าก๊อซสะอาดซับแผลให้แห้ง ทายาฆ่าเชื้อที่บริเวณแผลอย่างเบามือ หรือใช้ยาปฏิชีวนะชนิดทาตามคำแนะนำของแพทย์ แล้วปิดด้วยผ้าก๊อซสะอาด เพื่อป้องกันสิ่งสกปรกและเชื้อโรคเข้าสู่แผลค่ะ

เปลี่ยนผ้าปิดแผลใหม่อย่างสม่ำเสมอ
ส่วนการดูแลแผลให้ถูกวิธี ควรเปลี่ยนผ้าปิดแผลใหม่อย่างน้อยวันละ 1-2 ครั้ง หรือ เมื่อผ้าปิดแผลเปียกชื้นหรือสกปรก เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดแผลอักเสบเป็นหนองมากขึ้น และทำให้แผลหายเร็ว และแนะนำให้สังเกตลักษณะหนอง ปริมาณหนอง และกลิ่นทุกครั้งที่เปลี่ยนผ้าปิดแผล ถ้าแผลอักเสบติดเชื้อรุนแรง แนะนำรีบพบคุณหมอค่ะ

ดูแลสุขภาพร่างกายระหว่างรักษาแผล
การดูแลสุขภาพร่างกายก็เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้การทำแผลถูกวิธีค่ะ เพราะจะทำให้แผลหายเร็วขึ้น แนะนำแนวทาง เช่น พักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารที่มีโปรตีน วิตามินซี และสังกะสี เพื่อช่วยสมานแผล และดื่มน้ำมาก ๆ เพื่อให้ร่างกายฟื้นตัวได้ดีขึ้นค่ะ

สังเกตอาการผิดปกติและพบคุณหมอ
ถ้าแผลบวมแดงมากขึ้น รู้สึกปวดมากขึ้น หนองมีปริมาณมากหรือมีกลิ่นแรง รวมถึงมีไข้สูง หนาวสั่น ควรรีบพบคุณหมอเพื่อทำการรักษา ก่อนที่แผลติดเชื้อจะลุกลามจนเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ค่ะ

แผลอักเสบเป็นหนอง
แผลอักเสบเป็นหนอง คืออะไร? สาเหตุ วิธีรักษา และกี่วันหาย สรุปครบที่นี่
แผลอักเสบเป็นหนอง ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล

แผลอักเสบเป็นหนอง รักษาวิธีไหนให้หาย

การรักษาแผลอักเสบเป็นหนองจำเป็นต้องดูแลทั้งการทำแผลและการใช้ยาตามความรุนแรงของการติดเชื้อ เพื่อหยุดการลุกลามและเร่งการสมานแผล โดยวิธีหลัก ๆ ในการรักษาแผลอักเสบเป็นหนองให้หายดี มีดังนี้

แนะนำวิธีที่ 1 การทำความสะอาดและระบายหนอง
• ล้างแผลอย่างถูกวิธี ใช้น้ำเกลือปราศจากเชื้อหรือน้ำสะอาดต้มสุกที่เย็นแล้วล้างแผลเบา ๆ เพื่อขจัดสิ่งสกปรกและคราบหนอง
• ระบายหนอง หากมีหนองปริมาณมาก ควรให้แพทย์ทำการเปิดหรือกรีดระบายหนองออก เพื่อป้องกันการกระจายของเชื้อไปสู่เนื้อเยื่อรอบข้าง
• เอาสิ่งแปลกปลอมออก เช่น เศษแก้ว เศษไม้ หรือสิ่งสกปรกที่ติดอยู่ในแผล เพื่อป้องกันการอักเสบต่อเนื่อง จนกลายเป็นแผลอักเสบเป็นหนอง

แนะนำวิธีที่ 2 การทายาหรือกินยารักษาแผล
เมื่อเป็นแผลอักเสบเป็นหนอง แนะนำไปพบคุณหมอ เพื่อให้สั่งยาทารักษาแผล กรณีที่แผลติดเชื้อรุนแรงและสั่งยากิน ควรกินยาให้ครบตามที่คุณหมอสั่ง แม้อาการจะดีขึ้นแล้ว เพื่อป้องกันเชื้อดื้อยาค่ะ

แนะนำวิธีที่ 3 การดูแลแผลอย่างต่อเนื่อง
แนะนำว่าควรเปลี่ยนผ้าปิดแผลวันละ 1-2 ครั้ง หรือเมื่อผ้าปิดแผลเปียก ดูแลความสะอาดบริเวณรอบแผลอยู่เสมอ รวมถึงหลีกเลี่ยงการเกา หรือกดบีบหนองเอง เพราะอาจทำให้เชื้อแพร่กระจายได้ค่ะ

แนะนำวิธีที่ 4 การป้องกันแผลลุกลามจากโรค
กรณีที่ผู้ป่วยมีอาการโรคเบาหวานร่วมด้วย คุณหมอได้แนะนำว่า คนไข้ควรควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด เพราะน้ำตาลสูงอาจสามารถทำให้เชื้อเจริญเติบโตได้ค่ะ และในแผลอักเสบเป็นหนองอาจจะทำให้แผลหายช้า โดยทั่วไปคุณหมอจะแนะนำให้คนไข้รับประทานอาหารจำพวกที่มีโปรตีนสูง วิตามินซี และสังกะสี เพื่อที่จะให้แผลหายเร็วได้ขึ้นค่ะ

แนะนำวิธีที่ 5 การรักษาแผลอักเสบเป็นหนองในกรณีรุนแรง
สำหรับใครที่พบว่า บาดแผลมีความรุนแรงมาก โดยเฉพาะแผลมีการติดเชื้อลุกลาม หรือมีอาการที่อาจเกิดการติดเชื้อในกระแสเลือด คนไข้ควรต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลโดยเร่งด่วนเลยนะคะ คุณหมอท่านจะทำการรักษาได้ทันท่วงที และอาจจะมีให้ยาปฏิชีวนะทางหลอดเลือดดำ หรือมีการผ่าตัดทำความสะอาดเนื้อเยื่อที่ติดเชื้อบริเวณดังกล่าว

ภาวะแทรกซ้อนของแผลอักเสบเป็นหนอง

หากแผลอักเสบเป็นหนองไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องหรือปล่อยทิ้งไว้นาน เชื้อโรคสามารถลุกลามและก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้ ภาวะแทรกซ้อนที่พบบ่อยมีดังนี้

การติดเชื้อแพร่กระจายเข้าสู่เนื้อเยื่อรอบข้าง
• เกิดการอักเสบของผิวหนังและเนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง
• บริเวณรอบแผลจะบวม แดง ร้อน และเจ็บปวดเพิ่มขึ้น
• หากไม่รักษา เชื้ออาจลุกลามไปยังส่วนอื่นของร่างกายได้อย่างรวดเร็ว

การติดเชื้อในกระแสเลือด
เชื้อแบคทีเรียจากแผลสามารถเข้าสู่กระแสเลือด ทำให้เกิดภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด อาการเมื่อติดเชื้อในกระแสเลือด เช่น ไข้สูง หนาวสั่น หายใจเร็ว ความดันโลหิตต่ำ เป็นภาวะฉุกเฉินที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต

กระดูกอักเสบจากการติดเชื้อ
หากการติดเชื้อแพร่ลึกลงจนไปถึงกระดูก อาจทำให้เกิดกระดูกอักเสบได้ ทำให้เกิดอาการปวดลึกเรื้อรัง แผลหายช้า และเสี่ยงต่อการเกิดการติดเชื้อซ้ำ

การเกิดฝีลึกจากแผลอักเสบเป็นหนอง
เชื้อโรคอาจทำให้เกิดโพรงหนองใต้ผิวหนังหรือในเนื้อเยื่อ ต้องได้รับการผ่าตัดหรือกรีดระบายหนองออก โดยคุณหมอจะเป็นผู้ทำการดูแลรักษา

แผลอักเสบเป็นหนองหายช้า
เมื่อเป็นแผล โดยเฉพาะในผู้ป่วยเบาหวานหรือผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ แผลอาจหายช้ากว่าคนปกติ ทำให้แผลเรื้อรังที่รักษาได้ยากค่ะ

แผลเป็นหรือพังผืดหลังแผลอักเสบหายแล้ว
สำหรับคนไข้ที่พบว่าบริเวณแผลอักเสบเป็นหนองหายดีแล้ว คนไข้บางกรณีอาจตรวจพบการเกิดร่องรอยแผลเป็น หรือพังผืดตามมาด้วยนะคะ จนทำให้บริเวณผิวเสียความยืดหยุ่นไปได้ค่ะ

อาการที่ควรระวังแผลอักเสบเป็นหนอง
ถ้าคนไข้พบอาการจากแผลติดเชื้อรุนแรง โดยที่คนไข้ไม่ทราบมาก่อน เช่น มีไข้สูง มีอาการหนาวสั่น บริเวณปากแผลบวมแดงมาก หรือมีอาการรู้สึกปวดมากๆ คนไข้ควรรีบไปพบคุณหมอทันทีอย่างเร่งด่วนเลยค่ะ เพื่อที่จะได้รับการรักษาได้ทันท่วงที และลดภาวะความเสี่ยงการเกิดภาวะแทรกซ้อน

แผลอักเสบเป็นหนอง
แผลอักเสบเป็นหนอง คืออะไร? สาเหตุ วิธีรักษา และกี่วันหาย สรุปครบที่นี่
แผลอักเสบเป็นหนอง ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล

กลุ่มเสี่ยงเป็นแผลอักเสบเป็นหนองได้ง่าย

บางกลุ่มบุคคลมีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดแผลติดเชื้อและเกิดหนอง เนื่องจากปัจจัยด้านสุขภาพหรือสภาพแวดล้อม ดังนี้

ผู้ป่วยโรคเบาหวาน
• น้ำตาลในเลือดสูง ทำให้การทำงานของเม็ดเลือดขาวลดลง
• แผลหายช้าและติดเชื้อง่าย โดยเฉพาะบริเวณเท้า (แผลเบาหวาน)
• หากไม่ดูแล อาจเกิดแผลเรื้อรังและติดเชื้อรุนแรง

ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง
กลุ่มเสี่ยงที่มักเป็นแผลอักเสบเป็นหนองได้ง่ายค่ะ เช่นตัวอย่าาง ผู้ป่วยโรค HIV ผู้ที่ได้รับยากดภูมิคุ้มกัน เพราะร่างกายต่อสู้เชื้อโรคได้น้อย ทำให้ติดเชื้อและเกิดหนองได้ง่ายกว่าคนปกติค่ะ

ผู้สูงอายุ
คนเราเมื่ออายุมากขึ้น ระบบภูมิคุ้มกันเสื่อมลงตามวัยไปด้วย แผลสมานตัวช้ากว่าคนหนุ่มสาว ผิวหนังบาง ทำให้เกิดบาดแผลได้ง่าย

เด็กเล็ก
สำหรับเด็กเล็ก ๆ ที่มักมีผิวบอบบาง อาจเกิดบาดแผลง่าย และยังชอบเล่นซนมากๆ ค่ะทำให้การดูแลรักษาความสะอาดอาจไม่ทั่วถึง เชื้อโรคเข้าสู่แผลได้ง่ายกลายเป็นแผลอักเสบค่ะ

ผู้ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง
สำหรับคนไข้ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวาน หรือขาดสารอาหาร ทำให้แผลสมานตัวได้ไม่ดี โอกาสแผลติดเชื้อจึงสูงขึ้นตามไปด้วยค่ะ

ผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงเป็นแผลง่าย
คนที่สูบบุหรี่หรือดื่มแอลกอฮอล์จัด หรือไม่รักษาความสะอาดร่างกาย ไม่ดูแลแผลถูกวิธี ทำงานบางอย่างที่อาจทำให้ได้แผลบ่อย ๆ จะเสี่ยงเป็นแผลอักเสบเป็นหนองค่ะ

ข้อแนะนำสำหรับคนกลุ่มเสี่ยงแผลอักเสบเป็นหนอง
เมื่อเป็นแผล แนะนำให้รีบทำความสะอาดแผล ทำแผลอย่างถูกวิธี ดูแลสุขอนามัย และพบคุณหมอทันทีถ้าแผลติดเชื้อค่ะ

แผลอักเสบเป็นหนอง หายเองได้ไหม?

สำหรับคำถามว่า แผลอักเสบเป็นหนอง หายเองได้ไหม? คำตอบคือ แผลอักเสบเป็นหนอง บางกรณีอาจหายเองได้ หากเป็นการติดเชื้อเล็กน้อยและร่างกายมีภูมิคุ้มกันแข็งแรง แต่โดยทั่วไป แผลอักเสบเป็นหนองไม่ควรปล่อยให้หายเอง เพราะมีความเสี่ยงที่เชื้อจะลุกลามหรือเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้

กรณีที่แผลอักเสบเป็นหนองอาจหายได้เอง

สำหรับคนไข้ที่แผลมีขนาดเล็กและตื้น หนองไม่มาก ร่างกายแข็งแรง ไม่มีโรคประจำตัวที่กดภูมิคุ้มกัน ดูแลแผลถูกวิธี เช่น ล้างแผลสม่ำเสมอ ปิดแผลสะอาด รวมถึงไม่มีอาการแผลติดเชื้อรุนแรง เช่น ไข้สูง ในกรณีนี้ร่างกายกำจัดเชื้อได้เองและแผลค่อย ๆ หายภายในไม่กี่วัน

กรณีที่แผลอักเสบเป็นหนองไม่ควรปล่อยให้หายเอง

สำหรับคนไข้ที่มีแผลอักเสบเป็นหนอง แล้วหนองมีปริมาณมาก หรือมีสีเขียวคล้ำ มีกลิ่นรุนแรง มีอาการ บวม แดง ร้อน ปวดมาก หรือรอยแดงลุกลาม มีไข้ หนาวสั่น หรือรู้สึกอ่อนเพลีย แผลอยู่ในบริเวณ เช่น ใบหน้า มือ เท้า หรือใกล้ข้อ ผู้ป่วยโรคเบาหวาน ภูมิคุ้มกันต่ำ หรือใช้ยากดภูมิ ไม่ควรปล่อยให้แผลหายเอง แต่ควรไปพบคุณหมอให้ตรวจอาการ

แผลอักเสบเป็นหนอง กี่วันหาย?

จริง ๆ แล้ว ระยะเวลาที่แผลจะหายขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ขนาดและความลึกของแผล ความรุนแรงของการติดเชื้อ ภาวะสุขภาพของผู้ป่วย และการดูแลรักษา โดยทั่วไปสามารถประเมินได้ดังนี้ค่ะ

กรณีที่ 1 แผลเล็กและติดเชื้อไม่รุนแรง
ในความสงสัยของคนไข้ หากจะถามว่าอาการดังกล่าวมีผลกี่วันหาย โดยปกติแล้ว สำหรับคนไข้ทั่วๆไปนั้น อาจจะใช้เวลาแผลหายโดยประมาณ 5-10 วัน ค่ะ แต่สำหรับการดูแลรักษาแผลอย่างถูกวิธี อาการบวมแดงดังกล่าวอาจะค่อย ๆ ลดลง และหนองเริ่มน้อยลง ภายใน 2-3 วันแรก แต่ผู้ป่วยจำเป็นต้องคอยมั่นสังเกตว่า ไม่มีอาการลุกลามด้วยนะคะ

กรณีที่ 2 แผลใหญ่หรือมีหนองจำนวนมาก
สำหรับคนไข้ที่บริเวณแผลไม่ยอมหาย ในระยะเวลา 2-4 สัปดาห์ หรือใช้เวลาที่แผลจะหายมากกว่านั้น คนไข้ควรรีบไปพบคุณหมอหรือคลินิกใกล้บ้านท่านโดยเร็วค่ะ โดยเฉพาะถ้าจำเป็นต้องมีการกรีดระบายน้ำหนอง หรือจำเป็นต้องใช้ยา เพื่อตรวจสอบติดตามดูอาการ และดูแลความสะอาดแผลอย่างสม่ำเสมอนะคะ

กรณีที่ 3 ผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวหรือภูมิคุ้มกันต่ำ
สำหรับคนไข้ที่มีโรคประจำตัว หรือ มีภูมิคุ้มกันต่ำอยู่แล้ว การดูแลคนไข้กรณีนี้จะต้องระมัดระวังเป็นอย่างมาก เช่น โรคเบาหวาน ใช้ยากดภูมิคุ้มกัน หรือผู้สูงอายุ แผลอักเสบเป็นหนองอาจจะหายช้ากว่าปกติ ไม่เหมือนกับคนไข้ทั่วๆ ไป และอาจใช้เวลาเป็นเดือนๆ เลยค่ะ ขอแนะนำให้ผู้ป่วยกรณีนี้ไปพบคุณหมอ เพื่อตรวจติดตามผลของแผลอักเสบเป็นหนองอย่างต่อเนื่องค่ะ

สำหรับคำถามที่มักเจอบ่อยๆ ว่า แผลอักเสบเป็นหนอง เมื่อไหร่จะหายน๊าา? การดูแลรักษาจะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ดังนี้นะคะ 1.การดูแลแผลอย่างถูกต้อง 2.สุขภาพโดยรวมของคนไข้ 3.โภชนาการที่ทานเข้าไป 4.การพักผ่อนที่เพียงพอ และ 5.โรคประจำตัวของแต่ละคน รวมถึงถ้าคนไข้เข้าพบคุณหมอ เพื่อรับการรักษาได้ก่อนเกิดการติดเชื้ออย่างรุนแรง ก็จะช่วยรักษาอาการของแผลให้หายเร็วไวมากขึ้นค่ะ

สรุป แผลอักเสบเป็นหนองแล้วเกิดการติดเชื้อที่ไม่รุนแรง และคนไข้ได้ทำการดูแลอย่างถูกวิธีแล้ว อาการดังกล่าวจะหายได้ในช่วงระยะเวลา ประมาณ 1-2 สัปดาห์ค่ะ แต่สำหรับบาดแผลลึก และยังมีหนองมาก หรือผู้ป่วยมีโรคประจำตัว กว่าแผลจะหาย ก็อาจจะใช้ระยะเวลานานขึ้นกว่าคนทั่วๆ ไป ถึง 2-4 สัปดาห์ หรือคนไข้บางรายอาจใช้เวลามากกว่านั้น คนไข้ควรสังเกตอาการของตนเอง และเข้าพบปรึกษาคุณหมอ ถ้าพบว่าบาดแผลไม่ดีขึ้นค่ะ

ควรปิดแผลอักเสบเป็นหนองไหม?

โดยทั่วไปแล้ว คุณหมอจะแนะนำให้ผู้ป่วยปิดแผลด้วยผ้าก๊อซที่สะอาดค่ะ ห้ามใช้ผ้าก๊อซที่ไม่สะอาดนะคะ! เพื่อป้องกันเชื้อโรคเข้าสู่บริเวณแผล แถมยังช่วยให้แผลหายไวขึ้น การเปลี่ยนผ้าปิดแผลอย่างสม่ำเสมอ เพื่อไม่ให้แผลเกิดความชื้น ซึ่งหากบริเวณปากแผลมีความชื่นเกิดขึ้น จะทำให้เชื้อโรคบริเวณดังกล่าวเติบโตได้ง่ายมากๆ เลยค่ะ

ทำไมถึงควรปิดแผลอักเสบเป็นหนอง?
รู้ไหมคะว่า? การปิดแผลมีข้อดีมากมาย ทั้งช่วยป้องกันสิ่งสกปรกและเชื้อโรคจากภายนอกเข้าสู่แผล ลดความเสี่ยงติดเชื้อเพิ่มขึ้น ป้องกันแผลเสียดสีและบาดเจ็บซ้ำ ป้องกันไม่ให้หนองไหล และช่วยรักษาความชื้นที่เหมาะสม ทำให้เนื้อเยื่อใหม่สมานตัวได้ดี แผลหายเร็วขึ้นค่ะ

ปิดแผลยังไงให้ถูกวิธี ?
หลายคนคงอยากรู้ว่า เมื่อเป็นแผลแล้วต้องปิดแผลยังไงให้ถูกวิธี แนะนำว่าให้เริ่มจากล้างแผลด้วยน้ำเกลือปราศจากเชื้อ หรือ น้ำต้มสุกที่เย็นแล้ว ก่อนปิดแผล ใช้ผ้าก๊อซปลอดเชื้อ หรือ แผ่นปิดแผลที่ระบายอากาศได้ดี เปลี่ยนผ้าปิดแผล อย่างน้อยวันละ 1-2 ครั้ง หรือทุกครั้งที่ผ้าชื้นหรือเปื้อน ทายาฆ่าเชื้อหรือยาปฏิชีวนะชนิดทา (ถ้าแพทย์สั่ง) ก่อนปิดแผลทุกครั้ง

กรณีที่อาจเปิดแผลได้บ้าง
• เมื่ออยู่ในสภาพแวดล้อมที่สะอาดและไม่มีฝุ่น เช่น หลังล้างแผลใหม่ ๆ เพื่อให้แผล ระบายอากาศสั้น ๆ (ประมาณ 30 นาที - 1 ชั่วโมง)
• แต่ไม่ควรปล่อยแผลเปิดทิ้งไว้นาน โดยเฉพาะถ้าบริเวณนั้นเสี่ยงสัมผัสสิ่งสกปรก

สรุปได้ว่าแผลอักเสบเป็นหนองควรปิดแผลหลังทำความสะอาดทุกครั้ง เพื่อป้องกันเชื้อโรคและช่วยให้แผลหายเร็ว แต่ต้องเปลี่ยนผ้าปิดแผลสม่ำเสมอ และปิดด้วยวัสดุที่สะอาดและระบายอากาศได้ หากมีหนองปริมาณมากหรือแผลไม่ดีขึ้น ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการรักษาที่เหมาะสม

เมื่อไหร่ควรพบแพทย์หากมีแผลอักเสบเป็นหนอง?

แม้แผลอักเสบเป็นหนองบางครั้งจะดูเหมือนเล็กน้อย แต่หากมีอาการบางอย่างควรรีบไปพบแพทย์ เพื่อป้องกันการติดเชื้อรุนแรงหรือภาวะแทรกซ้อน ดังนี้

แผลอักเสบเป็นหนองติดเชื้อรุนแรง
สำหรับคนไข้ที่เป็นแผลแล้วมีไข้สูง หนาวสั่น อ่อนเพลีย รู้สึกปวดแผลมากขึ้นแม้จะดูแลเบื้องต้นแล้ว รอยแดง ลามออกจากขอบแผล หรือเป็นเส้นแดง หนองมีกลิ่นเหม็นรุนแรง หรือสีเขียวคล้ำ ควรไปพบคุณหมอค่ะ

แผลอักเสบเป็นหนองไม่ดีขึ้นภายใน 2-3 วัน
เมื่อเป็นแผลแล้วมีอาการบวม แดง หรือหนอง ไม่ลดลง หลังจากล้างแผลและดูแลเอง แผลอักเสบเป็นหนองมีแนวโน้มลุกลามหรือมีหนองเพิ่มขึ้น แนะนำให้คนไข้รีบไปพบแพทย์เพื่อรักษาค่ะ

แผลอักเสบเป็นหนองขนาดใหญ่หรืออยู่จุดเสี่ยง
แผลเกิดจาก อุบัติเหตุรุนแรง หรือสัตว์กัด แผลใกล้ ดวงตา มือ เท้า หรือข้อต่อ ซึ่งเสี่ยงการแพร่กระจายของเชื้อ มีสิ่งแปลกปลอมติดอยู่ในแผล เช่น เศษแก้ว เศษไม้ ที่ไม่สามารถเอาออกได้ค่ะ

ผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือภูมิคุ้มกันต่ำ
สำหรับคนไข้ที่เป็นโรคเบาหวาน หรือ คนที่มีปัญหาเรื่องการไหลเวียนเลือด ผู้ที่ใช้ ยากดภูมิคุ้มกัน หรือมีโรคที่ทำให้ภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น HIV ผู้สูงอายุหรือเด็กเล็ก

อาการบ่งชี้ภาวะแทรกซ้อนของแผลอักเสบเป็นหนอง
หากคนไข้รู้สึกสงสัยว่า? การติดเชื้อแพร่ไปสู่กระแสเลือด เช่น หายใจเร็ว ความดันต่ำ หรือมีการติดเชื้อลึก เช่น กระดูกอักเสบ มีอาการปวดลึกเรื้อรัง

สรุปคือ คนไข้ที่มีแผลอักเสบเป็นหนอง โดยเฉพาะแผลมีอาการรุนแรง หรือไม่ดีขึ้นภายใน 2-3 วัน หรือเกิดในกลุ่มเสี่ยง ควรรีบเข้ามาพบคุณหมอทันทีค่ะ เพื่อให้คุณหมอประเมินและทำการรักษา เช่น ระบายหนอง ให้ยาปฏิชีวนะ หรือดูแลแผลอย่างเหมาะสม ป้องกันเกิดภาวะแทรกซ้อนที่อันตราย

วิธีป้องกันไม่ให้เป็นแผลอักเสบเป็นหนองยังไงดี?

ความจริงแล้วการไม่เป็นแผลอักเสบเป็นหนอง เป็นวิธีที่ดีสำหรับลดความเสี่ยงเกิดภาวะแทรกซ้อนและแผลเป็น ขอแนะนำแนวทางการป้องกันไม่ให้เกิดแผลอักเสบเป็นหนอง โดยควรใส่ใจตั้งแต่การดูแลผิวหนังจนถึงการดูแลสุขภาพร่างกาย ดังนี้ค่ะ

วิธีที่ 1 ดูแลความสะอาดผิวหนังและร่างกาย
คนเราควรอาบน้ำทำความสะอาดร่างกายทุกวัน โดยใช้สบู่อ่อนและน้ำสะอาด รักษาผิวให้ชุ่มชื้น ลดการแตกหรือแห้งลอกที่ทำให้เชื้อโรคเข้าสู่ผิวได้ง่าย

วิธีที่ 2 ระวังการเกิดบาดแผล
แนะนำสวมรองเท้าและถุงมือเสมอ เมื่อต้องทำงานที่เสี่ยงเกิดบาดแผล เช่น งานสวน งานก่อสร้าง ใช้อุปกรณ์ป้องกันเมื่อเล่นกีฬา หรือทำกิจกรรมที่อาจเกิดการขีดข่วน

วิธีที่ 3 การดูแลบาดแผลทันทีเมื่อเกิด
เมื่อเป็นแผล ให้ล้างแผลทันที ด้วยน้ำสะอาดหรือน้ำเกลือปราศจากเชื้อ (Normal Saline) ทำความสะอาดสิ่งสกปรกหรือเศษดิน ฝุ่น ให้หมด ทายาฆ่าเชื้อหรือยาทำแผล ปิดแผลด้วยผ้าก๊อซสะอาด หรือแผ่นปิดแผลที่ระบายอากาศได้ เปลี่ยนผ้าปิดแผลเมื่อเปียกหรือสกปรก และหมั่นสังเกตอาการบวมแดง

วิธีที่ 4 รักษาสุขภาพร่างกายและเสริมภูมิคุ้มกัน
คุณหมอแนะนำให้รับประทานอาหาร จำพวกโปรตีน อาหารมีวิตามินซี อาหารจำพวกสังกะสี เพื่อที่จะช่วยให้ผิวหนังของคนไข้ และเนื้อเยื่อแข็งแรง นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ มั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และจำเป็นต้องควบคุมโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ให้น้ำตาลในเลือดอยู่ในเกณฑ์ปกติ เพื่อที่จะช่วยลดโอกาสการติดเชื้อได้ค่ะ อ่านมาถึงตรงนี้การดูแลสุขภาพจะช่วยให้แผลหายเร็วขึ้นค่ะ

วิธีที่ 5 หลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงให้เกิดแผล
หลายคนมีพฤติกรรมเสี่ยงให้เกิดแผลได้ง่าย หรือ เป็นแผลแล้วไม่หายง่าย ๆ เช่น สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ แนะนำว่าควรหลีกเลี่ยงทำสิ่งเหล่านี้บ่อย ๆ เพราะทำให้การสมานแผลลดลง รวมถึงหลีกเลี่ยงการเกา บีบ หรือแกะสะเก็ดแผล ซึ่งทำให้เชื้อโรคเข้าสู่แผลค่ะ

วิธีที่ 6 สังเกตอาการผิดปกติของแผล
แนะนำว่า ให้ควรสังเกตอาการขอปากงแผล และรีบไปพบคุณหมอทันทีนะคะ ถ้าแผลเริ่มบวม แดง ปวด หรือมีน้ำเหลือง หรือเป็นหนองไม่ดีขึ้นใน 1-2 วัน มีหนองมากขึ้น เพื่อช่วยรักษาได้ทันก่อนเกิดภาวะแทรกซ้อน

แผลอักเสบเป็นหนอง
แผลอักเสบเป็นหนอง คืออะไร? สาเหตุ วิธีรักษา และกี่วันหาย สรุปครบที่นี่
แผลอักเสบเป็นหนอง ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล

รอยแผลเป็นที่เกิดจากแผลอักเสบเป็นหนอง?

เมื่อแผลอักเสบเป็นหนองหายแล้ว บางคนอาจเกิดรอยแผลเป็นได้ค่ะ ซึ่งลักษณะของรอยแผลเป็นขึ้นอยู่กับความรุนแรงของการติดเชื้อ วิธีดูแลแผล และสภาพผิวของแต่ละคน

ลักษณะของรอยแผลเป็นที่พบบ่อย
ประเภทที่ 1 รอยแผลเป็นนูน (Hypertrophic Scar)
เป็นรอยนูนแดง เกิดจากการสร้างคอลลาเจนมากเกินไปในช่วงการสมานแผล ส่วนใหญ่จะอยู่ในบริเวณที่เป็นแผล

ประเภทที่ 2 แผลเป็นคีลอยด์ (Keloid)
เป็นแผลเป็นที่คล้ายรอยนูนแต่ลุกลามเกินขอบแผลเดิม อาจมีอาการคัน เจ็บ หรือรู้สึกตึงผิวหนัง คนที่คนในครอบครัวมีประวัติเป็นคีลอยด์ มักจะเสี่ยงด้วยค่ะ

ประเภทที่ 3 รอยแผลเป็นแบบหลุม (Atrophic Scar)
เป็นรอยแผลเป็นเกิดจากเนื้อเยื่อใต้ผิวถูกทำลาย จนเกิดรอยบุ๋ม คล้ายรอยหลุมสิว โดยเฉพาะคนที่เป็นอักเสบมีหนองลึก

ประเภทที่ 4 รอยแผลเป็นราบ (Flat Scar)
เป็นรอยแผลเป็นที่มีลักษณะเรียบสีคล้ำหรือจางกว่าผิวปกติ พบได้บ่อยในคนที่แผลหายดี แต่ว่าผิวมีการเปลี่ยนสี

ปัจจัยที่มีผลต่อการเกิดรอยแผลเป็น
• ขนาดและความลึกของแผล แผลใหญ่หรือลึกยิ่งเสี่ยงเกิดรอยมาก
• การติดเชื้อรุนแรง การอักเสบมากทำลายเนื้อเยื่อและเพิ่มการสร้างคอลลาเจนผิดปกติ
• การดูแลแผลไม่ถูกวิธี เกาหรือแกะสะเก็ดแผลบ่อย ๆ
• พันธุกรรมและสีผิว คนผิวเข้มมีแนวโน้มเกิดคีลอยด์มากกว่าคนผิวขาว

การป้องกันและลดรอยแผลเป็นทำอย่างไรดี ?
วิธีป้องกันไม่ให้เกิดรอยแผลเป็นง่าย ๆ เริ่มจากดูแลแผลอย่างถูกต้องตั้งแต่แรก ล้างแผล ปิดแผล และสังเกตอาการติดเชื้อ หลีกเลี่ยงการแกะสะเก็ดแผล เพราะจะทำให้รอยลึกขึ้น ใช้เจลซิลิโคนหรือแผ่นซิลิโคน ช่วยลดการเกิดรอยนูน (ควรใช้หลังแผลปิดสนิท) ทาครีมหรือโลชั่นที่มีส่วนผสมของวิตามินอี สารสกัดหัวหอม หรือ คอลลาเจน ช่วยปรับสภาพผิว และทาครีมกันแดด SPF 30 ขึ้นไป เพื่อลดรอยคล้ำ

รู้ไหมคะว่า จริง ๆ แล้ว รอยแผลเป็นจากพวกแผลอักเสบติดเชื้อเนี่ย มีได้หลายรูปแบบเลยนะ ตั้งแต่รอยแผลเป็นราบธรรมดา รอยแผลเป็นนูน แผลเป็นคีลอยด์ ไปจนถึงรอยแผลเป็นหลุมลึกเลย ซึ่งมันขึ้นอยู่กับความรุนแรงของแผลที่ติดเชื้อและการดูแลของเราตั้งแต่ช่วงแรก ๆ ค่ะ

วิธีป้องกันที่ดีที่สุด คือ ต้องดูแลแผลให้ถูกวิธีตั้งแต่เนิ่น ๆ และควรเน้นการดูแลแผลอย่างถูกวิธี อย่าปล่อยให้แผลอักเสบจนเป็นหนองเด็ดขาด จะช่วยลดโอกาสทิ้งรอยได้เยอะมากค่ะ แต่ถ้าตอนนี้มีรอยแผลเป็นที่เห็นชัดจนหมดความมั่นใจ แนะนำให้ลองไปปรึกษาคุณหมอดูนะคะ จะได้ช่วยเลือกวิธีรักษาที่เหมาะกับเราที่สุดค่ะ

รอยแผลเป็นจากแผลอักเสบเป็นหนองรักษายังไงดี ?

ความจริงแล้ว รอยแผลเป็นจากแผลอักเสบเป็นหนอง อาจมีหลายลักษณะ เช่น รอยแผลเป็นนูน คีลอยด์ รอยแผลเป็นหลุม การเลือกวิธีลดรอยแผลเป็น จึงขึ้นอยู่กับประเภทแผลเป็น ความรุนแรงของรอยแผลเป็น รวมไปถึงสภาพผิวของแต่ละคน โดยคุณหมอขอแนะนำดังนี้ค่ะ

การดูแลเบื้องต้นด้วยตัวเอง
เหมาะสำหรับรอยแผลเป็นใหม่หรือรอยแผลเป็นไม่รุนแรง

สำหรับคนไข้ ถ้าอยากให้รอยแผลหายไว ๆ คุณหมอแนะนำ 3 สเต็ปนี้เลยน้า อย่างแรก คือ ลองหา เจลหรือแผ่นซิลิโคน (Silicone gel/sheet) มาใช้นะคะ ตัวนี้จะช่วยกดไม่ให้แผลนูน ปรับผิวให้เรียบเนียนขึ้น แต่ต้องรอให้แผลแห้งปิดสนิทก่อนค่อยแปะนะคะต่อมาก็เสริมด้วย ครีมหรือเจลลดรอยแผลเป็น กลุ่มที่มีสารสกัดหัวหอม วิตามินอี เซนเทลล่าเอเชียติกา หรือสารอัลลันโทอินค่ะ พวกนี้จะช่วยเร่งให้รอยดำรอยแดงดูจางลงไวมากค่ะ และสุดท้ายที่สำคัญที่สุดคือต้อง ทาครีมกันแดด SPF 30 ขึ้นไป ทุกวันนะคะ ผิวตรงปากแผลจะได้ไม่คล้ำ หรือสีผิวตกกระเวลาโดนแดดค่ะคนดี

การรักษาแผลเป็นด้วยวิธีทางการแพทย์
สำหรับวิธีทางการแพทย์นี้นะคะ คุณหมอแนะนำเลยค่ะ ว่าเหมาะมากๆ กับคนไข้ที่มีรอยแผลเป็นค่อนข้างชัด หรือเป็นปัญหาผิวที่ลึกและรุนแรงนิดนึง จนเราไม่สามารถดูแลรักษาด้วยตัวเองที่บ้านได้ค่ะ ให้หมอช่วยดูแลแบบตรงจุดดีกว่านะคะ

แนะนำวิธีลดรอยแผลเป็นนูนหรือคีลอยด์
การฉีดสเตียรอยด์ ลดการสร้างคอลลาเจน ทำให้รอยนูนยุบลงและลดอาการคันหรือเจ็บ หรือ การทำเลเซอร์ลบรอยแผลเป็น เช่น Pulsed dye laser หรือ Fractional CO₂ laser ช่วยให้รอยแผลเป็นเรียบขึ้นและปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ

แนะนำวิธีลดรอยแผลเป็นหลุม
มีหลากวิธีที่ช่วยลดรอยแผลเป็นหลุม เช่น Microneedling หรือ Dermaroller กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ช่วยให้ผิวเรียบขึ้น Subcision การตัดผังผืดหลุมสิว ใช้เข็มแยกพังผืดใต้รอยหลุมเพื่อให้ผิวเรียบขึ้น Fractional CO₂ laser หรือ RF Microneedling ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนและปรับพื้นผิวผิวหนัง

แนะนำวิธีลดรอยแผลเป็นราบหรือรอยคล้ำ
สำหรับคนไข้ที่มีรอยแผลเป็นราบหรือมีรอยคล้ำ แนะนำครีมทาลดรอยดำ เช่น วิตามินซี, Niacinamide หรือ การทำเลเซอร์ปรับสีผิว (Q-Switched laser หรือ IPL) เพื่อลดรอยคล้ำให้จางเร็วขึ้น

การศัลยกรรมตกแต่งรอยแผลเป็น
สำหรับคนไข้ที่มีรอยแผลเป็นขนาดใหญ่หรือรอยคีลอยด์ที่รักษาด้วยวิธีอื่นไม่ได้ผล อาจใช้การผ่าตัดเลาะรอยแผลเป็นร่วมกับการฉีดสเตียรอยด์ หรือการฉายรังสีป้องกันการกลับเป็นซ้ำค่ะ

การดูแลเสริมเพื่อป้องกันรอยแผลเป็นใหม่
สำหรับคนไข้ที่มีรอยแผลเป็น หรือรักษาให้ดูจางลง ไม่ควรเพิ่มรอยแผลเป็นใหม่ แนะนำว่าควรหลีกเลี่ยงการเกา แกะ หรือบีบสะเก็ดแผล รักษาความชุ่มชื้นของผิวด้วยมอยส์เจอไรเซอร์ ควบคุมโรคประจำตัวไม่ให้กำเริบหนัก เช่น เบาหวาน เพื่อให้แผลสมานตัวปกติ

อย่างที่คุณหมอเคยแนะนำวิธีลดรอยแผลเป็นไปตอนแรกเลยนะคะ การรักษารอยแผลเป็นจากพวกแผลอักเสบเป็นหนองเนี่ย จริง ๆ แล้ว มีให้เลือกหลากหลายวิธีมากเลยค่ะ ตั้งแต่การทาครีมลดรอยแผลเป็นแบบง่าย ๆ ไปจนถึงการทำหัตถการทางการแพทย์ อย่างพวกเลเซอร์ ฉีดสเตียรอยด์ หรือทำไมโครนีดลิ่งค่ะ

แต่ถ้าอยากให้เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนและตรงจุดที่สุด คุณหมอแนะนำว่า เราควรเลือกวิธีรักษาตามประเภทของรอยแผลเป็นนะคะ และทางที่ดีคนไข้ควรเข้ามาปรึกษาคุณหมอก่อนจะดีกว่าค่ะ เพื่อที่จะได้ช่วยประเมินสภาพผิว แล้ววางแผนการรักษาที่เหมาะกับผิวของคนไข้ที่สุดน้า

แผลอักเสบเป็นหนอง ห้ามกินอะไร ไม่ให้เกิดแผลเป็น?

แม้จะไม่มีอาหารชนิดใดที่ทำให้เกิดรอยแผลเป็นโดยตรง แต่มีอาหารบางประเภทที่อาจกระตุ้นการอักเสบ หรือ รบกวนการสมานแผล ทำให้แผลอักเสบเป็นหนองหายช้าและเพิ่มโอกาสทิ้งรอยแผลเป็นได้ ควรระวังดังนี้

อาหารที่มีน้ำตาลสูงและของหวาน
ขนมหวาน น้ำอัดลม เครื่องดื่มที่มีน้ำตาล เพราะน้ำตาลสูงทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งขึ้น ซึ่งรบกวนการทำงานของเม็ดเลือดขาวและการสร้างคอลลาเจน ส่งผลให้แผลอักเสบเป็นหนองหายช้าลงและเพิ่มโอกาสเกิดรอยแผลเป็น

ของทอด อาหารฟาสต์ฟู้ด
ไม่ควรกินอาหารที่เป็นพวกของทอด อาหารฟาสต์ฟู้ด ไขมันทรานส์และไขมันอิ่มตัวสูง เพราะเพิ่มการอักเสบในร่างกาย ทำให้แผลหายช้าขึ้นได้ค่ะ

อาหารแปรรูปและอาหารสำเร็จรูป
ไม่ควรกินอาหารแปรรูป หรือ อาหารสำเร็จรูป เช่น ไส้กรอก เบคอน แฮม บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เพราะมีโซเดียมและสารปรุงแต่งสูง ทำให้ร่างกายเกิดการอักเสบ แผลหายช้ามากขึ้นค่ะ

เครื่องดื่มแอลกอฮอล์
ไม่ควรดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ขณะมีแผลค่ะ เพราะจะลดการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้การไหลเวียนเลือดไม่ดี  เพิ่มความเสี่ยงให้แผลติดเชื้อและเกิดรอยแผลเป็น

การสูบบุหรี่ (แม้ไม่ใช่อาหารแต่ควรระวัง)
นิโคตินลดการไหลเวียนเลือดที่ผิวหนัง ชะลอการสมานแผลและเพิ่มความเสี่ยงการเกิดรอยแผลเป็นหนา

อาหารที่กระตุ้นการอักเสบของแผล
คุณหมอไม่แนะนำให้กินอาหารรสจัด เผ็ดจัด หรืออาหารที่ตัวเองแพ้ เช่น อาหารทะเล เพราะแม้ไม่ได้ทำให้เกิดรอยแผลเป็นโดยตรง แต่ทำให้แผลหายช้ากว่าปกติ เพิ่มความเสี่ยงให้เกิดแผลเป็นมากขึ้นได้ค่ะ

เคล็ดลับให้แผลอักเสบเป็นหนองหายเร็ว
• เลือกกินอาหารที่มี โปรตีนสูง (เช่น ปลา ไก่ ไข่ เต้าหู้) เพื่อสร้างคอลลาเจนและเนื้อเยื่อใหม่
• เพิ่ม ผักผลไม้สด วิตามินซี และสังกะสี ช่วยสมานแผลและลดรอยแผลเป็น เช่น ส้ม ฝรั่ง บรอกโคลี
• ดื่มน้ำสะอาดเพียงพอเพื่อให้ผิวชุ่มชื้นและฟื้นตัวเร็วขึ้น

สรุป แผลอักเสบเป็นหนอง รักษายังไงดี?

คนไข้รู้ไหมคะ แผลอักเสบเป็นหนองเนี่ย จริง ๆ แล้ว มันอาจจะเริ่มจากแค่รอยบาดแผลเล็ก ๆ เองนะคะ แต่ถ้าเราเผลอไม่ดูแลอย่างถูกวิธีละก็!! ก็อาจจะทำให้แผลติดเชื้อลุกลามจนเกิดภาวะแทรกซ้อนเอาได้น้า เพราะฉะนั้นคนไข้ทุกๆ คน ควรดูแลแผลอย่างถูกต้องตั้งแต่แรกเลย เป็นสิ่งสำคัญมาก ๆ ค่ะ ทั้งการล้างแผลให้สะอาด การทายาหรือกินยาตามที่หมอสั่ง รวมไปถึงการรักษาความสะอาดรอบ ๆ บาดแผลด้วยค่ะ วิธีพวกนี้จะช่วยให้แผลแห้งไว หายเร็วขึ้น แถมยังช่วยลดโอกาสที่จะทิ้ง ร่องรอยแผลเป็นกวนใจเรา ในอนาคตด้วยนะคะ

แถมให้อีกนิดนึงนะคะ สิ่งสำคัญที่สุดในการป้องกันไม่ให้ผิวอักเสบเป็นหนอง ก็คือการดูแลร่างกายตัวเองให้ฟิตและแข็งแรงเข้าไว้ค่ะ คอยดูแลโรคประจำตัวสม่ำเสมอนะคะ แล้วก็เลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงต่าง ๆ ที่อาจจะทำให้เจ็บตัวด้วยค่ะ เท่านี้ร่างกายเราก็มีภูมิคุ้มกันที่ดี พร้อมสู้กับพวกเชื้อโรคแล้วค่ะ

* ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับเฉพาะบุคคล
* เงื่อนไขตามบริษัทฯ กำหนด
* ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลง*
แนะนำให้สอบถามกับเจ้าหน้าที่ก่อนเข้ารับบริการ
เพื่อความชัวร์และได้สิทธิ์ที่คุ้มที่สุดค่ะ
ปรึกษาฟรี พร้อมรับ โปรโมชั่นพิเศษ ก่อนใคร
โปรโมชั่นต่างๆ
เรื่อง บทความน่ารู้ ที่คุณอาจสนใจ