fb
romrawin
15

RevLite Laser คืออะไร ช่วยรักษาปัญหาผิวแบบไหนได้บ้าง

RevLite Laser เป็นเทคโนโลยีทีช่วยฟื้นฟูผิว รักษา ฝ้า กระ รอยต่าง ๆ
เป็นเครื่องเลเซอร์ที่ถูกพัฒนามาจากโปรแกรม Q-Switched Nd:YAG ซึ่งหลายคนสงสัยว่าโปรแกรม RevLite Laser คืออะไร มีหลักการทำงานอย่างไร ทำไมถึงสามารถช่วยรักษาปัญหา ฝ้า กระ รอยต่าง ๆ ได้ดี

รวมทุกเรื่องเกี่ยวกับโปรแกรม RevLite Laser

RevLite Laser คืออะไร มีหลักการทำงานอย่างไร
RevLite Laser ช่วยเรื่องอะไรบ้าง
RevLite Laser เหมาะกับใคร
RevLite Laser ไม่เหมาะกับใครบ้าง
RevLite Laser ต่างจากเลเซอร์รักษาผิวชนิดอื่นอย่างไร
RevLite Laser ช่วยลดฝ้า กระ จุดด่างดำ ได้จริงหรือไม่
RevLite Laser ต้องทำกี่ครั้ง ถึงเห็นผลชัดเจน
RevLite Laser เจ็บไหม มีผลข้างเคียงหรือไม่
การเตรียมตัวก่อนทำ RevLite Laser
การดูแลตัวเองหลังทำ RevLite Laser
ข้อดีของ RevLite Laser
ข้อจำกัดของ RevLite Laser
สรุปทุกเรื่องเกี่ยวกับ RevLite Laser

RevLite Laser คืออะไร มีหลักการทำงานอย่างไร

RevLite Laser คือเลเซอร์เพื่อฟื้นฟูและปรับสภาพผิว โดยเป็นเลเซอร์ชนิด ไม่ผ่าตัด (Non-invasive) และ ไม่ทำลายผิวชั้นนอก (Non-ablative) จึงไม่ทำให้เกิดแผลบนผิวหน้า RevLite Laser ได้รับความนิยมมากในการช่วยแก้ปัญหาผิวและปรับสีผิวให้ดูสม่ำเสมอ

เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายจะสร้าง คอลลาเจนลดลง ส่งผลให้ผิวบางลง ขาดความยืดหยุ่น และเกิดริ้วรอยได้ง่าย RevLite Laser ช่วยลดเลือนริ้วรอยเล็ก ๆ และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่อย่างอ่อนโยน ทำให้ผิวดูเรียบเนียน กระจ่างใสขึ้น

หลักการทำงานของ RevLite Laser

จุดเด่นของ RevLite Laser คือเทคโนโลยีที่เรียกว่า Photoacoustic Technology Pulse (PTP) เลเซอร์จะปล่อยพลังงานออกมาในรูปแบบคลื่นความเร็วสูงมาก เป็นช่วงเวลาสั้นระดับ นาโนวินาที ลงสู่ชั้นผิวด้านล่าง พลังงาน RevLite Laser จะเข้าไป จับกับเม็ดสีที่ผิดปกติ เช่น ฝ้า กระ จุดด่างดำ หรือเม็ดสีสะสมในผิวชั้นหนังแท้ (Dermis) แล้วทำให้เม็ดสีเหล่านั้นแตกตัวเป็นชิ้นเล็ก ๆ หลังจากนั้น ร่างกายจะค่อย ๆ กำจัดเม็ดสีที่แตกออกผ่านระบบน้ำเหลืองตามกระบวนการทำงานของร่างกาย

ผลลัพธ์ที่ได้หลังทำ RevLite Laser
• สีผิวดูสม่ำเสมอขึ้น
• ผิวกระจ่างใสขึ้น
• ผิวเรียบเนียนขึ้น
• ลดปัญหาเม็ดสีสะสมต่าง ๆ

RevLite Laser ไม่อันตรายต่อผิว

RevLite Laser ถือว่าไม่อันตรายต่อผิว เพราะพลังงานเลเซอร์จะ โฟกัสเฉพาะจุดที่เป็นเม็ดสีเป้าหมาย ทำให้เนื้อเยื่อรอบข้างได้รับผลกระทบน้อยมาก และเนื่องจาก RevLite Laser เป็นเลเซอร์แบบ ไม่ทำลายผิวชั้นนอก จึงไม่ทำให้ผิวถลอกหรือเป็นแผล นอกจากนี้ RevLite Laser ยังช่วยลดจุดด่างดำที่เกิดจากวัย และกระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนใหม่ทดแทนส่วนที่สูญเสียไป ทำให้ผิวดูสุขภาพดี

RevLite Laser ช่วยเรื่องอะไรบ้าง

RevLite Laser เป็นเลเซอร์กลุ่ม Q-switched Nd:YAG ที่เด่นเรื่องจัดการเม็ดสี และ ปรับคุณภาพของผิว ด้วยพลังงานแบบช่วงสั้นมาก ทำให้โฟกัสไปที่เป้าหมายได้ดี โดยกระทบผิวรอบข้างน้อย RevLite Laser จึงเป็นตัวเลือกที่นิยมในงานผิวหลายประเภท

1) RevLite Laser ช่วยเรื่องปัญหาเม็ดสีผิดปกติ

กระ ฝ้า ปาน จุดด่างดำ รอยดำตามร่างกาย
RevLite Laser เหมาะมากกับกลุ่ม “เม็ดสี” เพราะพลังงานจะไปแตกเม็ดสีให้เป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วร่างกายค่อยกำจัดออกตามกระบวนการทำงานของร่างกาย

RevLite Laser เหมาะกับปัญหา
• กระแดด กระตื้น/กระลึก
• จุดด่างดำตามวัย (age spots)
• รอยดำตามตัวบางชนิด
• ปานบางประเภท (ขึ้นกับชนิด/ความลึก)

2) RevLite Laser ฟื้นฟูผิว (Rejuvenation)

ผิวหมอง รูขุมขน ริ้วรอยเล็ก ๆ ผิวไม่เรียบ
RevLite Laser ที่ความยาวคลื่น 1064 nm สามารถทำงานแบบ อุ่นชั้นผิวลึกอย่างอ่อนโยน เพื่อกระตุ้นการซ่อมแซมและคอลลาเจน ทำให้ภาพรวมผิวดู

• เนียนขึ้น
• แน่นขึ้น
• รูขุมขนดูละเอียดขึ้น
• สีผิวดูสม่ำเสมอขึ้น
• ริ้วรอยเส้นเล็ก ๆ ดูจางลง

จุดเด่นของ RevLite Laser คือเป็นการฟื้นฟูแบบค่อยเป็นค่อยไปและผลข้างเคียงน้อย นอกจากใบหน้า RevLite Laser ยังสามารถทำบริเวณอื่นได้ด้วยอาทิเช่น มือ คอ หน้าอก

3) RevLite Laser เหมาะกับ รอยดำหลังเกิดสิว (Post-inflammatory hyperpigmentation: PIH)

รอยดำหลังสิวคือ เม็ดสีที่เพิ่มขึ้นหลังการอักเสบ ซึ่งมักทำให้หน้าไม่ใสแม้สิวหายแล้ว RevLite Laser ช่วยให้รอยดำจางลงได้ ด้วยหลักการทำงานต่อไปนี้

• 1064 nm ช่วยทำให้เม็ดสีค่อย ๆ แตกหรือจางลงแบบอ่อนโยน เหมาะกับคนที่กังวลเรื่องระคายเคือง
• 532 nm ใช้กับเม็ดสีตื้นบางกรณี เพื่อช่วยให้รอยตื้นดูจางไวขึ้น

ผลลัพธ์หลังทำ RevLite Laser จะดีมากเมื่อ คุมการอักเสบสิว และทากันแดดเพราะรอยดำจะเข้มขึ้นง่ายถ้ายังโดนแดดและยังมีสิวอักเสบเรื้อรัง

4) RevLite Laser ช่วยลบรอยสัก (Tattoo Removal)

โดยเฉพาะรอยสักหลายสี
RevLite Laser เป็นกลุ่มเครื่องที่มีประสิทธิภาพสูง สำหรับลบรอยสัก เพราะสามารถเลือกช่วงคลื่นให้เหมาะกับสีของหมึกได้

RevLite Laser เหมาะกับลบรอยสักสีไหนบ้าง
• สีดำมักตอบสนองดีมาก
• สีแดง เขียว น้ำเงิน บางเฉดทำได้ แต่ความยากง่ายขึ้นกับ ชนิดหมึก ความลึก และความหนาแน่นของสี

อีกจุดที่ทำให้ RevLite Laser ทำงานเร็วขึ้นคือมีหัวที่ยิงได้กว้าง ช่วยลดเวลาต่อครั้งในรอยสักพื้นที่ใหญ่ และถ้าทำโดยแพทย์จะช่วยลดโอกาสเกิดแผลรอยผิดสีหลังทำได้

5) RevLite Laser ช่วยรักษาความผิดปกติของเส้นเลือดบางชนิด (Vascular Lesions)

RevLite Laser สามารถช่วยกรณีเส้นเลือดบางแบบ โดยอาศัยการเลือกช่วงคลื่น พลังงาน ความกว้างพัลส์ให้เหมาะ เช่น

• ปานแดงบางชนิด (port-wine stain) ในบางเคส
• เส้นเลือดฝอยขยายตัว (telangiectasia) บางบริเวณ
• ติ่งเนื้อเส้นเลือด/จุดแดงเลือด (cherry angioma) บางเคส

อย่างไรก็ตาม ถ้าจุดประสงค์หลักคืออยากให้รอยเส้นเลือดดูบางลง เลเซอร์เฉพาะทางอย่าง Vbeam (PDL) จะคลอบคลุมปัญหามากกว่า RevLite Laser โดยเฉพาะเส้นเลือดฝอยบนใบหน้า

6) RevLite Laser ช่วยกำจัดขนอ่อน สิวเสี้ยนบางกรณี (Hair Removal / Oil plugs)

RevLite Laser ไม่ใช่เลเซอร์กำจัดขนหลักแบบไดโอดหรือ GentleYAG แต่ด้วยลักษณะพลังงานบางโหมด อาจช่วยในเรื่อง

• ขนอ่อนบางบริเวณ (เช่น ใบหน้า) หรือขนสีไม่เข้มบางส่วน
• สิวเสี้ยน ไขมันอุดตันบางเคสจากการลดเม็ดสีและปรับสภาพรูขุมขนร่วมด้วย

แต่ถ้าเป็น ขนแข็ง ขนเข้ม ต้องการผลกำจัดขนชัด ๆ ควรเลือกเลเซอร์กำจัดขนโดยตรงอย่าง GentleYAG / Diode มักเห็นผลชัดและเร็วกว่า RevLite Laser

RevLite Laser เหมาะกับใคร

การเลือกเลเซอร์ให้ได้ผลดี ต้องเลือกให้ตรงกับ ลักษณะปัญหาผิว ของแต่ละคนด้วย RevLite Laser เป็นเลเซอร์ที่โดดเด่นด้านการจัดการเม็ดสีและการฟื้นฟูผิวแบบอ่อนโยน RevLite Laser จึงเหมาะกับกลุ่มคนต่อไปนี้

RevLite Laser เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาฝ้า ทั้งฝ้าตื้น ฝ้าลึก

RevLite Laser เหมาะสำหรับผู้ที่รักษาฝ้ามาระยะหนึ่งแล้ว แต่ยังไม่เห็นผลชัดจากการทายาหรือดูแลผิวเพียงอย่างเดียว เลเซอร์จะช่วยจัดการเม็ดสีที่สะสมอยู่ในชั้นผิวอย่างค่อยเป็นค่อยไป ลดความเข้มของฝ้า และช่วยให้การรักษาด้วยวิธีอื่นเห็นผลดีขึ้นเมื่อทำร่วมกันอย่างเหมาะสม

RevLite Laser เหมาะกับ ผู้ที่มีกระแดด กระลึก และจุดด่างดำ

ผู้ที่มีเม็ดสีสะสมจากแสงแดด อายุ หรือพันธุกรรม สามารถใช้ RevLite Laser เพื่อช่วยสลายเม็ดสีส่วนเกิน ทำให้จุดสีเข้มดูจางลง ผิวโดยรวมดูใสและสม่ำเสมอขึ้น ทั้งบริเวณใบหน้าและร่างกาย

RevLite Laser เหมาะกับผู้ที่มีรอยดำหรือรอยแดงหลังสิว

RevLite Laser ช่วยให้รอยหลังสิว โดยเฉพาะรอยดำจากการอักเสบ ค่อย ๆ จางลงเร็วขึ้น โดยไม่ทำให้ผิวบางหรือระคายเคือง เหมาะกับผู้ที่สิวหายแล้ว แต่ยังรู้สึกว่าผิวหน้าไม่เรียบเนียน สีผิวไม่สม่ำเสมอ

RevLite Laser เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาผิวหมอง สีผิวไม่สม่ำเสมอ

สำหรับผู้ที่ผิวหน้าดูหมองคล้ำจากแดดหรือมลภาวะ RevLite Laser จะช่วยปรับโทนสีผิวให้ดูสว่างใสขึ้น ทำให้ผิวดูสดใสขึ้นโดยไม่ทำให้ผิวลอกหรือเป็นแผล

RevLite Laser เหมาะกับผู้ที่ต้องการให้ผิวดูเรียบเนียน รูขุมขนกระชับขึ้น

พลังงานของ RevLite Laserสามารถกระตุ้นการซ่อมแซมผิวและการสร้างคอลลาเจนในชั้นลึก ช่วยให้รูขุมขนดูกระชับขึ้น ผิวหน้าโดยรวมดูละเอียดและแน่นขึ้น เหมาะกับผู้ที่เริ่มมีสัญญาณผิวหย่อนคล้อยหรือผิวไม่เรียบ

RevLite Laser เหมาะกับ ผู้ที่ต้องการลบรอยสักหลายสี

RevLite Laser เป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลบรอยสัก ไม่ว่าจะเป็นสีเข้มหรือสีหลากหลายเฉด โดยเลเซอร์จะเข้าไปแตกเม็ดสีหมึกโดยไม่ทำลายผิวชั้นบน ลดความเสี่ยงเรื่องแผลเป็นหรือรอยด่างขาวหลังการรักษา

RevLite Laser เหมาะกับผู้ที่มีรอยดำเฉพาะจุดในบริเวณบอบบาง

เช่น รักแร้ดำ ข้อพับ หรือบริเวณที่ไม่สม่ำเสมอด้านสีผิว RevLite Laser สามารถช่วยปรับสีผิวให้ดูสว่างขึ้นอย่างอ่อนโยน เหมาะกับผิวบริเวณที่ต้องการความระมัดระวังเป็นพิเศษ

RevLite Laser เหมาะกับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์โดยไม่ต้องพักฟื้น

RevLite Laser เป็นเลเซอร์แบบไม่ทำลายผิวชั้นนอก หลังทำไม่มีแผลเปิด ไม่ต้องพักฟื้น และสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ เหมาะกับผู้ที่มีเวลาจำกัดหรือไม่ต้องการพักฟื้น

RevLite Laser ไม่เหมาะกับใครบ้าง

แม้ RevLite Laser จะเป็นเลเซอร์ที่ไม่อันตรายต่อผิวและได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่ควรเข้ารับการรักษาทันที บางกลุ่มจำเป็นต้อง เลี่ยงการทำชั่วคราว หรือ ได้รับการประเมินจากแพทย์อย่างละเอียดก่อน เพื่อป้องกันผลข้างเคียงและให้การรักษาได้ผลดีที่สุด

สตรีมีครรภ์หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตรควรหลีกเลี่ยง RevLite Laser

ในช่วงตั้งครรภ์หรือให้นม ร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนอย่างมาก ซึ่งอาจทำให้ผิวตอบสนองต่อเลเซอร์ได้ไม่แน่นอน รวมถึงมีโอกาสเกิดเม็ดสีผิดปกติได้ง่าย แพทย์จึงมักแนะนำให้เลื่อนการทำ RevLite Laser ออกไปจนกว่าจะพ้นช่วงดังกล่าว

ผู้ที่มีแผลเปิด การอักเสบ หรือการติดเชื้อบนผิวบริเวณที่จะทำควรหลีกเลี่ยง RevLite Laser

หากผิวอยู่ในภาวะอักเสบ เป็นสิวหนอง ผิวติดเชื้อ หรือมีแผลสด การทำเลเซอร์อาจกระตุ้นการระคายเคือง ทำให้แผลหายช้าลง หรือเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดรอยดำหลังการอักเสบ จึงควรรักษาผิวให้หายดีก่อน

ผู้ที่มีภาวะผิวไวต่อแสงหรือเคยแพ้เลเซอร์รุนแรงควรหลีกเลี่ยง RevLite Laser

บางคนมีความไวต่อแสงหรือพลังงาน RevLite Laser เป็นพิเศษ ซึ่งอาจทำให้เกิดผื่น แดง บวม หรือพุพองได้ง่าย กลุ่มนี้ควรแจ้งประวัติให้แพทย์ทราบเพื่อพิจารณาความเหมาะสม หรือเลือกวิธีดูแลผิวแบบอื่นแทน

ผู้ที่เพิ่งโดนแดดจัดหรือผิวไหม้จากแสงแดดควรหลีกเลี่ยง RevLite Laser

ผิวที่เพิ่งอาบแดดแรง ๆ จะอยู่ในภาวะอักเสบเล็กน้อย การทำ RevLite Laser ในช่วงนี้อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเบิร์น ผิวคล้ำ หรือเกิดรอยด่างดำได้ ควรรอให้ผิวฟื้นตัวและกลับสู่สภาพปกติก่อนเข้ารับการรักษา

ผู้ที่มีโรคผิวหนังบางชนิดในบริเวณรักษาควรหลีกเลี่ยง RevLite Laser

เช่น โรคสะเก็ดเงิน ผื่นเรื้อรัง หรือโรคผิวหนังที่กำลังอยู่ในระยะกำเริบ การทำเลเซอร์อาจกระตุ้นให้โรคแสดงอาการมากขึ้น จำเป็นต้องให้แพทย์เฉพาะทางประเมินเป็นรายบุคคลก่อนทุกครั้ง

ผู้ที่มีประวัติเป็นแผลเป็นนูนหรือคีลอยด์ง่ายควรหลีกเลี่ยง RevLite Laser

แม้ RevLite Laser จะไม่ทำให้เกิดแผลเปิด แต่ในผู้ที่มีแนวโน้มเกิดแผลเป็นผิดปกติได้ง่าย ควรใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ ทั้งในเรื่องการตั้งค่าพลังงานและการติดตามผลหลังทำอย่างใกล้ชิด

ผู้ที่ใช้ยาหรือผลิตภัณฑ์ที่ทำให้ผิวไวต่อแสงควรหลีกเลี่ยง RevLite Laser

ยาบางชนิด เช่น ยารักษาสิวกลุ่มวิตามินเอ ยาบางประเภทที่มีผลต่อฮอร์โมน หรือยาที่ทำให้ผิวบางลง อาจเพิ่มโอกาสเกิดการระคายเคืองหรือผลข้างเคียงจากเลเซอร์ ผู้รับบริการควรแจ้งประวัติการใช้ยาและสกินแคร์ทั้งหมดก่อนทำ RevLite Laser ทุกครั้ง

RevLite Laser ต่างจากเลเซอร์รักษาผิวชนิดอื่นอย่างไร

ในปัจจุบัน เทคโนโลยีเลเซอร์ดูแลผิวมีให้เลือกหลายประเภท โดยแต่ละชนิดถูกออกแบบมาให้เหมาะกับปัญหาผิวที่แตกต่างกัน ทั้งด้านเม็ดสี รอยสิว ริ้วรอย หรือโครงสร้างผิว การเลือกเลเซอร์ที่เหมาะสมต้องพิจารณาจาก สภาพผิว ปัญหาที่ต้องการแก้ไข และระยะเวลาพักฟื้นที่ยอมรับได้ RevLite Laser เป็นหนึ่งในเลเซอร์ที่ได้รับความนิยม โดยมีจุดเด่นด้านการจัดการเม็ดสีและการฟื้นฟูผิวแบบอ่อนโยน เมื่อเปรียบเทียบกับเลเซอร์ชนิดอื่น จะมีความแตกต่างดังนี้

RevLite Laser vs. PICO Laser

PICO Laser เช่น PicoSure (PicoSure Laser คืออะไร เลเซอร์รักษาฝ้า กระ จุดด่างดำ ราคาเท่าไหร่) หรือ PicoWay (Picoway Laser คืออะไร แตกต่างจาก Pico อื่นอย่างไร เหมาะกับใคร) เป็นเลเซอร์รุ่นใหม่ที่ปล่อยพลังงานในช่วงเวลาที่สั้นมากระดับ พิโควินาที ซึ่งเร็วและแรงกว่าช่วง นาโนวินาที ของ RevLite Laser ด้วยพลังงานที่สั้นและแม่นยำกว่า PICO Laser จึงสามารถแตกเม็ดสีหรือพังผืดใต้ผิวได้ละเอียด เหมาะกับ Pico Laser คืออะไร มีกี่แบบ ควรเลือก Pico แบบไหนดี

• รอยสิวหลุมลึก
• เม็ดสีที่ฝังลึกหรือดื้อการรักษา
• รอยสักหลายสีที่ลบยาก

ความแรงของ PICO Laser อาจไม่เหมาะกับผิวบางหรือผิวที่ไวต่อการระคายเคือง ในขณะที่ RevLite Laser ใช้พลังงานที่นุ่มนวลกว่า เหมาะกับผู้ที่

• มีผิวบอบบาง
• ต้องการรักษาเม็ดสีทั่วไป
• ต้องการฟื้นฟูผิวแบบค่อยเป็นค่อยไป และความเสี่ยงต่ำ

ดังนั้น RevLite Laser จึงเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ชัดเจนแต่ไม่รุนแรงเกินไป

RevLite Laser vs. IPL

IPL (Intense Pulsed Light) ใช้แสงหลายช่วงคลื่นพร้อมกัน ไม่ใช่เลเซอร์เฉพาะจุดเหมือน RevLite Laser

IPL คืออะไร แตกต่างจากเครื่องเลเซอร์อื่นอย่างไร เหมาะกับใคร

IPL เหมาะกับปัญหาที่เกี่ยวข้องกับ
• รอยแดง
• เส้นเลือดฝอย
• เส้นเลือดแตกตื้น ๆ

ในขณะที่ RevLite Laser ใช้พลังงานเลเซอร์ที่โฟกัสเฉพาะเป้าหมาย จึงทำงานได้ลึกกว่า เหมาะกับ

• เม็ดสีที่อยู่ลึก
• รอยดำ
• ปัญหาผิวที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างผิว

อีกจุดสำคัญคือ IPL มักเหมาะกับผิวขาวถึงผิวสองสี เพราะผิวเข้มมีความเสี่ยงต่อการเกิดรอยดำหลังทำได้มากกว่า ส่วน RevLite Laser สามารถปรับพลังงานให้เหมาะกับโทนผิวได้หลากหลาย จึงมีความยืดหยุ่นและไม่เป็นอันตรายต่อผิวกว่า

RevLite Laser vs. CO2 Laser

CO2 Laser เป็นเลเซอร์กลุ่ม ablative laser ที่ทำงานโดยการลอกหรือกรอผิวชั้นบนออก เพื่อกระตุ้นการฟื้นฟูผิวอย่างเข้มข้น เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาผิวรุนแรง เช่น

• ริ้วรอยลึก
• ผิวเสียจากแดดมาก
• หลุมสิวลึกชัดเจน

Fractional CO2 Laser คืออะไร รักษาหลุมสิวกี่ครั้งเห็นผล มีข้อดีข้อเสียอย่างไร

แม้ CO2 Laser จะให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจน แต่ต้องแลกกับ

• ระยะเวลาพักฟื้นนาน
• ผิวลอก แดง บวมหลายวันถึงหลายสัปดาห์
• ความเสี่ยงด้านรอยแผลเป็นหรือสีผิวผิดปกติ โดยเฉพาะในผิวเข้ม

ในทางตรงกันข้าม RevLite Laser เป็นเลเซอร์แบบ ไม่ทำลายผิวชั้นนอก ไม่มีแผลเปิด และไม่ต้องพักฟื้น เหมาะกับผู้ที่ต้องการปรับคุณภาพผิวให้ดีขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยไม่กระทบการใช้ชีวิตประจำวัน

RevLite Laser ช่วยลดฝ้า กระ จุดด่างดำ ได้จริงหรือไม่

RevLite Laser สามารถช่วยได้จริง แต่ต้องเลือกให้เหมาะกับชนิดของปัญหา และทำอย่างต่อเนื่องร่วมกับการดูแลผิวที่ถูกต้อง RevLite Laser เป็นเลเซอร์ที่ออกแบบมาเพื่อจัดการกับ เม็ดสีผิดปกติโดยเฉพาะ จึงถูกนำมาใช้รักษา ฝ้า กระ และจุดด่างดำ อย่างแพร่หลาย โดยเน้นผลลัพธ์ที่ค่อยเป็นค่อยไป

RevLite Laser ทำงานกับฝ้า กระ จุดด่างดำอย่างไร

พลังงานของ RevLite Laser จะถูกส่งลงไปยังชั้นผิวที่มีเม็ดสีสะสม โดยไม่ทำลายผิวชั้นบน RevLite Laser จะช่วย ทำให้เม็ดสีแตกตัวเป็นชิ้นเล็ก ๆ จากนั้นร่างกายจะค่อย ๆ กำจัดออกผ่านกระบวนการฟื้นฟูตามกระบวนการทำงานของร่างกาย

ผลลัพธ์ของ RevLite Laser

• สีของฝ้า กระ และจุดด่างดำค่อย ๆ จางลง
• สีผิวโดยรวมดูสม่ำเสมอขึ้น
• ผิวดูใสขึ้นโดยไม่บางหรือระคายเคืองง่าย

ฝ้าแบบไหนที่ RevLite Laser สามารถดูแลได้

• ฝ้าแดด , ฝ้าตื้น
มักตอบสนองต่อ RevLite Laser ได้ดี เห็นความจางลงของสีชัดเจนเมื่อทำอย่างต่อเนื่อง

• ฝ้าลึก หรือฝ้าผสม
RevLite Laser สามารถช่วยให้ฝ้าดูจางลงและควบคุมไม่ให้เข้มขึ้นได้ แต่ต้องทำหลายครั้ง และควรทำร่วมกับการทายาและป้องกันแสงแดดอย่างเคร่งครัด

ฝ้าไม่ใช่โรคที่หายขาดด้วยเลเซอร์เพียงอย่างเดียว แต่ RevLite Laser เป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ช่วยควบคุมและปรับสภาพผิวให้ดีขึ้นได้

กระและจุดด่างดำใช้ RevLite Laser ได้ผลแค่ไหน

• กระแดด กระตื้น
มักตอบสนองดี เห็นผลชัดกว่าฝ้า โดยจุดสีเข้มจะค่อย ๆ จางและสีผิวดูสม่ำเสมอขึ้น

• กระลึก จุดด่างดำตามวัย
ช่วยให้สีจางลงได้ แต่ต้องอาศัยการทำซ้ำหลายครั้ง และผลลัพธ์ขึ้นกับความลึกของเม็ดสี

RevLite Laser ต้องทำกี่ครั้ง ถึงเห็นผลชัดเจน

จำนวนครั้งในการทำ RevLite Laser ไม่สามารถกำหนดเป็นตัวเลขตายตัวได้ เพราะผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับ ชนิดของปัญหาผิว ความลึกของเม็ดสี และการตอบสนองของผิวแต่ละบุคคล แพทย์จึงมักวางแผนการรักษาแบบต่อเนื่อง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจน
โดยทั่วไป การเปลี่ยนแปลงของผิวจะค่อย ๆ เกิดขึ้นตามลำดับดังนี้

ระยะเริ่มต้น ครั้งที่ 1-2 ในการทำ RevLite Laser

ในช่วงแรก เลเซอร์จะเน้นการปรับสภาพผิวและจัดการเม็ดสีที่อยู่ตื้น

ผู้เข้ารับการรักษามักเริ่มสังเกตได้ว่า
• ผิวดูเรียบเนียนและนุ่มขึ้น
• ความหมองคล้ำโดยรวมลดลงเล็กน้อย
• รอยดำตื้นเริ่มดูสว่างขึ้น

เม็ดสีที่อยู่ลึก เช่น ฝ้าลึกหรือกระลึก มักยังไม่เปลี่ยนแปลงชัดในช่วงนี้ ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ

ระยะเห็นผลชัด ประมาณครั้งที่ 3-5 ในการทำ RevLite Laser

เมื่อทำต่อเนื่อง พลังงานเลเซอร์จะเริ่มส่งผลต่อเม็ดสีที่ฝังลึกได้ดีขึ้น

ในระยะนี้มักเห็นว่า
• ฝ้า กระ และจุดด่างดำดูจางลงอย่างเห็นได้ชัด
• สีผิวเริ่มสม่ำเสมอขึ้น
• ผิวดูแน่นขึ้น รูขุมขนเริ่มกระชับ

เนื่องจากกระบวนการกระตุ้นคอลลาเจนใต้ผิวเริ่มทำงานได้เต็มที่มากขึ้น

การทำ RevLite Laser ซ้ำเพื่อคงผลลัพธ์ (Maintenance)

หลังจากจบแผนการรักษาหลัก แพทย์อาจแนะนำให้กลับมาทำ RevLite Laser เป็นระยะ เช่น ทุก 1-2 เดือน เพื่อช่วยในเรื่อง

• ควบคุมการเกิดเม็ดสีใหม่จากแสงแดด
• รักษาความกระจ่างใสของผิว
• ชะลอการกลับมาของฝ้าและจุดด่างดำ

RevLite Laser เจ็บไหม มีผลข้างเคียงหรือไม่

ความเจ็บในการทำ RevLite Laser

RevLite Laser เป็นเลเซอร์ที่ให้พลังงานแบบสั้น ความรู้สึกขณะทำมักเป็นเพียงอุ่น ๆ หรือดีดเบา ๆ บนผิว ระดับความเจ็บอยู่ในเกณฑ์ทนได้ ส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องใช้ยาชา หรือใช้เพียงยาชาทาในคนที่ผิวไวเป็นพิเศษ

ผลข้างเคียงในการทำ RevLite Laser

โดยทั่วไปถือว่าไม่อันตรายต่อผิว ผลข้างเคียงที่อาจพบได้มักเป็นอาการชั่วคราว เช่น ผิวแดงเล็กน้อยหรืออุ่นผิว ซึ่งจะหายไปภายในไม่กี่ชั่วโมงถึง 1 วัน ไม่ทำให้เกิดแผลเปิด ผิวลอก หรือสะเก็ด และไม่ต้องพักฟื้น

การเตรียมตัวก่อนทำ RevLite Laser

เพื่อให้การทำ RevLite Laser ได้ผลดีและลดความเสี่ยงของการระคายเคือง ควรเตรียมผิวดังนี้

• หลีกเลี่ยงแดดจัดและงดการอาบแดดอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ก่อนทำ
• งดใช้ผลิตภัณฑ์ที่ทำให้ผิวบางหรือระคายเคือง เช่น กรดผลไม้ เรตินอล หรือยารักษาสิวบางชนิดตามคำแนะนำแพทย์
• แจ้งแพทย์เกี่ยวกับโรคประจำตัว ยาที่ใช้อยู่ และประวัติแพ้แสงหรือเลเซอร์
• หลีกเลี่ยงการทำทรีตเมนต์หรือเลเซอร์ชนิดอื่นก่อนทำ RevLite Laser ในช่วงใกล้กัน

การดูแลตัวเองหลังทำ RevLite Laser

การดูแลผิวหลังทำ RevLite Laser มีผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพของการรักษาและการลดโอกาสเกิดรอยดำซ้ำ ผิวในช่วงนี้อยู่ระหว่างการฟื้นฟู จึงควรดูแลอย่างเหมาะสมดังนี้

1.ป้องกันแสงแดดอย่างจริงจัง
หลังทำเลเซอร์ RevLite Laser ผิวจะไวต่อแสงมากกว่าปกติ ควรหลีกเลี่ยงแดดจัด โดยเฉพาะในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก และทาครีมกันแดดเป็นประจำทุกวัน เลือกชนิดที่มีค่า SPF สูงและป้องกันรังสี UVA/UVB เพื่อช่วยป้องกันการกระตุ้นเม็ดสีใหม่และคงผลลัพธ์ของการรักษา

2.เติมความชุ่มชื้นให้ผิวอย่างสม่ำเสมอ
ผิวอาจรู้สึกแห้งหรือตึงเล็กน้อยหลังทำ ควรใช้มอยส์เจอไรเซอร์ที่อ่อนโยน ไม่มีน้ำหอมหรือแอลกอฮอล์ เพื่อช่วยฟื้นฟูเกราะป้องกันผิวและทำให้ผิวกลับมานุ่ม ชุ่มชื้น และดูสุขภาพดีเร็วขึ้น

3.พักผิวจากสารที่ระคายเคือง
ควรงดใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีฤทธิ์ผลัดเซลล์ผิวหรือกระตุ้นผิวแรง เช่น กรด AHA, BHA, เรตินอล หรือสกินแคร์กลุ่มไวท์เทนนิ่งเข้มข้น อย่างน้อยประมาณ 1 สัปดาห์ เพื่อให้ผิวได้ฟื้นตัวอย่างเต็มที่

4.หลีกเลี่ยงความร้อนและกิจกรรมที่ทำให้ผิวร้อน
ในช่วง 2-3 วันแรก ควรหลีกเลี่ยงการอบซาวน่า แช่น้ำร้อน หรือออกกำลังกายหนัก ๆ เพราะความร้อนสะสมอาจทำให้ผิวแดงหรือระคายเคืองได้นานขึ้น

5.ดูแลผิวอย่างอ่อนโยน
หากมีอาการคันหรือลอกเป็นขุยเล็กน้อย ไม่ควรแกะ เกา หรือขัดถูผิวแรง ๆ ปล่อยให้ผิวผลัดเซลล์ตามธรรมชาติ จะช่วยลดความเสี่ยงของการอักเสบและรอยดำหลังทำเลเซอร์

6.ดื่มน้ำให้เพียงพอ
การดื่มน้ำอย่างสม่ำเสมอช่วยเสริมการไหลเวียนเลือดและกระบวนการกำจัดเม็ดสีที่ถูกสลายออกจากร่างกาย ทำให้ผิวฟื้นตัวได้ดีและดูสดใสจากภายใน

7.สังเกตอาการและติดตามผลกับแพทย์
หากมีอาการผิดปกติ เช่น ผื่นรุนแรง ตุ่มน้ำ หรืออาการแสบร้อนที่ไม่ดีขึ้น ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที และควรมาพบแพทย์ตามนัดเพื่อติดตามผลการรักษาอย่างต่อเนื่อง

ข้อดีของ RevLite Laser

• ช่วยลดฝ้า กระ จุดด่างดำ และรอยดำได้อย่างอ่อนโยน
• พลังงานเลเซอร์ตรงกับปัญหาผิว กระทบผิวรอบข้างน้อย
• ไม่ทำลายผิวชั้นนอก ไม่เกิดแผล และไม่ต้องพักฟื้น
• กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวดูเรียบเนียนและกระจ่างใสขึ้น
• เหมาะกับหลายสภาพผิว โดยเฉพาะผิวบอบบาง
• ความเสี่ยงของผลข้างเคียงต่ำ เมื่อทำโดยแพทย์

ข้อจำกัดของ RevLite Laser

• ไม่เหมาะกับปัญหาผิวที่รุนแรงหรือรอยหลุมลึกมาก
• ต้องทำต่อเนื่องหลายครั้งจึงเห็นผลชัดเจน
• ฝ้าลึกหรือฝ้าผสมไม่สามารถหายขาด ต้องดูแลควบคู่กับวิธีอื่น
• ผลลัพธ์ขึ้นกับการดูแลหลังทำ โดยเฉพาะการป้องกันแสงแดด
• ไม่ใช่เลเซอร์กำจัดขนหรือยกกระชับโดยเฉพาะ

สรุปทุกเรื่องเกี่ยวกับ RevLite Laser

RevLite Laser เป็นเลเซอร์ที่ออกแบบมาเพื่อดูแลปัญหาเม็ดสีและฟื้นฟูผิวอย่างอ่อนโยน เหมาะกับการลดฝ้า กระ จุดด่างดำ และรอยดำโดยไม่ทำลายผิวชั้นนอก เลเซอร์ทำงานด้วยพลังงานที่ตรงกับชั้นผิว ช่วยให้ผิวค่อย ๆ กระจ่างใสและเรียบเนียนขึ้น พร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในระยะยาว จุดเด่นคือ เจ็บน้อย ไม่ต้องพักฟื้น และสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติหลังทำ RevLite Laser

อย่างไรก็ตาม ต้องทำอย่างต่อเนื่อง และผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับชนิดปัญหาผิวและการดูแลหลังทำ โดยเฉพาะการป้องกันแสงแดด RevLite Laser จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลผิวแบบค่อยเป็นค่อยไป

* ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับเฉพาะบุคคล
* เงื่อนไขตามบริษัทฯ กำหนด
* ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลง*
แนะนำให้สอบถามกับเจ้าหน้าที่ก่อนเข้ารับบริการ
เพื่อความชัวร์และได้สิทธิ์ที่คุ้มที่สุดค่ะ
ปรึกษาฟรี พร้อมรับ โปรโมชั่นพิเศษ ก่อนใคร
โปรโมชั่นต่างๆ
romrawin
'
เรื่อง โปรแกรมดูแลผิวหน้า ที่คุณอาจสนใจ